อยากลองรถ Aero ดูบ้าง น่าจะพอได้ไหมคะ ? ต้องปรับตัวอะไรมากรึเปล่า
แล้วจะทำความเร็วบ้างได้ไหมอ่ะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
ขอบคุณมากค่ะลิงกังปั่นหมอบ เขียน:คุณ จขกท ผมมีคำแนะนำครับ สำหรับเรื่องรถไตรกีฬา
ถ้าคุณอยากรู้ว่ารถสไตล์แข่งไตรกีฬา ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะเป็นรถติด Aero Bar เฟรมจะเป็นแบบ Time Trial หรือไม่ก็ Aero
ถ้าอยากทราบว่า เปลี่ยนสไตล์มาขับรถแนวไตรแล้วมันจะเป็นยังไง ให้ลองทำตามนี้ดูนะครับ
ปรับเบาะสูงขึ้นเล็กน้อย (อย่าลืม mark ไว้ด้วยว่าของเดิมสูงเท่าไร เดี๋ยวจะวุ่น) แล้วก็ตอนที่คุณนั่งเสือหมอบตามปกติ คุณนั่งอย่างไง ให้ ขยับก้นมาปลายจมูกเบาะ ไม่ต้องกลัวหักครับ แล้วก็ไม่ต้องกลัวเจ็บด้วย เพราะมันไม่เจ็บ กางเกงจักรยานมีเบาะรองนั่งติดอยู่ที่ก้น นั่งยังไงก็ไม่เจ็บ นั่งลงไปตรงจมูกเลยครับ เอาให้ปลายเบาะมันทิ่มก้นนั้นแหละ แล้วจากนั้นเอาปลายแขนสองข้างวางพาดลงไปบน Top Bar ครับ (ตำแหน่งที่คุณจับ Bar ตรงแบบเสือภูเขานั้นแหละ)
คุณจะรู้สึกว่าตัวเองได้แปลงสภาพเป็นมนุษย์กุ้ง ไม่ต้องอาย เพราะใคร ๆ เขาก็นั่งท่านี้ทั้งนั้น เพื่อความ Aerodynamic คุณลองปั่นแนวนี้ให้ได้สัก 1 ชั่วโมงดูครับ
ส่วนเรื่องเปลี่ยนจากรถ Endurance มาเป็นแนว Aero เฟรม ต้องขอเตือนกันนิดนึง เฟรม Aero ค่อนข้าง "ติดไข่" ขนาดว่าผมตัวไม่เตี้ย ขาไม่สั้นกุด ขี่รถไซส์กลาง ๆ พอไปลองจับ Aero ต้องตกใจกับท่อนอนที่มันสูงเวอร์ ต้องลดขนาดลงไปอีก 1-2 ไซส์เลยทีเดียว ถึงจะขี่ได้แบบถนัด
ผมมองว่าถ้าคุณ จขกท เป็นผู้หญิง แล้วตัวเล็ก (อันนี้ผมขออนุญาตเสียมารยาท "เดา" เอาเองนะครับ) อาจจะลำบากเวลาเลือกเฟรมให้ถูกไซส์ ถ้าเดิมขี่รถไซส์เล็กอยู่แล้ว อาจจะไม่ค่อยมีไซส์ที่เหมาะกับผู้หญิงเลยก็ได้ ยังไงก็ขอให้ลองที่ร้านก่อนชื้อเป็นอันขาดครับ
ส่วนเปลี่ยนจาก Endurance มาเป็น Aero ต้องปรับตัวอะไรมั้ย? ก็ไม่ต้องทำอะไรกับมันมากครับ ถ้า จขกท ยังชอบขี่สไตล์สบาย ๆ เฟรม Aero ก็ยังคงสามารถปรับให้ขี่สบาย ๆ ได้อยู่ ไม่ต้องกลัวว่าจะขี่ไม่ได้ครับ แต่ถ้าไหน ๆ ชื้อ Aero แล้วจะใช้ประโยชน์ Aero จขกท อาจจะต้องปรับตัวยกชุดกันหน่อย จขกท จะต้องก้มมากขึ้นเพราะรถ Aero ถูกออกแบบมาให้ลู่ลม "ก็ต่อเมื่อ คนขี่นั่งท่าลู่ลม ถูกจริต"
ถ้า จขกท ไม่ต้องการนั่งคดตัวเป็นมนุษย์กุ้ง ผมเกรงว่าจะเสียเงินเปล่าครับ ยกเว้นแต่ว่า ชอบ สวย ถูกใจ จัดเลยครับเงินเราซะอย่างฮะ
