ในการใช้งานถนนทุกครั้งผมคำนึงถึงมารยาทในการให้เกียรติผู้คนที่สัญจรไปมา การชลอให้รถใหญ่ผ่านก่อน หยุดให้คนข้ามถนน และจากประสบการณ์ในช่วงต้น พบปัญหาที่เกิดขึ้นคือผมไม่สามารถขอทางเพื่อข้ามจากเลนด้านซ้ายเพื่อเข้าซอยด้านขวาได้ในช่วงที่การจราจรคับคั่ง ทำได้เพียงจอดชิดฟุตบาทด้านซ้ายและรอให้รถว่างพอจะปาดข้ามไป
เนื่องจากบรรดารถมินิต่างๆ หน้าค่อนข้างไว หากยกใช้มือที่ถนัดเพื่อขอทาง การสะดุดร่องหรือเศษกรวดเล็กน้อยก็อาจจะทำให้เสียหลักล้มกลิ้งไม่เป็นท่าได้ ผมจึงเริ่มหาทางออกติดตามแสวงหาไฟเลี้ยวไร้สายประสิทธิภาพดีๆมาติดท้ายรถ เพื่อเป็นสัญญาณในการสื่อสารแทนสัญญาณมือ

จากการใช้งานจริง ร่วมครึ่งปี ขอสรุปว่าการใช้งานไฟเลี้ยวจักรยานดีๆมีประโยชน์มากครับ
ก่อนการใช้งานไฟเลี้ยวมักจะถูกรถใหญ่บีบแตรไล่เสมอเมื่อชลอรอเข้าซอยด้านขวา เพราะเค้านึกว่าเราปั่นช้ามากแต่กลับมาใช้เลนขวา เมื่อใช้ไฟเลี้ยวเหตุการณ์โดนบีบแตรไล่แทบไม่เคยเกิดขึ้นเลย เนื่องด้วยรถที่ตามหลังจะยอมชลอเมื่อเห็นสัญญาณไฟเลี้ยว ซึ่งพอจะทำให้เราเข้าเลนขวาและรอตัดเข้าซอยได้โดยเค้าไม่คิดว่าเราช้าและลดอุบัติเหตุจากการที่ถูกรถใหญ่เสยท้ายด้วย
แต่ก็ใช่ว่าไฟเลี้ยวนี่จะช่วยได้เฉียด 100% ซะเมื่อไหร่ เหตุการณ์เพิ่งเกิดสดๆร้อนเลย ทุกอย่างเรียบง่ายเช่นทุกวันที่ผ่านมา ใกล้ถึงซอยที่จะเลี้ยวเปิดไฟเลี้ยวขวาและชะลอรถก่อนเข้าซอยไม่น้อยกว่า 30 เมตร นิ่งๆเลียบเส้นกลางนิดๆ รอให้รถยนต์เลนฝั่งตรงข้ามผ่านไปแค่อีกไม่กี่วิก็จะเลี้ยวได้

แต่นักปั่นน่องเหล็กรถมินิที่ความเร็ว 40+ มีเหรอจะยอมหลบไป
ยังไงฝากผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องช่วยรณรงค์ จิตพิสัยเชิงบวกให้แก่ผู้ใช้งานถนนที่เห็นถนนเป็นลานเอนกประสงค์ด้วยนะครับ
ถนนเป็นของส่วนรวมไม่ใช่ว่าไม่พอใจโชคชะตาตนเองแล้วมาระบายใส่คนที่ด้อยกว่าบนท้องถนน ทุกคนจ่ายภาษีเหมือนกัน มันจะไม่เกิดอุบัติเหตุได้อย่างไรกันเมื่อคนเราไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กัน ฝากไว้เป็นประเด็นร่วมถกกันในสภาด้วยนะครับ
*** ขออภัยหากกระทู้นี้ดูเหมือนการระบาย ไม่ได้มาเชียร์ขายสินค้าใดๆ แต่หวังว่าจะมีประโยชน์กับซิตี้ไบค์ทุกท่านบ้างไม่มากก็น้อยด้วยประการฉะนี้
