ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- somyorcht
- ขาประจำ
- โพสต์: 1026
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ส.ค. 2009, 09:31
- Tel: 0819875862
- team: ในฝัน
- Bike: utility all around
- ติดต่อ:
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
ชอบๆ ขอรับ

"ชื่อเสียง เงินทองล้วนมายา ส่วนข้าวปลาสิของจริง"
-
เสือกินปลาทู
- ขาประจำ
- โพสต์: 1469
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 14:24
- Tel: 0887544460
- team: ซับซ้อนทีม
- Bike: pinarello
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
ballbeing เขียน:"ย้ำอีกครั้งครับ อุปกรณ์ทุกอย่างเขาทำออกมาดี ใช้แล้วก็ย่อมดี ราคาก็แพงดี ใครใช้แล้วดีก็ใช้ต่อไป เพียงแต่สำหรับท่านๆ ที่เบี้ยน้อยหอยน้อย เราต้องรู้ต่อไปว่า มันดีมาก ดีน้อย ดีพอ และพอดีมันอยู่ตรงไหนก็เท่านั้นครับ"
ขออนุญาตินำข้อความที่ผมได้พิมพ์ไปในกระทู้ มาลงสั้นๆ อีกครั้ง เพื่อสื่อถึงเจตนาเผื่อบางท่านจะยังเข้าใจผมผิด ความชอบความพอใจ รวมถึงจริตในการใช้อะไรก็ตาม ผมถือว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมของแต่ละท่านด้วยใจจริงครับ ผมไม่มีเจตนาเขียนกระทู้มาต่อต้านการใช้สินค้าดีๆ หรือโจมตีผู้ใช้สินค้าดังกล่าวแต่อย่างใด แต่ด้วยลีลาการเขียนอาจทำให้ผู้พึงใจในสินค้าบางอย่างเสียอารมณ์ โดยมองข้ามใจความแท้จริงที่ต้องการสื่อสาร ผมเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเราอยู่ในโลกของทุนนิยม การบริโภคสินค้าหลายอย่างมันคือกระแส กระแสที่ดี มันก็ต้องมีมูลอันดี บวกกับพลังของสื่อ และพลวัตรของผู้ใช้ แต่ในกระแสดังกล่าว ก็อาจมีคนกลุ่มน้อยที่ต้องสวนกระแสบ้าง ตีแผ่ให้เห็นมุมมองอีกด้านหนึ่ง กระตุ้นให้เกิดการฉุกคิด เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะพึงมีพึงใช้โดยไม่เดือดร้อน และหลายคนทนกระแสไม่ไหว จนเป็นหนี้บัตรเครดิตกันอีลุงตุงนัง
เยี่ยมเลยครับ
เหมือนเรื่อง ทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง ที่คนอ่านหนังสือแล้วจับใจความไม่เป็น ไปเที่ยวกล่าวตู่ว่าให้คนประหยัด ไม่ต้องใช้จ่าย เศรษฐกิจก็จะหยุดชะงัก
แค่วางอคติลง แล้วใช้สติพิจารณาว่าไอ้ที่เรายึดถือว่าดีนี้ ในรายละเอียดยังแยกได้เป็น ดีมาก ดีน้อย ดีพอ และพอดี และความพอดีนี่หละครับ ที่แต่ละคนจะต้องใช้สติ หรือใช้ความพอใจเลือกสรรกันเอง ไม่มีใครไปบังคับใครได้หรอกครับ
-
เสือกินปลาทู
- ขาประจำ
- โพสต์: 1469
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ย. 2013, 14:24
- Tel: 0887544460
- team: ซับซ้อนทีม
- Bike: pinarello
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
ยอดเยี่ยมเลยครับ ลดความอยากใด้อยากมีลงไปใด้มากทีเดียว
แต่ก็น่ะ ปุถุชนคนธรรมดาเยี่ยงเราๆท่านๆ มันก็ต้องมีกิเลศบ้างเป็นเรื่องปกติ
แต่ก็น่ะ ปุถุชนคนธรรมดาเยี่ยงเราๆท่านๆ มันก็ต้องมีกิเลศบ้างเป็นเรื่องปกติ
-
bigadisak
- ขาประจำ
- โพสต์: 180
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ม.ค. 2014, 14:03
- ติดต่อ:
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
1=== ถ้าจ่ายในสิ่งที่เราชอบ แม้ว่าราคาต่อประสิทธิภาพ จะไม่สมเหตุผล เราก็มีความสุขที่ใช้มัน
กลับกัน ราคาดี ประสิทธิภาพเยี่ยม เลหลังมา ราคาครึ่งเดียว แต่มันไม่โดน เราก็ไม่ซื้อมันมาใช้อยู่ดี
บางทีได้มาฟรี ยังรีบขาย ระดมทุนโปรเจ็คอื่นซะงั้น
