ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
ดีครับคนทำแผนก็ทำไป นักกิจกรรมก็ทำตามแผนไป ไม่นานทุกอย่างจะสมบูรณ์
ในระดับที่ควรจะเป็น สมบูรณ์ 100 %คงเป็นไปไม่ได้เพราะคนหมู่มาก ก็ต้องมีคนเสียสละกันบ้างครับ
ที่ผ่านๆมาชาวจักรยานยังงงๆกับแผน เพราะไม่ทราบ ทำให้ต้องเดากันไปจนขัดแย้งก็มี ถ้ามีการชี้หรือ
ประชาสัมพันธ์แบบนี้ก็จะลดภาวะขัดแย้งลงได้บ้างครับ ชาวจักรยานจะได้รู้ว่าจะเดินยังไง ทางไหนครับ
ขอบคุณครับ..
ในระดับที่ควรจะเป็น สมบูรณ์ 100 %คงเป็นไปไม่ได้เพราะคนหมู่มาก ก็ต้องมีคนเสียสละกันบ้างครับ
ที่ผ่านๆมาชาวจักรยานยังงงๆกับแผน เพราะไม่ทราบ ทำให้ต้องเดากันไปจนขัดแย้งก็มี ถ้ามีการชี้หรือ
ประชาสัมพันธ์แบบนี้ก็จะลดภาวะขัดแย้งลงได้บ้างครับ ชาวจักรยานจะได้รู้ว่าจะเดินยังไง ทางไหนครับ
ขอบคุณครับ..
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
ครอบคลุมเกือบครบทุกภาคทั่วไทยนะครับ...ล้วนแล้วแต่ดีดีทั้งนั้นเลย....ปีหน้าถ้าเชิญมาคุยกันแบบนี้อีกหวังว่าทุกท่านจะเข้ามาให้ความเห็นหลากหลายอย่างนี้อีกนะครับ...
แต่สังเกตุว่าไม่ค่อยมีคณะผู้เป็นหัวหน้าหรือประธานชมรมฯออกมาแสดงความเห็นเลยนะครับ...ยังมีเวลาครับ อีกตั้งครึ่งชั่วโมงครับ...
แต่สังเกตุว่าไม่ค่อยมีคณะผู้เป็นหัวหน้าหรือประธานชมรมฯออกมาแสดงความเห็นเลยนะครับ...ยังมีเวลาครับ อีกตั้งครึ่งชั่วโมงครับ...
- rak monthon2
- ขาประจำ
- โพสต์: 13924
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 เม.ย. 2009, 14:31
- Tel: โทร โทรโทร ไม่ติดอย่าโทร
- team: กินลมชมวิว
- Bike: รถถีบมือสอง
- ตำแหน่ง: ใต้ฟ้าเดียวกัน
Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
สวัสดีครับ น้าเป็ด ผมขอเปิดประเด็นความคิดเห็นของผม ด้วยเรื่องของ กิจกรรม ก่อนเป็นรายการแรก
ในความคิดเห็นของผม การรณรงค์เป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้การมีส่วนร่วมและการเผยแพร่อะไรก็ตามแต่ สามารถสร้างให้เห็นเป็นรูปธรรม สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ฟัง ไม่ทำ ได้รับรู้ว่า กิจกรรมนั้นๆ ดำเนินการเพื่อเหตุผลและจุดประสงค์ใด การสร้างให้ผู้คนหรือประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ก็เพื่อต้องการให้ได้ตระหนักในสิ่งนั้นๆ รวมทั้งเพื่อสร้างความคิดเห็นและการสร้างสรรค์จากผู้ร่วมกิจกรรมผ่านไปยังผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงในการรณรงค์ เหมือนเช่นการพูดแบบปากต่อปาก แต่ต้องถูกต้องและตรงประเด็น สิ่งต่างๆเหล่านี้ จะเป็นแรงผลักดันให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับรู้ เข้าใจ และร่วมสร้างสรรค์เพื่อสังคม ตัวผม มือใหม่ หันมาขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ ยังไม่เกิน 6 เดือน (ดูได้จากการสมัครเข้าเป็นสมาชิกของเว็บ Thaimtb) ผมว่าการจัดกิจกรรม เป็นวิธีการทำตลาดอย่างหนึ่งหากเปรียบเทียบในเชิงธุรกิจ(ผมไม่ได้จบมาด้านนี้นะครับ)อย่างเช่น ที่เราท่านๆเห็นโฆษณาในทีวี บางครั้งเรามองว่าทำไม สินค้าตัวนี้ถึงได้ยิงสปอร์ตถี่จัง เดี๋ยวโฆษณา ๆ เพราะเจ้าของสินค้ามองว่าหากทำให้ผู้ชมคุ้นหูคุ้นตาแล้ว ผู้คนก็จะจำได้เอง ง่ายๆ เดี๋ยวนี้ท่านเห็นผลิตภัณฑ์ของสินค้ายี่ห้อหนึ่งมั๊ยหล่ะครับ เอ่อ...