ขอบคุณครับ
ถามพี่ๆเพื่อนๆที่ลงไตรกีฬา เรื่องของยางครับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
popobobbo
- สมาชิก
- โพสต์: 8
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2009, 00:48
ถามพี่ๆเพื่อนๆที่ลงไตรกีฬา เรื่องของยางครับ
ไม่ทราบว่าเลือกใช้ยางฮาฟหรืองัดเวลาแข่งครับ แล้วพกอุปกรณ์(หรือไม่พก) อะไรไปปะกันบ้างครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
-
Nok_Tri
- ขาประจำ
- โพสต์: 179
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2015, 17:19
- ติดต่อ:
Re: ถามพี่ๆเพื่อนๆที่ลงไตรกีฬา เรื่องของยางครับ
ยางงัดครับ
ถ้าลงระยะ Standard
พก ยางใน 1 เส้น
ไม้งัดยาง 3 อัน (ของผม 1 ชุด มี 3 อัน)
CO2 1 หลอด + อะแดปเตอร์
ผ้าเช็ดมือผืนเล็ก ๆ 1 ผืน
ยางรั่วได้แค่ครั้งเดียวครับ ถ้าซวยจริง ๆ รั่ว 2 ครั้ง จะถือว่าพระเจ้าสั่งมาว่าไม่ให้แข่งจบ จะยอม D.N.F. ครับ
ถ้าลงระยะ Standard
พก ยางใน 1 เส้น
ไม้งัดยาง 3 อัน (ของผม 1 ชุด มี 3 อัน)
CO2 1 หลอด + อะแดปเตอร์
ผ้าเช็ดมือผืนเล็ก ๆ 1 ผืน
ยางรั่วได้แค่ครั้งเดียวครับ ถ้าซวยจริง ๆ รั่ว 2 ครั้ง จะถือว่าพระเจ้าสั่งมาว่าไม่ให้แข่งจบ จะยอม D.N.F. ครับ
- peep_bmw
- ขาประจำ
- โพสต์: 1783
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ก.ค. 2013, 15:48
- Bike: Trek 4900
Re: ถามพี่ๆเพื่อนๆที่ลงไตรกีฬา เรื่องของยางครับ
ผมเคยรั่ว 2 ครั้ง ครั้งแรกรั่วไม่รู้ตัว ก็จอดเปลี่ยนยางใน พอครั้งที่ 2 ไม่ถึงกับรั่ว แต่มันซึมไปตลอดทาง ประคองเข้าเส้นชัยได้แบบเกือบบดยางครับ (น่าจะเหลือลมประมาณ 60-70) หนีดมากกๆ โชคดีที่วันนั้นพกยางในสองเส้น
กลับมาบ้าน รุ่งขึ้นไม่เหลือลมเลย ถอดออกมาดู ลวดมันปักคาอยู่ครับ ไม่โผล่ด้านนอก ต้องเอามือลูบด้านในกว่าจะเจอ
กลับมาบ้าน รุ่งขึ้นไม่เหลือลมเลย ถอดออกมาดู ลวดมันปักคาอยู่ครับ ไม่โผล่ด้านนอก ต้องเอามือลูบด้านในกว่าจะเจอ
- peep_bmw
- ขาประจำ
- โพสต์: 1783
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ก.ค. 2013, 15:48
- Bike: Trek 4900
Re: ถามพี่ๆเพื่อนๆที่ลงไตรกีฬา เรื่องของยางครับ
เพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ปีกว่าไม่เคยพกอะไรเลย ไม่รั่ว ไม่ซึม จนมาครั้งหนึ่งไม่จบการแข่งขัน ก็เลยเซ็ง พอพกก็ได้ใช้จริงๆตามด้านบนครับ จากนั้นอีกครึ่งปีไม่เคยรั่วอีกเลย ที่พกไป ยางใน 1-2 เส้นแล้วแต่สภาพเส้นทาง ที่งัดยาง สูบพกพา
-
popobobbo
- สมาชิก
- โพสต์: 8
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2009, 00:48
Re: ถามพี่ๆเพื่อนๆที่ลงไตรกีฬา เรื่องของยางครับ
