ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
Bkkbikelove
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 989
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2008, 12:30
Tel: 089xxxxxxx
Bike: Thorn Raven, Principia, GT Grade carbon

Re: ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โพสต์ โดย Bkkbikelove »

:D :D :D
รูปประจำตัวสมาชิก
gemini4013
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 286
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ย. 2009, 14:13
Tel: 089-2239744
team: ปั่น ชายเดี่ยว
Bike: Infinite Spad PRO

Re: ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โพสต์ โดย gemini4013 »

5555 แค่แซวกันเล่นๆนะครับ สนุกๆ อำเพื่อนๆกันนะครับ.. เพราะเพื่อนผมชอบโม้ประจำ av 35+ พอเจอกันทีไรเห็นหอบอยู่ข้างหลังทุกที..พอปั่นเสร็จก็ไม่เคยเห็น av เกิน30 ทุกที .. อ้างปวดท้องบ้าง นอนน้อย ไม่ค่อยได้ซ้อม ..ไม่ชอบขึ้นเขา ไม่ชอบทางเรียบ ไม่ชอบลมแรง (ไม่ชอบคนรู้ทันเลยไม่ได้โม้) เลยนึกขำๆนะครับ
30กม.แรกอย่าคิดหนี เลยจากนี่แล้วแต่พี่จะพาไป เสือระยะสั้น
Line ID: 0892239744
Paxxa
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 603
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
Bike: cBoardman elite air 9.2s
ติดต่อ:

Re: ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โพสต์ โดย Paxxa »

คุณ omufc คุณควรมีมารยาทในการตอบหน่อยนะครับ จะแสดงความคิดเห็นอะไรก็ควรมีกรอบหน่อยนะ ผมไม่ได้หายไปไหนและไม่เคยตั้งใจตั้งกระทู้เพื่อทับถมวงการ(คนอย่างคุณนั่นล่ะที่น่าจะทำให้วงการมันไม่ดีขึ้น) ท่านที่ตอบกระทู้ผมแรกๆ ก็บอกทนโท่แล้วว่าผมเข้าใจผิด จะให้ผมทำอะไรต่อครับ(ผมน่าจะถามว่าคุณต้องการอะไรมากกว่า) ต่อมาผมเห็นท่านอื่นๆ มาตอบไปในทางอื่นๆ ซึ่งผมเองไม่ได้มีความเห็นไปในทางนั้น จะให้ผมทำอะไรครับ ให้ผมไปก่นด่าพวกเขาเหมือนที่คุณทำรึไง และที่ผมตั้งกระทู้ก็เพราะอยากรู้ว่า ทำไม ถ้ามีคนแสดงความเห็นไปในทางที่ดี มีคำตอบก็จะมีการพัฒนาเกิดขึ้นฉะนั้นแล้วผมไปตั้งกระทู้เพื่อทับถมวงการอย่างไรครับ มากล่าวหากันแบบนี้มันแย่มากนะ
รูปประจำตัวสมาชิก
oumfc
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6167
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2010, 00:33
Tel: 0869571431
team: จักรดาว-เกาะยาวน้อย พังงา-ชมรมจักรยานสุราษฎร์ธานี
Bike: SL3

Re: ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โพสต์ โดย oumfc »

ครับ เมื่อนำเสนอความคิดในที่สาธารณะ ก็ต้องยอมรับความเห็นต่าง และเห็นด้วย ไม่ได้หาย ก็ยังอยู่ อันนี้ขอโทษครับ เพราะเห็นหลายๆกระทู้ โยนระเบิดทิ้งไว้ แล้ว จขกท หาย

ถ้าตรรกะเดียวกันกับ คุณ paxxa เจ้าของกระทู้ คนไทยนี้ ไม่รู้กี่อย่างต่อกี่อย่าง อับดับต้นๆของโลก อีกเยอะครับ แต่ ก็ไม่ค่อย
ได้เรื่องได้ราว เช่นกัน
โซน 1 90 108
โซน 2 108 126
โซน 3 126 144
โซน 4 144 162
โซน 5 162 180
Paxxa
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 603
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
Bike: cBoardman elite air 9.2s
ติดต่อ:

Re: ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โพสต์ โดย Paxxa »

omufc ครับ ผมว่าคุนนี่มีปัญหากับตัวเองแล้วนะ คุนชอบมีเรื่องหรือหาเรื่องชาวบ้านรึไง ผมตั้งกระทู้ คุนก็ใช้คำว่า ผมโยนระเบิดแล้วหายไป ผมบอกด้วยเหตุผล คุนก็มาบอกว่า ผมควรจะยอมรับความเห็นต่าง ผมไปแสดงความไม่พอใจความเห็นที่ต่างไปตอนไหน ผมไม่อยากจะทะเลาะกับคนอย่างคุนหรอกนะ ตดยังมีค่ากว่าเลย แต่นี่คุนเล่นมากล่าวหาผมลงบอร์ดสาธารณะนะครับ หมิ่นประมาท มากๆ ผมจึงต้องมาแก้ต่างให้ตัวเอง ผมเคยอ่านความเห็นคุนในกระทู้ท่านอื่นก็เป็นทำนองนี้ ไม่ต้องต่อความยาวกับผมอีกแล้วนะ ไปหาหมอซะเถอะ
Paxxa
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 603
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
Bike: cBoardman elite air 9.2s
ติดต่อ:

