......จักรยานธุดงค์..........

ห้องนี้เทียบได้กับ "ห้องนั่งเล่น" ในกระดานเดิมนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

เช้าวันนี้ตื่นขึ้นมาถามใจตัวเองว่า จะสวดมนต์นั่งภาวนาก่อนหรือจะเข้าทำงานก่อน ใจตอบทันทีขอเข้าทำงานก่อน จึงทำตามที่ใจเรียกร้อง เปิดคอม ฯ สิ่งแรกเลยเข้าค้นหาเวปป์ที่พอจะฝากรูปได้ ก็เจอเลยครับแต่ไม่ทราบว่ารูปภาพจะอยู่ได้นานแค่ไหนนะ ไม่เป็นไรขอเพียงให้ได้ใช้ก็พอ เมื่อเจอเวปป์ที่กล้าพอจะให้เราได้ใช้ได้อาศัย ผมก็รีบเข้าไปรวบรวมภาพให้เป็นกลุ่มเพื่อลดจำนวนภาพให้เหลือน้อยที่สุด แต่บอกเรื่องราวได้มากที่สุด เสร็จแล้วรีบเข้ามาฝากก่อนที่จะเริ่มเรื่อง(กลัวหาย) ๕๕๕.ลำบากเนาะ

เริ่มต่อจากที่พวกเรานอนพักที่สำนักป่าไม้ เราตื่นกันเช้าเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น เราทั้ง ๔ ต่างแข่งขันกันเก็บภาพแล้วมาแชร์กัน ใครได้สวยที่สุด นับเป็นเรื่องสนุกสนานครับ บังเอิญว่าลุงป๊อกแกพอมีศิลป์ในทางถ่ายภาพ และแกก็แอบซื้อหนังสือมาเรียนด้วยตัวเอง แกถ่ายภาพมีชีวิตชีวา ต่างกับผมที่ไม่เอาไหนเท่าไรเอาเร็วว่าครับ เราเก็บภาพกันได้คนละหลาย ๆ ภาพ เสียดายเอามาอวดไม่ได้นะ สถานการณ์ไม่อำนวยไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน

เราทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยก็ออกเดินทางเป้าหมายของเราคือ บ่อน้ำร้อนฝางครับ เราไปจนถึงและเข้าไปเยี่ยมชม บรรดา สว.ทั้งหลายไม่ต้องเสียค่าผ่านประตู อนุญาตุให้เข้าฟรีครับ เราปั่นชมรอบบริเวณน้ำร้อนและสถานที่ต่าง ๆ ภายในบ่อน้ำร้อน ถ้าเรามาถึงเย็นเราคงกางเต้นท์นอนแช่น้ำร้อนกันที่นี่ แต่ช่วงนั้นยังไม่เที่ยงเลย เราก็ปั่นชมจนรอบ จึงตกลงใจกันปั่นกลับ เป้าหมายเราจะไปพักที่ อ.เชียงดาวต่อไป แต่เอาเข้าจริง ๆ เราไปได้แค่เขตติดต่อตรงยอดดอยหัวโท ที่เป็นที่ตั้งของพระใหญ่ พระศรีสองเมือง(เมืองเชียงดาว กับ เมืองฝาง) มีพระประจำอยู่องค์เดียว ท่านมีปฏิปทาน่าเลื่อมใสมาก ๆ ครับ หลักคิดของท่านเป็นไปเพื่อสังคม ท่านมาอยู่โดดเดี่ยวเพื่อรักษาสถานที่ ที่มีพระพุทธรูปไม่ให้เศร้าหมอง บริเวณนี้หาพระมาอยู่ยากครับ มีคนเคยมาฆ่าตัวตายตรงจุดที่พวกเรานอน ๒ ศพ ๕๕๕.

ช่วงออกจากบ่อน้ำร้อนเราปั่นมาเรื่อย ๆ จนเจอร้านอาหารริมทางเป็นร้านในหมู่บ้าน ขายพวกก๊วยเตี๋ยว ส้มตำ ข้าวเหนียว ร้านสะอาดใช้ได้พวกเราแวะขอเติมพลัง เขาอุตส่าห์ทำอาหารเจให้ด้วย น่ารักครับ ฝีมือก็พอทานได้ แต่คุณนายต้องกำกับ เนื่องจากเขาทำไม่เป็น ถือเป็นการสอนทำอาหารแบบมังสวิรัติ แม่ค้าดีใจบอกว่า "อย่างนี้ก็ทำได้ละ" ไม่ยากอย่างที่คิด แต่จะอร่อย ? ผมก็บอกหล่อนว่า "อร่อยไม่อร่อยมันอยู่ที่ลิ้นเรา เราบอกอร่อยมันก็อร่อย" ก็ได้หัวเราะกันครับ :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เนื่องจากจุดที่เรานอนตรงนั้นคืนนั้น อยู่ติดถนนเพียงแต่เป็นเนินสูงพระท่านมาสร้างอาคารเพื่อสำหรับการทำพิธีต่าง ๆ แค่นั้น ถ้าจะนอนกันจริง ๆ ต้องไปนอนในกุฏิมีประตูปิดจะกั้นเสียงดังของรถได้ระดับหนึ่ง คืนนั้นพวกเรานอนฟังเสียงรถกันทั้งคืน ช่วงที่สวดมนต์ก่อนนอนเสร็จเราก็พากันนั่งสมาธิ สนุกมาก ๆ ผมได้ลองวิชาด้วย คือทดสอบการอธิษฐานจิต ภายในชั่วที่จิตเราจะดิ่งเข้าสู่จุดที่เรียกว่าอัปปนาสมาธิ (สมาธิที่แนบแน่น) ก็อธิษฐานว่าขออย่าให้มีรถผ่านมาเลย เพื่อจิตจะได้สงบ สงัด เป็นสุข สามารถทำได้ครับ เรียกความอัศจรรย์ใจกลับมาพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ เปี่ยมล้นหัวใจขึ้นมาอีกมากแต่พอออกสมาธิ เสียงดังของบรรดายวดยานทั้งหลายก็มาเต็ม ๆ คืนนั้นต้องนอนด้วย ฌาน กันทุกคน ตื่นเช้ามาต้องรีบตื่นเพื่อเก็บภาพพระอาทิตย์ยามเช้าสวยงามมากครับ ตามไปผมจะพยายามรวบรวมภาพมาให้ชมครับ :) :D
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:idea: :idea: อ่านสนุก ๆ และได้สาระกับ พญ.อมรา มลิลา เรื่องสมาธิในชีวิตประจำวัน

................สมาธิในชีวิตประจำวัน ...................

ปกติคนเราก็มีสมาธิกันอยู่โดยธรรมชาติแล้วทั้งนั้น แต่เราอาจไม่รู้สึกตัวว่านั่นเป็น สมาธิ เหตุใดเราจึงหันมาสนใจสมาธิกันในระหว่างนี้ เห็นจะเป็นเพราะชีวิตประจำวันขณะนี้ วุ่นวายสับสน จนเรารู้สึกเหนื่อย ไม่มีกำลังพอที่จะรับหน้ากับสิ่งที่ต้องผจญอยู่ทุกวัน ๆ

ที่เป็นดังนี้ เพราะเราไปมุ่งเพ่งเล็งอยู่แต่ในด้านวัตถุกันมาก จนกระทั่งลืมนึกว่าสิ่งที่เป็นรูปกายของเรานี้ ประกอบด้วยสองส่วน คือ กาย ซึ่งเป็น วัตถุ กับ ใจ ซึ่งเป็น นามธรรม เป็นพลัง

เมื่อเราไม่เคยสนใจที่จะบำรุงรักษาใจให้ได้พักผ่อน เพื่อจะได้มีพลังเพียงพอไว้ต่อสู้กับเหตุกรารณ์ประจำวัน เราก็เริ่มรู้สึกล้า รู้สึกเหนื่อย รู้สึกขุ่นมัว รู้สึกเศร้าหมอง แต่เราก็ไม่มีเวลาที่จะนั่งลงถามหาเหตุผลว่า เหตุใดเราจึงเป็นเช่นนั้น

ตรงข้าม เรากลับพยายามแสวงหากันต่อไป ด้วยคิดว่า อาจเป็นเพราะวัตถุที่มาอำนวยความสะดวกให้เรานั้นยังน้อยไป ยังขาดตกบกพร่อง เราจึงแสวงหาเพิ่มขึ้น ยิ่งแสวงหาเพิ่มขึ้น ก็ยิ่งเหนื่อยมากขึ้น ก็ยิ่งสับสนมากขึ้นก็ยิ่งไม่มีกำลังมากขึ้น

