giro เขียน:การทดสอบต่างๆอุโมงค์ลมไม่ใช่แค่อุโมงค์ลมครับ
ต้องยกนิ้วให้อุโมงค์ลมของเสปฯครับ เพราะอุโมงค์ลมปกติที่ใช้กันในโลกนี้มีเพียงไม่กี่ที่ ที่จักรยานเข้าไปทดสอบได้ผลจริงเพราะต้องมีที่ว่างรอบวัตถุมากพอที่ไม่เกิดกระแสอากาศที่เพี้ยนครับ อุโมงค์ลมทั่วไปขนาดไม่พอที่จะใส่จักรยานและคนขี่เข้าไปข้างในได้ ประโยชน์ของอุโมงค์ลมเอาไว้
ขนาดอุโมงค์ลมมันขึ้นอยู่กับว่าปกติมันใช้ทดสอบอะไรด้วยครับ อุโมงค์ลมที่เอาไว้ทดสอบรถยนต์ รถแข่ง ก็จะใหญ่หน่อยซึ่งปกติก็มักจะใช้ทดสอบจักรยานได้ด้วย ความเร็วลมก็จะอยู่ในช่วงที่สิ่งที่ทดสอบต้องเจอ อุโมงค์ลมขนาดเล็กก็มี อุโมงค์ลมความเร็วเหนือเสียงก็จะมีขนาดเล็กหน่อยพอเอาโมเดลเครื่องบินเข้าไปทดสอบได้ใช้พลังงานสูงมากทดสอบได้ช่วงสั้นๆ เท่านั้น ความเร็วเหนือเสียงฟังดูคงไม่เหมาะกับทดสอบรถยนต์หรือจักรยานแน่ๆ อุโมงค์ลมสเปสามารถทำความเร็วลมอยู่ในช่วง 10 - 115 กม./ชม. ก็ถือว่าสมเหตุสมผลสำหรับจักรยาน
A2 Wind Tunnel อุโมงค์สำหรับรถยนต์แต่ก็มีจักรยานไปทดสอบด้วย ความเร็วลมอยู่ในช่วง 48 - 136 กม./ชม. ความเร็วเริ่มต้นจะค่อนข้างสูงหน่อยสำหรับจักรยาน ความเร็วต่ำทดสอบไม่ได้
San Diego Wind Tunnel จักรยานก็ทดสอบกันเยอะ ปกติก็ใช้ทดสอบรถยนต์,จักรยาน,โมเดลเครื่องบิน ความเร็วลม 8 - 432 กม./ชม.
ตัวอย่างอุโมงค์ลมขนาดใหญ่มากแห่งหนึ่งที่ NASA ใช้ทดสอบปีกเครื่องบินขนาดจริง สังเกตว่าใหญ่กว่าของสเปหลายเท่า คงเอาจักรยานเข้าไปทดสอบเป็นร้อยคันได้สบาย
giro เขียน:วัด drag เป็นเพียงผลทางอ้อมครับ จริงๆวัดแรงกดอากาศครับ ถึงจะเอามาแปลงเป็น drag ซึ่ง drag เป็นแพียงส่วนหนึ่งของ คำจำกัดความครับ drag ประกอบด้วย air resistance และ air turbulance ซึ่งสามารถประเมินได้จากความกดอากาศที่เปลี่ยนไปเมื่อมีวัตถุเข้ามาขวางการเคลื่อนที่
ปกติพวกรถยนต์ จักรยานยนต์ จักรยาน เขาจะวัด force/drag เป็นหลักและเอาไปคำนวณ CdA อีกที (ไม่แน่ใจว่ามีวิธีหา CdA โดยไม่วัด drag ได้ไหม) ค่ายิ่งน้อยยิ่งลู่ลม แรงต้านอากาศน้อย สำหรับ aero drag เกิดจาก 2 ส่วน ส่วนแรกเป็น drag ที่เกิดจากแรงเสียดทานที่เกิดจากผิวสัมผัสกับอากาศโดยตรง พวกสกินสูททั้งหลายจะทำเพื่อลดส่วนนี้เท่านั้น อีกส่วนจะเป็น drag ที่เกิดจากความแตกต่างของความดันอากาศ พวกรูปทรงท่อแอโร่ก็จะลด drag ในส่วนนี้ วัด drag ก็จะรวม aero drag ทั้งหมด รวมกับค่าความเร็วลม และค่าความหนาแน่นอากาศ ก็จะเอาไปคำนวณ CdA ออกมาได้ ส่วนการวัดหรือดูค่าอื่นๆ ก็แล้วแต่อุโมงค์ลมแต่ล่ะที่จะมีให้บริการไหม ปกติอาจจะมี flow visualization ให้ด้วย หรือทำ pressure measurement ได้ด้วย ไม่ขอกล่าวถึงครับ สเปวัด drag จากตรงไหนของอุโมงค์ลม ลองดูเฉลยครับ
