มีแล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มี
มีไว้ไม่ได้ใช้เลยเป็นปีๆ แต่ถ้าต้องใช้แล้วมันช่วยชีวิตเราได้แค่ครั้งเดียวก็ถือว่าคุ้มแล้ว
หมอบดิสต้องฝ่าฟันแรงต่อต้านอีกมากมาย เหมือนตอนเสือภูเขาเมื่อก่อน
ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- ngoa
- ขาประจำ
- โพสต์: 1338
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2012, 02:13
- name_joker
- ขาประจำ
- โพสต์: 609
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:29
- Tel: 0894888XXX
- team: Y@H / BRC
- Bike: EV4
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
เคยตัดสินใจจะไปดิสเบรค แต่กลับมาใช้ริมเบรค ขอแชร์เป้าประเด็นตัดสินใจกันประมาณนี้ครับ
1 มาตรฐาน
ตอนนี้เทคโนโลยีพึ่งเปลี่ยนถ่าย ทุกค่ายก็อยากจะเป็นผู้นำ ทำมาตรฐานกันออกมาเพียบเลย ทั้งมาตรฐานยึดคาลิปเปอร์บนเฟรม/ตะเกียบ มาตรฐานขนาดใบดิส หนักข้อคือมาตรฐานของแกนล้อ ล้อหลังจะ130หรือ135 หน้าหน้าจะแกนปลด9มม.หรือไปใช้thru axle ใครซื้อกันช่วงนี้ก็เหมือนเสี่ยงทาย ถ้าซื้อมาเป็นมาตรฐานที่จะใช้กันต่อไปในอนาคตก็ถือว่าโชคดี ถ้าไม่ใช่ก็จะเป็นซากของวิวัฒนาการไป ส่วนนี้คิดว่าซักปีถึงสองปีน่าจะนิ่งและมีมาตรฐานที่ชัดเจนครับ
2 ประสิทธิภาพในการเบรค
ผมไม่กังขาเลยว่าดิสเบรคมันเบรคได้ดีกว่าริมเบรคแน่นอน เสือภูเขาก็ใช้กันมาตั้งนานแล้ว แต่เนื่องจากการใช้งานมันต่างกันพอสมควร ตรงที่ contact patch ของหน้ายางหมอบมันเล็กมาก หน้ายาง25มม. พลังเบรคที่มากของดิสเสือภูเขาไม่สามารถเอามาใช้กับเสือหมอบได้เลย เพราะจะทำให้ล้อล๊อคสไลด์ หรือหน้าคว่ำกันได้ การพัฒนาตรงนี้ก็เลยเหมือนกับการออกแบบใหม่ทั้งหมด คิดว่าอีกซักพักเหมือนกัน กว่าจะจูนกันลงตัว ส่วนนี้แต่ละค่ายยังเรียกได้ว่า "ลองของ" กันอยู่เลย เรียกว่าเทียบกับความนิ่งของเบรคเสือภูเขาไม่ได้ซักนิด อย่างเมื่อต้นปีมีฝรั่งใช้ดิสเบรคหมอบชิมาโน่ลงเขา ลูกสูบเบรคแตก เบรคเฟด ไร้พลังในการเบรคตลอดการลง โดยที่ชิมาโน่ยังแถลงไม่ได้เลยจนทุกวันนี้ว่าทำไมลูกสูบเบรคเซรามิค ถึงแตกร้าวจนทำให้ระบบเบรคสิ้นประสิทธิภาพในการเบรคได้ ??? ซักวันมันนิ่งแน่ๆ แต่วันนี้ ผมยังไม่แน่ใจ
