ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
kinfolk
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1749
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2011, 10:15
Tel: 0894640990

Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

โพสต์ โดย kinfolk »

สักวันเราได้ปั่นกันพี่บอล :) :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
benpariwat
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1935
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มี.ค. 2013, 07:58
Bike: Specialized Tarmac comp 2012

Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

โพสต์ โดย benpariwat »

ผมยิ่งขี่ ยิ่งมองของถูกๆ 55555
รูปประจำตัวสมาชิก
ballbeing
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 550
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.พ. 2013, 23:29
Bike: จักรยานตีนถีบ มือจับ สับเกียร์ หนีเมียปั่น

Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

โพสต์ โดย ballbeing »

Acyclist เขียน:ผมคิดว่าคุณ จขกท มีเจตนาที่ดี แต่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการที่ใช้แนวการเขียนเชิงกระแนะกระแหนเสียดสีคนที่ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ให้ดูเป็นเรื่องตลกขบขันเฮฮา บางคนอ่านแล้วนึกถึงตัวเองแล้วขำไม่คิดมากก็ดีไป แต่บางคนอ่านแล้วอาจรู้สึกว่าโดนเอามาประจานแล้วโกรธเคืองก็อาจจะมี ตอนแรกที่อ่านผมเลยรู้สึกทันทีว่าจขกท เขียนเรียกแขกละ ถึงแม้ว่า จขกท บอกไม่มีเจตนาจะเรียกแขกก็ตาม ไม่ค่อยมีใครชอบเป็นตัวตลกให้คนอื่นหัวเราะเยาะหรอก ไปทำอย่างนั้นก็มีแต่จะสร้างความบาดหมางใจให้คนอื่นเปล่าๆ เลยไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการนี้เป็นการส่วนตัว

คุณ จขกท อาจจะมีเจตนาที่จะนำเสนอให้คนกลุ่มเป้าหมายที่เบี้ยน้อยหอยน้อยเป็นหลักก็จริง ซึ่งอาจจะลืมตัวใช้เงินเกินตัวจนเป็นหนี้เป็นเป็นสิน อยากเตือนให้ระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น อันนี้ผมเห็นด้วยและคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยเตือนสติบ้างเผื่อกำลังลืมตัวเรื่องใช้เงิน แต่กลุ่มคนที่ใช้อุปกรณ์ต่างๆที่คุณเอามาเล่าขำๆ ให้คนอื่นหัวเราะเยาะนี่ ผมไม่คิดว่าคุณจะรู้ได้ทันทีว่าพวกนั้นทุกคนเขามีรายได้น้อยใช้จ่ายเกินตัวไม่ควรเอาเงินมาใช้ซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ให้เปลืองตังค์ หรือคนที่เปลี่ยนเฟรมเปลี่ยนล้ออย่างกับเปลี่ยนมือถือทุกคนจะยากจนเป็นหนี้เป็นสิน ผมรู้จักหลายคนที่เปลี่ยนบ่อยและมีรถและล้อเยอะมาก หรือถ้าอยากจะเปลี่ยนให้ถี่กว่าเปลี่ยนมือถือก็ยังทำได้โดยขนหน้าแข้งก็ไม่ร่วงสักเส้น ทั้งๆที่แนวทางส่วนตัวของผมต่างกับเขาโดยสิ้นเชิงที่ก่อนจะซื้อแต่ละชิ้นคิดแล้วคิดอีกไม่ชอบเปลี่ยนอะไรง่ายๆ แต่ผมก็ถือว่าเป็นสิทธิส่วนตัวของเขาไม่ได้จะคิดไปห้ามปรามเขาว่าต้องคิดให้ดีก่อนเปลี่ยนถ้ามันเป็นความสุขและเงินของเขาเองไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่สำหรับคนที่ฐานะการเงินไม่พร้อมจะทำอย่างนี้ก็ไม่ควรจะเลียนแบบ ทำตามฐานะตัวเองจะดีกว่า ไม่งั้นจะเข้าตามสุภาษิต เห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง

อุปกรณ์แอโร่หลายๆ ชิ้นอาจจะระบายความร้อนไม่ดีมากแต่จากประสบการณ์ที่ลองมาเอง บางชิ้นมันก็อุ่นๆ มีเหงื่อซึมๆ พอทนได้ไม่ได้ถึงกับทรมาน คุ้มค่ากับแรงลมที่ลดลง เรื่องร้อนมากร้อนน้อยคงต่างกันไปแล้วแต่บริบทด้วย บางคนขี้ร้อนเป็นพิเศษอาจจะไม่ค่อยชอบ (บางคนก็มีความเชื่อที่ว่า ปั่นจักรยานมันต้องทนเหนื่อยต้องทนทรมานอยู่กับความเจ็บปวดอยู่แล้ว ถ้ารักสบายอยากเย็นกลัวแดดกลัวร้อนก็ปั่นในห้องแอร์อยู่บ้านไม่ต้องออกไปปั่นหรอก ขณะที่บางคนมีความเชื่อคนละแบบก็คงแล้วแต่ทัศนคติด้วย ตัวผมเองขอเลือกแบบกลางๆของผมเองละกัน คือไม่ได้ถึงกับคุณชายรักสบาย แต่ก็ขอแบบไม่ทรมานเกินและไม่ร้อนจนเกินไป ฮ่าฮ่า) กรณีใช้อุปกรณ์แอโร่ขึ้นเขามันก็มีทดสอบออกมาจากหลายแหล่งที่ยืนยันด้วยวัตต์มิเตอร์ว่ามันช่วยได้จริงถึงความชันระดับนึง ซึ่งสัมพันธ์กับระดับแรงของผู้ปั่นด้วย แรงมากก็จะได้ผลถึงที่ระดับความชันที่มากกว่าคนแรงน้อย เพราะปั่นได้ความเร็วที่มากกว่า ถึงระดับที่แรงลมเข้ามามีผลต่อเวลา เสียดายที่แหล่งความรู้ส่วนมากเป็นภาษาอังกฤษ บางบทความก็มีคนเอามาแปลบางอันก็ไม่มีต้องไปอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษเอาเอง จานวงรีผมยังไม่เคยใช้แต่ก็ได้ยินบางคนใช้แล้วก็ชอบบางคนใช้แล้วเฉยๆ ผมก็ไม่ได้คิดว่าคนที่ซื้อจานวงรีมาใช้แล้วชอบเพราะรู้สึกดีกว่าจานกลมจะเป็นคนที่มโนไปเอง สรีระและความแข็งแรงกล้ามเนื้อแต่ละคนไม่เหมือนกัน อุปกรณ์มันน่าจะช่วยได้สำหรับคนกลุ่มหนึ่ง แต่พอระดับความแข็งแรงกล้ามเนื้อเปลี่ยนไปแล้วอุปกรณ์มันก็อาจจะไม่ได้ช่วยเหมือนเดิมก็ได้ แว่นตาแพงกับถูกที่เจอกับตัวเอง ถ้าไม่นับเรื่องกันยูวี 100% หรือเรื่องความเหนียวกันวัสดุกันกระแทกได้ดีกว่าซึ่งไม่สะดวกจะทดสอบเองเลยเชื่อคำโฆษณา ผมรู้สึกว่าของแพงทำดีกว่า ความสม่ำเสมอผิวเลนส์ ความบิดเบือนน้อยมาก ใส่แล้วสบายตากว่าไม่ปวดหัว แต่บางคนสายตาดีมากไม่ได้รำคาญกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆของผิวเลนส์ ก็อาจจะไม่ได้รู้สึกอะไร เลนส์ถูกเลนส์แพงใช้ได้ดีเหมือนกันหมดก็มี บางอย่างผมคิดว่ามันก็สรุปให้กับคนอื่นไม่ได้ มันคงต้องลองด้วยตัวเองคล้ายกับเรื่องเบาะจักรยาน คนหนึ่งบอกนั่งสบาย อีกคนบอกนี่มันนรกชัดๆ แปลกแต่จริง

การได้ลองใช้อุปกรณ์จะด้วยการซื้อหรือการยืม ก็ถือว่าได้เป็นความรู้และประสบการณ์จริงกับตัวผู้ลองเอง ล้อตัวนั้นตัวนี้ช่วยให้ปั่นความเร็วสูงดีขึ้นจริงไหม ต่อให้มีคนอธิบายสรรพคุณล้อละเอียดยิบเป็นพันเป็นหมื่นคำก็คงไม่เหมือนได้เอาล้อไปลองใช้เอง ลองแล้วก็อาจจะได้ประสบการณ์ไม่เหมือนกับที่คนอื่นบอกทั้งหมดก็ได้ สองคนลองรถรุ่นเดียวกัน คนหนึ่งบอกปั่นสบายอีกคนบอกสะเทือนมากไม่เห็นจะสบายเลยก็ยังมีเป็นเรื่องปกติ เพราะอาจจะรถคนละไซส์เลยฟีลลิ่งต่างกัน, น้ำหนักคนขี่ต่างกัน, หรือความคาดหวังจากอุปกรณ์ต่างกันไป บางคนว่าหมอบแอโร่ปั่นไปปั่นมา AV ก็เท่าเดิม บางคนก็ว่าช่วยเพิ่ม AV ได้นิดหน่อย ประสบการณ์แต่ละคนคงต่างกันไป ไม่ใช่เรื่องใครผิดใครถูก จากประสบการณ์ส่วนตัวผมเอง ถ้าเอาไปปั่นกลุ่มเกาะหลังคนอื่นเป็นส่วนใหญ่ AV ก็คงไม่เปลี่ยนเพราะผมไม่ใช่คนคุมความเร็วกลุ่ม นอกจากถ้าจะขึ้นไปลากเองตลอดทางก็คงไม่ไหว แต่มันช่วยให้เบาแรงขึ้นจนรู้สึกได้ มากน้อยสำหรับแต่ละคนคงขึ้นอยู่กับระดับความฟิตด้วย ถ้าเอาไปปั่นเดี่ยวนิ่งๆ ในสภาพถนนและลมคล้ายกัน ความเหนื่อยพอๆกัน ก็น่าจะได้เห็น AV เพิ่มมากน้อยตามความแอโร่ของรถ รถแอโร่น้อยหน่อยก็อาจจะได้ AV เพิ่มมาไม่ถึง 1 กม./ชม. แต่รถแอโร่มากหน่อยก็อาจจะได้มากกว่านั้น

