Stage cycling power meter

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
One 33bike
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 679
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2014, 10:29
Tel: 086-9777-610

Re: Stage cycling power meter

โพสต์ โดย One 33bike »

lucifer เขียน:มัวแต่ทำโน่น นี่ นั่น จนลืมเข้ามาอ่าน

ก่อนที่จะเกิดอาการ chondromalacia เนี่ย ไปทำอะไรมาครับ
ปัญหาตอนนี้ก็คือ ผิวข้อใต้กระดูกสะบ้าเสียไปแล้ว

อธิบายง่ายๆคือ ผิวข้อเข่าจะประกอบด้วย 3ส่วน คือ ผิวข้อจากกระดูกหน้าแข้ง ผิวข้อจากกระดูกต้นขา และผิวข้อจากกระดูกสะบ้า ซึ่งผิวข้อจากกระดูกสะบ้าจะสัมผัสกับผิวข้อของกระดูกต้นขามากที่สุดก็คือจังหวะที่งอเข่าหรือพับเข่าสุดๆนั่นแหละครับ ดังนั้นถ้าไม่งอเข่าเกิน 90องศา ก็ไม่ต้องกังวลครับ

อยากจะสร้างกล้ามเนื้อต้นขาซ้ายให้กลับมาก็คงไม่ยากครับ ก็ต้องพึ่งเวทเทรนนิ่งหละครับ ท่าหลักๆที่ใช้บริหารกล้ามเนื้อต้นขาก็คงจะหนีไม่พ้น 2 ท่าหลักคือ 1.Squat กับ 2 Leg press

Squat จะเป็นการเล่น free weight มีโอกาสบาดเจ็บได้ง่ายหากเริ่มต้นไม่ดี ไม่ถูกท่า ใช้น้ำหนักมากเกินไป แต่ก็เป็นท่าที่เล่นได้ง่าย หามาแค่ Drumbell หรือ Barbell กับ แท่นวางเท่านั้น แต่ถ้าจะเล่นขาเดียว ก็ต้องเก่งหน่อย หรืออาจจะแบ่งแรงหรือเลือกวิธีการออกแรงให้เน้นไปที่ขาซ้าย ( ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ) เบื้องต้นที่ต้องระวังจริงๆ ก็เพียงงอเข่าแค่เป็นมุมฉาก(อย่าให้แหลมเกินมุมฉาก) ก็ยังไม่มีปัญหาครับ

Leg press เป็นอะไรที่ปลอดภัยกว่า Squat มาก วางท่าให้ถูก มีคนแนะนำเพียงนิดเดียว ก็ไปได้ด้วยตัวเอง ปลอดภัยกว่าด้วย จะฝึกขาซ้ายขาเดียวก็ยังได้ ( ลดน้ำหนักลงมาให้เหมาะสม ) แต่ต้องไปเล่นในfitness เพราะเป็น machine ครับ

เดี๋ยวผมไปลองทำเวทเทรนนิ่งดูครับ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ

ส่วนอาการที่ผมเป็น ผมไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร แต่น่าจะเกิดจากการลูกนั่งกับยกละเป็นร้อยครั้ง เพื่อนๆ ไมเป็นไร แต่ผม นน. ตัวเยอะ ขาพับล่วงกลางอากาศเลย หลังจากนั้นอาการก็เริ่มสังเกตได้ อาการมากขึ้นทีละน้อย กินเวลา 1-2 ปี เริ่มรู้สึกแน่นเข่ามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเดินนานๆ เริ่มนั่งยองๆ ได้ไม่สุด เข่าซ้ายเริ่มบวมกว่าอีกข้าง ไม่บวมมากแต่สังเกตใกล้ๆ ได้ สุดท้ายเกิดความสงสัยในเข่าตัวเอง เลยไปหาหมอ หมอตรวจแล้วไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร จะให้สแกน เพราะ X-ray ไม่เห็นความผิดปกติ ผมเลยตัดสินใจผ่าไปเลย เพราะค่าสแกน กับค่าผ่าต่างกันไม่เท่าไหร่ แล้วก็เจออาการที่ว่าจนได้ครับ 555