Re: ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โพสต์ โดย Paxxa »

ไอ้เรื่อง หลายกระทู้โยนแล้วหายไป ในตรรกะของคุน ผมต้องทำไงกับกระทู้ที่ผมตั้งครับ ท่านอื่นๆก็เข้ามาแสดงความเห็น ผมก็ตอบไปตามสมควร คำขอบคุณผมก็ลงไว้ ส่วนอื่นๆ ที่เนื้อหาออกทะเลไป คุนจะให้ผมทำไงถึงจะพอใจคุน ผมจะไปว่าท่านๆ ที่แสดงความเห็นออกทะเลได้อย่างไร ผมคิดว่าผมไม่ใช่กรรมการในบอร์ดนี้ MOD ยังไม่ทำอะไรแล้วผมจะไปทำอะไรล่ะ ผมก็ให้เกียรติทุกท่านที่ร่วมแสดงความเห็น แล้วคุนล่ะทำอะไร เป็นผู้ออกกฎรึไง ถึงต้องทำอะไรให้ถูกใจคุน คุนไม่เคยให้เกียรติใครเลยในการตอบกระทู้แม้แต่ตัวเอง พอได้แล้วนะ
รูปประจำตัวสมาชิก
oumfc
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6167
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2010, 00:33
Tel: 0869571431
team: จักรดาว-เกาะยาวน้อย พังงา-ชมรมจักรยานสุราษฎร์ธานี
Bike: SL3

Re: ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โพสต์ โดย oumfc »

เพราะเห็นหลายๆกระทู้ โยนระเบิดทิ้งไว้ แล้ว จขกท หาย ในที่นี้ผมไม่ได้หมายถึง เจ้าของกระทู้นี้ครับ เมื่อไม่ได้หาย ผมก็ขอโทษ แล้ว ผมหมายถึง กระทู้ ดราม่า อื่นๆ ทั่วไป ครับ เก็บอารมณ์ใจเย็นๆหน่อยครับ ล๊วกพี่
โซน 1 90 108
โซน 2 108 126
โซน 3 126 144
โซน 4 144 162
โซน 5 162 180
sexton
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 824
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 มิ.ย. 2013, 11:21
Tel: 0875576081
Bike: orbea oiz , cannondale super six , Giant TCR advanced , Giant TCR Composite , swift RS-1 , swift Ti Drapac , Sarto Lampo
ติดต่อ:

Re: ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โพสต์ โดย sexton »

หายใจลึกๆเมื่อนึกได้ :-)
รูปประจำตัวสมาชิก
วาสนา จั่นเจา
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6808
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 18:22
Tel: เบอร์ส่วนตัว
team: Klein's Boy
Bike: Klein only & Klein forever...

Re: ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โพสต์ โดย วาสนา จั่นเจา »

เจ๊ขอตัวไปที่ระเบียงต้มมาม่าก่อนนะคะ :shock: :shock: :shock:
เดี๋ยวกลับมาใหม่ :lol: :lol: :lol:
ขอโทษนะ เรื่องบนเตียงอาจจะไม่เก่ง แต่ที่ระเบียงไม่แพ้ใครเหมือนกัน

โกดคือโง่ โมโหคือบ้า กอดกันดีกว่า แก้ผ้าขึ้นเตียง!!!
รูปประจำตัวสมาชิก
paisk8
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 192
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2013, 07:17
Bike: Trek 4.3 SRAM Force22 Campaqnolo Eurus

Re: ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โพสต์ โดย paisk8 »

oumfc เขียน:คุณ bkkbikelove ผมเข้าใจมุมมองคุณนะ ในโลกเสมือนโลกโซเชียล ผมก็ชอบ โยนฟื้นเข้ากองไฟ ตาม ท่อนท้ายนั้นแหล๊ะครับ มีคนมาตอบมาแซวเยอะๆ ไม่งั้นบอร์ดก็เงียบ มากระตุกนิดหนึ่ง

แต่ในโลกจริง บางที คนปั่น มันร้อยพ่อพันแม่ บางคนปั่นเพื่อทักษะด้านกีฬา เพื่อความเป็นเลิศในสนามการแข่งขัน
บางคน ขอได้ออกกำลังกาย นิดๆหน่อยๆ บางคนได้พบปะเจอเพื่อนๆ พอได้โม้ ได้เหงื่อออก โม้กันเรื่องอะไร ก็ไม่พ้น เรื่องอัพรถ อะไหล่ av บางคนแรงจูงใจขาดหาย เปลี่ยนเฟรม เปลี่ยนล้อ ก็มาโม้ซะหน่อยเปลี่ยนแล้ว แรงขึ้น เร็วขึ้น av ดีขึ้นว่ากันไปตามประสา และอีก ร้อยแปดพันเก้าเหตุผล

