กีฬาจักรยาน เป็นกีฬาแบบทีม
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
กีฬาจักรยาน เป็นกีฬาแบบทีม
กีฬาจักรยาน เป็นกีฬาแบบทีม
"จักรยานเค้าเล่นเป็นทีม" หลายคนคงสงสัยว่าแล้วมันเป็นทีมยังไง? ก็เห็นขี่กันอยู่คันละหนึ่งคน ถูกแล้วครับเพียงแต่มันจินตนาการยากสักนิด ถ้าจะให้เริ่มอธิบายกันจริงๆจังๆ คงต้องท้าวความไปหากีฬาแบบทีมอื่นๆที่ไร้ข้อกังขาเช่น "ฟุตบอล" ผมเชื่อว่าถ้าเราย้อนไปสมัยโบราณตั้งแต่ก่อนจะมีการพัฒนากีฬาฟุตบอล มันก็คือกีฬา(เกมส์)ที่แบ่งฝั่งกันต่างคนต่างเล่น ต่างคนต่างเตะ มีลูกเดียว และไม่นานก็ค่อยๆสร้างระบบ"ทีมเวิร์ค"ขึ้นมาตามแต่ละคนถนัด คนไหนถนัดกันก็อยู่ด้านหลัง ใครเลี้ยงลูกดีก็เป็นตัวพาลูกไปให้คนที่มีการยิงประตูที่ดี ก่อให้เกิดระบบกองหน้า-กองกลาง-กองหลัง ที่เราคุ้นเคย แปลง่ายๆมันคือการสร้างระบบการทำงานร่วมกันโดยอาศัยความสามารถที่เหมาะสมของแต่ละคน เพื่อไปหาเป้าหมายของทีม (การยิงประตูและป้องกันการเสียประตู)
เป้าหมายของจักรยานคืออะไร?
แน่นอนครับในกีฬาจักรยานอาชีพเป้าหมายคือการชนะ แต่การชนะของเกมส์จักรยานนั้นมีหลากหลายรูปแบบมาก ท้าวความกันแต่ Tour de France ที่กำลังแข่งกันอยู่มีทั้งการเอาชนะเวลารวม, การเอาชนะในเสตจวันนั้น, การเอาชนะสะสมแต้มเสื้อเขียว, การเอาชนะรางวัลจ้าวภูเขา, การเอาชนะเวลารวมทีม หรือแม้แต่การได้ออกไปหนีกลุ่มอยู่ข้างหน้าไกลๆ ได้ออกทีวีให้สปอนเซอร์บนเสื้อได้มีโอกาสปรากฏตัว และลุ้นรางวัลต่างๆรายทาง เผื่อฟลุ๊คได้เสตจไปก็เป็นเป้าหมายที่ทีมต่างๆมองเอาไว้ แล้วทำอย่างไรล่ะถึงจะไปถึงเป้าหมายตรงนั้นได้ นักปั่นแต่ละทีมมีทั้งหมด 9 คน ทั้ง 9 คนจะมีหน้าที่แตกต่างกันไปตามความถนัดของตัวเอง และมีการจัดสรรนักปั่นลงมาเป็นส่วนผสมของทีมที่แตกต่างกันออกไปตามแต่เป้าของแต่ละทีม ลองมายกตัวอย่างทีมในปีนี้ที่วางแผนและจัดตัวนักปั่นมาลงแข่งกันดูนะครับว่าเลือกแตกต่างกันอย่างไร TEAM SKY แน่นอนว่าเป้าหมายของทีมคือการคว้าแชมป์เวลารวมให้กับนักแข่งของทีมอย่างคริส ฟรูม อดีตแชมป์ปี 2013 ซึ่งเป้าของทีมนั้นชัดเจนที่สุดเพียงอย่างเดียวเท่านั้นไม่มีว่อกแว่กไปหาอย่างอื่น ดังนั้นใน 9 คนที่ลงแข่งมา มีคริส ฟรูม เป็นตัวหลักของทีมอย่างแน่นอน จากนั้นในทีมประกอบด้วยนักแข่งแบบ"มือขวา" ส่งมาประกอบอีก 2 คนที่สามารถคอยช่วยได้บนเขาและมีความแรงระดับดาราดังอย่างริชชี่ พอร์ท และ ปีเตอร์ เคนนอจฮ์ และมีตัวช่วยในเสตจทางราบหรือสถานการณ์ความเร็วสูงๆอีกอย่าง เอียน แสตนนาร์ด, แกเร็นท์ โธมัส และ นิโคลัส โรช จะเห็นได้ว่าลำพังตัววาง 1 บวกกับตัวช่วยอีก 5 ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าทีมต้องการวางหน้าที่การทำงานให้ครอบคลุมเส้นทางการแข่งทั้งหมด