ไม่เอ่ยชื่อดีกว่า ก่อนหน้านั้น เค้าใช้วิธีการสร้างลูกค้าแบบเครือข่าย ถือว่าเป็นสินค้าเกรดคุณภาพ มาตรฐาน มีเครือข่ายมากมาย ไม่จำเป็นต้องโฆษณาสินค้า ผู้ใช้ก็หลั่งไหลกันไปใช้จากวิธีการทำตลาดอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ปัจจุบัน เมื่อถึงจุดอิ่มตัวของเครือข่าย มุมมองของผม ผมมองว่า สินค้าเริ่มมียอดคงที่หรือตกลงจากเดิม และแล้วก็ต้องกลับเข้ามาสู่การโฆษณาในทีวี ทำไมถึงมาโฆษณาในทีวีหล่ะ ก็เพราะลงทุนแล้วคุ้มค่า คนดูกันทั่งประเทศ เฉกเช่นเดียวกัน การจัดกิจกรรม Car Free Day ก็ถือว่าเป็นการโฆษณา ที่หวังว่ามุมมองต่างๆที่เกิดขึ้นมางานนี้ จะเป็นกระจกสะท้อนให้ท่านๆ ได้คิดว่า เอ..วันนี้เรามาทำอะไร มาทำไม แล้วได้อะไร ทุกอย่างคือคำตอบ อย่างเช่นตัวผม ร่วมกิจกรรมที่เป็นทางการเป็นครั้งแรก สนใจและมุ่งมั่นที่จะเข้าไปช่วยทำกิจกรรม สมัครเข้าเป็นทีมงาน ไม่เคยรู้จักใครมาก่อน เข้าไปก็ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน ได้ความรู้ ได้ความคิด ได้มุมมองที่แตกต่าง สิ่งต่างๆเหล่านี้ ผมถือว่าเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์ในการนำมาดำรงชีวิตและร่วมกันสร้างสังคมให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น และมองว่า เราเข้าไปช่วยด้วยใจ เพื่อให้งานดังกล่าวสำเร็จ เมื่องานสำเร็จ มันก็ควรจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ทำอย่างนี้
ผมก็สบายใจว่าผมได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคม ณ เวลานั้น
ต่อด้วยประเด็นที่สอง การแจกของ
ผมยังถือว่ามันเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอีกอย่างหนึ่ง เพราะอะไร ผมขอถามว่าทุกท่านใส่เสื้อผ้ามั๊ยครับ ตอบว่าใส่ แล้วถามต่อว่าในรอบ 1 อาทิตย์ หรือ 1 เดือน ท่านใส่เสื้อผ้าซ้ำกันบ้างมั๊ยครับ แล้วหากเสื้อที่ท่านได้รับแจกไป เป็นตัวหนึ่งที่ท่านหยิบมาใส่ แล้วเดินออกไปตลาด เที่ยวห้างต้องมีสายตาสักคู่หนึ่งหล่ะ ที่ต้องมองมายังเสื้อของท่าน และอ่านหรือดูสัญลักษณ์อะไรไม่รู้บนเสื้อของท่าน หรือท่านอาจเดินไปพบกับคนรู้จักแล้วเค้าถามว่ามันเป็นรูปอะไร ท่านก็บอกว่ามันคือรูปจักรยาน ได้มาเมื่อตอนเค้าจัดงาน Car Free Day เมื่อวัน... นั่นเท่ากับว่าท่านเป็นสื่อโฆษณาการรณรงค์แล้วช่องทางหนึ่ง และถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกที่สุด และสร้างความสุขให้กับคนสวมใส่ได้ ขอสองประเด็นก่อนหล่ะกัน ไม่รู้ว่ามันจะทำให้เข้าใจถึงการรณรงค์กันมากน้อยแค่ไหน แต่ผมถือว่าผมได้แสดงความคิดเห็นความความคิดโดยการคิดไปพิมพ์ไปพร้อมๆกัน ข้อความจึงออกมาในรูปแบบที่ท่านๆกำลังอ่านกันนี่แหละ ผมคงขอแสดงเท่านี้ก่อน และยังสนับสนุนการจัดกิจกรรมต่อไป...ขอบคุณครับ
ในความคิดเห็นของผม การรณรงค์เป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้การมีส่วนร่วมและการเผยแพร่อะไรก็ตามแต่ สามารถสร้างให้เห็นเป็นรูปธรรม สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ฟัง ไม่ทำ ได้รับรู้ว่า กิจกรรมนั้นๆ ดำเนินการเพื่อเหตุผลและจุดประสงค์ใด การสร้างให้ผู้คนหรือประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ก็เพื่อต้องการให้ได้ตระหนักในสิ่งนั้นๆ รวมทั้งเพื่อสร้างความคิดเห็นและการสร้างสรรค์จากผู้ร่วมกิจกรรมผ่านไปยังผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงในการรณรงค์ เหมือนเช่นการพูดแบบปากต่อปาก แต่ต้องถูกต้องและตรงประเด็น สิ่งต่างๆเหล่านี้ จะเป็นแรงผลักดันให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับรู้ เข้าใจ และร่วมสร้างสรรค์เพื่อสังคม ตัวผม มือใหม่ หันมาขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ ยังไม่เกิน 6 เดือน (ดูได้จากการสมัครเข้าเป็นสมาชิกของเว็บ Thaimtb) ผมว่าการจัดกิจกรรม เป็นวิธีการทำตลาดอย่างหนึ่งหากเปรียบเทียบในเชิงธุรกิจ(ผมไม่ได้จบมาด้านนี้นะครับ)อย่างเช่น ที่เราท่านๆเห็นโฆษณาในทีวี บางครั้งเรามองว่าทำไม สินค้าตัวนี้ถึงได้ยิงสปอร์ตถี่จัง เดี๋ยวโฆษณา ๆ เพราะเจ้าของสินค้ามองว่าหากทำให้ผู้ชมคุ้นหูคุ้นตาแล้ว ผู้คนก็จะจำได้เอง ง่ายๆ เดี๋ยวนี้ท่านเห็นผลิตภัณฑ์ของสินค้ายี่ห้อหนึ่งมั๊ยหล่ะครับ เอ่อ...