ฝึกอย่างไร ไม่ต้องใช้เครื่องวัด HR

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

kapooroo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 201
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2014, 11:52

Re: ฝึกอย่างไร ไม่ต้องใช้เครื่องวัด HR

โพสต์ โดย kapooroo »

nitiwatn เขียน:ขอบพระคุณพี่ Giro ครับ
ก่อนอื่นเลยแนะนำตัวผมเองซักนิด ผมเริ่มต้นขี่จักรยานเสือหมอบครั้งแรกด้วยการให้รางวัลตัวเองโดยการซื้อเสือหมอบ ยี่ห้อ Coyote viva ราคา 7,900 และเป็นการขี่เสือหมอบครั้งแรกในชีวิต ในวันที่ 1 ตุลาคม 2556 เริ่มต้น วันนั้นด้วยการขี่ได้ระยะทางทั้งสิ้น 1.3 km. ครับ จากนั้น ผมก็เริ่มฝตกด้วยตัวเองเรื่อยมา เริ่มจากการซื้อ ไมล์ cateye velo9 ราคา 720 บาท และคอยสังเกตตัวเองเรื่อยมา คอยดูพัมฒนาการ ว่า ทำไมปะ่นได้ช้า ทำไมปั่นได้เร็ว ปั่นบ่อยๆ ขาแข็ง ใจมาเต็มร้อย แต่ปั่นไม่ออก นอนพัก ซักวัน ปั่นไวขึ้น ในระหว่างนั้นก็เริ่มใช้เงินที่เหลือจากเงินเดือนตัวเอง ประมาณ เดือนละ 2,000-3,000 เริ่มต้นจากการเปลี่ยน มือตบ shimano sora 9 speed เฟือง sunrace 9 speed โซ่ จำยี่ห้อไม่ได้ จากนั้นก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆแต่เต็มแฮนด์ สเต็ม ผ้าพันแฮนด์ เบรค สับจาน ตีนผี ล้อ ยาง ไมล์ใหม่แบบมีรอบขา จนกระทั่งเหลือของเดิมแค่ เฟรม จากวันนั้นถึงวันนี้ ผมเฝ้ามองถึงพัฒนาการของตัวผม และคอยถามตัวเองตลอดว่า ที่ผ่านมา ที่เราไม่พัฒนา มันเป็นเพราะ อุปกรณ์ หรือ แรงของเรา หรือขาของเรา โดยส่วนตัวผมจะโทษตัวเองก่อนว่า เป็นที่ขาของผมเอง ผมจะพุ่งเน้นพัฒนาตัวของผมเองก่อนเสมอ จนกว่าจะถึงความรู้สึกที่ผมบอกตัวเองว่า "เปลี่ยนเถอะ" ล่าสุด การเปลี่ยนกระโหลก กับจาน ขาจาน ของ shimano sora ทำให้ผมเห็นชัดเจนที่สุด ผมเคยปั่นเทียบกับ รถเบียงคี่ เค้าแทบไม่ต้องออกแรงเลย ผมปั่นแทบตาย จนขาปั่นไม่ออกจนผมต้องหยุดปั่นไปเอง นั่นเป็นเหตุการที่ทำให้ผมตัดสินใจเปลี่ยน และผมคิดถูกครับ พอเปลี่ยนแล้ว ชัดเจนครับ ว่า กระโหลก shimano กับ กระโหลก ของ coyote ต่างกันมากแค่ไหน จากวันนั้นถึงวันนี้ พัฒนาการของผมยังไม่หยุด ผมสามารถ ปั่นที่รอบขา 80-110 โดยไม่หยุด (ไม่นับตอนต้องชะลอรถที่เจอตามแยก) ด้วยระยะทาง 49-50 กิโลเมตร ด้วยรถที่หนักถึง 12kg. avที่ได้ คือ30 แต่ในหัวผมตอนนั้น ผมไม่สนใจ av ครับ เพราะความเร็วที่ผมได้มาจากดวงตา คู่นี้ของผม คือ 38 ทางราบ เนินข้ามแยก 30 ทางลาดลง ประมาณ 48 ผมภูมิใจ และดีใจมากครับ จากคนที่ให้รางวัลตัวเองด้วยการซื้อเสือหมอบมาปั่นแบบมั่วๆ จะสามารถทำได้ด้วยสองขา จากวันนั้นถึงวันนี้ผมปั่นมาได้4,000 km.