เรื่องเก่าอยากเอามาเล่าใหม่ ชื่อทริปว่า ปั่นทะลุเมฆ '
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- Chalermchai-S
- สมาชิก
- โพสต์: 37
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2014, 08:39
- Tel: 0827-219219
- team: 6 A.M. Suphanburi
- Bike: Trek Madone 2.1
เรื่องเก่าอยากเอามาเล่าใหม่ ชื่อทริปว่า ปั่นทะลุเมฆ '
ทริปนี้มันผ่านมานานแล้วละครับ แต่ผมอยากเอามาเล่าให้ฟังอีกครั้ง
ย้อนหลังไปหลายเดือนก่อน ทางกลุ่ม Endomondo นั้นได้จัดทริป+งานกิจกรรมแข่งขึ้นมา ชื่อทริปว่า ปั่นทะลุเมฆ
ครับ ปั่นทะลุเมฆ ชื่อบอกแล้วว่าเราต้องขึ้นที่สูงกัน ทริปนี้ไปกันที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยจุดหมายของทริปนั้นอยู่ที่ ยอดภูทับเบิก โดยเริ่มจากแถวๆหล่มเก่า ที่รีสอร์ทแห่งนึง ครับเริ่มเลยดีกว่า
แม้มันจะผ่านมานานหลายเดือนแล้วก็ตาม แต่ภาพความประทับใจต่างๆ ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอ มาเริ่มกัน
เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อช่วงเดือน กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผมได้ไปร่วมทริป "ปั่นทะลุเมฆ" ของ Endomondo เป็นครั้งแรกของผมที่ได้มาทำกิจกรรมกับทาง Endomondo เป็นการปั่นขึ้นภูทับเบิก โดยมีการชั่งน้ำหนักก่อนการชก เอร้ย ก่อนการปั่นครับ และมีการจับเวลากันด้วย โดยทางทีมงานจะนำเวลาและน้ำหนักมาคำนวนเป็นคะแนนครับ ทริปนี้ผมได้ไปกับกลุ่ม โดยเราออกเดินทางกันวันเสาร์ที่ 4 พอไปถึงอำเภอหล่มเก่าสัก 1-2 ทุ่ม เราก็รีบเข้าไป Check in หลักจากนั้นก็ออกมาหาอะไรกินกันเรียบร้อยก็เข้าพักผ่อนกัน โดยเราต้องรีบนอนให้เร็วครับ เพราะเช้าเราต้องตื่นมาเจอกับศึกหนักแต่เช้า
การที่เราจะมาปั่นขึ้นเขานี่ก็ต้องเซ็ทรถมาให้เหมาะสมด้วยครับ ไม่เซ็ทให้แฮนด์นั้นต่ำมากเกินไป เอาเบาะลงจากที่ปั่นปกติลงนิดนึง และที่สำคัญคือการเลือกล้อครับ ล้อสำหรับทริปนี้ผมเลือกใช้เจ้า Visp ขอบ 38 หน้า-หลัง ครับ ซึ่งผลจะเป็นอย่างไรเดียวมาติดตามกันครับ
มาถึงเช้าวันที่ 5 ตื่นเช้ามาพบกับอากาศที่สดชื่น พวกเราจัดแจงตระเตรียมรถให้เรียบร้อยพร้อมที่จะออกเดินทาง
[align=center][/align]
[align=center]เมื่อการเซ็ทรถตรวจลมยางเรียบร้อยก็ไปกันครับ[/align]
[align=center][/align]