และร่วมกับนักปั่นที่มาเป็น"โดเมสทีค" หรือช่วยในทุกกรณี ลาก บังลม ได้ทุกเส้นทางอีก 3 คน Etixx-Quick-Step เป็นอีกทีมที่มีเป้าหมายในการแข่งที่น่าสนใจ ค่อนข้างชัดเจนก่อนแข่งว่าเป้าหมายคือดาราดังมาร์ค คาเวนดิช ที่จะลงสปรินท์ล่าเสตจและทวงความยิ่งใหญ่การเป็นจ้าวความเร็วสวมเสื้อเขียวกัลบมา แต่ทีมก็ยังแบ่งความสนใจและความหลากหลายไปอยู่ที่ดาราแชมป์โลก มิเคล เควียทคอวสกี้ ในการลุ้นอันดับผู้นำเวลารวม กับตัวสอดแทรกอย่าง เซ็ดเดอริค ไสตบาร์ นักปั่นแนววบู๊ทรงพลังกับแชมป์เดี่ยวไทม์ไทรอัลอย่าง"ทนี่ มาร์ติน ลำพังระดับดาราก็ปาเข้าไปจะครึ่งทีมแล้ว นักแข่งที่เหลือคนสำคัญได้แก่ มาร์ค เรนเชอว์ ที่เป็นหัวลากความเร็วสูงคนยิงสำคัญก่อนหน้าคาเวดิช และ ริโกเบอร์โต้ อูราน ตัวลากชั้นดีก่อนที่จะเข้าช่วงสุดท้ายและปรับตัวเองเป็นหวัลากคุมเกมส์ได้ดี หรือมัตเตโอ เทร็นตินที่มีความสามารถรอบตัว กับนักปั่นแนวโดเมสทีคที่เหลือ ทีมนี้เป้าหมายค่อนข้างเยอะแต่เน้นไปที่ทางราบมากกว่า ส่วนเวลารวมอาศัยความสามารถของเควียทคอวสกี้ เป็นหลัก โดยมีผู้ช่วยตามสถานการณ์เฉพาะหน้าไม่ถึงกับจัดสรรทีมมาเพื่อการนั้นเท่านั้น เรียกอีกอย่างง่ายๆว่าทีมนี้ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเป็นหลักครับ จากนั้นคอยทิ้งไพ่ตามเกมส์ Movistar เป็นอีกทีมหนึ่งที่เน้นการแข่งเอาเวลารวมเป็นหลักแต่ทีมมีเป้าหมายที่จ้องไปที่เส้นทางช่วงภูเขา ด้วยความสามารถเฉพาะตัวของไนโร ควินทาน่า ที่เป็นตัววางของทีทที่ขึ้นเขาได้ดีมาก ร่วมกับผุ้ช่วยเก๋าอย่าง เอลฮานโดร วาลเวอร์เด้ ซุปเปอร์สตาร์นักไต่เขาและนักแข่งออลราวเดอร์ที่มีประสบการณ์สูง รายชื่อตัวเสริมมนทีมที่เอามาช่วยในช่วงแรกๆที่เป็นทางราบจึงมีชื่อดังอย่าง เอล็กซ์ ดาวเซ็ทท์ อดีตเจ้าของสถิติโลก 1 ชม. มาคอยช่วยบนทางราบ ที่เหลือเป็นตัวช่วยแนวทั่วไปที่ถนัดทางเขาเกือบทั้งทีม ดังนั้นเกมส์ของทีมนี้จึงเน้นโอกาสทำเวลาบนเขามากกว่าทางราบ
นี่คือตัวอย่างของการจัดทีมแต่ละทีมที่เราได้รู็ว่าจักรยานนั้นมีเป้าหมายที่ส่งผลกับการจัดวางตัวคนเล่นที่แตกต่างกัน แล้วทีมเวิร์คมันเป็นอย่างไรบ้าง? ลองมาดูตัวอย่างสถานการณ์ที่ทีมเวิร์คมีความสำคัญอย่างมากและเป็นเหตุผลที่ทำไมจักรยานจึง "เล่นเป็นทีม" กันนะครับ การบังลม
ทุกคนที่ขี่จักรยานคงรู้ดีว่าการบังลมให้กันเป็นสิ่งที่ช่วยได้มาก บรรดาดาราดังๆ ตัวสำคัญของทีม แทบจะไม่โดนลมเลยตลอดทั้งวัน การหมกอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่บังลมให้นั้นช่วยเซฟแรงอันมีค่าเอาไว้ได้ถึง 30-40% จนกว่าจะถึงช่วงสำคัญของการแข่งขัน ยิ่งใกล้จุดสำคัญที่ความเร็วสูงหรือจังหวะสำคัญ ก็จะยิ่งค่อยๆงัดเอาตัวนักปั่นดีๆออกมาทำหน้าที่ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะถึงคิวของดาราดังในจังหวะสุดท้าย ออกมาด้วยสาภาพร่างกายที่สด พร้อมจะระเบิดพลังทำเวลาห่างออกไปได้ การบังลมยังอาจส่งผลให้เกิดความได้เปรียบจนกลุ่มขาดออกจากกันได้ในสถานการณ์ลมตีด้านข้าง ที่รูปแบบของแถวบังลมจำกัดกับพื้นที่ผนน จังหวะและการจัดขบวนที่ดีสามารถเปิดช่องว่างของกลุ่มได้ และถ้าสามาัคคีกัน ก็สามารถทำเวลานำห่างคู่แข่งที่เว้นระยะห่างออกไปได้มากกว่า 1 นาทีเลยทีเดียว (ปีนี้ก็มีไปแล้วมนเสตจที่ 2 ที่วินเชนโซ่ นิบาลี และ ไนโร ควินทาน่า เสียเวลาให้คู่แข่งไปเกือบนาทีครึ่งเพราะกลุ่มขาดในช่วงลมตีด้านข้าง) สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ด้วย"ทีมเวิร์ค"ล้วนๆ สปรินท์
จังหวะตื่นเต้นที่สุดของจักรยานคือหน้าเส้นชัยทางราบ ที่ต่างก็ขึ้นโขยกควบรุปั่นกันยิกๆๆไปเอาเส้นชัย หลายๆคนอาจมองว่ามันคือการแข่งกันแบบตัวต่อตัว แต่ความเป็นจริงการสปรินท์คือศิลปะของทีมเวิร์คชั้นยอด ถูกพัฒนามาโดยอดีตทีม Lampre ที่ใช้หลักการบังลมแล้วแต่ละคนลากความเร็วสูงระยะสั้นๆต่อกันไปเรื่อยๆส่งต่อเพื่อนทีละคนๆ จนถึงตัวสปรินท์เตอร์หลักในระยะหวังผลสุดท้าย ต่อมาถูกนำไปพัฒนาต่อที่่ยุคทองของมาร์ค คาเวนดิช กับทีม HTC- High Road ที่นอกจากจะมีระบบการสปรินท์เป็นแถวที่ต่อเนื่อง ยังเพิ่มระบบ"Leadout man" หรือไม้สุดท้ายที่มีความเร็วสูงอาจเทียบเท่าตัววางของทีมก็ได้ เพื่อเป็นฐานยิงส่งต่อให้ตัวหลักเริ่มออกตัวจากความเร็วที่สูงเกือบที่สุด เมื่อกระแทกออกไปก็สามารถทะยานได้ง่ายกว่า และสุดท้ายถูกพัฒนาต่อที่ทีม Giant-Shimnao นำเอาหน้าที่ของแต่ละคนที่ชัดเจน ไม่ได้พึ่งเพียงความสามารถเฉพาะตัวอีกต่อไป แต่ละคนมีระยะในการรับผิดชอบต่างกัน มีย่านความเร็วแตกต่างกัน มีการวางตัวผู้คุมเกมส์ตามระยะต่างๆก่อนเข้าสู่ระยะ Leadout นับเป็นแผนการวางทีมยุคใหม่ล่าสุด ซึ่งมีโอกาสสำเร็จสูงมากจาก"ทีมเวิร์ค" ของนักแข่ง บนภูเขา
ทีมเวิร์คบนเขาไม่มีตัวอย่างไหนจะดีเท่ากับสองพี่น้อง "แฟร็ง-แอนดี้" เชอเล็ค อดีตนักปั่นชาวลักเซมเบิร์ก พี่น้องสองคนนี้สามารถยอมพลีตัวเองเพื่อให้อีกคนได้ชัยชนะได้ การทำงานร่วมกันของทั้งคู่เป็นภาพคลาสสิคของจักรยานยุคใหม่เลยทีเดียว ในสถานการณ์บนเขาที่ต้องการเวลานำ เมื่อแฟร็งค์ เร่งยิงออกไปทระยะห่าง คู่แข่งทีมอื่นต้องเร่งความเร็วไล่เข้าไปย่นระยะให้ได้ซึ่งแอนดี้เองจะอาศัยหลับอยู่หลังคู่แข่งตลอด เมื่อแฟร็งค์โดนรวบตัวได้้แอนดี้ก็จะยิงออกไปอีกบ้างเพื่อให้คู่แข่งต้องเสียแรงไล่กวดตนเองอีกครั้ง แฟร็งค์ก็จะหลบเกาะมาเช่นเคย สลับกันไปเรื่อยๆ หากมีคู่แข่งยิงหนีระยะห่างออกไป คนใดคนหนึ่งก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ไล่กวดให้อีกคนได้พักแทนสมอ ซึ่งในกีฬาจักรยาน นี่คือการทำงานร่วมกันแบบอุดมคติเลยทีเดียว การยิงหนี
