จากรถอลูบ้านตัวเริ่มต้น
มาเป็นรถคารบอนแอโร่นิดนึงตัวเกือบทอป
พบว่าแรงสะเทือนหายไปเยอะมากอย่างเห็นได้ชัด
คันหลังเชตรถให้ก้มเยอะกว่าเดิมและใช้ล้อขอบสูงกว่าคันแรก ตอนปั่นเลยเฉลี่ยดีขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย (ประมาณ0.5km/h)
นอกนั้นยังไม่รู้สึกอะไรที่เห็นผลอย่างชัดเจนจนจับต้องได้
เฟรมคาร์บอนระดับ top ช่วยให้ปั่นได้เร็วขึ้นหรือไม่?
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
luciana
- ขาประจำ
- โพสต์: 262
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มี.ค. 2014, 15:04
- Bike: รถเขียว 903
-
Acyclist
- ขาประจำ
- โพสต์: 363
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2013, 00:07
Re: เฟรมคาร์บอนระดับ top ช่วยให้ปั่นได้เร็วขึ้นหรือไม่?
Bikeradar ทดสอบไว้นานแล้ว ปั่นสนามจริงแล้ววัดวัตต์และความเร็ว
http://www.bikeradar.com/road/news/arti ... ero-19273/
พยายามปั่นที่ความเร็ว 40 คงที่ จับแอโร่บาร์เหมือนกัน หมวกแอโร่ ล้อเหมือนกัน ต่างกันเฉพาะเฟรมถนนกับเฟรม TT
Tarmac SL2 | TT2 helmet | clip-on aero bars 261 วัตต์
Transition | TT2 helmet | aero bars 229 วัตต์
พอสรุปได้ว่า รูปทรงท่อเฟรมมีผลต่อแรงต้านอากาศทำให้ออกแรงไม่เท่ากัน
จากประสบการณ์ สังเกตบางคนอาจจะตัวใหญ่มากหรือท่านั่งปั่นไม่ก้มเท่าที่ควรด้วยข้อจำกัดต่างๆ เลยทำให้แรงต้านอากาศมากกว่าปกติจนไม่ค่อยรู้สึกถึงแรงต้านอากาศที่ลดลงเล็กน้อย หรือคนที่ปั่นเกาะกลุ่มเป็นหลักก็อาจจะไม่สังเกตถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้นเพราะไม่ได้ปั่นคุมความเร็วเอง แต่อาจจะรู้สึกได้ถึงการออกแรงปั่นที่ลดลงที่ความเร็วเดิม
http://www.bikeradar.com/road/news/arti ... ero-19273/
พยายามปั่นที่ความเร็ว 40 คงที่ จับแอโร่บาร์เหมือนกัน หมวกแอโร่ ล้อเหมือนกัน ต่างกันเฉพาะเฟรมถนนกับเฟรม TT
Tarmac SL2 | TT2 helmet | clip-on aero bars 261 วัตต์
Transition | TT2 helmet | aero bars 229 วัตต์
พอสรุปได้ว่า รูปทรงท่อเฟรมมีผลต่อแรงต้านอากาศทำให้ออกแรงไม่เท่ากัน
จากประสบการณ์ สังเกตบางคนอาจจะตัวใหญ่มากหรือท่านั่งปั่นไม่ก้มเท่าที่ควรด้วยข้อจำกัดต่างๆ เลยทำให้แรงต้านอากาศมากกว่าปกติจนไม่ค่อยรู้สึกถึงแรงต้านอากาศที่ลดลงเล็กน้อย หรือคนที่ปั่นเกาะกลุ่มเป็นหลักก็อาจจะไม่สังเกตถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้นเพราะไม่ได้ปั่นคุมความเร็วเอง แต่อาจจะรู้สึกได้ถึงการออกแรงปั่นที่ลดลงที่ความเร็วเดิม
- SidewinderZ
- ขาประจำ
- โพสต์: 497
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2014, 21:32
- Bike: TREK Emonda SL 2016
- ติดต่อ:
Re: เฟรมคาร์บอนระดับ top ช่วยให้ปั่นได้เร็วขึ้นหรือไม่?
ที่จขกทถามน่าจะหมายถึงเทียบความเร็วของรถคล้ายๆกันมากกว่านะครับ
อย่างcadd10 vs tarmac
อย่างcadd10 vs tarmac
ไปด้วยแรงขา
-
Acyclist
- ขาประจำ
- โพสต์: 363
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2013, 00:07
Re: เฟรมคาร์บอนระดับ top ช่วยให้ปั่นได้เร็วขึ้นหรือไม่?