คนไทย เราต้องการ คนคิดต่าง แล้วอยู่กันได้ แต่ปัจจุบันในทุกสังคม วงการ มันไม่ใช่เลย จะผลักคนคิดต่างไปอยู่ตรงข้ามทำไม ผมอาจจะคิดต่างกับเจ้าของกระทู้และหลายคน แต่เราอยู่ใน บอร์ดของ thaimtb ได้มาแลกเปลี่ยนกันครับ ผมคิดว่าพวกปั่นจักรยาน นี้ บ้าเหมือนกัน เหมือนพวก เล่นเครื่องเสียง เล่นหูฟัง เล่น g shock เล่น oakley เล่นพระเครื่อง เล่น โดรน เล่นบิ๊คไบค์ โอ๊ย พวกผู้ชายเรา บ้า แต่ละอย่าง เหมือนกันที่ไหน
+1
รูปประจำตัวสมาชิก
oumfc
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6167
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2010, 00:33
Tel: 0869571431
team: จักรดาว-เกาะยาวน้อย พังงา-ชมรมจักรยานสุราษฎร์ธานี
Bike: SL3

Re: ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โพสต์ โดย oumfc »

Paxxa เขียน:ในส่วน จกย ราคาแพงก็คงไม่น้อยหน้าใครในโลกนี้ แต่ทำไมเราไม่มีนักปั่นคนไทยลงแข่งระดับนานาชาติหรือมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติบ้างล่ะครับ โอลิมปิกนี่ก็ไม่ได้ไปมาหลายสิบปีละ...
ทัวร์ออฟเชียงราย 4-7 ธันวาคม..

ทัวร์นี้กว่าจะรู้ว่ามีแข่งก็เหลือเวลาอีกแค่ไม่ถึง 10 วัน ที่จะมีเวลาเตรียมตัว ตอนนั้นผมพาลูกทีมไปทัวร์ เทรนนิ่งแคมป์ อยู่ที่ภาคใต้ ภูเก็ต-กระบี่-ตรัง-นครศรีธรรมราช และรีบบึ่งมาแข่ง บางแสนไครทีเรียม ในวันที่ 29 และมีเวลาเดินทางมาสตาร์ทให้ทันวันที 4 ถือว่าเวลาบีบจำกัดมากๆ แต่ได้จังหวะดีที่ ลูกทีมซ้อมผมพอได้ปั่นไปกับทีม แต่ไม่ครบระยะนะครับ เช่นวันทื่ มาจากภูเก็ต ระยะ 180 ผมขับรถมา 60 และมาเริ่มปั่นลุยฝนไปจนถึงกระบี่ อีก 120 ถือว่าเป็นวันที่ผมปั่นไกลที่สุดในรอบปีเลยทีเดียว 5555 นอกนั้นผมปั่นวันละ 70-80 และต้องคอยดูแลให้น้ำให้เซอร์วิส ลูกทีมกันไป แต่ถือว่าพอได้ขี่บ้างครับ

ช่วงอยู่กรุงเทพ วันๆ วิ่งไปวิ่งมา หมดเวลาแล้ว พอสองทุ่มหาเวลาออกไปปั่นที่สะพาน นนทบุรี1 บางกร่างบ้าง แต่ก็ไม่ได้ระยะมากนัก คิดอยู่ว่าจะแข่งหรือ ขับรถดูแลทีมดี พอก่อนวันแข่ง ก็คุยกับปีเตอร์ พูลี่ย์ว่า ยูมาขับรถแทนได้มะ ไออยากลองไปขี่ดู ปีเตอร์รับปากเพราะเป็นช่วง Transition ของเขา ผมเลยขอสมัครลงแข่งในรุ่นอายุ 35 ปีขึ้นไปใน 2 วันสุดท้าย..

