เสือหมอบVS time trial

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
Meridian
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 291
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ค. 2010, 11:03
Tel: 0817709318
Bike: Giant กับ Gusto

Re: เสือหมอบVS time trial

โพสต์ โดย Meridian »

keepmoment เขียน:
Newteerawat เขียน:ตัวไหนดีกว่ากัน

ความเร็วในการออกตัว
ความเร็วเฉลีย
ขึ้นเขา-ลงเขา

สไตล์การปั่นคนละอย่างกันครับ ความสนุกของ หมอบ และ ทามไทรอัล ก็ต่างจุดกัน
เอาเป็นว่า ผมเทียบจาก จักรยานที่ ระดับราคาพอๆกัน เอาระดับกลางๆ (จริงๆจะถูกจะแพง เรื่องที่ถามมามันก็ได้คำตอบเดียวกันครับ แต่ จำกัดตัวแปรไว้ จะได้ชัดเจนดี)
ผมคงตอบได้ขั้นต้น เพราะก็ศึกษา เรื่อง TT มาสักพักใหญ่ๆ

ความเร็วในการออกตัว หมอบทำได้ดีกว่าครับ เพราะจักรยานหมอบเบากว่าครับ ออกตัวง่ายกว่ามากๆ ยืนโยกได้สบาย TT ยืนโยกได้ แต่ไม่ถนัดเท่า จักรยานหนักกว่า ออกตัวช้าว่าครับ

ความเร็วเฉลี่ย TT เร็วกว่าแน่นอนครับ แต่สิ่งที่ได้จาก TT ส่วนใหญ่นั้น ไม่ใช่เพราะมันเป็นจักรยาน TT ครับ แต่มาจาก ท่านั่งขี่ที่ Aero กว่าลู่ลมกว่า ผมเทสกับจักรยานหมอบของผม อุปกรณ์ทุกอย่างเหมือนเดิม แต่ติด aerobar ออกแรงเท่าเดิม (วัดคร่าวๆ นะครับ ใช้ฮาร์ทเรตและรอบขาในการวัด) ผมทำความเร็วได้มากกว่าขี่ในท่าเสือหมอบปกติ ประมาณ 4Km/h ครับ แค่ท่าขี่นี่ก็ขี่เร็วกว่าเดิมเยอะละครับ

ขึ้นเขาลงเขา เอาเรื่องความเร็ว ถ้าอยู่ในท่า aero จักรยาน TT ก็ได้เปรียบอีกล่ะครับ ไหนจะท่านั่ง และล้อขอบสูง แต่ การบังคับทิศทางนี่อย่างเสียว เพราะว่าท่าขี่มันลำบากในการเลี้ยวครับ ก็ต้องเปลี่ยนท่าจับมาจับที่ base bar ก็เสมือนกับ การจับแฮนด์เสือหมอบปกติครับ จะถนัดกว่า อันตรายน้อยกว่า คุมทิศทางดีกว่าครับ


เรื่องอื่นๆ รอผู้เชี่ยวชาญครับ ผม คงทำหน้าที่ได้แค่ ไม่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญ เมื่อยนิ้ว ไม่ต้องพิมพ์เรื่องพื้่นฐานๆครับ

ถ้าเอามาขึ้นเขา ผมว่า หมอบเร็วกว่าครับ กดบันไดพุ่งขึ้นกว่าแน่นอน ทางชั้นๆ รถที่ไหลในทางเรียบ ไมมีประโยชน์ในทางชั้นครับ


อันนี้แข่ง TT ขึ้นเขาครับ ใช้หมอบแข่ง TT ขึ้นเขากันทุกคน คอนตี้ได้ไป

Giro d' Italia 2011 - Stage 16 - Alberto Contador - Last Kilometers
198-0-28142-4 ธนาคารกรุงไทย สาขาสรงประภา
กาจพงศ์ นาคเครือ

136-1-27112-9 ธนาคารกสิกรไทย
กาจพงศ์ นาคเครือ
รูปประจำตัวสมาชิก
โต้งหลังอนามัย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3542
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 11:35
Tel: 0848507344
team: นาคาไบท์ ภูเก็ต
Bike: อยากได้ s3 เรด ซิป
ตำแหน่ง: ภูเก็ตครับ

Re: เสือหมอบVS time trial

โพสต์ โดย โต้งหลังอนามัย »

ถ้าตัวๆ ทางเขาไม่ชันนรก เสร็จ Time trial ไม่เชื่อลองหาเพื่อนขี่คู่กัน ไปพร้อมกันเลย หมอบง่อยก่อน...
เจอทางเขา TT ง่อยตาม...ลงมาทางเรียบ TT ตามรวบอีก สรุปไม่มีอะไรดีที่สุด แล้วแต่ประเภทการใช่งาน
ภูมิใจเถอะทูนหัว มีผัวขี่จักรยาน 555
รูปประจำตัวสมาชิก
keepmoment
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1480
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มิ.ย. 2010, 21:50
Bike: P2