ขอบคุณครับ ผมนี่ไม่พกอะไรเลย กำลังหาข้อมูลว่าต้องพกอะไรบ้างครับ
- punya467
- ขาประจำ
- โพสต์: 2200
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2012, 14:55
- team: Rayong road bike, On/Off cycling
- Bike: NICH LTD
Re: ถามพี่ๆเพื่อนๆที่ลงไตรกีฬา เรื่องของยางครับ
ไปแข่งเสียตังค์ค่าสมัครแล้ว ผมเน้นปั่นจบให้คุ้มตังค์ค่าสมัคร เพราะฉะนั้นผมก็พกอุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนยาง เช่น พวกยางใน ที่งัดยาง CO2 ไปเช่นกัน
ตอบเรื่องยางถ้ามีล้อหลายคู่ คู่ที่แข่งเป็นยางฮาล์ฟก็ดีครับ เบาดี แต่ถ้ามีล้อแค่คู่เดียว ยางงัดดีกว่าใช้ได้ทั้งแข่งและซ้อม ไม่กังวลเรื่องยางรั่วมากนัก ส่วนตัวผมใช้แต่ยางงัด เพราะสู้ค่ายางฮาล์ฟไม่ไหว รั่วทีเปลี่ยนยกเส้นอย่างเดียว
ตอบเรื่องยางถ้ามีล้อหลายคู่ คู่ที่แข่งเป็นยางฮาล์ฟก็ดีครับ เบาดี แต่ถ้ามีล้อแค่คู่เดียว ยางงัดดีกว่าใช้ได้ทั้งแข่งและซ้อม ไม่กังวลเรื่องยางรั่วมากนัก ส่วนตัวผมใช้แต่ยางงัด เพราะสู้ค่ายางฮาล์ฟไม่ไหว รั่วทีเปลี่ยนยกเส้นอย่างเดียว
ลูกเผลอแล้วเจอกัน
- SakonL
- ขาประจำ
- โพสต์: 302
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2015, 06:00
Re: ถามพี่ๆเพื่อนๆที่ลงไตรกีฬา เรื่องของยางครับ
เห็นด้วยเลยครับ ไตรกีฬานี่มันงาน ตนเป็นที่พึ่งแห่ง ตน จริงๆ
งัดครับ นอกจากว่า ถนนมันเรียบเนียนก็ ฮาร์ฟก็ได้ครับ แต่จริงๆมันไม่ใช่อย่างงั้นนี่สิ
งัดครับ นอกจากว่า ถนนมันเรียบเนียนก็ ฮาร์ฟก็ได้ครับ แต่จริงๆมันไม่ใช่อย่างงั้นนี่สิ
-
Nok_Tri
- ขาประจำ
- โพสต์: 179
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2015, 17:19
- ติดต่อ:
Re: ถามพี่ๆเพื่อนๆที่ลงไตรกีฬา เรื่องของยางครับ
แข่งไตร หลีกเลี่ยงยางฮาร์ฟเถอะครับ
นึกถึงตอนรั่วขึ้นมา มันปะไม่ง่ายนะครับ
ถึงจะมียางใหม่เปลี่ยน กว่าจะแกะยางเก่า ทากาว ใส่ยางใหม่ มันไม่น่าเหมาะนะครับ
ยางฮาร์ฟเหมาะกับการแข่งที่มีรถ Service เก็บล้อสำรองไว้ให้เปลี่ยนมากกว่าครับ
นึกถึงตอนรั่วขึ้นมา มันปะไม่ง่ายนะครับ
ถึงจะมียางใหม่เปลี่ยน กว่าจะแกะยางเก่า ทากาว ใส่ยางใหม่ มันไม่น่าเหมาะนะครับ
ยางฮาร์ฟเหมาะกับการแข่งที่มีรถ Service เก็บล้อสำรองไว้ให้เปลี่ยนมากกว่าครับ
- keepmoment
- ขาประจำ
- โพสต์: 1480
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มิ.ย. 2010, 21:50
- Bike: P2
Re: ถามพี่ๆเพื่อนๆที่ลงไตรกีฬา เรื่องของยางครับ
ไตรกีฬา มีระยะหลักๆ อยู่ 4 ระยะ คือ
1.Sprint Distance โดยปกติ ปั่นจักรยานราว 20 กม. / ว่าย 400ม. วิ่ง 5กม.