ทริปนี้ค่อนข้างโหดสำหรับผม แต่ก็ได้เซ็ทรถมาให้พร้อมกับขึ้นเขา โดยผมใช้ เสือหมอบ TREK Madone 5.9 โดยเลือกใช้ล้อ ฟลูคาร์บอนขอบ 38 ของ Visp ซึ่งเป็นล้อที่ผมใช้งานทางเรียบอยู๋ประจำ เป็นล้อที่เรียกว่าผมปั่นทางเรียบอยู่ในกลุ่มเป็นประจำ ตอนแรกผมก็ตั้งใจจะหาล้อขอบเตี้ยมาใส่ขึ้น แต่รุ่นน้องในกลุ่มบอกว่าไม่ต้องหรอกพี่ ขึ้นได้ ผมก็เลยถือโอกาสขอลองล้อไปเลยล่ะกัน และก็มาถึงตอน 6 โมงเช้า เวลานัดหมายของสมาชิกทุกคน ไม่เกิน 6 โมงครึ่ง ก็ได้ปล่อยตัว โรลลิ่งออกจากที่พักกัน โดยใช้เส้นทาง หล่มสัก-เขาค้อ เป็นเส้นทางตัดใหม่
ก็มีทางเนิน ขึ้น-ลง เรียกเหงื่อกันตั้งแต่เช้า
[align=center][/align]
เส้นทางมีสลับๆทั้งขึ้นเนินเขา และมีลงเขายาวๆ ประมาณสัก 2-3 กิโลได้ ซึ่งทางลงเขาช่วงนี้ ต้องบอกเลยว่า เจ้าล้อ Visp คู่นี้ตอบสนองผมได้ดีมาก ผมสามารถไหลลงมาที่ความเร็วเกือบ 70 กม./ชม. โดยที่ล้อนั้นไม่เกิดอาการแกว่ง ถึงจะมีลมด้านข้างมาตัด ล้อแหวกลมได้ดี ขอบเบรคนั้น ไม่มีปัญหาเลยเรื่องความร้อนเวลาตอนเบรคช่วงลงเขา ทำให้ผมคอนโทรลรถได้ง่าย มากันเรื่อยๆ จนถึงจุดรวมตัวกันก่อนจะจับเวลาเพื่อขึ้นทับเบิก
[align=center][/align]
[align=center][/align]
ย้อนหลังไปหลายเดือนก่อน ทางกลุ่ม Endomondo นั้นได้จัดทริป+งานกิจกรรมแข่งขึ้นมา ชื่อทริปว่า ปั่นทะลุเมฆ
ครับ ปั่นทะลุเมฆ ชื่อบอกแล้วว่าเราต้องขึ้นที่สูงกัน ทริปนี้ไปกันที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยจุดหมายของทริปนั้นอยู่ที่ ยอดภูทับเบิก โดยเริ่มจากแถวๆหล่มเก่า ที่รีสอร์ทแห่งนึง ครับเริ่มเลยดีกว่า
แม้มันจะผ่านมานานหลายเดือนแล้วก็ตาม แต่ภาพความประทับใจต่างๆ ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอ มาเริ่มกัน
เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อช่วงเดือน กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผมได้ไปร่วมทริป "ปั่นทะลุเมฆ" ของ Endomondo เป็นครั้งแรกของผมที่ได้มาทำกิจกรรมกับทาง Endomondo เป็นการปั่นขึ้นภูทับเบิก โดยมีการชั่งน้ำหนักก่อนการชก เอร้ย ก่อนการปั่นครับ และมีการจับเวลากันด้วย โดยทางทีมงานจะนำเวลาและน้ำหนักมาคำนวนเป็นคะแนนครับ ทริปนี้ผมได้ไปกับกลุ่ม โดยเราออกเดินทางกันวันเสาร์ที่ 4 พอไปถึงอำเภอหล่มเก่าสัก 1-2 ทุ่ม เราก็รีบเข้าไป Check in หลักจากนั้นก็ออกมาหาอะไรกินกันเรียบร้อยก็เข้าพักผ่อนกัน โดยเราต้องรีบนอนให้เร็วครับ เพราะเช้าเราต้องตื่นมาเจอกับศึกหนักแต่เช้า
การที่เราจะมาปั่นขึ้นเขานี่ก็ต้องเซ็ทรถมาให้เหมาะสมด้วยครับ ไม่เซ็ทให้แฮนด์นั้นต่ำมากเกินไป เอาเบาะลงจากที่ปั่นปกติลงนิดนึง และที่สำคัญคือการเลือกล้อครับ ล้อสำหรับทริปนี้ผมเลือกใช้เจ้า Visp ขอบ 38 หน้า-หลัง ครับ ซึ่งผลจะเป็นอย่างไรเดียวมาติดตามกันครับ
มาถึงเช้าวันที่ 5 ตื่นเช้ามาพบกับอากาศที่สดชื่น พวกเราจัดแจงตระเตรียมรถให้เรียบร้อยพร้อมที่จะออกเดินทาง