ส่วน ขา Stage สงสัยจะต้องปล่อยออกไปก่อน รอตัวอื่นที่วัดได้ทั้งซ้ายและขวา น่าจะช่วยให้ผมสบายใจมากที่สุด เพราะทนเห็นวัตต์ตำ่ๆ ตอนที่ขาซ้ายหมดแรง แต่ขาขวายำ่ควงอย่างหนักหน่วงไม่ได้จริงๆ
ใจจริงผมชอบมันมากเลยนะ มันเล็ก เบา ติดแล้วดูไม่สะดุดตา น่าเสียดายมากครับ :cry:
33 bike
จำหน่ายจักรยาน เสือหมอบ เสือภูเขา อุปกรณ์ตกแต่ง บริการซ่อมและอัพเกรด
33 ถ.พุทธมณฑล สาย 1 ขว.บางด้วน ข.ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
โทร 086-9777-610
เปิด จันทร์ - เสาร์ เวลา 10.00 - 19.00 น.
หยุด วันอาทิตย์
รูปประจำตัวสมาชิก
choke126
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 128
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2012, 12:51
Bike: Pinarello F8 Sky
ติดต่อ:

Re: Stage cycling power meter

โพสต์ โดย choke126 »

ถ้ารอได้นะครับ Stages ตัวใหม่น่าจะวัด 2 ข้างละ ตอนนี้ผมใช้แบบข้างเดียวอยู่
ไฟล์แนบ
stage01.jpg
stage01.jpg (24.09 KiB) เข้าดูแล้ว 330 ครั้ง
stage02.jpg
stage02.jpg (45.54 KiB) เข้าดูแล้ว 330 ครั้ง
dmesg
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1305
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ย. 2011, 10:20
Bike: Cannondale Supersix

Re: Stage cycling power meter

โพสต์ โดย dmesg »

วัดสองข้างแพงสองเท่าไหมครับ? ถ้าแบบนั้นผมเอาข้างเดียวก็ได้ครับ ขอให้มันลดราคาลงมาหน่อยก็พอ
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: Stage cycling power meter

โพสต์ โดย lucifer »

ลองใช้power meter ที่วัดแบบรวมๆ เช่น วัดที่crank หรือ วัดดุมล้อก็ได้ครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: Stage cycling power meter

โพสต์ โดย giro »

12 ปีที่แล้ว Heart Rate Monitor พร้อมไมล์ไร้สาย ราคาปาเข้าไปหมื่นกว่าบาท
7 ปีที่แล้ว ราคาพร้อมไมล์ไร้สายอยู่ที่ราวๆ 8,000-10,000 บาทเมื่อมีการแข่งขันมากขึ้นและเกิดมาตรฐาน ANT+ ขึ้นมา
ตอนนี้ ... สามารถหาซื้อสายคาดอกที่ปล่อยได้ทั้ง ANT+ และ BT ในราคาไม่ถึงพันก็หาได้(ผมใช้อยู่นี่แหละ) ราคามียี่ห้อหน่อยก็ 1,500-1,800 ถ้ามีแบรนด์ดังหน่อยก็ราวๆ 2,500 ส่วนไมล์ที่รองรับ ANT+ ใช้ฮารถใช้ได้มีตั้งแต่ 3,500 ขึ้นไป สรุปว่าถ้าเอาเข้าจริงวัดครบชุดตอนนี้จบที่ไม่เกิน 5,000 บาท หรือราวๆ 1/4 ของยุคที่การใช้ฮาร์ทเรทเพิ่งเริ่มแพร่หลาย