โดยประมาณผมจึงขอแฟนผมว่า ผมอยากลงแข่งกับคนอื่นโดยตั้งใจไว้ว่าอยากลง tour of pongneep ระยะ 180km. ตอนนี้รถผมหนัก 12kg. ผมขอแฟนผมเปลี่ยนเฟรมได้ไหม เพื่อที่จะลดน้ำหนักจักรยานลง ที่ผมมองไว้ เฟรม ราคา 15900 บาท ถ้าน้ำหนักรถน้อยลง ผมจะต้องปั่นได้เร็วขึ้นแน่ๆ นั่นคือความคิดในตอนนั้น ครับ แฟนผมไม่ให้เปลี่ยนครับ เค้าบอกให้ขาย แล้วซื้อคันใหม่ ตอนแรกผมมอง java veroce ไว้ครับ แต่พอคุยกับแฟนแล้วเทียบสเปคแล้ว เลยตกลงซื้อ java skeggia หลังจากเอารถกลับมาบ้าน ผมไม่รอช้าที่จะเอามันไปซัดกลางแดด ครับด้วยความบ้าด้วยหัวใจ ด้วยความอยาก ด้วยพลังที่มี 30km. ตอนบ่ายโมง ความรู้สึกแรกที่ได้คือ เจ็บ dark มากครับ เบาะต่างชั้นกันมากแต่รถเบาสุดๆ ล้อก็ต่างกับคันเดิมแบบนรกกับสวรรค์ ที่สุดแล้วคือรถเทพมาก ถ้าเปรียบเทียบกับคันเดิม แต่เอ๊ะ ทำไม av ทีไ่ด้ มันลดลง สงสัยเพราะรถใหม่ คนยังปรับตัวไม่ได้ และคงเพราะเรา เจ็บ dark ลองปั่นไปประมาณ 1 สัปดาห์ av ไม่ได้ดีขึ้นเลย แถมทางลาดจากที่เคยทำได้ 48 เหลือแค่ 41 อยากได้ 48 ต้องลดเฟืองและส่งแรงมากกว่าคันเก่า ในหัวผมเริ่มสับสน ว่า มันเป็นไปไม่ได้ น้ำหนักรถลงไปตั้ง 1/3 ผมต้องเร็วขึ้น ผมไม่ยอมแพ้ เล่นเวทช่วยที่ขา สมองไม่มีก็เอาแรงเข้าสู้ละกัน เอิ่ม ไม่ได้ดีขึ้นเล๊ย จึงเริ่มหาข้อมูลได้ความว่า ต้องหาเครื่องวัด HR มาเพื่อฝึกคุมโซน แต่.......ไอดอลที่ผมหวังจะไปสู้กับเค้าใน tour of pongneep สืบได้ความมาว่า เค้าฝึกคุม HR มาไม่ต่ำกว่า 5 ปี กับตัวผมที่พึ่งจะถามพี่กูว่า HR คืออะไร อีกแค่ 5 เดือนก็จะแข่งแล้วจะเอาอะไรไปสู้ มาฝึกคุมโซนตอนนี้จะทันเค้าเหรอ...ครับ เข้าใจถูกแล้วครับ ไม่มีอะไรไปสู้จริงๆ แต่อย่างน้อยก็หวังว่า จะเกาะกลุ่มไปจนเข้าเส้นชัยให้ได้ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผมมีแค่สองขา จึงเป็นที่มาของคำว่า ฝึกอย่างไร ไม่ต้องใช้เครื่องวัด HR รู้อยู่แก่ใจ ยังไงก็แพ้แน่ๆ แต่ก็จะสู้ครับ
เป็นกำลังใจให้ครับอย่าพึ่งท้อ
1.ขยันปั่น
2.มีวันหนักวันเบา
3.ศึกษาเรื่องการกินหาอาหารที่เพิ่มพลังงานมาก
4.มีการวอร์มทุกครั้งก่อนการปั่นเเละ Cool Down หลังปั่นเสมอ
สู้ๆๆ
รูปประจำตัวสมาชิก
Vichurly
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 539
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2012, 13:50
team: บ้านรถถีบมหาสารคาม/บึงแก่นนคร
Bike: surly/missile/fuji