[align=center][/align]
[align=center]เมื่อการเซ็ทรถตรวจลมยางเรียบร้อยก็ไปกันครับ[/align]
[align=center][/align]
ทริปนี้ค่อนข้างโหดสำหรับผม แต่ก็ได้เซ็ทรถมาให้พร้อมกับขึ้นเขา โดยผมใช้ เสือหมอบ TREK Madone 5.9 โดยเลือกใช้ล้อ ฟลูคาร์บอนขอบ 38 ของ Visp ซึ่งเป็นล้อที่ผมใช้งานทางเรียบอยู๋ประจำ เป็นล้อที่เรียกว่าผมปั่นทางเรียบอยู่ในกลุ่มเป็นประจำ ตอนแรกผมก็ตั้งใจจะหาล้อขอบเตี้ยมาใส่ขึ้น แต่รุ่นน้องในกลุ่มบอกว่าไม่ต้องหรอกพี่ ขึ้นได้ ผมก็เลยถือโอกาสขอลองล้อไปเลยล่ะกัน และก็มาถึงตอน 6 โมงเช้า เวลานัดหมายของสมาชิกทุกคน ไม่เกิน 6 โมงครึ่ง ก็ได้ปล่อยตัว โรลลิ่งออกจากที่พักกัน โดยใช้เส้นทาง หล่มสัก-เขาค้อ เป็นเส้นทางตัดใหม่
ก็มีทางเนิน ขึ้น-ลง เรียกเหงื่อกันตั้งแต่เช้า
[align=center][/align]
เส้นทางมีสลับๆทั้งขึ้นเนินเขา และมีลงเขายาวๆ ประมาณสัก 2-3 กิโลได้ ซึ่งทางลงเขาช่วงนี้ ต้องบอกเลยว่า เจ้าล้อ Visp คู่นี้ตอบสนองผมได้ดีมาก ผมสามารถไหลลงมาที่ความเร็วเกือบ 70 กม./ชม. โดยที่ล้อนั้นไม่เกิดอาการแกว่ง ถึงจะมีลมด้านข้างมาตัด ล้อแหวกลมได้ดี ขอบเบรคนั้น ไม่มีปัญหาเลยเรื่องความร้อนเวลาตอนเบรคช่วงลงเขา ทำให้ผมคอนโทรลรถได้ง่าย มากันเรื่อยๆ จนถึงจุดรวมตัวกันก่อนจะจับเวลาเพื่อขึ้นทับเบิก
[align=center][/align]
[align=center][/align]
- Chalermchai-S
- สมาชิก
- โพสต์: 37
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2014, 08:39
- Tel: 0827-219219
- team: 6 A.M. Suphanburi
- Bike: Trek Madone 2.1
Re: เรื่องเก่าอยากเอามาเล่าใหม่
มาถึงจุดจับเวลา เป็นปั้มน้ำมันสุดท้ายก่อนเลี้ยวขึ้นภูทับเบิก ทุกๆคนก็อัดอาหาร น้ำ ขนม เจล กันเรียกว่าเต็มที่ครับ
[align=center][/align]
พอได้เวลา 8.15น. ถือเป็นเวลาปล่อยตัวกลาง นักปั่นกลุ่มแรกก็ออกตัวกันอย่างไม่ได้เบา มุ่งหน้าสู่ยอดภูทับเบิก ผมเองก็เริ่มออกตามกลุ่มแรกมาเรื่อยๆ
( แต่โดนคนอื่นๆค่อยแซงไป ) ไม่ได้เร่งรีบที่จะทำความเร็ว ค่อยๆไต่ขึ้นไป ความชันของทางนั้นก็เริ่มเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ก็มีทั้งคนที่แซงผมไป และคนที่ผมนั้นแซงเค้าเหมือนๆกัน สำหรับตัวผมนั้นเวลาปั่นขึ้นเขานั้น เราไม่ต้องเน้นไม่ต้องเร่งตามคนอื่นเลยครับ เราควรไปตามรอบเรา ไปตามจังหวะของเราเรื่อยๆ ใครจะแซง ใครจะหวด ให้ขึ้นไปก่อนเลยครับ เราควรยึดรอบขาของตัวเราเองเป็นหลัก ผมไม่เน้นแข่งกับใคร ต้องแข่งกับตัวเองพอ ช่วงต้นๆนี่เจ้าล้อ Visp นี้ยังไม่ได้แสดงประสิทธิภาพเท่าใดนัก ก็สารมารถไปตามรอบขาผมได้ดี
[align=center][/align]