2=== บางครั้ง เราก็ประหยัดเป็นอย่างๆ ประหยัดเรื่องจักรยาน แต่จ่ายแพงเรื่องท่องเที่ยว บางคนประหยัดเรื่องท่องเที่ยว แต่จ่ายแพงเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม คงอยู่ที่ ใครรู้สึกมีความสุขกับสิ่งไหนมากกว่ากัน
3=== เห็นเพื่อนใช้วันหยุดประจำปี รูดบัตรเครดิต ไปเที่ยวเมืองนอก เห็นมันแฮปปี้ เล่าแล้วเล่าอีกว่าสนุกยังไง เป็นความทรงจำดีๆครั้งหนึ่งในชีวิตของมัน
ตอนนี้ก็ยังใช้หนี้ก้อนนั้นไม่หมด เสียดอกเบี้ย แลก ประสบการณ์ทางกายและใจ มันก็ว่าคุ้มของมัน
4=== ผมปั่นมาแค่ปีกว่าเอง แต่หมดเงินไปมากจิงๆกับจักรยาน โชคดีพอจะมีงบลับใช้ซื้อหา ก็ไม่ได้เป็นหนี้เป็นสินอะไร
แต่ก็ยังมองห้องอุปกรณ์มือสองบ่อยๆ รอไอเทมดีๆ ราคาแบ่งปันอยู่เสมอ ไม่ค่อยกล้าซื้อของใหม่ มันเจ็บตัวเยอะ
สำหรับผม ไอเอมที่ซื้อมาแล้วรู้สึกคุ้มสุด คือ เทรนเนอร์คับ อิอิ
****** 5=== ****** เห็นพี่ที่ทำร้านจักรยาน บ่นๆ กระแสเริ่มอิ่มตัว มันไม่ดีเหมือนช่วงสองสามปีก่อน มันเรื่อยๆ อืดๆ ตอนนี้ งานเซอร์วิสเริ่มจะมากขึ้น แต่ขายของชิ้นใหญ่ได้น้อยลง ใครๆก็มีจักรยาน มีกรุ๊ป มีล้อ กันหมดแล้ว ใครที่เคยรูดบัตรเครดิตมาซื้อ จะซื้ออะไรใหม่ ก็คิดหนัก
กลุ่มที่มีกำลังซื้อจริงๆ ก็เป็นกลุ่มเล็ก
บางคนคิดว่าซื้อไอเทมยอดนิยม เบื่อแล้วจะขายได้ง่าย ก็คิดผิด ติดมือ ต้องกัดฟัน หั่นราคาขายไป ถึงจะออก
จะอัพรถ ก็ระวังๆกันนิดนึงนะคับ ^^
กลับกัน ราคาดี ประสิทธิภาพเยี่ยม เลหลังมา ราคาครึ่งเดียว แต่มันไม่โดน เราก็ไม่ซื้อมันมาใช้อยู่ดี
บางทีได้มาฟรี ยังรีบขาย ระดมทุนโปรเจ็คอื่นซะงั้น
2=== บางครั้ง เราก็ประหยัดเป็นอย่างๆ ประหยัดเรื่องจักรยาน แต่จ่ายแพงเรื่องท่องเที่ยว บางคนประหยัดเรื่องท่องเที่ยว แต่จ่ายแพงเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม คงอยู่ที่ ใครรู้สึกมีความสุขกับสิ่งไหนมากกว่ากัน
3=== เห็นเพื่อนใช้วันหยุดประจำปี รูดบัตรเครดิต ไปเที่ยวเมืองนอก เห็นมันแฮปปี้ เล่าแล้วเล่าอีกว่าสนุกยังไง เป็นความทรงจำดีๆครั้งหนึ่งในชีวิตของมัน
ตอนนี้ก็ยังใช้หนี้ก้อนนั้นไม่หมด เสียดอกเบี้ย แลก ประสบการณ์ทางกายและใจ มันก็ว่าคุ้มของมัน
4=== ผมปั่นมาแค่ปีกว่าเอง แต่หมดเงินไปมากจิงๆกับจักรยาน โชคดีพอจะมีงบลับใช้ซื้อหา ก็ไม่ได้เป็นหนี้เป็นสินอะไร
แต่ก็ยังมองห้องอุปกรณ์มือสองบ่อยๆ รอไอเทมดีๆ ราคาแบ่งปันอยู่เสมอ ไม่ค่อยกล้าซื้อของใหม่ มันเจ็บตัวเยอะ
สำหรับผม ไอเอมที่ซื้อมาแล้วรู้สึกคุ้มสุด คือ เทรนเนอร์คับ อิอิ
****** 5=== ****** เห็นพี่ที่ทำร้านจักรยาน บ่นๆ กระแสเริ่มอิ่มตัว มันไม่ดีเหมือนช่วงสองสามปีก่อน มันเรื่อยๆ อืดๆ ตอนนี้ งานเซอร์วิสเริ่มจะมากขึ้น แต่ขายของชิ้นใหญ่ได้น้อยลง ใครๆก็มีจักรยาน มีกรุ๊ป มีล้อ กันหมดแล้ว ใครที่เคยรูดบัตรเครดิตมาซื้อ จะซื้ออะไรใหม่ ก็คิดหนัก
กลุ่มที่มีกำลังซื้อจริงๆ ก็เป็นกลุ่มเล็ก
บางคนคิดว่าซื้อไอเทมยอดนิยม เบื่อแล้วจะขายได้ง่าย ก็คิดผิด ติดมือ ต้องกัดฟัน หั่นราคาขายไป ถึงจะออก
จะอัพรถ ก็ระวังๆกันนิดนึงนะคับ ^^
ปั่นสนุก
- moloko
- สมาชิก
- โพสต์: 44
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ต.ค. 2012, 05:15
- Tel: 0814034434
- team: -
- Bike: Road bike
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
เขียนสนุกมากครับ ผมชอบตรง วงการ AV นี่แหละ
-
noi234
- ขาประจำ
- โพสต์: 229
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ย. 2008, 16:21
- Tel: 08227-93233
- team: -
- Bike: ภูเขา - หมอบ - ฟิกส์
- ตำแหน่ง: 245 หมู่ 8 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 58130