ไม่เอ่ยชื่อดีกว่า ก่อนหน้านั้น เค้าใช้วิธีการสร้างลูกค้าแบบเครือข่าย ถือว่าเป็นสินค้าเกรดคุณภาพ มาตรฐาน มีเครือข่ายมากมาย ไม่จำเป็นต้องโฆษณาสินค้า ผู้ใช้ก็หลั่งไหลกันไปใช้จากวิธีการทำตลาดอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ปัจจุบัน เมื่อถึงจุดอิ่มตัวของเครือข่าย มุมมองของผม ผมมองว่า สินค้าเริ่มมียอดคงที่หรือตกลงจากเดิม และแล้วก็ต้องกลับเข้ามาสู่การโฆษณาในทีวี ทำไมถึงมาโฆษณาในทีวีหล่ะ ก็เพราะลงทุนแล้วคุ้มค่า คนดูกันทั่งประเทศ เฉกเช่นเดียวกัน การจัดกิจกรรม Car Free Day ก็ถือว่าเป็นการโฆษณา ที่หวังว่ามุมมองต่างๆที่เกิดขึ้นมางานนี้ จะเป็นกระจกสะท้อนให้ท่านๆ ได้คิดว่า เอ..วันนี้เรามาทำอะไร มาทำไม แล้วได้อะไร ทุกอย่างคือคำตอบ อย่างเช่นตัวผม ร่วมกิจกรรมที่เป็นทางการเป็นครั้งแรก สนใจและมุ่งมั่นที่จะเข้าไปช่วยทำกิจกรรม สมัครเข้าเป็นทีมงาน ไม่เคยรู้จักใครมาก่อน เข้าไปก็ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน ได้ความรู้ ได้ความคิด ได้มุมมองที่แตกต่าง สิ่งต่างๆเหล่านี้ ผมถือว่าเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์ในการนำมาดำรงชีวิตและร่วมกันสร้างสังคมให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น และมองว่า เราเข้าไปช่วยด้วยใจ เพื่อให้งานดังกล่าวสำเร็จ เมื่องานสำเร็จ มันก็ควรจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ทำอย่างนี้
ผมก็สบายใจว่าผมได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคม ณ เวลานั้น
ต่อด้วยประเด็นที่สอง การแจกของ
ผมยังถือว่ามันเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอีกอย่างหนึ่ง เพราะอะไร ผมขอถามว่าทุกท่านใส่เสื้อผ้ามั๊ยครับ ตอบว่าใส่ แล้วถามต่อว่าในรอบ 1 อาทิตย์ หรือ 1 เดือน ท่านใส่เสื้อผ้าซ้ำกันบ้างมั๊ยครับ แล้วหากเสื้อที่ท่านได้รับแจกไป เป็นตัวหนึ่งที่ท่านหยิบมาใส่ แล้วเดินออกไปตลาด เที่ยวห้างต้องมีสายตาสักคู่หนึ่งหล่ะ ที่ต้องมองมายังเสื้อของท่าน และอ่านหรือดูสัญลักษณ์อะไรไม่รู้บนเสื้อของท่าน หรือท่านอาจเดินไปพบกับคนรู้จักแล้วเค้าถามว่ามันเป็นรูปอะไร ท่านก็บอกว่ามันคือรูปจักรยาน ได้มาเมื่อตอนเค้าจัดงาน Car Free Day เมื่อวัน... นั่นเท่ากับว่าท่านเป็นสื่อโฆษณาการรณรงค์แล้วช่องทางหนึ่ง และถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกที่สุด และสร้างความสุขให้กับคนสวมใส่ได้ ขอสองประเด็นก่อนหล่ะกัน ไม่รู้ว่ามันจะทำให้เข้าใจถึงการรณรงค์กันมากน้อยแค่ไหน แต่ผมถือว่าผมได้แสดงความคิดเห็นความความคิดโดยการคิดไปพิมพ์ไปพร้อมๆกัน ข้อความจึงออกมาในรูปแบบที่ท่านๆกำลังอ่านกันนี่แหละ ผมคงขอแสดงเท่านี้ก่อน และยังสนับสนุนการจัดกิจกรรมต่อไป...ขอบคุณครับ
ความพอดีอยู่ตรงไหน : หากเรารู้จักคำว่าพอ มันก็จะเป็นสิ่งที่ดี
************************************************************
มีคนกล่าวไว้ว่า หากท่าน วิ่งได้ไม่เร็วเท่ากับกระต่าย ก็ขอให้ท่าน จงขยันเดินให้ได้อย่างเต่า
************************************************************
มีคนกล่าวไว้ว่า หากท่าน วิ่งได้ไม่เร็วเท่ากับกระต่าย ก็ขอให้ท่าน จงขยันเดินให้ได้อย่างเต่า
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
เขียนมายาวมาก แต่น่าสนใจครับ...ไม่เบื่อที่จะอ่านเลย...
ยังมีเวลาครับ...15 นาทีเท่านั้น...
ขอบพระคุณครับ
ยังมีเวลาครับ...15 นาทีเท่านั้น...