Re: ฝึกอย่างไร ไม่ต้องใช้เครื่องวัด HR

โพสต์ โดย Vichurly »

ตอนนี้ตั้งใจจะให้ av เกิน30 หรือจะปั่น tour of pongneep ให้ครบระยะครับ
เก่งนะครับ ปั่นตอนตุลาเอง เพิ่มระยะซ้อมครับ ไม่ก็ลองเข้ากลุ่มทุ่งสร้างดูครับ
คนสอนเยอะแยะ 555 (อำกันก็เยอะ)
ที่สุดของความรักคือ..รักโดยไม่ครอบครอง
ที่สุดของการให้คือ..ให้โดยไม่หวังผล
ที่สุดของทานคือ..อภัยทาน
ที่สุดของคนคือ..การเป็นคนธรรมดา...ที่ปั่นจักรยานอย่างมีความสุข...
รูปประจำตัวสมาชิก
kkk95
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 167
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ค. 2013, 20:03
Tel: 0891699646
team: -
Bike: trek 3.1 / bianchi jab 27.5

Re: ฝึกอย่างไร ไม่ต้องใช้เครื่องวัด HR

โพสต์ โดย kkk95 »

รถเพิ่งซื้อบางทีล้อรถยังไม่พ้นรันอินหรือป่าวคับเลยไหลลงเนินไม่เท่าคันเก่าคับ
nitiwatn
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 24
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2014, 21:11
team: ไม่มีสังกัด
Bike: Java Skeggia

Re: ฝึกอย่างไร ไม่ต้องใช้เครื่องวัด HR

โพสต์ โดย nitiwatn »

ใจจริงก็ตั้งใจจะเอา av 35 ครับ แล้วก็อยากให้ครบระยะด้วยครับ เพราะเท่าที่ดูในคลิปที่พี่ๆเค้าแข่งกัน กับถามคนที่เคยไปแข่ง เค้าบอกว่าเกาะกลุ่มกันประมาณ av 35 อันนี้ไม่นับขาแรงที่เค้าแรงอยู่แล้วนะครับ ตอนนี้หานาฬิกา HR ในขอนแก่นแล้วไม่มี เลยสั่งซื้อในเวปอยู่ครับ เดี๋ยวคงมาถึงช่วงวันจันทร์ -อังคาร
ส่วนพ้นรันอินหรือยัง อันนี้ ไม่รู้จริงๆครับ แต่ลองยกล้อหลังลอย แล้วหมุนเล่นๆ มันก็ยังลื่นอยู่นะครับ ถ้าเทียบกับล้อเดิมของผม PA-2 แล้ว ต่างกันฟ้ากับเหวเลยครับ ตอนนี้มีความรู้สึกเหมือนคนถ่วงรถเลยครับ แบบว่า รถดีกว่าคนเยอะเลยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
s4110488
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 265
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 มี.ค. 2014, 09:04
Bike: JAVA SUOH 27.5 Bianchi Impulso Voloce 53 Ridley Noah RS Rival 54

Re: ฝึกอย่างไร ไม่ต้องใช้เครื่องวัด HR

โพสต์ โดย s4110488 »

