โพสต์
โดย rain_mx2 »
ปัญหาอันนี้จริงๆน่าจะอยู่ที่ระยะ chainline. ซึ่งเป็นระยะที่อยู่ระหว่าง จานใหญ่กับแนวเส้นกึ่งกลางรถสำหรับจานแบบ double. หรือ. จานกลางกับแนวเส้นกึ่งกลางรถสำหรับจานแบบ triple. ครับ
โดยปรกติมีระยะมาตรฐานอยู่เช่นถ้าเป็นระยะของ road bike จะอยู่ที่ 43.5 มม สำหรับ double หรือ 45 มมสำหรับ triple หรือถ้าเป็น mtb. ก็จะเป็น 47.5-50 สำหรับ triple. 50-52 สำหรับ double. และ 52-53 สำหรับ single
Single, double, triple. คือ จาน หนึ่ง, สอง, สามใบตามลำดับครับ
ระยะ chainline ปรกติมีความสัมพันธ์กับระยะห่างของเฟืองกลางมาแนวเส้นกึ่งกลางรถของ เฟืองหลังครับ ซึ่งเกี่ยวพันกับระยะห่างดุมหลัง หรือ dropout เพราะถ้าเป็นรถ road bike นี่มันอยู่ที่ 130มม ขณะที่ mtb เป็น 135 มม ดังนั้นทำให้ระยะ chainline ของรถสองชนิดนี้ไม่เท่ากัน
โดยปรกติเราต้องลากเส้นตรงขนานกับเฟรมจากระยะ chainline ของจานหน้า มาหาเฟืองกลางของล้อหลังได้ตรงๆโดยไม่เบี้ยวครับ ถึงจะเกิดปัญหาน้อยสุดแต่ก็ยังอาจจะเกิดการสีกันของโซ่กับเฟืองได้บ้างในบางเกียร์เช่นจานหน้าเล็ก เฟืองหลังเล็ก หรือจานหน้าใหญเฟืองหลังใหญ่ โดยเฉพาะถ้าจานหน้าแบบสามใบก็จะเกิดปัญหาได้แยะมากกว่าแบบอื่น
ถ้าจะแก้ปัญหาของสับจานหน้าให้ถูกต้องระยะ chainline ของจานหน้าก็ต้องเหมาะสมโดยสัมพันธ์กับระยะดุมหลังด้วยครับ
ปัญหาของ รถเล็กแบบ mini หรือรถพับคือ ปรกติจะใช้จานหน้าใหญ่ๆแบบ รถถนน หรือบางทีก็ใหญ่ไปถึงรถ track กันเนื่องจากอัตราทดล้อเราเสียเปรียบ แต่ว่ารถ mini หลายๆคันใช้ดุมหลังขนาดกว้างเท่า mtb เพราะต้องการใส่ ดิสก์เบรคด้วย ทำให้ระยะ chainline จำเป็นต้องมากขึ้นกว่าของรถถนนด้วยครับ ซึ่งควรจะไปอยู่แถวๆเดียวกันกับ รถ mtb เจ้ารถ Java mini CL ที่พูดนี่ก็เป็นอย่างที่บอกละครับเพราะเปิดรูปดูก็เห็นใส่ดิสก์มาให้ด้วย
แต่เนื่องจาก ระยะกว้างของกะโหลก บวกกับระยะของขาจานยังเป็นระยะของรถถนน อยู่ เราก็เลยต้องทำการแก้ไขโดยเพิ่มระยะ chainline ข้างหน้าตรงนั้นซึ่งทำได้หลายแบบตั้งแต่เสริม แหวนที่กะโหลก เสริม spacer ให้ขาจาน หรือเปลี่ยนขาจาน หรือกะโหลกใหม่ที่มีระยะบวกกันไปแล้วพอดีครับ ในกรณีนี้ก็ควรวัดระยะของ เฟืองกลางหลังก่อน เพราะมันควรจะต้องไกล้เคียง กับ ระยะ chainline ของจานหน้า หรือถ้าไม่อยากวัดก็ใช้วิธีกะเอาจากระยะ Chainline ของ mtb ก็น่าจะตรงกับที่เป็นครับ
ส่วนว่าจะเลือกสับจานอย่างไรก็มีหลักอยู่อีกนิดหน่อยครับว่าสับจานจะมีระบุบอกว่าแต่ละตัวจะทำงานกับจานได้ใหญ่สุดเท่าใหร่ ซึ่งจริงๆก็ขึ้นอยู่กับรูปทรงของตัวเพลทประคองโซ่ของสับจานด้วย โดยปรกติเราจะพยายามติดสับจานให้ขอบของเพลทประคองโซ่อยู่ไกล้จานให้มากที่สุดโดยที่ตอนจังหวะเปลี่ยนตัวเพลทจะไม่ไปตีจาน ยิ่งถ้ารถที่ใช้จานใหญ่ๆแบบรถ มินิหรือรถพับที่ใช้จานใหญ่กว่าปรกติ ตรงนี้ก็จะยิ่งมีผลมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็อาจจะต้องใช้ สับจานที่เพลทประคองโซ่มีขนาดสั้นกว่าเช่นพวกของ mtb ที่ระยะตรงนั้นสั้นเพราะ mtb จานหน้าเล็กกว่าจานรถถนน หรือถ้าไม่อยากทำแบบนั้นเราก็สามารถตะไบส่วนของเพลทที่มาชนกับจานหน้าทิ้งก็ได้ครับ ก็เป็นทางเลือกที่เขาทำกันได้เหมือนกัน แต่ก็จะทำให้ความลื่นของการเปลี่ยนเกียร์ลดลงเพราะความยาวและรูปร่างของตัวประคองโซ่ ต่อรูปร่างจานมีผลครับ
เหตุผลของขนาดจานที่ใหญ่กว่าก็เลยเป็นอีกเหตุผลที่เราน่าจะใช้สับจานแบบที่ไปยึดกับหูยึดที่มีที่รัดกับท่อนั่งอีกทีเพราะปรับระยะความสูงให้ตรงกับขนาดจานง่ายกว่าด้วยเพราะยิ่งสับจานไกล้กับจานใบใหญ่สุดเท่าใหร่การเปลี่ยนเกียร์ขึ้นลงก็จะนิ่มนวลขึ้นด้วยครับ
ส่วนเรื่อง สับจานภูเขา หรือ ของรถถนนอะไรดีกว่ากันนี่ ถ้าในกรณีทั่วๆไป ก็พอๆกันครับแต่เนื่องจากระยะดึงของสายไม่เท่ากัน เพราะของภูเขาส่วนใหญ่ออกแบบมาใช้กับกลไกใช้แรงเสียดทาน friction ขณะที่ ของถนนออกแบบมาใช้กับ shifter แบบ index ก็จะมีผลต่อการตั้งใช้งานอยู่ครับ แบบ friction นี่จะตั้ง ทริมมิ่งกันโซ่ตีจานมีเสียงได้ง่ายหน่อย ในขณะที่แบบ index จะจำกัดกว่า
สิ่งที่ต่างและน่าจะมีผลจริงๆอีกอย่างก็คือ สับจานหน้าของภูเขาจะปรับระยะยืดเข้าออก min-Max ได้แยะกว่าเพราะออกแบบมาใช้กับระยะ chainline ที่กว้างกว่าของรถ mtb