ขอบพระคุณครับ
- tora
- ขาประจำ
- โพสต์: 604
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:35
- Tel: 092..47..57..000
- team: Joy & Jam
- Bike: Trek
- ตำแหน่ง: เมืองที่คนตกท่อ
Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
ผมติดธุระเลยไม่ได้ไปร่วมงาน
ทั้งๆที่ไปยืนเป็นแผนที่ 2 ปีติดต่อกันมาแล้ว
แต่ขอเสนอความเห็นหน่อยครับ
1 เรื่องเสื้อ ส่วนตัวคิดว่าไม่จำเป็น
ถ้าแจกเสื้อผมว่าแจกสติกเกอร์รณรงค์ดีกว่า หรือขายก็ยังได้
2 เรื่องแผนที่ พูดตรงๆ มันไม่เกิดประโยชน์นัก คนนอกมองแล้วก็ลืมผ่านไป คนในก็บ่นว่าร้อน
ถ้าเปลี่ยนเป็นขี่ไปตามสถานที่ต่างๆ หลายๆกลุ่ม หลายๆแห่ง แล้วไปพูดคุยกับชาวบ้านให้รู้จักจักรยานให้มากขึ้นน่าจะดีกว่า
3 เรื่องการรณรงค์ ปีนี้ตื่นตัวดีครับ ขอชมผู้จัดทุกท่าน และสมาชิกทุกคน
4 ปีหนึ่งมี 365 วัน มี car free day มากกว่า 1 วันก็น่าจะดี
ขอบคุณครับ
ทั้งๆที่ไปยืนเป็นแผนที่ 2 ปีติดต่อกันมาแล้ว
แต่ขอเสนอความเห็นหน่อยครับ
1 เรื่องเสื้อ ส่วนตัวคิดว่าไม่จำเป็น
ถ้าแจกเสื้อผมว่าแจกสติกเกอร์รณรงค์ดีกว่า หรือขายก็ยังได้
2 เรื่องแผนที่ พูดตรงๆ มันไม่เกิดประโยชน์นัก คนนอกมองแล้วก็ลืมผ่านไป คนในก็บ่นว่าร้อน
ถ้าเปลี่ยนเป็นขี่ไปตามสถานที่ต่างๆ หลายๆกลุ่ม หลายๆแห่ง แล้วไปพูดคุยกับชาวบ้านให้รู้จักจักรยานให้มากขึ้นน่าจะดีกว่า
3 เรื่องการรณรงค์ ปีนี้ตื่นตัวดีครับ ขอชมผู้จัดทุกท่าน และสมาชิกทุกคน
4 ปีหนึ่งมี 365 วัน มี car free day มากกว่า 1 วันก็น่าจะดี
ขอบคุณครับ
...มีเงิน มีแรง แต่ไม่มีเวลา... 私は虎です
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
ขณะที่ท่านเข้ามาส่งความเห็นอยู่นี้ผมกลับไปสั่งพิมพ์ส่วนแรกออกมาแล้ว ได้ 18 หน้า ทุกความเห็นวันนี้ดีมากครับ บางครั้งยังไม่เคยได้ยินใครพูดให้ฟังมาก่อนและหลายความเห็นได้บ่งบอกว่าอยากเห็นเป็นอย่างไรที่ต้องการบ้าง...
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับคณะทำงานครับ...ว่ากันตามมติที่ประชุม ผมเพียงนำไปเสนอท่านประธานฯและกรรมการครับ
ยังมีเวลาครับ ผมยังรออยู่ครับ...
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับคณะทำงานครับ...ว่ากันตามมติที่ประชุม ผมเพียงนำไปเสนอท่านประธานฯและกรรมการครับ
ยังมีเวลาครับ ผมยังรออยู่ครับ...
-
ชัยhymtb
- ขาประจำ
- โพสต์: 3650
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 18:48
- Tel: 074355055.
- team: hatyaimtb
- Bike: trek madone 5.5
- ตำแหน่ง: 24 ถ.ศรีภูวนารถ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา90110
- ติดต่อ:
Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
...ผมขอเสนอความคิดเห็นด้วยอีกท่านนะครับ Car Free Day มีจุดประสงค์ในการจัด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเห็นถึงความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ก็คือปัญหาโลกร้อน ซึ่งเราก็ต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด ก็คือการลดการใช้น้ำมันและการบริโภคต่างๆลงให้เหลือเฉพาะส่วนที่จำเป็นจริงๆ การแจกเสื้อที่จัดกันมาหลายๆปีที่ผ่านมา ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้ทรัพยากรและพลังงานในการผลิตมากมายมหาศาล หากเป็นไปได้ปีหน้า เราชาวไทยทั่วประเทศทำไมไม่เอาเสื้อที่มีอยู่ในตู้ที่เก็บไว้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ถ้าคิดว่าตั้งใจจะแก้ปัญหาก็ต้องมาจากจิตสำนึก กิจกรรมที่จัด งบที่มีอยู่เราก็อาจจะเอาไว้จัดนิทรรศการให้ความรู้กับประชาชนถึงวิธีการที่จะช่วยลดโลกร้อน จัดการประกวดต่างๆเพื่อจูงใจให้ประชาชนออกมาสร้างสรรค์งานต่างๆดึงความสนใจครับ...หรือจัดให้มีการปลูกต้นไม้ แจกต้นไม้ให้ไปปลูกที่บ้านก็จะเรียกว่าแก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่านะครับ ขอบคุณน้าเป็ดมากครับที่เปิดกระทู้นี้ขึ้นมาผมว่ามันมีประโยชน์มากในการหาแนวทางปฏิบัติต่อไปได้ดีมาก
