VP Cyclocross ชีวิตมันส์ไม่เรียบ ความสะใจแบบมีสีสัน
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
VP Cyclocross ชีวิตมันส์ไม่เรียบ ความสะใจแบบมีสีสัน
Cyclocross ชีวิตมันส์ไม่เรียบ ความสะใจแบบมีสีสัน
"ไซโคลครอส" หลายๆคนคงรู็จักคำนี้เป็นอย่างดีแล้ว และหลายๆคนคงเคยได้ยินมาบ้าง (คนไทยเรียกกันติดปากว่า "ไซโคลนครอส" ) อธิบายกันง่ายๆมันคือเสือหมอบขาลุยที่สามารถตะลุยทางฝุ่น ดิน ทราย หิน ได้ไม่แพ้เสือภูเขา แถมทำความเร็วได้มากกว่า แต่ถ้ามองกันลึกลงไปจริงๆรถชนิดนี้มีความเป็นเอกลักษณ์ชัดเจนที่ไม่ใช่ทั้งเสือหมอบและเสือภูเขา เพราะถึงแม้นำไปเทียบกับเสือภูเขาแบบครอสคันทรี เจ้า CX (ไซโคลครอส) ก็มีทั้งความได้เปรียบเสียเปรียบกันอยู่หลายประการ
แต่ความน่าสับสนมากกว่าคือ .. ไซโคลครอสกับเสือหมอบต่างกันอย่างไร??
ลองมาไขความต่างให้กระจ่างระหว่างเสือหมอบขาลุยกับเสือหมอบขาซิ่งกันนะครับ
องศาของเฟรม
เฟรมไซโคลครอสจะมีองศาของเฟรมจะออกแบบมาให้ผู้ขี่อยู่ในท่าที่สบายกว่าเสือหมอบระดับแข่งขัน หรือพูดง่ายๆก็มี geometry คล้ายไปทางกลุ่ม endurance roadbike มากกว่า มักจะมี stack ที่มากกว่า จุดศูนย์ถ่วงของรถเมื่อรวมกับคนขี่จะอยู่ตรงกลางของรถมากกว่าเสือหมอบแข่งขัน ที่สำคัญที่เฟรมไซโคลครอสแตกต่างจากเสือหมอบทุกชนิด(กระทั่ง endurance roadbike) ก็คือระยะเคลียร์ใต้กระโหลกกับพื้นจะมากกว่า เนื่องจากเส้นทางที่ไปทุรกันดาร ขึ้นๆลงๆ ต้องหลบสิ่งกีดขวางที่ข้ามได้ หลักการง่ายๆเหมือนรถออฟโร้ด นั่นเอง ดังนั้นเมื่อรวมทั้งระยะกระโหลกที่สูงขึ้นและ stack ที่มากกว่า ทำให้ผู้ขี่อยู่ในระดับที่สูงกว่าเสือหมอบปกติ ทว่าในการปรับเซ็ทรถสำหรับไซโคลครอสนักแข่งอาชีพนิยมที่จะลดความสูงของเบาะลงมามากกว่าปกติเล็กน้อย เนื่องจากการปั่นใช้ศักยภาพร่างกายแตกต่างจากเสือหมอบปกติ อีกทั้งจำเป็นต้องสามารถขึ้นและลงวิ่ง(mount/ dismount) ได้อย่างสะดวก ทำให้สมดุลย์ของน้ำหนักไม่ได้อยู๋สูงขึ้นตามไปด้วย พิจารณาในรายละเอียดท่าขี่และจุดศูนย์ถ่วงของไซโคลครอสรวมคนขี่อยู่ต่ำกว่าเสือภูเขาครอสคันทรี่ ดังนั้นการเข้าโค้งและคุมรถที่ความเร็วสูงจึงทำได้ดีกว่าไปด้วย
การรองรับหน้ายางที่กว้างกว่า
เสือหมอบระดับแข่งขันปกติใส่ยางหน้ากว้าง 23 หรือ 25 เป็นหลัก อาจจะมีบางรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับทางไกลหรือการแข่งแบบเส้นทางโหดๆสามารถใส่ยางได้ถึง 28 แต่สำหรับไซโคลครอสจำเป็นต้องรองรับหน้ายางได้ถึง 32 และ 35 มม. และบางรุ่นที่ออกแบบมาให้ลุยได้มากจริงๆสามารถใส่ยางดอกลุยหน้ากว้างได้ถึง 42 หรือ 45 มม. เลยทีเดียว ในกรณีนี้อาจต้องอธิบายกลับไปที่ข้อแรกด้วยนิดหน่อยนะครับ เนื่องจากยางหน้ากว้างขึ้น