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
ชอบครับ จะตามอ่าน
เหมือนปั่นเสร็จแล้วมานั่งคุยเล่นกัน แลกเปลี่ยน หลายคนหลายความคิด
ไม่ได้สรุปว่าอย่างไรดีที่สุด ถูกต้องที่สุด ได้เห็นมุมมองแตกต่าง
ผมสนุกเวลาเจอกันใหม่ๆ แล้วมองรถ มองชุด เดาๆกันไปว่าจะขนาดใหน
พอล้อเริ่มหมุนก็สนุกครับ บางคนมาเต็มทั้งรถทั้งชุด หมกตลอด ไม่รู้มาไม้ไหน
บางคนดูธรรมดา แต่ฉีกออกไปก่อน แล้วเราจะเอาไงดี 555
รถเทพ ชุดโปร หมวกแอโร่ ก็กลายเป็นเรื่องสนุกไป
เหมือนปั่นเสร็จแล้วมานั่งคุยเล่นกัน แลกเปลี่ยน หลายคนหลายความคิด
ไม่ได้สรุปว่าอย่างไรดีที่สุด ถูกต้องที่สุด ได้เห็นมุมมองแตกต่าง
ผมสนุกเวลาเจอกันใหม่ๆ แล้วมองรถ มองชุด เดาๆกันไปว่าจะขนาดใหน
พอล้อเริ่มหมุนก็สนุกครับ บางคนมาเต็มทั้งรถทั้งชุด หมกตลอด ไม่รู้มาไม้ไหน
บางคนดูธรรมดา แต่ฉีกออกไปก่อน แล้วเราจะเอาไงดี 555
รถเทพ ชุดโปร หมวกแอโร่ ก็กลายเป็นเรื่องสนุกไป
เปิดใจให้กว้าง เราจะได้เป็นสุข
- Arnai
- สมาชิก
- โพสต์: 11
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มิ.ย. 2014, 15:54
- Tel: 081-8386686
- team: อิสระ
- Bike: Wheeler เก่าๆ
- ตำแหน่ง: 32 ม.บารเมษฐ์ ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย62 แขวง ดอกไม้ เขตประเวศ กรุงเทพฯ 10250
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
เขียนได้ถูกใจครับ..อย่างผมปัจจัยมีไม่มากอยากได้ของชิ้นไหนจะเก็บเงิน แล้วรอรับ
จากห้องมือสอง (รอและรอจังหวะ.) จะไม่รูดบัตรเด็ดขาด(ไม่อยากเป็นหนี้หน่ะ.)
จากห้องมือสอง (รอและรอจังหวะ.) จะไม่รูดบัตรเด็ดขาด(ไม่อยากเป็นหนี้หน่ะ.)
-
earkeark
- ขาประจำ
- โพสต์: 182
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2011, 08:58
- Tel: Line ID : earkearks
- Bike: Canyon Ultimate CF SLX
- ตำแหน่ง: Nonthaburi
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
ติดตามตั้งแต่กระทู้ที่แล้ว มันส์ดีครับ
Cyclology Cycling Club
Canyon Bikes Thailand
Rapha Cycling Club
Canyon Bikes Thailand
Rapha Cycling Club
-
sp_oae28
- สมาชิก
- โพสต์: 9
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2014, 15:04
- unnero
- สมาชิก
- โพสต์: 69
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.พ. 2015, 18:09
- Bike: Allez E5 2015
- ติดต่อ:
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
วัตถุประสงค์ที่แท้จริงในการปั่นจักรยาน ของแต่ละคนต่างกัน
แค่ออกกำลังกาย?
เข้ากลุ่มกับเพื่อน? อัพ "สักนิด"ให้ปั่นตามเพื่อนทัน?
พัฒนาตัวเองไปสู่การแข่งขันระดับต่างๆ?
แต่บางทีมันก็เยอะ ตามท่าน จขกท ว่าเลยครับ 55555
แค่ออกกำลังกาย?
เข้ากลุ่มกับเพื่อน? อัพ "สักนิด"ให้ปั่นตามเพื่อนทัน?
พัฒนาตัวเองไปสู่การแข่งขันระดับต่างๆ?
แต่บางทีมันก็เยอะ ตามท่าน จขกท ว่าเลยครับ 55555
LINE : siwawut83
STRAVA : siwawut
มื อ ใ ห ม่ ค รั บ
STRAVA : siwawut
มื อ ใ ห ม่ ค รั บ
-
Acyclist
- ขาประจำ
- โพสต์: 363
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2013, 00:07
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
