เสือแม่ฮ่องสอน
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
กฏการใช้บอร์ด
กระดานนี้จะรวมกระทู้กลุ่มย่อยต่างๆ ใครไร้สังกัดหรือกลุ่มตั้งใหม่ สามารถตั้งกระทู้คุยได้ที่ห้องนี้ครับ
กระดานนี้จะรวมกระทู้กลุ่มย่อยต่างๆ ใครไร้สังกัดหรือกลุ่มตั้งใหม่ สามารถตั้งกระทู้คุยได้ที่ห้องนี้ครับ
- ตนดอย
- ขาประจำ
- โพสต์: 362
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 23:51
- Tel: 084-3650825
- team: Freedom
- Bike: จักรยานขี้เมี่ยง
Re: เสือแม่ฮ่องสอน
เสียดาทริปปางตอง
ถ้าอยู่ไม่พลาด
ขึ้นเขาชอบ
แต่ทางราบไม่ชอบ
ชอบแต่กินลาบดีกว่ากันเยอะ
ซ้อมก้นเยอะ ๆ ไปปะที่ดอยสุเทพเน้อพี่น้อง
ถ้าอยู่ไม่พลาด
ขึ้นเขาชอบ
แต่ทางราบไม่ชอบ
ชอบแต่กินลาบดีกว่ากันเยอะ
ซ้อมก้นเยอะ ๆ ไปปะที่ดอยสุเทพเน้อพี่น้อง
อ้ายตนจน จำต้องทนปั่นรถถีบ
-
EDD TITAN
- ขาประจำ
- โพสต์: 978
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 16:50
- Tel: 084 372 3515
- team: EDD TITAN
- Bike: TREK Marin5
- ตำแหน่ง: EDD TITAN อรรถกร คำใส 70/3 ถ.ขุนลุมประพาส ต.จองคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน 58000
- ติดต่อ:
Re: เสือแม่ฮ่องสอน
ฉลองหน้า สอง
กลางเดือนตุลาคมนี้ มีตัวอัดถ้วยคอแล้ว ท่านใดต้องการเปลี่ยนเฟรม หรือถ้วยคอ ไม่ต้องขวัญผวากันอีกต่อไปแล้ว
พูดเล่นคับ
จากพี่เืสือดาวจัดให้
กลางเดือนตุลาคมนี้ มีตัวอัดถ้วยคอแล้ว ท่านใดต้องการเปลี่ยนเฟรม หรือถ้วยคอ ไม่ต้องขวัญผวากันอีกต่อไปแล้ว
พูดเล่นคับ
จากพี่เืสือดาวจัดให้

- จิ้งเหลนไฟ
- ขาประจำ
- โพสต์: 322
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 มี.ค. 2009, 15:31
- Tel: 0857090354
- team: กู้ชืพฟ้ามุ่ย
- Bike: XtC-team @ cannondale f2
Re: เสือแม่ฮ่องสอน
อยากรู้จริงๆ ว่าทำไมเสือโอ๋ไม่ยอมมาเป็นสมาชิกซะที
มัวแต่เล่นกล้ามอยู่นั่นแหละ กล้ามใหญ่ไปเดี๋ยวสาววิ่งหนีหมดนะ
เดี๋ยวนี้เขานิยมหุ่นเพียวๆเหมือนเสือสามหมอก
วันเสาร์นี้ ลุงตุ๊ ชวนปั่นไป ปางตองนะครับพี่น้อง
Stage ภูเขา เจ้าภูเขาทั้งหลาย มาร่วมปั่นพิชิตปางตองกันนะครับ
เจอกัน เก้าโมงหน้าร้านไททัน นะครับ
เปลี่ยนเส้นทางบ้างไม่ได้หรือ เบื่อแล้ว เส้นทางนี้ปั่นเกือบทุกวัน
(ขาแรง)
มัวแต่เล่นกล้ามอยู่นั่นแหละ กล้ามใหญ่ไปเดี๋ยวสาววิ่งหนีหมดนะ
เดี๋ยวนี้เขานิยมหุ่นเพียวๆเหมือนเสือสามหมอก
วันเสาร์นี้ ลุงตุ๊ ชวนปั่นไป ปางตองนะครับพี่น้อง
Stage ภูเขา เจ้าภูเขาทั้งหลาย มาร่วมปั่นพิชิตปางตองกันนะครับ
เจอกัน เก้าโมงหน้าร้านไททัน นะครับ
เปลี่ยนเส้นทางบ้างไม่ได้หรือ เบื่อแล้ว เส้นทางนี้ปั่นเกือบทุกวัน
(ขาแรง)
จิ้งเหลนไฟ เสือสาละวิน 1991
- livesiam
- สมาชิก
- โพสต์: 1
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.พ. 2009, 15:50
- Tel: 0857138913
- team: รถแพงแต่แรงไม่มี อิอิ
- Bike: Giant XtC 2008
Re: เสือแม่ฮ่องสอน
รายงานตัวครับ....
ถึงไม่มีแรง...แต่ใจยังสู้ครับ......
ถึงไม่มีแรง...แต่ใจยังสู้ครับ......