[align=center][/align]
ผมก็ค่อยๆปั่นมาเรื่อยๆ จากเริ่มแค่เป็นเนินชันๆ จนมาเริ่มเข้าทางขึ้นเขาที่ชัน และยังมีโค้งพับๆ ให้เราได้ไต่กัน ผมก็ไต่มาเรื่อยๆ เริ่มเข้ารอบขาของตัวเองได้ ล้อ Visp แสดงประสิทธิภาพออกมาได้ดีเลยครับ รู้สึกว่าล้อนั้นลื่น และเบา แล้วยังสติฟมากอีกด้วย ทำให้สูญเสียแรงที่ส่งไปน้อยมาก
จนผ่านจุดให้น้ำแรก ผมเริ่มเหมือนมีกำลัง ค่อยๆเก็บคนที่ออกมาหน้ามาทีละ 1-2 คน ช่วงนี้เห็นถึงความลื่นของเจ้าล้อ Visp เด่นชัด รู้สึกประหยัดแรงได้เยอะเลย และตัวล้อมีความสติฟ สามารถยืนโยกได้โดยไม่เกิดอาการย๊วยให้รู้สึก แต่หลังจากผ่านจุดให้น้ำจุดที่ 1 มาไม่ไกลตัวผมเองนั้นเนื่องจากไม่ได้ซ้อมทางเขาเป็นประจำจึงมีอาการของหัวใจเต้นเกินอยู่บ้างก็มีการจอดพักสักหน่อยแล้วก็ปั่นต่อ ก็มาเรื่อยๆครับ คราวนี้เราก็ไม่เร่ง มาตามรอบขาเรื่อยๆ ซึ่งช่วงนี้เจอแต่โค้งครับ แล้วพับทุกโค้งด้วย การปั่นนั้นยากพอสมควร เพราะเราจะตัดโค้งไม่ได้ด้วย เนื่องจากไม่ได้ปิดถนน มีรถสวนลงมาเป็นระยะๆ ปั่นมาสักพักก็มาผ่านหมู่บ้าน หมู่บ้านนึงครับ เด็กๆบนนั้นเห็นนักปั่นจักรยานก็ส่งเสียงเชียร์กันใหญ่ และยังมีพี่ผู้ชายอีกคน แกยืนคอยนับคนที่ปั่นป่านแกไป ตอนที่ผมผ่านแกยังพูดออกมาว่า คนที่ 16 ผมนี่ยังนึกดีใจมีคนมานับอันดับให้ด้วย จากสภาพเส้นทาง ( ดูตามรูปเลยครับ ) ที่เรียกว่าโหดมาก มาจนถึงจุดให้น้ำที่ 2 ผมเองตัดสินใจจอดอีกครั้งครับแม้จะเหลืออีกแค่ 2 กิโล สุดท้าย แต่เรียกได้เลยว่าทุกๆอย่างมันหนักไปหมด 555+ พักได้ไม่นานก็ออกลุยกันต่อ
[align=center][/align]
[align=center][/align]
[align=center][/align]
พอได้เวลา 8.15น. ถือเป็นเวลาปล่อยตัวกลาง นักปั่นกลุ่มแรกก็ออกตัวกันอย่างไม่ได้เบา มุ่งหน้าสู่ยอดภูทับเบิก ผมเองก็เริ่มออกตามกลุ่มแรกมาเรื่อยๆ
( แต่โดนคนอื่นๆค่อยแซงไป ) ไม่ได้เร่งรีบที่จะทำความเร็ว ค่อยๆไต่ขึ้นไป ความชันของทางนั้นก็เริ่มเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ก็มีทั้งคนที่แซงผมไป และคนที่ผมนั้นแซงเค้าเหมือนๆกัน สำหรับตัวผมนั้นเวลาปั่นขึ้นเขานั้น เราไม่ต้องเน้นไม่ต้องเร่งตามคนอื่นเลยครับ เราควรไปตามรอบเรา ไปตามจังหวะของเราเรื่อยๆ ใครจะแซง ใครจะหวด ให้ขึ้นไปก่อนเลยครับ เราควรยึดรอบขาของตัวเราเองเป็นหลัก ผมไม่เน้นแข่งกับใคร ต้องแข่งกับตัวเองพอ ช่วงต้นๆนี่เจ้าล้อ Visp นี้ยังไม่ได้แสดงประสิทธิภาพเท่าใดนัก ก็สารมารถไปตามรอบขาผมได้ดี
[align=center][/align]
[align=center][/align]