จึงมีคนฉุกคิดว่า น่าจะมีอะไรมาแก้ไขได้ จึงหันมาเพ่งเล็งถึงสมาธิ ถึงวิธีทั้งหลายที่จะช่วยให้จิตของเรามีพลังและคุณภาพเพิ่มขึ้น

สมาธิคืออะไร สมาธิคือความแน่วนิ่งของใจ ของจิตของเรา ปกติใจซึ่งเป็นพลัง เป็นสิ่งที่กระเพื่อมเหมือนกับน้ำอยู่ตลอดเวลา เมื่อมีการเคลื่อนไหว มีการคิดไป ไหลไปตามอารมณ์ โดยไม่มีหลักยึดเหนี่ยว ก็จะเหนื่อย จะหมดกำลังไปโดยเปล่าประโยชน์

หากเราหาอะไรที่ทำให้มันเกิดความตั้งมั่น เกิดความแน่วนิ่งขึ้นได้ เป็นต้นว่า มีทุ่นสำหรับให้เกาะ จิตก็จะไม่ว้าวุ่น สับสน แต่จะสงบเย็น และมีกำลังพร้อม สำหรับนำไปใช้คิดขบปัญหา ด้วยเหตุ ด้วยผล ซึ่งจัดเป็นการประยุกต์ใช้อย่างมีประโยชน์และมีประสิทธิภาพ

ปัญหาจึงมีว่า ทำอย่างไร เราจึงจะสามารถทำสมาธิให้เกิดได้เพียงพอ สำหรับรักษาและเสริมบำรุงใจของเรา ให้มีสมรรถภาพพอที่จะทำการงาน และมีชีวิตอยู่ โดยสามารถบำเพ็ญประโยชน์ได้เต็มที่ และดีที่สุด เราก็พบว่า เราสามารถทำได้ โดยอาศัยวิธีธรรมชาติ ธรรมดาที่สุด

ปกติคนเราย่อมมีกิจกรรม มีการเคลื่อนไหวอิริยาบถ หรือมีอะไรทำอยู่เป็นประจำ แทนที่เราจะปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ใส่ใจ ไม่เอาสติไปจดจ้องไว้ เราก็เอาสติมาตามรู้อยู่

เพื่อให้จิตของเรามีทุ่นเกาะ มีหลักสำหรับให้มันแน่วนิ่งอยู่ ไม่ไหลตาม หรือเกาะเกี่ยวไปกับอารมณ์ ไปในอดีต ไปในอนาคต โดยละเลยปัจจุบัน ทุกขณะ ๆ ที่เรากำลังเป็นอยู่นี้

เริ่มต้นง่าย ๆ ที่สุด ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาก แทนที่จะปล่อยใจของเราให้ไปนึกถึงสิ่งที่ผ่านไปเมื่อวาน ที่เรายังปลงไม่ตก ที่มันยังเป็นความกังวลอยู่ เราเอาสติมาตามร้อยู่กับอิริยาบถในปัจจุบับเดี๋ยวนั้น เราลุกขึ้น ก็ให้รู้อยู่ เราไปห้องน้ำทำกิจวัตรประจำวัน ก็ให้รู้อยู่

ถ้าเราจำเป็นต้องคิด ก็เอาสติตามรู้อยู่ในกระแสของความคิดนั้น ๆ ว่า เรากำลังคิดด้วยความมีเหตุและผล เพื่อแก้ไข หรือหาวิธีที่จะคลี่คลายปัญหาของเราให้ดีขึ้น หรือว่า คิดไปด้วยความกลัดกลุ้ม ด้วยความสับสน ด้วยความไม่รู้เหนือไม่รู้ใต้กันแน่

เอาสติตามรู้อยู่เช่นนั้น ตามรู้อยู่ดังนั้น อยู่กับปัจจุบันทุก ๆ ขณะอย่างนั้น และรู้อยู่ในอิริยาบถที่เราเคลื่อนไหว ซึ่งบางคนอาจเรียกว่า สัมปชัญญะ ก็ได้ เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้ว หากต้องไปทำงานอะไร เราก็ไปจดจ่อรู้อยู่กับสิ่งที่เราไปทำนั้น

เราอ่านหนังสือ ก็ให้รู้อยู่กับข้อความที่กำลังอ่านนั้น เราฟังใคพูด้วยก็ให้รู้อยู่ในเรื่องที่เขาพูดกับเราเท่านั้น ไม่ปล่อยให้ใจไหลไปคิดถึงอดีต คิดถึงอนาคต ฟังดูก็ง่าย แต่ถ้าลองปฏิบัติ กำหนดเอาสติจ่อใจของเราดู

บางคนจะตกใจว่า ทำไมใจของเราจึงฟุ้ง คิดยุ่งเหยิงอย่างนั้น ทำไมจึงว่ายากอย่างนั้น เพราะใจเป็นธรรมชาติที่ไม่อยู่นิ่ง เป็นธรรมชาติที่ชอบไหลเกาะเกี่ยวกับอารมณ์ โดยที่เราไม่รู้ตัว

เราจะตกใจมากที่พบว่า เราสามาถคิดเรื่องห้าเรื่องได้พร้อม ๆ กันในเวลาเดียว โดยที่เราไม่รู้ดอกว่า เราต้องการคิดถึงเรื่องอะไรก่อน เรื่องอะไรหลัง แต่มันจะโผล่ขึ้นมาพร้อม ๆ กัน จนเราแยกแยะไม่ออก จนเราสับสน จนเราเหนื่อย

แล้วเราก็บ่นว่ากลุ้มจริง เบื่อจริง ชีวิตทำไมจึงมีแต่ปัญหามากมายอย่างนี้ ก็เพราะว่าเราไม่ได้ฝึกไม่ได้อบรม ไม่ได้ทำใจของเราให้มีหลัก มีทุ่นสำหรับยึดเหนี่ยวเราจึงทำให้สิ่งที่ไม่น่าเป็นปัญหา เกิดเป็นปัญหา ก่อกวนให้เราสับสนยิ่งขึ้น

เพราะฉะนั้น หากเราคิดว่า เราไม่มีเวลาไปฝึกทำสมาธิ เรายังไม่พร้อม เรายังมีข้อขัดข้องอย่างโน้นอย่างนี้ กรุณาลองคิดใหม่ ดังนี้ แท้จริงนั้น เรามีสมาธิกันอยู่โดยธรรมชาติแล้ว เพราะหากเราไม่มีสมาธิเลย เราจะมีสุขภาพจิตเป็นปกติ ไม่เป็นโรคจิต หรือโรคประสาทไปไม่ได้

ใจของเราก็เหมือนกาย มันต้องได้พักผ่อน ได้อาหารพอสมควร เพื่อที่จะดำรงพลัง และความมีสติ มีปัญญา พอเพียงสำหรับติดต่อ หรืออยู่ในโลกกับผู้คนได้ เพราะฉะนั้น ทุกวันนี้ เราทุกคนต่างก็มีสมาธิกันโดยพื้นฐานเพียงแต่ว่าเรารู้ตัวหรือไม่รู้ตัวเท่านั้น

--------------------------------------------------------------------------------

:) :) กราบขอบพระคุณมา พ.ญ. อมรา มลิลา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ :) :D



http://www.dhammajak.net/smati/-2-2.html ใครอยากศึกษาต่อ เข้าไปตามลิงค์ที่แนบมาให้นี้นะครับ ยังมีอีกหลายตอน ผมคัดมาเฉพาะตอนที่ ๑ ครับ(น้ำจิ้ม) :) :)
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ


รูปภาพ
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพอร่อยสุด ๆ กับ กาแฟสุนัข[(หมา)น้ำข้าวครับ]

รูปภาพ

เย็นวันนั้นที่ใต้ถุนศาลาพระใหญ่ที่พวกเราเลือกพักนอน ครั้งแรกหลวงพี่แนะนำให้พักในกุฏิ แต่พวกเราไม่ชอบอยากจะนอนรับลมเย็น หลวงพี่ก็เลยตามใจขอให้เลือกเอาก็แล้วกันตรงไหนก็ได้ เราสำรวจกันได้ตรงใต้ฐานพระนี่แหละเหมาะที่สุด เราทำสะอาดสถานที่กางเต้นท์และประกอบอาหารมื้อเย็นกัน วันนั้นเราหุงข้าวแบบรินน้ำเพื่อซดน้ำข้าว (กาแฟหมา๕๕.) ลุงป๊อกคนโบราณถึงกับยกหม้อซด ครับคนรุ่นเก่า ๆ น้ำข้าวถือเป็นเครื่องดื่มที่แสนจะโอชา อย่าลืมเหยาะเกลือลงไปนิดให้เค็มประแล่ม ๆ นะ เดี๋ยวนี้เด็ก ๆ รุ่นหลัง ๆ ไม่รู้จักกันแล้วกาแฟหมา เพราะเขาใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้ากัน เชื่อไหมว่า เด็ก ๆ สมัยนี้หุงข้าวไม่เป็นกันแล้ว อีกหน่อยไฟฟ้าดับรับรอง ยุ่งแน่ๆ อดตายไงครับ ๕๕๕.