- เสือสามหมอก
- ขาประจำ
- โพสต์: 387
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2008, 19:00
- team: แม่ฮ่องสอน
- Bike: GIANT XTC TEAM / JAVA
Re: เสือแม่ฮ่องสอน
ซ้อมขึ้นเขาเยอะๆ จะไปขึ้นดอยสุเทพ กลัวโดนเด็กแซง
พี่นัน เจอกันที่ดอยสุเทพนะครับ

รถถีบเฒ่า
- เสือสามหมอก
- ขาประจำ
- โพสต์: 387
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2008, 19:00
- team: แม่ฮ่องสอน
- Bike: GIANT XTC TEAM / JAVA
Re: เสือแม่ฮ่องสอน
- ไฟล์แนบ
-
- PB090146_resize_resize_resize_resize.JPG (72.25 KiB) เข้าดูแล้ว 636 ครั้ง
รถถีบเฒ่า
- เสือสามหมอก
- ขาประจำ
- โพสต์: 387
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2008, 19:00
- team: แม่ฮ่องสอน
- Bike: GIANT XTC TEAM / JAVA
Re: เสือแม่ฮ่องสอน
อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน......แล้วนะ
1. คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี 1 ปี เท่ากับ 365 วัน แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน
คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม......... ไม่เลว 3,120 สัปดาห์
อุแม่เจ้า......... แสดงว่า เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง
คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา แทบเบือนหน้าหนีจากปฏิทิน เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังเพื่อรอวันลาโลก...
เปล่าเลยผมไม่ได้กลัวตาย และขอโทษที่หากเรื่องอาจไม่ค่อยขำ แต่ตลอดเวลาที่ใช้เวลาอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวนในเชิงตัวเลข
*ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน
*เพลงอีกหลายเพลงยังไม่ได้ฟัง
*หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดู
ความรู้สึกในใจอีกมากมายที่ยังไม่เคยบอก
พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป โอ๊ย..... กลุ้ม สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามัน
น้อยเกินไปจริง ๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้นคือ ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน
นั่นแสดงว่าบางคนไม่ได้มีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วันหรอกนะ อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ!
อุแม่เจ้าเทค 2
คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึง สามพันวันแล้วเหรอเนี่ย!!!!
คิดแบบนี้ต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู กางปฏิทินออกกว้าง ๆ
เพราะมันคือเวลาที่เราเหลือ.... บนโลกนี้
นี่ชั้นกำลังทำบ้าบออะไรอยู่.....ไม่เลยน้องสาว นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งสิ้น หากเป็นความจริงที่
เราไม่ค่อยได้มองมัน เอาล่ะ งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 17 ปี แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,205 วัน
และผ่านคืนวันเสาร์มาร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น ......
คำนวณเองบ้างซิว้อยย.....
เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลา ( ที่คาดว่าจะ) เหลืออยู่ ผลลัพธ์ที่ได้ เราจะทำยังไงกับมันดี .....
แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อนั่งเอา หัวตากแอร์ไปวัน ๆ ยอม ให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้
เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า ' เงินเดือน '
บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ
ไม่ก็เห็นแค่ว่าเพื่อนเรียน
เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่ากูจะเป็นอะไรดี บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น
ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น
แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความ
รู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน
บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ
ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศล
ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....ไอ้บ้า และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม ' ฆ่าเวลา ' ชีวิตมันว่างจัด
ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล
เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี
อีกหน่อยเราก็ตายจากัน ...... แล้วนะ ลองคิดแบบนี้บ้าง
ใช่แล้ว .... เราจะเกิดความเสียดาย
เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ
ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ
ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ... ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้
และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ...
มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า
เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ
ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว
ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง ...ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไง รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี
ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย ... เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ ) ตายแล้ว
ใช้เวลา ( ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้
กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล
....... คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน
ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด
ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น
แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง
เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน.........
หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ......
แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน
ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด
และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก
ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน .... แล้วนะ
อ้าว.... รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก
รีบ แยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ ทำ
เดี๋ยวตายซะก่อน .... เสียดายแย่
1. คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี 1 ปี เท่ากับ 365 วัน แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน
คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม......... ไม่เลว 3,120 สัปดาห์
อุแม่เจ้า......... แสดงว่า เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง
คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา แทบเบือนหน้าหนีจากปฏิทิน เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังเพื่อรอวันลาโลก...
เปล่าเลยผมไม่ได้กลัวตาย และขอโทษที่หากเรื่องอาจไม่ค่อยขำ แต่ตลอดเวลาที่ใช้เวลาอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวนในเชิงตัวเลข
*ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน
*เพลงอีกหลายเพลงยังไม่ได้ฟัง
*หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดู
ความรู้สึกในใจอีกมากมายที่ยังไม่เคยบอก
พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป โอ๊ย..... กลุ้ม สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามัน
น้อยเกินไปจริง ๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้นคือ ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน
นั่นแสดงว่าบางคนไม่ได้มีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วันหรอกนะ อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ!
อุแม่เจ้าเทค 2
คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึง สามพันวันแล้วเหรอเนี่ย!!!!
คิดแบบนี้ต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู กางปฏิทินออกกว้าง ๆ
เพราะมันคือเวลาที่เราเหลือ.... บนโลกนี้
นี่ชั้นกำลังทำบ้าบออะไรอยู่.....ไม่เลยน้องสาว นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งสิ้น หากเป็นความจริงที่
เราไม่ค่อยได้มองมัน เอาล่ะ งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 17 ปี แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,205 วัน
และผ่านคืนวันเสาร์มาร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น ......
คำนวณเองบ้างซิว้อยย.....
เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลา ( ที่คาดว่าจะ) เหลืออยู่ ผลลัพธ์ที่ได้ เราจะทำยังไงกับมันดี .....
แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อนั่งเอา หัวตากแอร์ไปวัน ๆ ยอม ให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้
เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า ' เงินเดือน '
บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ
ไม่ก็เห็นแค่ว่าเพื่อนเรียน
เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่ากูจะเป็นอะไรดี บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น
ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น
แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความ
รู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน
บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ
ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศล
ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....ไอ้บ้า และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม ' ฆ่าเวลา ' ชีวิตมันว่างจัด
ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล
เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี
อีกหน่อยเราก็ตายจากัน ...... แล้วนะ ลองคิดแบบนี้บ้าง
ใช่แล้ว .... เราจะเกิดความเสียดาย
เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ
ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ
ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ... ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้
และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ...
มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า
เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ
ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว
ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง ...ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไง รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี
ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย ... เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ ) ตายแล้ว
ใช้เวลา ( ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้
กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล
....... คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน
ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด
ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น
แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง
เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน.........
หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ......
แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน
ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด
และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก
ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน .... แล้วนะ
อ้าว.... รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก
รีบ แยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ ทำ
เดี๋ยวตายซะก่อน .... เสียดายแย่
รถถีบเฒ่า
- grisana_yai
- ขาประจำ
- โพสต์: 298
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 พ.ย. 2008, 08:53
- Tel: 0869116668
- team: แขวงทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน
- Bike: GIANT XTC FR 2010
Re: เสือแม่ฮ่องสอน
หวัดดีทุกๆ คน วันนี้ก็เพื่อนแดนไกล แวะมาทักทาย ไม่ใช่ใครที่ไหน ตนดอย นั่นเอง อตีตอยู่แม่ฮ่องสอน ปัจจุบันอยู่ เชียงของ
ฉันจะตื่นมาในยามพระเจ้าหลับไหล
- จิ้งเหลนไฟ
- ขาประจำ
- โพสต์: 322
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 มี.ค. 2009, 15:31
- Tel: 0857090354
- team: กู้ชืพฟ้ามุ่ย
- Bike: XtC-team @ cannondale f2
Re: เสือแม่ฮ่องสอน
ถึงพี่น้องชาวเสือแม่ฮ่องสอนทุกท่าน....วั่นนี้ถ้าเว้นว่างจากภารกิจขอเชิญเสือทุกท่านประชุมวางแผนการปั่น เพื่อเตรียมรับศึก ที่จะเกิดขึ้น ณ ดอยสุเทพ และศึกที่ อ.ปาย ที่รังของจิงเหลนไผ เวลา 19.00 น เป็นต้นไป
เมื่อคืนเสือใหญ่ก็มาวางแผนการปั่น..วันนี้หวังว่าคงได้รับเทคนิคขั่นเทพไปฝึกซ้อม..อิอิ
ขอได้รับความขอบคุณจาก จิงเหลนไฟ บุคคลที่รัการวางแผนเป็นชีวิตจิตใจไม่เน้นการปั่น
เพราะกลัวรถเปื้อน
เมื่อคืนเสือใหญ่ก็มาวางแผนการปั่น..วันนี้หวังว่าคงได้รับเทคนิคขั่นเทพไปฝึกซ้อม..อิอิ
ขอได้รับความขอบคุณจาก จิงเหลนไฟ บุคคลที่รัการวางแผนเป็นชีวิตจิตใจไม่เน้นการปั่น
เพราะกลัวรถเปื้อน
จิ้งเหลนไฟ เสือสาละวิน 1991
- เสือสามหมอก
- ขาประจำ
- โพสต์: 387
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2008, 19:00
- team: แม่ฮ่องสอน
- Bike: GIANT XTC TEAM / JAVA
Re: เสือแม่ฮ่องสอน
สงสัยพี่เสือใหญ่ ไปวางแผนซ้อมปั่น ที่บ้านพี่จิ้งเหลนไฟ จน ตาลาย เดินเหมือยปูหลงโต้ง(ทุ่งนา)เลย
มัวแต่วางแผน รถถีบเป็นขี้เมี้ยงแล้วเน่อพี่
มัวแต่วางแผน รถถีบเป็นขี้เมี้ยงแล้วเน่อพี่
รถถีบเฒ่า
- เสือนิ่ม
- ขาประจำ
- โพสต์: 311
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มี.ค. 2009, 13:32
- Tel: 0810308716}053612443
- team: อบต.แม่อูคอ จ.มส
- Bike: trek8500 2010เจ้าเสือขาว CANNONDALE F3 เจ้าเสือดำ
- ตำแหน่ง: แม่ฮอ่งสอน
Re: เสือแม่ฮ่องสอน
วันนี้ชาวเสือแม๋ฮ๋องสอนหายไปไหนหมด

- จิ้งเหลนไฟ
- ขาประจำ
- โพสต์: 322
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 มี.ค. 2009, 15:31
- Tel: 0857090354
- team: กู้ชืพฟ้ามุ่ย
- Bike: XtC-team @ cannondale f2
Re: เสือแม่ฮ่องสอน
ขำๆกันวันละนิด
1.ณ ลานประหาร...