การยิงหนีกลุ่มนำออกไปข้างหน้าหลายๆนาที ไม่ใช่เพียงเพื่อรุกไปเอารางวัล หรือออกกล้องให้สปอนเซอร์ชื่นใจเท่านั้น บางครั้งใช้โอกาสนี้เพื่อให้เพื่อนในทีมที่เหลือได้"พัก"เหนื่อยในวันนั้นได้อย่างสบายๆ เพราะในกีฬาจักรยาน กฏพื้นฐานหนึ่งข้อคือนักปั่นจะไม่ทำการไล่ตามกลุ่มนักปั่นที่มีเพื่อนตนเองอยู่ ดังนั้นหากเพื่อนร่วมทีมของคุณหนีไปได้ไกล คนที่จำทำการไล่ตามก็คือทีมอื่น ยิ่งเพื่อนหนีไปได้นานเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งได้พักนานเท่านั้น หากกลุ่มไม่ไล่เพื่อนคุณก็จะหนีไปเข้าเส้นชัยได้สำเร็จและหมายถึงความสำเร็จของทีมคุณนั่นเอง แต่หากคุณเกิดริษยาจิต ต้องการไล่ตามเพื่อนกะว่าจะไปเอาตำแหน่งบ้าง ผลที่ตามมาก็คือทีมอื่นๆก็จะตามหลังคุณมาด้วย สุดท้ายทั้งคุณและเพื่อนก็จะโดนสวนอาจจะเสียรางวัลทั้งหมด และคนที่เซ็งที่สุดคือเพื่อนคุณที่สู้ปั่นหนียาวมาตั้งนานนั่นเอง นี่คือระบบทีมเวิร์คที่นักปั่นสมัครเล่นส่วนมากไม่เข้าใจและไม่สามารถทำได้เพราะยังติดอยู่กับตนเองมากกว่าความเป็นทีม การส่งน้ำและอาหาร
หน้าที่หลักของโดเมสทีค หรือผู้ร่วมทีมจักรยานที่สำคัญหย่างหนึ่งคือการเป็น"ผู้รับใช้" ของผู้นำและเพื่อนๆ หากเพื่อนคุณหนาวอยากได้เสื้อกันลม หิวน้ำเพราะน้ำจะหมด อาหารหมด สิ่งที่คุณต้องทำคือ ไหลลงไปท้ายกลุ่ม ลงไปจนถึงรถเซอร์วิสของทีมที่อยู่ด้านหลัง อาจจะห่างออกไปไกลกว่า 80-100 ม. จากท้ายกลุ่มก็เ)็นได้ จัดแจงบรรทุกเอาของที่เพื่อนต้องการขึ้นมาให้เพื่อน ไล่กลับมาไม่ว่ากลุ่มจะเร่งเร็วแค่ไหน เอาของให้เพื่อน ในหนึ่งวันนักปั่นต้องขึ้นๆลงๆทำหน้าที่นี้หลายๆรอบ เพื่อให้การปั่นทำได้ต่อเนื่องที่สุด
ทำไมไม่ขนไปให้ตเ็มที่?? ง่ายๆครับ ... หนัก "ทีมเวิร์ค" จึงเข้ามามีส่วนช่วยตรงนี้นั่นเอง
และนี่คือเหตุผลของความเป็น"ทีมไของกีฬาจักรยาน ลองชมการแข่งจักรยาน หรือดภาพข่าวดีๆจะเห็นว่ามันไม่ใช่กีฬาที่แข่งกันกับตัวเองหรือแข่งกับคนอื่นแบบตัวใครตัวมัน นักปั่นทั้ง 198 ชีวิต จาก 22 ทีมของ Tour de France ต่างปั่นด้วยหน้าที่มอบหมายของตนเอง อยู่บนสนามแข่งขันที่ไม่มีขอบเขต แต่มีกลยุทธและเกมส์ที่ต้องสร้างสรรค์ แก้ไขสถานการณ์กันตลอดเวลา
แล้วคุณล่ะ... มองเห็นประโยชน์และพร้อมจะทำตัวเองให้เป็นประโยชน์กับเพื่อนของคุณแล้วหรือยัง? ลองจับมือกันกับเพื่อนแล้วยอมทำเพื่อเพื่อนกันดูมั้ยครับ การขี่จักรยานจะสนุกขึ้นอีกอย่างแน่นอน[homeimg=300,200]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... a5c4-0.jpg[/homeimg]
เป้าหมายของจักรยานคืออะไร?