giro เขียน:aerodynamic ไม่ต่างกันครับฟันธง ผมเช็คกับอาจารย์สอนวิชานี้โดยตรงเลย วิธีการประเมินพื้นฐานนั้นเหมือนกันทุกศาสตร์จะเป็นเครื่องบิน ยานรบ รถแข่ง สิ่งที่ต่างคือ ความเร็วและผลของมัน ซึ่งจะใช้หน่วยในการประเมินที่แตกต่างกันออกไป แต่วิธี กระบนการไม่ต่างกันเลยแม้แต่น้อย ทฤษฏีก็ตัวเดียวกันหมดครับ สิ่งที่ต่างคือปัจจัยดังที่อธิบายมาทำให้เกิด form ที่แตกต่างครับ เข้าใจถูกครึ่งเดียวนะครับ ซึ่งมันเป็นผลของการวิจัยที่แตกต่างกัน กระบวนการทำเหมือนกัน แต่ต่างกันในรายละเอียดเรื่องมุม ความเร็วลม เป็นสิ่งที่เปลี่ยนไปจากการวัดตัวอื่นๆ แต่วิธีการวัดและประเมิน *เหมือนกัน*
อธิบายมายาวเหมือนจะไม่เข้าใจประเด็นผมที่พยายามจะบอก หลักการทั่วไปเหมือนกันครับ แต่สภาพและปัจจัยที่เกิดตามความเร็วสูงกับต่ำไม่เหมือนกัน ดังนั้นหลายๆ อย่างที่เกิดที่ความเร็วสูง อาจจะไม่ได้สนใจเลยที่ความเร็วต่ำก็ได้ วิชา aerodynamics ยังต้องแยกแขนงตามความเร็ว ถ้ามันเหมือนกันหมดก็ไม่ต้องแยกจริงไหมครับ ศึกษาร่วมกัน ลองคิดง่ายๆ รูปทรงปีกเครื่องบิน (airfoil) รูปทรงคล้ายๆ หยดน้ำ แทบไม่เห็นเปลี่ยนไปจากนี้และใช้มายาวนานมาก จักรยานแอโร่ที่ใช้ท่อทรงหยดน้ำก็มีเยอะ ทำไมบางยี่ห้อเริ่มเปลี่ยนมาใช้ทรงหยดน้ำตัดหาง หรือลองหาทรงท่อใหม่ๆ เหตุผลหนึ่งอาจจะเรื่องความสติฟของทรงท่อ แต่เหตุผลเรื่องแอโร่ก็มีด้วยเช่นกัน คืออะไร ? และที่ความเร็วสูงมากต้องมีเรื่องการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของอากาศเมื่อผ่านวัตถุด้วย จักรยานต้องสนใจเรื่องนี้ไหม ? ขี่จักรยานต้องระวังการเกิด sonic boom ไหม ? นั่นคือประเด็นผมครับ
giro เขียน:ผมไม่ได้บอกว่าเสปฯโม้ การอวดอ้างสรรพคุณไม่ได้แปลว่าโกหกครับ มันคือการ"อวด" "อ้าง" ในสิ่งที่มีและเป็นจริง แต่ทำให้มันใหญ่และน่าสนใจมากกว่าเดิมด้วยจุดประสงค์หลักของบริษํทที่เค้าต้องการซึ่งก็คือ "ขายของ"ครับ
ตามความหมายของ "อวดอ้าง" ตามราชบัณฑิตยสถาน คือ "พูดแสดงสรรพคุณหรือคุณวิเศษที่มิได้มีอยู่หรือให้เกินความเป็นจริง พูดโดยยกหลักฐานซึ่งไม่มีอยู่จริงหรือที่บิดเบือนไปจากความจริงมาประกอบ" ตามความหมายนี้มันก็มีนัยของการโกหกหลอกลวงอยู่ ผมอ่านแล้วเลยรู้สึกว่ามันค่อนข้างรุนแรงกับคำนี้ครับ
