สืบเนื่องจากบทความก่อนหน้านี้ ว่ากันด้วยเนื้อหาของการเริ่มต้นจะเป็นนักปั่นที่ดี หนึ่งใน 3 เคล็ดลับสำคัญคือการขี่ให้นิ่ง ก็ขอย้อนกลับไปซักสองช่วงรถนะครับ เรามาคุยกันเรื่องนิ่งอีกครั้ง เผื่อที่หลายๆท่านจะยังไม่ได้อ่านบทความเก่า

คำว่านิ่งของการขี่จักรยานครอบคลุมถึงการนิ่งทั้งการรัการะยะและทิศทางให้นิ่ง รวมไปจนถึงการรักษาระดับความเร็วให้นิ่ง ซึ่งสองกรณีนี้คือหัวใจสำคัญของการเริ่มต้นขี่จักรยานก็ว่าได้ คนส่วนมากมาปั่นจักรยานคงสนใจว่าตัวเองจะเร็วแค่ไหน เร็วได้เท่าไหร่ ปั่นแล้ว av เท่าไหร่ แต่หารู้ไม่ว่าแท้ที่จริงแล้ว ก่อนที่จะหัดให้ขี่ได้เร็ว จริงๆการหัดให้ขี่ได้นิ่งและคงที่คือหัวใจสำคัญของการปเ)็นนักปั่นที่ดี และเป็นบันไดก้าวแรกก่อนจะเข้าร่วมปั่นกับกลุ่มนักปั่น
ถ้าจะให้พูดกันหนักๆก็คือ ควรเริ่มหัดปั่นให้ได้นิ่งๆดีๆเสียก่อนจะไปปั่นกับคนอื่นเขา เพราะจักรยานมันเนื้อหุ้มคาร์บอน(เหล็ฏ) ล้มไปคนเจ็บ ของก็เสียหาย เป็นรอย ซวยหนักๆแตกหักพังไปก็มีเยอะแยะครับ อุบัติเหตุจะไม่มีทางเกิดเลยหากแต่ละคนรับผิดชอบและเรียนรู็พื้นฐานที่ดีก่อนจะมาร่วมกัน ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนที่คุณจะไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนได้ คุณก็ต้องหัดรับ ส่ง อย่างน้อยต้องผ่านวิชาพละศึกษา เล่นลิงชิงบอลเป็นแล้วล่ะ มีใครอยากจะเล่นกับคนที่ยังคุมอะไรไม่ได้ บอลไปถึงเท้ามันฟาดเปรี้ยงเข้าหน้าเพื่อน เตะทิ้งไปไกลปู๊นต้องให้คนอื่นวิ่งเก็บ หรือเอาเข้าทีมโดยที่ไม่รู็ว่ามันจะเตะเข้าโกลตัวเองมั้ย จักรยานก็เช่นกันครับ วันนี้ Velopedia ขอนำเสนอแบบฝึกหัดสำหรับการขี่จักรยานให้นิ่ง ทั้งด้านความเร็วและทิศทางให้ได้เรียนรู็กัน
ขี่ความเร็วให้นิ่ง .....
คนที่ขี่คนเดียวจะหัดได้ง่ายกว่ามากๆครับ เพราะคุณจะมีสมาธิอยู๋กับตัวเอง อยู๋กับความเร็ว อยู่กับจักรยานและขาของคุณ ลองพยายามขี่แล้วจับความรู้สึกของขาที่"สม่ำเสมอ" ที่พาให้เราเคลื่อนที่ไปได้นิ่งๆยาวๆ ไม่ต้องเร็ว ไม่ต้องแรง จะช้าชมวิวก็ได้แต่ขาต้องคงที่ ความเร็วต้องคงที่ เพราะปัญหาหลักของการไม่สามารถควบคุมความเร็วให้นิ่งได้คือการที่ออกแรงขาไม่คงที่ เดี๋ยวก็เร่ง เหนื่อยก็ผ่อน หรือปั่นๆฟรีๆ นั่นแหละครับ ถ้าเหนื่อยก็ลดความเร็ว ลดรอบขาลงมาซะ แต่หัดให้นิ่งเสียก่อน และเมื่อพัฒนาขึ้น ค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้นไปทีละนิดๆ หรือลองฝึกหัดแบ่งเป็นช่วงๆแบบสั่งได้ ลองเรียนรู้ที่จะยืนนิ่งๆ 25 กม./ชม. ยาวๆให้ได้ 20 นาที แลล้วขึ้นไป 30 กม./ชม. แบบนิ่งๆเนียนๆแล้วคงที่ให้นิ่งอีกซัก 10-15 นาที วิธีนี้จะทำให้ร่างกายค่อยๆเรียนรู้ที่จะปรับการออกกำลังให้คงที่สัมพันธ์กับความเร็วที่เปลี่ยนไปครับ
อันดับต่อไป ขี่อย่างไรให้รถนิ่ง เอาล่ะครับเรื่องนี้แหละเรื่องใหญ่
เพราะที่เกี่ยวกันล้ม ปาดกัน เบียดกันก็เพราะไม่สามารถรักษาแนวของตนเองเอาไว้ได้ สา่ายไปส่ายมา จะเพราะเหนื่อย เพราะส่ายหลบล้อคันหน้าเวลาเสย ส่ายเพราะลมตี ถ้าพบว่าตัวเองยังไม่นิ่ง ต้องหมั่นหาเวลาฝึกทักษะด้านนี้ครับ แบบฝึกหัดง่ายๆมากๆ เพียง 2 อย่างช่วยได้แน่นอนครับ
ขี่ช้าให้ได้ก่อนจะขี่เร็ว...