ขอบคุณมากค่าbiggysmall เขียน:จริงๆไม่ต้องปรับอะไรมากหรอกครับ
มีแค่เรื่องก้ม ที่อาจจะก้มเยอะขึ้นเพราะรถ aero ท่อคอมันจะต่ำกว่ารถแนว endurance
ส่วนเรื่องทำความเร็วอยู่ที่แรงครับ อิอิ
แพงเนาะ 55+TJA เขียน:ถ้าจะเล่นไตร ก็งอกรถไตรอีกคันเลยดีกว่าครับ
จริงค่ะ เป็นห่วงเรื่องเขาอยู่เหมือนกัน จขกท ก็ยังไม่แข็งแรงมาก ด้วย คิดหนักเลยpunya467 เขียน:จริงๆ รถที่ใช้อยู่ปัจจุบันก็เอาไปแข่งไตรได้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางสนามที่เป็นทางขึ้นเขาลงห้วยบางคนเขาก็เอาหมอบธรรมดานี่แหละลงแข่ง ไว้ค่อยแน่ใจว่าเราชอบทางนี้แน่ๆ ค่อยออกรถไตรโดยเฉพาะเลยจะดีกว่านะครับ
อีกอย่างอ่าน คห บนๆ ที่บอกให้ลองเอามือพาดแฮนด์ทำเหมือนจับแอโร่บาร์ ผมอ่านแล้วก็เป็นห่วงจริงๆ ถ้ายังบังคับรถได้ไม่คล่อง กล้ามเนื้อลำตัวยังไม่แข็งแรงพอที่จะพยุงน้ำหนักลำตัวของตัวเองไว้ได้ ก็อย่าได้ลองเลยครับ เพราะเกิดอะไรขึ้นมา ยากมากที่จะเอารถอยู่ เพราะมือทั้งสองข้างไม่ได้จับอะไรไว้เลย
หูยยย ชัดเลยค่ะ 55+ สงสัยกลับไปซบอกพี่เทพบุตรต่อไปปปปปlucifer เขียน:ก็อยากจะบอกว่า เจ้าของกระทู้ก็ไม่เป็นผู้หญิงที่ตัวเล็กหรือเตี้ยแบบที่บางท่านคิด![]()
แล้วก็เป็นผู้หญิงที่มีสัดส่วนความสูงที่ไม่ได้หารถยากแต่อย่างไรเลย
ถามว่ารถไตร แตกต่างจากรถ Endurance หรือ รถ Aero มากไหม
ตอบก่อนเลยในฐานะที่เพิ่งถอยรถไตรฟ และ ทำ fitting ไปแล้วจนลงตัว บอกเลยว่ามันแตกต่างกันมาก รถไตรหรือรถTTไม่ได้เหมาะสำหรับการปั่นในลักษณะ Endurance แม้แต่จะปรับให้มีลักษณะค่อนไปทางรถไตรก็ตาม ก็ยังไม่ใช่รถที่เหมาะสำหรับปั่นแบบ Endurance จากที่ได้ปั่นต่อเนื่องกันมาหลายวัน บอกเลยว่า มันเหมาะสำหรับปั่นแบบรวดเดียวให้จบๆไปซะ ปั่นสัก 40กม.ต่อเนื่องกันก็รู้สึกจะมากเกินพอ ฮ่า ฮ่า ยิ่งถ้าปั่นในท่าจับaerobar ยิ่งไม่ใช่ท่าที่สบายเลยแม้แต่น้อย ถึงจะจับที่basebarก็ใช่ว่าจะสบายนัก
มูลเหตุคือ เมื่อเซทรถแบบรถไตร ท่านั่งจะค่อนไปด้านหน้าเพื่อให้เราสามารถใช้กล้ามเนื้อหน้าขาและหน้าแข้งในการส่งแรงได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมากของนักวิ่ง ในขณะที่การนั่งปั่นในท่าปกติของรถถนนจะทำให้เราสามารถออกแรงปั่นเริ่มต้นด้วยกล้ามเนื้อก้นย้อย และสามารถปั่นให้ครบวงได้เนียนกว่า เทียบกับการทำspinscan ซึ่งวัดการออกแรงใน1รอบการปั่นเทียบกันแล้ว รถไตรจะทำspinscanได้หรูๆก็จะประมาณ 70% ในขณะที่รถถนนจะสามารถทำได้มากกว่า 80%โดยฝึกฝนอยู่ไม่นาน