ผมคิดว่าคุณ จขกท มีเจตนาที่ดี แต่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการที่ใช้แนวการเขียนเชิงกระแนะกระแหนเสียดสีคนที่ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ให้ดูเป็นเรื่องตลกขบขันเฮฮา บางคนอ่านแล้วนึกถึงตัวเองแล้วขำไม่คิดมากก็ดีไป แต่บางคนอ่านแล้วอาจรู้สึกว่าโดนเอามาประจานแล้วโกรธเคืองก็อาจจะมี ตอนแรกที่อ่านผมเลยรู้สึกทันทีว่าจขกท เขียนเรียกแขกละ ถึงแม้ว่า จขกท บอกไม่มีเจตนาจะเรียกแขกก็ตาม ไม่ค่อยมีใครชอบเป็นตัวตลกให้คนอื่นหัวเราะเยาะหรอก ไปทำอย่างนั้นก็มีแต่จะสร้างความบาดหมางใจให้คนอื่นเปล่าๆ เลยไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการนี้เป็นการส่วนตัว
คุณ จขกท อาจจะมีเจตนาที่จะนำเสนอให้คนกลุ่มเป้าหมายที่เบี้ยน้อยหอยน้อยเป็นหลักก็จริง ซึ่งอาจจะลืมตัวใช้เงินเกินตัวจนเป็นหนี้เป็นเป็นสิน อยากเตือนให้ระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น อันนี้ผมเห็นด้วยและคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยเตือนสติบ้างเผื่อกำลังลืมตัวเรื่องใช้เงิน แต่กลุ่มคนที่ใช้อุปกรณ์ต่างๆที่คุณเอามาเล่าขำๆ ให้คนอื่นหัวเราะเยาะนี่ ผมไม่คิดว่าคุณจะรู้ได้ทันทีว่าพวกนั้นทุกคนเขามีรายได้น้อยใช้จ่ายเกินตัวไม่ควรเอาเงินมาใช้ซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ให้เปลืองตังค์ หรือคนที่เปลี่ยนเฟรมเปลี่ยนล้ออย่างกับเปลี่ยนมือถือทุกคนจะยากจนเป็นหนี้เป็นสิน ผมรู้จักหลายคนที่เปลี่ยนบ่อยและมีรถและล้อเยอะมาก หรือถ้าอยากจะเปลี่ยนให้ถี่กว่าเปลี่ยนมือถือก็ยังทำได้โดยขนหน้าแข้งก็ไม่ร่วงสักเส้น ทั้งๆที่แนวทางส่วนตัวของผมต่างกับเขาโดยสิ้นเชิงที่ก่อนจะซื้อแต่ละชิ้นคิดแล้วคิดอีกไม่ชอบเปลี่ยนอะไรง่ายๆ แต่ผมก็ถือว่าเป็นสิทธิส่วนตัวของเขาไม่ได้จะคิดไปห้ามปรามเขาว่าต้องคิดให้ดีก่อนเปลี่ยนถ้ามันเป็นความสุขและเงินของเขาเองไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่สำหรับคนที่ฐานะการเงินไม่พร้อมจะทำอย่างนี้ก็ไม่ควรจะเลียนแบบ ทำตามฐานะตัวเองจะดีกว่า ไม่งั้นจะเข้าตามสุภาษิต เห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง
อุปกรณ์แอโร่หลายๆ ชิ้นอาจจะระบายความร้อนไม่ดีมากแต่จากประสบการณ์ที่ลองมาเอง บางชิ้นมันก็อุ่นๆ มีเหงื่อซึมๆ พอทนได้ไม่ได้ถึงกับทรมาน คุ้มค่ากับแรงลมที่ลดลง เรื่องร้อนมากร้อนน้อยคงต่างกันไปแล้วแต่บริบทด้วย บางคนขี้ร้อนเป็นพิเศษอาจจะไม่ค่อยชอบ (บางคนก็มีความเชื่อที่ว่า ปั่นจักรยานมันต้องทนเหนื่อยต้องทนทรมานอยู่กับความเจ็บปวดอยู่แล้ว ถ้ารักสบายอยากเย็นกลัวแดดกลัวร้อนก็ปั่นในห้องแอร์อยู่บ้านไม่ต้องออกไปปั่นหรอก ขณะที่บางคนมีความเชื่อคนละแบบก็คงแล้วแต่ทัศนคติด้วย ตัวผมเองขอเลือกแบบกลางๆของผมเองละกัน คือไม่ได้ถึงกับคุณชายรักสบาย แต่ก็ขอแบบไม่ทรมานเกินและไม่ร้อนจนเกินไป ฮ่าฮ่า) กรณีใช้อุปกรณ์แอโร่ขึ้นเขามันก็มีทดสอบออกมาจากหลายแหล่งที่ยืนยันด้วยวัตต์มิเตอร์ว่ามันช่วยได้จริงถึงความชันระดับนึง ซึ่งสัมพันธ์กับระดับแรงของผู้ปั่นด้วย แรงมากก็จะได้ผลถึงที่ระดับความชันที่มากกว่าคนแรงน้อย เพราะปั่นได้ความเร็วที่มากกว่า ถึงระดับที่แรงลมเข้ามามีผลต่อเวลา เสียดายที่แหล่งความรู้ส่วนมากเป็นภาษาอังกฤษ บางบทความก็มีคนเอามาแปลบางอันก็ไม่มีต้องไปอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษเอาเอง จานวงรีผมยังไม่เคยใช้แต่ก็ได้ยินบางคนใช้แล้วก็ชอบบางคนใช้แล้วเฉยๆ ผมก็ไม่ได้คิดว่าคนที่ซื้อจานวงรีมาใช้แล้วชอบเพราะรู้สึกดีกว่าจานกลมจะเป็นคนที่มโนไปเอง สรีระและความแข็งแรงกล้ามเนื้อแต่ละคนไม่เหมือนกัน อุปกรณ์มันน่าจะช่วยได้สำหรับคนกลุ่มหนึ่ง แต่พอระดับความแข็งแรงกล้ามเนื้อเปลี่ยนไปแล้วอุปกรณ์มันก็อาจจะไม่ได้ช่วยเหมือนเดิมก็ได้ แว่นตาแพงกับถูกที่เจอกับตัวเอง ถ้าไม่นับเรื่องกันยูวี 