เราสวดมนต์ก่อนนอนนั่งสมาธิ ผมนั้นได้ทดสอบวิชาของตัวทีมี(ได้ผลอยู่) ตื่นเช้าสนุกกับการถ่ายภาพยามเช้าครับ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพญาติโยมที่ผ่านไปผ่านมา โดยเฉพาะบรรดาพวกพ่อค้าแม่ขายทั้งหลาย ทราบดีว่ามีพระมาประจำอยู่คอยดูแลสถานที่แห่งนี้ ก็พากันมาใส่บาตรทุก ๆ เช้าเวลาที่ผ่านเรียกว่าอาหารการกินท่านพออยู่ได้ เหลือพอที่จะเผื่อแผ่ไปยังเด็ก ๆ ชาวเขาที่อาศัยในละแวกนั้น ซึ่งท่านได้ใช้แรงงานในการช่วยเหลืองานต่าง ๆ จะเห็นได้ว่า พระถ้าศีลดี ไม่ต้องกลัวอดชาวบ้านอย่างไรก็ไม่ทอดทิ้ง พระพุทธองค์ทรงย้ำเหลือเกินเรื่อง ศีลที่ควรมีในทุก ๆ ระดับของความเป็น มนุษย์


https://www.youtube.com/watch?v=ogvQCQ8XEyA ....ขอบคุณผู้จัดทำครับ :) :)




https://www.youtube.com/watch?v=EFvGiqX ... ล้วฟังจนจบ พร้อมกับจับไปปฏิบัติเพื่อพิสูจน์ ยากครับที่คนจะฟังหรือฟังแต่คงทนฟังจนจบไม่ได้ :lol: :lol: [/b]
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพตื่นกันแต่เช้าคุณนายรีบดำเนินการประกอบอาหารเตรียมถวายพระ ลุงดมหุงข้าว ผมต้มกาแฟ ก่อนที่พระอาทิตย์จะทอแสง เราต่างงดกิจกรรมไว้ชั่วคราว เพื่อจะเก็บภาพรุ่งอรุณที่ดอยหัวโท คนละมุมมองของใครของมัน ส่วนของผมเท่าที่นำเสนอต้องยอมรับ ศิลป์ของการถ่ายภาพไม่ค่อยจะมี และอยากจะให้ทุกท่านสังเกตุภาพมุมล่างขวาสุดครับ เป็นภาพที่ พระท่านนำบาตรไปวางไว้ที่ศาลาเล็ก ๆ ข้างทางเพื่อให้ญาติโยมที่ขับรถผ่านไปมา ได้ใส่บาตรกัน เช้าวันนั้นมีรถมาจอดใส่บาตรหลายคัน เรียกว่าอาหารการกินหลวงพี่สบายครับ ยังมีเหลือเจือจานชาวเขาด้วย :o :o

รูปภาพญาติโยมท่านใดที่ต้องการฟังท่านให้พร ให้กดแตรเรียก ท่านก็จะเดินลงไปให้พร :lol: :lol:

รูปภาพ เราทำอาหารเสร็จก็ได้นำขึ้นไปถวายท่าน ท่านเปรยขึ้นว่า "วันนี้โชคดีได้กินอาหารใหม่ ๆ ร้อน ๆ เป็นปี ๆ ที่กินแต่อาหารเย็นชืด" ฟังแล้วจับใจครับ เป็นพระใครว่า "สบาย" คิดใหม่ได้นะ ท่านลำบาก แต่ท่านก็มีความสุข ด้วยจิตที่สงบ ไม่ข้องแวะกับกาม :) :)


รูปภาพหลังจากที่ถวายข้าวพระเรียบร้อยพวกเราก็กลับมารับประทานอาหารเช้ากัน และเก็บสัมภาระพร้อมกราบลาท่านอาจารย์ โอกาสหน้าเราจะกลับมาเยี่ยมท่านอีก ท่านยังเมตตาบอกว่า "เราควรนอนที่นี่อย่างน้อยสัก ๓ คืนเพื่อปฏิบัติธรรม" เราก็นำเรียนท่านว่าโอกาสหน้าแน่นอนครับ :) :)

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพเราปั่นไหลมาจนบรรจบเป็นวงกลมที่ปากทางเข้าเมืองงายครับ :) :)

รูปภาพแวะซื้ออาหารก่อนเข้าเขตตลาดเชียงดาวมีร้านเจ อยู่ร้านหนึ่งอร่อยใช้ได้

รูปภาพ

รูปภาพท่านภิกษุณีที่จำพรรษาอยู่กับหลวงปู่ที ที่ถ้ำวัวเมืองนะ จำพวกเราได้เพราะเราเคยไปกราบนมัสการและสนทนากับท่านที่วัด ๒ ครั้ง แต่ยังไม่มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมด้วย ท่านแจ้งข่าวให้ทราบว่าหลวงปู่ที ช่วงนี้ท่านกลับมาจากพม่า และได้มาเทศนาอบรมอยู่แถวบ้านเรา ตอนนี้ท่านอายุเก้าสิบกว่าแล้ว ปีนี้คาดคงจำพรรษาที่วัดถ้ำวัว ถ้ามีเวลาให้หาโอกาสไปปฏิบัติธรรม ออกพรรษาแล้วไม่แน่ท่านอาจจะไปเผยแพร่ธรรมะในพม่าเหมือนเดิม น่าสนใจครับ

รูปภาพผมเคยฟังท่านเทศนาแต่ไม่เคยได้สนทนากับท่าน เมื่อครั้งไปที่วัด ๒ ครั้ง แต่ท่านไปพม่าทั้ง ๒ ครั้งเรียกว่าบุญเรายังคงไม่ถึงท่าน ปีนี้ไม่แน่วางแผนไว้ก่อนครับ ใครสนใจอยากไป โทร ฯ มาคุยกันก็ได้จะให้พาไปก็เต็มใจครับ :) :)



https://www.youtube.com/watch?v=FLZPKnnbsOo......[b]
เที่ยวเชียงดาว .MrHotsia : ขอบคุณเวปป์ฮอตต้าเซีย ณ โอกาสนี้ครับ :) :)
[/b]
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :) ออกจากสำนักสงฆ์ดอยหัวโทพระใหญ่ (พระศรีสองเมือง เชียงดาว-ฝาง)เราไหลลงจากยอดดอยหัวโทเข้าสู่ อ.เชียงดาวก่อนเข้าตัวอำเภอมีร้านอาหารเจ อยู่ที่ บ.วังจ๊อม ไม่ลืมที่จะแวะหาซื้อสำหรับมื้อกลางวัน บังเอิญไปเจอท่านภิกษุณีและแม่ชีแห่งสำนักวัดถ้ำวัว มาแวะหาซื้ออาหารก็ได้สนทนากันรับทราบข่าวคราวของหลวงปู่ที ปีนี้อย่างไรเสียต้องหาโอกาสไปนมัสการท่านเนื่องจากท่านอายุตั้ง ๙๐ กว่าแล้ว

