พันแฮนด์เสือหมอบ พันเองก็ได้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
พันแฮนด์เสือหมอบ พันเองก็ได้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
การพันแฮนด์ เปรียบเสมือนขั้นตอนอันละเอียดอ่อนของนักปั่นจักรยานแนวทางเรียบ ชาวเสือหมอบทุกคนที่เคยผ่านการพันแฮนด์มาด้วยตนเองล้วนเข้าใจดีว่ามันเป็นงานที่ละเอียดอ่อน แฝงไปด้วยความลุ่มลึกของงานฝีมือ และเป็นงานง่ายๆที่เอาไว้วัดความใจเย็นของผู้พันเป็นอย่างยิ่ง
ทำไมต้องพันเอง? คำถามแบบนี้เกิดขึ้นกับนักปั่นไทยเป็นปกติครับ เนื่องจากบ้านเราค่าแรงไม่ได้แพง ซื้อผ้าพันแฮนด์ชุดนึงก็ให้ช่างที่ร้านพันให้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่สำหรับต่างประเทศการพันแฮนด์โดยจ้างให้ช่างที่ร้านทำให้ บางร้าน ค่าแรงช่างที่พันให้แพงกว่าค่าเทปพันแฮนด์เสียด้วยซ้ำ ดังนั้นนักปั่นต่างชาติส่วนมากพันกันเองเป็นทั้งนั้น แต่แน่ล่ะครับสำหรับสังคมจักรยานบ้านเราทุกวันนี้ ร้านแต่ละร้านคิวไม่ได้หากันได้ง่ายๆ ขายดิบขายดี ต่อคิวรอกันเยอะแยะ ต้องทำใจว่าเราไม่ควรไปเบียดเวลาร้านที่งานยุ่งให้มาพันแฮนด์ให้เรา หรือถ้ารอได้ก็ทิ้งรถเอาไว้ อีกหลายวันมารับ ...ผมล่ะที่ทั้งเกรงใจและไม่อยากรอ
การพันแฮนด์เป็นสิ่งจำเป็นในหลายๆกรณี ตั้งแต่"ผ้าเน่า" ... ผมมีเพื่อนหลายๆคนตั้งแต่ซื้อจักรยานมา แทบไม่เคยล้างรถจริงจังและแน่นอนว่าไม่เคยเปลี่ยนผ้าพันแฮนด์ ผลก็คือ ... มันหมักหมมได้ง่ายๆ ยิ่งพวกพันสีดำ ไม่เห็นคราาบสกปรก คุณลองพันสีขาวสิครับ จะเห็นว่ามัน"โสมม" ขนาดไหน แฮนด์ที่พันสีดำก็ไม่ได้แปลว่ามันจะถูกอนามัยดีกว่ากันแม้แต่นิดเดียว นึกภาพว่าคุณต้องจับมันขี่ไปเป็นชั่วโมง เหงื่อออกก็เอามือมาปาดหน้า หยิบกล้วยกิน ขนมปังยัดใส่ปาก มือเลอะล้อ เลอะพื้นมาก็จับแฮนด์ เหงื่อ คราบเจล น้ำเกลือแร่หก เอาใส่รถวิ่งตากฝุ่นข้ามจังหวัด ... แค่นี้ก็น่าจะพอให้นึกถึงจุลชีวันน้อยๆที่อาศัยอยู๋ในธุลีของผ้าพันแฮนด์เราได้ ไหนจะการบำรุง ดูแลรักษา กรับปรับต่างๆที่ต้องรื้อผ้าออกมา ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ทำได้ไม่ยากหากเรียนรู้ขั้นตอนสักนิด
งานช่างผมมักย้ำเสมอว่า ผมไม่ใช่คนเก่งเรื่องพวกนี้ ออกจะโง่ๆด้วยซ้ำ แต่จำใจหัดทำเอง ได้บ้าง ดีบ้าง สวยบ้าง ทุเรศบ้าง ตามประสาคนพันปีละ 3-4 ครั้ง มันไม่มีทางสวยเท่าช่างพันทุกวันแน่นอน แต่ผมจะขอฝาก"ขั้นตอน" การพันแฮนด์แบบมาตรฐานเอาไว้ให้ลองหัดทำกันดูนะครับ
*ย้ำว่า มาตรฐาน เพราะมีอีกหลายรูปแบบที่แตกต่าง ผมเองก็ไม่ได้พันแบบนี้เป็นปกติครับ เอาไว้โอกาสต่อไปจะมานำเสนอวิธีพันที่ดูโปรขึ้นอีกหน่อย
เริ่มกันเลยนะครับ
อุปกรณ์ -ผ้านพันแฮนด์ วันนี้ผมเลือกของ Clarks ด้วยความหนา 2.5 มม. เนื้อนุ่มมือ เหมาะกับการขี่ไกลๆ พันแล้วแฮนด์หนาอวบใหญ่จับกว้างๆไม่กดทับให้มือฃาและล้าได้ ใครชอบแนวบางๆเล็กๆ ก็เลือกแบบที่บางกว่านี้ดูครับ ผมชอบอวบๆ
.เทปพันสายไฟ ที่เนื้อเหนียว ยืดได้ดี ความเหนียวของกาวไม่เกี่ยวครับ เมื่อเนื้อมันเหนียว มันจะอยู่ได้เพราะแรงดึงที่รัดแน่น สีอะไรตามชอบใจครับ
-กรรไกร หรือมีดคัตเตอร์ บางสำนักสอนให้เก็บงานด้ยใบมีดโกนซึ่งจะเก็บงานได้เนี๊ยบมากๆ แต่ผมใช้กรรไกรอย่างเดียว อาจดูชุ่ยหน่อย แต่สะดวกครับ
ขั้นตอนที่ 1 ทำความสะอาดแฮนด์ให้สะอาด ตรวจสอบว่าปลอกสายต่างๆยังอยู่ในตำแหน่งดีหรือไม่ ถ้าไม่ดีก็จัดการเก็บมันให้เรียบร้อยด้วยเทปพันสายไฟ ถ้ามีเศษผ้าพันแฮนด์เก่าขุยๆติดอยู๋ก็ต้องพยายามขูดๆออกเท่าที่จะทำได้ครับ มันไม่ได้จำเป็นหรอก ไม่ส่งผลมากด้วย แต่เมื่อก่อนผมพันไป พันทับ แกะเปลี่ยน พันทับ จนมันพอกหนาหลายชั้นเหลือเกิน วันที่ตั้งใจลอกออกหมดแล้วพันใหม่ รุ็สึกว่าจับดีขึ้นเยอะ ดังนั้นลอกเสียตั้งแต่ยังน้อยๆดีกว่าครับ เช็ดพื้นผิวให้สะอาด ฝุ่น คราบมัน อย่าให้เหลือ