พอวันแข่งมาถึง เสตจแรก เป็นโปรล้อค หรือไทม์ไทรนั่นล่ะครับ ระยะ 6 กม. เส้นทางในไร่สิงห์ปาร์คนี้คุ้นดีอยู่แล้ว เป็นทางแคบๆ ไม่เกิน 2 เมตร โค้งไปมา มีโค้งดักหลายจุด มาเร็วๆ เพลินๆ มีหลุดแน่ๆ และเนินที่ต้องดันขึ้นลงอีกนับไม่ถ้วน ผมไม่ได้วางแผนการขี่อะไร คิดว่า ถ้าเราเร็วในโค้ง และมายันทางตรง เวลาน่าจะออกมาพอใช้ได้ ก็จัดการวอร์มตามเสต็ป ได้สักพัก “เปรี้ยง” ลูกกลิ้งแตก!!! พอละลงมาขี่บนถนนดีกว่า แล้วรอไปสตาร์ทเลย ผมออกตัวไปด้วยคลิ้ทข้างซ้ายยังไม่ได้ใส่ 555 ลืมได้ไงเนี่ย! ดันขึ้นเนินด้วยเกียร์เบาๆ ซอยไปเรื่อยๆ เลี้ยงไม่ให้หัวใจขึ้นสูงเกินไป คือไม่ให้แตะ Red Zone เพราะถ้ามันขึ้นไปแล้ว มันลงมายาก พอลงเนินก็ชาร์จโค้งด้วยความเร็วที่ไม่คิดจะเบาเลย ซร้วฟฟ เข้าไปเลย และเดินความเร็วต่อเนื่อง ด้วยทักษะที่มี ผมว่าผมเร็วมากๆ ในโค้ง แต่พอเจอเนินเท่านั้นล่ะ น้ำหนักตัว 73 กก. ช่างเป็นอุปสรรคเยี่ยงนัก ค่อยๆ ไต่ขึ้นไปต้วมๆ เตี้ยมๆ แต่ละเนิน แทบขาดใจ แต่ก็ยังไม่ใจร้อนรีบเร่งจนเกินลิมิต จนมาถึงเนินสุดท้าย ผมคิดในใจไว้ตั้งแต่ที่มาซ้อมเส้นทางว่า ต้องขึ้นแบบสปรินทร์ไปเลย เพราะพ้นเนินนี้ก็จะไหลลงยาวๆ ถึงเส้นชัย แล้วจะมามัวรออะไรอีกเล่า ไวเท่าความคิด ผมกระชาก ปังๆๆ ขึ้นไป ทันพี่ Suwit Jitrod ที่อยู่ข้างหน้าผม 1 นาที และให้เสียงแซงแกในโค้งที่อันตรายที่สุดของสนาม (ถามพี่โป้ง โมเดิร์นด้อกดูครับ โค้งนี้ ฮิ ฮิ) และไหลเข้าเส้นไปด้วยเวลาอันดับที่ 5 ของรุ่น ช้ากว่าอีตาดวง 2 วิ และฝรั่งต่างชาติ 4 วิ! โหไม่น่าเร่งขึ้นเนินสุดท้ายเลย ตรงนั้นมันเหนื่อยสุดๆ พอลงมาไหลก็จริงแต่ไม่มีแรงขาที่จะเติมความเร็วได้แล้วสิครับ แต่ก็พอใจผลนะครับ ที่ยังพอขี่ได้ถ้าเทียบเวลากับรุ่นโอเพ่น ก็ยังอยู่ในระดับ 20 กว่าๆ แต่ที่ 1 และที่ 2 ของรุ่นนั้น ห้าวกว่าผมเยอะ อายุห่างกัน 10 ปี 5555