เราซื้ออาหารเสร็จก็ออกเดินทางผ่านร้านขาหมูดังของ อ.เชียงดาว ทั้งลุงดมและลุงป๊อก ไม่พลาดครับต้องแวะซื้อหาติดไปเป็นมื้อกลางวัน ร้านขาหมูดังเชียงดาวตอนนี้มีหลายร้านครับ เลยไม่รู้ร้านไหนคือร้านเก่าร้านแก่ ซึ่งแต่ละร้านต่างก็โหมโฆษณาและปรับปรุงร้าน รส แข่งขันกัน ก็ดีลูกค้าได้กำไรมีร้านหนึ่งถ้าจะซื้อห่อเขาไม่ขาย ต้องนั่งกินจึงจะขายให้ เขาบอกวัน ๆ ไม่พอขายจะทำมากก็เกินกำลัง(โอ้อะไรจะขนาดนั้น) นอกจากขาหมูแล้วเราผ่านร้านเผาข้าวหลาม ร้านนี้เผาข้าวหลามขายมาเป็นสิบ ๆ ปี การันตีได้ในความอร่อย คุณนายแวะข้ามไปซื้อพร้อมลุงป๊อกเป็นของแกล้มกาแฟยามบ่าย

เราให้ลุงดมล่วงหน้าไปก่อนเพื่อหาทำเลที่เหมาะ ๆ มีร่มไม้ให้เราได้พักผ่อนทานอาหารมื้อเที่ยง ลุงดมแกล่วงหน้าไปซะไกลลิบเราประมาณกันน่าจะที่สำนักสงฆ์ข้างทางเมืองนะ แต่ไม่ใช่ครับ ลุงแกพาไปจนถึงเขตติดต่อ อ.แม่แตง ที่ ๆ ป่าไม้อยู่นั่นแหละครับ เรียกว่าลุงป๊อกหิวข้าวนิด ๆ แหละครับ กินข้าวพร้อมต้มกาแฟแกล้มข้าวหลาม ไม่ลืมที่จะผึ่งพุงกันจนได้เวลาพอควรก็ออกเดินทางมุ่งเข้า อ.เมืองเชียงใหม่ ไปสารภี(กลับบ้านครับ) :lol: :lol:

จากเขตติดต่อ อ.แม่แตง เข้าแม่แตง แม่ริม ถึงแม่สาเราหลบอาศัยเข้าเส้นในเพื่อเลี่ยงถนนที่ก่อสร้างช่วงกองพันสัตว์ต่าง เลาะไปตามลำน้ำปิงไปออกที่สะพานบ้านป่าตัน เลยโรงพยาบาลลานนา ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เข้าไปทะลุออกค่ายกาวีละ เลาะเข้าเส้นเลียบทางรถไฟ มุ่งปากกองสารภี ถึงบ้านปากกองสารภีมืด ครับ :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพด่านทหาร ตำรวจ ที่เมืองนะก่อนเข้าตัวอำเภอ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

จักรยานธุดงค์ ดอยอ่างขางก็มาถึงจุดอวสาน เป็นการเดินทางแสวงบุญที่ได้กำไรคุ้มค่า เราได้เจอกับหลวงพ่อบุญหนักแห่งสำนักดอยอ่างขาง(โอกาสเจอยากมาก) ได้ทำบุญถวายอาหารและปัจจัยในการบูรณะก่อสร้างร่วมกับท่าน ได้พบหลวงพี่หนึ่งแห่งสำนักสงฆ์คอยหัวโท เห็นความสันโดษและการเป็นจิตอาสาของท่าน (ศรัทธา ทึ่ง) ได้เห็นวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงของสังคม ได้สัมผัสบรรยากาศตลอดถึงธรรมชาติที่เปลี่ยนไปในทางเลวร้ายขึ้นทุกวัน ๆ ได้สัมผัสกับบุคคลมากหน้าหลายตา มีโอกาสได้ให้ความรู้เรื่องของจักรยานแนวทางการเดินทางด้วยจักรยาน กับเป็นกำลังใจและแบบอย่างให้กับคนที่เห็นเราปั่นจักรยานผ่านหน้าไป ให้ได้เป็นแบบอย่างว่ายังมีพาหนะที่แสนจะประเสริฐเลิศกว่าพาหนะใด ๆ เพราะไปได้ไกลได้ทั้งสุขภาพพลานามัย ตลอดจนท่องเที่ยวไปในที่ทุกสถาน (แต่ไม่รู้นะว่าคนที่เห็น ๆ และสัมผัสกับพวกเรานั้น นั้นเขาจะมีวาสนาบารมีมาทำแบบที่เราทำกันไหม? ๕๕๕.) :lol: :lol:

ขอได้รับความขอบคุณสำหรับท่านที่เข้ามาติดตามความเคลื่อนไหว ชมภาพตลอดจนอ่านข้อคิดข้อเขียนของผม ออกตัวเลยนะครับ ผมไม่ใช่นักเขียนนักประพันธ์ แต่ผมมีใจรักและขยันที่จะนำสิ่งที่พบเห็นเจอะเจอมานำเสนอโดยสอดแทรก ธรรมะง่าย ๆ ที่กลมกลืนกับเนื้อเรื่องและถาพที่พบเห็น เพื่อเป็นข้อคิดข้อเตือนใจหรือสูงอีกนิดแนะนำ(แต่มิบังอาจครับ)หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดผิดพลาดพลั้งไป เมตตาได้รับการอภัย อโหสิกรรมให้กับผมผู้ด้อยปัญญาแต่หาญกล้า และสุดท้ายขอขอบคุณข้อคิดข้อเขียน ตลอดจนภาพต่าง ๆ ที่ผมแอบก๊อปปี้นำมาเผยแพร่ ขอให้เจ้าของข้อคิดข้อเขียนและเจ้าของภาพทั้งภาพนิ่งและภาพวีดีโอ จงได้รับส่วนบุญส่วนกุศลในเจตนาของผมที่จะร่วมกันทำตามคำสั่งสอนของ พ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ ที่สั่งผมไว้ว่า "ให้ช่วยกันเผยแผ่คำสอนขององค์พระศาสดา และให้ไปนำศีลธรรมกลับมา ก่อนที่โลกาจะพินาศ" ผมคิด ๆ นึก ๆ เมื่อท่านสั่งกำชับมาว่าผมจะทำอย่างไร จนมาปั่นจักรยานจึงคิดเอาละวะ "จักรยานธุดงค์" นี่แหละคือสะพานจะนำนำศีลธรรมกลับมา ส่วนจะได้ไม่ได้คงไม่ต้องใส่ใจ เราพยายามแล้วก็พอ

สุดท้ายของสุดท้ายอยากจะบอกว่า "สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม และไม่มีใครใหญ่เกินกรรม" ครับ
:D :) :)


https://www.youtube.com/watch?v=2mO9v86 ... กเชียงใหม่ - อ.ฝางครับ ไม่เลี้ยวซ้ายเข้าที่ อ.เวียงแหง(เส้นที่เราปั่นขึ้นอ่างขางครับ) อยากให้ท่านได้เห็นเส้นทางเชียงใหม่-ฝาง น่าปั่นอีกเส้นทางหนึ่ง ท้าทายนะครับ :) :) [/b]
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:idea: :idea: ...https://www.youtube.com/watch?v=zp7ipHB ... ญที่ทำครับ :) :D



รูปภาพ

:) :D ทริปก่อนเข้าพรรษา เริ่มเดินทาง ๒๔ มิ.ย.-๒๔ ก.ค.๕๘ เป็นทริปค้างคาใจก่อนไปตะลอนคุนหมิง ทริปนี้จัดเตรียมปลอบใจลุงดมที่ไม่มีโอกาสไปคุนหมิงด้วยกัน เป้าหมายคือหลวงพระบาง จึงวางแผนซ้อมก่อนเดินทางไปคุนหมิง แต่เอาเข้าจริง ๆ พวกเราก็ไม่ได้ไปก็เลยเป็นทริปที่ต้องมาชำระสะสางให้จบไป

ครั้งนั้นเราประมาณการเดินทางไม่เกิน ๗-๑๐ วัน แต่ในการเดินทางครานี้เราประมาณการเอาสบายว่า อยากพักที่ไหนพักอยากนอนที่ไหนนอน จุดใดสัปปายะจะอยู่สองสามสี่คืนตามสบาย สรุปไม่กำหนดวันเอาความสุขสนุกสนานและการเจริญในธรรมเป็นพื้นฐาน หากไม่สบกับสิ่งที่หวังตั้งใจอาจจะกลับภายใน สามวันห้าวันเจ็ดวันก็ได้ไม่กำหนดเช่นกัน แต่เราก็ประมาณกันไว้ไม่เกิน ๓๐ วันครับ