100% หรือเรื่องความเหนียวกันวัสดุกันกระแทกได้ดีกว่าซึ่งไม่สะดวกจะทดสอบเองเลยเชื่อคำโฆษณา ผมรู้สึกว่าของแพงทำดีกว่า ความสม่ำเสมอผิวเลนส์ ความบิดเบือนน้อยมาก ใส่แล้วสบายตากว่าไม่ปวดหัว แต่บางคนสายตาดีมากไม่ได้รำคาญกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆของผิวเลนส์ ก็อาจจะไม่ได้รู้สึกอะไร เลนส์ถูกเลนส์แพงใช้ได้ดีเหมือนกันหมดก็มี บางอย่างผมคิดว่ามันก็สรุปให้กับคนอื่นไม่ได้ มันคงต้องลองด้วยตัวเองคล้ายกับเรื่องเบาะจักรยาน คนหนึ่งบอกนั่งสบาย อีกคนบอกนี่มันนรกชัดๆ แปลกแต่จริง
การได้ลองใช้อุปกรณ์จะด้วยการซื้อหรือการยืม ก็ถือว่าได้เป็นความรู้และประสบการณ์จริงกับตัวผู้ลองเอง ล้อตัวนั้นตัวนี้ช่วยให้ปั่นความเร็วสูงดีขึ้นจริงไหม ต่อให้มีคนอธิบายสรรพคุณล้อละเอียดยิบเป็นพันเป็นหมื่นคำก็คงไม่เหมือนได้เอาล้อไปลองใช้เอง ลองแล้วก็อาจจะได้ประสบการณ์ไม่เหมือนกับที่คนอื่นบอกทั้งหมดก็ได้ สองคนลองรถรุ่นเดียวกัน คนหนึ่งบอกปั่นสบายอีกคนบอกสะเทือนมากไม่เห็นจะสบายเลยก็ยังมีเป็นเรื่องปกติ เพราะอาจจะรถคนละไซส์เลยฟีลลิ่งต่างกัน, น้ำหนักคนขี่ต่างกัน, หรือความคาดหวังจากอุปกรณ์ต่างกันไป บางคนว่าหมอบแอโร่ปั่นไปปั่นมา AV ก็เท่าเดิม บางคนก็ว่าช่วยเพิ่ม AV ได้นิดหน่อย ประสบการณ์แต่ละคนคงต่างกันไป ไม่ใช่เรื่องใครผิดใครถูก จากประสบการณ์ส่วนตัวผมเอง ถ้าเอาไปปั่นกลุ่มเกาะหลังคนอื่นเป็นส่วนใหญ่ AV ก็คงไม่เปลี่ยนเพราะผมไม่ใช่คนคุมความเร็วกลุ่ม นอกจากถ้าจะขึ้นไปลากเองตลอดทางก็คงไม่ไหว แต่มันช่วยให้เบาแรงขึ้นจนรู้สึกได้ มากน้อยสำหรับแต่ละคนคงขึ้นอยู่กับระดับความฟิตด้วย ถ้าเอาไปปั่นเดี่ยวนิ่งๆ ในสภาพถนนและลมคล้ายกัน ความเหนื่อยพอๆกัน ก็น่าจะได้เห็น AV เพิ่มมากน้อยตามความแอโร่ของรถ รถแอโร่น้อยหน่อยก็อาจจะได้ AV เพิ่มมาไม่ถึง 1 กม./ชม. แต่รถแอโร่มากหน่อยก็อาจจะได้มากกว่านั้น
ผมเชื่อว่าวิธีการที่ดีที่จะช่วยให้คนที่เบี้ยน้อยหอยน้อยใช้จ่ายกันอย่างมีสติคือการให้ความรู้และคำแนะนำเรื่องบริหารการเงิน เมื่อไรคือใช้เงินเกินตัว การบริหารหนี้สินหนี้บัตรเครดิตต้องทำอย่างไร (บางคนไม่ยอมเป็นหนี้บัตรเครดิตยกเว้นมีโปรโมชั่นคุ้มจริง ถูกกว่าจ่ายเงินสดถึงยอมผ่อนบัตรก็มี) บางคนอาจจะลืมตัวชั่วคราวแต่ก็ยินดีรับฟังคำแนะนำเมื่อมีคนช่วยชี้แนะ บางคนรู้ว่าใช้เงินเกินตัวตั้งใจทำก็ถือว่าเป็นสิทธิของเขาบังคับกันไม่ได้ ผมเชื่อว่าวิธีนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าเพราะถึงเขาระงับความอยากเรื่องจักรยานได้ ก็ยังมีอย่างอื่นอีกสารพัดที่คนจับจ่ายใช้สอยได้อีกเยอะ เช่น เปลี่ยนมือถือ, เที่ยวต่างประเทศ, กล้องถ่ายรูป, บิ๊กไบค์, รถแต่ง ฯลฯ เคยดูรายการทีวีในต่างประเทศที่เขาให้คำปรึกษาด้านการเงินว่า อยากซื้อของสักชิ้นจะซื้อได้ไหม โดยต้องบอกตัวเลขสถานะการเงินว่ามีรายได้, รายจ่าย, เงินออม, หนี้สินเท่าไร ฯลฯ ในไทยน่าจะมีคนให้คำแนะนำทำนองนี้บ้าง บางคนอาจจะนึกไม่ออก ขอสมมุติเป็นคำถามแบบขาวจักรยานแล้วกันจะได้เข้าใจง่าย
คำถาม : อายุ 26 ยังโสด ทำงานลูกจ้างบริษัท เงินเดือน 6 หมื่น มีเงินเก็บรวมประมาณ 5 แสน สำหรับฉุกเฉินและเงินเก็บหลังเกษียณ หนี้สินมีผ่อนบ้านเดือนละ 1 หมื่น มีหนี้บัตรเครดิต 2 หมื่น จะซื้อจักรยานเสือหมอบในงบประมาณ 5 หมื่น ได้ไหม ?
คำถาม : อายุ 42 มีครอบครัว ลูก 3 รายได้สามีภรรยาเดือนละ 2 แสน เงินเก็บรวมประมาณ 5 ล้าน ยังไม่รวมหุ้นและพันธบัตรที่มี หนี้บัตรเครดิตไม่มี ผ่อนบ้านเดือนละ 3 หมื่น อยากจะอัพล้อไบเท็คได้ไหม ?
