ผมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับขาจานระหว่างเสือหมอบกับเสือภูเขา
ในคนๆเดียวกัน แต่ขาจานที่ใช้ทำไมไม่เท่ากันเมื่อเทียบ
ในตาราง ตัวอย่างผมขี่เสือหมอบในตารางบอกค่าที่
เหมาะสมคือ 170 แต่เมื่อเอาไปเทียบเป็นเสือภูเขา
กับได้ค่าความยาวขาจานคือ 175 ขอความกระจ่าง
ด้วยครับ ผมสูง 173 ช่วงขา 80
เรื่องของขาจาน เสือหมอบกับเสือภูเขา ใช้ทำไมไม่เท่ากัน '
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
UAS
- สมาชิก
- โพสต์: 36
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2013, 19:49
- Tel: 022623321
- Bike: GIANT XTC SLR
- น้องหนึ่ง
- ขาประจำ
- โพสต์: 10662
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 04:07
- Tel: 0891441866
- ตำแหน่ง: http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
- ติดต่อ:
Re: เรื่องของขาจาน เสือหมอบกับเสือภูเขา ใช้ทำไมไม่เท่ากัน '
เป็นเรื่องของท่าขี่ และความเร็วรอบขาครับ ไม่ใช่แค่ความยาวนะครับ เสือภูเขายังมีขาจานกว้างๆ ให้เลือกด้วย
เสือหมอบเน้นก้มขี่ ควงขาเร็วๆ อยู่ตลอดเวลา ส่วนเสือภูเขาเปลี่ยนท่าบ่อย เดี๋ยวนั่ง เดี๋ยวลุก ยืน โยก ฯ
ตอนขี่หมอบเราจึงอยากให้ขาอยู่ชิดลำตัวมากๆ จึงใช้ขาจานสั้น แคบ เพื่อให้ควงขาได้ดี
ส่วนเสือภูเขา โดยเฉพาะพวกที่ลุยจริงๆ ไม่ใช่เอาภูเขาไปไล่หมอบ ต้องการขาจานกว้างกว่า เพื่อให้ยืนกางขาได้กว้าง ทรงตัวดี ได้ขาจานกว้างและยาวอีกนิดจะรู้สึกมั่นใจ ตอนขี่ก็ไม่ได้ควงขาเร็วอะไรมาก แค่ย่ำช้าๆ ใช้ทักษะผ่านอุปสรรค์ไปมากว่าครับ
เสือหมอบเน้นก้มขี่ ควงขาเร็วๆ อยู่ตลอดเวลา ส่วนเสือภูเขาเปลี่ยนท่าบ่อย เดี๋ยวนั่ง เดี๋ยวลุก ยืน โยก ฯ
ตอนขี่หมอบเราจึงอยากให้ขาอยู่ชิดลำตัวมากๆ จึงใช้ขาจานสั้น แคบ เพื่อให้ควงขาได้ดี
ส่วนเสือภูเขา โดยเฉพาะพวกที่ลุยจริงๆ ไม่ใช่เอาภูเขาไปไล่หมอบ ต้องการขาจานกว้างกว่า เพื่อให้ยืนกางขาได้กว้าง ทรงตัวดี ได้ขาจานกว้างและยาวอีกนิดจะรู้สึกมั่นใจ ตอนขี่ก็ไม่ได้ควงขาเร็วอะไรมาก แค่ย่ำช้าๆ ใช้ทักษะผ่านอุปสรรค์ไปมากว่าครับ
ร้านจักรยานฝีมือดี มาดึกๆได้
www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle
www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle
- name_joker
- ขาประจำ
- โพสต์: 609
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:29
- Tel: 0894888XXX
- team: Y@H / BRC
- Bike: EV4