แน่นอนครับในกีฬาจักรยานอาชีพเป้าหมายคือการชนะ แต่การชนะของเกมส์จักรยานนั้นมีหลากหลายรูปแบบมาก ท้าวความกันแต่ Tour de France ที่กำลังแข่งกันอยู่มีทั้งการเอาชนะเวลารวม, การเอาชนะในเสตจวันนั้น, การเอาชนะสะสมแต้มเสื้อเขียว, การเอาชนะรางวัลจ้าวภูเขา, การเอาชนะเวลารวมทีม หรือแม้แต่การได้ออกไปหนีกลุ่มอยู่ข้างหน้าไกลๆ ได้ออกทีวีให้สปอนเซอร์บนเสื้อได้มีโอกาสปรากฏตัว และลุ้นรางวัลต่างๆรายทาง เผื่อฟลุ๊คได้เสตจไปก็เป็นเป้าหมายที่ทีมต่างๆมองเอาไว้ แล้วทำอย่างไรล่ะถึงจะไปถึงเป้าหมายตรงนั้นได้ นักปั่นแต่ละทีมมีทั้งหมด 9 คน ทั้ง 9 คนจะมีหน้าที่แตกต่างกันไปตามความถนัดของตัวเอง และมีการจัดสรรนักปั่นลงมาเป็นส่วนผสมของทีมที่แตกต่างกันออกไปตามแต่เป้าของแต่ละทีม ลองมายกตัวอย่างทีมในปีนี้ที่วางแผนและจัดตัวนักปั่นมาลงแข่งกันดูนะครับว่าเลือกแตกต่างกันอย่างไร TEAM SKY แน่นอนว่าเป้าหมายของทีมคือการคว้าแชมป์เวลารวมให้กับนักแข่งของทีมอย่างคริส ฟรูม อดีตแชมป์ปี 2013 ซึ่งเป้าของทีมนั้นชัดเจนที่สุดเพียงอย่างเดียวเท่านั้นไม่มีว่อกแว่กไปหาอย่างอื่น ดังนั้นใน 9 คนที่ลงแข่งมา มีคริส ฟรูม เป็นตัวหลักของทีมอย่างแน่นอน จากนั้นในทีมประกอบด้วยนักแข่งแบบ"มือขวา" ส่งมาประกอบอีก 2 คนที่สามารถคอยช่วยได้บนเขาและมีความแรงระดับดาราดังอย่างริชชี่ พอร์ท และ ปีเตอร์ เคนนอจฮ์ และมีตัวช่วยในเสตจทางราบหรือสถานการณ์ความเร็วสูงๆอีกอย่าง เอียน แสตนนาร์ด, แกเร็นท์ โธมัส และ นิโคลัส โรช จะเห็นได้ว่าลำพังตัววาง 1 บวกกับตัวช่วยอีก 5 ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าทีมต้องการวางหน้าที่การทำงานให้ครอบคลุมเส้นทางการแข่งทั้งหมด และร่วมกับนักปั่นที่มาเป็น"โดเมสทีค" หรือช่วยในทุกกรณี ลาก บังลม ได้ทุกเส้นทางอีก 3 คน Etixx-Quick-Step เป็นอีกทีมที่มีเป้าหมายในการแข่งที่น่าสนใจ ค่อนข้างชัดเจนก่อนแข่งว่าเป้าหมายคือดาราดังมาร์ค คาเวนดิช ที่จะลงสปรินท์ล่าเสตจและทวงความยิ่งใหญ่การเป็นจ้าวความเร็วสวมเสื้อเขียวกัลบมา แต่ทีมก็ยังแบ่งความสนใจและความหลากหลายไปอยู่ที่ดาราแชมป์โลก มิเคล เควียทคอวสกี้ ในการลุ้นอันดับผู้นำเวลารวม กับตัวสอดแทรกอย่าง เซ็ดเดอริค ไสตบาร์ นักปั่นแนววบู๊ทรงพลังกับแชมป์เดี่ยวไทม์ไทรอัลอย่าง"ทนี่ มาร์ติน ลำพังระดับดาราก็ปาเข้าไปจะครึ่งทีมแล้ว นักแข่งที่เหลือคนสำคัญได้แก่ มาร์ค เรนเชอว์ ที่เป็นหัวลากความเร็วสูงคนยิงสำคัญก่อนหน้าคาเวดิช และ ริโกเบอร์โต้ อูราน ตัวลากชั้นดีก่อนที่จะเข้าช่วงสุดท้ายและปรับตัวเองเป็นหวัลากคุมเกมส์ได้ดี หรือมัตเตโอ เทร็นตินที่มีความสามารถรอบตัว กับนักปั่นแนวโดเมสทีคที่เหลือ ทีมนี้เป้าหมายค่อนข้างเยอะแต่เน้นไปที่ทางราบมากกว่า ส่วนเวลารวมอาศัยความสามารถของเควียทคอวสกี้ เป็นหลัก โดยมีผู้ช่วยตามสถานการณ์เฉพาะหน้าไม่ถึงกับจัดสรรทีมมาเพื่อการนั้นเท่านั้น เรียกอีกอย่างง่ายๆว่าทีมนี้ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเป็นหลักครับ จากนั้นคอยทิ้งไพ่ตามเกมส์ Movistar เป็นอีกทีมหนึ่งที่เน้นการแข่งเอาเวลารวมเป็นหลักแต่ทีมมีเป้าหมายที่จ้องไปที่เส้นทางช่วงภูเขา ด้วยความสามารถเฉพาะตัวของไนโร ควินทาน่า ที่เป็นตัววางของทีทที่ขึ้นเขาได้ดีมาก ร่วมกับผุ้ช่วยเก๋าอย่าง เอลฮานโดร วาลเวอร์เด้ ซุปเปอร์สตาร์นักไต่เขาและนักแข่งออลราวเดอร์ที่มีประสบการณ์สูง รายชื่อตัวเสริมมนทีมที่เอามาช่วยในช่วงแรกๆที่เป็นทางราบจึงมีชื่อดังอย่าง เอล็กซ์ ดาวเซ็ทท์ อดีตเจ้าของสถิติโลก 1 ชม. มาคอยช่วยบนทางราบ ที่เหลือเป็นตัวช่วยแนวทั่วไปที่ถนัดทางเขาเกือบทั้งทีม ดังนั้นเกมส์ของทีมนี้จึงเน้นโอกาสทำเวลาบนเขามากกว่าทางราบ