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
โอ้โฮ...เข้ามาทันเป็นคนสุดท้ายเลยครับ... ขอบพระคุณครับ
เรียนทุกท่าน...ที่รักยิ่ง
ขออนุญาตปิดรับความเห็นนะครับ เนื่องจากว่าผมต้องใช้เวลาเดินทางไปที่TCCครับ
ขอบพระคุณทุกความเห็นที่กรุณาเสียสละเวลามาแสดงความเห็น สิ่งที่ท่านแสดงความเห็นมานั้น ผมขออนุญาตพิมพ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการของชมรมฯTCC ในเย็นวันนี้ ซึ่งผมหวังว่าทางคณะกรรมการ TCC จะได้นำความเห็นต่างต่างเหล่านี้ไปประยุกต์การใช้งานจริงในคราวต่อไป....และหวังว่าความเห็นของท่านทั้งหลายไม่มากก็น้อยคงจะสามารถทำให้คณะกรรมการในการดำเนินกิจกรรมได้นำไปพัฒนาให้เป็นที่ประจักษ์ได้ทันตาเห็น
ขอบพระคุณครับ
น้าเป็ด...(แทน)
สมาคมจักรยานTCC
เรียนทุกท่าน...ที่รักยิ่ง
ขออนุญาตปิดรับความเห็นนะครับ เนื่องจากว่าผมต้องใช้เวลาเดินทางไปที่TCCครับ
ขอบพระคุณทุกความเห็นที่กรุณาเสียสละเวลามาแสดงความเห็น สิ่งที่ท่านแสดงความเห็นมานั้น ผมขออนุญาตพิมพ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการของชมรมฯTCC ในเย็นวันนี้ ซึ่งผมหวังว่าทางคณะกรรมการ TCC จะได้นำความเห็นต่างต่างเหล่านี้ไปประยุกต์การใช้งานจริงในคราวต่อไป....และหวังว่าความเห็นของท่านทั้งหลายไม่มากก็น้อยคงจะสามารถทำให้คณะกรรมการในการดำเนินกิจกรรมได้นำไปพัฒนาให้เป็นที่ประจักษ์ได้ทันตาเห็น
ขอบพระคุณครับ
น้าเป็ด...(แทน)
สมาคมจักรยานTCC
- สะใจโรคจิต
- ขาประจำ
- โพสต์: 677
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2008, 17:29
- team: BIKE n DELICIOUS
- Bike: BMC, Trek
Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
เรื่องเสื้อทำขายก็มีคนซื้อครับ
เรื่องจัดแผนที่ คิดว่าเสียเวลาและกำลังไปโดยเปล่าประโยชน์ครับ
จัดมาก็กางร่มเหมือนเดิม ยืนเฉย ๆ เหมือนเดิม
มานัดเจอกันแล้วแบ่งสายขี่ไปตามเส้นทางในเมืองโชว์ตัวให้สังคมเห็นไปเลยดีกว่า
กลุ่มรถพับก็นัดกันลงรถใต้ดินไปขึ้นตามจุดสำคัญ ๆ
กลุ่มรถใหญ่ ๆ ขึ้น BTS ไปลงสยาม เอาไปจอดที่พารากอน สยามดิส เข้าไปซื้อของแล้วออกมา ขี่กันไปตามสุขุมวิท
ทำให้คนเห็นดีกว่าครับ
มายืนตากแดดทำแผนที่ ก็เฮกัน สวยกันอยู่แค่พวกเรานี่แหละ คนอื่นเค้าไม่เฮด้วย
เรื่องเสื้อที่ทำมาแล้วคนถอดออก
คือเสื้อใหม่ ๆ ยังไม่ได้ซักใส่แล้วมันคันนะครับ
จะให้ใส่ทับแล้วขี่จักรยานไปด้วยกลางแดดร้อนแรงใน กทม ตายก่อนพอดีครับ
เรื่องจัดแผนที่ คิดว่าเสียเวลาและกำลังไปโดยเปล่าประโยชน์ครับ
จัดมาก็กางร่มเหมือนเดิม ยืนเฉย ๆ เหมือนเดิม
มานัดเจอกันแล้วแบ่งสายขี่ไปตามเส้นทางในเมืองโชว์ตัวให้สังคมเห็นไปเลยดีกว่า
กลุ่มรถพับก็นัดกันลงรถใต้ดินไปขึ้นตามจุดสำคัญ ๆ
กลุ่มรถใหญ่ ๆ ขึ้น BTS ไปลงสยาม เอาไปจอดที่พารากอน สยามดิส เข้าไปซื้อของแล้วออกมา ขี่กันไปตามสุขุมวิท
ทำให้คนเห็นดีกว่าครับ
มายืนตากแดดทำแผนที่ ก็เฮกัน สวยกันอยู่แค่พวกเรานี่แหละ คนอื่นเค้าไม่เฮด้วย
เรื่องเสื้อที่ทำมาแล้วคนถอดออก
คือเสื้อใหม่ ๆ ยังไม่ได้ซักใส่แล้วมันคันนะครับ
จะให้ใส่ทับแล้วขี่จักรยานไปด้วยกลางแดดร้อนแรงใน กทม ตายก่อนพอดีครับ
FUJI SLM LTD 7.27 kg
MTB 30sp - 7.6 kg
BIKE n DELICIOUS
Ratchapruek Rd.-Rama IV Bridge
รายชื่ิอหมวกจักรยานที่ผ่านมาตรฐาน SNELL ครับ
MTB 30sp - 7.6 kg
BIKE n DELICIOUS
Ratchapruek Rd.-Rama IV Bridge
รายชื่ิอหมวกจักรยานที่ผ่านมาตรฐาน SNELL ครับ
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
ขอบคุณความเห็นสุดท้าย เดี๋ยวผมจะพริ้นต์เพิ่มเติมอีกหน้าหนึ่งนะครับ...
[youtube]qFHbwikzNds&feature[/youtube]
Abba - I Have A Dream
1964 วาทะของท่าน Martin Luther King จูเนียร์ เกี่ยวกับเรื่องของชนผิวขาวกับผิวสี
ส่วนเพลงนี้มาโด่งดังเอาทีหลังในช่วงเวลาของการสมานฉันท์
ความฝันที่ผมอยากให้เป็นจริง...เรื่องฺทางจักรยานบ้านเรา
One Man One Dream One Bicycle
ไม่รู้ผมจะฝันอยู่คนเดียวหรือเปล่า...