*** อย่างนึงที่น่าสนใจ คือต่อไปล้อเสือหมอบจะออกแบบได้ดีขึ้นมากและนน.รวมจะเบาลง เพราะภาระเบรคที่ขอบล้อหายไป แต่... ณ.ปัจจุบัน ทุกอย่างยังไม่พัฒนา เหมือนเอาล้อริม มาใส่ดิสเฉยๆ ให้มันใช้กันได้แค่นั้นเองจริงๆ ***
3 น้ำหนัก
จริงๆจะรวมกับข้อข้างบนก็ได้ ดิสเบรค red เทียบกับ rim ธรรมดา นน.ต่างกันประมาณ300-400กรัม ไม่เยอะมาก แต่ถ้ารุ่นล่างๆ ก็+กันไปอีก อาจถึง500กรัม ส่วนนี้็ก็แล้วแต่วิจารณญาณ ว่าคุณรับได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง
*** ส่วนตัวเชื่อว่าอนาคตมันเบากว่านี้แน่ครับ แต่ตอนนี้มันทำได้เท่านี้เท่านั้นเอง ***
4 การดูแลรักษา / ปัญหาอื่นๆ
อันนี้จริงๆเรื่องใหญ่ เคลมกันมากว่าจริงๆแล้วดิสเบรคดูแลง่ายกว่าริมเบรค เพราะไม่ต้องตั้งระยะ pad ใหม่ เปลี่ยนผ้าเบรคง่าย ไม่ต้องมาตั้งtoe inด้วยซ้ำ ไล่น้ำมันนานๆที อันนั้นมันก็จริง แต่อย่าลืมปัญหาคลาสสิคสมัยที่เราขี่เสือภูเขา อาทิ ไปดิสคด ขี่แม่งเฉยๆ คดซะอย่างนั้น แล้วพอมันสีผ้าเบรคนี่แก้ปัญหากลางทางไม่ได้ซะด้วย !!! และอีกเรื่องคือการรั่วซึมของน้ำมัน ไอน้ำมันของน้ำมันดิสเบรคกัดสีของอะไหล่ได้ดียิ่ง จากที่เคยใช้ ยังไม่เคยเห็นมือเบรคของตัวไหนที่ใช้น้ำมันdotแล้วสีไม่ปูดเลย(ถ้าใช้งานซักปียึงแล้วหนะนะครับ) ไอสองเรื่องใหญ่นี่ทำให้ผมเป็นกังวลมากจริงๆว่ามันจะตามมามั้ยถ้ามันเป็นของเสือหมอบ ???
*** ถ้าคุณคิดว่าการแก้ปัญหาตรงนี้ง่ายๆด้วยการใช้หมอบดิสสายแทน ผมคิดว่าไม่จริง เพราะดิสเบรคน้ำมันได้ข้อดีทั้งพลังเบรค modulationของการเบรค และeffortในการเบรคที่น้อยลง ข้อดีทั้งสามหายไปหมดในดิสสาย ว่าง่ายๆคือ ถ้าจะใช้ดิสสาย ผมว่าใช้ริมเบรคธรรมดายังจะดีซะกว่า สำหรับเสือหมอบ ***
เคยหารือเรื่องนี้กับพี่ท่านหนึ่ง พี่แกกล่าวมาหนึ่งประโยค แล้วผมก็อึ้งไปเลย... แก้กล่าวว่า
"เสือภูเขาขี่ในเทรล การเบรคสำคัญมาก ปั่นกับเบรคใช้เท่าๆกัน แต่ เสือหมอบปกติเราปั่นแทบตลอดเวลา ไม่ได้เบรคตลอดเวลา ขึ้นเขาก็นานๆที(คนกรุงเทพนะ) ดิสเบรคช่วยเรื่องการเบรค ซึ่งเป็นเพียง 5%ของการขี่ทั้งหมดเท่านั้น แต่อาจจะพาปัญหาอีกมากให้กับ95%ของการขี่ที่เหลือ สู้ใช้ของเดิมแล้วไม่มีปัญหาไม่ดีกว่าหรือ ??? "
ผมเชื่อว่าซักวันมันมาแน่และมันจะดีจนเราปฎิเสธมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เมื่อวันนั้นมาถึงผมเปลี่ยนแน่ๆ แต่วันนั้นที่แน่ๆคือยังไม่ใช่ตอนนี้ครับ