นี่คือตัวอย่างของการจัดทีมแต่ละทีมที่เราได้รู็ว่าจักรยานนั้นมีเป้าหมายที่ส่งผลกับการจัดวางตัวคนเล่นที่แตกต่างกัน แล้วทีมเวิร์คมันเป็นอย่างไรบ้าง? ลองมาดูตัวอย่างสถานการณ์ที่ทีมเวิร์คมีความสำคัญอย่างมากและเป็นเหตุผลที่ทำไมจักรยานจึง "เล่นเป็นทีม" กันนะครับ การบังลม
ทุกคนที่ขี่จักรยานคงรู้ดีว่าการบังลมให้กันเป็นสิ่งที่ช่วยได้มาก บรรดาดาราดังๆ ตัวสำคัญของทีม แทบจะไม่โดนลมเลยตลอดทั้งวัน การหมกอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่บังลมให้นั้นช่วยเซฟแรงอันมีค่าเอาไว้ได้ถึง 30-40% จนกว่าจะถึงช่วงสำคัญของการแข่งขัน ยิ่งใกล้จุดสำคัญที่ความเร็วสูงหรือจังหวะสำคัญ ก็จะยิ่งค่อยๆงัดเอาตัวนักปั่นดีๆออกมาทำหน้าที่ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะถึงคิวของดาราดังในจังหวะสุดท้าย ออกมาด้วยสาภาพร่างกายที่สด พร้อมจะระเบิดพลังทำเวลาห่างออกไปได้ การบังลมยังอาจส่งผลให้เกิดความได้เปรียบจนกลุ่มขาดออกจากกันได้ในสถานการณ์ลมตีด้านข้าง ที่รูปแบบของแถวบังลมจำกัดกับพื้นที่ผนน จังหวะและการจัดขบวนที่ดีสามารถเปิดช่องว่างของกลุ่มได้ และถ้าสามาัคคีกัน ก็สามารถทำเวลานำห่างคู่แข่งที่เว้นระยะห่างออกไปได้มากกว่า 1 นาทีเลยทีเดียว (ปีนี้ก็มีไปแล้วมนเสตจที่ 2 ที่วินเชนโซ่ นิบาลี และ ไนโร ควินทาน่า เสียเวลาให้คู่แข่งไปเกือบนาทีครึ่งเพราะกลุ่มขาดในช่วงลมตีด้านข้าง) สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ด้วย"ทีมเวิร์ค"ล้วนๆ สปรินท์
จังหวะตื่นเต้นที่สุดของจักรยานคือหน้าเส้นชัยทางราบ ที่ต่างก็ขึ้นโขยกควบรุปั่นกันยิกๆๆไปเอาเส้นชัย หลายๆคนอาจมองว่ามันคือการแข่งกันแบบตัวต่อตัว แต่ความเป็นจริงการสปรินท์คือศิลปะของทีมเวิร์คชั้นยอด ถูกพัฒนามาโดยอดีตทีม Lampre ที่ใช้หลักการบังลมแล้วแต่ละคนลากความเร็วสูงระยะสั้นๆต่อกันไปเรื่อยๆส่งต่อเพื่อนทีละคนๆ จนถึงตัวสปรินท์เตอร์หลักในระยะหวังผลสุดท้าย ต่อมาถูกนำไปพัฒนาต่อที่่ยุคทองของมาร์ค คาเวนดิช กับทีม HTC- High Road ที่นอกจากจะมีระบบการสปรินท์เป็นแถวที่ต่อเนื่อง ยังเพิ่มระบบ"Leadout man" หรือไม้สุดท้ายที่มีความเร็วสูงอาจเทียบเท่าตัววางของทีมก็ได้ เพื่อเป็นฐานยิงส่งต่อให้ตัวหลักเริ่มออกตัวจากความเร็วที่สูงเกือบที่สุด เมื่อกระแทกออกไปก็สามารถทะยานได้ง่ายกว่า และสุดท้ายถูกพัฒนาต่อที่ทีม Giant-Shimnao นำเอาหน้าที่ของแต่ละคนที่ชัดเจน ไม่ได้พึ่งเพียงความสามารถเฉพาะตัวอีกต่อไป แต่ละคนมีระยะในการรับผิดชอบต่างกัน มีย่านความเร็วแตกต่างกัน มีการวางตัวผู้คุมเกมส์ตามระยะต่างๆก่อนเข้าสู่ระยะ Leadout นับเป็นแผนการวางทีมยุคใหม่ล่าสุด ซึ่งมีโอกาสสำเร็จสูงมากจาก"ทีมเวิร์ค" ของนักแข่ง บนภูเขา
ทีมเวิร์คบนเขาไม่มีตัวอย่างไหนจะดีเท่ากับสองพี่น้อง "แฟร็ง-แอนดี้" เชอเล็ค อดีตนักปั่นชาวลักเซมเบิร์ก พี่น้องสองคนนี้สามารถยอมพลีตัวเองเพื่อให้อีกคนได้ชัยชนะได้ การทำงานร่วมกันของทั้งคู่เป็นภาพคลาสสิคของจักรยานยุคใหม่เลยทีเดียว ในสถานการณ์บนเขาที่ต้องการเวลานำ เมื่อแฟร็งค์ เร่งยิงออกไปทระยะห่าง คู่แข่งทีมอื่นต้องเร่งความเร็วไล่เข้าไปย่นระยะให้ได้ซึ่งแอนดี้เองจะอาศัยหลับอยู่หลังคู่แข่งตลอด เมื่อแฟร็งค์โดนรวบตัวได้้แอนดี้ก็จะยิงออกไปอีกบ้างเพื่อให้คู่แข่งต้องเสียแรงไล่กวดตนเองอีกครั้ง แฟร็งค์ก็จะหลบเกาะมาเช่นเคย สลับกันไปเรื่อยๆ หากมีคู่แข่งยิงหนีระยะห่างออกไป คนใดคนหนึ่งก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ไล่กวดให้อีกคนได้พักแทนสมอ ซึ่งในกีฬาจักรยาน นี่คือการทำงานร่วมกันแบบอุดมคติเลยทีเดียว การยิงหนี