Re: เรื่องของขาจาน เสือหมอบกับเสือภูเขา ใช้ทำไมไม่เท่ากัน '
ตามคห.ข้างบน อีกเรื่องคือขาจานหมอบขนาดซอยถี่มาก เพิ่มทีละ 2.5 มม. มีตั้งแต่ 162.5 - 180 มม. (ถ้าจำไม่ผิด) แต่ขาจานเสือภูเขาจะซอยทีละ 5 มม. ครับ เพราะฉะนนั้นจะไม่มี 172.5 คือข้ามไป 170 ไม่ก็ 175 เลย
Sketcher Shop
ขายปลีก ขายส่ง อุปกรณ์ศิลปะ เครื่องเขียนทุกประเภท จัดส่งทั่วไทย
Line ID : kitchai1965
Tel: 092-403-6476
facebook : sketcher shop
by Siam Sketch Supply Co,.Ltd
ขายปลีก ขายส่ง อุปกรณ์ศิลปะ เครื่องเขียนทุกประเภท จัดส่งทั่วไทย
Line ID : kitchai1965
Tel: 092-403-6476
facebook : sketcher shop
by Siam Sketch Supply Co,.Ltd
-
UAS
- สมาชิก
- โพสต์: 36
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2013, 19:49
- Tel: 022623321
- Bike: GIANT XTC SLR
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: เรื่องของขาจาน เสือหมอบกับเสือภูเขา ใช้ทำไมไม่เท่ากัน '
ประเด็นเรื่องขาจานเสือหมอบ กับ เสือภูเขาเป็นอะไรที่ต้องคุยกันยาว
ความแตกต่างกันอย่างชัดเจนคือ คือ ระยะ Q- factor คือ ถ้าคุณเป็นคนที่ปั่นทั้ง Road bike และ MTB แล้วคุณปั่นมันทั้งสองคัน คุณจะต้องเจอปัญหาในลักษณะที่ผมเคยเจอ คือ ถ้าคุณปั่นRoad Bike ต่อเนื่องกันสัก 3 วัน จนสมองจดจำท่าปั่นได้ดี วันแรกที่คุณขึ้นมาคร่อมปั่นเสือภูเขา คุณจะรู้สึกว่า ทำไมวันนี้ปั่นขากางๆ ต้องพยายามขยับปลายเท้าให้มันหุบเข้าไป แต่พอปั่นเสือภูเขาทางเรียบติดต่อกันสัก 3วัน จนสมองจดจำได้ดี แล้วกลับมาปั่นเสือหมอบ ก็เจอปัญหาว่าทำไมปั่นแล้วเท้ามันหุบเข้ามา ต้องพยายามจะขยับปลายเท้าออกให้ได้
จริงๆแล้วการที่เสือภูเขาต้องมีค่า Q-factor มากกว่า ก็เพราะโครงสร้างของจักรยานที่แตกต่างกัน สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ ขนาดหน้ายางของเสือภูเขาที่กว้างมาก ทำให้ส่วนของ Chainstay ที่ติดกับกระโหลกมีการขยายผายออกเพื่อให้หลบยางที่ใหญ่ (ลองดูรถตัวเป็นๆแล้วจะเข้าใจ) นอกจากนี้ รถในยุคก่อนก็จะมี 3ใบจานเป็นหลัก Q-factorก็ยังกว้างออกไปใหญ่ เพราะขาจานด้านขวาจะยิ่งขยับออกไปด้านนอกมากขึ้น แต่ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีแบบ 2 ใบจานให้เลือกกันก็ตาม ค่าQ-factor ของขาจาน 2 ใบที่แคบที่สุด ก็ยังกว้างกว่าของเสือหมอบอยู่ดี เคยลองเอาขาจานเสือหมอบ 50-34 มาใส่แทน เพื่อหวังผลเรื่อง Q-factor ปรากฏว่า ใบจาน 50 ทะเลาะกับตะเกียบโซ่