1 มาตรฐาน
ตอนนี้เทคโนโลยีพึ่งเปลี่ยนถ่าย ทุกค่ายก็อยากจะเป็นผู้นำ ทำมาตรฐานกันออกมาเพียบเลย ทั้งมาตรฐานยึดคาลิปเปอร์บนเฟรม/ตะเกียบ มาตรฐานขนาดใบดิส หนักข้อคือมาตรฐานของแกนล้อ ล้อหลังจะ130หรือ135 หน้าหน้าจะแกนปลด9มม.หรือไปใช้thru axle ใครซื้อกันช่วงนี้ก็เหมือนเสี่ยงทาย ถ้าซื้อมาเป็นมาตรฐานที่จะใช้กันต่อไปในอนาคตก็ถือว่าโชคดี ถ้าไม่ใช่ก็จะเป็นซากของวิวัฒนาการไป ส่วนนี้คิดว่าซักปีถึงสองปีน่าจะนิ่งและมีมาตรฐานที่ชัดเจนครับ
2 ประสิทธิภาพในการเบรค
ผมไม่กังขาเลยว่าดิสเบรคมันเบรคได้ดีกว่าริมเบรคแน่นอน เสือภูเขาก็ใช้กันมาตั้งนานแล้ว แต่เนื่องจากการใช้งานมันต่างกันพอสมควร ตรงที่ contact patch ของหน้ายางหมอบมันเล็กมาก หน้ายาง25มม. พลังเบรคที่มากของดิสเสือภูเขาไม่สามารถเอามาใช้กับเสือหมอบได้เลย เพราะจะทำให้ล้อล๊อคสไลด์ หรือหน้าคว่ำกันได้ การพัฒนาตรงนี้ก็เลยเหมือนกับการออกแบบใหม่ทั้งหมด คิดว่าอีกซักพักเหมือนกัน กว่าจะจูนกันลงตัว ส่วนนี้แต่ละค่ายยังเรียกได้ว่า "ลองของ" กันอยู่เลย เรียกว่าเทียบกับความนิ่งของเบรคเสือภูเขาไม่ได้ซักนิด อย่างเมื่อต้นปีมีฝรั่งใช้ดิสเบรคหมอบชิมาโน่ลงเขา ลูกสูบเบรคแตก เบรคเฟด ไร้พลังในการเบรคตลอดการลง โดยที่ชิมาโน่ยังแถลงไม่ได้เลยจนทุกวันนี้ว่าทำไมลูกสูบเบรคเซรามิค ถึงแตกร้าวจนทำให้ระบบเบรคสิ้นประสิทธิภาพในการเบรคได้ ??? ซักวันมันนิ่งแน่ๆ แต่วันนี้ ผมยังไม่แน่ใจ
*** อย่างนึงที่น่าสนใจ คือต่อไปล้อเสือหมอบจะออกแบบได้ดีขึ้นมากและนน.รวมจะเบาลง เพราะภาระเบรคที่ขอบล้อหายไป แต่... ณ.ปัจจุบัน ทุกอย่างยังไม่พัฒนา เหมือนเอาล้อริม มาใส่ดิสเฉยๆ ให้มันใช้กันได้แค่นั้นเองจริงๆ ***
3 น้ำหนัก
จริงๆจะรวมกับข้อข้างบนก็ได้ ดิสเบรค red เทียบกับ rim ธรรมดา นน.ต่างกันประมาณ300-400กรัม ไม่เยอะมาก แต่ถ้ารุ่นล่างๆ ก็+กันไปอีก อาจถึง500กรัม ส่วนนี้็ก็แล้วแต่วิจารณญาณ ว่าคุณรับได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง
*** ส่วนตัวเชื่อว่าอนาคตมันเบากว่านี้แน่ครับ แต่ตอนนี้มันทำได้เท่านี้เท่านั้นเอง ***
4 การดูแลรักษา / ปัญหาอื่นๆ