เห็น จขกท ถามถึงเฟรมรุ่นท็อปๆ ทั้งหลาย มี Venge ด้วย เลยคิดว่า จขกท ไม่ได้ระบุว่าเสือหมอบสายพันธุ์ไหน ซึ่งคิดว่าเสือหมอบที่น่าจะตอบโจทย์ จขกท จะเป็นสายแอโร่ ตอนนี้หมอบตัวที่เร็วติดอันดับก็จะเป็น Cervelo S5 ใหม่, Canyon Aeroad CF SLX, Felt AR ใหม่ ที่จะช่วยให้ปั่นเร็วขึ้นได้อีกหน่อย เร็วขึ้นแค่ไหน ลองเอาตัวเลขจากตัวคำนวณมาดู โดยสมมุติตัวแปรเหมือนกันยกเว้นความเร็ว
38 กม./ชม. 239 วัตต์
39 กม./ชม. 257 วัตต์
40 กม./ชม. 275 วัตต์
41 กม./ชม. 295 วัตต์
42 กม./ชม. 315 วัตต์
43 กม./ชม. 336 วัตต์
จะเห็นว่าช่วงความเร็ว 40 การจะเพิ่มความเร็วทีละ 1 ใช้วัตต์เพิ่มประมาณ 20 ดังนั้นถ้าใช้เฟรมที่บอกว่าช่วยประหยัดวัตต์ได้ 20 วัตต์ ที่ความเร็ว 40 ก็จะได้ความเร็วเพิ่มมาประมาณ 1 โดยใช้แรงเท่าเดิม (ขี่คงที่ ไม่กระชาก และลมนิ่ง) ซึ่งถ้าใช้เฟรมหมอบแอโร่อย่างเดียว ผมคิดว่าได้ความเร็วเฉลี่ยเพิ่มเต็มที่ก็ 1-2 กม./ชม. ถ้าอยากได้เพิ่มมากกว่านั้นก็ต้องหาเฟรมที่ประหยัดวัตต์มากขึ้น เฉพาะเฟรมรถ TT/ไตรบางรุ่นที่แอโร่เกิน 50 วัตต์ก็มี บางตัวก็ผิดกฎ UCI ใช้แข่งรายการ UCI ไม่ได้ บางคนเลยจับเฟรม TT มาแต่งหมอบก็มี
แต่ถ้าอยากจะเพิ่มแบบผิดหูผิดตา ก็ต้องทำหลายๆอย่างพร้อมกัน หรือใช้อุปกรณ์อื่นช่วยด้วย
> ล้อขอบสูงมากหรือล้อหลังดิส บางรุ่นมีแรงส่งช่วยเยอะมาก ในบางสถานการณ์ช่วยได้มากจริงๆ แต่ด้วยน้ำหนักที่มากขึ้น อาจจะเหมาะกับการปั่นรักษาความเร็วมากกว่าการปั่นเร่งกระชาก แต่เอาไปปั่นที่ลมแรงๆ คงจะไม่ค่อยชอบใจ
> ติดแอโร่บาร์ ช่วยให้ตำแหน่งร่างกายก้มและแขนหุบเข้ามาลดพื้นที่ปะทะลม ช่วยได้ประมาณ 30-40 วัตต์ ต้องหัดใช้แอโร่บาร์ใหม่ๆ ต้องใช้เวลาปรับตัวสักระยะ แรกๆ อาจจะทรมานเวลาใช้
ถ้าจากลิ้งทดสอบ Bikeradar ด้านบน ติดบาร์ประหยัดไป 38 วัตต์ เทียบกับจับดร็อป
Tarmac SL2 | road helmet | drop bars 306.6 วัตต์
Tarmac SL2 | road helmet | clip-on aero bars 268.6 วัตต์
> ใช้หมวก TT ที่ช่วยมากหน่อย ข้อมูลจาก Bikeradar จะประหยัดได้ประมาณ 30 วัตต์ แต่หมวก TT อาจจะระบายความร้อนได้ไม่เท่าหมวกธรรมดา การขี่ที่ความเร็วต่ำอาจจะไม่ค่อยเหมาะนัก ยกเว้นอากาศเย็น
http://www.bikeradar.com/gear/article/b ... ets-34859/
> เสื้อจักรยานแอโร่ หรือสกินสูท ช่วยได้มากเหมือนกัน เพราะพื้นที่ร่างกายปะทะลมมากกว่าจักรยาน แต่จะใส่สบายหรือเปล่าก็ต้องหารีวิวอ่านเอา บางตัวก็แพงอยู่
> ขวดน้ำ เรื่องไม่ยากแต่ก็มีผลกับแรงต้านลมจริงๆ บางคนอาจจะมีเงินซื้อขวดน้ำแอโร่มาลอง ลองเอาขวดน้ำไปใส่กระเป๋าเสื้อดู ก็ช่วยได้พอสมควร หรือเหลือขวดน้ำขวดเดียวไว้ที่ท่อล่าง เอาขวดที่ท่อนั่งมาใส่เสื้อไว้ ก็ช่วยได้บ้าง ลองทำดูไม่เสียเงิน