...คำว่าช้าตรงนี้ บอกได้เลยว่าช้าระดับ"คนเดิน"ครับ ยิ่งช้า ยิ่งดี ยิ่งช้าได้มากเท่าไหร่ ยิ่งแปลว่าคุณกำลังฝึกให้ระบบการทรงตัวในหูคุณสั่งการให้คุณคุมรถได้นิ่งขึ้น จักรยานมันทรงตัวง่ายที่ความเร็ว เมื่อแรงส่งไปด้านหน้าทางทิศที่เคลื่อนที่ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มันช้าจนแรงไปด้านหน้าน้อยลง มันจะคุมรถได้ยากมาก และนั่นคือสิ่งสำคัญที่ต้องฝึกให้ได้ คุณไม่ได้ต้องการสถานที่กว้างๆเลย หาเวลาเล็กๆน้อยๆ 15-30 นาที เอาจักรยานมาขี่วนช้าๆ แทบจะหยุดอยู่กับที่ เลี้ยวไปมาให้ได้โดยขาไม่แตะพื้น แล้วรอดูครับเมื่อคุณขี่เร็ว คุณจะคุมรถได้นิ่งขึ้นอีกเยอะ
และแบบฝึกหัดต่อมาคือการสร้าง "เส้นสมมุติ" .....
.....ลองหาถนนโล่งๆ ยาวๆ ถ้ามีเส้นถนนสีขาวยิ่งดี พยายามฝึกด้วยการขี่"บนเส้นถนน" (อย่าเร็วนะครับ มันลื่น) พยายามคุมให้รถวิ่งไปตรงๆตามเส้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องก้มหน้ามองเส้นเพื่อจ้องคุมรถเอาไว้ จากนั้นเมื่อทำได้คล่องแล้วลองสมมุติว่ามีเส้นในจินตนาการห่างจากเส้นถนนจริงซัก 1 ฟุต แล้วขี่ไปบนเส้นนั้น รักษารถให้นิ่งที่สุด หมั่นทำบ่อยๆ ทุกความเร็ว ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน พยายามสร้างเส้นสมมุตินี้เอาไว้ให้ได้้และวิ่งไปตามแนวเส้น ทักษะนี้จะช่วยให้คุณขี่ร่วมกับคนอื่นได้ง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะการเข้าโค้งด้วยความเร็ว
ลองสังเกตุแบบฝึกหัดทั้งสามดูนะครับ ไม่มีอันไหนที่ยากเลยแม้แต่อันเดียว และไม่มีอันไหนที่ต้องการพลัง ต้องการความแรงแม้แต่อันเดียว แต่ความต่างระหว่างคนที่ขี่ดี กับคนที่ขี่เร็ว คือตรงนี้แหละครับ คนขี่ดีจะขี่ช้าหรือเร็วก็น่าขี่ด้วย คนที่ขี่เร็วบางคนสักแต่ว่าเร็วแต่ไม่น่าขี่ด้วย
ลองเอาไปฝึกฝนกันดูนะครับ วันละนิด ครั้งละน้อย แต่ช่วยพัฒนาทักษะได้ดีมากๆ ลองดูโปร(ต่างชาติ)คุมรถดูครับ เหมือนสั่งได้ เค้าถึงสาารถขี่ได้ชิดกันได้ขนาดนั้น เพราะทุกคนนิ่งมากๆ อุบัติเหตุของโปรเวลาแข่งเกิดจากการเบียดกันเข้าตำแหน่งที่ต้องการ ต่างไม่ยอมกัน เบียดกันชนิดศอกเกยศอก ไหล่เบียดก้นกันเลยทีเดียว แต่ยังขี่ไปได้แปลว่าคุมรถได้นิ่งที่ความเร็ว 55 กม./ชม.