ขั้นตอนที่ 2 ปลิ้น(ถลก)ยางหุ้มมือเกียร์ออกมา ไม่ว่ายี่ห้ออะไรก็ตาม ต้องถลกออกมาทั้งนั้น เราต้องพันให้ตัวผ้าพันอยู่ใต้ยางหุ้มด้วยครับ และถ้าจะดูแล ไหนๆก็ได้โอกาสแล้ว เช็ดและเช็คน็อตต่างๆว่าอยู่ดีมั้ย หลวมหรือไม่ มีคราบฝุ่น ทรายอยู๋หรือเปล่า
ขั้นตอนที่ 3 เราจะเริ่มจากการติดเทปตัวสั้นที่ด้านหลังของชิฟท์เตอร์ เทปนี้ทำหน้าที่ปิดรอยโหว่ของการพัน(ในแบบนี้) ส่วนมากมักมีมาให้ ความยาว 2-3 นิ้ว หากไม่มีก็ตัดเอาจากเทปที่ใช้นั้นแหละครับ ทาบเอาว่าต้องการแค่ไหนแล้วตัดออกมาซะ จากนั้นลอกกาวออกแล้วแปะเอาไว้ในตำแหน่งตามภาพ มันอาจไม่ค่อยอยู่นะครับ แต่ไม่ต้องกลัว เพราะสุดท้ายมันจะอยู่ได้ด้วยตัวผ้าที่พันทับเอาไว้ และตัวยางหุ้มมือก็กดทับปลายเอาไว้เช่นกัน แต่.. ถ้ากลัวหลุดจริงๆ เอาเทปพันสายไฟพันปลายก็ได้ครับ (แต่ผมก็ไม่เคยทำ) ย้ำนะครับ ว่านี่คือการพันแบบมาตรฐาน ที่พบได้ทั่วไป มีวิธีการพันแบบที่ไม่ต้องใช้เจ้าตัวสั้นนี่ก็ได้ มีเทคนิคที่เก็บรูโหว่ได้ด้วยการพันปกติ เอาไว้โอกาสหน้าค่อยมาดูวิธีนั้นกัน (มีอีกหลายวิธีมาก)
ขั้นตอนที่ 4
เอาล่ะครับจะเริ่มพันกันแล้ว จัดแจงลอกกาวที่ติดใต้เทปเตรียมพันได้ แต่เทปบางรุ่นก็ไม่มีแถบกาวด้านล่าง หรือไม่ต้องลอกออกเพราะกาวเป็นแบบแห้ง นานๆไปมันก็ติดเอง ดูง่ายๆครับว่าถ้ามันมีให้ลอกก็ต้องลอกออก เราจะเริ่มพันที่ ปลายดร็อปด้านล่าง โดยการพันเราจะพันจากด้านนอกวนเข้าดา้นใน (มีการพันจากตรงกลางแฮนด์ออกมาที่ปลายเช่นกันครับ)
จุดสำคัญที่ต้องเริ่มต้นคือ ต้องเริ่มพันให้ตัวผ้าเลยออกจากขอบของแฮนด์ออกมาราวๆครึ่งหนึ่งของความกว้างของตัวแถบผ้า สุดท้ายเราต้องยัดมันปิดปลายแฮนด์เอาไว้ ถ้าเหลือน้อยเกินไปมันจะอุดไม่ได้ และถ้าเหลือมากเกินไป มันจะหลุดออกจากแฮนด์ตอนเรายัดมันปิดปลาย สิ่งสำคัญในการพันแฮนด์ ที่หลายๆท่านมักจะพลาดและส่งผลให้ไปบรรลัยเอาตอนจบก็คือ "แรงดึง" ของมือที่ดึงไปด้วยพันไปด้วย จะดึงมากหรือน้อย ขึ้นอยู๋กับความต้องการและขนาดของแฮนด์ ดึงมากผ้าก็จะยืดตัวได้มาก พันได้ยาว แต่บางลง ดึงน้อยก็จะหนานุ่มและพันได้สั้น(อาจไม่พอในแฮนด์กว้างมากๆ) แต่ที่สำคัญ ต้องดึงให้สม่ำเสมอเท่ากัน เพื่อให้การจับรู้สึกสม่ำเสมอ (แต่ส่วนตัวผม จะดึงจุดที่จับน้อยๆยืดกว่า เพื่อให้เหลือไปด้านบนที่จับเวลาพักยาวๆให้หนานุ่มหน่อย) การพันแต่ละทบ จะพันให้ตัวผ้าเหลื่อมกันอยู่ราวๆ 1 ใน 3 หรือครึ่งหนึ่งก็ได้แล้วแต่ชอบใจ แต่ก็ควรให้สม่ำเสมอกัน ตรงส่วนโค้งตามรูปแฮนด์อย่าลืมนะครับว่าด้านนอกต้อง 1 ฝน 3 ส่วนด้านในอาจต้องทับกันมากกว่านั้น ถ้าเอาด้านใน 1 ใน 3 รับรองได้ว่าด้านนอกจะทับกันนิดเดียว และเป็นเหตุให้เกิดการเผยอ หรือรอยพันแยกออกได้เมื่อใช้ไปนานๆ
ขั้นตอนที่ 5 เมื่อพันมาถึงบริเวณชิฟท์เตอร์ นี่คือส่วนแรกที่คนพันครั้งแรกมักจะงงและทำพลาด อย่าคิดมากและอย่าตกใจครับ หัวใจมันมีแค่การพันให้ผ้าปิดส่วนของชิฟท์เตอร์นิดหน่อยเท่านั้น เรามีแถบตัวสั้นปิดช่วยไว้แล้ว พันต่อไปตามแนวเดิม ให้ทับตัวสั้นเอาไว้ รอยทับปิดตัวแฮนด์ได้สนิทและล้ำเข้าไปบนชิฟท์เตอร์นิดหน่อย เมื่อปิดยางหุ้มลงมา ก็จะไม่เห็นรอยต่อแล้ว ขั้นตอนนี้อาจต้องทดลองพันดูว่าสนิทหรือไม่ แล้วลองปิดยางหุ้มลงมาดู ดีกว่าพันไปจนเสร็จแล้วค่อยปิด แล้วพบว่า ... มีรูนี่หว่า ต้องกลับมาแก้ใหม่ เคล็ดลับที่ไม่ถูกปิดบัง ... ตรงนี้ดึงแน่นๆ ตึงๆมือได้เลยครับ เราไม่ได้ต้องการความหนา หน้าที่มันแค่ปิดรอยต่อ แต่ถ้าเปฟ็นผ้าพันแบบคอร์กบางต้องระวังการดึงนิดนึงรับ ดึงแรงเกินไป ขาดเอาได้ง่ายๆ (ผมเคยมาแล้ว)