ผมเชื่อว่าวิธีการที่ดีที่จะช่วยให้คนที่เบี้ยน้อยหอยน้อยใช้จ่ายกันอย่างมีสติคือการให้ความรู้และคำแนะนำเรื่องบริหารการเงิน เมื่อไรคือใช้เงินเกินตัว การบริหารหนี้สินหนี้บัตรเครดิตต้องทำอย่างไร (บางคนไม่ยอมเป็นหนี้บัตรเครดิตยกเว้นมีโปรโมชั่นคุ้มจริง ถูกกว่าจ่ายเงินสดถึงยอมผ่อนบัตรก็มี) บางคนอาจจะลืมตัวชั่วคราวแต่ก็ยินดีรับฟังคำแนะนำเมื่อมีคนช่วยชี้แนะ บางคนรู้ว่าใช้เงินเกินตัวตั้งใจทำก็ถือว่าเป็นสิทธิของเขาบังคับกันไม่ได้ ผมเชื่อว่าวิธีนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าเพราะถึงเขาระงับความอยากเรื่องจักรยานได้ ก็ยังมีอย่างอื่นอีกสารพัดที่คนจับจ่ายใช้สอยได้อีกเยอะ เช่น เปลี่ยนมือถือ, เที่ยวต่างประเทศ, กล้องถ่ายรูป, บิ๊กไบค์, รถแต่ง ฯลฯ เคยดูรายการทีวีในต่างประเทศที่เขาให้คำปรึกษาด้านการเงินว่า อยากซื้อของสักชิ้นจะซื้อได้ไหม โดยต้องบอกตัวเลขสถานะการเงินว่ามีรายได้, รายจ่าย, เงินออม, หนี้สินเท่าไร ฯลฯ ในไทยน่าจะมีคนให้คำแนะนำทำนองนี้บ้าง บางคนอาจจะนึกไม่ออก ขอสมมุติเป็นคำถามแบบขาวจักรยานแล้วกันจะได้เข้าใจง่าย
คำถาม : อายุ 26 ยังโสด ทำงานลูกจ้างบริษัท เงินเดือน 6 หมื่น มีเงินเก็บรวมประมาณ 5 แสน สำหรับฉุกเฉินและเงินเก็บหลังเกษียณ หนี้สินมีผ่อนบ้านเดือนละ 1 หมื่น มีหนี้บัตรเครดิต 2 หมื่น จะซื้อจักรยานเสือหมอบในงบประมาณ 5 หมื่น ได้ไหม ?
คำถาม : อายุ 42 มีครอบครัว ลูก 3 รายได้สามีภรรยาเดือนละ 2 แสน เงินเก็บรวมประมาณ 5 ล้าน ยังไม่รวมหุ้นและพันธบัตรที่มี หนี้บัตรเครดิตไม่มี ผ่อนบ้านเดือนละ 3 หมื่น อยากจะอัพล้อไบเท็คได้ไหม ?
กูรูก็จะตอบว่า อนุมัติหรือไม่อนุมัติ พร้อมเหตุผล เช่น ไม่อนุมัติเพราะเงินเก็บน้อยไปหรือหนี้สินเยอะไป ถ้าจะซื้อได้ควรมีรายได้หรือเงินเก็บประมาณเท่าไร ฯลฯ บางทีคนเราก็ไม่รู้ตัวคิดว่ากำลังเดินสายกลาง ประหยัดแล้ว ซื้อเท่าที่จำเป็น แต่พอดูสถานะทางการเงินแล้วอาจจะกลายเป็นว่าใช้เงินเกินตัวอยู่ก็ได้ เช่น อายุมากแล้ว รายได้เยอะ แต่รายจ่ายก็เยอะตามรายได้ มีหนี้สินมาก ยังไม่มีเงินเก็บเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ ส่วนแนะนำไปแล้วจะทำตามหรือไม่ก็แล้วแต่ตัวเขาเอง

ตราบใดที่เราเคารพสิทธิซึ่งกันและกันนผมเชื่อว่าจะช่วยให้สังคมสงบสุขได้ สังเกตสังคมบนอินเตอร์เน็ตหลายที่ไม่เฉพาะสังคมจักรยาน เวลาเริ่มมีล้ำเส้นกันทีไรแม้จะด้วยความหวังดีก็ตาม หรือมีคนพยายามตัดสินคนอื่นด้วยจุดยืนของตัวเอง มีได้ทะเลาะกันอยู่เรื่อย หรือในสังคมจักรยานเองพอมีใครเริ่มประเด็นรถแพงแรงน้อยโดนขาแรงขี่รถถูกกว่าข่มให้ ก็เป็นเรื่องได้บ่อยครั้ง บางคนมีเงินก็อยากเล่นรถแพงแต่ไม่ได้อยากเป็นขาแรงก็มีนะ ก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของเขาที่เขาจะเลือกแบบนั้นและคนอื่นก็ควรจะเคารพสิทธิเขาเช่นกัน หวังว่าคนที่ยอมเสียเวลาอ่านที่ผมเขียนมายาวเหยียดตั้งแต่ต้นจนจบคงพอเข้าใจเจตนาของผม ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับผมหรือไม่ก็ตาม ผมเองไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ใครไม่พอใจ ผมมีความปรารถนาดีครับ
ถึงคุณ Acyclist

ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ได้อ่านกระทู้ของผมและร่วมแสดงความคิดเห็นกันครับ คุณ Acyclist คือท่านแรกที่ได้ตอบกระทู้ พร้อมทั้งคาดการณ์ล่วงหน้าว่าอาจจะเกิดมาม่าขึ้นได้ หลังจากกระทู้ผ่านไปสามหน้า ดร่าม่ายังไม่เกิด ท่านได้กลับมาตอบกลับกระทู้ของผมอีกครั้ง

กระทู้ผมก็เหมือนกับบทความหนึ่งที่ทุกคนสามารถอ่านได้ไม่ว่าจะทางหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร หลังจากเราอ่าน เราอาจจะมีความรู้สึกเห็นด้วยคล้อยตามเมื่อมันตรงกับจริตหรือความพอใจของเรา และก็อาจเกิดความรู้สึกตรงข้ามหรือไม่พอใจได้เช่นกัน ดังนั้นการมีวุฒิภาวะ จะสามารถทำให้เรารู้ เข้าใจ และวางมันลงได้ครับ ผมได้เขียนกระทู้จากข้อเท็จจริงที่ได้สัมผัส ถ้าผมจะต้องว่ากล่าวใครสักคนจริงๆ คนๆนั้นต้องเป็นตัวผมเองอย่างแน่นอน ผมได้เอาความจริงๆ อีกด้านมาตีแผ่ โดยเขียนให้เป็นเรื่องเบาๆ ชวนหัว ถ้าคุณ Acyclist คิดว่าเป็นการกระแนะกระแหน ขอให้คิดซะว่าผมเขียนจิกกัดตัวเองครับ จะได้สบายใจ เพราะผมนี่หละซื้อเอง ใช้เอง เจ็บเอง เข้าใจ เลยนำมาบอกต่อ