แปลว่า เมื่อเริ่มคบกับรถไตร ก็จะต้องฝึกวิธีการปั่นใหม่ หรือปรับตัวให้เข้ากับวิธีการนั่งใหม่
ส่วนรถAero กับ รถEndurance ก็จะเป็นรถในลักษณะเดียวกัน คือ ท่านั่งปั่นจะเป็นไปในลักษณะคล้ายกัน ปั่นเหมือนกัน แตกต่างกันตรงที่รถAeroออกแบบมาให้สามารถแหวกลมได้ดีกว่ารถทั่วไป แต่กระนั้นความเป็นAeroของมันจะเห็นผลได้ชัดๆก็ต่อเมื่อแหวกว่ายกันอยู่ในระดับความเร็วที่สูงระดับแข่งขัน แต่แทบจะไม่มีประโยชน์เลยสำหรับระดับ ครทท. หรือ ความเร็วท่องเที่ยว ( แต่ถ้าจะแปลว่าความเร็วไทม์ไทร์ก็คงจะอีกเรื่องหนึ่ง ) ส่วนท่าปั่น ก้มเงย ยืดเหยียด แค่ไหน จะขึ้นกับการเซทและเลือกรถเป็นสำคัญครับ รถEnduranceสามารถเซทรถให้ซิ่งได้ เช่นกันรถAeroเองก็สามารถเซทให้รถเป็นแบบปั่นชิลๆได้
สิ่งที่รถAeroส่วนใหญ่เป็น คือ มันเป็นรถที่กระด้าง ขี่ไม่สบาย นั่งไม่นิ่ม ประมาณว่ารีบๆปั่นให้จบๆแล้วก็ลงมานั่งพักกันซะดีๆ ประเภทปั่นกันครั้งละ 150 กม. แบบวันก่อนก็คงจะไม่ใช่เรื่องน่าสนุกนัก
สุดท้ายอยู่ที่ความสนุกสนานของชีวิตของเราเอง ปั่นสบายๆมาได้ 8 เดือนแล้ว มาลองปั่นแบบเมื่อยๆล้าๆบ้างก็ไม่เลวนัก
สุดท้ายก็อาจจะเปลียน life style จากปั่นชิลๆ ไปเป็นปั่นแข่งบ้างก็ยังได้นะ
ลืมบอกอีกนิดหนึ่ง รถAeroส่วนใหญ่ เวลาปั่นขวางลม ร่วมกับใส่ล้อขอบสูงแล้ว บ่อยครั้งที่อยากจะเลี้ยวลงไปนอนข้างทาง ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ปล. รถถนนทั่วไป ถ้าอยากจะเอาaerobarมาใส่บนแฮนด์เพื่อดื่มดำกับความรู้สึกของรถไตร ผลบอกเลยว่าไม่ใช่เลย เสพแบบนั้นไม่มีทางได้รู้รสชาติได้นอกจากจะขี่รถไตรจริงๆเท่านั้น เพราะรถไตรออกแบบgeometryมาให้เหมาะสมกับการปั่นในลักษณะหมอบบนaerobar ถึงแม้ว่าที่ตำแหน่งนี้ รถจะไว ว่อกแว่ก แต่เมื่อความเร็วไหลขึ้นไปแตะที่แถวๆ35up มันก็จะเริ่มนิ่งขึ้น นั่งสบายขึ้น บังคับง่ายขึ้น
รถถนน ใส่ aerobar เพื่อแก้ขัดได้อยู่เหมือนกัน แต่จะปั่นได้แย่ลง เพราะระยะมันไม่ได้ มุมสะโพกจะปิดแคบลง ทำให้ประสิทธิภาพการขยับตัวของข้อสะโพกด้อยลง กล้ามเนื้อออกแรงได้น้อยลง ถึงจะได้ aerodynamicเพิ่มขึ้น แต่ประสิทธิภาพในการออกแรงจะด้อยลง ถ้าดูpower meter , HR และ speed เทียบกันในทุกๆท่าปั่น จะบอกได้เองว่า ประสิทธิภาพในการปั่นมันดีขึ้นหรือแย่ลง เคยเจอกับตัวเองว่าเซทรถก้มมากเกินไป พอลงไปหมอบแล้วคุมpowerเท่าเดิม ปรากฏว่าความเร็วตก เพราะว่าพอก้มมากเกิน กล้ามเนื้อก้นย้อยทำงานได้น้อยลง ต้องใช้กล้ามเนื้อมัดอื่นชดเชย aerodynamicที่เพิ่มขึ้นมาไม่มากพอจะชดเชยประสิทธิภาพการปั่นที่ด้อยลง ทำให้ตัวเลขต่างๆเปลี่ยนไป