giro เขียน:เสปฯไม่ได้วิจัยเพื่อโลกนี้ครับ เค้าขายของ และขายเก่งเสียด้วย ผมบอกแล้วว่าถ้ามีโอกาสได้อ่าน ได้ตามข่าวจักรยานใหม่ๆ ได้ศึกษาจากต้นเรื่องทฤษฏี และศึกษาข้อมูลการตลาดจะมองจักรยานเปลี่ยนไปทันที ยิ่งถ้าปลงๆแบบผมได้ก็จะมองมันเฉยๆ และปรบมือให้กับเสปฯที่เก่งมากเรื่องนี้จริงๆ(ไม่ได้ประชด แดกดัน) เหมือนคุณดูรายการพาชิมแล้วพูดเสียน่ากิน รูปน่าลอง จนคุณต้องไปกินร้านนั้น สุดท้ายมันก็คือกระบวนการทางการตลาดที่ช่วยขายของ ร้อยละร้อยเลยครับ
สิ่งที่คุณอ่านในเว็บต่างๆ หนังสือ บทความ มันคือสิ่งที่แบรนด์เค้าทำมาเพื่อขายของทั้งนั้นครับไม่ได้ทำมาเพื่อการกุศล แต่สำนักไหน จะหาวิธีพูดอย่างไร อยู่ที่แต่ละสำนักจะทำออกมาแต่ละแบบต่างกันไป และเสพย์ข้อมูลต้องดูดีๆว่าอะไรคือ fact อะไรคือ fact ที่ฟูกว่าจริงด้วยครับ
บางสำนักเลี่ยงไม่พูดข้อสเีย บางสำนักถึงกับอวยเกินจริง บางสำนักปากร้ายพูดตรงไม่ดีก็บอกไม่ดี บอกข้อดีแล้วบอกข้อเสีย บางสำนักทำเอามันส์ด่ามันทุกค่ายไม่มีดีสักอย่าง ชมแบบเสียไม่ได้เชช่น"สีสวย" ในมุมมองคนอ่านคุณมองว่ามันคือ"เนื้อหา" แต่มุมมองแบรนด์ มันคือ "การตลาด" ครับ
ผมจึงพยายามหาจุดยืนในการสื่อสารออกมาให้ได้ เสปฯเป็นแบบอย่างที่ผมศึกษา บางอย่างดีมากๆ บางอย่างก็รู็สึกว่าขายเยอะจริงเว้ย
ผมมองเรื่องนี้มันเป็นเรื่องธรรมดามากในโลกธุรกิจที่แสวงหากำไร ไม่ได้แปลกใหม่อะไรเลยไม่ใช่เฉพาะวงการจักรยานด้วย บริษัทที่ขายของก็ทำเป็นปกติทั้งนั้นล่ะครับ บริษัทไหนจะมาเน้นโฆษณาจุดด้อยของตัวเองมากกว่าจุดเด่นล่ะครับ บอกข้อดี 10 ข้อเสีย 20 ก็เจ๊งสิครับนั่น ก็ต้องเน้นโฆษณาข้อดีมากกว่าทั้งนั้น จะบอกข้อเสียก็ต้องบอกด้วยความระมัดระวังใช้คำที่เหมาะสมและต้องไมโกหก เพราะถ้าโกหกแล้วลูกค้ารู้ก็เละได้เหมือนกัน ฝ่าย engineering คิดทดสอบทำขึ้น ฝ่าย marketing ก็พยายามทำให้มันขายได้ ถ้า engineering ไม่เก่ง marketing ไม่เก่ง บริษัทคงจะเจ๊ง ถ้า engineering เก่ง marketing ไม่เก่ง ก็อาจจะพออยู่ได้แต่ยอดขายไม่หวือหวาหรืออาจจะไม่รอดก็แล้วแต่สถานการณ์ ถ้าเก่งทั้งคู่ก็จะทำให้บริษัทรุ่งแน่นอนถ้าไม่ไปพลาดจุดอื่น บริษัทส่วนใหญ่ก็อยากเติบโตรุ่งเรืองยอดขายเยอะกันทั้งนั้นล่ะครับ แต่ไม่ใช่ทุกบริษัทจะไปถึงจุดนั้นได้ ถึงเจอบริษัทที่บอกหมดเปลือกทุกอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่แคร์ยอดขาย ไม่เน้น marketing ไม่เน้นยอดขาย (จะอยู่รอดหรือเปล่าไม่แน่ใจ) นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ของเขาต้องดีกว่าบริษัทอื่นเสมอไป ในความคิดเห็นผมถือเป็นเรื่องธรรมดาของธุรกิจครับ เดาว่าคุณ Giro อาจจะชอบบริษัทเล็กๆ ทำของดีๆ แต่ไม่ต้องเน้นการตลาด ไม่เน้นยอดขายก็ได้ แต่จะชอบยังไงผมก็ถือเป็นสิทธิส่วนตัวละกันครับ