ความยาวขาจานนั้น เป็นประเด็นที่ถกเถียงและวิเคราะห์กันมานานแล้วว่า มันจะมีสูตรสำเร็จไหม ? แล้วมันจะมีอะไรที่แตกต่างจนทำให้ต้องใช้คนละสูตร
มาดูการปั่นกันก่อน เสือหมอบนั้น วิธีการปั่นจะเป็นลักษณะปั่นแบบต่อเนื่อง เน้นรอบขาที่ค่อนข้างจะคงที่สำหรับการปั่นในลักษณะปั่นทางไกล ในขณะที่เสือภูเขานั้นลักษณะการออกแบบเขาไม่ได้เอามาให้ปั่นกันในทางเรียบแบบบ้านเราที่นิยมกัน แต่เขาทำมาสำหรับปั่นในทางภูมิประเทศ ต้องมีการหยุด การผ่อน การเร่ง การเพิ่มรอบ ลดรอบอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการปั่นใน Tract คดเคี้ยว
ความยาวของขาจานของเสือภูเขาจึงมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันกับเสือหมอบ เพราะเสือภูเขามีความจำเป็นต้องอาศัยหลักการเป็น"คานดีดคานงัด"ของขาจานมาเกี่ยวข้องมากกว่า เนื่องจากต้องการการผ่อนแรงในช่วงเร่งความเร็ว ( ลองนีกดูว่า เวลาเข้าโค้ง การปั่นเสือภูเขา จะมีช่วงยกบันได กับ ช่วงถีบบันไดสลับกันบ่อยมาก ) และการออกแรงจะคล้ายกับเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงที่รอบต่ำ เพราะไม่มีเวลาไปลากรอบขึ้นไปแบบเสือหมอบที่เน้นวิธีการปั่นในลักษณะเครื่องยนต์แรงบิดสูงที่รอบสูง ( พูดให้เข้าใจง่าย จุดประสงค์จริงๆคือ เสือหมอบปั่นยาวกว่า การใช้รอบสูงกว่าด้วยเกียร์ต่ำกว่าจะลดความบอบช้ำของกล้ามเนื้อได้ดีกว่า , ผิดกับเสือภูเขาที่ปั่นแข่งกันในระยะทางที่สั้นกว่ากัน การเน้นแรงบิดสูงที่รอบขาต่ำกว่า จึงเป็นรูปแบบการปั่นที่แตกต่างกันไป )
จึงมีสูตรสำเร็จในยุคก่อนที่บอกว่า ถ้าปั่นเสือหมอบด้วยขาจานเท่าไร ก็ให้บวกไปอีก 2.5 - 5 mm เมื่อปั่นเสือภูเขา แต่อยากจะบอกว่ามันเป็นสูตรเก่านะครับ พูดกันมาไม่น้อยกว่า 15ปีแล้ว ความเห็นส่วนตัวผมเชื่อเรื่องบวกอีก 2.5 mm แต่ไม่เห็นด้วยกับ 5mm
ขาจานเสือภูเขา 165mm กับ 172.5 mm มีขายนะครับ แต่โคตรจะ Rare Item เลย มีมาตั้งแต่สมัยXTR 8 สปีดแแล้ว โดยเฉพาะ 172.5 mm นั้นมีอยู่ใน catalog ( ส่วน 167.5 นั้น เหมือนกับว่าเคยเห็น , ไม่ยืนยัน เพราะนานแล้วอาจจะจำผิด ) แต่ไม่มีจริงอยู่ในร้านค้าบ้านเรา ผมเคยเจอ 172.5mm ขายมือสองอยู่ครั้งหนึ่งแต่คว้าไม่ทัน