ออกเดินทางพรุ่งนี้(๒๔มิย.) ล้อหมุนตี ๕ หรือ ๖ โมงเช้าซึ่งฟ้าเปิดแล้วไปรับลุงป๊อกที่ตลาดรวมโชคและไปรับคุณยูร ที่หน้าอำเภอแม่ริม รวมมีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด ๔ คน ลุงดมอดไปเนื่องจากต้องอยู่ในความดูแลของหมอครับ นี่ละครับ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ใครที่ยามร่างกายดี ๆ อยากทำอะไรทำเสียครับ เมื่อมีมารมาถึงแล้วท่านจะทำอะไรไม่ได้เลย


:( :( ความจริงผมยังมีทริปที่เดินทางไปปฏิบัติธรรมที่วัดดอยแม่ปั๋ง ๒ วัน ๒ คืน เป็นทริปวันวิสาขะบูชา ผมวางแผนว่านำมา Review ให้ทุกท่านได้ชมกัน หลังจากจบทริปอ่างขางนี้ แต่เนื่องจากมีสาระมากกับการเดินทางครั้งนั้นมีข้อคิดข้อธรรมที่ได้รับจากการเดินทาง และที่สำคัญมีปรากฏการณ์ที่ย้ำถึงความศรัทธาต่อ พุทธศาสนาตลอดจนครูบาอาจารย์ ถ้านำเสนอจะคงค้างคาไปอีกหลายวัน และเมื่อกลับมาจากหลวงพระบาง ต้องมาลำดับการเล่าต่อ ทริปหลวงพระบางก็จะเยิ่นเย้อค้างเติ่งต่อไป เอาเป็นว่าทริปวันวิสาขะบูชา ค่อยมานำเสนอยามที่มีเวลาว่าง ดีกว่า

ขอทุกท่านทุกคนจงมีสุขภาพแข็งแรง มีความสุขปราศจากทุกข์ตามอัตภาพกันทุกคน จนกว่าจะพบกันนะครับ ถ้าใครอยากจะแจมในช่วงที่ผมหายไป เรียนเชิญได้เลยครับ กระทู้นี้เปิดแบบ Open สำหรับทุกผู้ทุกคนที่ใฝ่ในธรรมครับ เราจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้แก่กันและกัน

:) :D โชคดีมีสุขครับ :) :)



:idea: :idea: https://www.youtube.com/watch?v=AFdzecg ... ด้ประโยชน์[/b]

:) :D https://www.youtube.com/watch?v=eJVMM8P6Yfg.....

...........https://www.youtube.com/watch?v=tp5hgjD_Y5g.....

...........https://www.youtube.com/watch?v=T_CFTPa06ys.....

เหนื่อยนักก็มาพักหลับตาเบา ๆ ผ่อนคลายไปกับเสียงที่ได้ยินให้มันแค่ผ่านไป ๆ นะครับ เลือกเอาครับ ๓ เสียง ๓ แบบ ลิงค์ข้างบนนั่นแหละครับ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
thaicom
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 935
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2009, 15:26
Tel: 083-6207115
team: ไร้สังกัด แต่บัตรอยู่อุตรดิตถ์
Bike: LA
ติดต่อ:

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย thaicom »

ถึงด่านนอแร นึกว่าจะผ่านไม่ได้ซะแล้ว (ถึงกับต้องคุยตัวต่อตัว)
ทริปนี้จบแล้ว
ทริปใหม่เดินทางปลอดภัยนะครับ ติดตามอยู่เรื่อยๆ (^^)
เก่งไม่กลัว กลัวขยัน ^_^
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

thaicom เขียน:ถึงด่านนอแร นึกว่าจะผ่านไม่ได้ซะแล้ว (ถึงกับต้องคุยตัวต่อตัว)
ทริปนี้จบแล้ว
ทริปใหม่เดินทางปลอดภัยนะครับ ติดตามอยู่เรื่อยๆ (^^)
:) :D ขอบพระคุณมากกับการติดตาม เป็นกำลังใจที่ดีมากครับ อย่างน้อย ๆ ก็ทราบว่า "ยังมีคนติดตามนะ" พวกเรากลับมากันแล้วครับกับทริปใหม่ ทริปก่อนพรรษาที่หลวงพระบาง เป็นทริปที่พาคุณนายไปพบกับการเดินทางแบบว่าหลากหลายรสชาดมาก ๆ มีทั้งสบาย ๆ โหด ๆ และลำบากสุด ๆ แต่คุณนายก็สุดยอดครับ สามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ มาได้รวมวันแล้วได้ ๒๓ วันครึ่ง (๒๔ มิ.ย - ๑๗ ก.ค.)ระยะทางที่ ๑๕๓๒ กม.เรามีจักรยานเป็นพาหนะแต่พระท่านเดิน ใครแน่กว่าใคร? คุณนายถึงบางอ้อ "พระธุดงค์นี่ไม่ธรรมดา" "จักรยานธุดงค์ แค่เศษเสี้ยวของท่าน"

ผมจะพยายามเก็บรายละเอียดมาเล่าให้ได้ติดตาม มีอะไรจะแนะนำหรือจะเข้ามาร่วมแจมเป็นวิทยาทานก็ขอเรียนเชิญครับ :) :D


รูปภาพ

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D การเดินทางครั้งนี้จะแตกต่างจากที่เคยเดินทาง โดยเฉพาะคุณนายซึ่งผ่านทริปต่างประเทศมาแล้วถึง ๓ ครั้ง ครั้งแรกเป็นทริปแบบกึ่งไฮโซ ไปดานัง ฮอยอันฉันรักเธอ ทริปที่ ๒ เป็นทริปทัวรริ่งจริง ๆ ไปพนมเปญ ลาวใต้ ทริปที่ ๓ เป็นแบบทัวรริ่งเช่นกันไปคุนหมิง ทริปนี้น้ำหนักเน้นที่การไปแสวงบุญในแบบของ จักรยานธุดงค์

วัตถุประสงค์แรกเพื่อเบิกฤกษ์การเดินทางของเราก็คือ การนำพระธาตุไปถวายหลวงพี่หนึ่ง องค์นี้น่าศรัทธาเลื่อมใสมาก ท่านอยู่องค์เดียวมาโดยตลอดนอกจากในพรรษาอาจมีพระจรมาร่วมจำพรรษาด้วยองค์หรือสององค์ คำพูดที่จับใจมากคือ "อาตมาเห็นเขามาสร้างพระแล้วปล่อยให้ร้างเศร้าหมอง ท่านเสมือนพ่อเหนือหัวของเรา จะปล่อยทิ้งร้างแบบนี้น่าเอายแม้จะลำบากเราต้องอดทนเพื่อพุทธศาสนาของเรา" หลวงพี่หนึ่งท่านคอยดูแลรักษาสถานที่ ๆ เป็นสำนักสงฆ์ ณ ยอดดอยหัวโท ซึ่งเป็นเขตรอยต่อของ อ.เชียงดาว กับ อ.ไชยปราการ พระองค์ใหญ่ที่สร้างขึ้นอาจจะเรียกได้ว่า พระศรีสองเมือง ก็ได้ ผมจำได้ว่าพระใหญ่องค์นี้สร้างมาได้ไม่ต่ำกว่า ๓๐ ปีเห็นจะได้ เป็นที่สักการะของคนเดินทางและเป็นเครื่องเตือนใจ ไม่ประมาทของการใช้ยานพาหนะได้ดีที่สุดของเส้นทางหมายเลข 107 สาย เชียงใหม่ - ฝาง ครับ ถ้าหลวงพี่หนึ่งไม่เสียสละองค์เองสถานที่นี้คงไม่น่าดูชมและน่าจะเศร้าหมองดังคำที่ท่านกล่าวมา :o :o

สำหรับการพักแรมคืนแรกเป้าหมายของเราอยู่ที่ หมวดการทางปางมะขามป้อม ซึ่งเราติดหนี้คำสัญญาว่าจะมาพักที่นี่เมื่อครั้งเดินทางไปดอยอ่างขางผ่านมาแวะเข้าไปแล้วเลยไปพักค้างกับหลวงพี่หนึ่ง จึงสัญญาว่ามาครั้งใหม่เราจะมากางเต้นท์นอนที่นี่ จึงได้ทำตามสัญญา หลังจากที่ไปถวายพระธาตุให้กับหลวงพี่หนึ่งเรียบร้อย