กูรูก็จะตอบว่า อนุมัติหรือไม่อนุมัติ พร้อมเหตุผล เช่น ไม่อนุมัติเพราะเงินเก็บน้อยไปหรือหนี้สินเยอะไป ถ้าจะซื้อได้ควรมีรายได้หรือเงินเก็บประมาณเท่าไร ฯลฯ บางทีคนเราก็ไม่รู้ตัวคิดว่ากำลังเดินสายกลาง ประหยัดแล้ว ซื้อเท่าที่จำเป็น แต่พอดูสถานะทางการเงินแล้วอาจจะกลายเป็นว่าใช้เงินเกินตัวอยู่ก็ได้ เช่น อายุมากแล้ว รายได้เยอะ แต่รายจ่ายก็เยอะตามรายได้ มีหนี้สินมาก ยังไม่มีเงินเก็บเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ ส่วนแนะนำไปแล้วจะทำตามหรือไม่ก็แล้วแต่ตัวเขาเอง
ตราบใดที่เราเคารพสิทธิซึ่งกันและกันนผมเชื่อว่าจะช่วยให้สังคมสงบสุขได้ สังเกตสังคมบนอินเตอร์เน็ตหลายที่ไม่เฉพาะสังคมจักรยาน เวลาเริ่มมีล้ำเส้นกันทีไรแม้จะด้วยความหวังดีก็ตาม หรือมีคนพยายามตัดสินคนอื่นด้วยจุดยืนของตัวเอง มีได้ทะเลาะกันอยู่เรื่อย หรือในสังคมจักรยานเองพอมีใครเริ่มประเด็นรถแพงแรงน้อยโดนขาแรงขี่รถถูกกว่าข่มให้ ก็เป็นเรื่องได้บ่อยครั้ง บางคนมีเงินก็อยากเล่นรถแพงแต่ไม่ได้อยากเป็นขาแรงก็มีนะ ก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของเขาที่เขาจะเลือกแบบนั้นและคนอื่นก็ควรจะเคารพสิทธิเขาเช่นกัน หวังว่าคนที่ยอมเสียเวลาอ่านที่ผมเขียนมายาวเหยียดตั้งแต่ต้นจนจบคงพอเข้าใจเจตนาของผม ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับผมหรือไม่ก็ตาม ผมเองไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ใครไม่พอใจ ผมมีความปรารถนาดีครับ
คุณ จขกท อาจจะมีเจตนาที่จะนำเสนอให้คนกลุ่มเป้าหมายที่เบี้ยน้อยหอยน้อยเป็นหลักก็จริง ซึ่งอาจจะลืมตัวใช้เงินเกินตัวจนเป็นหนี้เป็นเป็นสิน อยากเตือนให้ระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น อันนี้ผมเห็นด้วยและคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยเตือนสติบ้างเผื่อกำลังลืมตัวเรื่องใช้เงิน แต่กลุ่มคนที่ใช้อุปกรณ์ต่างๆที่คุณเอามาเล่าขำๆ ให้คนอื่นหัวเราะเยาะนี่ ผมไม่คิดว่าคุณจะรู้ได้ทันทีว่าพวกนั้นทุกคนเขามีรายได้น้อยใช้จ่ายเกินตัวไม่ควรเอาเงินมาใช้ซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ให้เปลืองตังค์ หรือคนที่เปลี่ยนเฟรมเปลี่ยนล้ออย่างกับเปลี่ยนมือถือทุกคนจะยากจนเป็นหนี้เป็นสิน ผมรู้จักหลายคนที่เปลี่ยนบ่อยและมีรถและล้อเยอะมาก หรือถ้าอยากจะเปลี่ยนให้ถี่กว่าเปลี่ยนมือถือก็ยังทำได้โดยขนหน้าแข้งก็ไม่ร่วงสักเส้น ทั้งๆที่แนวทางส่วนตัวของผมต่างกับเขาโดยสิ้นเชิงที่ก่อนจะซื้อแต่ละชิ้นคิดแล้วคิดอีกไม่ชอบเปลี่ยนอะไรง่ายๆ แต่ผมก็ถือว่าเป็นสิทธิส่วนตัวของเขาไม่ได้จะคิดไปห้ามปรามเขาว่าต้องคิดให้ดีก่อนเปลี่ยนถ้ามันเป็นความสุขและเงินของเขาเองไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่สำหรับคนที่ฐานะการเงินไม่พร้อมจะทำอย่างนี้ก็ไม่ควรจะเลียนแบบ ทำตามฐานะตัวเองจะดีกว่า ไม่งั้นจะเข้าตามสุภาษิต เห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง
อุปกรณ์แอโร่หลายๆ ชิ้นอาจจะระบายความร้อนไม่ดีมากแต่จากประสบการณ์ที่ลองมาเอง บางชิ้นมันก็อุ่นๆ มีเหงื่อซึมๆ พอทนได้ไม่ได้ถึงกับทรมาน คุ้มค่ากับแรงลมที่ลดลง เรื่องร้อนมากร้อนน้อยคงต่างกันไปแล้วแต่บริบทด้วย บางคนขี้ร้อนเป็นพิเศษอาจจะไม่ค่อยชอบ (บางคนก็มีความเชื่อที่ว่า ปั่นจักรยานมันต้องทนเหนื่อยต้องทนทรมานอยู่กับความเจ็บปวดอยู่แล้ว ถ้ารักสบายอยากเย็นกลัวแดดกลัวร้อนก็ปั่นในห้องแอร์อยู่บ้านไม่ต้องออกไปปั่นหรอก ขณะที่บางคนมีความเชื่อคนละแบบก็คงแล้วแต่ทัศนคติด้วย ตัวผมเองขอเลือกแบบกลางๆของผมเองละกัน คือไม่ได้ถึงกับคุณชายรักสบาย แต่ก็ขอแบบไม่ทรมานเกินและไม่ร้อนจนเกินไป ฮ่าฮ่า) กรณีใช้อุปกรณ์แอโร่ขึ้นเขามันก็มีทดสอบออกมาจากหลายแหล่งที่ยืนยันด้วยวัตต์มิเตอร์ว่ามันช่วยได้จริงถึงความชันระดับนึง ซึ่งสัมพันธ์กับระดับแรงของผู้ปั่นด้วย แรงมากก็จะได้ผลถึงที่ระดับความชันที่มากกว่าคนแรงน้อย เพราะปั่นได้ความเร็วที่มากกว่า ถึงระดับที่แรงลมเข้ามามีผลต่อเวลา