ไปละ
น้าเป็ด...ปู๊นปู๊น
[youtube]qFHbwikzNds&feature[/youtube]
Abba - I Have A Dream
1964 วาทะของท่าน Martin Luther King จูเนียร์ เกี่ยวกับเรื่องของชนผิวขาวกับผิวสี
ส่วนเพลงนี้มาโด่งดังเอาทีหลังในช่วงเวลาของการสมานฉันท์
ความฝันที่ผมอยากให้เป็นจริง...เรื่องฺทางจักรยานบ้านเรา
One Man One Dream One Bicycle
ไม่รู้ผมจะฝันอยู่คนเดียวหรือเปล่า...
ไปละ
น้าเป็ด...ปู๊นปู๊น
- akega
- ขาประจำ
- โพสต์: 7736
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 10:46
Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
ลองคิดเล่นๆดู นะครับ ปีหน้าถ้าจะทำแผนที่ประเทศไทย หรือแผนที่โลก ผม เสนอ ทำผ้าคลุมจักรยานสีๆแจกดีกว่า คือเวลา ไปตั้งแผนที่ จะได้ไม่ต้อง ยืนตากแดดตัวแห้ง หน้ามือ เป็นลม กันครับ ใช้ผ้าคลุมจักรยานแล้วไปจอดในแผนที่แทน...

Under neon loneliness...Bicycle emptiness.....
-
neoscuba
- ขาประจำ
- โพสต์: 590
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 22:38
- Bike: Trek 4500 '09 / Trek 1.9 '09
Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
เรื่องเสื้อผมว่าทำเถอะครับ คนอยากได้ยังมีอีกมาก คงไม่มีใครลงทุนปั่นจักรยาน หรือเดินทางมาจากบ้านเพื่อเอาเสื้อฟรีตัวเดียวหากเค้าไม่ได้มีใจที่จะมารณรงค์ หรือร่วมงานจริง ๆ อยากลดงบประมาณทำแจกเฉพาะคนที่ลงสนามก็ได้ คนที่ไม่ได้ลงสนามก็มีขาย ยังมีคนที่อยากซื้อไปสะสม ไปใส่เพื่อให้คนที่ไม่ได้รับรู้งานนี้เห็นว่ายังมีกิจกรรมนี้อยู่ พิมพ์สโลแกนดี ๆ ลายสวย ๆ คุณภาพดี ๆ ไม่ใช่ใส่ทีสองทีย้วยไม่เป็นทรงรับรองว่าตัวละ 2-300 บาทผมก็ซื้อครับ เอากำไรไปทำกิจกรรมส่งเสริมอย่างอื่นได้ด้วย
เรื่องแผ่นพับ หรือการประชาสัมพันธ์ด้่วยการปั่นไปตามจุดต่าง ๆ แล้วแจกเอกสารค่อนข้างเห็นด้วยเลยครับ ไหน ๆ เราจัดกิจกรรมทั้งทีอย่าให้อยู่แต่สถานที่ที่เราจัดเลยครับ คนที่ไม่ได้ผ่านไปแถวนั้นเค้าไม่ได้รู้เรื่องราวกับเรา ทำเป็นการปล่อยแถวไปแจกแผ่นพับรณรงค์โดยเริ่มจากสถานที่จัดงานก็ได้ครับ กระจายไปแจกให้ทั่วเมือง วัน Car Free Day ที่ผ่านมา ผมปั่นกลับบ้าน ขึ้นรถไฟฟ้าตรงสถานีหมอชิต แวะซื้อน้ำที่ 7-11 พนักงานเค้ายังถามเลยว่า วันนี้มีแข่งจักรยานกันเหรอค่ะพี่ เห็นรถจักรยานเยอะจัง เลยถือโอกาสประชาสัมพันธ์เค้าไป พร้อมกับแอบเศร้าใจเล็ก ๆ ว่า ขนาดพนักงานใน 7-11 ที่ใกล้จุดรวมพลจุดนึงของเราเค้ายังไม่รู้เลยว่าวันนั้นเราทำอะไรกัน
เรื่องได้เสื้อแล้วถอด ผมลงสนามเสร็จก็ถอดเหมือนกันครับ ไม่ใช่เพราะไม่ชอบ หรือไม่อยากได้ (จริง ๆ อยากได้เสื้อจะตาย) แต่ใส่ทับแล้วปั่นจักรยานมันร้อนจริง ๆ หรืออีก 1 ไอเดีย ทำเสื้อจักรยานลาย Car Free Day เลยไหมครับ คราวนี้ได้ใส่ปั่นจักรยานสมใจอยาก ขายก็ได้ครับ
เรื่องแผ่นพับ หรือการประชาสัมพันธ์ด้่วยการปั่นไปตามจุดต่าง ๆ แล้วแจกเอกสารค่อนข้างเห็นด้วยเลยครับ ไหน ๆ เราจัดกิจกรรมทั้งทีอย่าให้อยู่แต่สถานที่ที่เราจัดเลยครับ คนที่ไม่ได้ผ่านไปแถวนั้นเค้าไม่ได้รู้เรื่องราวกับเรา ทำเป็นการปล่อยแถวไปแจกแผ่นพับรณรงค์โดยเริ่มจากสถานที่จัดงานก็ได้ครับ กระจายไปแจกให้ทั่วเมือง วัน Car Free Day ที่ผ่านมา ผมปั่นกลับบ้าน ขึ้นรถไฟฟ้าตรงสถานีหมอชิต แวะซื้อน้ำที่ 7-11 พนักงานเค้ายังถามเลยว่า วันนี้มีแข่งจักรยานกันเหรอค่ะพี่ เห็นรถจักรยานเยอะจัง เลยถือโอกาสประชาสัมพันธ์เค้าไป พร้อมกับแอบเศร้าใจเล็ก ๆ ว่า ขนาดพนักงานใน 7-11 ที่ใกล้จุดรวมพลจุดนึงของเราเค้ายังไม่รู้เลยว่าวันนั้นเราทำอะไรกัน
เรื่องได้เสื้อแล้วถอด ผมลงสนามเสร็จก็ถอดเหมือนกันครับ ไม่ใช่เพราะไม่ชอบ หรือไม่อยากได้ (จริง ๆ อยากได้เสื้อจะตาย) แต่ใส่ทับแล้วปั่นจักรยานมันร้อนจริง ๆ หรืออีก 1 ไอเดีย ทำเสื้อจักรยานลาย Car Free Day เลยไหมครับ คราวนี้ได้ใส่ปั่นจักรยานสมใจอยาก ขายก็ได้ครับ
“Pain is temporary. It may last a minute, or an hour, or a day, or a year,
but eventually it will subside and something else will take its place.