เสตจ 2 คืนก่อนวันแข่งแอบกังวลเล็กน้อย ว่าจะรอดหรือวะ? ระยะที่เขาให้มาตั้ง 139 กม. เส้นทางแคบๆ ขึ้นๆ ลงๆ คือเป็น Hilly Stage ของแท้ แถมช่วงหลังยังมีเนินให้ปีนไต่อีก แต่ที่ผมประชุมทีมนักกีฬาของทีม สิงห์อินฟินิทมา รายการนี้จะเป็นการทดสอบระบบทีมและเราจะทำให้เกมส์มันเร็วหรือ “we gonna make the race hard” พอหลังจากโรลลิ่งไปแล้ว 8 กม. ก็จะเข้าเส้นทางแคบโค้งเยอะ ขึ้นๆ ลงๆ เนินแบบพลาดเพียงเสี้ยวเดียว หนังชีวิตเริ่มฉายแน่นอน ผมผ่านชั่วโมงแรกของเกมส์มาได้ เหลือบมองที่ การ์มิน โห! 1ชม.ผ่านไปได้ระยะทาง 46 กิโลเชียวรึเนี่ย?? ผมยังซุกตัวอยู่ในกลุ่มใหญ่ หรือกลุ่มหลัก มีหนีไปข้างหน้า 2 คนคือ เจ้าน้อต Yuthana NNot และ Ton strorywheels ระยะห่างประมาณ 2 นาที ทีมทหารอากาศ และ ราชนาวี ไลฟ์แอนลิฟวิ่ง ไบค์เนท ขึ้นมาตั้งขบวนรถด่วนเขียวน้ำเงิน ไล่ล่าสองคนหน้า เข็มไมล์ อยู่ที่ 48-50 แทบจะตลอดเวลาในชั่วโมงที่ 2 เพราะในระยะ 88 กม.จะมีจุดเจ้าความเร็วสปรินทร์ชิงเสื้อเขียวกัน กว่ากลุ่มจะไล่เจ้าน้อตกับต้น ทันก็ผ่านไปแล้ว 75 กม. เอาล่ะเตรียมวางหมากส่งตัวสปรินท์กันล่ะทีนี้ ลูกทีมผมขึ้นตั้งขบวนระไฟสีดำ-ทองบ้างล่ะ กะจะส่ง เจเล่ ไปลุ้นเสื้อเขียว ความเร็วก็นิ่งและเร็วมากๆ ในตอนนี้ ผ่านหลัก 88 กม.ไปแล้ว ยังไม่เห็นจุดสปรินทร์เลย ยื้อกันต่อไป กว่าจะเจอจุด IS ล่อไป 94 กม. คือเกินระยะมา 6 กม. และแขกรับเชิญที่จะมารอรับเราแบบไม่ได้คาดคิดคือ กรวยยางกลางถนน (เจอเป็นประจำ) ทำให้การวางตำแหน่งที่ถูกบีบเข้ามา ทำได้ไม่ดีนัก ผมยกไปทัน เสรี ตรงหน้าเส้นแต่ไม่ทันเอาล้อแตะเส้นก่อน สรุป เสรี ได้ 3 คะแนนไป.. พอผ่านจุดนี้ที่ อ.พาน ก็จะเลี้ยงขวาเข้าเส้นทางพหลโยธิน ตอนนี้กลุ่มแตกกระจุย ถ้าเป็นสมัยก่อน ผมจะใช้จังหวะนี้ล่ะหนีกลุ่ม และก็เป็นไปตามคาด ข้างหน้ามีหนีหลุดไปได้ 4 คน คือ ตั้มเชียงราย ดอยพะเยา โลซีกอง และ เจ้า บาสก์ นักปั่นฮอลแลนด์ตัวใหม่ของทีมเรา เอาล่ะสิครับ ไปอย่างละตัว กลุ่มก็หยุดไล่ ตรงนี้นี่เอง ที่ผมตัดสินใจขี่ต่อไป เพราะตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะขี่แค่จุด สปรินท์ และจะขึ้นรถละแต่พอกลุ่มหยุดไล่ทำให้ความเร็วที่ซัดกันมาจนขาชา นั้นลดลง ผมพอขี่เอาตัวรอดได้ และก็พยายามเกาะกลุ่มไปเรื่อยๆ เริ่มมีคนหลุดบนเนินให้เห็นหลายราย ผมใช้จังหวะ เติมรอบขา และวางตำแหน่งการขี่ที่กลุ่มจะพาเราไปได้ง่ายที่สุด เหวี่ยงตัวเองขึ้นเนินไป เนินแล้วเนินเล่า จนกระทั่ง 5 กม. สุดท้ายมาถึง ผมยังคงปั่นเพลินๆ ประคองขาทั้งสองข้างที่ ตะคริวเริ่มมาตอดๆ ละ (เพราะเกินระยะซ้อมละ 555) ทันใดนั้น เอี้ยดดด โครม!! กองเบ้อเริ่มเลยล่ะครับ ผมเหลือบไปข้างหลังให้ชัวร์ว่าไม่มีใครมาชนเราแน่ๆ และประคองรถผ่านกลุ่มน้องๆ ที่นอนอยู่เบื้องหน้าไปได้แบบหวุดหวิด แต่ก็ติดอยู่ในกลุ่มนี้ จนมองเห็นกลุ่มใหญ่จากไปลิบๆ หันไปมองเจ้าน้อต ที่หลุดออกมาได้เช่นกัน และเรียกน้อตด้วยความใจเย็นว่า “น๊อต รอเดี๋ยว.. ลากพี่เข้ากลุ่มก๊อนน!" เจ้าน๊อตก็รีบเบาขารอ และค่อยๆ ลากผมด้วยอาการทุลักทุเล (มันหมดแล้ว หนีไปตั้ง 50 กม.) เข้าไปท้ายกลุ่มในระยะทาง 2 กม. สุดท้าย ตอนนั้นนึกขอบใจน้องที่ลากมาส่ง เอาล่ะครับ มาถึงนี่แล้ว กัดฟันขึ้นไปหาท้ายเจ้าเจเล่ และตะโกนบอกให้ลากพี่ขึ้นไปสปรินท์หน่อย ผมเกาะท้ายเจเล่ ค่อยๆ เลาะขวาขึ้นไป ขาก็ปั่น ปากก็คอยให้จังหวะน้องไป จนถึงโค้งสุดท้ายหักศอกเข้าไร่สิงห์ ปาร์ค ผมสาดโค้งเต็มเหนี่ยว หลุดออกมาเป็นตัวที่ 3-4 นี่ล่ะ แต่ดันลืมชิฟเปลี่ยนเกียร์ ยังคงมาด้วย 53/12 และพอออกโค้งก็ยกสปรินทร์ด้วยเกียร์นี้ล่ะวะ ขาล้อคๆ ตะคริวกินแล้ว แต่ฝืนเหยียบๆๆๆ เข้าเส้นมาคว้าแชมป์เสตจ 2 ไป อย่าง ทุลักทุเล ดูการ์มินบอกว่าวันนี้ 142 กม. และความเร็วเฉลี่ยที่รวมโรลลิ่งแล้ว อยู่ที่ 41.6 กม/ชม. แม่จ้าว กุขี่เข้าไปได้ไงวะเนี่ย??