เสียดายที่แหล่งความรู้ส่วนมากเป็นภาษาอังกฤษ บางบทความก็มีคนเอามาแปลบางอันก็ไม่มีต้องไปอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษเอาเอง จานวงรีผมยังไม่เคยใช้แต่ก็ได้ยินบางคนใช้แล้วก็ชอบบางคนใช้แล้วเฉยๆ ผมก็ไม่ได้คิดว่าคนที่ซื้อจานวงรีมาใช้แล้วชอบเพราะรู้สึกดีกว่าจานกลมจะเป็นคนที่มโนไปเอง สรีระและความแข็งแรงกล้ามเนื้อแต่ละคนไม่เหมือนกัน อุปกรณ์มันน่าจะช่วยได้สำหรับคนกลุ่มหนึ่ง แต่พอระดับความแข็งแรงกล้ามเนื้อเปลี่ยนไปแล้วอุปกรณ์มันก็อาจจะไม่ได้ช่วยเหมือนเดิมก็ได้ แว่นตาแพงกับถูกที่เจอกับตัวเอง ถ้าไม่นับเรื่องกันยูวี 100% หรือเรื่องความเหนียวกันวัสดุกันกระแทกได้ดีกว่าซึ่งไม่สะดวกจะทดสอบเองเลยเชื่อคำโฆษณา ผมรู้สึกว่าของแพงทำดีกว่า ความสม่ำเสมอผิวเลนส์ ความบิดเบือนน้อยมาก ใส่แล้วสบายตากว่าไม่ปวดหัว แต่บางคนสายตาดีมากไม่ได้รำคาญกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆของผิวเลนส์ ก็อาจจะไม่ได้รู้สึกอะไร เลนส์ถูกเลนส์แพงใช้ได้ดีเหมือนกันหมดก็มี บางอย่างผมคิดว่ามันก็สรุปให้กับคนอื่นไม่ได้ มันคงต้องลองด้วยตัวเองคล้ายกับเรื่องเบาะจักรยาน คนหนึ่งบอกนั่งสบาย อีกคนบอกนี่มันนรกชัดๆ แปลกแต่จริง
การได้ลองใช้อุปกรณ์จะด้วยการซื้อหรือการยืม ก็ถือว่าได้เป็นความรู้และประสบการณ์จริงกับตัวผู้ลองเอง ล้อตัวนั้นตัวนี้ช่วยให้ปั่นความเร็วสูงดีขึ้นจริงไหม ต่อให้มีคนอธิบายสรรพคุณล้อละเอียดยิบเป็นพันเป็นหมื่นคำก็คงไม่เหมือนได้เอาล้อไปลองใช้เอง ลองแล้วก็อาจจะได้ประสบการณ์ไม่เหมือนกับที่คนอื่นบอกทั้งหมดก็ได้ สองคนลองรถรุ่นเดียวกัน คนหนึ่งบอกปั่นสบายอีกคนบอกสะเทือนมากไม่เห็นจะสบายเลยก็ยังมีเป็นเรื่องปกติ เพราะอาจจะรถคนละไซส์เลยฟีลลิ่งต่างกัน, น้ำหนักคนขี่ต่างกัน, หรือความคาดหวังจากอุปกรณ์ต่างกันไป บางคนว่าหมอบแอโร่ปั่นไปปั่นมา AV ก็เท่าเดิม บางคนก็ว่าช่วยเพิ่ม AV ได้นิดหน่อย ประสบการณ์แต่ละคนคงต่างกันไป ไม่ใช่เรื่องใครผิดใครถูก จากประสบการณ์ส่วนตัวผมเอง ถ้าเอาไปปั่นกลุ่มเกาะหลังคนอื่นเป็นส่วนใหญ่ AV ก็คงไม่เปลี่ยนเพราะผมไม่ใช่คนคุมความเร็วกลุ่ม นอกจากถ้าจะขึ้นไปลากเองตลอดทางก็คงไม่ไหว แต่มันช่วยให้เบาแรงขึ้นจนรู้สึกได้ มากน้อยสำหรับแต่ละคนคงขึ้นอยู่กับระดับความฟิตด้วย ถ้าเอาไปปั่นเดี่ยวนิ่งๆ ในสภาพถนนและลมคล้ายกัน ความเหนื่อยพอๆกัน ก็น่าจะได้เห็น AV เพิ่มมากน้อยตามความแอโร่ของรถ รถแอโร่น้อยหน่อยก็อาจจะได้ AV เพิ่มมาไม่ถึง 1 กม./ชม. แต่รถแอโร่มากหน่อยก็อาจจะได้มากกว่านั้น
ผมเชื่อว่าวิธีการที่ดีที่จะช่วยให้คนที่เบี้ยน้อยหอยน้อยใช้จ่ายกันอย่างมีสติคือการให้ความรู้และคำแนะนำเรื่องบริหารการเงิน เมื่อไรคือใช้เงินเกินตัว การบริหารหนี้สินหนี้บัตรเครดิตต้องทำอย่างไร (บางคนไม่ยอมเป็นหนี้บัตรเครดิตยกเว้นมีโปรโมชั่นคุ้มจริง ถูกกว่าจ่ายเงินสดถึงยอมผ่อนบัตรก็มี) บางคนอาจจะลืมตัวชั่วคราวแต่ก็ยินดีรับฟังคำแนะนำเมื่อมีคนช่วยชี้แนะ บางคนรู้ว่าใช้เงินเกินตัวตั้งใจทำก็ถือว่าเป็นสิทธิของเขาบังคับกันไม่ได้ ผมเชื่อว่าวิธีนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าเพราะถึงเขาระงับความอยากเรื่องจักรยานได้ ก็ยังมีอย่างอื่นอีกสารพัดที่คนจับจ่ายใช้สอยได้อีกเยอะ เช่น เปลี่ยนมือถือ, เที่ยวต่างประเทศ, กล้องถ่ายรูป, บิ๊กไบค์, รถแต่ง ฯลฯ เคยดูรายการทีวีในต่างประเทศที่เขาให้คำปรึกษาด้านการเงินว่า อยากซื้อของสักชิ้นจะซื้อได้ไหม โดยต้องบอกตัวเลขสถานะการเงินว่ามีรายได้, รายจ่าย, เงินออม, หนี้สินเท่าไร ฯลฯ ในไทยน่าจะมีคนให้คำแนะนำทำนองนี้บ้าง บางคนอาจจะนึกไม่ออก ขอสมมุติเป็นคำถามแบบขาวจักรยานแล้วกันจะได้เข้าใจง่าย
คำถาม : อายุ 26 ยังโสด ทำงานลูกจ้างบริษัท เงินเดือน 6 หมื่น มีเงินเก็บรวมประมาณ 5 แสน สำหรับฉุกเฉินและเงินเก็บหลังเกษียณ หนี้สินมีผ่อนบ้านเดือนละ 1 หมื่น มีหนี้บัตรเครดิต 2 หมื่น จะซื้อจักรยานเสือหมอบในงบประมาณ 5 หมื่น ได้ไหม ?