การยิงหนีกลุ่มนำออกไปข้างหน้าหลายๆนาที ไม่ใช่เพียงเพื่อรุกไปเอารางวัล หรือออกกล้องให้สปอนเซอร์ชื่นใจเท่านั้น บางครั้งใช้โอกาสนี้เพื่อให้เพื่อนในทีมที่เหลือได้"พัก"เหนื่อยในวันนั้นได้อย่างสบายๆ เพราะในกีฬาจักรยาน กฏพื้นฐานหนึ่งข้อคือนักปั่นจะไม่ทำการไล่ตามกลุ่มนักปั่นที่มีเพื่อนตนเองอยู่ ดังนั้นหากเพื่อนร่วมทีมของคุณหนีไปได้ไกล คนที่จำทำการไล่ตามก็คือทีมอื่น ยิ่งเพื่อนหนีไปได้นานเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งได้พักนานเท่านั้น หากกลุ่มไม่ไล่เพื่อนคุณก็จะหนีไปเข้าเส้นชัยได้สำเร็จและหมายถึงความสำเร็จของทีมคุณนั่นเอง แต่หากคุณเกิดริษยาจิต ต้องการไล่ตามเพื่อนกะว่าจะไปเอาตำแหน่งบ้าง ผลที่ตามมาก็คือทีมอื่นๆก็จะตามหลังคุณมาด้วย สุดท้ายทั้งคุณและเพื่อนก็จะโดนสวนอาจจะเสียรางวัลทั้งหมด และคนที่เซ็งที่สุดคือเพื่อนคุณที่สู้ปั่นหนียาวมาตั้งนานนั่นเอง นี่คือระบบทีมเวิร์คที่นักปั่นสมัครเล่นส่วนมากไม่เข้าใจและไม่สามารถทำได้เพราะยังติดอยู่กับตนเองมากกว่าความเป็นทีม การส่งน้ำและอาหาร
หน้าที่หลักของโดเมสทีค หรือผู้ร่วมทีมจักรยานที่สำคัญหย่างหนึ่งคือการเป็น"ผู้รับใช้" ของผู้นำและเพื่อนๆ หากเพื่อนคุณหนาวอยากได้เสื้อกันลม หิวน้ำเพราะน้ำจะหมด อาหารหมด สิ่งที่คุณต้องทำคือ ไหลลงไปท้ายกลุ่ม ลงไปจนถึงรถเซอร์วิสของทีมที่อยู่ด้านหลัง อาจจะห่างออกไปไกลกว่า 80-100 ม. จากท้ายกลุ่มก็เ)็นได้ จัดแจงบรรทุกเอาของที่เพื่อนต้องการขึ้นมาให้เพื่อน ไล่กลับมาไม่ว่ากลุ่มจะเร่งเร็วแค่ไหน เอาของให้เพื่อน ในหนึ่งวันนักปั่นต้องขึ้นๆลงๆทำหน้าที่นี้หลายๆรอบ เพื่อให้การปั่นทำได้ต่อเนื่องที่สุด
ทำไมไม่ขนไปให้ตเ็มที่?? ง่ายๆครับ ... หนัก "ทีมเวิร์ค" จึงเข้ามามีส่วนช่วยตรงนี้นั่นเอง
และนี่คือเหตุผลของความเป็น"ทีมไของกีฬาจักรยาน ลองชมการแข่งจักรยาน หรือดภาพข่าวดีๆจะเห็นว่ามันไม่ใช่กีฬาที่แข่งกันกับตัวเองหรือแข่งกับคนอื่นแบบตัวใครตัวมัน นักปั่นทั้ง 198 ชีวิต จาก 22 ทีมของ Tour de France ต่างปั่นด้วยหน้าที่มอบหมายของตนเอง อยู่บนสนามแข่งขันที่ไม่มีขอบเขต แต่มีกลยุทธและเกมส์ที่ต้องสร้างสรรค์ แก้ไขสถานการณ์กันตลอดเวลา
แล้วคุณล่ะ... มองเห็นประโยชน์และพร้อมจะทำตัวเองให้เป็นประโยชน์กับเพื่อนของคุณแล้วหรือยัง? ลองจับมือกันกับเพื่อนแล้วยอมทำเพื่อเพื่อนกันดูมั้ยครับ การขี่จักรยานจะสนุกขึ้นอีกอย่างแน่นอน[homeimg=300,200]http://www.thaimtb.com/forum/picture_mt ... a5c4-0.jpg[/homeimg]
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
-
j.angkeeros
- สมาชิก
- โพสต์: 97
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ธ.ค. 2013, 16:07
- team: Speed Monkey
- ตำแหน่ง: Bangkok
- ติดต่อ:
- pranbeach
- ขาประจำ
- โพสต์: 156
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ม.ค. 2014, 20:26
- Bike: Trek 1.1, Masi PC3, Java Skeggia, Araya Federal, Dahon Route
Re: กีฬาจักรยาน เป็นกีฬาแบบทีม
thanks
AortoLock & AortoLock Alarm
http://www.aortolock.com/index.php
http://www.aortolock.com/index.php
- ClassiccizzalD
- ขาประจำ
- โพสต์: 257
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 เม.ย. 2015, 07:11