ด้วยความที่ผมเกรงผู้อ่านจะเข้าใจการสื่อความผิดตั้งแต่แรก ผมก็ได้สรุปในย่อหน้าสุดท้ายแล้วว่า "ย้ำอีกครั้งครับ อุปกรณ์ทุกอย่างเขาทำออกมาดี ใช้แล้วก็ย่อมดี ราคาก็แพงดี ใครใช้แล้วดีก็ใช้ต่อไป เพียงแต่สำหรับท่านๆ ที่เบี้ยน้อยหอยน้อย เราต้องรู้ต่อไปว่า มันดีมาก ดีน้อย ดีพอ และพอดีมันอยู่ตรงไหนก็เท่านั้นครับ" บางทีผมอาจจะเขียนอะไรที่ยาวเกินไป จนทำให้จับใจความลำบาก แต่เอาเป็นว่าโดยบทสรุป ต้องการสื่อว่าในสิ่ที่ว่าดีทุกอย่าง มันอาจจะมีบริบทอื่นให้คิด ให้พิจารณา และเลือกใช้อะไรที่เหมาะกับบริบทของตัวเอง โดยไม่ต้องตามกระแสมากจนเกินไป

กระทู้ผมก็เป็นเพียงกระทู้หนึ่งใน thaimtb ถ้าอ่านแล้วไม่สบายใจ ผมขออภัยมา ณ ที่นี้ อย่าไปใส่ใจ เสียเวลาหรือให้ราคาขนาดนั้นเลยครับ เลือกเสพเลือกใช้ในสิ่งที่เราชอบครับ และเมื่อผมตั้งกระทู้ขึ้นผมก็ยินดีรับฟังความคิดเห็นที่เหมือนและแตกต่างเช่นกัน ขอให้คุณ Acyclist และเพื่่อนนักปั่นทุกท่านมีความสุขในวันปีใหม่ไทยครับ ไปเล่นน้ำกันดีกว่าครับ :D
รูปประจำตัวสมาชิก
ballbeing
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 550
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.พ. 2013, 23:29
Bike: จักรยานตีนถีบ มือจับ สับเกียร์ หนีเมียปั่น

Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

โพสต์ โดย ballbeing »

kinfolk เขียน:สักวันเราได้ปั่นกันพี่บอล :) :mrgreen:
เดี๊ยวนี้ไม่ค่อยได้ปั่นกลางคืนเลยครับวา เลยไม่ค่อยได้ปั่นกับวาและกลุ่ม hr ไว้มีโอกาสไปทริปกันนะครับ ยังคิดถึงงาน audax ที่ปั่นกับวาอยู่เลยครับ สนุกดี :D
ทะเล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1341
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2010, 15:33
Bike: ๋่Jamis

Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

โพสต์ โดย ทะเล »

ผมว่า.จขกท.เค้ามองในหลายมิติแล้วน๊าก่อนจะเขียนกระทู้นี้.เพราะเนื้อหาในกระทู้ ผมว่าชัดเจนอยู่แล้ว คิดตามช้าๆ.เปิดใจกว้างๆเข้าไว้ว่าเค้าสื่ออะไรอยู่

การเปิดใจให้กว้างๆ.คือกฎข้อแรกที่ทำให้เราไม่มีอคติ อคติส่งผลให้มืดทึบ พร้อมที่จะเชื่อเรื่องที่สนับสนุนความคิดของตัวเอง.ถ้าชุดเหตุผลใหม่เข้ามาไม่สอดคล้องกับความคิดตัวเอง. การ.reject คือทางออก

จขกท.คือคนที่มีตังค์ซื้อของแพง.ลองใช้สินค้าในหลายๆอย่างอยู่แล้ว ถ้าเค้าคิดจะไม่เคารพคนอื่น เค้าต้องไม่มี.self esteem ในตัวเองก่อนหน้านี้แล้วครับ

หายากครับ.คนที่เขียนหนังสือหรือคิดอะไรได้แบบนี้ในสังคมไทย.
notendobe
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 91
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ธ.ค. 2011, 16:09
Bike: Bianchi Nirone7

Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

โพสต์ โดย notendobe »

DayWalker เขียน:ความสุขแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ไม่งั้นโลกนี้คงน่าเบื่อพิลึก

:mrgreen:
Like
รูปประจำตัวสมาชิก
- _ -
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 12
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ต.ค. 2014, 13:29

Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

โพสต์ โดย - _ - »

ผมชอบกระทู้นี้ครับ
Acyclist
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 363
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2013, 00:07

Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

โพสต์ โดย Acyclist »

ขอให้คุณ ballbeing มีความสุขในวันปีใหม่ไทยเช่นกันครับ

หากผมทำให้คนที่อ่านกระทู้นี้ไม่พอใจกับความเห็นผมก็ขออภัยด้วย ผมไม่ได้มีเจตนาอันใดจะมาทำให้ใครหมดสนุกในการอ่านกระทู้นี้ครับ

เท่าที่สังเกตมายิ่งซ้อมมากขึ้นมีพละกำลังมากขึ้น ก็จะมีความรู้สึกว่าอุปกรณ์ช่วยเราน้อยลง ทำให้ยิ่งนานยิ่งรู้สึกว่าใช้อะไรก็เหมือนๆกันไปหมด คือจริงๆอุปกรณ์ชิ้นเดิมมันก็ยังช่วยเท่าเดิมนั่นแหละ แต่แรงเรามันมากขึ้นทำให้สัดส่วนแรงที่อุปกรณ์ช่วยลดลงไปเรื่อยๆนั่นเองจนเรารู้สึกมันไม่ได้ช่วยเท่าไร แต่กว่าจะมาถึงจุดนั้นได้ต้องใช้เวลาซ้อมและความทุ่มเทมาก หากคนที่ไม่ได้ปั่นจักรยานเป็นงานหลักก็อย่าลืมเหลียวมองคนในครอบครัวบ้างด้วยนะ ว่าคนในครอบครัวมีความสุขที่คุณทำเช่นนั้นอยู่หรือเปล่า วันไหนคุณหายตัวไปปั่นจักรยานในวันหยุดทั้งวันเช้ายันค่ำแทนที่จะมีเวลาให้ครอบครัวบ้างในวันหยุด คนที่บ้านรู้สึกเช่นไร หรือวันที่คุณหอบถ้วยรางวัลงานแข่งจักรยานกลับบ้านมา คนที่บ้านยังยิ้มแย้มมีความสุขร่วมกับคุณไหม หลังๆมาผมเห็นคนทุ่มเทกับจักรยานเยอะจนลืมว่าต้องให้ความสำคัญกับครอบครัว อย่าลืมตัวจนบ้านแตกเพราะจักรยานนะ ขอให้หาจุดสมดุลได้ มีความสุขกันทุกท่านครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
som5994
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2013, 15:55
Bike: S-WORK Tarmac SL4

Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

โพสต์ โดย som5994 »

คนที่ขี่จักรยานคงผ่านจุดนี้ทุกคน และอยากลองด้วยตัวเอง ไม่ได้เดือดร้อนใคร เพื่ออะไร?
รูปประจำตัวสมาชิก
stl
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 108
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.พ. 2013, 10:20

Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

โพสต์ โดย stl »

ตามมาปักไว้อ่านต่อ หลังอ่านเรื่องเจ้าของกระทู้ก่อนหน้านี้ "ที่สุดแห่งเฟรมพุุ่ง"
hamyacoza
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 93
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2014, 14:27

Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

โพสต์ โดย hamyacoza »

ballbeing เขียน:
Acyclist เขียน:ผมคิดว่าคุณ จขกท มีเจตนาที่ดี แต่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการที่ใช้แนวการเขียนเชิงกระแนะกระแหนเสียดสีคนที่ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ให้ดูเป็นเรื่องตลกขบขันเฮฮา บางคนอ่านแล้วนึกถึงตัวเองแล้วขำไม่คิดมากก็ดีไป แต่บางคนอ่านแล้วอาจรู้สึกว่าโดนเอามาประจานแล้วโกรธเคืองก็อาจจะมี ตอนแรกที่อ่านผมเลยรู้สึกทันทีว่าจขกท เขียนเรียกแขกละ ถึงแม้ว่า จขกท บอกไม่มีเจตนาจะเรียกแขกก็ตาม ไม่ค่อยมีใครชอบเป็นตัวตลกให้คนอื่นหัวเราะเยาะหรอก ไปทำอย่างนั้นก็มีแต่จะสร้างความบาดหมางใจให้คนอื่นเปล่าๆ เลยไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการนี้เป็นการส่วนตัว

คุณ จขกท อาจจะมีเจตนาที่จะนำเสนอให้คนกลุ่มเป้าหมายที่เบี้ยน้อยหอยน้อยเป็นหลักก็จริง ซึ่งอาจจะลืมตัวใช้เงินเกินตัวจนเป็นหนี้เป็นเป็นสิน อยากเตือนให้ระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น อันนี้ผมเห็นด้วยและคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยเตือนสติบ้างเผื่อกำลังลืมตัวเรื่องใช้เงิน แต่กลุ่มคนที่ใช้อุปกรณ์ต่างๆที่คุณเอามาเล่าขำๆ ให้คนอื่นหัวเราะเยาะนี่ ผมไม่คิดว่าคุณจะรู้ได้ทันทีว่าพวกนั้นทุกคนเขามีรายได้น้อยใช้จ่ายเกินตัวไม่ควรเอาเงินมาใช้ซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ให้เปลืองตังค์ หรือคนที่เปลี่ยนเฟรมเปลี่ยนล้ออย่างกับเปลี่ยนมือถือทุกคนจะยากจนเป็นหนี้เป็นสิน ผมรู้จักหลายคนที่เปลี่ยนบ่อยและมีรถและล้อเยอะมาก หรือถ้าอยากจะเปลี่ยนให้ถี่กว่าเปลี่ยนมือถือก็ยังทำได้โดยขนหน้าแข้งก็ไม่ร่วงสักเส้น ทั้งๆที่แนวทางส่วนตัวของผมต่างกับเขาโดยสิ้นเชิงที่ก่อนจะซื้อแต่ละชิ้นคิดแล้วคิดอีกไม่ชอบเปลี่ยนอะไรง่ายๆ แต่ผมก็ถือว่าเป็นสิทธิส่วนตัวของเขาไม่ได้จะคิดไปห้ามปรามเขาว่าต้องคิดให้ดีก่อนเปลี่ยนถ้ามันเป็นความสุขและเงินของเขาเองไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่สำหรับคนที่ฐานะการเงินไม่พร้อมจะทำอย่างนี้ก็ไม่ควรจะเลียนแบบ ทำตามฐานะตัวเองจะดีกว่า ไม่งั้นจะเข้าตามสุภาษิต เห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง

อุปกรณ์แอโร่หลายๆ ชิ้นอาจจะระบายความร้อนไม่ดีมากแต่จากประสบการณ์ที่ลองมาเอง บางชิ้นมันก็อุ่นๆ มีเหงื่อซึมๆ พอทนได้ไม่ได้ถึงกับทรมาน คุ้มค่ากับแรงลมที่ลดลง เรื่องร้อนมากร้อนน้อยคงต่างกันไปแล้วแต่บริบทด้วย บางคนขี้ร้อนเป็นพิเศษอาจจะไม่ค่อยชอบ (บางคนก็มีความเชื่อที่ว่า ปั่นจักรยานมันต้องทนเหนื่อยต้องทนทรมานอยู่กับความเจ็บปวดอยู่แล้ว ถ้ารักสบายอยากเย็นกลัวแดดกลัวร้อนก็ปั่นในห้องแอร์อยู่บ้านไม่ต้องออกไปปั่นหรอก ขณะที่บางคนมีความเชื่อคนละแบบก็คงแล้วแต่ทัศนคติด้วย ตัวผมเองขอเลือกแบบกลางๆของผมเองละกัน คือไม่ได้ถึงกับคุณชายรักสบาย แต่ก็ขอแบบไม่ทรมานเกินและไม่ร้อนจนเกินไป ฮ่าฮ่า) กรณีใช้อุปกรณ์แอโร่ขึ้นเขามันก็มีทดสอบออกมาจากหลายแหล่งที่ยืนยันด้วยวัตต์มิเตอร์ว่ามันช่วยได้จริงถึงความชันระดับนึง ซึ่งสัมพันธ์กับระดับแรงของผู้ปั่นด้วย แรงมากก็จะได้ผลถึงที่ระดับความชันที่มากกว่าคนแรงน้อย เพราะปั่นได้ความเร็วที่มากกว่า ถึงระดับที่แรงลมเข้ามามีผลต่อเวลา เสียดายที่แหล่งความรู้ส่วนมากเป็นภาษาอังกฤษ บางบทความก็มีคนเอามาแปลบางอันก็ไม่มีต้องไปอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษเอาเอง จานวงรีผมยังไม่เคยใช้แต่ก็ได้ยินบางคนใช้แล้วก็ชอบบางคนใช้แล้วเฉยๆ ผมก็ไม่ได้คิดว่าคนที่ซื้อจานวงรีมาใช้แล้วชอบเพราะรู้สึกดีกว่าจานกลมจะเป็นคนที่มโนไปเอง สรีระและความแข็งแรงกล้ามเนื้อแต่ละคนไม่เหมือนกัน อุปกรณ์มันน่าจะช่วยได้สำหรับคนกลุ่มหนึ่ง แต่พอระดับความแข็งแรงกล้ามเนื้อเปลี่ยนไปแล้วอุปกรณ์มันก็อาจจะไม่ได้ช่วยเหมือนเดิมก็ได้ แว่นตาแพงกับถูกที่เจอกับตัวเอง ถ้าไม่นับเรื่องกันยูวี 100% หรือเรื่องความเหนียวกันวัสดุกันกระแทกได้ดีกว่าซึ่งไม่สะดวกจะทดสอบเองเลยเชื่อคำโฆษณา ผมรู้สึกว่าของแพงทำดีกว่า ความสม่ำเสมอผิวเลนส์ ความบิดเบือนน้อยมาก ใส่แล้วสบายตากว่าไม่ปวดหัว แต่บางคนสายตาดีมากไม่ได้รำคาญกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆของผิวเลนส์ ก็อาจจะไม่ได้รู้สึกอะไร เลนส์ถูกเลนส์แพงใช้ได้ดีเหมือนกันหมดก็มี บางอย่างผมคิดว่ามันก็สรุปให้กับคนอื่นไม่ได้ มันคงต้องลองด้วยตัวเองคล้ายกับเรื่องเบาะจักรยาน คนหนึ่งบอกนั่งสบาย อีกคนบอกนี่มันนรกชัดๆ แปลกแต่จริง

การได้ลองใช้อุปกรณ์จะด้วยการซื้อหรือการยืม ก็ถือว่าได้เป็นความรู้และประสบการณ์จริงกับตัวผู้ลองเอง ล้อตัวนั้นตัวนี้ช่วยให้ปั่นความเร็วสูงดีขึ้นจริงไหม ต่อให้มีคนอธิบายสรรพคุณล้อละเอียดยิบเป็นพันเป็นหมื่นคำก็คงไม่เหมือนได้เอาล้อไปลองใช้เอง ลองแล้วก็อาจจะได้ประสบการณ์ไม่เหมือนกับที่คนอื่นบอกทั้งหมดก็ได้ สองคนลองรถรุ่นเดียวกัน คนหนึ่งบอกปั่นสบายอีกคนบอกสะเทือนมากไม่เห็นจะสบายเลยก็ยังมีเป็นเรื่องปกติ เพราะอาจจะรถคนละไซส์เลยฟีลลิ่งต่างกัน, น้ำหนักคนขี่ต่างกัน, หรือความคาดหวังจากอุปกรณ์ต่างกันไป บางคนว่าหมอบแอโร่ปั่นไปปั่นมา AV ก็เท่าเดิม บางคนก็ว่าช่วยเพิ่ม AV ได้นิดหน่อย ประสบการณ์แต่ละคนคงต่างกันไป ไม่ใช่เรื่องใครผิดใครถูก จากประสบการณ์ส่วนตัวผมเอง ถ้าเอาไปปั่นกลุ่มเกาะหลังคนอื่นเป็นส่วนใหญ่ AV ก็คงไม่เปลี่ยนเพราะผมไม่ใช่คนคุมความเร็วกลุ่ม นอกจากถ้าจะขึ้นไปลากเองตลอดทางก็คงไม่ไหว แต่มันช่วยให้เบาแรงขึ้นจนรู้สึกได้ มากน้อยสำหรับแต่ละคนคงขึ้นอยู่กับระดับความฟิตด้วย ถ้าเอาไปปั่นเดี่ยวนิ่งๆ ในสภาพถนนและลมคล้ายกัน ความเหนื่อยพอๆกัน ก็น่าจะได้เห็น AV เพิ่มมากน้อยตามความแอโร่ของรถ รถแอโร่น้อยหน่อยก็อาจจะได้ AV เพิ่มมาไม่ถึง 1 กม./ชม. แต่รถแอโร่มากหน่อยก็อาจจะได้มากกว่านั้น

