ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

Acyclist
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 363
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2013, 00:07

ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

โพสต์ โดย Acyclist »

แอโร่ไดนามิกหรืออากาศพลศาสตร์ (ขอเรียกสั้นๆ ว่าแอโร่) ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการจักรยาน เป็นเรื่องที่รู้กันดีมายาวนานนับศตวรรษแล้วว่านักปั่นจักรยานต้องออกแรงส่วนมากเพื่อเอาชนะแรงต้านอากาศ ล้อดิสที่ใช้ในการลดแรงต้านอากาศก็มีประวัติยาวนานเกินร้อยปี ในการปั่นจักรยานทางเรียบแรงต้านอากาศคิดเป็น 70-90% ของแรงต้านทั้งหมดที่นักปั่นจักรยานต้องออกแรงสู้ การปั่นเข้ากลุ่มบังลม (drafting) ช่วยประหยัดแรงได้มากประมาณ 40% แต่เกิดอะไรขึ้นทำไมจักรยานแอโร่จึงเพิ่งมาคึกคักมากในช่วงหลังเสมือนว่าศาสตร์ด้านนี้เพิ่งเกิดขึ้น ทั้งๆที่วงการรถแข่งหรือการบินมีการพัฒนาด้านแอโร่มาค่อนข้างต่อเนื่องยาวนานกว่าในวงการจักรยานมาก ความรู้ด้านอากาศพลศาสตร์มีประวัติมียาวนานนับร้อยปี แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?

สิ่งที่จะยกขึ้นต่อไปนี้จะเป็นแค่บางส่วน คงไม่สามารถครอบคลุมเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้แต่ก็น่าจะพอเห็นภาพรวมคร่าวๆ ใครมีข้อมูลมาช่วยเสริมเพิ่มเติมก็ยินดีครับ

รูปภาพ
1899 รูป Charley Murphy หรือได้รับฉายา "mile-a-minute" ที่เขาทำสำเร็จ เขาปั่นตามรถไฟที่ติดตั้งที่บังลมขนาดใหญ่ไว้ข้างหน้าเขา ทำความเร็วที่ 60 ไมล์ต่อชั่วโมง ต่อเนื่อง 1 นาที เร็วกว่าที่รถยนต์ในสมัยนั้น

รูปภาพ
1900 UCI หรือ Union Cycliste Internationale พอแปลเป็นไทยได้ว่า "สหภาพนักปั่นจักรยานระหว่างประเทศ" ถูกก่อตั้งขึ้น มีสำนักงานใหญ่ที่สวิตเซอร์แลนด์

รูปภาพ
ช่วงต้นศตวรรษ 19 ตัวอย่างสถิติ Hour Record ในช่วงนั้น

1933 มีการทำลายสถิติ Hour Record ของ Egg ถึง 3 ครั้ง

รูปภาพ
รูป Frances Faure ทำลายสถิติ hour record ในปี 1933

รูปภาพ
รูปภาพ
Marcel Berthet ใช้จักรยานธรรมดาแต่ครอบด้วยที่บังลม (fairing) รอบคัน ทำลายสถิติ Hour Record ในปี 1933

1934 UCI สั่งห้ามจักรยานเอนหลังปั่น (Recumbent Bike) และห้ามใช้ที่บังลมทุกประเภทในจักรยาน เข้าร่วมรายการแข่งขันของ UCI ทั้งหมด ซึ่งทำให้จักรยานเอนหลังปั่นเข้าสู่ยุคมืดครึ่งศตวรรษ (ปัจจุบันจักรยาน recumbent อยู่ในกลุ่ม HPV หรือ Human-Powered Vehicle แยกจากจักรยานปกติ)
Acyclist
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 363
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2013, 00:07

Re: ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

โพสต์ โดย Acyclist »