เสือภูเขาส่วนใหญ่มีมุมท่อนั่งที่เอียงลาดกว่าเสือหมอบ เนื่องจากท่าปั่นจะเน้นนั่งในท่าหลัง 45องศา เพื่อให้สามารถย้ายก้นมาด้านหลัง หรือ ขยับไปด้านหน้าเพื่อทำการถ่ายน้ำหนักตัวตลอดเวลาที่ปั่น ( คนปั่นเสือหมอบจึงมักจะไม่ค่อยเข้าใจความสำคัญของการถ่ายน้ำหนักตัวในขณะปั่น เวลาปั่นในทางอันตราย เช่น ลงเขา เข้าโค้ง จึงขาดความคล่องแคล่ว ผิดกับคนที่เคยปั่นเสือภูเขามาก่อน จะสามารถถ่ายน้ำหนักตัวได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้สามารถควบคุมรถได้ง่ายกว่า ) การใช้ขาจานที่ยาวขึ้นอีกนิด ย่อมที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อก้นย้อยช่วยstartในจังหวะแรกของการถีบบันไดได้ง่ายกว่า ยอมลดรอบขาในการปั่นลง ( เพราะมันไม่ได้ปั่นทางราบ ) และยอมเสี่ยงการบาดเจ็บของเข่าในช่วงที่งอเข่าสูงบ้าง ( ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการบวก 5mm )
ส่วนตัวแล้ว ผมเคยปั่นเสือภูเขามาทั้ง 175mm และ 170mm บอกเลยว่า"ต่างกันมาก" ทั้งวิธีการออกแรง เกียร์ที่เลือกใช้ และวิธีการปั่น ก่อนจะเลิกปั่นเสือภูเขา ผมใช้ขาจาน 170mm เท่ากับเสือหมอบ ปั่นขึ้นเขา ลงห้วยได้พอสมควร แต่ไม่เคยเอาไปขึ้นเขาโหดๆเหมือนกับสมัยก่อน
เรื่องนี้เป็นปัจจัตตังครับ ต้องลองด้วยตัวเอง
ส่วนตัวแล้ว ผมเลือกปั่นเสือหมอบอย่างเดียว เพราะท่าปั่นที่แตกต่าง Q-factorที่ไม่เท่ากัน ไม่อยากปรับตัวไปๆมาๆครับ ชีวิตมันสับสน
ความแตกต่างกันอย่างชัดเจนคือ คือ ระยะ Q- factor คือ ถ้าคุณเป็นคนที่ปั่นทั้ง Road bike และ MTB แล้วคุณปั่นมันทั้งสองคัน คุณจะต้องเจอปัญหาในลักษณะที่ผมเคยเจอ คือ ถ้าคุณปั่นRoad Bike ต่อเนื่องกันสัก 3 วัน จนสมองจดจำท่าปั่นได้ดี วันแรกที่คุณขึ้นมาคร่อมปั่นเสือภูเขา คุณจะรู้สึกว่า ทำไมวันนี้ปั่นขากางๆ ต้องพยายามขยับปลายเท้าให้มันหุบเข้าไป แต่พอปั่นเสือภูเขาทางเรียบติดต่อกันสัก 3วัน จนสมองจดจำได้ดี แล้วกลับมาปั่นเสือหมอบ ก็เจอปัญหาว่าทำไมปั่นแล้วเท้ามันหุบเข้ามา ต้องพยายามจะขยับปลายเท้าออกให้ได้
จริงๆแล้วการที่เสือภูเขาต้องมีค่า Q-factor มากกว่า ก็เพราะโครงสร้างของจักรยานที่แตกต่างกัน สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ ขนาดหน้ายางของเสือภูเขาที่กว้างมาก ทำให้ส่วนของ Chainstay ที่ติดกับกระโหลกมีการขยายผายออกเพื่อให้หลบยางที่ใหญ่ (ลองดูรถตัวเป็นๆแล้วจะเข้าใจ) นอกจากนี้ รถในยุคก่อนก็จะมี 3ใบจานเป็นหลัก Q-factorก็ยังกว้างออกไปใหญ่ เพราะขาจานด้านขวาจะยิ่งขยับออกไปด้านนอกมากขึ้น แต่ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีแบบ 2 ใบจานให้เลือกกันก็ตาม ค่าQ-factor ของขาจาน 2 ใบที่แคบที่สุด ก็ยังกว้างกว่าของเสือหมอบอยู่ดี เคยลองเอาขาจานเสือหมอบ 50-34 มาใส่แทน เพื่อหวังผลเรื่อง Q-factor ปรากฏว่า ใบจาน 50 ทะเลาะกับตะเกียบโซ่