อันนี้จริงๆเรื่องใหญ่ เคลมกันมากว่าจริงๆแล้วดิสเบรคดูแลง่ายกว่าริมเบรค เพราะไม่ต้องตั้งระยะ pad ใหม่ เปลี่ยนผ้าเบรคง่าย ไม่ต้องมาตั้งtoe inด้วยซ้ำ ไล่น้ำมันนานๆที อันนั้นมันก็จริง แต่อย่าลืมปัญหาคลาสสิคสมัยที่เราขี่เสือภูเขา อาทิ ไปดิสคด ขี่แม่งเฉยๆ คดซะอย่างนั้น แล้วพอมันสีผ้าเบรคนี่แก้ปัญหากลางทางไม่ได้ซะด้วย !!! และอีกเรื่องคือการรั่วซึมของน้ำมัน ไอน้ำมันของน้ำมันดิสเบรคกัดสีของอะไหล่ได้ดียิ่ง จากที่เคยใช้ ยังไม่เคยเห็นมือเบรคของตัวไหนที่ใช้น้ำมันdotแล้วสีไม่ปูดเลย(ถ้าใช้งานซักปียึงแล้วหนะนะครับ) ไอสองเรื่องใหญ่นี่ทำให้ผมเป็นกังวลมากจริงๆว่ามันจะตามมามั้ยถ้ามันเป็นของเสือหมอบ ???
*** ถ้าคุณคิดว่าการแก้ปัญหาตรงนี้ง่ายๆด้วยการใช้หมอบดิสสายแทน ผมคิดว่าไม่จริง เพราะดิสเบรคน้ำมันได้ข้อดีทั้งพลังเบรค modulationของการเบรค และeffortในการเบรคที่น้อยลง ข้อดีทั้งสามหายไปหมดในดิสสาย ว่าง่ายๆคือ ถ้าจะใช้ดิสสาย ผมว่าใช้ริมเบรคธรรมดายังจะดีซะกว่า สำหรับเสือหมอบ ***
เคยหารือเรื่องนี้กับพี่ท่านหนึ่ง พี่แกกล่าวมาหนึ่งประโยค แล้วผมก็อึ้งไปเลย... แก้กล่าวว่า
"เสือภูเขาขี่ในเทรล การเบรคสำคัญมาก ปั่นกับเบรคใช้เท่าๆกัน แต่ เสือหมอบปกติเราปั่นแทบตลอดเวลา ไม่ได้เบรคตลอดเวลา ขึ้นเขาก็นานๆที(คนกรุงเทพนะ) ดิสเบรคช่วยเรื่องการเบรค ซึ่งเป็นเพียง 5%ของการขี่ทั้งหมดเท่านั้น แต่อาจจะพาปัญหาอีกมากให้กับ95%ของการขี่ที่เหลือ สู้ใช้ของเดิมแล้วไม่มีปัญหาไม่ดีกว่าหรือ ??? "
ผมเชื่อว่าซักวันมันมาแน่และมันจะดีจนเราปฎิเสธมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เมื่อวันนั้นมาถึงผมเปลี่ยนแน่ๆ แต่วันนั้นที่แน่ๆคือยังไม่ใช่ตอนนี้ครับ
Sketcher Shop
ขายปลีก ขายส่ง อุปกรณ์ศิลปะ เครื่องเขียนทุกประเภท จัดส่งทั่วไทย
Line ID : kitchai1965
Tel: 092-403-6476
facebook : sketcher shop
by Siam Sketch Supply Co,.Ltd
ขายปลีก ขายส่ง อุปกรณ์ศิลปะ เครื่องเขียนทุกประเภท จัดส่งทั่วไทย
Line ID : kitchai1965
Tel: 092-403-6476
facebook : sketcher shop
by Siam Sketch Supply Co,.Ltd
- hund
- ขาประจำ
- โพสต์: 313
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ค. 2011, 16:08
- Tel: 0922766932
- team: ไร้สังกัด
- Bike: Bs transit x-bike