นักศึกษาชายชาวอเมริกัน 3 คน เดินทางไปเที่ยวที่แม็กซิโก
ในคืนวันหนึ่งทั้ง 3 คน ดื่มเหล้าในบาร์หนักไปหน่อย
พอตอนเช้า ก็พบว่าทั้ง 3 คน
ติดอยู่ในคุกและโดนตัดสินประหารชีวิตไปเรียบร้อย
แต่ทั้ง 3 คนไม่มีใครจำได้ว่าไปทำอะไรมาบ้างเนื่องจากเมาจัด
เลยเชื่อว่าตัวเองไม่ได้ทำผิด
พอถึงวันประหารหลังจากที่นักศึกษาคนแรกถูกนำเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ไฟฟ้า
เขาก็พูดสั่งเสียออกมาว่า
"ผมเป็นนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยแถบแกรนด์แคนยอน
ผมเชื่อในพลังของพระเจ้าและเชื่อว่าพระเจ้าจะเข้าข้างผู้บริสุทธิ์"
พอสิ้นเสียงเจ้าหน้าที่ก็สับสวิทช์เก้าอี้ไฟฟ้า
ปรากฎว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เจ้าหน้าที่เลยเชื่อว่าพระเจ้าไม่ต้องการให้นักศึกษาคนนี้ตายจึงปล่อยตัวไป
เสร็จแล้วนักศึกษาคนที่ 2 ก็ถูกนำมานั่งเก้าอี้ไฟฟ้า
แต่ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสับสวิทช์ไฟ นักศึกษาคนที่ 2 ก็กล่าวมาว่า
"ผมเป็นนักศึกษากฏหมายอยู่ที่
มหาวิทยาลัยอริโซน่า
ผมเชื่อว่ากฏหมายอันศักดิสิทธิ์จะเข้าข้างผู้บริสุทธิ์เสมอ"
พูดจบเจ้าหน้าที่ก็สับสวิทช์ทันทีปรากฏว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากฏหมายอันศักดิสิทธิ์ไม่ต้องการให้ชายผู้นี้ตายก็เลยยอมปล่อยตัวไป
หลังจากนั้นพอนักศึกษาคนที่ 3
ถูกนำมานั่งเก้าอี้ไฟฟ้าเขาก็กล่าวว่า
"ผมเป็นนักศึกษาวิศวะไฟฟ้าที่มหาวิทยาลัย(ขอสงวนสิทธิ์ไม่เอ่ยนามสถาบัน)
และผมจะขอบอกพวกคุณว่าถ้าพวกคุณไม่ต่อสายไฟ 2 เส้นที่ขาดอยู่นั้นเข้าด้วยกัน
0000เก้าอี้ไฟฟ้าตัวนี้ก็จะไม่มีวันใช้การได้"
หลังจากนั้นอีก 5 นาที วิญญานของนักศึกษาคนที่ 3 ก็ไปสู่สุขคติ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา
แต่สุดท้าย...รู้รักษาตัวรอดน่าจะเป็นยอดดีกว่า มั้ง
2.เรื่อง : เห็นตำตา
ลูก : คุณแม่ขาหนูเห็นคุณพ่พาผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ค่ะมานนอนที่บ้าน
กอดจูบกันโดยไม่อายฟ้าดินเลยค่ะ แถมยังบอกว่าแก้มน้องช่างหอมกว่าแก้มแม่ซะอีกค่า
แม่ : หนอยแน่0000 บังอาจมากไปแล้ว
หลังจากนั้นพ่อก็กลับมาบ้าน
แม่ : ลูกเล่าไปซิว่าพ่อทำอะไร (โกรธจัด)
ลูก : เอ่อ..............คือว่า..........คือ
แม่ : เป็นอะไรไปล่ะลูก เราไปซิพ่อเรามันเลวแค่ไหน แล้วทำอะไร
ลูก : พ่อเออ.............พ่อทำเหมือนกับที่ลุงข้างบ้านกับแม่อ่ะค่ะ
พ่อ : ?
3.เรื่อง : มีเรื่องกลุ้มใจอยากให้เพื่อนๆช่วยคิดหน่อย
มีเรื่องกลุ้มใจอยากให้เพื่อนๆช่วยคิดหน่อย ว่าผมจะทำยังไงดี
คือผมไปชอบรุ่นน้องในบริษัทอยู่คนนึงจริงๆอายุก็ปูนนี้แล้วไม่น่าจะมีเรื่องแบบนี้เลย
แล้วก็พยายามเลิกนิสัยแบบนี้
แต่ก็เลิกไม่ได้ซักที อย่างว่าละครับอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
น้องเค้าอายุ 20 เองแบบว่ายังสดเหลือเกิน เดินผ่านหน้าห้องทุกวัน
มองกัน ไปมองกันมาอยู่หลายวัน แต่งตัวก็ดี หุ่นงี้โค_ตรเลย ใครเห็นต้องชอบ
เรียกว่าพาไปไหนหนุ่มๆมองเหลียวหลังละกัน วันดีคืนดีก็เลยเรียกเข้ามาคุยในห้องทำ
งาน ก็ถามนู่นถามนี่ไปเรื่อย ลองส่งสายตาดูแล้ว ท่าทางจะเล่นด้วย
ผมก็ปฎิบัติการทันที ชวนคุยหยอกเล่นทุกวัน ในที่สุดก็เริ่มนัดไปกินข้าว