รูปภาพ

รูปภาพพระธาตุนี้ผมได้มาตั้งแต่เริ่มหันหน้าเข้าสู่ทางธรรมเมื่อปี ๒๕๒๕ และเมื่อประกาศตนเป็นชาวพุทธที่แท้จริงเมื่อปี ๒๕๓๒ เป็นต้นมา (เลิกอบายมุขทั้งหมดทั้งสิ้น ฝึกบำเพ็ญภาวนาไม่ขาด)ปรากฏว่าพระธาตุท่านได้เจริญงอกงามไม่เคยพร่องไปจากผอบ แม้จะแจกเพื่อนฝูงหรือญาติธรรมทุก ๆ ปี ก็ยังมีเหมือนเดิม และนี่คือกำลังใจให้ยิ่งเร่งสร้างสมความดียิ่ง ๆ ขึ้นครับ

รูปภาพออกจากบ้านเช้าวันที่ ๒๔ มิ.ย.ไปรับลุงป๊อกที่รออยู่ที่ตลาดรวมโชค แล้วปั่นไปสมทบกับคุณประยูรที่ไปรออยู่ที่ อ.แม่ริม

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:idea: :idea: ความหมายของคำว่าพระบรมสารีริกธาตุ

พระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุสาวกสมัยพุทธกาล พระธาตุสาวกหลังกึ่งพุทธกาล

"พระบรมสารีริกธาตุ" คือ พระธาตุส่วนย่อยที่บังเกิดแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยเฉพาะ มิได้เป็นคำที่ใช้เรียก พระธาตุของพระอรหันตสาวก หรือพระธาตุเจดีย์ต่างๆ (บางทีอาจใช้คำว่า "พระบรมธาตุ" หรือ "พระสารีริกธาตุ" แทนได้)

"พระธาตุ" คือ กระดูก หรือ ส่วนของร่างกายต่างๆ เช่น ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง โลหิต ฯลฯ ที่มีคุณลักษณะเป็นที่แตกต่างจากสามัญชนทั่วไป โดยมีลักษณะคล้าย ' ธาตุ ' ซึ่งหากมองโดย ไม่สังเกตให้ดีแล้ว ก็คล้าย กรวด หิน แก้ว เพชร ฯลฯ

คำว่า พระบรมธาตุ และ พระธาตุ ยังอาจใช้หมายถึงพระสถูปเจดีย์ต่างๆได้อีกด้วย เช่น พระบรมธาตุไชยา พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุพนม ฯลฯ

ประเภทของพระบรมสารีริกธาตุ
..........เนื่องจากพระบรมสารีริกธาตุที่พบเกือบทั้งหมดในปัจจุบัน มีความแตกต่างจากอัฐิของบุคคลธรรมดาทั่วไปอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามยังพบลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุที่มีลักษณะเหมือนกระดูกคนเช่นกัน เท่าที่พบเห็นได้ตามพระธาตุเจดีย์ทั่วไป หรือตามพิพิธภัณฑสถานต่างๆ ทั่วโลก สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่

พระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะ 'พระธาตุ'

รูปภาพ.......... พระบรมสารีริกธาตุลักษณะนี้ พบมากในประเทศศรีลังกา ไทย จีน พม่า ฯลฯ มีลักษณะตรงหรือใกล้เคียงตามลักษณะที่ปรากฏใน อรรถกถาสุมังคลวิลาสินี ในประเทศไทยมีประดิษฐานอยู่ที่พระธาตุเจดีย์ ตามวัดต่างๆทั่วไป

พระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะ 'กระดูกคน'

รูปภาพ.......... พระบรมสารีริกธาตุลักษณะนี้ พบเฉพาะเขตโบราณสถานในประเทศอินเดีย สำหรับในประเทศไทย รัฐบาลอังกฤษได้มอบให้แก่ประเทศไทย 2 ครั้ง ครั้งแรกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้ประดิษฐานอยู่ ณ เจดีย์ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และครั้งที่ 2 รัฐบาลได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ เจดีย์วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน
* ในภาพเป็นพระบรมสารีริกธาตุ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดีย

คุณลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุ

รูปภาพ..........คุณลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุ ที่พบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน และได้รับการยอมรับจากพุทธศาสนิกชนและพระภิกษุสงฆ์โดยทั่วไป พบว่ามีลักษณะที่มองจากภายนอกคร่าวๆได้ดังนี้

- มีด้วยกันหลายสี ตั้งแต่ใสดั่งแก้วจนกระทั่งขุ่น สีขาวดุจสีสังข์ สีทอง สีดำ สีชมพู สีแดง ฯลฯ
- มีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ ลักษณะเมล็ดข้าวสาร พันธุ์ผักกาด เมล็ดถั่วแตก แก้วใส ฯลฯ
- หากมีขนาดเล็กมักสามารถลอยน้ำได้ เมื่อลอยด้วยกันจะสามารถดึงดูดเข้าหากันได้ และลอยติดกันเป็นแพ
- สามารถเสด็จมาเพิ่มจำนวนขึ้นหรือลดลงได้เอง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของพระธาตุ
- เปลี่ยนขนาดและสีสันเองได้
- ส่วนมากมักมีน้ำหนักค่อนข้างเบา เมื่อเทียบกับขนาด :) :D
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
thaicom
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 935
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2009, 15:26
Tel: 083-6207115
team: ไร้สังกัด แต่บัตรอยู่อุตรดิตถ์
Bike: LA
ติดต่อ:

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย thaicom »

ขอบคุณครับ ที่นำความรู้เรื่องพระธาตุ มาแบ่งปัน จุดหมายต่อไป จะเดินทางไปที่ใดครับ :D
เก่งไม่กลัว กลัวขยัน ^_^
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

thaicom เขียน:ขอบคุณครับ ที่นำความรู้เรื่องพระธาตุ มาแบ่งปัน จุดหมายต่อไป จะเดินทางไปที่ใดครับ :D
:) :D จุดหมายต่อไปคงยังไม่กำหนดครับ รอให้ผ่านพรรษาเสียก่อน ในพรรษาเราจะไม่ออกเดินทางไกลเนื่องจาก ในพรรษาเรารักษาอุโบสถศีลครับ จะมีปัญหากับผู้ร่วมทีมเกี่ยวกับอาหารมื้อเย็น ดังนั้นผมจึงตั้งปณิธานไว้ในพรรษาจะไม่ออกไปไหนไกล ๆ แต่ถ้าเป็น คืน ๒ คืน พอได้ครับ (สรุปในพรรษา : คงปั่นอยู่แถว ๆ เชียงใหม่ เชียงรายแค่นี้ครับ)

สำหรับกำหนดการ หลังจากออกพรรษาแล้ว "จักรยานธุดงค์" ในใจเรามีแล้วครับ เอาคร่าว ๆ นะ(อย่าถือเป็นแน่นอนครับ) ๑.ทริปธุดงค์ในประเทศ คงเป็นภาคใต้ เริ่มที่ ประจวบหรือ ชุมพร เลาะไปทางทะเลอันดามัน ออกหาดใหญ่ เลาะ อ่าวไทยจบที่ประจวบ ๒.ทริปธุดงค์ต่างประเทศ คงเริ่มต้นเข้าที่คลองเล็กตราด ไปกัมพูชา ทะลุ โฮจิมินส์ซิตี้ ฮอยอัน ดานัง ฮานอย ซาปา เดียนเบียนฟู เข้าลาวที่ อุดมชัย หลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทร์ครับ :) :D


:lol: :lol: เรามาเดินทางกันต่อนะครับ....หลังจากที่ผมได้ถวายผอบบรรจุพระธาตุให้กับหลวงพี่หนึ่งแล้ว หลวงพี่สั่งให้พวกเราปลดสัมภาระเพื่อจะพาพวกเราขึ้นไปชมเจดีย์ที่กำลังก่อสร้าง ท่านเชื่อไหมครับความพยายามของพระองค์นี้ ท่านนำอาหารก้นบาตรแจกจ่ายบรรดาเด็กหนุ่มชาวเขา และมีเงินบางส่วนที่ญาติโยมทำบุญ ใส่บาตรให้ทุก ๆ เช้า ท่านก็สะสมไว้พอได้ ๓๐๐ - ๕๐๐ ท่านก็จะให้เด็กหนุ่ม บรรทุกทรายด้วยมอไซค์ ไปเทไว้ที่ ๆ บริเวณจะก่อสร้าง ทำแบบนี้เป็นเดือน ส่วนน้ำท่านก็รอเทวดาที่จะเทน้ำฝนมาให้ ท่านไปทำบ่อน้ำเก็บน้ำฝนสำหรับงานนี้ด้วย นี่คือความ วิริยะและมุ่งมั่น ท่านเล่าต้องใช้เวลานานนะ

เย็นวันนั้นพวกเรากัดฟันปฏิเสธและเล่าความจริงว่า เราสัญญาว่าจะกางเต้นท์ที่ ปางมะขามป้อม ท่านก็ไม่ขัดข้องท่านเพียงแต่บอกเสียดายอยากให้ไปได้ ยลเจดีย์ที่กำลังก่อสร้าง เรารับปากท่านหลังจากกลับทริปนี้จะหาโอกาสไปพักค้างปฏิบัตฺธรรมกับท่านเอาแบบให้อิ่มไปเลย คือไม่น้อยกว่า ๓-๕ วัน (นี่ก็คือพันธสัญญาที่เราต้องทำอีกแล้ว๕๕.)