ผมก็ค่อยๆปั่นมาเรื่อยๆ จากเริ่มแค่เป็นเนินชันๆ จนมาเริ่มเข้าทางขึ้นเขาที่ชัน และยังมีโค้งพับๆ ให้เราได้ไต่กัน ผมก็ไต่มาเรื่อยๆ เริ่มเข้ารอบขาของตัวเองได้ ล้อ Visp แสดงประสิทธิภาพออกมาได้ดีเลยครับ รู้สึกว่าล้อนั้นลื่น และเบา แล้วยังสติฟมากอีกด้วย ทำให้สูญเสียแรงที่ส่งไปน้อยมาก
จนผ่านจุดให้น้ำแรก ผมเริ่มเหมือนมีกำลัง ค่อยๆเก็บคนที่ออกมาหน้ามาทีละ 1-2 คน ช่วงนี้เห็นถึงความลื่นของเจ้าล้อ Visp เด่นชัด รู้สึกประหยัดแรงได้เยอะเลย และตัวล้อมีความสติฟ สามารถยืนโยกได้โดยไม่เกิดอาการย๊วยให้รู้สึก แต่หลังจากผ่านจุดให้น้ำจุดที่ 1 มาไม่ไกลตัวผมเองนั้นเนื่องจากไม่ได้ซ้อมทางเขาเป็นประจำจึงมีอาการของหัวใจเต้นเกินอยู่บ้างก็มีการจอดพักสักหน่อยแล้วก็ปั่นต่อ ก็มาเรื่อยๆครับ คราวนี้เราก็ไม่เร่ง มาตามรอบขาเรื่อยๆ ซึ่งช่วงนี้เจอแต่โค้งครับ แล้วพับทุกโค้งด้วย การปั่นนั้นยากพอสมควร เพราะเราจะตัดโค้งไม่ได้ด้วย เนื่องจากไม่ได้ปิดถนน มีรถสวนลงมาเป็นระยะๆ ปั่นมาสักพักก็มาผ่านหมู่บ้าน หมู่บ้านนึงครับ เด็กๆบนนั้นเห็นนักปั่นจักรยานก็ส่งเสียงเชียร์กันใหญ่ และยังมีพี่ผู้ชายอีกคน แกยืนคอยนับคนที่ปั่นป่านแกไป ตอนที่ผมผ่านแกยังพูดออกมาว่า คนที่ 16 ผมนี่ยังนึกดีใจมีคนมานับอันดับให้ด้วย จากสภาพเส้นทาง ( ดูตามรูปเลยครับ ) ที่เรียกว่าโหดมาก มาจนถึงจุดให้น้ำที่ 2 ผมเองตัดสินใจจอดอีกครั้งครับแม้จะเหลืออีกแค่ 2 กิโล สุดท้าย แต่เรียกได้เลยว่าทุกๆอย่างมันหนักไปหมด 555+ พักได้ไม่นานก็ออกลุยกันต่อ
[align=center][/align]
[align=center][/align]
- Chalermchai-S
- สมาชิก
- โพสต์: 37
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2014, 08:39
- Tel: 0827-219219
- team: 6 A.M. Suphanburi
- Bike: Trek Madone 2.1
Re: เรื่องเก่าอยากเอามาเล่าใหม่
แต่แล้วผมก็ขึ้นมาจนถึงยอดภูทับเบิกได้เรียบร้อย ใช้เวลาไปทั้งสิ้น 2 ชม. 13 นาที เรียกว่ายังอยู่ในกลุ่มแรกๆอยู่ครับ
เส้นทางทริปนี้จากจุดสตาร์ท-จนมาถึงภูทับเบิก รวมทั้งทริประยะทาง 55 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางชุ่มช่ำไปด้วย ธรรมชาติที่งดงาม และเส้นทางที่โหด และท้าทายในการขึ้นภูทับเบิก โดยเฉพาะที่ขึ้นอย่างเดียวนั้น 18 กิโลเมตร เป็นทางขึ้น แบบเรียกว่าขึ้นอย่างเดียว+กับโค้งที่พับกลับไป กลับมา ให้ได้พิสูจน์ความอดทน ความแข็งแกร่ง ของทั้งร่างกายเรา ตัวรถจักรยาน และอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะล้อครับ งานนี้ผมบอกเลย " ล้อดี มีชัยไปกว่าครึ่ง "
[align=center][/align]
[align=center][/align]
จบทริปด้วยความประทับใจ ทั้งทีมงาน Endomondo ที่จัดงานได้ดีมาก ประทับใจเส้นทางที่สวยงาม และโหดมาก และประทับใจกับเพื่อนๆร่วมทริปทุกๆคนครับ