ส่วนรถไตร เทียบกันที่ HR เท่าๆกัน พอเปลี่ยนจากจับ basebar มาจับ aerobar พบเลยว่า ความเร็วเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ 2กม/ชม.แบบไม่แคร์สื่อกันเลยทีเดียว
ขอรถป๋าหน่อยดิเผื่อเปนแนวทางlucifer เขียน:ก็อยากจะบอกว่า เจ้าของกระทู้ก็ไม่เป็นผู้หญิงที่ตัวเล็กหรือเตี้ยแบบที่บางท่านคิด![]()
แล้วก็เป็นผู้หญิงที่มีสัดส่วนความสูงที่ไม่ได้หารถยากแต่อย่างไรเลย
ถามว่ารถไตร แตกต่างจากรถ Endurance หรือ รถ Aero มากไหม
ตอบก่อนเลยในฐานะที่เพิ่งถอยรถไตรฟ และ ทำ fitting ไปแล้วจนลงตัว บอกเลยว่ามันแตกต่างกันมาก รถไตรหรือรถTTไม่ได้เหมาะสำหรับการปั่นในลักษณะ Endurance แม้แต่จะปรับให้มีลักษณะค่อนไปทางรถไตรก็ตาม ก็ยังไม่ใช่รถที่เหมาะสำหรับปั่นแบบ Endurance จากที่ได้ปั่นต่อเนื่องกันมาหลายวัน บอกเลยว่า มันเหมาะสำหรับปั่นแบบรวดเดียวให้จบๆไปซะ ปั่นสัก 40กม.ต่อเนื่องกันก็รู้สึกจะมากเกินพอ ฮ่า ฮ่า ยิ่งถ้าปั่นในท่าจับaerobar ยิ่งไม่ใช่ท่าที่สบายเลยแม้แต่น้อย ถึงจะจับที่basebarก็ใช่ว่าจะสบายนัก
มูลเหตุคือ เมื่อเซทรถแบบรถไตร ท่านั่งจะค่อนไปด้านหน้าเพื่อให้เราสามารถใช้กล้ามเนื้อหน้าขาและหน้าแข้งในการส่งแรงได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นกลุ่มกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมากของนักวิ่ง ในขณะที่การนั่งปั่นในท่าปกติของรถถนนจะทำให้เราสามารถออกแรงปั่นเริ่มต้นด้วยกล้ามเนื้อก้นย้อย และสามารถปั่นให้ครบวงได้เนียนกว่า เทียบกับการทำspinscan ซึ่งวัดการออกแรงใน1รอบการปั่นเทียบกันแล้ว รถไตรจะทำspinscanได้หรูๆก็จะประมาณ 70% ในขณะที่รถถนนจะสามารถทำได้มากกว่า 80%โดยฝึกฝนอยู่ไม่นาน
แปลว่า เมื่อเริ่มคบกับรถไตร ก็จะต้องฝึกวิธีการปั่นใหม่ หรือปรับตัวให้เข้ากับวิธีการนั่งใหม่
ส่วนรถAero กับ รถEndurance ก็จะเป็นรถในลักษณะเดียวกัน คือ ท่านั่งปั่นจะเป็นไปในลักษณะคล้ายกัน ปั่นเหมือนกัน แตกต่างกันตรงที่รถAeroออกแบบมาให้สามารถแหวกลมได้ดีกว่ารถทั่วไป แต่กระนั้นความเป็นAeroของมันจะเห็นผลได้ชัดๆก็ต่อเมื่อแหวกว่ายกันอยู่ในระดับความเร็วที่สูงระดับแข่งขัน แต่แทบจะไม่มีประโยชน์เลยสำหรับระดับ ครทท. หรือ ความเร็วท่องเที่ยว ( แต่ถ้าจะแปลว่าความเร็วไทม์ไทร์ก็คงจะอีกเรื่องหนึ่ง ) ส่วนท่าปั่น ก้มเงย ยืดเหยียด แค่ไหน จะขึ้นกับการเซทและเลือกรถเป็นสำคัญครับ รถEnduranceสามารถเซทรถให้ซิ่งได้ เช่นกันรถAeroเองก็สามารถเซทให้รถเป็นแบบปั่นชิลๆได้