If I quit, however, it lasts forever.”
but eventually it will subside and something else will take its place.
If I quit, however, it lasts forever.”
- -TUM-
- ขาประจำ
- โพสต์: 2563
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:19
- Tel: 089-1225598
- team: N/A
- Bike: Giant MCR-1, BMC Fourstroke FS01, Ibis Mojo SL, Cannondale SuperX HI-MOD, Van Nicholas Mamtor, Birdy Gen3, Humpert
- ตำแหน่ง: พระราม 6 ซอย 30 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ
- ติดต่อ:
Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ กิจกรรมที่เราจัดมันก็ดีครับ แต่ถ้ารัฐบาลไม่สนับสนุน (แบบจริงจังและต่อเนื่อง) อะไรๆคงจะสำเร็จยากครับbad_attitude เขียน:สำหรับประเทศเรา ที่มีฟุตบาทไว้ให้มอไซล์วิ่งสวนทาง มีไว้วางของขาย
มีระบบรถไฟฟ้าที่คนเต็มตลอดแทบทั้งวัน โดยไม่คิดจะเพิ่มขบวนรถ หรือความถี่ในการให้บริการ
มีรถตู้ (เมื่อก่อนเถื่อนตอนนี้ไม่แล้ว) ที่คอยงัดข้ออยู่กับแท้กซี่ตามป้ายรถเมล์
มีคนขับรถส่วนตัว มอไซล์ส่วนตัวที่จ้องจะรำคาญคนปั่นขักรยาน
ทำกันได้แค่นี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้วหล่ะครับ
ที่จัดๆ กันมานาน ดูเหมือนจะเป็นการจัดกันเองสำหรับนักปั่นจักรยาน
ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของ Car Free Days แท้ๆ ไปพอสมควร
ต้องเข้าใจกันก่อนว่า Car Free Days มันคือการชวนกันลดใช้รถส่วนตัว
ให้มาใช้ระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ไม่ใช้ชวนกันมาปั่นจักรยาน
เพราะ Car-free zone หลายๆ ที่ เขาก็ห้ามจักรยาน
เพราะมองในมุมของคนมาเดินถนน จักรยานก็ไปเฉี่ยวชนเขาเหมือนที่จักรยานโดนรถกระทำมานะแหล่ะ
ซึ่งในความเป็นจริงก็เห็นๆ อยู่ ว่าการชวนกันไปปั่นจักรยาน มันก็ยังหนีรถส่วนตัวไม่พ้น
ยังต้องเอาจักรยานขึ้นรถเก๋ง ไปหาที่จอด แล้วก็ปั่นกันต่อ หมดแรงมาก็เอาขึ้นรถเก๋งขับกลับ
มีไม่ถึงครึ่งที่ปั่นกันออกจากบ้านไปจนจบแล้วปั่นกลับบ้าน พวกนี้น่าจะมีคนคอยให้รางวัล
สองรางวัลเลย นักปั่นดีเด่น กะ ผู้กล้าหาญเสี่ยงภัยชั้นเลิศ
เป็นผม ผมก็ต้องทำ ก็ความปลอดภัยมันต่ำซะ ใครจะเอาชีวิตลูกเมียมาเสี่ยงกะการจราจรบนท้องถนน
ยิ่งในประเทศที่คนสนใจแต่ตัวเอง ไม่รู้จักเคารพสิทธิของคนอื่น โดยเฉพาะมารยาทบนท้องถนน
ที่คิดกันไปเองว่า ถนน คือของรถเก๋ง ของมอไซล์ แม้กระทั่งทางม้าลาย มันยังไม่คิดจะจอดให้คนข้ามเลย
จะเอาอะไรกะจักรยานคันเล็กๆ ที่ปั่นช้าๆ ไม่วิ่งรี่มาบดให้ติดถนนไปก็ถือว่าบุญโขแล้ว
ชาวจักรยานเองก็มีล้ำเส้นอยู่บ่อยๆ ถือว่าพวกมาก เล่นไหลตามกันฝ่าไฟแดง หรือตีขลุมขึ้นสะพานลอยหน้าตาเฉย
ก็มีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ อันนี้ก็ต้องว่ากันไปตามความเป็นจริง
หงุดหงิดก็แค่เวลาเห็นคนทำผิด แล้วอิจฉาเขา ฉันยังไม่ทำแล้วเธอมาทำ ฉันเห็นฉันอิจฉา
ประมาณเดินเล่นอยู่ในสวนที่เขาห้ามจักรยานเข้าไปปั่น แต่เห็นเจ้าหน้าที่ควบมอไซล์สนุกสนาน
ไม่ก็โดนจับความเร็วบนมอเตอร์เวย์แล้วเจอรถขบวนวิ่งผ่านไปเร็วกว่า ประมาณนั้น
อันนี้มันความเหลื่อมล้ำของกฏหมาย เชื่อว่าชาวไทยจะคุ้นเคยและชินชากันดี
จะทำอย่างไงหล่ะ จะมายืนตากแดดกันปีละสามสี่ชั่วโมง หรือจะใส่เสื้อรณรงค์กันไปเดินให้คนเห็นตามห้างหรือ
