มาคุยกันเรื่องอุปกรณ์ดีกว่าครับ
อัพแรงก็เรื่องหนึ่ง
อัพอุปกรณ์ก็เรื่องหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่เราจะคุยกัน
ถามว่าเปลี่ยนอุปกรณ์แล้วปั่นดีขึ้นไหม ดีขึ้นแน่ครับ แต่มากน้อยแค่ไหนนั้น เอาที่สบายใจครับ
ล้อขอบสูง ขอบต่ำ น้ำหนักแตกต่างกันไม่ได้มาจากขอบล้อ แต่มาจากองค์รวมของล้อเลย เช่น ดุมหนักกว่ากันแค่ไหน ซี่ล้อแตกต่างกันยังไง ชนิดของวัสดุที่เอามาทำเป็นขอบล้อ ทำไมล้อขอบสูง65mmหน้าหลังคาร์บอนยางงัด ( Enve classic 65mm ซี่DT ดุมNich SL ) น้ำหนักรวมหน้าหลังคู่หนึ่งยังไม่ถึง 1,600 กรัม แต่ล้ออลูขอบต่ำยางงัด Shimano RS010 ถึงหนักได้หนักดี หนักกว่าเสียอีก
ตัวการมีผลต่อการออกแรงจริงๆคือ น้ำหนักของขอบล้อ ไม่ใช่น้ำหนักของดุมล้อ
เวลาปั่นเราจะต้องเอาชนะแรง 3 อัน คือ
1. แรงกระทำในแนวราบ ได้แก่ การเอาชนะ moment of inertia ซึ่งเป็นน้ำหนักมวลรวมของเราและจักรยาน , แรงลมปะทะ
2. แรงกระทำต่อการหมุนของล้อ ได้แก่ การเอาชนะ inertiaของการหมุนของล้อ สิ่งใดที่อยู่ห่างจากดุมล้อมากเท่าไหร่ ยิ่งมีผลมากขึ้นเท่านั้น ถ้าขอบเบา,ยางเบา ความต้านทานต่อการหมุนของล้อก็จะน้อยลง นอกจากinertiaของการหมุนแล้ว ยังมีเรื่องของ Rolling resistance ซึ่งเกิดจากผิวยางกระทำกับผิวทาง
3. แรงกระทำในแนวดิ่ง คือ แรงโน้มถ่วงมาก มวลรวมมากเท่าไหร่ก็มากขึ้นตามไปเท่านั้น
ถ้าเราคุมปัจจัยทุกอย่างไว้ได้หมดแล้วเปรียบเทียบกัน
ล้อขอบสูงดีๆให้อะไรคุณบ้าง?
1. Aerodynamic ครับ ลมที่วิ่งผ่านขอบล้อสูงจะมีกระแสอากาศหมุนวนเกิดเป็นแรงฉุดน้อยกว่าพวกขอบต่ำ แต่Aerodynamic จะมีผลมากขึ้นเมื่อความเร็วสูงขึ้นเท่านั้น
2. ขอบสูงแต่ขอบล้อมวลเบา ความเฉื่อยในการหมุนจะมีน้อยลง ถ้าหากเอาขอบต่ำคุณภาพในระดับเริ่มต้นกับยางนอกคุณภาพระดับซ้อม มาเจอกับขอบสูงคุณภาพสูงในระดับราคากระเป๋าสะเทือนบวกกับยางนอกคุณภาพระดับแข่ง ให้ใครมาปั่นก็จะบอกเลยขอบสูงมันเบาแรงกว่า ออกตัวได้ดีกว่า กระชากขึ้นไวกว่า ตรงนี้คงไม่ต้องอธิบายกันมาก
3. ความสวย ความลงตัว เป็นเรื่องของอารมณ์ที่สร้างความสุขในการปั่นได้ไม่น้อย
แต่ล้อขอบสูงเองก็ใช่ว่าจะเป็นขอบที่เบาเสมอไป ยกตัวอย่าง Zipp404 ยางงัด ขอบสูง 58mm ใครที่เคยปั่นจะรู้เลยว่ามันเป็นขอบที่หนัก หนักกว่าขอบEnve classic 65mm เสียอีก ( ผมเทียบได้เพราะผมเคยใช้ล้อทั้งสองรุ่นนี้ บนดุมล้อชนิดเดียวกันมาก่อน ) ความหนักของขอบล้อส่งผลต่อแรงในการฉุดให้ล้อหมุน
บอกเลยว่า ขาอ่อนกับ Zipp404 มักจะลงเอยด้วยการขายทิ้ง เพราะปั่นกับเพื่อนแล้วไม่ทันเขา
แต่ถ้าเป็นขาแรง เขาจะชอบ เพราะเวลาที่ปั่นขึ้นไปถึงความเร็วประมาณเกือบ40กม/ชม. ขอบล้อที่มีมวลสูงจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า angular momentum หรือ ชาวเราเรียกกันว่า whiang effect ก็ "เหวี่ยง"นั่นแหละ