รถใหม่ แล้ว AV ตก ลองกลับไปพื้นฐานเลยครับ

การฟิตติ้ง รถ เพราะ Geo รถต่างกันระยะต่างกัน ต้องเซตใหม่ครับ

แถม เรื่องที่มองข้าม ขาจานครับ ตัวเก่า ยาวเท่าไหร่ ตัวใหม่ยาวเท่าไหร่

มันมีผลต่อระยะเบาะ และมีผลต่อรอบที่ปั่นได้ ขายาวขึ้นรอบตก แต่ออกแรงเกียร์ที่หนักได้ดีขึ้น

ขาสั้นลง รอบเร็วขึ้น แต่ลดเกียรืลง เพื่อให้ปั่นเบาขึ้น สรุป ก็ความเร็วเท่าเดิม

และอีกอย่าง จานหน้า ฟันอาจไม่เหมือนเดิม เช่น 50/34 52/36 53/39 (ตัวเลขอาจมั่วนะครับ )

และ เบอร์ฟันจานหลัง ที่โตสุด เช่น 25 28 32 พวกนี้มีผลต่อจานย่อยภายใน

ถ้าเราเปลี่ยนเกียร์มาตรงรอยต่อเฟืองที่เบอร์ฟันกระโดด แน่นอน ว่า แรงที่ใช้จะแตกต่างมาก

ถ้าเรา เคยใช้พวก พวก 25 แล้วเปลี่ยนล้อหลังไปใช้ 32 เเต่เราจำว่าขี่เกียร์ 5 จานใหญ่ อันนี้ละครับ

เราจะปั่นได้ช้าลง

ปล.ผมก็มั่วไปเรื่อยครับ
เสือรถพ่วง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1332
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ม.ค. 2010, 21:20
Tel: 0819555673
team: SAHAKIJ JOHO..KORATBIKE... P.C.S.Clycling Team Korat
Bike: KONA KHS TREK GIANT SCOTT ANCHOR

Re: ฝึกอย่างไร ไม่ต้องใช้เครื่องวัด HR

โพสต์ โดย เสือรถพ่วง »

ผมว่าน่าจะหากลุ่มปั่นนะครับ หรือไม่ก็ออกทริปยาวๆ
การปั่นกับกลุ่มทำให้เราได้อะไรเยอะมากครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
klein003
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 100
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2008, 15:51
team: 703-0-10208-8 กรุงไทย เพชรบุรี พากร ชุณหภัทรกุล
Bike: marin,GT
ตำแหน่ง: 46 ถ.ราชดำเนิน ต.คลองกระแชง อ.เมือง จ.เพชรบุรี 76000

Re: ฝึกอย่างไร ไม่ต้องใช้เครื่องวัด HR

โพสต์ โดย klein003 »

ผมขี่มา หนึ่งปีกับ สามเดือน เคยใช้ HR แต่ว่ามันพังไปและไม่ได้ซื้อใหม่ ขี่มาประมาณ 12000 กม เสือหมอบของผมหนัก 9 กก av ประมาณ 28 สามารถพัฒนาความเร็วขึ้นจากสมัยก่อนได้ โดย
1.ในแต่ละครั้งที่ซ้อมคนเดียว ผมจะไม่ขี่ให้เร็วที่สุด แต่จะขี่ประมาณแค่ 75-80% ของแรงที่มี
2.ถ้าขี่ในตอนเช้า จะขี่แค่ร่างกายไหว จะไม่ฝืนร่างกาย เนื่องจากไม่ได้ทานอาหาร ป้องกันการศูนย์เสียกล้ามเนื้อ
3.พักผ่อนให้เพียงพอ
4.ถ้าทานอาหารมื้อหลักแล้ว ในตอนเย็นจะมาขี่กับกลุ่ม จะใช้แรงได้เต็มที่ โดยขี่แบบหมกสลับกับขึ้นลาก กลับจากออกกำลังต้องบีบนวดกล้ามเนื้อ คลายเส้น(สำคัญมาก)
5.ออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกายมีความสมดุลกับกล้ามเนื้อขา ถ้าขาแข็งอย่างเดียวแต่ท้อง หลัง แขนไม่แข็งแรง การพัฒนาความเร็วเป็นไปได้ยาก
6. ระวังการซ้อมเกิน ให้เช็คชีพจรขณะพัก ต้องไม่สูงขึ้น ควรจะต่ำลงหรือคงตัว
7. ฝึกการปั่นเป็นวงกลมด้วยขาข้างเดียว สลับกัน
8. ฝึกการยืนขี่ขึ้นเนิน แบบพักกล้ามเนื้อไปในตัวด้วย
9. ฝึกสปรินทางราบ การฝึกทุกแบบ ควรทำเป้นพักๆ สลับกับการปั่นฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ด้วยเกียร์ที่เบารอบสูง สลายกรดแลคติก ไม่ต้องไปซีเรียสกับความเร็ว หรือ AV เพราะมันจะต้องช้าลงแน่นอน
การฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเครียด ให้ขี่อย่างมีความสุข การสร้างฐานใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ยั่งยืนกว่า ที่สำคัญร่างกายไม่โทรมระบบภูมิต้านทานต้องดีขึ้น ไม่ป่วยบ่อย บางคนแรงจริงแต่เจ็บป่วยบ่อยๆ อาหารควรกินให้ครบ 5 หมู่ สิ่งที่รกสมองควรเอาออกไป ถ้าทำสมาธิเพื่อการพักผ่อนสมองได้จะดี
nitiwatn
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 24
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2014, 21:11
team: ไม่มีสังกัด
Bike: Java Skeggia