Re: เสือหมอบVS time trial

โพสต์ โดย keepmoment »

ขอบคุณครับที่ช่วยแก้ครับ

ผมเขียนผิดไปเรื่องขึ้นเขา อันนั้นหมอบเร็วกว่าชัวร์ๆครับ เพราะรถเบากว่า กดบันได ยืนโยกได้เต็มกว่า (ในกรณียืนโยก)
แต่ผมสงสัยนิดนึงครับ อันนี้ถือเป็นการแชร์กันนะครับ ผิดถูกรบกวนด้วย

ผมเคยเทส จับแอโร่ว์บาร์ลงทางลงปากช่องกับเพื่อนที่ขับหมอบ ในจังหวะนั้น ปล่อยฟรีขาทั้งคู่ ผมไปได้เร็วกว่าพอตัวนะครับ แต่อีกเนิน พอผมจับhood ปกติ
ความเร็วก็พอๆกันครับ

อาจจะมีเกี่ยวกับเรื่องการต้านลมด้วยหรือไม่ครับ

ปล.แต่ยังไงก็ตาม ผมว่า การลงเขาโดยจับแอโร่ว์บาร์ อันตรายค่อนข้างมาก ถ้าสะดุดหินสักก้อน ก็จบข่าวครับ


ขอบคุณ คุณ meridian. ที่แก้ไขให้ถูกต้องด้วยครับ
แก้ไขล่าสุดโดย keepmoment เมื่อ 01 ส.ค. 2011, 15:44, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
StoneRoses
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3149
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 16:12
Bike: Pinarello Dogma F8, Trek Speed Concept 9.9

Re: เสือหมอบVS time trial

โพสต์ โดย StoneRoses »

ลงเขาจับบาร์ คงได้แค่ทางตรงครับ ทางโค้งเรียกได้ว่ามันหวาดเสียวมาก ขนาดจับ basebar ผมว่ายังไม่นิ่งเท่าหมอบจับดร็อปเลย และโดยทั่วไปจับ base bar นานๆ มันเมื่อยกว่าด้วย
รูปประจำตัวสมาชิก
keepmoment
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1480
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มิ.ย. 2010, 21:50
Bike: P2

Re: เสือหมอบVS time trial

โพสต์ โดย keepmoment »

ขอเสริมครับ


ถ้าเซตรถให้เป็นแบบไตรกีฬา มันก็สบายนะครับ( ในการจับแอโร่บาร์นั่งปั่น)เพราะไตรกีฬา ไม่ได้มีกฏอะไรมากมายเหมือนกับ tt ครับ
ตอนผมลงแข่งกรุงเทพไตรกีฬา ผมเซตหมอบเป็นรถไตร ติดแอโร่บาร์
ก็สบายนะครับ อาจจะไม่สบายเท่าท่าหมอบปกติ แต่เมื่อยน้อยกว่าจับแฮนด์หมอบเยอะเลยนะครับ
เรื่องเจ็บตูดก็น้อยลงนะครับ เพราะว่าน้ำหนักเทลงมาที่แฮนด์พอสมควร แต่ก็ต้องใช้เบาะดีหน่อย ตรงปลายเบาะหนานิดนึงก็จะดีครับ

ขี่ไกลใช้เวลาน้อยกว่าหมอบ ผมว่ามันก็ไม่ได้เมื่อยต่างกันมากครับ

หลักการของไตรกีฬาคือ ขี่ให้แอโร่ว์ โดยให้ท่าทางสบายที่สุด เพื่อให้ลงมาวิ่งต่อได้อย่างสบาย
แต่ttคือ ให้แอโร่ว์ และออกแรงให้ได้ดีที่สุดโดย อาจต้องลดละเลิกความสบายลงมา เพื่อประโยชน์ของสองอย่างข้างต้น

ความรู้พวกนี้มก็ได้มาจากในนี้ล่ะครับ รบกวนผู้รู้แนะนำเพิ่มเติมครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
xmen
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 67
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ค. 2011, 12:43