- ตำแหน่ง: บางบอน
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
ผมคิดว่าวีเบรค จะอยู่ไปอีกนาน อนาคตขอบล้อเปียกน้ำจะเบรคได้
เริ่มเห็นล้อคารบอน ทำขอบล้อที่ใช้เบรคแบบไม่เรียบอันนี้ก็น่าสนใจ
ดิสนี่ก็จริงมันยังหามาตราฐานที่เหมาะสมได้ยาก ลังเลต่อ 555
มีเรื่องสงสัย ผ้าเบรคเนี่ย ถ้าเราใช้แบบผสมเกรด
แบบคู่หน้าเบรคดีในย่านความเร็วสูง
คู่หลังเบรคดีในย่านความเร็วต่ำ
แบบนี้มันใช้งานได้กว้างขึ้นมัย ทั้งช้า ทั้งเร็วหรือป่าวครับ แบบได้สองอย่างแต่ไม่เต็มร้อย
ผมดูแข่งรถ rally เคยเห็น3ล้อใส่soft อีกวงใส่ hard ซะงั้นเวลาดีด้วย
เริ่มเห็นล้อคารบอน ทำขอบล้อที่ใช้เบรคแบบไม่เรียบอันนี้ก็น่าสนใจ
ดิสนี่ก็จริงมันยังหามาตราฐานที่เหมาะสมได้ยาก ลังเลต่อ 555
มีเรื่องสงสัย ผ้าเบรคเนี่ย ถ้าเราใช้แบบผสมเกรด
แบบคู่หน้าเบรคดีในย่านความเร็วสูง
คู่หลังเบรคดีในย่านความเร็วต่ำ
แบบนี้มันใช้งานได้กว้างขึ้นมัย ทั้งช้า ทั้งเร็วหรือป่าวครับ แบบได้สองอย่างแต่ไม่เต็มร้อย
ผมดูแข่งรถ rally เคยเห็น3ล้อใส่soft อีกวงใส่ hard ซะงั้นเวลาดีด้วย
- arty118
- ขาประจำ
- โพสต์: 199
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ต.ค. 2014, 13:28
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
ผมยังเลือก rim brake ครับ เพราะยังดูแล maintenance เองได้ไม่ยากเท่าใหร่
Disc brake นี่ไม่ถนัด และดูแลยากกว่าครับ
Disc brake นี่ไม่ถนัด และดูแลยากกว่าครับ
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
อย่างโดน !!!name_joker เขียน:เคยตัดสินใจจะไปดิสเบรค แต่กลับมาใช้ริมเบรค ขอแชร์เป้าประเด็นตัดสินใจกันประมาณนี้ครับ
1 มาตรฐาน
ตอนนี้เทคโนโลยีพึ่งเปลี่ยนถ่าย ทุกค่ายก็อยากจะเป็นผู้นำ ทำมาตรฐานกันออกมาเพียบเลย ทั้งมาตรฐานยึดคาลิปเปอร์บนเฟรม/ตะเกียบ มาตรฐานขนาดใบดิส หนักข้อคือมาตรฐานของแกนล้อ ล้อหลังจะ130หรือ135 หน้าหน้าจะแกนปลด9มม.หรือไปใช้thru axle ใครซื้อกันช่วงนี้ก็เหมือนเสี่ยงทาย ถ้าซื้อมาเป็นมาตรฐานที่จะใช้กันต่อไปในอนาคตก็ถือว่าโชคดี ถ้าไม่ใช่ก็จะเป็นซากของวิวัฒนาการไป ส่วนนี้คิดว่าซักปีถึงสองปีน่าจะนิ่งและมีมาตรฐานที่ชัดเจนครับ
2 ประสิทธิภาพในการเบรค