สำหรับล้อหน้าไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่สำหรับล้อหลังยางที่กว้างขึ้นทำให้ระยะความยาวของ chainstay ในบางรุ่นเพิ่มมากขึ้นด้วย รวมทั้งลักษณะของ chainstay อาจมีทรงคล้ายเสือภูเขามากกว่าเสือหมอบที่แคบแล้วไปบานออกที่ปลายดร็อปเอาท์ ซึ่งมีผลกับการส่งกำลังของการปั่น ดังนั้นไซโคครอสเกรดแข่งขันอาชีพหลายๆตัวจึงมี chainstay ที่ "บึกบึน"มากกว่าเสือหมอบปกติเพื่อชดเชยจุดนี้ เพราะในการแข่งไซโคลครอสอาชีพเส้นทางจะชันและโหดมาก นักแข่งต้องระเบิดพลังสปรินท์เกือบจะตลอดเวลาทั้งการออกจากโค้ง การออกตัว การกระโดดขึ้นขี่แล้วอัดรถไต่เนินออกไป และสำหรับไซโคลครอสที่ใช้ระบบดิสค์เบรค พบว่าล้อหลังใช้ดุมเสป็คเดียวกับเสือภูเขา(135 มม.) แทนที่จะใช้ดุมเสือหมอบ(130 มม.) ซึ่งส่งผลให้เฟรมไซโคลครอสแท้ๆแตกต่างจากเฟรมเสือหมอบอย่างสิ้นเชิง
หน้ายางและชนิดของยาง
หน้ายางอาจแตกต่างกันไปตามเส้นทางที่ขี่ สำหรับเสือหมอบทั่วไปแน่นอนว่าจะใช้ยางไร้ดอกหรืออย่างมากก็ผิวหน้ายางออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะถนนที่ดี แต่สำหรับไซโคลครอสยางที่ใช้มีให้เลือกหลากหลายตามเส้นทางที่ขี่ ตั้งแต่ทางฝุ่น ลูกรัง ไปจนทางทราย หินลอย หรือโคลน ซึ่งในต่างประเทศการแข่งไซโคลครอสแข่งกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่อากศเปลี่ยนจากร้อนไปหนาว มีฝนตกประปรายและเส้นทางแข่งที่เป็นดินส่วนมากมักเป็นโคลนแฉะมากกว่าถนนแห้ง ดังนั้นยางไซโคลครอสแข่งขันจึงเป็นยางดอกลุยโคลนที่สามารถตะกุยไปด้านหน้าได้ดี คุมรถในทางโค้งหักศอกได้ง่าย คงไม่ต้องอธิบายกันมากว่าเอายาง slick เสือหมอบลงไปวิ่งจะเป็นย่างไร แต่แน่นอนว่ายางแบบนี้ไม่เหมาะกับการนำมาวิ่งบนถนนเนื่องจากมี Rolling resistance สูงมาก ไซโคลครอสจึงมียางสำหรับ"เอนกประสงค์"ออกมา โดยเฉพาะกับกลุ่มที่ไม่ได้เน้นหนักที่การแข่งขัน หน้ายางใกล้เคียงกับยาง slick แต่มีขนาดใหญ่และผิวหน้ายางยึดเกาะถนนได้ดีกว่าบนทางฝุ่น ชนิดของยางเองก็มักจะแตกต่างกันไปบ้าง แม้ว่าโดยมากยางไซโคลครอสแข่งขันจะใช้ยางฮาล์ฟ(ทากาว)เอา แต่ในปัจจุบันนิยมใช้ยางทิวป์เลส(tubeless) แล้วลดแรงดันยางลงเพื่อให้มีการยึดเกาะดีขึ้นเข้ามาแทนที่
ชุดขับเคลื่อนและระบบเกียร์
โดยส่วนมากแล้วไซโคลครอสใช้ชุดขับเคลื่อนและอะไหล่ไม่แตกต่างกับเสือหมอบทั่วไป มีบางกรณีที่นักแข่งนิยม"แต่ง"รถให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นเช่นการเพิ่มมือเบรคเข้าไปที่บาร์ด้านบนเพื่อให้สามารถเบรคได้ง่ายจากบาร์ด้านบน รวมไปถึงการเพิ่มรีโมทเปลี่ยนเกียร์ไฟฟ้าที่บาร์ด้านบนเพื่อให้เปลี่ยนเกียร์ได้ทั้งจากมือชิฟท์เตอร์และบาร์ด้านบนด้วย สำหรับอัตาทดแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเส้นทางและระดับของการปั่น ในระดับโปรอาจไม่ได้ใช้อัตราทด(Gear Ratio)ที่แตกต่างกัน เช่นจานธรรมดากับเฟือง 11-28 และใช้จาน 46 ฟันมากกว่าเนื่องจากมีตัวเลือกเกียร์เบาใช้ได้ดีกว่าในทางชันมากๆ ในรายการแข่งระดับสมัครเล่นหลายๆรายการพบว่ารถไซโคลครอสจะทำการดัดแปลงเอาตีนผีและเฟืองเสือภูเขามาใช้ร่วมกับชุดขับเคลื่อนเสือหมอบ เพราะเส้นทางชันมากๆเป็นอุปสรรคสำหรับมือสมัครเล่นที่จะ"อัด"รถขึ้นไปได้ อัตราทดที่เบาลงช่วยให้ขี่ขึ้นไปได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้อง dismount ลงมา อย่างไรก็ดี รูปแบบของไซโคลครอสไม่จำเป็นต้องผ่านอุปสรรคไปด้วยการปั่นเท่านั้น หากพบว่าการลงมาจูงหรือแบกรถไปทำแล้วเร็วกว่า นักแข่งก็ไม่จำเป็นต้องพยายามอัดจักรยานขึ้นไปช้าๆแต่อย่างใด สิ่งที่โดดเด่นสำหรับชุดขับเคลื่อนบนรถไซโคลครอสอีกอย่างก็คือการ์ดกันจานหน้า ที่ใส่เอาไว้ป้องกันเวลานักปั่นทำการ mount/dismount ขึ้น-ลงจากรถอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่โดนใบจาน แต่ในมือเก๋าๆก็ไม่นิยมใส่กัน
ระบบเบรค
วีเบรคและดิสค์เบรคเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับไซโคลครอส เพราะก้ามเบรคแบบเสือหมอบมีข้อจำกัดของระยะรองรับหน้ายางขนาดใหญ่ แม้ว่าในทางปฏิบัติการขี่ไซโคลครอสที่ดีที่สุดคือการเบรคให้น้อยที่สุดเพื่อให้รถมีความเร็วมากที่สุดคงที่ตลอดเวลา การเบรคใช้เพียงคุมความเร็วเวลาเข้าโค้งเท่านั้น วีเบรคจึงเป็นตัวเลือกแรกๆที่เป็นมาตรฐาน เพราะเบรคได้ดีและรองรับหน้ายางได้กว้าง แต่เนื่องจากเส้นทางที่เป็นโคลนมักมีเศษดินติดขอบล้อซึ่งส่งผลกับการเบรค ทำให้ดิสค์เบรคเป็นสิ่งที่"ปกติ"ไปแล้วมนรถประเภทนี้เนื่องจากไม่ต้องกังวลเรื่องความสามารถในการเบรค และการควบคุมแรงเบรคด้วยไฮโดรลิคก็ทำให้กำลังเบรคสั่งได้ดังใจมากกว่า อย่างไรก็ตาม ในรายการแข่งขันระดับอาชีพพบว่านักแข่งจำเป็นต้องมีรถหลายคันเพื่อสลับใช้ได้ในกรณีที่รถเลอะโคลนมากๆจนระบบเบรคและระบบขับเคลื่อนทำงานได้ไม่ดี กว่าจะล้างรถ กว่าจะทำความสะอาดเสียเวลามากเกินไป เปลี่ยนรถมันซะเลยง่ายกว่า
ระบบการเดินสาย
เสือหมอบในปัจจุบันที่อยู่ในระดับแข่งขัน(จริงๆก็ตั้งแต่รุ่นกลางๆขึ้นไป)มีการเดินสายซ่อนภายในเฟรมหมดแล้ว สำหรับไซโคลครอสการเดินสายจะแตกต่างไปจากเสือหมอบ อัดับแรกเนื่องจากท่าแบกจักรยานที่ต้องแบกเฟรมเอาไว้บนไหล่ทำให้ไม่สามารถเดินสายเคเบิลเอาไว้ใต้ท่อนอนได้ จึงนิยมที่จะเดินสายเคเบิลทั้ง 3 สายเอาไว้ด้านบนของท่อนอน และจะมีปลอกสายปิดเกือบตลอดทั้งเส้นเพื่อป้องกันโคลนและดินเข้าไปติดทำให้กลไกทำงานไม่ได้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันรถไซโคลครอสหลายๆคันก็มีระบบเดินสายซ่อนภายในเฟรมและเดินสายตรงไปหากลไกได้เลย รวมถึงระบบไฟฟ้าที่ช่วยให้การทำงานทำได้สะดวกมากขึ้น
ใครที่ชอบชีวิตแบบไม่เรียบ เบื่อกับความเร็วบนถนนเรียบๆลองหาไซโคลครอสมาสักคันแล้วหน้าฝนเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการปั่นจักรยานแบบนี้ เนื่องจากเวลาล้มกลิ้งลงไปจะไม่บาดเจ็บมาก เส้นทางดินที่กลายเป็นโคลนในแทร็คจะท้าทายมากกว่าแค่ความแข็งแรงแต่ต้องมีทักษะการคุมรถที่ดีกว่าปกติ นักแข่งอาชีพหลายๆคนใช้ช่วงเวลานอกฤดูกาลเสือหมอบมาลงรายการไซโคลครอสเพื่อพัฒนาทักษะการคุมรถ และความแข็งแรง ลองสังเกตุดีๆนักแข่งเสือหมอบหลายๆคนที่ประสพความสำเร็จบนถนนก็มีพื้นเพที่ดีมาจากการแข่งรายการแบบนี้ โดยเฉพาะนักแข่งสัญชาติเบลเยี่ยมที่นอกจากจะเก่งรายการคลาสสิค หรือพวกหนีไปเอาเส้นชัยโหดๆได้ ก็มักจะได้ทักษะการลุยแบบนี้เอาตัวรอดมาได้ใมนเสตจที่ลุยทางอิฐแฉะๆ แม้ว่าจะเข้าเส้นชัยมาในสภาพแทบไม่เหลือความสะอาด แต่ทักษะแบบนี้หาไม่ได้จากการขี่เสือหมอบเพียงอย่างเดียว และแตกต่างจากเสือภูเขาครอสคันทรี่อย่างสิ้นเชิง
แต่ความน่าสับสนมากกว่าคือ .. ไซโคลครอสกับเสือหมอบต่างกันอย่างไร??
ลองมาไขความต่างให้กระจ่างระหว่างเสือหมอบขาลุยกับเสือหมอบขาซิ่งกันนะครับ
องศาของเฟรม
เฟรมไซโคลครอสจะมีองศาของเฟรมจะออกแบบมาให้ผู้ขี่อยู่ในท่าที่สบายกว่าเสือหมอบระดับแข่งขัน หรือพูดง่ายๆก็มี geometry คล้ายไปทางกลุ่ม endurance roadbike มากกว่า มักจะมี stack ที่มากกว่า จุดศูนย์ถ่วงของรถเมื่อรวมกับคนขี่จะอยู่ตรงกลางของรถมากกว่าเสือหมอบแข่งขัน ที่สำคัญที่เฟรมไซโคลครอสแตกต่างจากเสือหมอบทุกชนิด(กระทั่ง endurance roadbike) ก็คือระยะเคลียร์ใต้กระโหลกกับพื้นจะมากกว่า เนื่องจากเส้นทางที่ไปทุรกันดาร ขึ้นๆลงๆ ต้องหลบสิ่งกีดขวางที่ข้ามได้ หลักการง่ายๆเหมือนรถออฟโร้ด นั่นเอง ดังนั้นเมื่อรวมทั้งระยะกระโหลกที่สูงขึ้นและ stack ที่มากกว่า ทำให้ผู้ขี่อยู่ในระดับที่สูงกว่าเสือหมอบปกติ ทว่าในการปรับเซ็ทรถสำหรับไซโคลครอสนักแข่งอาชีพนิยมที่จะลดความสูงของเบาะลงมามากกว่าปกติเล็กน้อย เนื่องจากการปั่นใช้ศักยภาพร่างกายแตกต่างจากเสือหมอบปกติ อีกทั้งจำเป็นต้องสามารถขึ้นและลงวิ่ง(mount/ dismount) ได้อย่างสะดวก ทำให้สมดุลย์ของน้ำหนักไม่ได้อยู๋สูงขึ้นตามไปด้วย พิจารณาในรายละเอียดท่าขี่และจุดศูนย์ถ่วงของไซโคลครอสรวมคนขี่อยู่ต่ำกว่าเสือภูเขาครอสคันทรี่ ดังนั้นการเข้าโค้งและคุมรถที่ความเร็วสูงจึงทำได้ดีกว่าไปด้วย
การรองรับหน้ายางที่กว้างกว่า
เสือหมอบระดับแข่งขันปกติใส่ยางหน้ากว้าง 23 หรือ 25 เป็นหลัก อาจจะมีบางรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับทางไกลหรือการแข่งแบบเส้นทางโหดๆสามารถใส่ยางได้ถึง 28 แต่สำหรับไซโคลครอสจำเป็นต้องรองรับหน้ายางได้ถึง 32 และ 35 มม. และบางรุ่นที่ออกแบบมาให้ลุยได้มากจริงๆสามารถใส่ยางดอกลุยหน้ากว้างได้ถึง 42 หรือ 45 มม. เลยทีเดียว ในกรณีนี้อาจต้องอธิบายกลับไปที่ข้อแรกด้วยนิดหน่อยนะครับ เนื่องจากยางหน้ากว้างขึ้น สำหรับล้อหน้าไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่สำหรับล้อหลังยางที่กว้างขึ้นทำให้ระยะความยาวของ chainstay ในบางรุ่นเพิ่มมากขึ้นด้วย รวมทั้งลักษณะของ chainstay อาจมีทรงคล้ายเสือภูเขามากกว่าเสือหมอบที่แคบแล้วไปบานออกที่ปลายดร็อปเอาท์ ซึ่งมีผลกับการส่งกำลังของการปั่น ดังนั้นไซโคครอสเกรดแข่งขันอาชีพหลายๆตัวจึงมี chainstay ที่ "บึกบึน"มากกว่าเสือหมอบปกติเพื่อชดเชยจุดนี้ เพราะในการแข่งไซโคลครอสอาชีพเส้นทางจะชันและโหดมาก นักแข่งต้องระเบิดพลังสปรินท์เกือบจะตลอดเวลาทั้งการออกจากโค้ง การออกตัว การกระโดดขึ้นขี่แล้วอัดรถไต่เนินออกไป และสำหรับไซโคลครอสที่ใช้ระบบดิสค์เบรค พบว่าล้อหลังใช้ดุมเสป็คเดียวกับเสือภูเขา(135 มม.) แทนที่จะใช้ดุมเสือหมอบ(130 มม.) ซึ่งส่งผลให้เฟรมไซโคลครอสแท้ๆแตกต่างจากเฟรมเสือหมอบอย่างสิ้นเชิง
หน้ายางและชนิดของยาง
หน้ายางอาจแตกต่างกันไปตามเส้นทางที่ขี่ สำหรับเสือหมอบทั่วไปแน่นอนว่าจะใช้ยางไร้ดอกหรืออย่างมากก็ผิวหน้ายางออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะถนนที่ดี แต่สำหรับไซโคลครอสยางที่ใช้มีให้เลือกหลากหลายตามเส้นทางที่ขี่ ตั้งแต่ทางฝุ่น ลูกรัง ไปจนทางทราย หินลอย หรือโคลน ซึ่งในต่างประเทศการแข่งไซโคลครอสแข่งกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่อากศเปลี่ยนจากร้อนไปหนาว มีฝนตกประปรายและเส้นทางแข่งที่เป็นดินส่วนมากมักเป็นโคลนแฉะมากกว่าถนนแห้ง ดังนั้นยางไซโคลครอสแข่งขันจึงเป็นยางดอกลุยโคลนที่สามารถตะกุยไปด้านหน้าได้ดี คุมรถในทางโค้งหักศอกได้ง่าย คงไม่ต้องอธิบายกันมากว่าเอายาง slick เสือหมอบลงไปวิ่งจะเป็นย่างไร แต่แน่นอนว่ายางแบบนี้ไม่เหมาะกับการนำมาวิ่งบนถนนเนื่องจากมี Rolling resistance สูงมาก ไซโคลครอสจึงมียางสำหรับ"เอนกประสงค์"ออกมา โดยเฉพาะกับกลุ่มที่ไม่ได้เน้นหนักที่การแข่งขัน หน้ายางใกล้เคียงกับยาง slick แต่มีขนาดใหญ่และผิวหน้ายางยึดเกาะถนนได้ดีกว่าบนทางฝุ่น ชนิดของยางเองก็มักจะแตกต่างกันไปบ้าง แม้ว่าโดยมากยางไซโคลครอสแข่งขันจะใช้ยางฮาล์ฟ(ทากาว)เอา แต่ในปัจจุบันนิยมใช้ยางทิวป์เลส(tubeless) แล้วลดแรงดันยางลงเพื่อให้มีการยึดเกาะดีขึ้นเข้ามาแทนที่
ชุดขับเคลื่อนและระบบเกียร์
โดยส่วนมากแล้วไซโคลครอสใช้ชุดขับเคลื่อนและอะไหล่ไม่แตกต่างกับเสือหมอบทั่วไป มีบางกรณีที่นักแข่งนิยม"แต่ง"รถให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นเช่นการเพิ่มมือเบรคเข้าไปที่บาร์ด้านบนเพื่อให้สามารถเบรคได้ง่ายจากบาร์ด้านบน รวมไปถึงการเพิ่มรีโมทเปลี่ยนเกียร์ไฟฟ้าที่บาร์ด้านบนเพื่อให้เปลี่ยนเกียร์ได้ทั้งจากมือชิฟท์เตอร์และบาร์ด้านบนด้วย สำหรับอัตาทดแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเส้นทางและระดับของการปั่น ในระดับโปรอาจไม่ได้ใช้อัตราทด(Gear Ratio)ที่แตกต่างกัน เช่นจานธรรมดากับเฟือง 11-28 และใช้จาน 46 ฟันมากกว่าเนื่องจากมีตัวเลือกเกียร์เบาใช้ได้ดีกว่าในทางชันมากๆ ในรายการแข่งระดับสมัครเล่นหลายๆรายการพบว่ารถไซโคลครอสจะทำการดัดแปลงเอาตีนผีและเฟืองเสือภูเขามาใช้ร่วมกับชุดขับเคลื่อนเสือหมอบ เพราะเส้นทางชันมากๆเป็นอุปสรรคสำหรับมือสมัครเล่นที่จะ"อัด"รถขึ้นไปได้ อัตราทดที่เบาลงช่วยให้ขี่ขึ้นไปได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้อง dismount ลงมา อย่างไรก็ดี รูปแบบของไซโคลครอสไม่จำเป็นต้องผ่านอุปสรรคไปด้วยการปั่นเท่านั้น หากพบว่าการลงมาจูงหรือแบกรถไปทำแล้วเร็วกว่า นักแข่งก็ไม่จำเป็นต้องพยายามอัดจักรยานขึ้นไปช้าๆแต่อย่างใด สิ่งที่โดดเด่นสำหรับชุดขับเคลื่อนบนรถไซโคลครอสอีกอย่างก็คือการ์ดกันจานหน้า ที่ใส่เอาไว้ป้องกันเวลานักปั่นทำการ mount/dismount ขึ้น-ลงจากรถอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่โดนใบจาน แต่ในมือเก๋าๆก็ไม่นิยมใส่กัน
ระบบเบรค
วีเบรคและดิสค์เบรคเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับไซโคลครอส เพราะก้ามเบรคแบบเสือหมอบมีข้อจำกัดของระยะรองรับหน้ายางขนาดใหญ่ แม้ว่าในทางปฏิบัติการขี่ไซโคลครอสที่ดีที่สุดคือการเบรคให้น้อยที่สุดเพื่อให้รถมีความเร็วมากที่สุดคงที่ตลอดเวลา การเบรคใช้เพียงคุมความเร็วเวลาเข้าโค้งเท่านั้น วีเบรคจึงเป็นตัวเลือกแรกๆที่เป็นมาตรฐาน เพราะเบรคได้ดีและรองรับหน้ายางได้กว้าง แต่เนื่องจากเส้นทางที่เป็นโคลนมักมีเศษดินติดขอบล้อซึ่งส่งผลกับการเบรค ทำให้ดิสค์เบรคเป็นสิ่งที่"ปกติ"ไปแล้วมนรถประเภทนี้เนื่องจากไม่ต้องกังวลเรื่องความสามารถในการเบรค และการควบคุมแรงเบรคด้วยไฮโดรลิคก็ทำให้กำลังเบรคสั่งได้ดังใจมากกว่า อย่างไรก็ตาม ในรายการแข่งขันระดับอาชีพพบว่านักแข่งจำเป็นต้องมีรถหลายคันเพื่อสลับใช้ได้ในกรณีที่รถเลอะโคลนมากๆจนระบบเบรคและระบบขับเคลื่อนทำงานได้ไม่ดี กว่าจะล้างรถ กว่าจะทำความสะอาดเสียเวลามากเกินไป เปลี่ยนรถมันซะเลยง่ายกว่า
ระบบการเดินสาย
เสือหมอบในปัจจุบันที่อยู่ในระดับแข่งขัน(จริงๆก็ตั้งแต่รุ่นกลางๆขึ้นไป)มีการเดินสายซ่อนภายในเฟรมหมดแล้ว สำหรับไซโคลครอสการเดินสายจะแตกต่างไปจากเสือหมอบ อัดับแรกเนื่องจากท่าแบกจักรยานที่ต้องแบกเฟรมเอาไว้บนไหล่ทำให้ไม่สามารถเดินสายเคเบิลเอาไว้ใต้ท่อนอนได้ จึงนิยมที่จะเดินสายเคเบิลทั้ง 3 สายเอาไว้ด้านบนของท่อนอน และจะมีปลอกสายปิดเกือบตลอดทั้งเส้นเพื่อป้องกันโคลนและดินเข้าไปติดทำให้กลไกทำงานไม่ได้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันรถไซโคลครอสหลายๆคันก็มีระบบเดินสายซ่อนภายในเฟรมและเดินสายตรงไปหากลไกได้เลย รวมถึงระบบไฟฟ้าที่ช่วยให้การทำงานทำได้สะดวกมากขึ้น
ใครที่ชอบชีวิตแบบไม่เรียบ เบื่อกับความเร็วบนถนนเรียบๆลองหาไซโคลครอสมาสักคันแล้วหน้าฝนเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการปั่นจักรยานแบบนี้ เนื่องจากเวลาล้มกลิ้งลงไปจะไม่บาดเจ็บมาก เส้นทางดินที่กลายเป็นโคลนในแทร็คจะท้าทายมากกว่าแค่ความแข็งแรงแต่ต้องมีทักษะการคุมรถที่ดีกว่าปกติ นักแข่งอาชีพหลายๆคนใช้ช่วงเวลานอกฤดูกาลเสือหมอบมาลงรายการไซโคลครอสเพื่อพัฒนาทักษะการคุมรถ และความแข็งแรง ลองสังเกตุดีๆนักแข่งเสือหมอบหลายๆคนที่ประสพความสำเร็จบนถนนก็มีพื้นเพที่ดีมาจากการแข่งรายการแบบนี้ โดยเฉพาะนักแข่งสัญชาติเบลเยี่ยมที่นอกจากจะเก่งรายการคลาสสิค หรือพวกหนีไปเอาเส้นชัยโหดๆได้ ก็มักจะได้ทักษะการลุยแบบนี้เอาตัวรอดมาได้ใมนเสตจที่ลุยทางอิฐแฉะๆ แม้ว่าจะเข้าเส้นชัยมาในสภาพแทบไม่เหลือความสะอาด แต่ทักษะแบบนี้หาไม่ได้จากการขี่เสือหมอบเพียงอย่างเดียว และแตกต่างจากเสือภูเขาครอสคันทรี่อย่างสิ้นเชิง
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
-
luciana
- ขาประจำ
- โพสต์: 262
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มี.ค. 2014, 15:04
- Bike: รถเขียว 903
-
nuttagorn
- สมาชิก
- โพสต์: 65
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2014, 16:08
- Tel: 096-8613985
- team: ไม่มี
- Bike: กําลัง หาอยู่
- IDragon
- ขาประจำ
- โพสต์: 1225
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2011, 14:24
- team: เสือหมอบจิตป่วน
- Bike: GIANT TCX
Re: VP Cyclocross ชีวิตมันส์ไม่เรียบ ความสะใจแบบมีสีสัน
กด like ครับ 
NTCXO (NonTouring CycloCross Only!)
- Gump Ball
- ขาประจำ
- โพสต์: 266
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ม.ค. 2013, 14:19
- Tel: 0992472288
- team: We - TEAM
- Bike: Neo vintage Panasonic order shimano 105 5700
Re: VP Cyclocross ชีวิตมันส์ไม่เรียบ ความสะใจแบบมีสีสัน
สอบถามเพิ่มเติมครับ ยังมีอีกประเภทนึงที่ผมได้ยินมาคือ Gravel cross (บางคนเรียกเสือหมอบทางฝุ่น) รถประเภทนี้ต่างจากรถ Cyclocross ยังไงครับ?
ปั่นจักรยานไปทำงาน เร็วและประหยัดกว่านั่ง รถเมล์ รถตู้ ไปทำงานซะอีกนะ
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: VP Cyclocross ชีวิตมันส์ไม่เรียบ ความสะใจแบบมีสีสัน
Gump Ball เขียน:สอบถามเพิ่มเติมครับ ยังมีอีกประเภทนึงที่ผมได้ยินมาคือ Gravel cross (บางคนเรียกเสือหมอบทางฝุ่น) รถประเภทนี้ต่างจากรถ Cyclocross ยังไงครับ?
เหมือน GT ตัวใหม่ใช่มั้ยครับ ผมว่ามันใกล้ endurance road มากๆๆ ยอ่งกว่า CX stack กับ BB Clear นี่หมอบชัดๆ
ส่วนตัวผมมองว่าเป็นพันธุ์ทางที่ออกมารองรับตลาด้ฉพาะครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
- mindbomb
- ขาประจำ
- โพสต์: 345
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2014, 11:22
Re: VP Cyclocross ชีวิตมันส์ไม่เรียบ ความสะใจแบบมีสีสัน
ตอนนี้มีรุ่นไหนยี่ห้อไหนน่าซื้อมาลองบ้างครับ ในราคาเริ่มต้นน่ะครับ แห่ะๆ
ถึงแน่แต่นานหน่อย
- Gump Ball
- ขาประจำ
- โพสต์: 266
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ม.ค. 2013, 14:19
- Tel: 0992472288
- team: We - TEAM
- Bike: Neo vintage Panasonic order shimano 105 5700
Re: VP Cyclocross ชีวิตมันส์ไม่เรียบ ความสะใจแบบมีสีสัน
giro เขียน:Gump Ball เขียน:สอบถามเพิ่มเติมครับ ยังมีอีกประเภทนึงที่ผมได้ยินมาคือ Gravel cross (บางคนเรียกเสือหมอบทางฝุ่น) รถประเภทนี้ต่างจากรถ Cyclocross ยังไงครับ?
เหมือน GT ตัวใหม่ใช่มั้ยครับ ผมว่ามันใกล้ endurance road มากๆๆ ยอ่งกว่า CX stack กับ BB Clear นี่หมอบชัดๆ
ส่วนตัวผมมองว่าเป็นพันธุ์ทางที่ออกมารองรับตลาด้ฉพาะครับ
ใช้แล้วครับคุณจิโร่
ปั่นจักรยานไปทำงาน เร็วและประหยัดกว่านั่ง รถเมล์ รถตู้ ไปทำงานซะอีกนะ
-
เอ็มแอนด์เอ็ม
- สมาชิก
- โพสต์: 30
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ม.ค. 2015, 11:18
- ติดต่อ:
Re: VP Cyclocross ชีวิตมันส์ไม่เรียบ ความสะใจแบบมีสีสัน
ขอบคุณมากครับ
- flyash
- ขาประจำ
- โพสต์: 195
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 16:15
- Tel: 0615533354
- team: ประมงรันเนอร์ & BPH.5 Cycling Team
- Bike: Masi Evoluzione 2013 เรียบๆ Masi CX 2012 ลุยๆ Masi CX 2013 เรื่อยๆ (รถประจำตำแหน่ง ผบ.)
- ตำแหน่ง: แม่น้ำบางปะกงแหล่งชีวิต พระศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อโสธร พระยาศรีสุนทรปราชญ์ภาษาไทย อ่างฤาไนป่าสมบูรณ์
Re: VP Cyclocross ชีวิตมันส์ไม่เรียบ ความสะใจแบบมีสีสัน
เหมาะมากกับหน้าฝน
ที่อยู่รับ-ส่งสินค้า
กาแฟบ้านเบิ้ม "Death by Caffeine" (ก่อนถึงโรงพยาบาลสนามชัยเขต 100 เมตร)
3/5 หมู่ 4 ตำบลคู้ยายหมี อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา 24160
Audax Randonneurs Thailand members = 146
อันนี้หมอบทางเละ --> http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=60&t=2523
กาแฟบ้านเบิ้ม "Death by Caffeine" (ก่อนถึงโรงพยาบาลสนามชัยเขต 100 เมตร)
3/5 หมู่ 4 ตำบลคู้ยายหมี อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา 24160
Audax Randonneurs Thailand members = 146
อันนี้หมอบทางเละ --> http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=60&t=2523
- อ้วนค้าบ
- ขาประจำ
- โพสต์: 3670
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 10:22
- Tel: 086 715 3757
- Bike: น้องหนิมเก่าๆ
Re: VP Cyclocross ชีวิตมันส์ไม่เรียบ ความสะใจแบบมีสีสัน
สนใจไซโคลครอส ลองไปตามไปห้อง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=60&t=2523 ดูซิครับ สนุกนะ ^_^