ร่วมกับ aerodynamic ที่เกิดขึ้นกับล้อขอบสูง จึงช่วยให้คงความเร็วเอาไว้ได้ง่ายขึ้นกว่าพวกล้อขอบต่ำทั้งหลาย
ถ้าหากต้องคบกับความเร็วสูง ปั่นคนเดียว Aerodynamicจะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด ซึ่งเราก็จะพบว่ารถTTหนักๆ ทำไมซัดกันที่ 40 กม/ชม.ได้อย่างไม่ลำบากลำบน มันเป็นเรื่องของAerodynamicจริงๆ ตั้งแต่ท่าปั่นบนaerobar , หน้าตัดของเฟรม , ล้อขอบสูงที่พยายามให้มันชิดกับท่อนั่งให้มากที่สุด เพราะให้กระแสลมที่ผ่านท่อนั่งไม่มาหมุนวนเกิดแรงฉุด
ผมใช้ล้อหลังขอบสูง 45mm มานานแล้ว จะเอาไปใช้เวลาปั่นเข้ากลุ่มที่ลากกันหนักๆ เพราะมันช่วยได้ แต่ปั่นคนเดียวนี่ บางทีก็ยังไม่เห็นประโยชน์ของมันเมื่อเทียบกับขอบ 28mm แต่พอเอามันไปใส่ในรถTT คราวนี้พบเลยว่า มันเป็นเรื่องง่ายมากที่จะคงความเร็วไว้ที่ 35 แล้วพอไล่ความเร็วไปถึง37 ความรู้สึกว่ารถเบาลงก็เริ่มสัมผัสได้ พอไล่ไปถึง40 มันจะเหมือนรถมันไปของมันเอง
มวลของรถ มวลของขอบล้อ ส่งให้เกิด momentum ทั้งแนวราบ และการหมุน , Aerodynamic แสดงผลเมื่อความเร็วสูงขึ้น อะไรที่เกื้อเรื่องaerodynamic เมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้น ก็ทำให้รถวิ่งเร็วขึ้นโดยสัดส่วนของการออกแรงลดลง ซึ่งถ้ามี power meter เราจะเห็นเลยว่า ความเร็วที่สูงขึ้นไม่ได้ใช้วัตต์มากมายเป็นทบทวีเลย ผมตัวเล็ก น้ำหนักเบา วัตต์ไม่สูง แต่ไปเร็วได้ ก็ต้องอาศัยปัจจัยหลากหลายมาก ตั้งแต่รถTT , ยางเกรดแข่ง , ล้อขอบสูง , เสื้อยืดรัดรูปแขนยาว , หมวกแอโร่สักใบ
ใครบอกว่าอุปกรณ์ไม่สำคัญ
แต่กว่าจะเรียก performance ของอุปกรณ์เหล่านี้ออกมาได้ ตัวของเราก็ต้องผ่านการฝึกฝนมาพอสมควรครับ
ในชีวิตจริงของผม เคยมีการศึกษาเข็มแทงน้ำเกลือหลากหลายยี่ห้อ กับ คนที่เพิ่งหัดแทงน้ำเกลือ ผลการศึกษาพบว่า อัตราการสำเร็จใกล้เคียงกันหมดทุกยี่ห้อ แต่พอเอามาให้คนที่มีประสพการณ์มากๆมาใช้ เข็มบางยี่ห้อจะถูกสบัดทิ้งลงถาดทันที เพราะมันสู้เข็มบางยี่ห้อไม่ได้อย่างชัดเจน
มันจึงเป็นธรรมดามาก สำหรับคนที่มีประสพการณ์ผ่านการฝึกฝนมาระดับหนึ่ง ย่อมสามารถแยกแยะประสิทธิภาพของอุปกรณ์ได้ดีกว่าคนที่เพิ่งฝีกฝนมา ทุกๆอย่างในโลกนี้คล้ายๆกันครับ
จักรยานเป็นเรื่องของการฝึกฝน ฝึกหัด สร้างสมประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อและหัวใจ พัฒนากระบวนการและท่าปั่น วิธีปั่น ( ปั่นเป็นกับปั่นไม่เป็น ที่ความเร็วเท่ากัน วัดpeak watt ออกมาได้ไม่เท่ากันนะครับ คนปั่นเป็นใช้กำลังเฉลี่ยๆแล้วน้อยกว่าคนที่ปั่นไม่เป็น )
และไม่เถียงเลยว่า อุปกรณ์ดีๆช่วยให้เราสนุกขึ้นอีกเยอะ