จากสำนักพระเจ้าตนหลวงเป็นทางไหลลงเขาตลอด ใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาทีก็ถึงหมวดการทางปางมะขามป้อม เราถึงหมวดการทางเย็นแล้วคงไม่เจอใครแต่เราไม่ได้ถือวิสาสะ เดินหายามจนพบ(เมียยาม ๕๕.) ได้รับการตอบรับเหมือนคนรู้จักกันมาแรมปี เธอจัดการหาที่หลับนอนให้พวกเรา โดยตามใจพวกเราอยากกางเต้นท์ตรงไหนที่ไหน ตามสะดวก ขอฝากขอบคุณหัวหน้าหมวดการทางที่มีลูกน้องใจดี มีน้ำใจทุก ๆ คนมา ณ ที่นี่ด้วย :) :D



รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

หลังจากได้ทำเลในการกางเต้นท์ เราก็ผัดเปลี่ยนกันไปชำระร่างกาย และช่วยกันประกอบอาหารมื้อเย็น กินอาหารกันแบบว่าท่ามกลางบรรยากาศที่มี เสียงดนตรีธรรมชาติ(กบ เขียด อึ่งอ่าง ร้องระงม) อากาศเย็นสบาย ช่วงค่ำยุงอาจจะเยอะไปต้องใช้ตัวช่วย แต่พอดึกยุงหายหมด ช่วงสวดมนต์ภาวนาก่อนนอน ก็เลยนั่งทำสมาธิกันได้สบาย ไร้แมลงรบกวน (บุญจริง ๆ ) คืนนั้นมีตุ๊กแก (ต๊กโต) มาร้องมันร้องแปลกมาก นับได้ ๕ ครั้งตลอด ตามไปนะครับ ต๊กโต(ตุ๊กแก) มีเกิดเหตุจนได้เรียกว่าเหลือเชื่อ หรือไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ๕๕.

เช้าขึ้นมาพวกเราตื่นขึ้นมาด้วยความกระปี้กระเป่า ความปวดเมื่อยหายไปเป็นปลิดทิ้ง ลุงป๊อกบ่นนิด ๆ ว่า "วันแรกก็เอากันเป็นร้อยกว่าโล ทุกทีเลย(โว้ย)แต่แปลกจริงไม่ปวดเมื่อยเลยนะ ทริปนี้คงตลอดรอดฝั่งแน่นอนพวกเรา" ผมก็คงได้แต่ยิ้มครับเรียกว่า No comment !! :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

https://www.youtube.com/watch?v=VlkTSlLN6-4 .... ฟังคราใดปล่อยใจตามทำนองย้อนอดีต น้ำตาไหลทุกคราคิดถึงเพื่อนรุ่นเดียวกัน ที่ต้องเสียชีวิตในสนามรบ เราเป็นหนึ่งที่ไม่ทราบว่า "โชคดีหรือโชคร้าย" ที่อยู่รอดมาจนทุกวันนี้ :lol: :lol:

รูปภาพ รูปภาพ :) :D ผมพาพรรคพวกแวะมากางเต้นท์นอนที่หมวดการทางปางมะขามป้อม เพราะอยากจะเล่าความหลังให้ฟังว่าสมัยเด็ก ๆ คุณพ่อผมเป็น ตชด.เคยมาประจำที่บ้านร้องธาร เป็นหมวดตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๕๐ ผมจึงมีโอกาสติดตามมาอยู่ด้วย ผมเคยเรียนที่โรงเรียน บ้านห้วยไผ่ชั้น ป.๑-๒ รร.บ้านอ่าย ชั้น ป.๓-๔ ก่อนที่จะเข้าไปเรียนในตัวเมืองเชียงใหม่ อดีตแม้พระพุทธองค์จะทรงสอนว่าไม่ให้คิด แต่เราซึ่งก็คือปุถุชนก็อดจะคิดไม่ได้ และผมไม่อายครับที่จะบอกว่าครอบครัวเราเป็นครอบครัวธรรมดา ๆ (ค่อนไปทาง จนนะ.) ที่พอมีพอกินตามฐานะของข้าราชการผู้น้อยครับ สมัยเด็กพ่อเคยพามาที่ปางมะขามป้อมมาหาปลาตามลำน้ำฝาง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ไหลขึ้นเหนือครับ พ่อจับผมโยนลงสระที่ปางมะขามป้อม (สระนี้ยังมีอยู่ทุกวันนี้ครับ)ผมว่ายน้ำเป็นก็ที่สระน้ำปางมะขามป้อมนี่แหละครับ จากปางมะขามป้อม ก็ผ่านบ้านร้องธาร ที่ ๆ ผมได้อาศัยอยู่กับพ่อ รร.บ้านร้องธารผมไม่ได้เข้าเรียน แต่ต้องเดินไปเรียนที่ รร.บ้านอ่าย ห่างจากบ้านร้องธาร ๔ กม.ผมกับพี่สาวและเพื่อนเดินไปโรงเรียน ไปกลับทุกวัน ๆ คิดถึงแล้วจึงเชื่อว่าตัวเองมีความอดทนมาตั้งแต่เด็ก ๆ

ผ่านไปเส้นทางนี้เมื่อใด ผมไม่ลืมที่จะแวะเยี่ยมเพื่อนเล่นกับผมสมัยเด็ก ๆ ที่บ้านแม่ขิเสมอ ๆ เพื่อนผมเป็นชาวสวนปลูกพืชผักสวนครัว มีชีวิตที่สุขสบายตามครรลองของชีวิตชาวบ้านนอก แต่เขามีความสุขจริง ๆ ครับไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร ยอมรับตามกรรมวิบาก เพื่อนคนนี้เรียกว่า "ศีลธรรมไม่ด้อยเลยครับ" จึงกล้าพูดว่าไม่จำเป็นต้องเรียนสูง ๆ นะครับ จิตใจถ้ามันมีกุศลในจิตอย่างไรเสียมันก็มีคุณธรรมประจำใจแน่นอน คนที่ไร้จิตสำนึกยิ่งเรียนสูงเท่าใด ความเลวมันยิ่งพัฒนาไปอย่างชนิดที่กู่ไม่กลับเลยล่ะครับ บ้านเมืองของเราที่มันวุ่นวายจนมองไม่ออกว่ามันเกิดอะไร ก็เพราะการทะเลาะของบรรดาพวกที่เรียนกันสูง ๆ นี่แหละครับ มันไม่ยอมกันเพราะมัน "ขาดศีลธรรม มันกำหนดกันที่ ตัณหา ราคะ ฯ " ใครจะเถียง?? :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ผมแอบแวะเก็บภาพที่ รร.บ้านห้วยไผ่ และนั่งคุยกับพ่อค้าขายข้าวหลาม เขาเข้าใจหาตัวช่วย ทำที่ปิ้งข้าวหลามที่ผมเห็นแล้วชอบใจจังเลยกับความคิด จึงได้ขอถ่ายภาพและบอกจะนำไปเผยแพร่ได้ไหม ? เขาบอกเอาไปเลยและเขาเชื่อว่าเขาคือเจ้าแรกที่คิดที่ปิ้งข้าวหลาม เขาไม่หวงครับบอกขอให้เป็นวิทยาทาน ใครที่นำไปทำเพื่อเป็นอาชีพเขาก็ภาวนาขอให้ร่ำรวย ๆ นี่แหละครับน้ำใจคนจน ต่างกับบรรดาคนที่มีความรู้ระดับสูง ๆ ไหมครับ คิดได้อะไรต้องจดลิขสิทธิ์ใครใช้ไม่ได้ฟ้องร้อง

