แถมให้อีกนิดหนึ่ง
จริงๆแล้วอุปนิสัยของจักรยานนี่ มันจะประกอบด้วยองค์ประกอบหลักๆอยู่หลายอย่าง เช่น
- ความสัมพันธ์ระหว่างการกระจายน้ำหนัก หน้า:หลัง เช่น คนตัวใหญ่ ขี่รถsizeเล็ก ยืดstem ไปด้านหน้า น้ำหนักจะตกไปด้านหน้ามากกว่า คนตัวเล็กแต่ขี่รถsizeปกติที่หด stem ลงมา
- มุมของท่อคอ ซึ่งถ้าเทียบกับรถยนต์ ก็เทียบได้กับ steering axis หรือ แนว kingpinโดยปกติแล้ว มุมท่อคอยิ่งเอียงลาดเท่าไหร่ ก็จะส่งผลให้เกิด อาการหน้าหนัก เลี้ยวยาก ทางตรงนิ่ง ด้วยเหตุนี้ จักรยานที่ต้องการเน้นความเสถียรในทางตรง เช่น รถไตร รถทัวริ่ง ก็มักจะนิยมออกแบบให้มุมท่อคอลาดเอียง
- Rake หรือ OffSet ระยะ Rake จะทำให้ดุมล้อยื่นไปข้างหน้าอีกนิด การออกแบบตะเกียบของจักรยานหรือชอคหน้าของมอเตอรไซค์ให้มีค่า offset ก็เพื่อชดเชยอาการหน้าหนักเลี้ยวยาก ที่เกิดขึ้นมาจากการเอียงลาดของมุมท่อคอ
พอมีค่า Rake ก็จะมีค่า Trail เกิดขึ้นมา ถ้าย้อนกลับไปที่ต้นตอจริงๆ อาการหน้านิ่ง หน้าดื้อ ทรงตัวดีบนทางตรงจะถูกวิเคราะห์จากระยะ Trail ( T ) ถ้าไม่มีค่า Rake แนวของดุมล้อจะพอดีทับกับแนวของKingpin ( ตะเกียบทำมุมเท่ากับท่อคอ) จักรยานจะนิ่งอย่างเดียว แต่เลี้ยวยาก
พอเพิ่มระยะRake เข้าไป ระยะTrail ก็จะหดสั้นลง รถก็จะเริ่มเลี้ยวได้ง่ายขึ้น แต่ยังเสถียรอยู่เพราะเป็นผลจากมุมท่อคอหรือ Kingpin inclination
จะว่ามันส่งผลต่อความรู้สึกก็ส่วนหนึ่งแต่มันก็ส่งผลต่อการทรงตัวในลักษณะ Objective ด้วยเช่นกัน
เสือหมอบบางราย จะออกแบบตะเกียบให้มีค่า rake เท่ากันในทุกขนาด แต่ก็มีอีกหลายรายที่ออกแบบตะเกียบให้มีค่า rake น้อยลงในรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพราะเมื่อเพิ่มขนาดของรถให้ใหญ่ขึ้น ผู้ผลิตก็จะทำให้รถมีมุมท่อคอที่ชันขึ้น การลดค่าrake ลงก็เพื่อชดเชยอาการที่เป็น Objective ด้วยเช่นกัน
อย่าง Cervelo R series ที่ผมใช้อยู่ เป็นรถ size XS มุมท่อคอเอียงลาด 70.5 องศา ส่วนหนึ่งก็คงจะต้องการให้ล้อหน้ามันพ้นๆเท้าของคนปั่นไปบ้าง เพราะค่า Reach มันสั้นอยู่ เล็งๆดู ท่อคอเอียงซะขนาดนี้ ท่าทางหน้ามันจะไม่ไวนัก แต่พี่แกใส่ตะเกียบค่า Rake 53mm มาให้ พอขี่เข้าจริงๆ มันก็ไม่ได้ดื้อๆอย่างที่คิด แต่ตรงกันข้ามมันกลับว่องไวและคล่องแคล่วกว่าที่คิดไว้มากเลยทีเดียว แต่พอเป็นรถในขนาด M ที่ท่อคอทำมุม 73.1 องศา พี่แกลดค่าRake ลงมาเหลือแค่ 43mm