ดูหนัง ได้จับไม้จับมือ เริ่มได้โอบ หอมแก้ม แต่ยังไม่ถึงขั้นนั้นแต่ก็คง ใกล้แล้วละ
ก็ดันมีเรื่องเข้ามาจนได้
ดันมีรุ่นน้องอีกคนในบริษัทมาชอบผมระหว่างที่ จีบคนแรกอยู่ คนนี้ก็ใช่ย่อย ถึงอายุจะมากกว่า 3 ปีหุ่นก็สูสี
แต่ข้างบนโค_ตรใหญ่ แถมชอบใส่เสื้อคอลึกๆด้วย ก็ไม่รู้มันหลงมันรักอะไรนักหนา
ชอบหาโอกาสมาคุยกับผม เวลาเข้ามาในห้องก็ไม่ค่อยจะนั่ง ชอบก้มๆเงยๆอยู่นั่นแหละ
เค้าคงชอบที่ผมเป็นผู้ใหญ่่ อารมณ์ดี ใจดีอะไรทำนองนี้ เวลากลับก็ขอกลับด้วย
บอกว่าบ้านอยู่ใกล้บ้านผม
คราวนี้มีช่วงนึงงานเยอะมาก กว่าจะเสร็จงานก็ค่ำๆ น้องเค้าก็รอขอกลับด้วย
บางวันก็หิว ก็ต้องแวะกินข้าว พอกินเสร็จมันก็ง่วงใช่มั๊ย ง่วงก็ต้องหาที่นอนซิ
ผมก็เลยพาเข้าโรงแรม น้องเค้าก็ทำเป็นตกใจ
ผมก็ไม่สนใจรวบหัวรวบหางซะเลย เค้าก็ไม่ยอมอยู่พักเดียว ในที่สุดก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ
แล้วเรื่องแบบนี้มันมีครั้งเดียวที่ไหน ผมก็หาโอกาศกลับกับน้องเค้าบ่อยๆ
ในที่สุดวันซวยก็มาถึง น้องคนแรกดันเปิดมาเจอผมจูบปากกับคนที่ 2 ในห้องทำงาน
หลังจากนั้นเค้าก็ร้องไห้ขอเลิกกับผมแล้วบอกว่า..........
"จะไปบวชเป็นพระไม่สึกตลอดชีวิต"
ส่วนคนที่ 2 ก็ดันจับได้ใบแดง ต้องไปเป็นทหารตั้ง 2 ปี
ผมละกลุ้มใจเจงๆ เพื่อนๆคิดว่าผมควรทำยังไงดี -
4.เรื่อง : สงสัยว่าแฟนมีชู้
เรื่องมีอยู่ว่าดิฉันเอามือถือตัวเก่งโทรไปหาแฟนตอนประมาณ 2 ทุ่มของวันที่ 25ที่ผ่านค่ะ
เพื่อหวังว่าจะได้ยินเสียงของเขาให้ชื่นใจตามประสาคนรักกัน
แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่ดิฉันหวัง
เมื่อโทรไปแล้วมีผู้หญิงที่ไหนไม่ทราบมารับแทนผู้ชายคนที่ฉันคิดจะฝากชีวิตทั้งชีวิตไว้กับเขา
ดิฉันตกใจมาก
พยายามเก็บความรู้สึกอย่างที่สุดที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะพึงกระทำได้ในเวลานั้น
ดิฉันไม่พูดอะไรทั้งนั้น เพราะมันจุกค่ะ มันจุกอยู่ที่ท้อง
หัวใจดิฉันเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แต่มือและเท้ากลับเย็นชา ไม่มีเรี่ยวแรงใดๆ ทั้งสิ้น มันพูดไม่ออกเลย
น้ำตาดิฉันไหลพล่า
เวลานั้นถึงแม้มันจะสั้นแต่มันแทบทำให้ใจของผู้หญิงอย่างดิฉันสลายไปเลยทีเดียว
ตัวดิฉันทรุดลงไปนอนกับพื้น พร้อมมือที่ยังกำโทรศัพท์แน่นไว้ข้างหู
โดยเสียงของผู้หญิงคนนั้นที่ยังคงพูดอย่างไม่แคร์ความรู้สึกดิฉันเลยแม้แต่น้อยด้วยประโยคที่ว่า
ขอโทษคะไม่สามารถติดต่อเลขหมายปลายทางได้ขณะนี้
5.เรื่อง : คู่สร้างคู่สม
คุณปู่คุณย่าอายุประมาณ 90 ชักขี้หลงขี้ลืมไปตามวัย คุณหมอเลยแนะนำให้จดทุกอย่างไว้
คืนหนึ่งขณะที่หนังดูโทรทัศน์ด้วยกัน คุณปู่ลุกจากเก้าอี้ คุณย่าจึงถาม
คุณย่า : นั้นจะไปไหนน่ะ
คุณปู่ : ห้องครัว
คุณย่า : วานหยิบไอศครีมให้ฉันถ้วยนึง
คุณปู่ : ได้
คุณย่า : จดไว้ซิเดี๋ยวลืม
คุณปู่ : ไม่ต้องจดหรอกฉันจำได้
คุณย่า : งั้นเอาลูกสตรอเบอรี่โปะหน้ามาให้ด้วยนะ จดสิ
คุณปู่ : จำได้น่า (คุณปู่ยัน) ไอศครีมโปะสตรอเบอรี่
คุณย่า : อ้อ ! ช่วยราดครีมให้หน่อย นะ เดี่ยวก็ลืมไม่จดรึ
คุณปู่ : ไม่ !!!!! (ชักยั๊ว) แค่นี้ทำไมจำไม่ได้
คุณย่า : จดไว้ซิเดี่ยวลืม
อึดใจใหญ่ๆ ต่อมา คุณปู่กลับออกมาจากครัว พลางส่งจานหมูกับไข่ดาวให้คุณย่า
คุณย่า : บอกให้จดก็ไม่เชื่อ ไหนล่ะขนมปังปิ้งที่ฉันสั่ง
5.เรื่อง : ผิดขั้นไหน