งานนนี้ต้องยกความดีให้ เจ้าล้อ Visp ที่ผมเลือกมาใช้ครั้งนี ซึ่งผมรู้สึกได้เลยว่าล้อตัวนี้ลื่นมาก ตอนกดขึ้นเขานี่ผมช่วยได้เยอะเลย แล้วตอนลงเขายาวๆก็ไหลได้ดีมาก สรุปผมว่าล้อคาร์บอนที่ดีไม่จำเป็นต้อง ราคา 4-5 หมื่นครับ อย่างเจ้าล้อ Visp คู่นี้ราคา 2 หมื่นต้นๆ
แต่ประสิทธิภาพนั้นคุ้มเกินราคาครับ
[align=center][/align]
ปอลิง : ตอนนั้นสติ๊กเกอร์ที่ล้อผมมันลอก ผมเลยลอกออกให้หมดเลย ชุดล้อใช้ของ Visp แน่นอนครับ ใช้จริง พิสูจน์จริง ปั่นจริง ดีจริง จึงมาบอกต่อ
***ขออนุญาต เจ้าของภาพจาก เพจ Endomondo TH ด้วยครับ
เส้นทางทริปนี้จากจุดสตาร์ท-จนมาถึงภูทับเบิก รวมทั้งทริประยะทาง 55 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางชุ่มช่ำไปด้วย ธรรมชาติที่งดงาม และเส้นทางที่โหด และท้าทายในการขึ้นภูทับเบิก โดยเฉพาะที่ขึ้นอย่างเดียวนั้น 18 กิโลเมตร เป็นทางขึ้น แบบเรียกว่าขึ้นอย่างเดียว+กับโค้งที่พับกลับไป กลับมา ให้ได้พิสูจน์ความอดทน ความแข็งแกร่ง ของทั้งร่างกายเรา ตัวรถจักรยาน และอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะล้อครับ งานนี้ผมบอกเลย " ล้อดี มีชัยไปกว่าครึ่ง "
[align=center][/align]
[align=center][/align]
จบทริปด้วยความประทับใจ ทั้งทีมงาน Endomondo ที่จัดงานได้ดีมาก ประทับใจเส้นทางที่สวยงาม และโหดมาก และประทับใจกับเพื่อนๆร่วมทริปทุกๆคนครับ
งานนนี้ต้องยกความดีให้ เจ้าล้อ Visp ที่ผมเลือกมาใช้ครั้งนี ซึ่งผมรู้สึกได้เลยว่าล้อตัวนี้ลื่นมาก ตอนกดขึ้นเขานี่ผมช่วยได้เยอะเลย แล้วตอนลงเขายาวๆก็ไหลได้ดีมาก สรุปผมว่าล้อคาร์บอนที่ดีไม่จำเป็นต้อง ราคา 4-5 หมื่นครับ อย่างเจ้าล้อ Visp คู่นี้ราคา 2 หมื่นต้นๆ
แต่ประสิทธิภาพนั้นคุ้มเกินราคาครับ
[align=center][/align]
ปอลิง : ตอนนั้นสติ๊กเกอร์ที่ล้อผมมันลอก ผมเลยลอกออกให้หมดเลย ชุดล้อใช้ของ Visp แน่นอนครับ ใช้จริง พิสูจน์จริง ปั่นจริง ดีจริง จึงมาบอกต่อ
***ขออนุญาต เจ้าของภาพจาก เพจ Endomondo TH ด้วยครับ
-
at10
- ขาประจำ
- โพสต์: 279
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ธ.ค. 2011, 10:04
- Tel: 0894885709
- team: KMCT POWER GREEN
- Bike: BIANCHI INFINITO
- ตำแหน่ง: 169 หมู่2 ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง 21120
Re: เรื่องเก่าอยากเอามาเล่าใหม่ ชื่อทริปว่า ปั่นทะลุเมฆ '
รีวิวล้อรถหรือครับข้อมูลเรื่องเส้นทางขึ้นทับเบิกน้อยกว่าข้อมูลล้อรถอีก
-
khantaseree
- สมาชิก
- โพสต์: 65
