เพือความชัดเจนยิ่งขึ้นปรับฟันเฟืองเป็น 1080 p HD


เมื่อวันที่ 26 ก.ย 58 เครือข่ายชมรมจักรยานจังหวัดขอนแก่น นำโดย คุณกาญจนา เหลืองอุบล ประธานเครือข่ายฯ พร้อมสมาชิกจำนวน 40 ท่าน
ร่วมปั่นเที่ยว สะดือแม่น้ำโขง ก่อนที่จะเข้าร่วมปั่นทัวร์ออฟอีสาน บึงกาฬ ในวันที่ 27 ก.ย 58
..........
โดยในวันที่ 27 ก.ย 58 จะเข้าร่วมปั่นทัวร์ออฟอีสาน บึงกาฬ คลาสสิค เส้นทางอัศจรรย์วิถีธรรมชาติ
เป็นหนึ่งใน 5 กิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภาคอีสาน จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ จังหวัดบึงกาฬ ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ต่อจากจังหวัดเลย ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยในครั้งนี้ได้จัดให้มีไฮไลท์ที่เส้นทางการปั่นที่มีให้เลือกถึง 2 เส้นทางด้วยกัน โดยในแต่ละเส้นทางจะมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่ขึ้นชื่อในจังหวัดบึงกาฬเป็นจุดมุ่งหมายของการแข่งขัน ได้แก่
ภูสิงห์ เส้นทางวิบากสำหรับจักรยานเสือภูเขา ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร
ภูทอก เส้นทางเรียบสำหรับจักรยานทางไกล ระยะทาง 100 กิโลเมตร
นอกจากนั้นแล้วนักปั่นทุกท่านจะได้สัมผัสวัฒนธรรมพื้นบ้านของจังหวัดบึงกาฬ จากชาวบ้านในท้องถิ่น ได้ชิมของดีจากจังหวัดบึงกาฬ และได้ชื่นชมทัศนียภาพที่ร่มรื่นทั้ง 2 ข้างทางของการปั่นอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ นายปฏิวัติ เหล่าวงษ์ ชมรมจักรยานราชมงคลขอนแก่น คว้าโล่รางวัล1 ใน 10
ผู้แข่งขันที่เข้าเส้นชัยได้ 10 ท่านแรก และหา RC ได้ครบถ้วนตามกติกาการแข่งขัน ได้รับถ้วยรางวัลการแข่งขัน.
( 27ก.ย 58 )
....................
แก่งอาฮง หรือจุดชม “สะดือแม่น้ำโขง” ณ วัดอาฮงศิลาวาส ตำบลหอคำ เขตอำเภอเมืองบึงกาฬ ห่างจากตัวจังหวัด 21 กิโลเมตร ถือว่าเป็นจุดที่แม่น้ำโขงมีความลึกที่สุดไม่สามารถวัดความลึกได้ กระแสน้ำไหลเชี่ยวมากในฤดูน้ำหลากและมีกระแสน้ำไหลวนเป็นรูปกรวยขนาดใหญ่จัง สังเกตได้จากเมื่อมีวัสดุหรือซากไม้ขนาดใหญ่ลอยมาเมื่อถึงบริเวณนี้ สิ่งของต่างๆ จะหมุนวนอยู่ประมาณ 30 นาที จึงจะไหลต่อไป ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็น “สะดือแม่น้ำโขง” มีความกว้างประมาณ 300 เมตร
ในฤดูน้ำลด มีความกว้างราว 400 เมตร สามารถมองเห็นแก่งได้ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งจะมีกลุ่มหินที่ปรากฏบริเวณ แก่งอาฮง จะมีชื่อเรียกตามลักษณะของหิน เช่น หินลิ้น นาค หินปลาเข้ ถ้ำปลาสวาย นอกจากจะเป็นแหล่งพักผ่อนและสถานที่ท่องเที่ยวชมหินสวยของบึงกาฬแล้ว ยังเป็นจุดชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ “บั้งไฟพญานาค” ในช่วงออกพรรษา วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้เป็นจำนวนมาก
เมื่ออดีตกาลนานมาแล้วหลวงพ่อลุน ผู้ก่อตั้งวัดนี้ขึ้นมาในกลางป่าดงดิบปะปนกับโขดหินน้อยใหญ่ ซึ่งเป็นเทือกเขาเชื่อมโยงมาจากฝั่งประเทศลาว วัดนี้มีชื่อเรียกว่า “วัดป่าเลไลย” ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2506 หลวงพ่อลุนได้มรณภาพลงทำให้วัดนี้ไม่มีพระภิกษุอยู่จำวัดแบบถาวรเลย คงเหลือแต่ ชีแก่ๆ อยู่เฝ้าจำวัด และรักษาวัดกระทั่งปี พ.ศ.2517 ท่านเจ้าคุณนิเทศศาสนคุณ (หลวงพ่อมหาสมาน สิริปัญโญ) ผ่านมาแวะเข้าไปดูบริเวณวัด และเห็นสภาพทั่วไปสงบร่มรื่น อยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำโขงซึ่งจะมีโขดหินเรียงรายอยู่ในแม่น้ำยื่นจากฝั่ง ออกไปสู่กลางลำน้ำโขง มีชื่อเรียกว่า ” แก่งอาฮง ”
ต่อมาหลวงพ่อได้ปรึกษากับคณะพระภิกษุสงฆ์พร้อมญาติโยม จะปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ขึ้นใหม่ให้เป็นวัดที่สมบูรณ์และถาวร โดยปรับปรุงสภาพแวดล้อมและก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก ที่มีความจำเป็นแก่พระ ภิกษุสามเณร และญาติโยม เสร็จแล้วหลวงพ่อตั้งชื่อวัดใหม่ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมว่า “วัดอาฮงศิลาวาส” จนถึงปัจจุบัน และได้พัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปในที่สุด
วัดอาฮงศิลาวาส ตั้งอยู่เขตพื้นที่บ้าน อาฮง หมู่ 3 ต.ไคสี จ. บึงกาฬ ตั้งอยู่ห่างจาก บึงกาฬ 21 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดหนองคาย 115 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณแก่งอาฮง
เรียบเรียงโดย Travel MThai
ดูเพิ่มเติม
https://www.facebook.com/chong009/media ... ploaded=16
...................