ผมไม่กังขาเลยว่าดิสเบรคมันเบรคได้ดีกว่าริมเบรคแน่นอน เสือภูเขาก็ใช้กันมาตั้งนานแล้ว แต่เนื่องจากการใช้งานมันต่างกันพอสมควร ตรงที่ contact patch ของหน้ายางหมอบมันเล็กมาก หน้ายาง25มม. พลังเบรคที่มากของดิสเสือภูเขาไม่สามารถเอามาใช้กับเสือหมอบได้เลย เพราะจะทำให้ล้อล๊อคสไลด์ หรือหน้าคว่ำกันได้ การพัฒนาตรงนี้ก็เลยเหมือนกับการออกแบบใหม่ทั้งหมด คิดว่าอีกซักพักเหมือนกัน กว่าจะจูนกันลงตัว ส่วนนี้แต่ละค่ายยังเรียกได้ว่า "ลองของ" กันอยู่เลย เรียกว่าเทียบกับความนิ่งของเบรคเสือภูเขาไม่ได้ซักนิด อย่างเมื่อต้นปีมีฝรั่งใช้ดิสเบรคหมอบชิมาโน่ลงเขา ลูกสูบเบรคแตก เบรคเฟด ไร้พลังในการเบรคตลอดการลง โดยที่ชิมาโน่ยังแถลงไม่ได้เลยจนทุกวันนี้ว่าทำไมลูกสูบเบรคเซรามิค ถึงแตกร้าวจนทำให้ระบบเบรคสิ้นประสิทธิภาพในการเบรคได้ ??? ซักวันมันนิ่งแน่ๆ แต่วันนี้ ผมยังไม่แน่ใจ
*** อย่างนึงที่น่าสนใจ คือต่อไปล้อเสือหมอบจะออกแบบได้ดีขึ้นมากและนน.รวมจะเบาลง เพราะภาระเบรคที่ขอบล้อหายไป แต่... ณ.ปัจจุบัน ทุกอย่างยังไม่พัฒนา เหมือนเอาล้อริม มาใส่ดิสเฉยๆ ให้มันใช้กันได้แค่นั้นเองจริงๆ ***
3 น้ำหนัก
จริงๆจะรวมกับข้อข้างบนก็ได้ ดิสเบรค red เทียบกับ rim ธรรมดา นน.ต่างกันประมาณ300-400กรัม ไม่เยอะมาก แต่ถ้ารุ่นล่างๆ ก็+กันไปอีก อาจถึง500กรัม ส่วนนี้็ก็แล้วแต่วิจารณญาณ ว่าคุณรับได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง
*** ส่วนตัวเชื่อว่าอนาคตมันเบากว่านี้แน่ครับ แต่ตอนนี้มันทำได้เท่านี้เท่านั้นเอง ***
4 การดูแลรักษา / ปัญหาอื่นๆ
อันนี้จริงๆเรื่องใหญ่ เคลมกันมากว่าจริงๆแล้วดิสเบรคดูแลง่ายกว่าริมเบรค เพราะไม่ต้องตั้งระยะ pad ใหม่ เปลี่ยนผ้าเบรคง่าย ไม่ต้องมาตั้งtoe inด้วยซ้ำ ไล่น้ำมันนานๆที อันนั้นมันก็จริง แต่อย่าลืมปัญหาคลาสสิคสมัยที่เราขี่เสือภูเขา อาทิ ไปดิสคด ขี่แม่งเฉยๆ คดซะอย่างนั้น แล้วพอมันสีผ้าเบรคนี่แก้ปัญหากลางทางไม่ได้ซะด้วย !!! และอีกเรื่องคือการรั่วซึมของน้ำมัน ไอน้ำมันของน้ำมันดิสเบรคกัดสีของอะไหล่ได้ดียิ่ง จากที่เคยใช้ ยังไม่เคยเห็นมือเบรคของตัวไหนที่ใช้น้ำมันdotแล้วสีไม่ปูดเลย(ถ้าใช้งานซักปียึงแล้วหนะนะครับ) ไอสองเรื่องใหญ่นี่ทำให้ผมเป็นกังวลมากจริงๆว่ามันจะตามมามั้ยถ้ามันเป็นของเสือหมอบ ???