ขั้นตอนที่ 6 พันจนถึงจุดที่ต้องการสิ้นสุด จะพันจนปิดยี่ห้อ จนถึงกึ่งกลาง(เทร็นด์หมอบนักปั่นลู่แบบเซอร์แบร็ดลีย์ วิกกินส์) หรือพันมาอีกหน่อยเพราะไปต่อไม่ได้ แฮนด์แบนแบบแอโร่ฯ อันนี้แล้วแต่ชอบใจ แต่เมื่อถึงปลายสุดที่ต้องการ เราจะทำการ"เล็ก" เก็บปลายเพื่อให้รอยปิดเรียบร้อยที่สุด วิธีการก็ง่ายๆครับ จัดการตัดให้เป็นแนวเฉียงตามแนวที่เราพันมาตลอดนั่นแหละ เราจะไม่ปิดงานด้วยปลายตรงๆ เพราะต้องพันเทปปิดกว้างมาก การเก็บงานแบบนี้จะใช้เทปปิดจบไม่กว้าง และได้รอยจบที่เรียบเนียนสนิท เมื่อได้รอยตัดจบตามภาพด้านบนถือเป็นอันเรียบร้อย ลองทดสอบดูว่าเมื่อพันต่อไปจนสุดตามแนวเฉียงเดิม รอยจบของการพันเป็นเส้นตรงหรือไม่ มีบางเทคนิคให้ใช้คัตเตอร์ หรือมีดโกนเก็บปลายตรงนี้ โดยการพันตามแนวไปเรื่อยๆแล้วปิดเทปพันสายไฟทับผ้าพันไปเลย จากนั้นจึงใช้มีดตัดเก็บแนวจบให้ตรงคมกรีบอีกครั้งหนึ่ง ผมเคยลองแล้วว่าทำได้ดี แ่ผมมือหนัก กลัวกรีดลงไปโดนแฮนด์ด้วย อีกอย่างผมมีวิธีการจบเทปพันสายไฟอีกแบบที่จะไม่เห็นเนื้อผ้าตอนจบ และไม่ปิดเทปทับบนผ้าพันและแฮนด์ ผมจึงจบด้วยมีดไม่ได้ครับ
ขั้นตอนที่ 7 มาถึงขั้นตอนที่บ่งบอกถึงความลุ่มลึกและวิุถีนักรบกันแล้วครับ การจบปลายปิดเทป มีหลายสำนักหลายวิธีมาก แบบดื้อๆเลยก็ใช้เทปที่มักให้มาด้วยกับตัวผ้าพันแฮนด์ ซึ่งมีทั้งใช้ได้ดีและไม่ได้เรื่อง จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก อีกวิธีคือการพันเทปพันสายไฟทับตัวผ้าพันแฮนด์และแฮนด์ไปด้วยเลยเก็บปลายให้เรียบเนียนไปกับแฮนด์ ซึ่งเหมาะกับการพันแบบบาง กรณีนี้ผมพันแบบหนานุ่ม จึงเลือกเก็บโดยการเก็บขอบของผ้าพันเสียรอบหนึ่งก่อนตามภาพด้านบน ใช้เทปพันสายไฟติดบนผ้าพันแฮนด์ทบสุดท้ายแล้วพับเก็บขอบให้เรียบสนิท
เมือ่ทบลงมาจะได้ลักษณะตามนี้ครับ สังเกตุที่ขอบว่าจะไม่เห็นสีแดงของผ้าพันแล้ว เพราะเทปพันสายไฟทบทับเอาไว้อยู่ เทปไม่ได้ทำหน้าที่รัดตัวผ้าเอาไว้ แต่เหมือนเป็นแนวคิ้วฝ้าเพดาน หรือบัวพื้นปิดรอยต่อเท่านั้น จากนั้นใช้เทปพันสายไฟพันทับบโดยเว้นขอบจากแนวที่จบราวๆ 1 มม. ไม่มีความจำเป็นต้องปิดทับลงไปบนแฮนด์ก็ได้ เพราะมันหนาครับ ทับลงบนแฮนด์มันจะไม่เรียบ เล็งให้ตรงแล้วพันทับไปจนครบรอบ ออกแรงดึงให้ตึงๆมือหน่อยจะได้รัดผ้าเอาไว้ได้แน่นหนา ตรงนี้อยู่ที่ฝีมือว่าจะรเียบสวยแค่ไหน กี่ทบก็ได้ตามสะดวกเลยครับ จบจบปิดแบบนี้สนิทไม่เห็นผ้าตรงปลาย ตามรูปนี้ไม่ perfect ครับ ถ้าเป็นงานฝีมือเอาไป 60 คะแนนพอ เพราะแนวปิดไม่เรียบตรง เบี้ยวหน่อย ไม่คมสวย แต่รับรองว่าไม่หลุดแน่นอน ที่ขั้นตอนนี้หากอยากจบด้วบเทปกาวที่ให้มากับผ้าพันแฮนด์ ที่มักมีโลโก้ของยี่ห้อนั้นๆ (อยากติดโลโก้ว่างั้น) ตอนนี้ง่ายๆเลยครับ ติดมันลงไปบนเทปพันสายไปเลย จากที่ผมลองมา เทปพวกนี้ติดบนเทปพันสายไฟจะแน่นทนดีกว่าติดลงบนผ้ามาก ติดบนผ้าคุณต้องดึงแน่นๆ ให้มันรัดตัวเอง แต่บนเทปพันสายไฟดึงตึงมือนิดหน่อยก็พอแล้ว
แต่ผมจบด้วยเทปดำพอแล้ว