> โกนขนขาขนแขน เหมาะสำหรับคนที่ขนหนาและยาว ประหยัดวัตต์ได้พอสมควร สเปทดสอบในอุโมงค์ลมยืนยันแล้ว บางคนขี้เกียจทำประจำแต่อาจจะทำเฉพาะก่อนแข่ง ความคุ้มค่าสูง เพราะไม่เสียเงิน ยกเว้นไปให้คนอื่นแวกซ์ขนให้ เสียตังค์ ทนเจ็บหน่อย แต่ขนขึ้นใหม่จะนุ่มเลยไม่ค่อยคันแบบโกน เลือกเอา
ลองทำดูหลายๆ อย่าง น่าจะช่วยให้ความเร็วเพิ่มผิดหูผิดตาได้อย่างที่หวังครับ
38 กม./ชม. 239 วัตต์
39 กม./ชม. 257 วัตต์
40 กม./ชม. 275 วัตต์
41 กม./ชม. 295 วัตต์
42 กม./ชม. 315 วัตต์
43 กม./ชม. 336 วัตต์
จะเห็นว่าช่วงความเร็ว 40 การจะเพิ่มความเร็วทีละ 1 ใช้วัตต์เพิ่มประมาณ 20 ดังนั้นถ้าใช้เฟรมที่บอกว่าช่วยประหยัดวัตต์ได้ 20 วัตต์ ที่ความเร็ว 40 ก็จะได้ความเร็วเพิ่มมาประมาณ 1 โดยใช้แรงเท่าเดิม (ขี่คงที่ ไม่กระชาก และลมนิ่ง) ซึ่งถ้าใช้เฟรมหมอบแอโร่อย่างเดียว ผมคิดว่าได้ความเร็วเฉลี่ยเพิ่มเต็มที่ก็ 1-2 กม./ชม. ถ้าอยากได้เพิ่มมากกว่านั้นก็ต้องหาเฟรมที่ประหยัดวัตต์มากขึ้น เฉพาะเฟรมรถ TT/ไตรบางรุ่นที่แอโร่เกิน 50 วัตต์ก็มี บางตัวก็ผิดกฎ UCI ใช้แข่งรายการ UCI ไม่ได้ บางคนเลยจับเฟรม TT มาแต่งหมอบก็มี
แต่ถ้าอยากจะเพิ่มแบบผิดหูผิดตา ก็ต้องทำหลายๆอย่างพร้อมกัน หรือใช้อุปกรณ์อื่นช่วยด้วย
> ล้อขอบสูงมากหรือล้อหลังดิส บางรุ่นมีแรงส่งช่วยเยอะมาก ในบางสถานการณ์ช่วยได้มากจริงๆ แต่ด้วยน้ำหนักที่มากขึ้น อาจจะเหมาะกับการปั่นรักษาความเร็วมากกว่าการปั่นเร่งกระชาก แต่เอาไปปั่นที่ลมแรงๆ คงจะไม่ค่อยชอบใจ
> ติดแอโร่บาร์ ช่วยให้ตำแหน่งร่างกายก้มและแขนหุบเข้ามาลดพื้นที่ปะทะลม ช่วยได้ประมาณ 30-40 วัตต์ ต้องหัดใช้แอโร่บาร์ใหม่ๆ ต้องใช้เวลาปรับตัวสักระยะ แรกๆ อาจจะทรมานเวลาใช้
Tarmac SL2 | road helmet | drop bars 306.6 วัตต์
Tarmac SL2 | road helmet | clip-on aero bars 268.6 วัตต์
> ใช้หมวก TT ที่ช่วยมากหน่อย ข้อมูลจาก Bikeradar จะประหยัดได้ประมาณ 30 วัตต์ แต่หมวก TT อาจจะระบายความร้อนได้ไม่เท่าหมวกธรรมดา การขี่ที่ความเร็วต่ำอาจจะไม่ค่อยเหมาะนัก ยกเว้นอากาศเย็น
http://www.bikeradar.com/gear/article/b ... ets-34859/
> เสื้อจักรยานแอโร่ หรือสกินสูท ช่วยได้มากเหมือนกัน เพราะพื้นที่ร่างกายปะทะลมมากกว่าจักรยาน แต่จะใส่สบายหรือเปล่าก็ต้องหารีวิวอ่านเอา บางตัวก็แพงอยู่
> ขวดน้ำ เรื่องไม่ยากแต่ก็มีผลกับแรงต้านลมจริงๆ บางคนอาจจะมีเงินซื้อขวดน้ำแอโร่มาลอง ลองเอาขวดน้ำไปใส่กระเป๋าเสื้อดู ก็ช่วยได้พอสมควร หรือเหลือขวดน้ำขวดเดียวไว้ที่ท่อล่าง เอาขวดที่ท่อนั่งมาใส่เสื้อไว้ ก็ช่วยได้บ้าง ลองทำดูไม่เสียเงิน
> โกนขนขาขนแขน เหมาะสำหรับคนที่ขนหนาและยาว ประหยัดวัตต์ได้พอสมควร สเปทดสอบในอุโมงค์ลมยืนยันแล้ว บางคนขี้เกียจทำประจำแต่อาจจะทำเฉพาะก่อนแข่ง ความคุ้มค่าสูง เพราะไม่เสียเงิน ยกเว้นไปให้คนอื่นแวกซ์ขนให้ เสียตังค์ ทนเจ็บหน่อย แต่ขนขึ้นใหม่จะนุ่มเลยไม่ค่อยคันแบบโกน เลือกเอา
ลองทำดูหลายๆ อย่าง น่าจะช่วยให้ความเร็วเพิ่มผิดหูผิดตาได้อย่างที่หวังครับ