- Bike: Canyon Aeroad cf slx
Re: กีฬาจักรยาน เป็นกีฬาแบบทีม
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
-
voodoocrossing
- สมาชิก
- โพสต์: 8
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 14:20
- Bike: FUJI Sportif
Re: กีฬาจักรยาน เป็นกีฬาแบบทีม
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
- น้องหนึ่ง
- ขาประจำ
- โพสต์: 10662
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 04:07
- Tel: 0891441866
- ตำแหน่ง: http://www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
- ติดต่อ:
Re: กีฬาจักรยาน เป็นกีฬาแบบทีม
อ่านแล้วฮึกเหิม อยากชวนเพื่อนออกไปปั่นขึ้นมาเลยครับ
ร้านจักรยานฝีมือดี มาดึกๆได้
www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle
www.thaimtb.com/forum/viewforum.php?f=528
www.facebook.com/HomeMadeBicycle
-
ขุนรินสุราวอดวาย
- สมาชิก
- โพสต์: 74
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2015, 01:02
Re: กีฬาจักรยาน เป็นกีฬาแบบทีม
ขอบคุณครับ
ได้อ่านข้อความกลางดึกแบบนี้ รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาจริงๆผมชักอยากจะถีบอะไรสักอย่างแล้วสิ.....

ได้อ่านข้อความกลางดึกแบบนี้ รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาจริงๆผมชักอยากจะถีบอะไรสักอย่างแล้วสิ.....
-
panom_cat
- ขาประจำ
- โพสต์: 923
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ค. 2009, 08:25
- ติดต่อ:
Re: กีฬาจักรยาน เป็นกีฬาแบบทีม
ขอบคุณครับสำหรับความรู้ดีดี
- NO.7
- ขาประจำ
- โพสต์: 118
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.ค. 2015, 17:17
- team: 500 million dolly
- Bike: Masi, Merida, Bianchi, Luis Garneau, Giant, Trek, Infinite
- ตำแหน่ง: Bangkok Thailand
Re: กีฬาจักรยาน เป็นกีฬาแบบทีม
ขอเก็บความรู้ ขอบคุณครับ
-
waranon1974
- ขาประจำ
- โพสต์: 713
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ม.ค. 2013, 18:48
- Bike: Super Six EVO Hi-Mod
- ตำแหน่ง: 111/11 ถนนรัษฎา ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง 92000
- ติดต่อ:
Re: กีฬาจักรยาน เป็นกีฬาแบบทีม
ขอบคุณครับ 
- nakamorah
- ขาประจำ
- โพสต์: 614
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2009, 14:23
- Tel: 0810965562
- team: ตามนั้น
- Bike: ก็แค่รถถีบ
Re: กีฬาจักรยาน เป็นกีฬาแบบทีม
อ่านเพลิดเพลินได้ความรู้...ขอบคุณครับ
"คนที่ร่ำรวยที่สุดคือ...คนที่รู้จักกับคำว่าพอ"
@@@อ่อ เอ้อ จริง@@@
@@@อ่อ เอ้อ จริง@@@
- KleinMantra1998
- ขาประจำ
- โพสต์: 566
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2015, 14:48
- Bike: Trek
Re: กีฬาจักรยาน เป็นกีฬาแบบทีม
ขอบคุณครับ
อยากอ่านในแง่มุมอื่นอีกด้วยครับ
อยากอ่านในแง่มุมอื่นอีกด้วยครับ
- mindbomb
- ขาประจำ
- โพสต์: 345
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2014, 11:22
- ethylalc
- ขาประจำ
- โพสต์: 628
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2011, 19:59
- Bike: Specialized E5 2015
- ตำแหน่ง: onnut bkk
Re: กีฬาจักรยาน เป็นกีฬาแบบทีม
เป็นสงครามที่ไม่ปั่นจักยานไม่เข้าใจ
- kamkon
- ขาประจำ
- โพสต์: 514
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ม.ค. 2011, 09:05
- team: ..ไร้สังกัด..
- Bike: เหล็กเก่าๆ