ขั้นตอนที่ 8 มาเก็บปลายที่ด้านล่างของดร็อปที่เราเริ่มกันเอาไว้ ในกล่องจะมีจุกปิดปลายแฮนด์แถมมาด้วย ถ้าไม่มีก็ใช้ของเดิมก็ได้ครับ จัดการ"ยัด" ปลายผ้าเข้าไปในรูแฮนด์ให้ดี จากนั้นเอาจุกปิดอัดเข้าไป ดัน กระแทก ทุบ ให้มันปิดสนิทดี เพราะถ้าปิดไม่สุด มันหลุดหายได้ และถ้าซวยจริงๆปลายผ้ามันจะหลุดออกมาจากที่พัน ซึ่งทางแก้มีเพียง .... รื้อพันใหม่ทั้งหมด อย่างกรณีนี้ผมใช้ผ้าแบบหนา ดังนั้นจึงอัดเข้าไปยากหน่อย ต้องกระแทกแรงๆ หรือใช้ค้อนยางทุบเบาๆพอเนิบๆสองสามทีก็แน่นดีแล้ว ขั้นตอนที่ 9
สุดท้ายตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้ง มีตรงไหนพับ เผยอออกมาหรือไม่ รอยพันทับกันดีหรือไม่ เรียบถูกใจ หนา บางได้ตามต้องการหรือยังและปิดท้ายด้วยการปิดยางหุ้มชิฟท์เตอร์กลับลงมาเป็นอันเสร็จงาน(ข้างหนึ่ง)เรียบร้อยแล้ว อย่าลืมดูให้ครบทุกด้านนะครับ ลองจับท่าที่ต้องการขี่ว่าฟิลลิ่งได้พอดีมือหรือยัง สุดท้ายย้อนกลับไปทำข้างที่เหลือ ทุกอย่างทำเหมือนกันหมดแต่กลับด้านกันเท่านั้นเอง แต่สิ่งสำคัญที่ต้องพึงระวังเอาไว้คือ
-ออกแรงดึงให้เหมือนอีกข้าง มิเช่นนั้นสองข้างท่านจะรู้สึกว่าจับแล้วไม่เท่ากัน เพราะผ้าพันหนาบางไม่เท่ากัน ตรงนี้เช็คง่ายๆว่าพันไปจบแล้วต้อตัดหรือเหลือผ้าพันพอๆกัน แสดงว่าเราใช้ผ้าไปใกล้เคียงกัน
-นับรอยต่อของการพันทับให้เท่ากัน อาจจะฟังดูแล้วพิถีพิถันมาก แต่มันสำคัญกับความหนาบางของผ้าพันมากครับ แน่นอนว่าพันทับซ้อนกันมาก(รอบทับเยอะ) ก็จะได้การจับที่หนากว่า และพันทับกันห่าง(รอยทับน้อย) ก็จะได้การจับที่บางกว่านั่นเอง เรียบร้อยแล้วครับ ลองทำดูได้ง่ายๆ ถ้าไม่แน่ใจผมแนะนำให้ลองหาผ้าพันแฮนด์แบบถูกมากๆมาลองพันก่อน หรือถ้าไม่ชัวร์ว่าจะพันทบแบบไหน โดยเฉพาะตรงชิฟท์เตอร์ เอากระดาษหรือเศษผ้ามาลองพันวนไปวนมาดูครับว่าทำอย่างไรเราจึงจะพันปิดรอยต่อได้และรักษาแนวการพันตามที่ต้องการ
เป็นงานดูแล รักษาและเปลี่ยนได้เองง่ายๆ ผ้าพันแฮนด์ใหม่ ฟิลลิ่งใหม่ๆ ช่วยให้การชี่จักรยานสุนทรีขึ้นอีกจมเลยนะครับ ขอจบตอนนี้เพียงเท่านี้ โอกาสหน้า มาดูวิธีแบบโปรขึ้นอีกนิด ไม่ต้องใช้เส้นเล็กมาปิดรอยต่อ, การพันแบบย้อนทางลงมา และการทำความสะอาดดูแลรักษาผ้าพันแฮนด์ให้สะอาดถูกสุขลักษณะยาวนาน [homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 390619.jpg[/homeimg]
*ย้ำว่า มาตรฐาน เพราะมีอีกหลายรูปแบบที่แตกต่าง ผมเองก็ไม่ได้พันแบบนี้เป็นปกติครับ เอาไว้โอกาสต่อไปจะมานำเสนอวิธีพันที่ดูโปรขึ้นอีกหน่อย
เริ่มกันเลยนะครับ
อุปกรณ์ -ผ้านพันแฮนด์ วันนี้ผมเลือกของ Clarks ด้วยความหนา 2.5 มม. เนื้อนุ่มมือ เหมาะกับการขี่ไกลๆ พันแล้วแฮนด์หนาอวบใหญ่จับกว้างๆไม่กดทับให้มือฃาและล้าได้ ใครชอบแนวบางๆเล็กๆ ก็เลือกแบบที่บางกว่านี้ดูครับ ผมชอบอวบๆ
.เทปพันสายไฟ ที่เนื้อเหนียว ยืดได้ดี ความเหนียวของกาวไม่เกี่ยวครับ เมื่อเนื้อมันเหนียว มันจะอยู่ได้เพราะแรงดึงที่รัดแน่น สีอะไรตามชอบใจครับ
-กรรไกร หรือมีดคัตเตอร์ บางสำนักสอนให้เก็บงานด้ยใบมีดโกนซึ่งจะเก็บงานได้เนี๊ยบมากๆ แต่ผมใช้กรรไกรอย่างเดียว อาจดูชุ่ยหน่อย แต่สะดวกครับ
ขั้นตอนที่ 1 ทำความสะอาดแฮนด์ให้สะอาด ตรวจสอบว่าปลอกสายต่างๆยังอยู่ในตำแหน่งดีหรือไม่ ถ้าไม่ดีก็จัดการเก็บมันให้เรียบร้อยด้วยเทปพันสายไฟ ถ้ามีเศษผ้าพันแฮนด์เก่าขุยๆติดอยู๋ก็ต้องพยายามขูดๆออกเท่าที่จะทำได้ครับ มันไม่ได้จำเป็นหรอก ไม่ส่งผลมากด้วย แต่เมื่อก่อนผมพันไป พันทับ แกะเปลี่ยน พันทับ จนมันพอกหนาหลายชั้นเหลือเกิน วันที่ตั้งใจลอกออกหมดแล้วพันใหม่ รุ็สึกว่าจับดีขึ้นเยอะ ดังนั้นลอกเสียตั้งแต่ยังน้อยๆดีกว่าครับ เช็ดพื้นผิวให้สะอาด ฝุ่น คราบมัน อย่าให้เหลือ