2.Standard หรือ Olympic distance ปั่นราว 40 กม. / ว่าย 1.5กม. วิ่ง 10 กม.
3. 70.3 หรือ Half Ironman ปั่นราว 90 กม. /ว่ายประมาณ 1.9 กม. วิ่ง 21 กม.
4. Ironman ปั่นราว 180กม. /ว่าย 3.8กม. วิ่ง 42 กม.
แต่ก่อนผมเล่นระยะ standard เรื่อยๆ ก็ใช้ยางฮาล์ฟนะครับ รู้สึกว่า เบาแรงดี กระชากดี ขึ้นเขาดี ระยะ Standard หรือ Sprint ก็ดูคุ้มค่าดีครับที่จะใช้ สิ่งที่คิดคือ ถ้าแตกก็ออกเลย ไม่แข่งต่อ เพราะกว่าจะปะยางเสร็จ เปลี่ยนยางได้ก็เลิกแข่งพอดี ตอนปั่นก็หวดสุดๆ คือ มีเท่าไรใส่ไม่ยั้งทำนองนั้น และเป็นระยะที่(อาจจะ)ได้ลงแข่งเรื่อยๆ เลยไม่ซีเรียสเท่าไร
แต่ถ้าระยะที่ยาวกว่านี้ โดยเฉพาะ 70.3 หรือ ระยะ Ironman การปั่นถ้าไม่ใช่โปรจริงๆคงไม่มีใครกดอัดหนักๆ เพราะต้องเฉลี่ยแรง เพราะเป็นการปั่นยาว บางครั้งมีขึ้นเขาลงเขา ดังนั้นส่วนใหญ่ปั่นกัน zone 2 หรือ 3 ต้นๆ ก็เน้นไหลๆ ย่าวๆ ไม่ได้กระชาก ดังนั้น "ความได้เปรียบ" ที่จะได้จากยางฮาล์ฟก็ยิ่งน้อยลง ดังนั้นส่วนใหญ่ก็เห็นยางงัดกันทั้งนั้นครับ
อย่างตัวผมเอง ระยะ 70.3 ปีก่อนไปแข่งเวียดนามก็ใช้ ยางงัดครับ โดยเฉพาะรายการ Ironman ที่ Malaysia ที่ปั่น 180 กม. อย่าว่าแต่เรื่องยางงัด/ฮาล์ฟเลยครับ ผมเลือกแน่นอนว่า ต้องงัดเท่านั้น พกที่ปะยาง ยางในสำรอง CO2 ล้อขอบสูงยังไม่ใช้เลย เลือกใช้ล้อขอบต่ำขี่สบายๆอย่าง Eurus ไป เพราะเป้าหมายของผมคือ "ต้องจบการแข่งขัน" เท่านั้น ไปเรื่อยๆ เน้นความแน่นอน เพราะถ้ายางฮาล์ฟแตกนี่ไม่รู้จะฉีกจะปะ หรือจะใช้น้ำยาปะอะไรยังไง แต่ยางงัดไม่เกิน 5 นาทีก็เสร็จแล้ว
ในสนามชิงแชมป์โลกอย่าง Kona ที่ฮาวาย ก็เคยมี case ที่ยางแตก แล้วกลับมาเป็นแชมป์ได้ คือ Chrissie Wellington ครับ ลองดู Youtube ได้ ตอนนั้น Chrissie ควบ Cannondale Slice + HED JET ปรากฏว่ายางแตก สติแตกอยู่สักพักเพราะไม่พร้อมเรื่องอุปกรณ์การสูบหรืออะไรสักอย่าง สักพักพอได้อุปกรณ์ก็รีบสูบแล้วปั่นต่อ และแซงผู้นำได้ทีหลัง และคว้าแชมป์โลกในปีนั้นครับ
คร่าวๆส่วนใหญ่ ในวงการไตร ก็ทำนองนี้กันนะครับ
เป็นหนึ่งความเห็นละกันครับ เดี๋ยวคงมีท่านอื่นๆมาต่อครับ
1.Sprint Distance โดยปกติ ปั่นจักรยานราว 20 กม. / ว่าย 400ม. วิ่ง 5กม.