Power Meter เริ่มมาแรกๆที่แพร่หลายจริงๆ ถ้าเป็น SRM ก็แสนอัพ แต่ถ้า PowerTap ก็สามารถหาได้ในราคา 50,000-65,000 บาทพร้อมล้อหลัง
ต่อมาเกิดการแพร่หลายมากขึ้นและสามารถเลือกใช้ชุด PowerTap ประกอบล้อซ้อม หรือมีรุ่นล่างๆลงมา(PowerTap Elite) จบได้ทั้งชุดในราคา 25,000-30,000 แต่ไม่สะดวกขนาดใช้ได้ตลอดเวลา
ส่วนกลุ่มที่แข่งกับ SRM เป็นทางเลือกอื่นๆที่ออกมาก็ทำราคาที่ 50,000-80,000 บาท เช่น Quarq
และทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบไหนก็ตาม ราคาอยู่ที่ราวๆ 25,000-50,000 บาทโดยที่ เสถียรขึ้น ปัญหาน้อยลง แม่นยำขึ้น สะดวกขึ้น ราคาแข่งขันในท้องตลาดที่ใช้งานได้คล่องตัวคือ 30,000-40,000 บาท มีความคลาดเคลื่อนต่ำใกล้ๆกับ SRM และตัวที่อ้างว่า"แม่น"พอๆหรือแม่นกว่า SRM ก็อยู่ที่ราคาครึ่งแสน

ผมว่ามันถูกลงมากแล้วนะครับ ถ้าจะรอให้มันถูกขนาดต่ำหมื่น ผมว่าอีกซัก 8-10 ปีน่าจะได้ครับ
แต่ที่แน่ๆปีหน้า(ปลายปีนี้) น่าจะได้เห็นพวก crank base ราคาสองหมื่นกว่า บันไดราคาสามหมื่นต้นๆ และแบรนด์ทางเลือกในราคาสองหมื่นทอนนิดหน่อยออกมาอย่างแน่นอนครับ

แต่ปัญหาของ Power Meter ไม่ใช่เรื่องของความแม่น วัดซ้าย-ขวา ครับ มันอยู่ที่ *ความเหมาะสมในการเลือกใช้งาน* และสิ่งสำคัญที่สุดที่ผมเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยในการตัดสินใจคือ "ชีวิตง่ายๆ" ประเภทเปลี่ยนแบทฯยาก คลาลิเบรทยาก ติดตั้งยาก ต่อให้แม่นยังไงก็อาจจะทำใจรับได้ลำบาก หรือพวกราคาทางเลือกอาจต้องทำใจว่าการติดตั้งอาจไม่สนุก และมีผลต่อการวัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือมีอาการงอแงให้ต้องคลาลิเบรทกันเรื่อยๆ ที่สำคัญ อายุของแบทฯก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง(รวมถึงชนิดของแบทฯด้วยครับ)
ทุกตัวมีดีหมดครับ อยู่ที่เราจับตัวไหนมามองและเทียบกันเท่านั้น ทำไม SRM ถึงยังเป็นที่ยอมรับและขายได้? ทำไม Polar ถึงตายไปจากตลาด?? ทำไมพวกไมล์ที่แสดงวัตต์แบบกะๆเอาถึงไปไม่รอด???
ราคาอาจเป็นเพียงกำแพงกั้นกลุ่มเป้าหมายในตลาด แต่ไม่ได้แปลว่าราคาถูกลงแล้วจะขายได้เท่านั้นนะครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
SakonL
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 302
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2015, 06:00

Re: Stage cycling power meter

โพสต์ โดย SakonL »

มีอะไรเพี้ยนๆอยู่เยอะครับพวกพาวเวอร์มิเตอร์เนี่ย ประสบการณ์ผมมีใช้แค่ 2 ตัวครับ วัดสองข้างได้ กับ ตัวนี้วัดซ้ายข้างเดียว มันคงไม่มีอะไรเจ๋งสุดๆ ดีสุดๆหรอกนะครับ เอาที่ พอใจ ขาเดียว สองขา ได้หมดครับขอแต่ว่าเอาไว้ใช้ตามเป้าประสงค์ของเราเอง

อย่างนี้ก็ กลับด้านคนละด้านเลย คาลิเบรทแล้วนะครับ งงเต๊กกันไป บางทีก็เป็น บางทีก็ไม่เป็น แล้วแต่บุญแต่กรรม สงสัยเป็นที่เฟิร์มแวร์มั๊งครับ

ทางผู้ผลิตแจ้งว่า ให้ฮาร์ดรีเซ็ทโดย สลับขั้วแบ็ต... โหดมาก

(ใส่รองเท้าแตะกดเทสครับ)
ไฟล์แนบ
Untitled-1.jpg
Untitled-1.jpg (68.39 KiB) เข้าดูแล้ว 296 ครั้ง
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”