ออกจากเจ้าข้าวหลามเราก็มุ่งเข้า อ.ฝาง ที่ฝางนี่เราต้องหาร้านเพื่อซ่อมคอจักรยานของคุณประยูร เนื่องจากชำรุดเกิดอาการคลอน หาร้านไม่ได้ทั้ง ๆ ที่มีนักปั่นเยอะคงมีแต่ร้านขายจักรยาน แต่เป็นความโชคดีมีร้านปังปอนไบค์ ที่เจ้าของร้านเป็นนักปั่นและมาเปิดร้านซ่อมแต่ต้องย้อนออกนอกเมืองไปอีก ๕ กม.ร้านคงยังไม่เป็นที่รู้จัก เด็กหนุ่มนิสัยดีมีฝีมือครับ เชื่อได้ ใครผ่านไปฝาง เรียกใช้บริการได้ ร้านแกเปิดช่วงบ่าย แต่เราใช้ โทร ฯ ตามตัวครับ อุตส่าห์มา หลังจากที่ซ่อม จย.เสร็จก็ปั่นย้อนเข้า อ.ฝางหาที่เติมพลังก่อนจะเดินทางเข้า อ.แม่อายที่ บ้านท่าตอนต่อไป


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:o :o ออกจากร้านอาหารเราปั่นกันชิลด์ ๆ เข้าแม่อาย โชคร้ายนิดนึงเจอฝนครับ ในความโชคร้ายนั้นผมมักจะย้ำเสมอ ๆ ว่า เราต้องมีโชคดีผสมปนเปกันไป เราเลือกแวะที่ร้าน ๆ หนึ่งปรากฏเจ้าของใจดีมาก ๆ หาน้ำหาท่ามาต้อนรับและน้ำกล้วยมาให้พวกเราทาน ขอบคุณท่านมากครับ ฝนซาเม็ดเราก็อำลาแม่ค้าใจดีเดินทางต่อไป เข้าแม่อายมุ่งไปบ้านท่าตอน เพื่อข้ามฟากไปฝั่งตรงข้ามมุ่งหน้าไป จ.เชียงรายต่อไป :) :D

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


:) :D ... https://www.youtube.com/watch?v=XZKYIdtjCVo... ค่ำคืนเอ๋ย ... จะนอนที่ไหนเอ่ย :lol: :lol:

:?: :?: :?: :lol: :lol: :lol: :roll: :roll: :?: :?:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
thaicom
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 935
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2009, 15:26
Tel: 083-6207115
team: ไร้สังกัด แต่บัตรอยู่อุตรดิตถ์
Bike: LA
ติดต่อ:

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย thaicom »

เห็นภาพการเดินทาง+เรื่องเล่าประสบการณ์ระหว่างทาง ทำให้ใจฮึกเหิมยิ่งนัก

มีกำลังใจในการทำงานขึ้นอีกเยอะเลยครับ ขอบคุณครับ :D
เก่งไม่กลัว กลัวขยัน ^_^
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

thaicom เขียน:เห็นภาพการเดินทาง+เรื่องเล่าประสบการณ์ระหว่างทาง ทำให้ใจฮึกเหิมยิ่งนัก

มีกำลังใจในการทำงานขึ้นอีกเยอะเลยครับ ขอบคุณครับ :D
:) :D สวัสดีครับ ผมหายหน้าไปตั้งแต่วันที่ ๒๖ ก.ค.มี ๒ งานครับ งานแรกปั่นไปนอนวัดสันติบถกับพระอาจารย์สุวิทย์ กลับวันที่ ๒๗ ก.ค.เช้าวันที่ ๒๙ ก.ค.เดินทางไปเข้าพรรษาที่วัดถ้ำผาปล่อง นอนวัดหลวงปู่สิมถ้ำผาปล่องพึ่งเดินทางกลับถึงบ้านเมื่อ ๓๑ ก.ค.และบังเอิญว่ามีญาติเดินทางมาเชียงใหม่ต้องคอยดูแล สมองไม่ว่างที่จะมาเล่าเรื่องต่อ เช้านี้เริ่มปลอดโปร่งแล้ว ได้เข้ามาดูกระทู้ ต้องขอบพระคุณ ท่าน "thaicom" เป็นอย่างสูงที่กรุณาสะท้อนความรู้สึก สำหรับรายละเอียดผมคงจะไปนำเสนอในกระทู้ "พาคุณนายไปทัวร์ริ่ง" อยากทราบก็ตามในกระทู้ดังกล่าวได้ครับ

มีญาติธรรมหลายท่านได้ Comment ว่า ระยะหลังมานี้ผมเอาแต่ฝอยเยอะไป เขาบอกเขาขี้เกียจอ่าน เขาอยากดูแต่รูปกับคำอธิบายนิดหน่อย ผมก็ต้องตรวจสอบตัวเองครับ แต่พอมาเจอของท่าน ไทยคอม(คม) ผมชักไม่แน่ใจเอาไงดี ? แต่ก็ดีใจครับที่คุณ "thaicom" ได้สะท้อนความรู้สึก ทำให้ตัดสินใจได้ว่า แม้จะเยอะไป แต่มันเกิดประโยชน์ ผมจึงตัดสินใจไปของผมเรื่อย ๆ (อยากจะคุยอะไร อยากเสนออะไร เป็นเรื่องของผม)เอาเป็นว่ารางเนื้อชอบรางยา ตามสะดวกครับ ไม่ว่ากันนะครับ กระทู้ธรรมอย่างไรก็ไม่ติดลมบนอยู่แล้ว แต่ผมดีใจอิ่มใจที่ได้บุญกับการเผยแผ่ธรรมและผู้ที่เข้ามาเยี่ยมเยือนก็ได้รับบุญจากการศึกษาธรรม แม้จะเพียงนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่แน่อาจเป็นแรงใจให้เกิดปาฏิหาริย์บรรลุธรรมก็เป็นได้ :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ออกจากสะพานท่าตอนผ่านด่าน ตชด.ที่เฝ้าระวังพื้นที่มานับเวลาได้ ๔๐ กว่าปีแล้วครับ แถบนี้ถ้าจะให้ผมอรรถาธิบายเรื่องมันยาวครับ ผมอยู่พื้นที่นี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๑๒ อยู่จนพูกภาษากระเหรี่ยงได้ ดีที่ไม่ได้ภรรยาเป็นคนกระเหรี่ยง ๕๕.ผ่านไร่ส้มธนาธร ปีนี้ไม่ได้เจอส้มคงหมดหน้าแล้วล่ะ แต่เจอมะม่วงครับก็ได้อุดหนุนชาวสวนครับ สอบถามปรากฏว่าเป็นพันธ์มาจากไต้หวัน อีกหน่อยพันธ์ไทยคงไม่เหลือนะครับ เช่นอกร่อง มะม่วงงา มะม่วงป่า มะม่วงตลับนาค ฯ

เน็ตมีปัญหาครับขอแค่นี้ก่อนครับ :o :( :(
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
thaicom
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 935
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2009, 15:26
Tel: 083-6207115
team: ไร้สังกัด แต่บัตรอยู่อุตรดิตถ์
Bike: LA
ติดต่อ:

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย thaicom »

...การเล่าเรื่องผมว่า "ลางเนื้อชอบลางยา" เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด เพราะการเล่าในแบบของตนเองจะได้ไม่พะวงว่า
แบบนี้จะถูกใจไหมน้อ กับใครหลายๆคน ทำให้ไม่เข้าถึงอารมณ์ในบางประเด็น เล่าแบบธรรมชาติสไตล์เราดีกว่าครับ

....ในส่วนของรายละเอียดทริปเพิ่มเติมในกระทู้ "พาคุณนายไปทัวร์ริ่ง" ว่างๆ จะแวะเข้าไปเยี่ยมเยียน นะครับ :D
เก่งไม่กลัว กลัวขยัน ^_^
ตอบกลับ

กลับไปยัง “คุยนอกเรื่องใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับจักรยาน”