VP Base Training บัญญัติ 6 ประการ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
VP Base Training บัญญัติ 6 ประการ
การขี่จักรยาน กับการซ้อมจักรยานแตกต่างกันอย่างสิ้นเขิง การขี่จักรยานคือการเอาจักรยานออกไปขี่ ยิ่งขี่มากสุขภาพก็ยิ่งดี ยิ่งขี่มากยิ่งพัฒนาความแข็งแรง แต่การซ้อมจักรยานหมายถึงการวางแผนพัฒนาอย่างเป็นระบบ มันขั้นตอนและรูปแบบที่ชัดเจน ซึ่งสามารถส่งผลพัฒนาได้อย่างเป็นรูปธรรม ที่สำคัญ สามารถติดตามผลได้ ซึ่งนี่คือคำตอบของทุกๆคำถามที่นักปั่นจักรยานต้องการ"พัฒนา" นอกจากเรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา ก็คือการวางแผนการซ้อมอย่างมีลำดับขั้นตอน
และ Base Training หรือ"การฝึกพื้นฐาน" เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะชี้เป็นชี้ตายหนทางข้างหน้าได้อย่างชัดเจนว่านักปั่นคนนั้นจะไปได้ไกลซักแค่ไหน หรือจะพูดให้ชัดเจนอีกอย่างก็คือ Base Training ที่ดีก็คือฐานของปิระมิดที่แน่นพอที่จะต่อยอดไปได้สูงขึ้น มีคำกล่าวว่าการฝึกฐานนี้คือการซ้อมเพื่อให้ร่างกายพร้อมจะซ้อมในขั้นตอนต่อไป(Building) เพราะหากร่างกายยังมีระบบการทำงานของกล้ามเนื้อและทางเดินหายใจไม่พร้อม ระบบแอโรบิคยังดีไม่พอ ไม่สามารถรับการฝึกหนักเพื่อพัฒนาความเร็ว ความทนทานและความแข็งแรงต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฝึกไปได้ก็ติดปัญหาบาดเจ็บ การฝื้นตัวทำได้ไม่ดีมีผลกับตารางฝึกโดยรวม และสุดท้ายยอดของปิระมิดก็จะพังลงมาในที่สุด
ใครที่สนใจจะเริ่ม Base ย่อมไม่มีวันสาย และในความเป็นจริงโค้ชจักรยานหลายๆสำนักแนะนำให้ซ้อม Base เป็นช่วงๆสลับไปกับการ Build เหมือนแนวคิดที่สร้างฐานให้แน่นแล้วต่อขึ้นไปได้ซักหน่อยก็ขยายฐานออกไปอีก แล้วต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้ยอดที่สูงและมั่นคงที่สุด
ลองดูข้อคิดง่ายๆของการเริ่ม Base Training ให้ถูกวิธี เพื่อเดินหน้าต่อ 1.อะไรคือ Base Training
หมายถึงการซ้อมเพื่อให้ร่างกายมีการจัดการกับระบบแอโรบิคและเตรียมพร้อมการทำางนของกล้ามเนื้อพื้นฐาน นัยยะแรกคือการฝึกให้กล้ามเนื้อและร่างกายรวมึงระบบการทำงานเรียนรู้การเคลื่อนที่และสามารถออกแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะเวลาที่ต้องการและยาวนานขึ้นเรื่อยๆจนถึงระยะที่เหมาะสมกับแผนการ้อม อีกนัยยะสำคัญคือการขยายความจุแอโรบิคหรือศักยภาพในการทำางนของระบบแอโรบิคอันเป็นพื้นฐานสำคัญของความทนทานและความแข็งแรง เป็นการยากที่จะผลักดันความแข็งแรงจนถึงจุดสูงสุดหรือพ้นขีดจำกัดได้โดยไม่ขยายความจุแอโรบิคขึ้น ดังนั้น Base Training ไม่ได้จำเป็นสำหรับเฉพาะการเริ่มฝึกใหม่เท่านั้น การซ้อมแบบ Base Training หมายถึงการปั่น่ด้วยระดับความหนักต่ำที่ควบคุมให้คงที่ ต่อนเื่องในเวลาเริ่มต้น 120 นาทีขึ้นไป 2.ช้าๆชนะเลิศ
ปัญหาที่ยากที่สุดของการซ้อม Base ให้ถูกต้องก็คือการซ้อมให้อยู่ในโซนปั่นที่เหมาะสมที่สุดไม่เร็วจนเกินไป ซึ่งกฏเหล็กตายตัวที่ยึดถือกันแบบง่ายๆไม่ต้องหาซื้ออุปกรณ์มาวัดคือความเร็วที่สามารถ"ขี่ไปคุยไป"ได้เรื่อยๆยาวนานหลายๆชั่วโมง เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องเริ่มสนใจกับลมหายใจเข้าออกเพื่อพูดคุยให้ได้ต่อเนื่อง แปลว่าคุณได้ปั่นทะลุโซนนั้นขึ้นไปเสียแล้ว ซึ่งไม่ได้ผลอะไรดีเลยสำหรับการฝึก Base Training
แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการควบคุมด้วยอุปกรณ์อย่าง HRM (Heart Rate Monitor) วัดชีพจรให้อยู่ในช่วง 60-70 %maxHR (60-70 % ของอัตราชีพจรสูงสุด) หรือ 69-83%LTHR(FTHR) และการใช้เครื่องมือที่แม่นยำและควบคุมได้ง่ายที่สุดอย่าง Power Meter ที่ควบคุมให้มีความหนักอยู่ในระดับ 55-75%FTP
การฝึกซ้อมที่โซนนี้ช่วยให้ร่างกายฝึกฝนการใช้พลังงานจากไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ปกติการออกกำลังใช้ไกลโคเจนที่ร่างกายสะสมเอาไว้เป็นแหล่งพลังงานหลักทว่าส่วนมากร่างกายสะสมไกลโคเจนเอาไว้ในปริมาณที่ใช้งานได้ 30-90 นาทีแล้วแต่คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการขี่จักรยานระยะไกล ทางออกเดียวคือการใช้ไขมันที่ให้พลังงานได้ดีในย่านความหนักต่ำเป็นหลักผสมกับคาร์โบไฮเดรท และคอยเติมด้วยการกินทีละนิดๆตลอดระยะเวลา 3-6 ชม. ที่ต้องการออกกำลังระยะนานๆ
Base Training ก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบพลังงานแบบนี้นั่นเอง นักจักรยานที่ผ่านการฝึกแบบนี้จะสามารถใช้พลังงานได้ดีกว่านักจักรยานที่ฝึกบนความเข้มข้นสูงแต่ระยะเวลาสั้นกว่า เพราะระบบการสังเคราะห์พลังงานจากไขมันไม่เคยถูกกระตุ้นเลย ร่ายกายอาศัยไกลโคเจนเป็นแหล่งพลังงานหลัก และมักจะ "หมด" เมื่อระยะเวลาผ่านไปเกิน 2 ชม. (หรือ 60-70 กม. หมดระยะใจเกินร้อยที่นิยมกัน) อย่าได้แปลกใจว่าทำไมบางคนถึงได้มีพลังเหลือพอจะยิงหนี หรือเร่งความเร็วออกไปได้อีกเมื่อผ่านพ้นไปแล้ว 80 กม. เพราะนักปั่นที่ผ่านฐานมาดีจะเหลือไกลโเคจนในร่างกายมากกว่า เนื่องจากมีระบบการใช้พลังงานไขมันและอื่นๆได้อย่างดี
ด้วยเหตุนี้เอง การฝึก"ช้า" จึงเป็นหัวใจของการไปได้"เร็ว" ในขั้นสุดท้าย 3.หนักไปไม่ดี
ในทางกลับกัน หากการฝึกที่หนักเกินไป หรือผิดโซนขึ้นไปในโซนสูงๆอาจจะดูแล้วเผาผลาญพลังงานได้อย่างมากมาย เหนื่อยและดูน่าจะสร้างพัฒนาการที่ดี แต่ในความเป็นจริงเมื่อระบบพลังงานทำงานในระดับสูงเกินระดับ Base Endurance ที่ถูกต้อง ร่างกายจะเรียนรู้และพัฒนาการใช้ไกลโคเจนแทนที่ไขมัน และเตรียมพร้อมการรับมือกับกรดแล็คติก ซึ่งหนึ่งในกระบวนการรอรับมือกรดนี้คือการลดกระบวนการสังเคราะห์พลังงานจากไขมันลง ผลที่ได้คือร่างกายที่ถูก"สั่งสอน"ให้ใช้พลังงานไกลโคเจนเป็นหลัก ใช้ไขมันเป็นรอง เมื่อถึงวันที่ต้องการพัฒนาความเร็วและแรงแปลว่าร่างกายจะผลาญไกลโคเจนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งตามที่อธิบายมาแล้ว ไกลโคเจนนั้นถูกสะสมอยู่ในจำนวนจำกัดและทำการสะสมระหว่างปั่นได้ช้ามาก
เหมือนกับถังน้ำที่เปิดก๊อกน้ำอย่างเต็มที่แต่มีน้ำหยดเติมลงไปช้าๆ ไม่นานน้ำ(พลังงาน)ก็จะหมดถัง ร่างกายก็จะถูกบังคับให้ต้องขี่ช้าลงไปทีระดับไขมันเป็นพลังงานหลัก ในขณะที่ชาวบ้านยังมีไกลโเคจนเหลือเต็มแท็งค์โบยบินจากไปไกลลับตา
พักกันเพียง 3 ข้อก่อนนะครับ ลองอ่านและค่อยๆปรับไปใช้กับแต่ละท่านตามความเหมาะสม เดี๋ยวมาต่อกันกับข้อ 4-6 ที่จะสรุปรวมเนื้อหาของ Base Training ให้เข้าใจกันได้โดยง่าย และพร้อมที่จะลุยเนื้อหาการฝึกซ้อมในบทต่อๆไปกันอย่างเต็มที่
VP Base Training บัญญัติ 6 ประการ ตอนที่ 2
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1236258
และ Base Training หรือ"การฝึกพื้นฐาน" เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะชี้เป็นชี้ตายหนทางข้างหน้าได้อย่างชัดเจนว่านักปั่นคนนั้นจะไปได้ไกลซักแค่ไหน หรือจะพูดให้ชัดเจนอีกอย่างก็คือ Base Training ที่ดีก็คือฐานของปิระมิดที่แน่นพอที่จะต่อยอดไปได้สูงขึ้น มีคำกล่าวว่าการฝึกฐานนี้คือการซ้อมเพื่อให้ร่างกายพร้อมจะซ้อมในขั้นตอนต่อไป(Building) เพราะหากร่างกายยังมีระบบการทำงานของกล้ามเนื้อและทางเดินหายใจไม่พร้อม ระบบแอโรบิคยังดีไม่พอ ไม่สามารถรับการฝึกหนักเพื่อพัฒนาความเร็ว ความทนทานและความแข็งแรงต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฝึกไปได้ก็ติดปัญหาบาดเจ็บ การฝื้นตัวทำได้ไม่ดีมีผลกับตารางฝึกโดยรวม และสุดท้ายยอดของปิระมิดก็จะพังลงมาในที่สุด
ใครที่สนใจจะเริ่ม Base ย่อมไม่มีวันสาย และในความเป็นจริงโค้ชจักรยานหลายๆสำนักแนะนำให้ซ้อม Base เป็นช่วงๆสลับไปกับการ Build เหมือนแนวคิดที่สร้างฐานให้แน่นแล้วต่อขึ้นไปได้ซักหน่อยก็ขยายฐานออกไปอีก แล้วต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้ยอดที่สูงและมั่นคงที่สุด
ลองดูข้อคิดง่ายๆของการเริ่ม Base Training ให้ถูกวิธี เพื่อเดินหน้าต่อ 1.อะไรคือ Base Training
หมายถึงการซ้อมเพื่อให้ร่างกายมีการจัดการกับระบบแอโรบิคและเตรียมพร้อมการทำางนของกล้ามเนื้อพื้นฐาน นัยยะแรกคือการฝึกให้กล้ามเนื้อและร่างกายรวมึงระบบการทำงานเรียนรู้การเคลื่อนที่และสามารถออกแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะเวลาที่ต้องการและยาวนานขึ้นเรื่อยๆจนถึงระยะที่เหมาะสมกับแผนการ้อม อีกนัยยะสำคัญคือการขยายความจุแอโรบิคหรือศักยภาพในการทำางนของระบบแอโรบิคอันเป็นพื้นฐานสำคัญของความทนทานและความแข็งแรง เป็นการยากที่จะผลักดันความแข็งแรงจนถึงจุดสูงสุดหรือพ้นขีดจำกัดได้โดยไม่ขยายความจุแอโรบิคขึ้น ดังนั้น Base Training ไม่ได้จำเป็นสำหรับเฉพาะการเริ่มฝึกใหม่เท่านั้น การซ้อมแบบ Base Training หมายถึงการปั่น่ด้วยระดับความหนักต่ำที่ควบคุมให้คงที่ ต่อนเื่องในเวลาเริ่มต้น 120 นาทีขึ้นไป 2.ช้าๆชนะเลิศ
ปัญหาที่ยากที่สุดของการซ้อม Base ให้ถูกต้องก็คือการซ้อมให้อยู่ในโซนปั่นที่เหมาะสมที่สุดไม่เร็วจนเกินไป ซึ่งกฏเหล็กตายตัวที่ยึดถือกันแบบง่ายๆไม่ต้องหาซื้ออุปกรณ์มาวัดคือความเร็วที่สามารถ"ขี่ไปคุยไป"ได้เรื่อยๆยาวนานหลายๆชั่วโมง เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องเริ่มสนใจกับลมหายใจเข้าออกเพื่อพูดคุยให้ได้ต่อเนื่อง แปลว่าคุณได้ปั่นทะลุโซนนั้นขึ้นไปเสียแล้ว ซึ่งไม่ได้ผลอะไรดีเลยสำหรับการฝึก Base Training
แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการควบคุมด้วยอุปกรณ์อย่าง HRM (Heart Rate Monitor) วัดชีพจรให้อยู่ในช่วง 60-70 %maxHR (60-70 % ของอัตราชีพจรสูงสุด) หรือ 69-83%LTHR(FTHR) และการใช้เครื่องมือที่แม่นยำและควบคุมได้ง่ายที่สุดอย่าง Power Meter ที่ควบคุมให้มีความหนักอยู่ในระดับ 55-75%FTP
การฝึกซ้อมที่โซนนี้ช่วยให้ร่างกายฝึกฝนการใช้พลังงานจากไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ปกติการออกกำลังใช้ไกลโคเจนที่ร่างกายสะสมเอาไว้เป็นแหล่งพลังงานหลักทว่าส่วนมากร่างกายสะสมไกลโคเจนเอาไว้ในปริมาณที่ใช้งานได้ 30-90 นาทีแล้วแต่คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการขี่จักรยานระยะไกล ทางออกเดียวคือการใช้ไขมันที่ให้พลังงานได้ดีในย่านความหนักต่ำเป็นหลักผสมกับคาร์โบไฮเดรท และคอยเติมด้วยการกินทีละนิดๆตลอดระยะเวลา 3-6 ชม. ที่ต้องการออกกำลังระยะนานๆ
Base Training ก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบพลังงานแบบนี้นั่นเอง นักจักรยานที่ผ่านการฝึกแบบนี้จะสามารถใช้พลังงานได้ดีกว่านักจักรยานที่ฝึกบนความเข้มข้นสูงแต่ระยะเวลาสั้นกว่า เพราะระบบการสังเคราะห์พลังงานจากไขมันไม่เคยถูกกระตุ้นเลย ร่ายกายอาศัยไกลโคเจนเป็นแหล่งพลังงานหลัก และมักจะ "หมด" เมื่อระยะเวลาผ่านไปเกิน 2 ชม. (หรือ 60-70 กม. หมดระยะใจเกินร้อยที่นิยมกัน) อย่าได้แปลกใจว่าทำไมบางคนถึงได้มีพลังเหลือพอจะยิงหนี หรือเร่งความเร็วออกไปได้อีกเมื่อผ่านพ้นไปแล้ว 80 กม. เพราะนักปั่นที่ผ่านฐานมาดีจะเหลือไกลโเคจนในร่างกายมากกว่า เนื่องจากมีระบบการใช้พลังงานไขมันและอื่นๆได้อย่างดี
ด้วยเหตุนี้เอง การฝึก"ช้า" จึงเป็นหัวใจของการไปได้"เร็ว" ในขั้นสุดท้าย 3.หนักไปไม่ดี
ในทางกลับกัน หากการฝึกที่หนักเกินไป หรือผิดโซนขึ้นไปในโซนสูงๆอาจจะดูแล้วเผาผลาญพลังงานได้อย่างมากมาย เหนื่อยและดูน่าจะสร้างพัฒนาการที่ดี แต่ในความเป็นจริงเมื่อระบบพลังงานทำงานในระดับสูงเกินระดับ Base Endurance ที่ถูกต้อง ร่างกายจะเรียนรู้และพัฒนาการใช้ไกลโคเจนแทนที่ไขมัน และเตรียมพร้อมการรับมือกับกรดแล็คติก ซึ่งหนึ่งในกระบวนการรอรับมือกรดนี้คือการลดกระบวนการสังเคราะห์พลังงานจากไขมันลง ผลที่ได้คือร่างกายที่ถูก"สั่งสอน"ให้ใช้พลังงานไกลโคเจนเป็นหลัก ใช้ไขมันเป็นรอง เมื่อถึงวันที่ต้องการพัฒนาความเร็วและแรงแปลว่าร่างกายจะผลาญไกลโคเจนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งตามที่อธิบายมาแล้ว ไกลโคเจนนั้นถูกสะสมอยู่ในจำนวนจำกัดและทำการสะสมระหว่างปั่นได้ช้ามาก
เหมือนกับถังน้ำที่เปิดก๊อกน้ำอย่างเต็มที่แต่มีน้ำหยดเติมลงไปช้าๆ ไม่นานน้ำ(พลังงาน)ก็จะหมดถัง ร่างกายก็จะถูกบังคับให้ต้องขี่ช้าลงไปทีระดับไขมันเป็นพลังงานหลัก ในขณะที่ชาวบ้านยังมีไกลโเคจนเหลือเต็มแท็งค์โบยบินจากไปไกลลับตา
พักกันเพียง 3 ข้อก่อนนะครับ ลองอ่านและค่อยๆปรับไปใช้กับแต่ละท่านตามความเหมาะสม เดี๋ยวมาต่อกันกับข้อ 4-6 ที่จะสรุปรวมเนื้อหาของ Base Training ให้เข้าใจกันได้โดยง่าย และพร้อมที่จะลุยเนื้อหาการฝึกซ้อมในบทต่อๆไปกันอย่างเต็มที่
VP Base Training บัญญัติ 6 ประการ ตอนที่ 2
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1236258
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
- lovealtis
- สมาชิก
- โพสต์: 11
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ย. 2014, 21:53
- Bike: GIANT TCR
- Bkkbikelove
- ขาประจำ
- โพสต์: 989
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2008, 12:30
- Tel: 089xxxxxxx
- Bike: Thorn Raven, Principia, GT Grade carbon
-
thamakhunpitak2501
- ขาประจำ
- โพสต์: 849
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2012, 14:36
- ติดต่อ:
- Burahan
- ขาประจำ
- โพสต์: 100
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2013, 22:58
- Tel: 0850887721
- team: -
- Bike: Specialized Allez E5 Smartweld / Giant TCR aluxx /merida crossway
- ตำแหน่ง: คลองสามวา/หนองจอก
Re: VP Base Training บัญญัติ 6 ประการ
- innovator
- ขาประจำ
- โพสต์: 190
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2011, 10:47
- ตำแหน่ง: บางนา กรุงเทพฯ10260
Re: VP Base Training บัญญัติ 6 ประการ
ขอบคุณสำหรับบทความครับ 
- B70
- สมาชิก
- โพสต์: 93
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มิ.ย. 2014, 07:57
Re: VP Base Training บัญญัติ 6 ประการ
ขอบคุณครับบ
- Matthawakul
- สมาชิก
- โพสต์: 6
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มี.ค. 2011, 22:33
- Tel: 0893493464
- team: Dramatical Riders
- Bike: Bianchi Impulso, Neil Pryde Nazare, Storck Scenero G2
- ตำแหน่ง: Donmuang,Lat Krabang
- 14082010
- สมาชิก
- โพสต์: 59
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2010, 22:28
-
moo_kapong
- สมาชิก
- โพสต์: 18
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ธ.ค. 2012, 15:56
- team: Ducking Pig ,85light
- Bike: #Trek #NicH
- ตำแหน่ง: Chachoengsao
-
สุทธิ_หลง
- สมาชิก
- โพสต์: 14
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ต.ค. 2014, 16:45
- Bike: Cervelo S5, Giant TCR, Lapierre ProRace
Re: VP Base Training บัญญัติ 6 ประการ
สาระดีๆ ขอเก็บไว้อ่าน
-
ceevanon
- สมาชิก
- โพสต์: 7
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ต.ค. 2014, 12:56
- Tel: 0809334906
- team: 2 wheel ride
- Bike: miyata lapierre
- khemtat
- สมาชิก
- โพสต์: 15
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2013, 11:15
- Bike: Polygon Helios A4.0
Re: VP Base Training บัญญัติ 6 ประการ
ขอบคุณสาระที่มอบให้ครับผม
-
eakki
- สมาชิก
- โพสต์: 51
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.ค. 2011, 13:21
- Tel: 024372417
- Bike: hasa F1
- ติดต่อ:
- werachai99
- ขาประจำ
- โพสต์: 247
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2013, 17:37
- Tel: 0851906734
- ติดต่อ:
Re: VP Base Training บัญญัติ 6 ประการ
ข้าน้อย ขอคาระวะ ครับ
http://www.midlandbike.weloveshopping.com
รถพ่วงจักรยาน พ่วงเด็ก พ่วงสัมภาระ พ่วงสัตว์เลี้ยง
087-5955624
รถพ่วงจักรยาน พ่วงเด็ก พ่วงสัมภาระ พ่วงสัตว์เลี้ยง
087-5955624