สมชาย ได้นกแก้วมาตัวหนึ่งช่างพูด ช่างเจรจา แถมแสนรู้อีกต่างหาก
วันหนึ่ง ที่บ้านสมชายก็จัดงานเลี้ยงขึ้น แขกที่มาในงานก็แต่งตัวกันอย่างแปลกตา
เจ้านกแก้วเห็นเข้าก็เที่ยววิจารณ์คนนั้นคนนี้ไปทั่วทำให้แขกที่มางานเริ่มไม่พอใจ
สมชายจึงเข้ามาดุแล้วห้ามพูดอีก ไม่งั้นจะทำโทษ นกแก้วหาได้ฟังไม่ ก็ยังว่า แขกต่อไปอีก
จนสมชายหมดความอดทนจึงทำโทษ โดยการจับนกแก้วเข้าไปแช่ในช่องแช่แข็งของตู้เย็น
ซักพักหนึ่งจึงนำออกมา เจ้านกแก้วตัวสั่นดัวความหนาว และกลัว จึงได้พูดว่า
นกแก้ว "เราจะไม่พูดมากอีกแล้ว จ้า "
สมชายจึงบอกว่า "ดีแล้ว"
นกแก้ว " แต่ขอถามอะไรสักข้อได้มั๊ย"
สมชาย "ว่า มาสิ"
นกแก้ว " คือ ว่า เจ้าไก่ในตู้เย็นมันทำผิดอะไรหรือถึงได้ถูกแช่แข็งขนาดนั้น เรา จะได้ไม่ทำ"
สมชาย " ?? "
1.ณ ลานประหาร...
นักศึกษาชายชาวอเมริกัน 3 คน เดินทางไปเที่ยวที่แม็กซิโก
ในคืนวันหนึ่งทั้ง 3 คน ดื่มเหล้าในบาร์หนักไปหน่อย
พอตอนเช้า ก็พบว่าทั้ง 3 คน
ติดอยู่ในคุกและโดนตัดสินประหารชีวิตไปเรียบร้อย
แต่ทั้ง 3 คนไม่มีใครจำได้ว่าไปทำอะไรมาบ้างเนื่องจากเมาจัด
เลยเชื่อว่าตัวเองไม่ได้ทำผิด
พอถึงวันประหารหลังจากที่นักศึกษาคนแรกถูกนำเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ไฟฟ้า
เขาก็พูดสั่งเสียออกมาว่า
"ผมเป็นนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยแถบแกรนด์แคนยอน
ผมเชื่อในพลังของพระเจ้าและเชื่อว่าพระเจ้าจะเข้าข้างผู้บริสุทธิ์"
พอสิ้นเสียงเจ้าหน้าที่ก็สับสวิทช์เก้าอี้ไฟฟ้า
ปรากฎว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เจ้าหน้าที่เลยเชื่อว่าพระเจ้าไม่ต้องการให้นักศึกษาคนนี้ตายจึงปล่อยตัวไป
เสร็จแล้วนักศึกษาคนที่ 2 ก็ถูกนำมานั่งเก้าอี้ไฟฟ้า
แต่ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสับสวิทช์ไฟ นักศึกษาคนที่ 2 ก็กล่าวมาว่า
"ผมเป็นนักศึกษากฏหมายอยู่ที่
มหาวิทยาลัยอริโซน่า
ผมเชื่อว่ากฏหมายอันศักดิสิทธิ์จะเข้าข้างผู้บริสุทธิ์เสมอ"
พูดจบเจ้าหน้าที่ก็สับสวิทช์ทันทีปรากฏว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากฏหมายอันศักดิสิทธิ์ไม่ต้องการให้ชายผู้นี้ตายก็เลยยอมปล่อยตัวไป
หลังจากนั้นพอนักศึกษาคนที่ 3
ถูกนำมานั่งเก้าอี้ไฟฟ้าเขาก็กล่าวว่า
"ผมเป็นนักศึกษาวิศวะไฟฟ้าที่มหาวิทยาลัย(ขอสงวนสิทธิ์ไม่เอ่ยนามสถาบัน)
และผมจะขอบอกพวกคุณว่าถ้าพวกคุณไม่ต่อสายไฟ 2 เส้นที่ขาดอยู่นั้นเข้าด้วยกัน
0000เก้าอี้ไฟฟ้าตัวนี้ก็จะไม่มีวันใช้การได้"
หลังจากนั้นอีก 5 นาที วิญญานของนักศึกษาคนที่ 3 ก็ไปสู่สุขคติ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า รู้อะไรไม่สู้รู้วิชา
แต่สุดท้าย...รู้รักษาตัวรอดน่าจะเป็นยอดดีกว่า มั้ง
2.เรื่อง : เห็นตำตา
ลูก : คุณแม่ขาหนูเห็นคุณพ่พาผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ค่ะมานนอนที่บ้าน
กอดจูบกันโดยไม่อายฟ้าดินเลยค่ะ แถมยังบอกว่าแก้มน้องช่างหอมกว่าแก้มแม่ซะอีกค่า
แม่ : หนอยแน่0000 บังอาจมากไปแล้ว
หลังจากนั้นพ่อก็กลับมาบ้าน
แม่ : ลูกเล่าไปซิว่าพ่อทำอะไร (โกรธจัด)
ลูก : เอ่อ..............คือว่า..........คือ
แม่ : เป็นอะไรไปล่ะลูก เราไปซิพ่อเรามันเลวแค่ไหน แล้วทำอะไร
ลูก : พ่อเออ.............พ่อทำเหมือนกับที่ลุงข้างบ้านกับแม่อ่ะค่ะ
พ่อ : ?
3.เรื่อง : มีเรื่องกลุ้มใจอยากให้เพื่อนๆช่วยคิดหน่อย
มีเรื่องกลุ้มใจอยากให้เพื่อนๆช่วยคิดหน่อย ว่าผมจะทำยังไงดี
คือผมไปชอบรุ่นน้องในบริษัทอยู่คนนึงจริงๆอายุก็ปูนนี้แล้วไม่น่าจะมีเรื่องแบบนี้เลย
แล้วก็พยายามเลิกนิสัยแบบนี้
แต่ก็เลิกไม่ได้ซักที อย่างว่าละครับอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
น้องเค้าอายุ 20 เองแบบว่ายังสดเหลือเกิน เดินผ่านหน้าห้องทุกวัน
มองกัน ไปมองกันมาอยู่หลายวัน แต่งตัวก็ดี หุ่นงี้โค_ตรเลย ใครเห็นต้องชอบ
เรียกว่าพาไปไหนหนุ่มๆมองเหลียวหลังละกัน วันดีคืนดีก็เลยเรียกเข้ามาคุยในห้องทำ
งาน ก็ถามนู่นถามนี่ไปเรื่อย ลองส่งสายตาดูแล้ว ท่าทางจะเล่นด้วย
ผมก็ปฎิบัติการทันที ชวนคุยหยอกเล่นทุกวัน ในที่สุดก็เริ่มนัดไปกินข้าว
ดูหนัง ได้จับไม้จับมือ เริ่มได้โอบ หอมแก้ม แต่ยังไม่ถึงขั้นนั้นแต่ก็คง ใกล้แล้วละ
ก็ดันมีเรื่องเข้ามาจนได้
ดันมีรุ่นน้องอีกคนในบริษัทมาชอบผมระหว่างที่ จีบคนแรกอยู่ คนนี้ก็ใช่ย่อย ถึงอายุจะมากกว่า 3 ปีหุ่นก็สูสี
แต่ข้างบนโค_ตรใหญ่ แถมชอบใส่เสื้อคอลึกๆด้วย ก็ไม่รู้มันหลงมันรักอะไรนักหนา
ชอบหาโอกาสมาคุยกับผม เวลาเข้ามาในห้องก็ไม่ค่อยจะนั่ง ชอบก้มๆเงยๆอยู่นั่นแหละ
เค้าคงชอบที่ผมเป็นผู้ใหญ่่ อารมณ์ดี ใจดีอะไรทำนองนี้ เวลากลับก็ขอกลับด้วย
บอกว่าบ้านอยู่ใกล้บ้านผม
คราวนี้มีช่วงนึงงานเยอะมาก กว่าจะเสร็จงานก็ค่ำๆ น้องเค้าก็รอขอกลับด้วย
บางวันก็หิว ก็ต้องแวะกินข้าว พอกินเสร็จมันก็ง่วงใช่มั๊ย ง่วงก็ต้องหาที่นอนซิ
ผมก็เลยพาเข้าโรงแรม น้องเค้าก็ทำเป็นตกใจ
ผมก็ไม่สนใจรวบหัวรวบหางซะเลย เค้าก็ไม่ยอมอยู่พักเดียว ในที่สุดก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ
แล้วเรื่องแบบนี้มันมีครั้งเดียวที่ไหน ผมก็หาโอกาศกลับกับน้องเค้าบ่อยๆ
ในที่สุดวันซวยก็มาถึง น้องคนแรกดันเปิดมาเจอผมจูบปากกับคนที่ 2 ในห้องทำงาน
หลังจากนั้นเค้าก็ร้องไห้ขอเลิกกับผมแล้วบอกว่า..........
"จะไปบวชเป็นพระไม่สึกตลอดชีวิต"
ส่วนคนที่ 2 ก็ดันจับได้ใบแดง ต้องไปเป็นทหารตั้ง 2 ปี
ผมละกลุ้มใจเจงๆ เพื่อนๆคิดว่าผมควรทำยังไงดี -
4.เรื่อง : สงสัยว่าแฟนมีชู้
เรื่องมีอยู่ว่าดิฉันเอามือถือตัวเก่งโทรไปหาแฟนตอนประมาณ 2 ทุ่มของวันที่ 25ที่ผ่านค่ะ
เพื่อหวังว่าจะได้ยินเสียงของเขาให้ชื่นใจตามประสาคนรักกัน
แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่ดิฉันหวัง
เมื่อโทรไปแล้วมีผู้หญิงที่ไหนไม่ทราบมารับแทนผู้ชายคนที่ฉันคิดจะฝากชีวิตทั้งชีวิตไว้กับเขา
ดิฉันตกใจมาก
พยายามเก็บความรู้สึกอย่างที่สุดที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะพึงกระทำได้ในเวลานั้น
ดิฉันไม่พูดอะไรทั้งนั้น เพราะมันจุกค่ะ มันจุกอยู่ที่ท้อง
หัวใจดิฉันเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แต่มือและเท้ากลับเย็นชา ไม่มีเรี่ยวแรงใดๆ ทั้งสิ้น มันพูดไม่ออกเลย
น้ำตาดิฉันไหลพล่า
เวลานั้นถึงแม้มันจะสั้นแต่มันแทบทำให้ใจของผู้หญิงอย่างดิฉันสลายไปเลยทีเดียว