ผมขอเล่าประสบการณ์อันน้อยนิดของผม ที่อาจจะเป็นประโยชน์สอนใจได้บ้าง
หลายปีก่อนผมอยู่เมืองนอกเมืองนา ไปเข้าทีมจักรยานสมัครเล่นของร้านจักรยานแห่งหนึ่งในเมืองที่ผมอยู่ ดุ่มๆไปแบบไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ไปปั่นกับเค้าวันแรกก็ไม่มีอะไรมากครับ ทั้งทีม ทั้งกลุ่ม ทั้งนักแข่งทีมหลัก (Elite Team ที่มีสปอนเซอร์จริงจัง แข่งชิงแชมป์รัฐ) และทีมรองที่แข่งสมัครเล่นจริงจัง รวมกับกลุ่มนักปั่นสุขภาพ นำโดยอดีตโปรมืออาชีพแท้ๆที่ดูแลทีม เค้าเข้ามาหาผม ถามไถ่ทักทายตามมารยาท(ฝรั่ง) เมื่อรู้ปูมหลัง มันจับผมไปอยู่ท้ายแถว แล้วบอกให้ผมลองปั่นไปข้างหน้าตรงๆให้ดู ผ่านไป 100 เมตร เค้าบอกว่า วันนี้ให้ปั่นกับกลุ่ม C นะอยู่ข้างหลังตลอดห้ามขึ้น จากนั้นทุกวันให้ฝึก (ตามที่ผมเขียนในบทความเป๊ะ) สัปดาห์หน้ามาเจอกันใหม่ แล้วก็ไปร่วมกับหัวแถว
.....จากนั้นผมปั่นกับกลุ่ม C ไปเรื่อยๆอีกหลายสัปดาห์ อดีตโปรคนนี้ก็หมั่นลงมาคอยสอนคนต่างๆ โดยเฉพาะช่วง 20 กม.แรกจะเน้นดูกลุ่ม C จนเค้าบอกว่า "ไอ้กะเหรี่ยง (ผมเรียกตัวเอง) ขี่ดีขึ้นนี่ ขึ้นไปนำกลุ่มซิ ความเร็วเดิม" แล้วนั่นคือครั้งแรกที่ไอ้กะเหรี่ยงขึ้นไปลากกลุ่ม C ได้ แต่ก็ยังตามมาด้วยสิ่งต่างๆที่ต้องเรียนรู็อีกมาก เพราะวันนั้นระยะทาง 60 กม. ผมจบลงแค่ 40 เท่านั้น เมื่อผมผิดพลาดขั้นใหญ่เมื่อไปเกี่ยวกันล้ม ได้แผลเต็มขาจนหลุดกลุ่มแล้ววนกลับคนเดียว เป็นอันว่าบทเรียนต่างๆมันต้องเรียนรู้ด้วยรอยเลือดก่อนครับ แต่ดีที่ผมอยู๋กลุ่ม C ที่ไม่เร็ว ความเสียหายไม่มาก คนอื่นไม่เจ็บ
นี่คือเรื่องราวเล็กๆน้อยๆที่ผ่านพบมาเอง จึงได้นำมาเล่า อย่ารอจนต้องเสียเลือดทีละเรื่อง
ก่อนจบไม่ใช่ว่าผมจะอวยฝรั่งนะครับ เพราะเมื่อกลับมาเมืองไทย ผมได้พบกับตำนานกลุ่มเสือหมอบบ้านเราอย่าง "พระรามเก้า" ที่นี่ก็พี่ๆอดีตทีมชาติคอยดูแลน้องๆ ใครมาใหม่ๆมักโดนไล่ไปใส่จานเล็ฏซอยยิกให้มั่นคง และหัดปั่นไต่เลียบเส้นถนนให้ได้ มันคือเรื่องเดียวกันเป๊ะครับ ปัญหาก็แค่ จะทำหรือไม่ทำกันเท่านั้นเอง[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 532870.jpg[/homeimg]