รูปภาพ
ทศวรรษ 1970 รูปตัวอย่างเฟรมโลหะท่อแอโร่ในช่วงนั้น มีความยุ่งยากในการผลิตและน้ำหนักมากกว่าเฟรมปกติ จึงไม่ได้รับความนิยม ในช่วงนั้นมีความนิยมมากในการเจาะรูที่อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งนอกจากลดความแข็งแรงของอุปกรณ์แล้ว ผู้คนเริ่มสังเกตว่าผลของน้ำหนักที่ลดลงเริ่มจะไม่คุ้มกับแรงต้านอากาศที่เพิ่มมาเวลาอากาศผ่านรูต่างๆที่เจาะไว้ ทำให้เริ่มคิดเรื่องแอโร่อย่างจริงจังมากขึ้น

รูปภาพ
รูปนักปั่น Team Time Trial ของอเมริกาในโอลิมปิกปี 1984

1984 เทคโนโลยีแอโร่ไดนามิกยุคใหม่ถูกนำมาใช้ในการพัฒนาจักรยานและอุปกรณ์สำหรับการแข่งขันจักรยานโอลิมปิกที่ลอสแองเจลิสโดยทีมของอเมริกา ช่วยให้อเมริกาโกยเหรียญทองในกีฬาจักรยาน ในช่วงนั้น UCI กำหนดให้จักรยานต้องตำแหน่งนั่งปกติ ห้ามใช้อุปกรณ์เสริมแต่งเพื่อช่วยให้แอโร่ แต่ไม่ได้ห้ามแอโร่ในอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ ถือเป็นปีที่เริ่มต้นแอโร่ยุคใหม่ให้วงการจักรยานอีกครั้ง



1989 Greg Lemond ใช้แอโร่บาร์ในการแข่งขัน ช่วยทำให้เขาชนะ Laurent Fignon ในการแข่ง TT เสตจสุดท้ายได้เวลาเร็วกว่าเกือบนาที และทำให้เขาได้แชมป์ Tour de France ในปีนั้นเวลารวมดีกว่า Fignon 8 วินาที เป็นที่วิจารณ์กันว่าที่ Greg Lemond ชนะได้เพราะความได้เปรียบของอุปกรณ์

ทศวรรษ 1990 มีการแข่งกันทำลายสถิติ hour record โดยเฉพาะศึกระหว่าง Graeme Obree และ Chris Boardman มีการทำลายสถิติ hour record หลายครั้ง โดยใช้ทั้งท่าทางที่แอโร่มากที่สุดพร้อมทั้งจักรยานและอุปกรณ์ที่ออกแบบมาให้ช่วยแอโร่เต็มที่ เช่นท่า "Praying Mantis" และท่า "Superman" ของ Obree ศึกยุติในปี 1996 เมื่อ Boardman สร้างสถิติที่ 56.375 กม. ซึ่งภายหลังสถิติในกลุ่มนี้ถูก UCI แยกออกไปจาก Hour Record ปกติ

รูปภาพ
รูป Miguel Indurain และจักรยาน Pinarello ที่เขาใช้ทำสถิติ Hour Record ในปี 1994

รูปภาพ
รูปท่า Superman ของ Obree

รูปภาพ
รูป Boardman และจักรยานที่ใช้ทำ Hour Record

2000 UCI สั่งห้ามครั้งใหญ่อีกครั้ง มีการกำหนดน้ำหนักจักรยานขั้นต่ำ 6.8 กิโลกรัม (ห่วงว่าเบาไปจะไม่ปลอดภัย) มีการห้ามใช้จักรยานออกแบบแหวกแนวเพื่อให้แอโร่เป็นพิเศษ กำหนดให้จักรยานต้องออกแบบให้มีท่อต่างๆ ตามแบบจักรยานปกติ และในการทำ Hour Record ต้องใช้จักรยานธรรมดาเท่านั้น หลายคนวิจารณ์ว่า UCI มีหัวอนุรักษ์นิยมมากเกินไป ต่อต้านการพัฒนาอุปกรณ์ในวงการจักรยาน และกฎเกี่ยวกับอุปกรณ์ก็ค่อนข้างสร้างความสับสนให้ผู้ผลิตและนักกีฬาอยู่บ่อยครั้งในแง่การตีความและการบังคับใช้กับอุปกรณ์ต่างๆ
Acyclist
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 363
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2013, 00:07