*** ถ้าคุณคิดว่าการแก้ปัญหาตรงนี้ง่ายๆด้วยการใช้หมอบดิสสายแทน ผมคิดว่าไม่จริง เพราะดิสเบรคน้ำมันได้ข้อดีทั้งพลังเบรค modulationของการเบรค และeffortในการเบรคที่น้อยลง ข้อดีทั้งสามหายไปหมดในดิสสาย ว่าง่ายๆคือ ถ้าจะใช้ดิสสาย ผมว่าใช้ริมเบรคธรรมดายังจะดีซะกว่า สำหรับเสือหมอบ ***
เคยหารือเรื่องนี้กับพี่ท่านหนึ่ง พี่แกกล่าวมาหนึ่งประโยค แล้วผมก็อึ้งไปเลย... แก้กล่าวว่า
"เสือภูเขาขี่ในเทรล การเบรคสำคัญมาก ปั่นกับเบรคใช้เท่าๆกัน แต่ เสือหมอบปกติเราปั่นแทบตลอดเวลา ไม่ได้เบรคตลอดเวลา ขึ้นเขาก็นานๆที(คนกรุงเทพนะ) ดิสเบรคช่วยเรื่องการเบรค ซึ่งเป็นเพียง 5%ของการขี่ทั้งหมดเท่านั้น แต่อาจจะพาปัญหาอีกมากให้กับ95%ของการขี่ที่เหลือ สู้ใช้ของเดิมแล้วไม่มีปัญหาไม่ดีกว่าหรือ ??? "
ผมเชื่อว่าซักวันมันมาแน่และมันจะดีจนเราปฎิเสธมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เมื่อวันนั้นมาถึงผมเปลี่ยนแน่ๆ แต่วันนั้นที่แน่ๆคือยังไม่ใช่ตอนนี้ครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- Tdf
- ขาประจำ
- โพสต์: 1703
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2012, 22:06
Re: ปรึกษา หมอบปกติ กับ หมอบดิส ถ้างบพอกันจะเลือกอะไร
ผมเคยอยากรู้ก็เลยหามาลองเป็นหมอบดิสค์เบรคนำ้มันชิมาโนตัวท๊อปนี่แหละ ลองแล้วก็เลยได้รู้ว่าหมอบดิสค์เบรคจุดอ่อนมันอยู่ที่น้ำหนักของระบบเบรค คาลิปเปอร์ก็หนัก จานดิสค์ก็หนัก และที่สำคัญคือดุมล้อที่ต้องออกแบบใหม่ให้แข็งแรงมากเพื่อรองรับแรงที่กระทำมาจากจานดิสค์เบรคทำให้น้ำหนักดุมล้อมากกว่าปกติ ผลก็คือมันขาดฟิลลิ่งความพุ่งของรถเสือหมอบไปครับ ปั่นกระชากมากๆก็เหนื่อยหมดแรงก่อนเรื่องล้อเหวี่ยงล้อลื่นไหลนี่ลืมไปได้เลย แถมมีปัญหาล้อฝืดจากการที่ผ้าดิสค์เบรคมันสีกับจานดิสค์ตลอดเวลาอีกและจานดิสค์นี่ก็คดง่ายมาก แต่ฟิลลิ่งตอนเบรคหรือลงเนินลงเขาลุยน้ำลุยฝนนี่เหนือกว่าเบรคก้ามปูจริงๆ เพียงแต่ว่าในการใช้งานจริงเจอสภาพเส้นทางแบบนั้นน้อยมาก ทนใช้ได้ไม่กี่เดือนต้องขายออกกลับมาใช้หมอบก้ามปูธรรมดาเหมือนเดิมถึงจะพอปั่นตามคนอื่นได้ทัน ในความคิดผมหมอบดิสค์เบรคน่าจะเหมาะกับการปั่นคนเดียวชิลล์ๆมากกว่า ถ้าปั่นตามคนอื่นที่เป็นหมอบธรรมดานี่เหนื่อยกว่าแน่นอน