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.ค. 2014, 09:28
Re: เรื่องเก่าอยากเอามาเล่าใหม่ ชื่อทริปว่า ปั่นทะลุเมฆ '
ยอดเยี่ยมครับ อยากจะไปบ้างสักครัง
- paisk8
- ขาประจำ
- โพสต์: 192
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2013, 07:17
- Bike: Trek 4.3 SRAM Force22 Campaqnolo Eurus
Re: เรื่องเก่าอยากเอามาเล่าใหม่ ชื่อทริปว่า ปั่นทะลุเมฆ '
+1at10 เขียน:รีวิวล้อรถหรือครับข้อมูลเรื่องเส้นทางขึ้นทับเบิกน้อยกว่าข้อมูลล้อรถอีก
-
j.angkeeros
- สมาชิก
- โพสต์: 97
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ธ.ค. 2013, 16:07
- team: Speed Monkey
- ตำแหน่ง: Bangkok
- ติดต่อ:
- Titti
- ขาประจำ
- โพสต์: 317
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ค. 2011, 19:08
- Tel: 0816596564
- Bike: Canyon
- ติดต่อ:
Re: เรื่องเก่าอยากเอามาเล่าใหม่ ชื่อทริปว่า ปั่นทะลุเมฆ '
กระทู้โฆษณาล้อมั้ง
- Bkkbikelove
- ขาประจำ
- โพสต์: 989
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2008, 12:30
- Tel: 089xxxxxxx
- Bike: Thorn Raven, Principia, GT Grade carbon
Re: เรื่องเก่าอยากเอามาเล่าใหม่ ชื่อทริปว่า ปั่นทะลุเมฆ '
จะรีวิวล้อ หรือรีวิวทริปเลือกเอาสักอย่างครับ
-
dmesg
- ขาประจำ
- โพสต์: 1305
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ย. 2011, 10:20
- Bike: Cannondale Supersix
Re: เรื่องเก่าอยากเอามาเล่าใหม่ ชื่อทริปว่า ปั่นทะลุเมฆ '
จริงๆตั้งโพสว่ารีวิวล้อเลยก็ได้ครับ ไม่ว่ากันเพราะทำได้อยู่แล้ว
-
ลมรำเพย
- ขาประจำ
- โพสต์: 3382
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 21:18
- ติดต่อ:
Re: เรื่องเก่าอยากเอามาเล่าใหม่ ชื่อทริปว่า ปั่นทะลุเมฆ '
ก็ยังว่า...Bkkbikelove เขียน:จะรีวิวล้อ หรือรีวิวทริปเลือกเอาสักอย่างครับ
ปั่นให้เป็น เย็นเรื่อยไป อย่าให้ใครแซง....
- sarif2com
- สมาชิก
- โพสต์: 17
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2013, 09:32
- team: DSY Bike
- Bike: TREK, Tcr slr
Re: เรื่องเก่าอยากเอามาเล่าใหม่ ชื่อทริปว่า ปั่นทะลุเมฆ '
รีวิวได้ดีมากๆเลยคับ
- wheeler 168
- ขาประจำ
- โพสต์: 467
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:10
- team: ไม่แน่นอน
- Bike: Trek Emonda SL
Re: เรื่องเก่าอยากเอามาเล่าใหม่ ชื่อทริปว่า ปั่นทะลุเมฆ '
จั่วหัวมาดี แต่กลับเป็นรีวิวล้อ

Haven't you got talent ?
Name plate ultegra 6700 ข้างซ้าย
สนใจติดต่อได้ครับ
Name plate ultegra 6700 ข้างซ้าย
สนใจติดต่อได้ครับ