Re: ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

โพสต์ โดย Acyclist »

รูปภาพ
2011 รองเท้า Bont Crono รองเท้า Time Trial ที่โดน UCI สั่งห้าม ให้เหตุผลว่าขัดกับกฎ 1.3.033 ตอนนั้น "It is forbidden to wear non-essential items of clothing or items designed to influence the performances of a rider such as reducing air resistance or modifying the body of the rider (compression, stretching, support).
Items of clothing or equipment may be considered essential where weather conditions make them appropriate for the safety or the health of the rider. In this case, the nature and texture of the clothing or equipment must be clearly and solely justified by the need to protect the rider from bad weather conditions. Discretion in this respect is left to the race commissaires.
Equipment (helmets, shoes, jerseys, shorts, etc.) worn by the rider may not be adapted to serve any other purpose apart from that of clothing or safety by the addition or incorporation of mechanical or electronic systems which are not approved as technical innovations under article 1.3.004.”
ซึ่ง Bont รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมเพราะ UCI ไม่ได้ห้าม หมวกแอโร่, ตัวครอบรองเท้า, สกินสูท ฯลฯ

รูปภาพ
2011 Cervelo S5 รุ่นแรก จักรยานถนนที่แอโร่มากที่มักโดนหลายยี่ห้อนำไปใช้เทียบเป็น benchmark

รูปภาพ
2013 Specialized ลงทุนสร้างอุโมงค์ลมสำหรับจักรยานเป็นของตัวเองเพื่อไว้ใช้สำหรับพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเป็นที่ทดสอบให้นักกีฬาที่บริษัทสปอนเซอร์ให้ Specialized ตั้งสโลแกนหนึ่งขึ้นว่า "Aero is everything" พอสะท้อนกระแสแอโร่ที่กลับมาวงการจักรยานอีกครั้งหนึ่ง

2014 UCI เปลี่ยนกฎเรื่องอุปกรณ์ที่ใช้ทำ Hour Record ให้สามารถใช้อุปกรณ์สมัยใหม่ได้ ทำให้ตั้งแต่เปลี่ยนกฎมามีนักปั่นหลายคนเข้าร่วมทำ Hour Record

รูปภาพ
2015 Bradley Wiggins ทำลายสถิติ Hour Record ด้วยสถิติใหม่ 54.526 กม.

จะพอเห็นว่าที่ผ่านมาแอโร่ในวงการจักรยานค่อนข้างมีอุปสรรคมาตลอด ส่วนหนึ่งอาจจะด้วยหัวอนุรักษ์นิยมของคนเราเอง ทำให้แอโร่ไม่ค่อยพัฒนาไปได้มากเท่าที่ควรในวงการจักรยาน ยุคนี้แอโร่ในวงการจักรยานกลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่อนาคตก็ไม่แน่ไม่นอนว่าจะโดนติดเบรคอีกหรือเปล่าเมื่อพัฒนามากขึ้น


อ้างอิง
Bicycle and Aerodynamics
Aerodynamics in Cycling
Science of Cycling : Aerodynamics & Wind Resistance
The History of the Recumbent Bicycle: Winning Forbidden
Cycling at the 1984 Summer Olympics
Aero Bikes: History
OSK 97
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 13629
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 เม.ย. 2011, 12:05
team: ทุ่งสง
Bike: focus max. neilpride bora

Re: ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

โพสต์ โดย OSK 97 »

ติดตามอ่านครับ ได้ความรู้ดี
MinPassakorn
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 192
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ม.ค. 2014, 18:26

Re: ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

โพสต์ โดย MinPassakorn »

ชื่อของUCIภาษาไทยคือ "สหพันธ์จักรยานนานาชาติ"ครับ
Acyclist
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 363
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2013, 00:07