ความยาวขาจานนั้น เป็นประเด็นที่ถกเถียงและวิเคราะห์กันมานานแล้วว่า มันจะมีสูตรสำเร็จไหม ? แล้วมันจะมีอะไรที่แตกต่างจนทำให้ต้องใช้คนละสูตร
มาดูการปั่นกันก่อน เสือหมอบนั้น วิธีการปั่นจะเป็นลักษณะปั่นแบบต่อเนื่อง เน้นรอบขาที่ค่อนข้างจะคงที่สำหรับการปั่นในลักษณะปั่นทางไกล ในขณะที่เสือภูเขานั้นลักษณะการออกแบบเขาไม่ได้เอามาให้ปั่นกันในทางเรียบแบบบ้านเราที่นิยมกัน แต่เขาทำมาสำหรับปั่นในทางภูมิประเทศ ต้องมีการหยุด การผ่อน การเร่ง การเพิ่มรอบ ลดรอบอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการปั่นใน Tract คดเคี้ยว
ความยาวของขาจานของเสือภูเขาจึงมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันกับเสือหมอบ เพราะเสือภูเขามีความจำเป็นต้องอาศัยหลักการเป็น"คานดีดคานงัด"ของขาจานมาเกี่ยวข้องมากกว่า เนื่องจากต้องการการผ่อนแรงในช่วงเร่งความเร็ว ( ลองนีกดูว่า เวลาเข้าโค้ง การปั่นเสือภูเขา จะมีช่วงยกบันได กับ ช่วงถีบบันไดสลับกันบ่อยมาก ) และการออกแรงจะคล้ายกับเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงที่รอบต่ำ เพราะไม่มีเวลาไปลากรอบขึ้นไปแบบเสือหมอบที่เน้นวิธีการปั่นในลักษณะเครื่องยนต์แรงบิดสูงที่รอบสูง ( พูดให้เข้าใจง่าย จุดประสงค์จริงๆคือ เสือหมอบปั่นยาวกว่า การใช้รอบสูงกว่าด้วยเกียร์ต่ำกว่าจะลดความบอบช้ำของกล้ามเนื้อได้ดีกว่า , ผิดกับเสือภูเขาที่ปั่นแข่งกันในระยะทางที่สั้นกว่ากัน การเน้นแรงบิดสูงที่รอบขาต่ำกว่า จึงเป็นรูปแบบการปั่นที่แตกต่างกันไป )
จึงมีสูตรสำเร็จในยุคก่อนที่บอกว่า ถ้าปั่นเสือหมอบด้วยขาจานเท่าไร ก็ให้บวกไปอีก 2.5 - 5 mm เมื่อปั่นเสือภูเขา แต่อยากจะบอกว่ามันเป็นสูตรเก่านะครับ พูดกันมาไม่น้อยกว่า 15ปีแล้ว ความเห็นส่วนตัวผมเชื่อเรื่องบวกอีก 2.5 mm แต่ไม่เห็นด้วยกับ 5mm
ขาจานเสือภูเขา 165mm กับ 172.5 mm มีขายนะครับ แต่โคตรจะ Rare Item เลย มีมาตั้งแต่สมัยXTR 8 สปีดแแล้ว โดยเฉพาะ 172.5 mm นั้นมีอยู่ใน catalog ( ส่วน 167.5 นั้น เหมือนกับว่าเคยเห็น , ไม่ยืนยัน เพราะนานแล้วอาจจะจำผิด ) แต่ไม่มีจริงอยู่ในร้านค้าบ้านเรา ผมเคยเจอ 172.5mm ขายมือสองอยู่ครั้งหนึ่งแต่คว้าไม่ทัน