ขั้นตอนที่ 2 ปลิ้น(ถลก)ยางหุ้มมือเกียร์ออกมา ไม่ว่ายี่ห้ออะไรก็ตาม ต้องถลกออกมาทั้งนั้น เราต้องพันให้ตัวผ้าพันอยู่ใต้ยางหุ้มด้วยครับ และถ้าจะดูแล ไหนๆก็ได้โอกาสแล้ว เช็ดและเช็คน็อตต่างๆว่าอยู่ดีมั้ย หลวมหรือไม่ มีคราบฝุ่น ทรายอยู๋หรือเปล่า
ขั้นตอนที่ 3 เราจะเริ่มจากการติดเทปตัวสั้นที่ด้านหลังของชิฟท์เตอร์ เทปนี้ทำหน้าที่ปิดรอยโหว่ของการพัน(ในแบบนี้) ส่วนมากมักมีมาให้ ความยาว 2-3 นิ้ว หากไม่มีก็ตัดเอาจากเทปที่ใช้นั้นแหละครับ ทาบเอาว่าต้องการแค่ไหนแล้วตัดออกมาซะ จากนั้นลอกกาวออกแล้วแปะเอาไว้ในตำแหน่งตามภาพ มันอาจไม่ค่อยอยู่นะครับ แต่ไม่ต้องกลัว เพราะสุดท้ายมันจะอยู่ได้ด้วยตัวผ้าที่พันทับเอาไว้ และตัวยางหุ้มมือก็กดทับปลายเอาไว้เช่นกัน แต่.. ถ้ากลัวหลุดจริงๆ เอาเทปพันสายไฟพันปลายก็ได้ครับ (แต่ผมก็ไม่เคยทำ) ย้ำนะครับ ว่านี่คือการพันแบบมาตรฐาน ที่พบได้ทั่วไป มีวิธีการพันแบบที่ไม่ต้องใช้เจ้าตัวสั้นนี่ก็ได้ มีเทคนิคที่เก็บรูโหว่ได้ด้วยการพันปกติ เอาไว้โอกาสหน้าค่อยมาดูวิธีนั้นกัน (มีอีกหลายวิธีมาก)
ขั้นตอนที่ 4
เอาล่ะครับจะเริ่มพันกันแล้ว จัดแจงลอกกาวที่ติดใต้เทปเตรียมพันได้ แต่เทปบางรุ่นก็ไม่มีแถบกาวด้านล่าง หรือไม่ต้องลอกออกเพราะกาวเป็นแบบแห้ง นานๆไปมันก็ติดเอง ดูง่ายๆครับว่าถ้ามันมีให้ลอกก็ต้องลอกออก เราจะเริ่มพันที่ ปลายดร็อปด้านล่าง โดยการพันเราจะพันจากด้านนอกวนเข้าดา้นใน (มีการพันจากตรงกลางแฮนด์ออกมาที่ปลายเช่นกันครับ)
จุดสำคัญที่ต้องเริ่มต้นคือ ต้องเริ่มพันให้ตัวผ้าเลยออกจากขอบของแฮนด์ออกมาราวๆครึ่งหนึ่งของความกว้างของตัวแถบผ้า สุดท้ายเราต้องยัดมันปิดปลายแฮนด์เอาไว้ ถ้าเหลือน้อยเกินไปมันจะอุดไม่ได้ และถ้าเหลือมากเกินไป มันจะหลุดออกจากแฮนด์ตอนเรายัดมันปิดปลาย สิ่งสำคัญในการพันแฮนด์ ที่หลายๆท่านมักจะพลาดและส่งผลให้ไปบรรลัยเอาตอนจบก็คือ "แรงดึง" ของมือที่ดึงไปด้วยพันไปด้วย จะดึงมากหรือน้อย ขึ้นอยู๋กับความต้องการและขนาดของแฮนด์ ดึงมากผ้าก็จะยืดตัวได้มาก พันได้ยาว แต่บางลง ดึงน้อยก็จะหนานุ่มและพันได้สั้น(อาจไม่พอในแฮนด์กว้างมากๆ) แต่ที่สำคัญ ต้องดึงให้สม่ำเสมอเท่ากัน เพื่อให้การจับรู้สึกสม่ำเสมอ (แต่ส่วนตัวผม จะดึงจุดที่จับน้อยๆยืดกว่า เพื่อให้เหลือไปด้านบนที่จับเวลาพักยาวๆให้หนานุ่มหน่อย) การพันแต่ละทบ จะพันให้ตัวผ้าเหลื่อมกันอยู่ราวๆ 1 ใน 3 หรือครึ่งหนึ่งก็ได้แล้วแต่ชอบใจ แต่ก็ควรให้สม่ำเสมอกัน ตรงส่วนโค้งตามรูปแฮนด์อย่าลืมนะครับว่าด้านนอกต้อง 1 ฝน 3 ส่วนด้านในอาจต้องทับกันมากกว่านั้น ถ้าเอาด้านใน 1 ใน 3 รับรองได้ว่าด้านนอกจะทับกันนิดเดียว และเป็นเหตุให้เกิดการเผยอ หรือรอยพันแยกออกได้เมื่อใช้ไปนานๆ
ขั้นตอนที่ 5 เมื่อพันมาถึงบริเวณชิฟท์เตอร์ นี่คือส่วนแรกที่คนพันครั้งแรกมักจะงงและทำพลาด อย่าคิดมากและอย่าตกใจครับ หัวใจมันมีแค่การพันให้ผ้าปิดส่วนของชิฟท์เตอร์นิดหน่อยเท่านั้น เรามีแถบตัวสั้นปิดช่วยไว้แล้ว พันต่อไปตามแนวเดิม ให้ทับตัวสั้นเอาไว้ รอยทับปิดตัวแฮนด์ได้สนิทและล้ำเข้าไปบนชิฟท์เตอร์นิดหน่อย เมื่อปิดยางหุ้มลงมา ก็จะไม่เห็นรอยต่อแล้ว ขั้นตอนนี้อาจต้องทดลองพันดูว่าสนิทหรือไม่ แล้วลองปิดยางหุ้มลงมาดู ดีกว่าพันไปจนเสร็จแล้วค่อยปิด แล้วพบว่า ... มีรูนี่หว่า ต้องกลับมาแก้ใหม่ เคล็ดลับที่ไม่ถูกปิดบัง ... ตรงนี้ดึงแน่นๆ ตึงๆมือได้เลยครับ เราไม่ได้ต้องการความหนา หน้าที่มันแค่ปิดรอยต่อ แต่ถ้าเปฟ็นผ้าพันแบบคอร์กบางต้องระวังการดึงนิดนึงรับ ดึงแรงเกินไป ขาดเอาได้ง่ายๆ (ผมเคยมาแล้ว)