Re: ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

โพสต์ โดย Acyclist »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

ในความเห็นส่วนตัวผม เหตุผลหลักๆที่แอโร่โดนขวางคือกลัวมีความได้เปรียบเสียเปรียบกันมากไปและต้องการให้แรงมนุษย์ปั่นไม่มีตัวช่วย ประเด็นแรกคงไม่ได้น่าห่วงใน UCI ห้ามใช้อุปกรณ์ที่ทำมาพิเศษ ต้องมีวางขายด้วยแม้จะไม่บังคับจำนวน ประเด็นหลังนี่ ถ้ามองอีกแง่การปั่นหมกกลุ่มประหยัดแรงได้ประมาณ 40% ก็คือการกินแรงคนอื่นไม่ได้ไปด้วยแรงตัวเองล้วนๆ ให้คนอื่นแหวกลมให้ อุปกรณ์แอโร่ช่วยประหยัดแรง 10% เหรอ ? จะไปสนทำไม หมกชาวบ้านประหยัดแรงกว่าตั้งเยอะ มีของดีกว่าไงล่ะเพ่ จะไปเสียตังค์ซื้อทำไม :mrgreen: (ยกตัวอย่างขำๆ) ถ้าพวกรายการแข่งไตรกีฬา ปั่นจักรยานห้ามหมกกินแรงชาวบ้านทุกคนไปด้วยแรงตัวเอง อาจจะมีบางรายการให้ทำได้แต่ก็ไม่เยอะ ดังนั้นสังเกตพวกนักแข่งไตรจะสนใจอุปกรณ์แอโร่มากกว่าเพราะแม้บางชิ้นจะช่วยเล็กๆน้อยๆก็ช่วยลดแรงต้านอากาศได้

เรื่องหมกกลุ่มแค่ยกประเด็นให้เห็นภาพเรื่องการออกแรงหรือกินแรงคนอื่น ส่วนตัวไม่ได้อยากให้ห้ามเพราะการให้หมกกลุ่มได้ก็ทำให้ดูเกมส์จักรยานได้สนุกขึ้น ถ้าไม่ให้หมก ต้องปั่นเดี่ยวตลอดก็อาจจะเหมือนดูแข่ง Time Trial ตลอดเวลาอาจจะดูน่าเบื่อได้
รูปประจำตัวสมาชิก
Bkkbikelove
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 989
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2008, 12:30
Tel: 089xxxxxxx
Bike: Thorn Raven, Principia, GT Grade carbon

Re: ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

โพสต์ โดย Bkkbikelove »

เห็นด้วยกับข้อห้ามของ uci ครับ
เพราะกีฬาเป็นการวัดความสามารถของมนุษย์ไม่ใช่อุปกรณ์
รูปประจำตัวสมาชิก
นคร บริการ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 116
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2013, 08:47
Tel: 093-8969419
team: bowin
Bike: มีอยู่ 2-3คัน

Re: ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

โพสต์ โดย นคร บริการ »

ขอบคุณ สำหรับข้อมูลเนื้อหาดีๆ ครับ
LIFE IS BEAUTIFUL :D
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

โพสต์ โดย giro »

S5 ไม่ใช่ impact ของ aero roadbike ครับ
the most success (หรือตัวที่ทำแล้วเด่นสำเร็จ) 8nv Cervelo Soloist ซึ่งตัว "S" นี่คือที่มาของชื่อรุ่นตระกูล S ในปัจจุบัน จากนั้นจึงเปลี่ยนมาเป็น S1, S2, S3 และค่อยเกิดมาเป็น S5 ที่ถูกชูในยุค 2011 ไล่เลี่ยกับการมาของ Venge
ส่วนเฟรมแอโร่ฯยุคเดียวกับ Soloist และ S3 มีอีก 2 ยี่ห้อที่เด่นๆคือ Time และ Kuota ซึ่งมาก่อน S5 และ Venge อยู๋หลายปีครับ

นี่คือ modern aerodynamic roadbike ถ้าจะเน้นกลับไปที่ยุคก่อนตั้งแต่ปลาย 90s-ต้น 2000 ยังมีหมอบอีกหลายตัวที่ใช้ความแอโร่เข้ามาชูธงครับเช่น Giant TCR, Trek Madone และถ้าย้อนกลับไปเก่ากว่านั้นตั้งแต่ 70s-80s มีการทำเสือหมอบท่อทรงวงรี ที่เด่นที่สุดคือยี่ห้อ Univega ซึ่งทำท่อของเฟรมทรงแอโร่ก่อนยุคที่จะนึกถึงแอโร่ไดนามิคส์ของเฟรมไทม์ไทรอัลเสียอีก (ยุคนั้น ITT ยังขี่รถหมอบปกติกันอยู๋เลยนะครับ)

