
LOOK KEO2MAX Blade
วันนี้มาแกะกล่องของใหม่กันนะครับ เพิ่งมาถึงหมาดๆ ติ่ง Look แบบผมนี่รีบคว้ามาเลยทีเดียว ได้ยินมาว่าออกมาซักพัก ได้โอกาสมาถึงแล้วก็ต้องมาจัดแจงใช้งานกันซักหน่อย ชื่อมันยาวจริงๆครับสำหรับรุ่นนี้ เพราะมันคือการรวมร่างกันระหว่างบันไดเสือหมอบ 2 รุ่น ในสายพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จมายาวนานของ Look ไว้ด้วยกัน
ใช้ฐานคลีทและการออกแบบเบื้องต้นของ KEO
มีจุดเด่นความกว้างและการรองรับแรงกดมากแบบ 2MAX
และมีระบบปรับแรงตึงกับความแบน บางเหมือนกับ BLADE

มันจึงรวมกันกลายเป็น KEO2MAX BLADE นั่นเอง
ในกล่องไม่มีอะไรมากครับ มีบันได ใส่มาในกล่องที่มีคำอธิบายเบื้องต้น ไม่มีคลีทแถมมาให้ แต่คลีทของ Look ตอนนี้ราคาก็ไม่แพงแล้ว คงไม่ได้เป็นปัจจัยให้คิดมากนัก กล่องเนี๊ยบสวยตามไสตล์ แพ็คมาง่ายๆไม่มีอะไรมาก เปิดกล่องคว้าออกมาใส่รถถีบได้เลย

จุดเด่นของ KEO2MAX BLADE คือระบบแรงต้านในการล็อคที่เปลี่ยนจากการใช้ขดสปริงปรับความแน่นแบบตระกูล KEO CLASSIC และ KEO2MAX ปกติ มาเป็นใช้แผ่นคอมโพสิทใส่เอาไว้ด้านล่างดันให้บันไดมีแรงต้านในการล็อค ด้วยระบบแบบนี้ทำให้บันไดออกมามีความแบนและบางมากกว่าเดิม ไม่ต้องมีกลไกสปริงมากมาย และทำให้มีน้ำหนักเบาลงได้ด้วย

ลองเปรียบเทียบหน้าตาบันได 3 รุ่นของตระกูลนี้กัน (จริงๆต้องมีอักซักตัวคือพี่ใหญ่สาย Blade) จากขวาบนคือ KEO CLASSIC เป็นรุ่นที่ถือว่าเป็นต้นตำรับของตระกูลนี้ก็ว่าได้ เป็นที่โด่งดังในช่วง 2004-08 ด้วยการออกแบบที่เรียบง่าย มีน้ำหนักเบาเป็นจุดเด่น ในยุคนั้นเฟื่องฟูถึงกับเกิดพี่น้องร่วมตระกูลหลายสายเช่น KEO SPRINT, KEO Carbon

ตัวกลางคือ KEO2MAX ที่ถูกพัฒนามาช่วงหลังจากนั้น ด้วยฐานการเหยียบที่กว้าง ทั้งนี้เพราะปัญหาเดิมของรุ่นก่อน บันได Look มีการเหยียบที่แคบกว่าคู่แข่ง มีการส่งกำลังที่ด้อยกว่า มีดีที่ล็อคแน่นและน้ำหนักเบา จึงเกิดรุ่นต่อมาดังที่เห็น ตัวบันไดกว้างกว่าชัดเจน และปรับแรงตึงของสปริงสูงสุดได้เท่ากับรุ่นท็อปของสาย KEO ซึ่งก็คือ KEO SPRINT ตัวท็อปของรุ่นนี้ใช้แกนไทเทเนียม น้ำหนักเบา ตัวบอดี้เป็นสังเคราะห์และคอมโพสิท

ส่วนรุ่นล่าสุดที่เราจะนำมาดูกันครั้งนี้ พัฒนาให้น้ำหนักเบาลงไปอีก และมีการเหยียบที่กว้างขึ้นไปอีก ในรูปทรงและวัสดุของรุ่นก่อนหน้า ดูแลรักษาง่าย กว้างเท่าไหร่ วัดจริงเท่าไหร่ ใช้งานอย่างไร และรื้อระบบภายในมาดูกันหลังจากนี้นะครับ จัดการใช้งานกันให้เต็มที่ จนถึงระยะเวลาต้องดูแลกัน มาดูกันว่าถ้าล้างน้ำบ่อยๆ จะเอาอยู๋แค่ไหน และดูแลกันได้ง่ายหรือยากอย่างไรบ้าง

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ต้องรอครับ น้ำหนักมันเห็นกันจะๆอยู๋แล้ว ลองจับ 3 รุ่นนี้มาชั่งกันดู ทั้งสามรุ่นเป็นรุ่น "ยอดนิยม" ในสมัยของตนเอง แน่นอนครับว่าถ้าเอา KEO CARBON Ti มาชั่ง น้ำหนักมันเบายิ่งกว่าบันไดไฮเอ็นด์สมัยนี้ด้วยซ้ำ แต่มาดูกันครับว่าระดับกลางๆของสามช่วงวัย เทียบกันอย่างไร

ตัวนี้ของรุ่นสอง ซึ่งสมัยนั้นฮือฮานะครับ เพราะมันใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น บึกบึนขึ้น แต่น้ำหนักกลับลดลงมาข้างละเกือบ 10 กรัม เบาบี้บันไดไฮเอ็นด์กันไปอีกรอบ

รุ่นล่าสุดของสายนี้ เบาลงไปอีกแล้ว ชั่งจริงเบากว่าน้ำหนักเคลมเสียอีก (เคลมไว้ 128g จริงๆไม่มีอะไรหรอกครับ จารบีมันแห้งก็เบาลงแล้ว)
มาดูสรรพคุณกันพอสังเขป กว้างๆ กันแล้ว ประกอบใส่รถ ไปลองปั่นกันซักพัก แล้วเรากลับมาดูกันนะครับว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง เดี๋ยวผมจะลองใส่บันไดสองข้างคนละรุ่น ปั่นดูว่าที่กว้างขึ้นมา มันรู้สึกอย่างไรบ้าง เรามาลองดูกันว่าแรงตึงระดับที่มามาตรฐานกับบันไดใหม่ จะเทียบกับแรงตึงของสปริงรุ่นเก่าเป็นอย่างไร
ติดตามชมในโอกาสต่อไปครับ
[homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 508961.jpg[/homeimg]