ตัวดิฉันทรุดลงไปนอนกับพื้น พร้อมมือที่ยังกำโทรศัพท์แน่นไว้ข้างหู
โดยเสียงของผู้หญิงคนนั้นที่ยังคงพูดอย่างไม่แคร์ความรู้สึกดิฉันเลยแม้แต่น้อยด้วยประโยคที่ว่า
ขอโทษคะไม่สามารถติดต่อเลขหมายปลายทางได้ขณะนี้
5.เรื่อง : คู่สร้างคู่สม
คุณปู่คุณย่าอายุประมาณ 90 ชักขี้หลงขี้ลืมไปตามวัย คุณหมอเลยแนะนำให้จดทุกอย่างไว้
คืนหนึ่งขณะที่หนังดูโทรทัศน์ด้วยกัน คุณปู่ลุกจากเก้าอี้ คุณย่าจึงถาม
คุณย่า : นั้นจะไปไหนน่ะ
คุณปู่ : ห้องครัว
คุณย่า : วานหยิบไอศครีมให้ฉันถ้วยนึง
คุณปู่ : ได้
คุณย่า : จดไว้ซิเดี๋ยวลืม
คุณปู่ : ไม่ต้องจดหรอกฉันจำได้
คุณย่า : งั้นเอาลูกสตรอเบอรี่โปะหน้ามาให้ด้วยนะ จดสิ
คุณปู่ : จำได้น่า (คุณปู่ยัน) ไอศครีมโปะสตรอเบอรี่
คุณย่า : อ้อ ! ช่วยราดครีมให้หน่อย นะ เดี่ยวก็ลืมไม่จดรึ
คุณปู่ : ไม่ !!!!! (ชักยั๊ว) แค่นี้ทำไมจำไม่ได้
คุณย่า : จดไว้ซิเดี่ยวลืม
อึดใจใหญ่ๆ ต่อมา คุณปู่กลับออกมาจากครัว พลางส่งจานหมูกับไข่ดาวให้คุณย่า
คุณย่า : บอกให้จดก็ไม่เชื่อ ไหนล่ะขนมปังปิ้งที่ฉันสั่ง
5.เรื่อง : ผิดขั้นไหน
สมชาย ได้นกแก้วมาตัวหนึ่งช่างพูด ช่างเจรจา แถมแสนรู้อีกต่างหาก
วันหนึ่ง ที่บ้านสมชายก็จัดงานเลี้ยงขึ้น แขกที่มาในงานก็แต่งตัวกันอย่างแปลกตา
เจ้านกแก้วเห็นเข้าก็เที่ยววิจารณ์คนนั้นคนนี้ไปทั่วทำให้แขกที่มางานเริ่มไม่พอใจ
สมชายจึงเข้ามาดุแล้วห้ามพูดอีก ไม่งั้นจะทำโทษ นกแก้วหาได้ฟังไม่ ก็ยังว่า แขกต่อไปอีก
จนสมชายหมดความอดทนจึงทำโทษ โดยการจับนกแก้วเข้าไปแช่ในช่องแช่แข็งของตู้เย็น
ซักพักหนึ่งจึงนำออกมา เจ้านกแก้วตัวสั่นดัวความหนาว และกลัว จึงได้พูดว่า
นกแก้ว "เราจะไม่พูดมากอีกแล้ว จ้า "
สมชายจึงบอกว่า "ดีแล้ว"
นกแก้ว " แต่ขอถามอะไรสักข้อได้มั๊ย"
สมชาย "ว่า มาสิ"
นกแก้ว " คือ ว่า เจ้าไก่ในตู้เย็นมันทำผิดอะไรหรือถึงได้ถูกแช่แข็งขนาดนั้น เรา จะได้ไม่ทำ"
สมชาย " ?? "
จิ้งเหลนไฟ เสือสาละวิน 1991
- ไอ้หนุ่มหมั่นเมา
- ขาประจำ
- โพสต์: 368
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2008, 09:17
- Tel: 0817277655
- team: เสือแม่ฮ่องสอน
- Bike: scott
- ตำแหน่ง: เมืองสามหมอก
Re: เสือแม่ฮ่องสอน
จะได้ลองตัวอัดตัวอัดถ้วยคอเป็นรายแรกหรือเปล่าเนี่ย
- ไอ้หนุ่มหมั่นเมา
- ขาประจำ
- โพสต์: 368
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2008, 09:17
- Tel: 0817277655
- team: เสือแม่ฮ่องสอน
- Bike: scott
- ตำแหน่ง: เมืองสามหมอก
Re: เสือแม่ฮ่องสอน
แงๆ รถก็ซ่อมอยู่ แถมไม่พอวันเสาร์ประชุมอะไรก็ไม่รู้อีก อดไปเป็นตัวถ่วงเลยจิ้งเหลนไฟ เขียน: วันเสาร์นี้ ลุงตุ๊ ชวนปั่นไป ปางตองนะครับพี่น้อง
Stage ภูเขา เจ้าภูเขาทั้งหลาย มาร่วมปั่นพิชิตปางตองกันนะครับ
เจอกัน เก้าโมงหน้าร้านไททัน นะครับ
เปลี่ยนเส้นทางบ้างไม่ได้หรือ เบื่อแล้ว เส้นทางนี้ปั่นเกือบทุกวัน
(ขาแรง)
- เสือสามหมอก
- ขาประจำ
- โพสต์: 387
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2008, 19:00
- team: แม่ฮ่องสอน
- Bike: GIANT XTC TEAM / JAVA