อย่างที่บอกครับ ผมเคยไปบรรยายเรื่อง"หมอบแอโร่ฯ" ในงาน A Day คู่กับอีกท่านหนึ่ง .... เราทำการบ้านกันแล้วเอาข้อมูลมาแลกกัน ได้ข้อสรุปหลายๆอย่างที่คนไม่เคยคาดคิดครับ ทำการวิเคราะห์แบ่ง era เป็น timeline อย่างชุดเจน คนที่เพิ่งมาปั่นจักรยานยุคหลังๆที่เห่อกระแสแอโร่ฯในยุค 4-5 ปีนี้รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากเหลือเกิน
แต่ถ้าศึกษา timeline ย้อนกลับไปปจะเห็นเหตุผลชัดๆจริงๆว่า aero มันกลายเป็นประเด็นเพราะอะไรครับ
ประเด็นการเปลี่ยนที่สำคัญจริงๆมันมาจากเรื่องวัสดุศาสตร์ การพัฒนาด้านน้ำหนักและการผลิต ความรู้และเทคโนโลยีคาร์บอน

แต่วิเคราะห์ได้ดีครับ ถ้าสนใจเรื่องพวกนี้ ลองดูประวัติแอโร่ฯของรถยนต์ร่วมด้วย แล้วเทียบไทม์ไลน์กันจะพบจุดน่าสนใจครับ

ส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยเช่นกันนะว่าต้องมาห้ามเรื่องการออกแบบ ขอให้อยู๋ในทรงสามเหลี่ยมสองอันเป็นมาตรฐาน จะมีอัตราส่วนท่อเท่าไหร่ก็อยู่ที่การออกแบบ เพราะมันก็มาคู่กับผลเสียอย่างอื่นอยู่ดีนั่นแหละ ที่ผ่านมารถที่แอโร่ฯจนโดนแบนอย่าง Trinity หรือ Venge มันก็ไม่ได้แอโร่มากขนาดที่ทุกแบรนด์จะคิดไม่ได้ ทำไม่ได้
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
k3mountain
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 467
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 15:27
Bike: Cervelo R3, Fuji Declaration , Khs team st , Mini java
ตำแหน่ง: 115/2 ม.2 ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง 21210

Re: ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

โพสต์ โดย k3mountain »

ขอบคุณครับ สำหรับความรู้
Acyclist
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 363
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2013, 00:07

Re: ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

โพสต์ โดย Acyclist »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ ผมตัดสินใจเลือกแค่ Cervelo S5 มานำเสนอเป็นตัวอย่างของจักรยานแอโร่ยุคใหม่ที่เร็วมากในช่วงนั้น แน่นอนว่าเร็วกว่าบรรพบุรุษอย่าง Soloist เจ้า S5 ถูกหลายสำนักใช้เทียบเป็น benchmark กับยี่ห้ออื่นอยู่ตลอด (เคลมประหยัดวัตต์ประมาณ 30 วัตต์ ที่ความเร็ว 40 ดูผลทดสอบจากสำนักต่างๆ ก็ได้ผลใกล้เคียงกับค่าที่เคลม แล้วแต่เงื่อนไขการทดสอบแต่ละที่ด้วย) สุดท้ายมันถูกแทนที่ด้วยตัวที่เร็วกว่าคือตัวมันเอง S5 รุ่นใหม่ แต่ท่าทาง S5 ใหม่อาจจะครองบัลลังก์ได้ไม่ยาวนานอย่างตัวแรก คู่แข่งอย่าง Madone ใหม่ และ Venge ใหม่ คาดว่าจะทำได้ดีกว่า S5 แต่ก็คงต้องรอดูรีวิวจากสื่อต่างๆ อีกที