Re: ฝึกอย่างไร ไม่ต้องใช้เครื่องวัด HR

โพสต์ โดย nitiwatn »

ขอบพระคุณครับ
ล่าสุด ลองปั่นตอนเช้า พยายามคงความเร็วที่ 35-38 ได้ประมาณ 20นาที จากนั้นหมดแรง คงเพราะหิวข้าว ครับ ต้องลากสังขาลกลับบ้านอีก 15 กิโล
วันถัดมา ปั่นตอนเย็น แบบพกขนมปัง 7-11 ราคา 10 บาท ไป 1 ก้อน ปั่นแบบรักษาความเร็ว 30 ไปได้ตลอดทาง แรงไม่หมดครับ
ล่าสุด วันนี้ ปั่นตอนเย็นแบบไม่พกขนม ระยะทาง 30 กิโล ใช้ เฟืองหน้าใหญ่ หลัง 8 พยายามรักษาความเร็วที่ 32-34 ไม่รอดครับ อันนี้ไม่หิว แต่ปวดขาครับ ตอนนี้พยายามทำแบบที่พี่ๆน้องๆในกระทู้แนะนำ คือ ลองปั่นแบบเกียร์หนัก รอบต่ำ สลับกับ เกียร์เบา รอบสูง รู้สึกได้เลยครับ ว่าความท้าทายใหม่ กำลังมา
รูปประจำตัวสมาชิก
pooh
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 102
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:09
team: PTT Suratthani Bike Club
Bike: Klein

Re: ฝึกอย่างไร ไม่ต้องใช้เครื่องวัด HR

โพสต์ โดย pooh »

ขออนุญาตนะครับ แค่นี้ก็เยื่ยมแล้ว ขออนุญาตถามเป็นประเด็นดังนี้
- แข่งครั้งแรกหรือเปล่า คงไม่มั้ง
- น้ำหนัก อายุ 5555
- ปั่นอยู่ จังหวัดไหนครับ

มันก็แค่อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีสำหรับคนที่จะพัฒนาครับ ผมก็มีแต่ยังไม่ได้ใช้เท่าที่ควร พื้นฐานยังไม่แน่นพอ ผมปั่นสัปดาห์ประมาณสามร้อยโล ยังรู้สึกว่ามันไม่พอ พอมี HR มันก็คันไปอย่างอื่นอีก อุปกรณ์รถอาจจะยังไม่พอสำหรับแข่งขัน(สำหรับผม) ถึงแม้ว่าแรงนั้นสำคัญ แต่ขอให้สนุกกับการปั่น และระวังเรื่องความปลอดภัยนะครับ ลองหาดูในเวป เยอะแยะครับ
labboy
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 12
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ธ.ค. 2014, 14:02