เสตจ 3 ระยะทาง 125 กม. จบบนยอดดอยตุง วันนี้ขาเริ่มตึงๆ ล้าๆ จากเมื่อวาน แต่ก็เอาเถอะ สู้เท่าที่ได้ละกัน แผนวันนี้เราจะระเบิดกลุ่ม (อีกแล้วรึ 555) และจะย่อยสลายกลุ่มในช่วงถนนไม่ดี เขาบอกว่า ถนนเบ้าขนมครก คืออะไรล่ะครับ คือ หลบยังไงก็ไม่พ้นไงล่ะครับ หลุมเพียบทางสะเทือน รวมๆ น่าจะราวๆ 20 กม. เห็นจะได้ ช่วงนี้กลุ่มแตกกระจุยครับ ผมขึ้นไปข้างหน้าประคองอันดับไว้ไม่ให้ลงมาข้างหลังมากเกินไป ถ้ามีคนปล่อยยืด ก็หันไปมองค้อนน้องมันนิดๆ และรีบเพิ่มรอบขาและพุ่งเข้าหากลุ่มให้ได้ก่อน แต่เหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดกับผมจนได้ ขี่ๆ ไปทางก็โคตรจะสะเทือน เปลี่ยนเกียร์ไม่ได้แฮะ แค่กๆๆๆ ก้มมองดูเฟืองเหมือนมีอะไรไปยัดอยู่ตรงระหว่างเฟือง ทำให้โซ่โดด รูดๆ ปั่นไม่ได้ ผมฝืนขี่ไปสักพัก ประสบการณ์บอกว่า ตั้มเอ๊ย..เอ็งขี่ไปอย่างนี้ไม่ได้แน่ๆ หาจังหวะจอดทำดีกว่า มองหารถทีมเผื่อจะเปลี่ยนล้อและมาแชลเป็นตัวประกัน 1 คน และเลือกที่จะจอดแก้ปัญหานี้ให้ได้ ผมเห็นล่ะครับ ว่าอะไรมันเข้าไปยัดในเฟือง “แม่เหล็กกลมๆ ครับ” ไม่รู้หลุดมาจากรถใคร เป็นแม่เหล็กเซนเซอร์ไมล์นี่ละครับ ติดหนึบ อยู่ในร่องเฟือง เอานิ้วเขี่ยจะออกมั๊ยละครับ ไม่มีทาง ต้องหาเครื่องมือมาเขี่ยแรงๆ ถึงจะออกเสียเวลาปล้ำกับเจ้าแม่เหล็กนี่อยู่พักนึง ผมก็ไปต่อได้ เอาล่ะครับ แรงที่เตรียมมาเพื่อที่จะขึ้นดอยตุง เอามาใช้ตรงนี้ซะหมดแล้ว จะไปยังไงต่อล่ะนี่ ผมไล่จี้ไล่ตะปบรถทีมที่ยาวอยู่ท้ายกลุ่ม ในสภาพเส้นทางที่ เป็นหลุมเป็นบ่อ เละโคตรๆ จนมาอยู่ท้ายกลุ่มจนได้ แต่ฮาร์ดเลทตอนนี้แตะๆ ไกล้จุด Max เลยทีเดียว ได้ยินเสียงตัวเองหอบ ชัดๆ แต่ก็ยังกัดฟัน พาร่างอันบอบช้ำเข้ากลุ่มจนได้ สักพักขึ้นถนนดีเส้นแม่จัน อ้าว..ความเร็วเมื่อกี้หายไปไหน? ทางแย่ๆ พวกซัดกัน 42-43 พอขึ้นเรียบๆ ความเร็วตกลงมาที่ 37-38 ดีเหมือนกันได้พักไปในตัว รอขึ้นดอยตุง

เอาล่ะครับ มาถึงแยกทางขึ้นดอยตุง ตรงนี้ บอกได้เลยว่า ไม่มีแรงจูงใจแล้ว เพราะรู้สภาพดี ผมค่อยๆ ไต่ดอยตุงด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ไม่เร่งตามพวกวัยรุ่น ขี่ตามเพจของตัวเอง เลี้ยงวัตต์ไว้ที่ 230-250 ไม่ให้มากไปกว่านี้เพราะต้องปีนไต่ 9 กม. ดู HR ให้อยู่ในระดับ 160-165 ไม่ให้สูงกว่านี้ และผิวปากขี่ไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจคู่แข่งในรุ่นและอันดับเลย จ่าเสรี นั้นพุ่งไปกับพวกหนุ่มห้าว มีอีตาดวง ติดไปด้วยอีกคน มาเลเซียอีกคน เกาะท้าย โลซีกอง ไปผมปั่นอยู่กับเจ้าอั้ม ไปได้สักครึ่งทางผมบอก อั้มไปก่อนเลย พี่ไปอย่างนี้ล่ะ อั้มก็ค่อยๆ คืบคลานจากผมไป ผมยังคงเลี้ยงร่างกายมาเรื่อยๆ พอมาถึง 500 สุดท้าย ผมเหลือบเห็นข้างหน้าชุดดำๆ ผอมๆ ใครกันหว่า? พอเข้าไปไกล้ๆ อ้าว.. นี่มันอีตาดวง มันคงเข้าเส้นไปนานละ และยังไม่หายมันส์มั้ง มาปั่นคูลดาวน์อะไรแถวนี้ แต่พอผมเข้าไปไกล้ๆ ปรากฏว่าผมมองเห็น อีตาดวง นั้น “สิ้น” ซะแร้วครับ แกหมดจริงๆ ระดับน้ำตาลคงจะต่ำมากๆ จนเข้าเส้นมานอนสลบอยู่ในรถพยาบาล โดยมีผมนี่ล่ะ อุ้มแกขึ้นรถไป 555 สมน้ำหน้าหนีกุดีนัก 5555555 ขำๆ นะครับเพื่อนรักกัน สรุปผมเข้ามาเป็นอันดับที่ 4 ทำเวลาตามหลังที่ 3 อยู่ 20 วินาที และตามอั้มที่รั้งอันดับ 2 อยู่แต่ 27 วินาที แหม่... เสตจ 4 มันน่าลุ้นยิ่งนัก