สิ่งที่รถAeroส่วนใหญ่เป็น คือ มันเป็นรถที่กระด้าง ขี่ไม่สบาย นั่งไม่นิ่ม ประมาณว่ารีบๆปั่นให้จบๆแล้วก็ลงมานั่งพักกันซะดีๆ ประเภทปั่นกันครั้งละ 150 กม. แบบวันก่อนก็คงจะไม่ใช่เรื่องน่าสนุกนัก
สุดท้ายอยู่ที่ความสนุกสนานของชีวิตของเราเอง ปั่นสบายๆมาได้ 8 เดือนแล้ว มาลองปั่นแบบเมื่อยๆล้าๆบ้างก็ไม่เลวนัก
สุดท้ายก็อาจจะเปลียน life style จากปั่นชิลๆ ไปเป็นปั่นแข่งบ้างก็ยังได้นะ
ลืมบอกอีกนิดหนึ่ง รถAeroส่วนใหญ่ เวลาปั่นขวางลม ร่วมกับใส่ล้อขอบสูงแล้ว บ่อยครั้งที่อยากจะเลี้ยวลงไปนอนข้างทาง ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ปล. รถถนนทั่วไป ถ้าอยากจะเอาaerobarมาใส่บนแฮนด์เพื่อดื่มดำกับความรู้สึกของรถไตร ผลบอกเลยว่าไม่ใช่เลย เสพแบบนั้นไม่มีทางได้รู้รสชาติได้นอกจากจะขี่รถไตรจริงๆเท่านั้น เพราะรถไตรออกแบบgeometryมาให้เหมาะสมกับการปั่นในลักษณะหมอบบนaerobar ถึงแม้ว่าที่ตำแหน่งนี้ รถจะไว ว่อกแว่ก แต่เมื่อความเร็วไหลขึ้นไปแตะที่แถวๆ35up มันก็จะเริ่มนิ่งขึ้น นั่งสบายขึ้น บังคับง่ายขึ้น
รถถนน ใส่ aerobar เพื่อแก้ขัดได้อยู่เหมือนกัน แต่จะปั่นได้แย่ลง เพราะระยะมันไม่ได้ มุมสะโพกจะปิดแคบลง ทำให้ประสิทธิภาพการขยับตัวของข้อสะโพกด้อยลง กล้ามเนื้อออกแรงได้น้อยลง ถึงจะได้ aerodynamicเพิ่มขึ้น แต่ประสิทธิภาพในการออกแรงจะด้อยลง ถ้าดูpower meter , HR และ speed เทียบกันในทุกๆท่าปั่น จะบอกได้เองว่า ประสิทธิภาพในการปั่นมันดีขึ้นหรือแย่ลง เคยเจอกับตัวเองว่าเซทรถก้มมากเกินไป พอลงไปหมอบแล้วคุมpowerเท่าเดิม ปรากฏว่าความเร็วตก เพราะว่าพอก้มมากเกิน กล้ามเนื้อก้นย้อยทำงานได้น้อยลง ต้องใช้กล้ามเนื้อมัดอื่นชดเชย aerodynamicที่เพิ่มขึ้นมาไม่มากพอจะชดเชยประสิทธิภาพการปั่นที่ด้อยลง ทำให้ตัวเลขต่างๆเปลี่ยนไป
ส่วนรถไตร เทียบกันที่ HR เท่าๆกัน พอเปลี่ยนจากจับ basebar มาจับ aerobar พบเลยว่า ความเร็วเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ 2กม/ชม.แบบไม่แคร์สื่อกันเลยทีเดียว
จะเอาคันไหนหละเจ๊ มีทั้ง All-round และ รถไตรที่เพิ่งหัดปั่นวาสนา จั่นเจา เขียน: ขอรถป๋าหน่อยดิเผื่อเปนแนวทาง![]()