คำถาม : อายุ 42 มีครอบครัว ลูก 3 รายได้สามีภรรยาเดือนละ 2 แสน เงินเก็บรวมประมาณ 5 ล้าน ยังไม่รวมหุ้นและพันธบัตรที่มี หนี้บัตรเครดิตไม่มี ผ่อนบ้านเดือนละ 3 หมื่น อยากจะอัพล้อไบเท็คได้ไหม ?
กูรูก็จะตอบว่า อนุมัติหรือไม่อนุมัติ พร้อมเหตุผล เช่น ไม่อนุมัติเพราะเงินเก็บน้อยไปหรือหนี้สินเยอะไป ถ้าจะซื้อได้ควรมีรายได้หรือเงินเก็บประมาณเท่าไร ฯลฯ บางทีคนเราก็ไม่รู้ตัวคิดว่ากำลังเดินสายกลาง ประหยัดแล้ว ซื้อเท่าที่จำเป็น แต่พอดูสถานะทางการเงินแล้วอาจจะกลายเป็นว่าใช้เงินเกินตัวอยู่ก็ได้ เช่น อายุมากแล้ว รายได้เยอะ แต่รายจ่ายก็เยอะตามรายได้ มีหนี้สินมาก ยังไม่มีเงินเก็บเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ ส่วนแนะนำไปแล้วจะทำตามหรือไม่ก็แล้วแต่ตัวเขาเอง
ตราบใดที่เราเคารพสิทธิซึ่งกันและกันนผมเชื่อว่าจะช่วยให้สังคมสงบสุขได้ สังเกตสังคมบนอินเตอร์เน็ตหลายที่ไม่เฉพาะสังคมจักรยาน เวลาเริ่มมีล้ำเส้นกันทีไรแม้จะด้วยความหวังดีก็ตาม หรือมีคนพยายามตัดสินคนอื่นด้วยจุดยืนของตัวเอง มีได้ทะเลาะกันอยู่เรื่อย หรือในสังคมจักรยานเองพอมีใครเริ่มประเด็นรถแพงแรงน้อยโดนขาแรงขี่รถถูกกว่าข่มให้ ก็เป็นเรื่องได้บ่อยครั้ง บางคนมีเงินก็อยากเล่นรถแพงแต่ไม่ได้อยากเป็นขาแรงก็มีนะ ก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของเขาที่เขาจะเลือกแบบนั้นและคนอื่นก็ควรจะเคารพสิทธิเขาเช่นกัน หวังว่าคนที่ยอมเสียเวลาอ่านที่ผมเขียนมายาวเหยียดตั้งแต่ต้นจนจบคงพอเข้าใจเจตนาของผม ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับผมหรือไม่ก็ตาม ผมเองไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ใครไม่พอใจ ผมมีความปรารถนาดีครับ
-
infamous
- สมาชิก
- โพสต์: 43
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2011, 10:58
- Bike: madone 4.9 , M5
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
ธรรมดา ครับ ก็มันตังค์เค้า อีกอย่างของแบบนี้มัน boy toy ครับ
มันไม่ได้สนุกแค่ขี่ครับ บางทีมันก็สนุกที่ได้เล่น ได้มี ได้สัมผัส ผมไม่มีปัญญาเล่นได้แบบเค้า
ก็ได้แต่ องุ่นเปรี้ยว ครับ
มันไม่ได้สนุกแค่ขี่ครับ บางทีมันก็สนุกที่ได้เล่น ได้มี ได้สัมผัส ผมไม่มีปัญญาเล่นได้แบบเค้า
ก็ได้แต่ องุ่นเปรี้ยว ครับ
- SakonL
- ขาประจำ
- โพสต์: 302
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ม.ค. 2015, 06:00
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
เห็นด้วยนะครับเรื่องตังค์ใครตังค์มัน พอใจอะไรก็ซื้อไปตามกำลังครับ บางทีคนกลุ่มนี้เค้าอาจจะไม่พอใจถึงแม้ว่าเราจะไม่มีเจตตนาอย่างนั้นนะครับ ใจเขาใจเราครับ
-
ลมรำเพย
- ขาประจำ
- โพสต์: 3382
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 21:18
- ติดต่อ:
-
ton_59
- ขาประจำ
- โพสต์: 1825
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2009, 16:12
- Tel: 0866652400
- team: แก๊ง ขวานซิ่ง
- Bike: GT & RADAC
- ติดต่อ:
Re: ความสบาย VS สมรรถภาพ ขอวิภากษ์สักกระทู้
อ่านกันเพลินทีเดียว
จักรยานไม้ไผ่ ไทยประดิษฐ์ (ของน้องชายผม)
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=1129953&start=45
https://www.facebook.com/khing.bamboobicycle
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=70&t=1129953&start=45
https://www.facebook.com/khing.bamboobicycle