เสตจ 4 ไครทีเรียม 21 รอบๆ ละ 1.7 กม. เส้นทางขึ้นๆ ลงๆ เข้าเส้นบนยอดเนิน เอาล่ะสิ แข่งกันมาทุกวัน เส้นทางแบบนี้ล่ะที่ผมถนัดที่สุด คิดแผนในใจว่า ต้องหาทางหนีเจ้า 2 คนที่มีเวลาอยู่หน้าเราให้ได้ จ่าเสรี ไม่ต้องพูดถึง แกมี 9 นาที่ในมือเหนือผม คือไม่ต้องลุ้นกับแกละ ลุ้นเอาที่ 2 คะแนนรวมดีกว่า ออกสตาร์ทไปด้วยความมั่นใจ สาดโค้งแต่ละทีมีลุ้นทุกโค้ง เพิ่มความเร็วทุกๆ จุดที่ทำได้ ข้างหลังหลุดกันเละเทะ มาเลเซียตัวหน้าผมหลุดไปแล้ว ผมขี่แบบไม่สนใจอะไรแล้ว ซัดกับจ่าเสรี และเจ้าอั้มจนเหลือกันอยู่ 3 คน ทุกๆ รอบที่ผ่านเส้นชัย ผมจะผายมือให้จ่าเสฯ แกเก็บแต้มไปเลย เพราะแกลากมาเยอะ แต่พอมารอบที่มีคะแนนก็มาสปรินทร์ลุ้นกัน ปรากฏว่าผมเก็บไปได้ 4 สปรินทร์ คะแนนสูสีกัน เจ้าอั้มนึกยังไงไม่รู้มันยกสวนผมกันเสรี บนเนินออกไปหน้าตาเฉย เข้าล้อคซิครับ ผมกระซิบจ่าเสรี ว่าไม่ต้องรีบไล่นะ ปล่อยมันออกแรงอย่างนี้ล่ะ 555 ใส่ล้อคไว้ สักพัก เจ้าอั้มไหลกลับมาด้วยอาการหอบเหนื่อย ผมเห็นอย่างนั้นจะรออะไรล่ะครับ ลงดาบ 2 ทันที ยกสวนอั้มตรงที่มันยกหนีผมนี่ล่ะ ตู้ม! อั้มยืด ผมกดเต็มเหนี่ยว เพื่อจะเอา 27 วินาทีให้ได้ ปรากฏว่าเจ้าอั้มก็สู้ตาย กดไล่ผมอย่างไม่ลดละ สู้กันอยู่อย่างนั้นสักพัก จ่าเสรีก็ ยกออกจากอั้มมาทันผม และก็ผลัดกันกดยืดออกไปเรื่อยๆ จ่าเส แข็งแรงกว่าผมมากนัก ส่วนมากแกจะนำ จนมาถึงรอบสุดท้าย ผมมองไม่เห็นเจ้าอั้มแล้ว เข้าเส้นชัยมายังลุ้นอยู่ว่าจะได้ 27 วินาทีมั้ย? สรุปผมได้มา 33 วินาที ส่งผลให้โอเวอร์ออลผมกระโดดขึ้นมาจากที่ 4 ขึ้นมาเป็นที่ 2 อย่างสนุกเลยครับ