Re: เสือหมอบVS time trial

โพสต์ โดย xmen »

keepmoment เขียน:ขอเสริมครับ


ถ้าเซตรถให้เป็นแบบไตรกีฬา มันก็สบายนะครับ( ในการจับแอโร่บาร์นั่งปั่น)เพราะไตรกีฬา ไม่ได้มีกฏอะไรมากมายเหมือนกับ tt ครับ
ตอนผมลงแข่งกรุงเทพไตรกีฬา ผมเซตหมอบเป็นรถไตร ติดแอโร่บาร์
ก็สบายนะครับ อาจจะไม่สบายเท่าท่าหมอบปกติ แต่เมื่อยน้อยกว่าจับแฮนด์หมอบเยอะเลยนะครับ
เรื่องเจ็บตูดก็น้อยลงนะครับ เพราะว่าน้ำหนักเทลงมาที่แฮนด์พอสมควร แต่ก็ต้องใช้เบาะดีหน่อย ตรงปลายเบาะหนานิดนึงก็จะดีครับ

ขี่ไกลใช้เวลาน้อยกว่าหมอบ ผมว่ามันก็ไม่ได้เมื่อยต่างกันมากครับ

หลักการของไตรกีฬาคือ ขี่ให้แอโร่ว์ โดยให้ท่าทางสบายที่สุด เพื่อให้ลงมาวิ่งต่อได้อย่างสบาย
แต่ttคือ ให้แอโร่ว์ และออกแรงให้ได้ดีที่สุดโดย อาจต้องลดละเลิกความสบายลงมา เพื่อประโยชน์ของสองอย่างข้างต้น

ความรู้พวกนี้มก็ได้มาจากในนี้ล่ะครับ รบกวนผู้รู้แนะนำเพิ่มเติมครับ
ขอดูรูปหมอบตอนใส่ แอโรบาร์หน่อยได้มั้ยครับ...พอดีอยากใส่อยู่เหมือนกัน :D
รูปประจำตัวสมาชิก
NeoBiker
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 46
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ต.ค. 2014, 10:39
Bike: Giant SCR2 2014

Re: เสือหมอบVS time trial

โพสต์ โดย NeoBiker »

แวะมาหาความรู้ เจอคุณ keepmoment อีกแล้ว ไอดอลเลย ขอบคุณค้าบ
รูปประจำตัวสมาชิก
Newteerawat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2140
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ม.ค. 2011, 21:34
team: HCCT(HuaHin Chaam Cycle Team)
Bike: Giant propel sl/Giant Trinity/GIANT TCR SL

Re: เสือหมอบVS time trial

โพสต์ โดย Newteerawat »

หลังจากที่ผมเป็นคนตั้งกระทู้ถามไว้ เมื่อ 4 ปีก่อน ณ วันนี้ผมได้ลองและได้รู้แล้วครับมันต่างกันยังไง ทางเรียบ กินขาดเสือหมอบ ทางเนินกินขาด ทางเขา ถ้าแรงดีๆๆผมก้ขึ้นเขาได้ไม่แพ้หมอบ แต่ใช้แรงกว่าตอนเอาหมอบขึ้นเขาหลายเท่า
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: เสือหมอบVS time trial

โพสต์ โดย giro »

ดังนั้นทุกอย่างจึงออกไทม์ ไทรอัล ชื่อแปลว่า ... แปลไทยแบบเข้าใจง่ายคือแข่งกับเวลาครับ ปัตตัยมีเพียง เส้นทาง คนขี่ แรงต้าน จักรยาน เท่านั้นไม่มีเรื่องอื่น
แรงต้านมีอะไรบ้าง? มีแรงจากระบบขับเคลื่อน แรงจากถนน แรงจากยาง แรงจากจุดหมุนและแรงจากอากาศ
แรงจากอากศมีอะไรบ้างมีแรงเสียดทางอากาศที่เข้าปะทะและแรงฉุดที่เกิดจากเทอร์บูแลนซ์หรือเวคด้านหลัง
การลดแรงต้านอากาศทั้งสองอย่างเรียกรวมๆว่าแอโร่ไดนามิคส์
แอโร่ไดนามิคส์ที่ดีมากๆ คือทรงรถที่ได้เปรียบทางอากาศ ท่าขี่ที่ไม่เกิดแรงต้านอากาศ(ท่าขี่มาก่อนทรงรถด้วย) ดังนั้นทุกอย่างจึงออกแบบมุ่งไปทางนั้นเป็นหลัก เพราะอย่างอื่นคุมได้ยากและพัฒนาได้อย่างช้าๆ

รูปทรงท่อที่แอโร่ฯ(วาร์ปมายุคท่อแบน) เป็นทรงที่รับแรงได้น้อย ความแข็ง(สติฟ)ต่ำกว่า การสั่นสะเทือนของถนนมากกว่า พักไว้ก่อนนะครับอย่าเพิ่งตบ