ขอเพิ่มเติมข้อมูลเล็กน้อยเกี่ยวกับจักรยานในโอลิมปิก 1984 ดูน่าสนใจ

รูปภาพ

Chester Kyle ผู้เริ่มบุกเบิกแอโร่ในจักรยานตั้งแต่ปี 1973 ได้มาพัฒนาอุปกรณ์ให้ทีมจักรยานอเมริกาสำหรับการแข่งขันโอลิมปิก 1984 ในทีมจักรยานเรียกตั้งฉายาให้จักรยานนี้ว่า "Funny Bike" หรือจักรยานตลก เฟรมอัลลอยท่อแอโร่ทรงหยดน้ำ ล้อหน้าเล็ก ขนาด 24 นิ้ว รูต่างๆถูกปิดหมด ล้อซี่สามารถถูกเปลี่ยนด้วยล้อดิสพลาสติกเคฟล่า ในการแข่งขันช่วงเวลาสี่นาทีครึ่ง เมื่อใช้จักรยานพร้อมหมวก,รองเท้าและสกินสูท ช่วยประหยัดเวลาได้ 11-12 วินาที ถือว่ามากสำหรับการแข่งขันที่แค่เสี้ยววินาทีก็ผลต่อความแพ้ชนะ ในปีนั้น อเมริกาโกย 4 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง รวม 9 เหรียญ เป็นอันดับหนึ่งในกีฬาจักรยาน มูลค่าจักรยานคันละ $40,000 อย่างไรก็ตามในโอลิมปิก 1988 ครั้งต่อมาที่โซล ความได้เปรียบของทีมอเมริกาก็เหมือนจะหมดไปเพราะทีมอื่นๆสามารถตามทัน อเมริกาสามารถคว้ามาได้แค่ 1 เหรียญทองแดง

อ้างอิง
Maybe It Looks Funny, but Chester Kyle's New Olympic Bike Could Turn Out a Winner
Cycling at the 1984 Summer Olympics
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

โพสต์ โดย giro »

"ยุคนั้น" ..... อิ๊บอ๋ายแล้ว
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
Acyclist
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 363
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2013, 00:07

Re: ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

โพสต์ โดย Acyclist »

ถ้าดูหลายๆเหตุการณ์ในที่ผ่านมา ในระดับนักกีฬาความฟิตระดับแนวหน้าของโลก ความได้เปรียบแอโร่ก็สามารถมีผลต่อความแพ้ชนะได้ แต่ทำไมไม่เหมือนบ้านเรา ?

อย่างที่บอกไว้การหมกกลุ่มประหยัดแรงมากกว่าใช้อุปกรณ์แอโร่ช่วย สังเกตพวกโปรเวลาแข่ง time trial กฎ uci คือห้ามหมกชาวบ้าน โปรก็เข้าโหมดแอโร่สุดติ่งเช่นกัน (จะหมกได้ก็เฉพาะปั่นเป็นทีม) เพราะต้องไปด้วยแรงตัวเองล้วนๆ กินแรงคนอื่นไม่ได้เหมือนสเตจปกติ อะไรที่ช่วยลดแรงต้านได้เล็กน้อยที่ไม่ผิดกติกาเอาหมด ถ้าสเตจปกติคนที่ได้ประโยชน์จากแอโร่จริงๆ ก็พวกหัวลาก พวกที่ต้องยิงหนีชาวบ้าน และพวกสปริ๊นเตอร์ทั้งหลาย