หลังจากเข้าเส้นมาแล้ว เรามานั่งคุยกันสนุกสนาน น้องทั้ง 2 คนน่ารักมาก เป็นนักกีฬาที่มีสปิริตจริงๆ แข่งเป็นแข่ง นอกสนามเราเป็นพี่เป็นน้องกัน อีกทั้งเพื่อนๆ ร่วมแข่งขันทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง งานนี้เราถือว่ามาสังสรรค์กันเลยล่ะครับ.. มีหลายๆ คนที่ติดตามผมเดินมาถามผมว่า ผมเดินทางไปนู่นไปนี่ตลอด ทำทีมชาติ ทีมสิงห์อินฟินิท ไม่ค่อยมีเวลาซ้อมและแทบไม่ได้พัก ผมขี่ไปได้ยังไง? คำตอบก็คือ ทุกๆ ที่ๆ ผมไปผมก็ไปเก็บไปเพิ่มทักษะและประสบการณ์ ไม่มีเรื่องอื่นใด นอกจากเรื่องจักรยานล้วนๆ ผมเห็นเกมส์การแข่งขันมาทั้งชีวิต ทั้งเป็นนักกีฬาและเป็นโค้ช ผมพอจะดูออกว่าตอนไหนควรจะทำอะไร อย่างไร และจังหวะการขี่จังหวะจะเร่งๆ แค่ไหน จะผ่อนแรงอย่างไร อาหารการกิน จิปาถะ ฯลฯ มันช่วยให้เอาตัวรอดมาได้ แต่ไม่ใช่ว่าไม่ซ้อมเลยแล้วมาแข่งนะครับ อย่างน้อยเราต้องมีต้นทุนที่พอสมควรก่อน ไม่งั้นต่อให้รถดีแค่ไหน ทีมเซอร์วิสจะเพอเฟคท์เพียงใด ก็ยากครับที่จะรอด เพราะระดับของการแข่งขันนี่มันปล่อยตัวรวมกับสุดยอดทีมสโมสรชั้นนำ และนักแข่งที่ เขี้ยวลากดินในยุคปัจจุบันทั้งนั้น ตอนแรกว่าจะขี่ขำๆ แข่งจบนี่ไม่ขำล่ะครับ 555555 ขอบคุณที่ตามอ่านจนจบนะครับ /\

ขออนุญาต งานเขียน โค้ชพี่ตั้มนะครับ มาถ่ายทอด ต่อ ท่านนี้ เป็นหนึ่งในนักแข่งไทย หลายๆคนที่ ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ลูกศิษย์ลูกหา ก็เยอะ ล่าสุด ชุดเยาวชน ก็ได้รองแชมป์โลก มา เอเชี่ยนเกมส์ เราก็หยิบเหรียญทองมา ซีเกมส์ ผลงานมีให้เห็นต่อเนื่อง ก็ต้องเชียร์ให้สู้กันต่อไปครับนักกีฬาไทย
โซน 1 90 108
โซน 2 108 126
โซน 3 126 144
โซน 4 144 162
โซน 5 162 180
Paxxa
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 603
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
Bike: cBoardman elite air 9.2s
ติดต่อ:

Re: ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โพสต์ โดย Paxxa »

นาย omufc คุณควรกล่าวขอโทษผม เพราะคุณพิมพ์โดยมีความหมายตรงให้ผมเสียหาย อย่ามาบอกว่าความหมายจริงคืออย่างอื่น แถมยังมาบอกให้ผมใจเย็น เท่ากับบอกว่าผมใจร้อน ถ้าทำใจยอมรับความผิดพลาดที่ทำไม่ได้ หรือ ไม่เป็นลูกผู้ชายพอที่จะยอมรับแล้วกล่าวคำขอโทษอย่างสง่าผ่าเผย ก็ควรจะเงียบๆไป อย่ามาทำเป็นตอบกระทู้ไปเรื่อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถามจริงเหอะ ไม่รู้สึกละอายอะไรเลยรึ
Paxxa
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 603
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.ย. 2014, 17:10
Bike: cBoardman elite air 9.2s
ติดต่อ:

Re: ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โพสต์ โดย Paxxa »

ขออนุญาตงด หน้าม้า กองเชียร์ กองแช่ง ทุกฝ่ายนะครับ จะรอดูความเป็นลูกผู้ชายของ oumfc
TJA
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 969
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2013, 22:46
team: ลูกเจี๊ยบส์
Bike: Bianchi Oltre XR2, Dahon Mu-SLX
ติดต่อ:

Re: ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โพสต์ โดย TJA »

oumfc เขียน:ครับ เมื่อนำเสนอความคิดในที่สาธารณะ ก็ต้องยอมรับความเห็นต่าง และเห็นด้วย ไม่ได้หาย ก็ยังอยู่ อันนี้ขอโทษครับ เพราะเห็นหลายๆกระทู้ โยนระเบิดทิ้งไว้ แล้ว จขกท หาย

ถ้าตรรกะเดียวกันกับ คุณ paxxa เจ้าของกระทู้ คนไทยนี้ ไม่รู้กี่อย่างต่อกี่อย่าง อับดับต้นๆของโลก อีกเยอะครับ แต่ ก็ไม่ค่อย
ได้เรื่องได้ราว เช่นกัน
Qouteมาให้ดูครับว่าพี่เค้าขอโทษจขกท.แล้ว ใจเย็นๆก่อนครับ
Number8
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 402
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2013, 08:49
Tel: 0898554137
team: Dr.bike club/ Fang nopburi
Bike: Schwinn/ specialized M2/ LOOK 675
ตำแหน่ง: ฝาง เชียงใหม่
ติดต่อ:

Re: ประเทศไทยนี่น่าจะนำเข้า จกย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

โพสต์ โดย Number8 »

ดุกันจริง
มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อยอมแพ้ มนุษย์อาจถูกทำลายได้ แต่ไม่ยอมแพ้
เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”