2.Standard หรือ Olympic distance ปั่นราว 40 กม. / ว่าย 1.5กม. วิ่ง 10 กม.
3. 70.3 หรือ Half Ironman ปั่นราว 90 กม. /ว่ายประมาณ 1.9 กม. วิ่ง 21 กม.
4. Ironman ปั่นราว 180กม. /ว่าย 3.8กม. วิ่ง 42 กม.
แต่ก่อนผมเล่นระยะ standard เรื่อยๆ ก็ใช้ยางฮาล์ฟนะครับ รู้สึกว่า เบาแรงดี กระชากดี ขึ้นเขาดี ระยะ Standard หรือ Sprint ก็ดูคุ้มค่าดีครับที่จะใช้ สิ่งที่คิดคือ ถ้าแตกก็ออกเลย ไม่แข่งต่อ เพราะกว่าจะปะยางเสร็จ เปลี่ยนยางได้ก็เลิกแข่งพอดี ตอนปั่นก็หวดสุดๆ คือ มีเท่าไรใส่ไม่ยั้งทำนองนั้น และเป็นระยะที่(อาจจะ)ได้ลงแข่งเรื่อยๆ เลยไม่ซีเรียสเท่าไร
แต่ถ้าระยะที่ยาวกว่านี้ โดยเฉพาะ 70.3 หรือ ระยะ Ironman การปั่นถ้าไม่ใช่โปรจริงๆคงไม่มีใครกดอัดหนักๆ เพราะต้องเฉลี่ยแรง เพราะเป็นการปั่นยาว บางครั้งมีขึ้นเขาลงเขา ดังนั้นส่วนใหญ่ปั่นกัน zone 2 หรือ 3 ต้นๆ ก็เน้นไหลๆ ย่าวๆ ไม่ได้กระชาก ดังนั้น "ความได้เปรียบ" ที่จะได้จากยางฮาล์ฟก็ยิ่งน้อยลง ดังนั้นส่วนใหญ่ก็เห็นยางงัดกันทั้งนั้นครับ
อย่างตัวผมเอง ระยะ 70.3 ปีก่อนไปแข่งเวียดนามก็ใช้ ยางงัดครับ โดยเฉพาะรายการ Ironman ที่ Malaysia ที่ปั่น 180 กม. อย่าว่าแต่เรื่องยางงัด/ฮาล์ฟเลยครับ ผมเลือกแน่นอนว่า ต้องงัดเท่านั้น พกที่ปะยาง ยางในสำรอง CO2 ล้อขอบสูงยังไม่ใช้เลย เลือกใช้ล้อขอบต่ำขี่สบายๆอย่าง Eurus ไป เพราะเป้าหมายของผมคือ "ต้องจบการแข่งขัน" เท่านั้น ไปเรื่อยๆ เน้นความแน่นอน เพราะถ้ายางฮาล์ฟแตกนี่ไม่รู้จะฉีกจะปะ หรือจะใช้น้ำยาปะอะไรยังไง แต่ยางงัดไม่เกิน 5 นาทีก็เสร็จแล้ว
ในสนามชิงแชมป์โลกอย่าง Kona ที่ฮาวาย ก็เคยมี case ที่ยางแตก แล้วกลับมาเป็นแชมป์ได้ คือ Chrissie Wellington ครับ ลองดู Youtube ได้ ตอนนั้น Chrissie ควบ Cannondale Slice + HED JET ปรากฏว่ายางแตก สติแตกอยู่สักพักเพราะไม่พร้อมเรื่องอุปกรณ์การสูบหรืออะไรสักอย่าง สักพักพอได้อุปกรณ์ก็รีบสูบแล้วปั่นต่อ และแซงผู้นำได้ทีหลัง และคว้าแชมป์โลกในปีนั้นครับ
คร่าวๆส่วนใหญ่ ในวงการไตร ก็ทำนองนี้กันนะครับ
เป็นหนึ่งความเห็นละกันครับ เดี๋ยวคงมีท่านอื่นๆมาต่อครับ