เสือภูเขาส่วนใหญ่มีมุมท่อนั่งที่เอียงลาดกว่าเสือหมอบ เนื่องจากท่าปั่นจะเน้นนั่งในท่าหลัง 45องศา เพื่อให้สามารถย้ายก้นมาด้านหลัง หรือ ขยับไปด้านหน้าเพื่อทำการถ่ายน้ำหนักตัวตลอดเวลาที่ปั่น ( คนปั่นเสือหมอบจึงมักจะไม่ค่อยเข้าใจความสำคัญของการถ่ายน้ำหนักตัวในขณะปั่น เวลาปั่นในทางอันตราย เช่น ลงเขา เข้าโค้ง จึงขาดความคล่องแคล่ว ผิดกับคนที่เคยปั่นเสือภูเขามาก่อน จะสามารถถ่ายน้ำหนักตัวได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้สามารถควบคุมรถได้ง่ายกว่า ) การใช้ขาจานที่ยาวขึ้นอีกนิด ย่อมที่จะช่วยให้กล้ามเนื้อก้นย้อยช่วยstartในจังหวะแรกของการถีบบันไดได้ง่ายกว่า ยอมลดรอบขาในการปั่นลง ( เพราะมันไม่ได้ปั่นทางราบ ) และยอมเสี่ยงการบาดเจ็บของเข่าในช่วงที่งอเข่าสูงบ้าง ( ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการบวก 5mm )
ส่วนตัวแล้ว ผมเคยปั่นเสือภูเขามาทั้ง 175mm และ 170mm บอกเลยว่า"ต่างกันมาก" ทั้งวิธีการออกแรง เกียร์ที่เลือกใช้ และวิธีการปั่น ก่อนจะเลิกปั่นเสือภูเขา ผมใช้ขาจาน 170mm เท่ากับเสือหมอบ ปั่นขึ้นเขา ลงห้วยได้พอสมควร แต่ไม่เคยเอาไปขึ้นเขาโหดๆเหมือนกับสมัยก่อน
เรื่องนี้เป็นปัจจัตตังครับ ต้องลองด้วยตัวเอง
ส่วนตัวแล้ว ผมเลือกปั่นเสือหมอบอย่างเดียว เพราะท่าปั่นที่แตกต่าง Q-factorที่ไม่เท่ากัน ไม่อยากปรับตัวไปๆมาๆครับ ชีวิตมันสับสน
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
UAS
- สมาชิก
- โพสต์: 36
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2013, 19:49
- Tel: 022623321
- Bike: GIANT XTC SLR
Re: เรื่องของขาจาน เสือหมอบกับเสือภูเขา ใช้ทำไมไม่เท่ากัน '
ขอบคุณมากครับอาจารย์ลู แต่ถ้าผมจะเปลื่ยนมาใช้ขาจาน 170
สำหรับเสือภูเขาเพื่อปั่นแต่ทางเรียบอย่างเดียวจะดีกว่าไหมครับ
ถ้ายังอยากปั่นทั้ง 2 แบบ เสือหมอบผมใช้ 170 อยู่
ขาจาน 172.5 สำหรับเสือภูเขาคงหายาก
สำหรับเสือภูเขาเพื่อปั่นแต่ทางเรียบอย่างเดียวจะดีกว่าไหมครับ
ถ้ายังอยากปั่นทั้ง 2 แบบ เสือหมอบผมใช้ 170 อยู่
ขาจาน 172.5 สำหรับเสือภูเขาคงหายาก
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: เรื่องของขาจาน เสือหมอบกับเสือภูเขา ใช้ทำไมไม่เท่ากัน '
เห็นด้วยกับ 170mm มากกว่าครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
UAS
- สมาชิก
- โพสต์: 36
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2013, 19:49
- Tel: 022623321
- Bike: GIANT XTC SLR