ผมเชื่อว่าวิธีการที่ดีที่จะช่วยให้คนที่เบี้ยน้อยหอยน้อยใช้จ่ายกันอย่างมีสติคือการให้ความรู้และคำแนะนำเรื่องบริหารการเงิน เมื่อไรคือใช้เงินเกินตัว การบริหารหนี้สินหนี้บัตรเครดิตต้องทำอย่างไร (บางคนไม่ยอมเป็นหนี้บัตรเครดิตยกเว้นมีโปรโมชั่นคุ้มจริง ถูกกว่าจ่ายเงินสดถึงยอมผ่อนบัตรก็มี) บางคนอาจจะลืมตัวชั่วคราวแต่ก็ยินดีรับฟังคำแนะนำเมื่อมีคนช่วยชี้แนะ บางคนรู้ว่าใช้เงินเกินตัวตั้งใจทำก็ถือว่าเป็นสิทธิของเขาบังคับกันไม่ได้ ผมเชื่อว่าวิธีนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าเพราะถึงเขาระงับความอยากเรื่องจักรยานได้ ก็ยังมีอย่างอื่นอีกสารพัดที่คนจับจ่ายใช้สอยได้อีกเยอะ เช่น เปลี่ยนมือถือ, เที่ยวต่างประเทศ, กล้องถ่ายรูป, บิ๊กไบค์, รถแต่ง ฯลฯ เคยดูรายการทีวีในต่างประเทศที่เขาให้คำปรึกษาด้านการเงินว่า อยากซื้อของสักชิ้นจะซื้อได้ไหม โดยต้องบอกตัวเลขสถานะการเงินว่ามีรายได้, รายจ่าย, เงินออม, หนี้สินเท่าไร ฯลฯ ในไทยน่าจะมีคนให้คำแนะนำทำนองนี้บ้าง บางคนอาจจะนึกไม่ออก ขอสมมุติเป็นคำถามแบบขาวจักรยานแล้วกันจะได้เข้าใจง่าย
คำถาม : อายุ 26 ยังโสด ทำงานลูกจ้างบริษัท เงินเดือน 6 หมื่น มีเงินเก็บรวมประมาณ 5 แสน สำหรับฉุกเฉินและเงินเก็บหลังเกษียณ หนี้สินมีผ่อนบ้านเดือนละ 1 หมื่น มีหนี้บัตรเครดิต 2 หมื่น จะซื้อจักรยานเสือหมอบในงบประมาณ 5 หมื่น ได้ไหม ?
คำถาม : อายุ 42 มีครอบครัว ลูก 3 รายได้สามีภรรยาเดือนละ 2 แสน เงินเก็บรวมประมาณ 5 ล้าน ยังไม่รวมหุ้นและพันธบัตรที่มี หนี้บัตรเครดิตไม่มี ผ่อนบ้านเดือนละ 3 หมื่น อยากจะอัพล้อไบเท็คได้ไหม ?
กูรูก็จะตอบว่า อนุมัติหรือไม่อนุมัติ พร้อมเหตุผล เช่น ไม่อนุมัติเพราะเงินเก็บน้อยไปหรือหนี้สินเยอะไป ถ้าจะซื้อได้ควรมีรายได้หรือเงินเก็บประมาณเท่าไร ฯลฯ บางทีคนเราก็ไม่รู้ตัวคิดว่ากำลังเดินสายกลาง ประหยัดแล้ว ซื้อเท่าที่จำเป็น แต่พอดูสถานะทางการเงินแล้วอาจจะกลายเป็นว่าใช้เงินเกินตัวอยู่ก็ได้ เช่น อายุมากแล้ว รายได้เยอะ แต่รายจ่ายก็เยอะตามรายได้ มีหนี้สินมาก ยังไม่มีเงินเก็บเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ ส่วนแนะนำไปแล้วจะทำตามหรือไม่ก็แล้วแต่ตัวเขาเอง

ตราบใดที่เราเคารพสิทธิซึ่งกันและกันนผมเชื่อว่าจะช่วยให้สังคมสงบสุขได้ สังเกตสังคมบนอินเตอร์เน็ตหลายที่ไม่เฉพาะสังคมจักรยาน เวลาเริ่มมีล้ำเส้นกันทีไรแม้จะด้วยความหวังดีก็ตาม หรือมีคนพยายามตัดสินคนอื่นด้วยจุดยืนของตัวเอง มีได้ทะเลาะกันอยู่เรื่อย หรือในสังคมจักรยานเองพอมีใครเริ่มประเด็นรถแพงแรงน้อยโดนขาแรงขี่รถถูกกว่าข่มให้ ก็เป็นเรื่องได้บ่อยครั้ง บางคนมีเงินก็อยากเล่นรถแพงแต่ไม่ได้อยากเป็นขาแรงก็มีนะ ก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของเขาที่เขาจะเลือกแบบนั้นและคนอื่นก็ควรจะเคารพสิทธิเขาเช่นกัน หวังว่าคนที่ยอมเสียเวลาอ่านที่ผมเขียนมายาวเหยียดตั้งแต่ต้นจนจบคงพอเข้าใจเจตนาของผม ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับผมหรือไม่ก็ตาม ผมเองไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ใครไม่พอใจ ผมมีความปรารถนาดีครับ
ถึงคุณ Acyclist

ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ได้อ่านกระทู้ของผมและร่วมแสดงความคิดเห็นกันครับ คุณ Acyclist คือท่านแรกที่ได้ตอบกระทู้ พร้อมทั้งคาดการณ์ล่วงหน้าว่าอาจจะเกิดมาม่าขึ้นได้ หลังจากกระทู้ผ่านไปสามหน้า ดร่าม่ายังไม่เกิด ท่านได้กลับมาตอบกลับกระทู้ของผมอีกครั้ง