ขั้นตอนที่ 6 พันจนถึงจุดที่ต้องการสิ้นสุด จะพันจนปิดยี่ห้อ จนถึงกึ่งกลาง(เทร็นด์หมอบนักปั่นลู่แบบเซอร์แบร็ดลีย์ วิกกินส์) หรือพันมาอีกหน่อยเพราะไปต่อไม่ได้ แฮนด์แบนแบบแอโร่ฯ อันนี้แล้วแต่ชอบใจ แต่เมื่อถึงปลายสุดที่ต้องการ เราจะทำการ"เล็ก" เก็บปลายเพื่อให้รอยปิดเรียบร้อยที่สุด วิธีการก็ง่ายๆครับ จัดการตัดให้เป็นแนวเฉียงตามแนวที่เราพันมาตลอดนั่นแหละ เราจะไม่ปิดงานด้วยปลายตรงๆ เพราะต้องพันเทปปิดกว้างมาก การเก็บงานแบบนี้จะใช้เทปปิดจบไม่กว้าง และได้รอยจบที่เรียบเนียนสนิท เมื่อได้รอยตัดจบตามภาพด้านบนถือเป็นอันเรียบร้อย ลองทดสอบดูว่าเมื่อพันต่อไปจนสุดตามแนวเฉียงเดิม รอยจบของการพันเป็นเส้นตรงหรือไม่ มีบางเทคนิคให้ใช้คัตเตอร์ หรือมีดโกนเก็บปลายตรงนี้ โดยการพันตามแนวไปเรื่อยๆแล้วปิดเทปพันสายไฟทับผ้าพันไปเลย จากนั้นจึงใช้มีดตัดเก็บแนวจบให้ตรงคมกรีบอีกครั้งหนึ่ง ผมเคยลองแล้วว่าทำได้ดี แ่ผมมือหนัก กลัวกรีดลงไปโดนแฮนด์ด้วย อีกอย่างผมมีวิธีการจบเทปพันสายไฟอีกแบบที่จะไม่เห็นเนื้อผ้าตอนจบ และไม่ปิดเทปทับบนผ้าพันและแฮนด์ ผมจึงจบด้วยมีดไม่ได้ครับ
ขั้นตอนที่ 7 มาถึงขั้นตอนที่บ่งบอกถึงความลุ่มลึกและวิุถีนักรบกันแล้วครับ การจบปลายปิดเทป มีหลายสำนักหลายวิธีมาก แบบดื้อๆเลยก็ใช้เทปที่มักให้มาด้วยกับตัวผ้าพันแฮนด์ ซึ่งมีทั้งใช้ได้ดีและไม่ได้เรื่อง จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก อีกวิธีคือการพันเทปพันสายไฟทับตัวผ้าพันแฮนด์และแฮนด์ไปด้วยเลยเก็บปลายให้เรียบเนียนไปกับแฮนด์ ซึ่งเหมาะกับการพันแบบบาง กรณีนี้ผมพันแบบหนานุ่ม จึงเลือกเก็บโดยการเก็บขอบของผ้าพันเสียรอบหนึ่งก่อนตามภาพด้านบน ใช้เทปพันสายไฟติดบนผ้าพันแฮนด์ทบสุดท้ายแล้วพับเก็บขอบให้เรียบสนิท
เมือ่ทบลงมาจะได้ลักษณะตามนี้ครับ สังเกตุที่ขอบว่าจะไม่เห็นสีแดงของผ้าพันแล้ว เพราะเทปพันสายไฟทบทับเอาไว้อยู่ เทปไม่ได้ทำหน้าที่รัดตัวผ้าเอาไว้ แต่เหมือนเป็นแนวคิ้วฝ้าเพดาน หรือบัวพื้นปิดรอยต่อเท่านั้น จากนั้นใช้เทปพันสายไฟพันทับบโดยเว้นขอบจากแนวที่จบราวๆ 1 มม. ไม่มีความจำเป็นต้องปิดทับลงไปบนแฮนด์ก็ได้ เพราะมันหนาครับ ทับลงบนแฮนด์มันจะไม่เรียบ เล็งให้ตรงแล้วพันทับไปจนครบรอบ ออกแรงดึงให้ตึงๆมือหน่อยจะได้รัดผ้าเอาไว้ได้แน่นหนา ตรงนี้อยู่ที่ฝีมือว่าจะรเียบสวยแค่ไหน กี่ทบก็ได้ตามสะดวกเลยครับ จบจบปิดแบบนี้สนิทไม่เห็นผ้าตรงปลาย ตามรูปนี้ไม่ perfect ครับ ถ้าเป็นงานฝีมือเอาไป 60 คะแนนพอ เพราะแนวปิดไม่เรียบตรง เบี้ยวหน่อย ไม่คมสวย แต่รับรองว่าไม่หลุดแน่นอน ที่ขั้นตอนนี้หากอยากจบด้วบเทปกาวที่ให้มากับผ้าพันแฮนด์ ที่มักมีโลโก้ของยี่ห้อนั้นๆ (อยากติดโลโก้ว่างั้น) ตอนนี้ง่ายๆเลยครับ ติดมันลงไปบนเทปพันสายไปเลย จากที่ผมลองมา เทปพวกนี้ติดบนเทปพันสายไฟจะแน่นทนดีกว่าติดลงบนผ้ามาก ติดบนผ้าคุณต้องดึงแน่นๆ ให้มันรัดตัวเอง แต่บนเทปพันสายไฟดึงตึงมือนิดหน่อยก็พอแล้ว
แต่ผมจบด้วยเทปดำพอแล้ว
ขั้นตอนที่ 8 มาเก็บปลายที่ด้านล่างของดร็อปที่เราเริ่มกันเอาไว้ ในกล่องจะมีจุกปิดปลายแฮนด์แถมมาด้วย ถ้าไม่มีก็ใช้ของเดิมก็ได้ครับ จัดการ"ยัด" ปลายผ้าเข้าไปในรูแฮนด์ให้ดี จากนั้นเอาจุกปิดอัดเข้าไป ดัน กระแทก ทุบ ให้มันปิดสนิทดี เพราะถ้าปิดไม่สุด มันหลุดหายได้ และถ้าซวยจริงๆปลายผ้ามันจะหลุดออกมาจากที่พัน ซึ่งทางแก้มีเพียง .... รื้อพันใหม่ทั้งหมด อย่างกรณีนี้ผมใช้ผ้าแบบหนา ดังนั้นจึงอัดเข้าไปยากหน่อย ต้องกระแทกแรงๆ หรือใช้ค้อนยางทุบเบาๆพอเนิบๆสองสามทีก็แน่นดีแล้ว ขั้นตอนที่ 9
สุดท้ายตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้ง มีตรงไหนพับ เผยอออกมาหรือไม่ รอยพันทับกันดีหรือไม่ เรียบถูกใจ หนา บางได้ตามต้องการหรือยังและปิดท้ายด้วยการปิดยางหุ้มชิฟท์เตอร์กลับลงมาเป็นอันเสร็จงาน(ข้างหนึ่ง)เรียบร้อยแล้ว อย่าลืมดูให้ครบทุกด้านนะครับ ลองจับท่าที่ต้องการขี่ว่าฟิลลิ่งได้พอดีมือหรือยัง สุดท้ายย้อนกลับไปทำข้างที่เหลือ ทุกอย่างทำเหมือนกันหมดแต่กลับด้านกันเท่านั้นเอง แต่สิ่งสำคัญที่ต้องพึงระวังเอาไว้คือ
-ออกแรงดึงให้เหมือนอีกข้าง มิเช่นนั้นสองข้างท่านจะรู้สึกว่าจับแล้วไม่เท่ากัน เพราะผ้าพันหนาบางไม่เท่ากัน ตรงนี้เช็คง่ายๆว่าพันไปจบแล้วต้อตัดหรือเหลือผ้าพันพอๆกัน แสดงว่าเราใช้ผ้าไปใกล้เคียงกัน
-นับรอยต่อของการพันทับให้เท่ากัน อาจจะฟังดูแล้วพิถีพิถันมาก แต่มันสำคัญกับความหนาบางของผ้าพันมากครับ แน่นอนว่าพันทับซ้อนกันมาก(รอบทับเยอะ) ก็จะได้การจับที่หนากว่า และพันทับกันห่าง(รอยทับน้อย) ก็จะได้การจับที่บางกว่านั่นเอง เรียบร้อยแล้วครับ ลองทำดูได้ง่ายๆ ถ้าไม่แน่ใจผมแนะนำให้ลองหาผ้าพันแฮนด์แบบถูกมากๆมาลองพันก่อน หรือถ้าไม่ชัวร์ว่าจะพันทบแบบไหน โดยเฉพาะตรงชิฟท์เตอร์ เอากระดาษหรือเศษผ้ามาลองพันวนไปวนมาดูครับว่าทำอย่างไรเราจึงจะพันปิดรอยต่อได้และรักษาแนวการพันตามที่ต้องการ
เป็นงานดูแล รักษาและเปลี่ยนได้เองง่ายๆ ผ้าพันแฮนด์ใหม่ ฟิลลิ่งใหม่ๆ ช่วยให้การชี่จักรยานสุนทรีขึ้นอีกจมเลยนะครับ ขอจบตอนนี้เพียงเท่านี้ โอกาสหน้า มาดูวิธีแบบโปรขึ้นอีกนิด ไม่ต้องใช้เส้นเล็กมาปิดรอยต่อ, การพันแบบย้อนทางลงมา และการทำความสะอาดดูแลรักษาผ้าพันแฮนด์ให้สะอาดถูกสุขลักษณะยาวนาน [homeimg=300,250]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... 390619.jpg[/homeimg]
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
-
Number8
- ขาประจำ
- โพสต์: 402
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2013, 08:49
- Tel: 0898554137
- team: Dr.bike club/ Fang nopburi
- Bike: Schwinn/ specialized M2/ LOOK 675
- ตำแหน่ง: ฝาง เชียงใหม่
- ติดต่อ:
Re: พันแฮนด์เสือหมอบ พันเองก็ได้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
ขอบคุณมากๆครับ
มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อยอมแพ้ มนุษย์อาจถูกทำลายได้ แต่ไม่ยอมแพ้
เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์
เออร์เนส แฮมมิ่งเวย์
-
jarun kongnuam
- ขาประจำ
- โพสต์: 324
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2010, 19:52
- ติดต่อ:
- sakurasong
- ขาประจำ
- โพสต์: 131
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 เม.ย. 2011, 07:23
- Bike: Specialized Stumpjumper M5 ปี 2009, ARAYA Diagonale
Re: พันแฮนด์เสือหมอบ พันเองก็ได้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
ขอบคุณมากครับ
-
oatoat55
- สมาชิก
- โพสต์: 91
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 มิ.ย. 2015, 09:10
- ติดต่อ:
-
ลิงกังปั่นหมอบ
- ขาประจำ
- โพสต์: 906
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2015, 20:50
Re: พันแฮนด์เสือหมอบ พันเองก็ได้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
กระทู้ที่ควรค่าแก่การปักหมุดไปตลอดชีพ ขอบคุณครับ
หมอบผมจวนจะได้เวลาเปลี่ยนผ้าพันแฮนซะที แต่ก็ไม่เคยได้ทำซะที
หมอบผมจวนจะได้เวลาเปลี่ยนผ้าพันแฮนซะที แต่ก็ไม่เคยได้ทำซะที
หึม...? ผมไม่ได้ปั่นจักรยาน แต่ผมขี่ยานรบต่างหาก!