Re: ฝึกอย่างไร ไม่ต้องใช้เครื่องวัด HR

โพสต์ โดย labboy »

มาเป็นกำลังใจให้ครับ
ผมเองถ้าเป็นพวกแข่ง ขอให้จบเข้าเส้นชัยตามที่เขากำหนดก็ดีใจแล้ว
แค่นี้ก็สนุกแล้วครับสำหรับผม ^^
nitiwatn
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 24
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2014, 21:11
team: ไม่มีสังกัด
Bike: Java Skeggia

Re: ฝึกอย่างไร ไม่ต้องใช้เครื่องวัด HR

โพสต์ โดย nitiwatn »

pooh เขียน:ขออนุญาตนะครับ แค่นี้ก็เยื่ยมแล้ว ขออนุญาตถามเป็นประเด็นดังนี้
- แข่งครั้งแรกหรือเปล่า คงไม่มั้ง
- น้ำหนัก อายุ 5555
- ปั่นอยู่ จังหวัดไหนครับ

มันก็แค่อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องมีสำหรับคนที่จะพัฒนาครับ ผมก็มีแต่ยังไม่ได้ใช้เท่าที่ควร พื้นฐานยังไม่แน่นพอ ผมปั่นสัปดาห์ประมาณสามร้อยโล ยังรู้สึกว่ามันไม่พอ พอมี HR มันก็คันไปอย่างอื่นอีก อุปกรณ์รถอาจจะยังไม่พอสำหรับแข่งขัน(สำหรับผม) ถึงแม้ว่าแรงนั้นสำคัญ แต่ขอให้สนุกกับการปั่น และระวังเรื่องความปลอดภัยนะครับ ลองหาดูในเวป เยอะแยะครับ
-ผมยังไม่เคยแข่งที่ไหนครับ รายการ tour of pongneep จะเป็นรายการแรกที่ลงสมัครครับ ที่ไม่เคยลงแข่งที่ไหนเลยเพราะรายการส่วนใหญ่จัดแข่ง วัน อาทิตย์ แต่วันอาทิตย์ผมทำงานทั้งวัน ครับ
-น้ำหนัก 63 สูง 172 อายุ 34 ครับ
-ปั่นอยู่ ขอนแก่นครับ ปกติจะปั่นรอบบายพาสครับ ปั่นไม่เป็นเวลา ตามแต่สะดวกครับ
ล่าสุด เพื่อนที่เค้าปั่นจักรยาน เค้าถ่ายรูปมาโชว ปั่นรอบบายพาสได้ av35 โอ้ว พระเจ้าา สงสัยคงได้แต่หวังว่า ปั่นให้จบถึงเส้นชัยก็พอครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
pooh
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 102
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:09
team: PTT Suratthani Bike Club
Bike: Klein

Re: ฝึกอย่างไร ไม่ต้องใช้เครื่องวัด HR

โพสต์ โดย pooh »

รูปร่างกำลังสวยเลย 5555 ครั้งแรกรับรองอาดีนาลีนหลั่งเพียบแน่ วอร์มให้เยอะ ซ้อมให้มากๆ ถ้าจะแช่ง 180 โล ผมว่าซ้อมอย่างน้อย ไม่น่าจะน้อยกว่า สามชั่วโมงปั่น Zone 2-3 ยังมีเวลาเก็บกิโลไปเรื่อยๆ หาก๊วนปั่นก็ดีนะครับ ไปอาศัยหมกเขาบ่อยๆ เขาจะว่าเอา อิอิ จริงๆมันมีเรื่อราวมากกว่านั้น ลองหาอ่านในเวปอย่างที่บอก ขอให้สนุกครับ จบเส้นชัยแบบไม่ชอกช้ำ ผมว่าเยี่ยมสำหรับครั้งแรก (แต่แอบเยอะนะ ระยะทาง)
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”