กระทู้ผมก็เหมือนกับบทความหนึ่งที่ทุกคนสามารถอ่านได้ไม่ว่าจะทางหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร หลังจากเราอ่าน เราอาจจะมีความรู้สึกเห็นด้วยคล้อยตามเมื่อมันตรงกับจริตหรือความพอใจของเรา และก็อาจเกิดความรู้สึกตรงข้ามหรือไม่พอใจได้เช่นกัน ดังนั้นการมีวุฒิภาวะ จะสามารถทำให้เรารู้ เข้าใจ และวางมันลงได้ครับ ผมได้เขียนกระทู้จากข้อเท็จจริงที่ได้สัมผัส ถ้าผมจะต้องว่ากล่าวใครสักคนจริงๆ คนๆนั้นต้องเป็นตัวผมเองอย่างแน่นอน ผมได้เอาความจริงๆ อีกด้านมาตีแผ่ โดยเขียนให้เป็นเรื่องเบาๆ ชวนหัว ถ้าคุณ Acyclist คิดว่าเป็นการกระแนะกระแหน ขอให้คิดซะว่าผมเขียนจิกกัดตัวเองครับ จะได้สบายใจ เพราะผมนี่หละซื้อเอง ใช้เอง เจ็บเอง เข้าใจ เลยนำมาบอกต่อ

ด้วยความที่ผมเกรงผู้อ่านจะเข้าใจการสื่อความผิดตั้งแต่แรก ผมก็ได้สรุปในย่อหน้าสุดท้ายแล้วว่า "ย้ำอีกครั้งครับ อุปกรณ์ทุกอย่างเขาทำออกมาดี ใช้แล้วก็ย่อมดี ราคาก็แพงดี ใครใช้แล้วดีก็ใช้ต่อไป เพียงแต่สำหรับท่านๆ ที่เบี้ยน้อยหอยน้อย เราต้องรู้ต่อไปว่า มันดีมาก ดีน้อย ดีพอ และพอดีมันอยู่ตรงไหนก็เท่านั้นครับ" บางทีผมอาจจะเขียนอะไรที่ยาวเกินไป จนทำให้จับใจความลำบาก แต่เอาเป็นว่าโดยบทสรุป ต้องการสื่อว่าในสิ่ที่ว่าดีทุกอย่าง มันอาจจะมีบริบทอื่นให้คิด ให้พิจารณา และเลือกใช้อะไรที่เหมาะกับบริบทของตัวเอง โดยไม่ต้องตามกระแสมากจนเกินไป

กระทู้ผมก็เป็นเพียงกระทู้หนึ่งใน thaimtb ถ้าอ่านแล้วไม่สบายใจ ผมขออภัยมา ณ ที่นี้ อย่าไปใส่ใจ เสียเวลาหรือให้ราคาขนาดนั้นเลยครับ เลือกเสพเลือกใช้ในสิ่งที่เราชอบครับ และเมื่อผมตั้งกระทู้ขึ้นผมก็ยินดีรับฟังความคิดเห็นที่เหมือนและแตกต่างเช่นกัน ขอให้คุณ Acyclist และเพื่่อนนักปั่นทุกท่านมีความสุขในวันปีใหม่ไทยครับ ไปเล่นน้ำกันดีกว่าครับ :D
ตอบกลับดีมากครับ วางตัวดี เป็นดาราปะครับเนี่ย 555 ส่วนมากคือเรื่องจริงทั้งนั้น ตัวผมไม่เห็นด้วยกับบางเรื่อง แต่ไม่เห็นจะต้องตอบโต้เลย อ่านแล้วโครตฮา ชอบครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Sutlore
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 42
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 13:42
Bike: Specialized Tarmac

Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

โพสต์ โดย Sutlore »

ของมีก็ใช้ให้คุ้มครับ พังแล้วค่อยคิดอีกที
ตอนนี้ขาอ่อนอยู่ก็ใช้เท่าที่มี แต่ถ้ายืนระยะ 35kph ได้นานกว่านี้ ก็อยากลองล้อขอบสูงซักครั้งครับ

ความฝันมีเท่านี้ครับ
ซ้อมเท่านั้นที่ทำให้เรา "หล่อ"
รูปประจำตัวสมาชิก
Chiny
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 561
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2012, 12:48
ติดต่อ:

Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

โพสต์ โดย Chiny »

:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
Don't Stop Believin' - "Steel still ROCK"
จานไข่ Dr.Egg viewtopic.php?f=60&t=515279
โครงการ มินิ กัดยางหมอบ เวอชั่นบ้านๆ viewtopic.php?f=63&t=488360
Dr.EGG Facebook Fan Page: http://www.facebook.com/pages/DrEGG/418740011510449
crazy_fuji
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 68
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 มี.ค. 2014, 17:23
team: กระทิงหนุ่ม'81
Bike: Fuji/Wheeler/Trek/Mini Noname[540]/Kuwahara/NeoBike/3Rensho/Panasonic
ตำแหน่ง: ท่าพระ/ฝั่งธนฯ
ติดต่อ:

Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

โพสต์ โดย crazy_fuji »

ชอบบทความของ จขกท นะครับ บางครั้งที่เราอินกับกระแสของการปั่นจักรยานในสื่อต่างๆมากมายในปัจุบัน การที่มีใครมากระตุกให้เราหยุด และได้รับข้อมูลที่ยังไม่เคยรับรู้ น่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆสมาชิกที่บางทีกำลังไหลไปกับกระแสที่โหมกระพืออยู่รอบตัวเรา ขอบคุณครับที่นำความคิดดีๆมาแบ่งปันและฉุดให้ไม่ถลำลึกไปกับกิเลสที่ไม่มีที่สิ้นสุด :mrgreen:
สุขใจเหนืออื่นใด เมื่อความแข็ง.. แรงยังมี!
รูปประจำตัวสมาชิก
cocommnn
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 459
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2014, 23:55

Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้

โพสต์ โดย cocommnn »

ปั่นจักรยานมันเป็นการออกกำลังกายที่ต้องใช้กำลังมหาสาร

ในเมื่อปั่นออกมาได้avเท่านี้หมดแรงแล้ว ใครๆก็ต้องมองหาตัวช่วย

นั้นคือการอัพของต่างๆ ที่เชื่อว่าดีกว่าของเดิม หวังผลว่าจะปั่นได้เร็วกว่าเดิม
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”