รถจักรยานต้องการสมรรถนะ 4 ประการ ไม่ว่าจะเป็นรถทางเรียบแบบใดก็ตามไม่พ้น 4 อย่างนี้ ซึ่งตะต้องการแบบไหนมาก้นอยอยู่ที่ชนิดและการใช้งาน
-ความเบา ส่งผลต่อการออกตัว การขึ้นเขาต้านแรงโน้มถ่วง
-ความแข็ง(สติฟ) ส่งผลต่อการสั่งกำลังแรงกดไปที่ระบบขับเคลื่อน เฟรมที่ไม่สติฟก็ให้ตัวได้และเสียแรงไป
-ความสบาย หรือการซับ/กระจายแรงสะเทือนส่งผลได้ดีในการขี่ทางไกล
-ความแอโร่ฯ อย่างที่อธิบายมาแล้ว

ทีนี้เอามารวมกัน ทรงแอโร่ฯมันไม่แข็งแรง ถ้าอยากให้สติฟมากก็ต้องเพิ่มวัสดุ ทรงแอโร่มันไม่สบายถ้าอยากให้สบายหน่อยก็ต้องเปลี่ยนวัสดุ วัสดุที่มันสบายซับแรงได้ดีก็ส่งแรงได้ไม่ดีไม่สติฟ พอไม่สติฟก็ต้องยิ่งเพิ่มเนื้อ เพิ่มเนื้อมากๆเข้าก็หนัก ตามทันนะครับ ...
ดังนั้นรถไทม์ไทรอัลที่เน้นเรื่องแอโร่จึงออกมาเป็นรถที่หนัก ขี่ไม่ค่อยสบาย เพราะขี่แค่ไม่กี่นาที ชั่วโมงกว่าๆกัน
ส่วนรถไตรฯก็อีกแบบครับองศาและการเซ็ทต่างกัน

เสือหมอบต้องการอะไร? ต้องการทุกอย่างเหมือนรถแอโร่ครับ เหมือนแข่งไทม์ไทรอัลแต่สิ่งที่เพิ่มคือ มันหมกตามได้ บังลมได้ เวลาบังลมหลบแล้วจะชนะกันก็ต้องกระชากเร่งความเร็วกัน เวลาเจอเขาก็ต้องเ่งขึ้นเขากัน น้ำหนักจึงมามีผลมากๆ มากกว่าแอโร่ เสือหมอบจึงสนใจน้ำหนักมากกว่าเป็นหลัก
ขี่ระยะทางกันไกล ใช้เวลากัน 4-7 ชั่วโมง ความสบายต้องมี เสือหมอบจึงต้องขี่สบาย
ด้วยเหตุนี้เสือหมอบจึงตัดความแอโร่ออกไปให้สบายและเบาขึ้นในขณะที่สติฟรองรับแรงกระชาก กระทืบได้ดี
ต่อมามีหมอบแอโร่ จริงๆมันก็คือการพยยามยัดเรื่องแอโร่ฯลงมาบนเสือหมอบ แอโร่มากก็ได้หมอบห่วย แอโร่น้อยก็ได้หมอบแอโร่มา พัฒนาวัสดุ ทรง การผลิตกันไปๆมาๆครึ่งทศวรรษผ่านไปน้ำหนักค่อยๆลดลงมา สติฟขึ้น ขี่สบายขึ้น แอโร่ขึ้น บางเจ้าถอดใจลดความแอโร่มันซะได้หมอบลงตัวขึ้น บางเจ้าออกหมอบทั่วไปเบาๆแอบมีท่อแอโร่ซักท่อสองท่ออให้ได้เปรียบนิดๆหน่อยๆก็เอา

ถ้าเข้าใจหมดนี้ตอบคำถามที่ถามได้ทั้งหมดแน่ครับ
น่าจะเพิ่งขี่จักรยานแน่ๆ ลองนั่งอ่านอะไรเพลินๆไปเรื่อยๆ ดูการแข่งจักรยานไป ที่สำคัญออกไปขี่บ่อยๆครับ เดี๋ยวจะเข้าใจหลายๆอย่างบนถนนมากขึ้น ถ้ากำลังคิดจะเอารถไทม์ไทรไปช่วยให้เร็วขึ้น ลองหาวิธีซ้อมและทำอย่างไรให้ตัวเองขี่ได้เร็วขึ้นก่อนดีกว่าครับ เพราะบอกได้เลยว่าเรื่องมันยุ่งกว่าเดิมอแน่
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
micronui
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ธ.ค. 2014, 20:15
Tel: 0882683608
team: HUAYKHON SC.
Bike: COLNAGO

Re: เสือหมอบVS time trial

โพสต์ โดย micronui »

รถTTปล่อยเปนทีมที่ละ6ยังจี้ตูดกัน
ทีมเปอร์ซู๊ดก็เหมือนกัน
แต่ห้ามล้มนะ
ลงกันทั้งขบวน..คิคิ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”