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
-
compass
- ขาประจำ
- โพสต์: 791
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ส.ค. 2011, 23:16
- Bike: TREK EMONDA SL6, Nich KEM, TREK MADONE 3.1 2012
- ตำแหน่ง: จตุจักร กรุงเทพฯ
- ติดต่อ:
Re: พันแฮนด์เสือหมอบ พันเองก็ได้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
ทิศทางการพันนี่จริงๆ ควรพันไปทางไหนครับเห็นช่างบางคนพันให้แนวเฉียงขึ้นชี้เข้ามาข้างใน บางคนพันให้แนวเฉียงชี้ออก
- Limcharoen
- ขาประจำ
- โพสต์: 140
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.พ. 2012, 16:58
- Tel: 086-3195775
- team: Magnecomp Cycling Club.
- Bike: Cannondale/ TREK-Gary-Fisher-Collection-wahoo-29-er-(white-blue)-2012 / TREK 2.1 LEOPARD
- ตำแหน่ง: Thailand
Re: พันแฮนด์เสือหมอบ พันเองก็ได้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
ขอบคุณมากๆครับ เห็นภาพชัดเจน..
-
chookiat.pl
- สมาชิก
- โพสต์: 40
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2014, 20:52
- Tel: 083395xxxx
- team: -
- Bike: Trek 8500
-
ลิงกังปั่นหมอบ
- ขาประจำ
- โพสต์: 906
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2015, 20:50
Re: พันแฮนด์เสือหมอบ พันเองก็ได้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
พูดตามความรู้สึกการใช้งานนะครับcompass เขียน:ทิศทางการพันนี่จริงๆ ควรพันไปทางไหนครับเห็นช่างบางคนพันให้แนวเฉียงขึ้นชี้เข้ามาข้างใน บางคนพันให้แนวเฉียงชี้ออก
แนวของผ้าเวลาเราจับที่ดรอปบาร์ ควรจะเป็นแนวเดียวกับนิ้วมือเราครับ จะรู้สึกสบายที่สุดในความคิดเห็นของผมครับ
นิ้วมือเราจับดรอปยังไง ผ้าก็แนวนั้นแหละครับ
หึม...? ผมไม่ได้ปั่นจักรยาน แต่ผมขี่ยานรบต่างหาก!
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
คิดให้ดี โทษเทคนิคตัวเองก่อนจะโทษจักรยาน
มันไม่ใช่เป็นเพราะจักรยานที่แกปั่น แต่อยู่ที่แกปั่นมันยังไง?
มันไม่ใช่เพราะจักรยานมันงี่เง่าเฮงซวย แต่มันคือแกทำให้มันดูงี่เง่าปัญญาอ่อน
- ระ สหชน
- ขาประจำ
- โพสต์: 834
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ค. 2011, 09:54
- Tel: 0896088461
- team: สหชนไบค์ ชลบุรี
- Bike: giant..GaryFisher
- อ้วนค้าบ
- ขาประจำ
- โพสต์: 3670
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 10:22
- Tel: 086 715 3757
- Bike: น้องหนิมเก่าๆ
- Permkiat
- ขาประจำ
- โพสต์: 490
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.ค. 2014, 13:40
- ตำแหน่ง: กรุงเทพฯ
- ติดต่อ:
Re: พันแฮนด์เสือหมอบ พันเองก็ได้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
ขอบคุณครับ
ยิ่งลุยฝนมายิ่งต้องแกะออก มาบ้าง ของผม รากินเป็นวงด้านในผ้า กับแฮนด์อลู
ส่วนใหญ่ผมไม ลอกสติกเกอร์ ออกครับ เพราะเวลาลอกมาพันใหม่ มันจะขาดครับ
ยิ่งลุยฝนมายิ่งต้องแกะออก มาบ้าง ของผม รากินเป็นวงด้านในผ้า กับแฮนด์อลู
ส่วนใหญ่ผมไม ลอกสติกเกอร์ ออกครับ เพราะเวลาลอกมาพันใหม่ มันจะขาดครับ
มุ่งมั่น ฝึกซ้อม อัพของ
- Satit S.
- สมาชิก
- โพสต์: 68
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.พ. 2015, 16:01
- team: Bike Everyday
- Bike: เสือภูเขา GT, เสือหมอบ Specialzed
Re: พันแฮนด์เสือหมอบ พันเองก็ได้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
ขอบคุณมากครับผม
เคยแต่ดูช่างทำ พึ่งได้พันเองก่อนหน้านี้
แต่เป็นแนวตรงกันข้ามอ่ะครับ
คือพันจากบนลงล่าง ผมใช้แฮนด์แบบแอร์โร่ครับ
เคยแต่ดูช่างทำ พึ่งได้พันเองก่อนหน้านี้
แต่เป็นแนวตรงกันข้ามอ่ะครับ
คือพันจากบนลงล่าง ผมใช้แฮนด์แบบแอร์โร่ครับ
ปั่นทุกวัน ก็สนุกทุกวัน... 
-
deerkhondee
- สมาชิก
- โพสต์: 6
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2014, 21:03
- Tel: 0881461103
- team: -
- Bike: เสือหมอบ