เอามาเทียบกับรายการแข่งขันทั่วไปบ้านเราคงคนละปัจจัย บ้านเราจักรยานเพิ่งบูมในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา หลายคนเพิ่งเริ่มปั่นจักรยานไม่ถึงปีด้วยซ้ำ ดังนั้นการจะไปคาดหวังให้คนที่แรงต่างกันมากๆ สามารถเปลี่ยนผลแพ้ชนะได้ด้วยอุปกรณ์มันยิ่งยากมากหรือเป็นไปไม่ได้ บางคนก็เน้นประหยัดแรงโดยการหมกอย่างเดียว แรงไม่เหลือเฟือจะขึ้นลากหรือยิงหนีด้วยซ้ำ (อาจต้องใช้มอเตอร์ช่วยแล้วแบบนี้ :lol:) ลองให้โอกาสคนหน้าใหม่ได้เวลาซ้อมก่อน อย่างน้อยสองสามปี ถ้ามีแผนการซ้อมที่ดีและชั่วโมงการซ้อมถึง ก็จะแปลงร่างเป็นขาแรงกันได้ทั้งนั้น พวกขาแรงหน่อยที่ไม่นับนักกีฬาอาชีพ ส่วนใหญ่เห็น ftp มักจะอยู่ในช่วง 200-250 วัตต์ ไม่ทิ้งกันมาก (ยกเว้นบางคนที่ซ้อมดีและหนักพอถึงจะขึ้นระดับ 300 วัตต์ได้ แต่ก็ยังเป็นส่วนน้อย) พอถึงช่วงนั้นที่เวลาแข่งแรงคนไม่ได้ทิ้งกันมากอย่างปัจจุบัน ลองสังเกตดูอีกทีครับว่าคนที่ประหยัดแรงได้กับคนที่ไม่ประหยัดแรงจะต่างกันไหม

ถ้ามองเรื่องความคุ้มค่า ราคา/วัตต์ที่ประหยัดได้ หน่วย บาทต่อวัตต์ อุปกรณ์พวกแอโร่บาร์,สกินสูทและหมวกแอโร่ มีความคุ้มค่าสูงกว่าเฟรมและล้อแน่ (แต่ส่วนใหญ่อุปกรณ์แอโร่ต้องใช้หลายชิ้นรวมกันหากจะให้เห็นผล จะใช้ชิ้นเดียวหวังผลเลิศคงยาก) ที่สำคัญต้องมองเงินในกระเป๋าตัวเองด้วย อย่าใช้เงินเกินตัว ใช้เงินให้เป็น จักรยานก็เหมือนของเล่นครับ ควรรู้สถานะการเงินตัวเอง ตั้งงบให้ของเล่นเท่าไรจึงไม่มากไป อย่าไปเล่นตามคนอื่นถ้าเงินไม่พร้อม บางคนอาจจะตั้งงบของเล่นรวมกันไม่เกิน 10% ของเงินเก็บ แต่บางคนเงินเก็บมีเท่าไรก็ลงกับของเล่นหมดเลย หรือบางคนอาจจะไม่ได้ลงกับจักรยาน แต่อาจจะไปฟุ่มเฟือยเรื่องอื่นแทน กินนอกบ้านแพงๆ, เปลี่ยนมือถือ, แต่งรถ, เล่นกล้อง, เที่ยวต่างประเทศ ฯลฯ แนะนำใช้เงินให้เป็นละกันตามสถานะตัวเองครับ อย่าใช้เพลินจนต้องทำให้ตัวเองและครอบครัวเดือดร้อนภายหลัง อันนี้เป็นคำแนะนำส่วนตัวจากผม แต่ยังไงการใช้เงินแต่ละคนก็ถือเป็นสิทธิส่วนตัวที่ผมจะไม่ก้าวก่ายครับ :D
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

โพสต์ โดย lucifer »

จักรยานบ้านเราบูมมาได้ 2-3ปีแล้ว และได้รับการคาดการณ์แล้วว่า"เลย"peak ไปแล้ว

2-3ปีข้างหน้า เราจะได้เห็นรถaeroสุดๆในอนาคตเข้ามาทำตลาดอย่างถล่มทลายแบบที่ผ่านๆมาไหมหนอ :lol:
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
Ride Decorrate
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 453
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2014, 15:02
team: 222 Cycling Team
Bike: Merida Reacto 400

Re: ความเป็นมาของอากาศพลศาสตร์ในวงการจักรยาน

โพสต์ โดย Ride Decorrate »

ปักครับ
...รวมแว่น Oakey งาน AAA !!!... :lol: :lol: :lol:
https://www.facebook.com/photo.php?fbid ... =1&theater
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”