ผมว่ามันต้องเอาจักรยานมาปั่นเลย ปั่นมันไปทุกที่ ทุกเวลา เอาให้คนเห็นกันว่ามีจักรยานปั่นกันบนถนนทุกที่ ทั่วประเทศ
ไม่ใช่มีแต่ชุดทีมแข่งต่างชาติปั่นกันเสาร์อาทิตย์ หรือเล่นโดดไปโดดมาตามลานกว้างๆ ตอนเย็นๆ
ต้องแห่กันไปใช้รถไฟฟ้า เขาจะได้เห็นว่ามันมีมากันเยอะ ต้องเพิ่มขบวน ถ้าเขาฉลาด อาจจะเพิ่มขบวนที่ไม่มีที่นั่ง ให้เราไปยืนเกาะกันไม่เกะกะชาวบ้านทั่วๆ ไป
พูดไปก็เหมือนฝัน จะเอาอะไรมาก รถยนต์ส่วนตัว แซงขวาแล้วเข้าซ้ายกันยังแทบไม่เป็น บางคนขับขวามันตลอดทางตั้งแต่บ้านยันที่หมาย เข้าซ้ายก็ตอนจะเลี้ยวซ้าย ไฟสัญญาณไม่เคยจะเปิด เปลี่ยนเลนไม่เคยดูกระจกหลัง ถ้ามีจักรยานอยูใกล้ๆ ก็ระวังกันเองหล่ะ พลาดมาทีเป็นผีเฝ้าถนนแน่
ถ้าไม่เริ่มทำกันวันนี้ ก็รอให้รุ่นลูกรุ่นหลานมาทำกัน แต่เวลาลูกหลานมันด่าก็อย่าไปว่ามันถอนหงอกหล่ะ
ด้วยความเคารพ
ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ
1. ผมว่าเสื้อจะแจกหรือจะขายก็ได้ครับ ถ้าจะแจกก็อย่าให้ไปเดือนร้อนท่านอื่นๆ ยกเว้นจะมีสปอนเซอร์
2. ถ้าจะขายเสื้อ แล้วเอาเงินไปซื้อจักรยานให้พี่น้องที่ต้องการใช้ มีความจำเป็นจะต้องใช้ ก็เป็นประโยชน์ดีครับ
3. เรื่องทำแผนที่ผมว่าเป็นเรื่องที่มีประโยชน์น้อยและเสียเวลาเปล่าๆ น่าจะรวมตัวกันปั่น ประชาสัมพันธ์ทั่วๆเมืองจะมีประโยชน์มากกว่า แบบว่าแบ่งไปเลย 20 เส้นทาง ใครสะดวกทางไหนก็ขี่ไปทางนั้นครับ
4. ถ้ามีการขายเสื้อ หรือเรื่องอะไรที่มีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ขอให้จัดทำให้โปร่งใสเลยนะครับ เรื่องเงินมันไม่เข้าใครออกใครครับ
ขอเพิ่มเติมครับ คนไทย(ส่วนใหญ่) เป็นคนไม่มีระเบียบ ไม่ทำตามกฏ ไม่ว่าจะจักรยาน มอไซด์ รถยนต์ แหกกฎมันทุกอย่าง เหตุผลนี้เองที่ทำให้เราอะไรๆก็พัฒนาได้ยากครับ เอาตัวอย่างง่ายๆเช่นที่สวนรถไฟ มีเลนจักรยาน มีเลนวิ่ง แบ่งกันชัดเจน แต่เอากันให้มั่วไปหมด ทั้งผิดข้าง ทั้งย้อนศร (ทั้งที่มีลูกศรนะ) ผมก็ไม่เข้าใจว่าอ่านเครื่องหมายกันไม่ออกหรือย่างไร หรือเด็กๆขี่ นึกจะหยุดนึกจะเลี้ยวก็เลี้ยว ผมก็ไม่เข้าใจว่าทางบ้านเค้าไม่ได้บอกถึงวิธีขี่จักรยานหรือย่างไร โตขึ้นมาขี่ออกถนนแบบนี้รถชนพอดีครับ (ถ้าที่เมืองนอก เค้ารู้กฎรู้ระเบียบ เค้าทำตามตลอดครับ เลนใครเลนมัน ขี่ช้าก็ชิดขอบทาง)
แถมอีกเรื่องก็พวกขี่มอเตอร์ไซด์ย้อนศร เกลี่ยดพวกนี้จริงๆครับ เดี๋ยวนี้เห็นเยอะมากๆ ทั้งอันตราย เผลอๆมีปาหินแถมอีก ถ้ากฏหมายว่าชนพวกย้อนศรแล้วไม่ผิด ผมหละอยากจะไปซื้อรถเก่าๆมาขับไล่ชนพวกนี้ให้หมดๆไปเหมือนกันครับ
จักรยานคู่ชีพ
Giant MCR-1, BMC Fourstroke FS01, Ibis Mojo SL, Cannondale SuperX Hi-Mod, Van Nicholas Mamtor, Birdy Gen3, Humpert
ฝากด้วยคร้าบ ขายสนุกๆ : https://www.facebook.com/pages/TUM-ebay/403475586496297?ref=hl
Giant MCR-1, BMC Fourstroke FS01, Ibis Mojo SL, Cannondale SuperX Hi-Mod, Van Nicholas Mamtor, Birdy Gen3, Humpert
ฝากด้วยคร้าบ ขายสนุกๆ : https://www.facebook.com/pages/TUM-ebay/403475586496297?ref=hl
- เสือโก๋หน้าวัง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1276
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
- Tel: 081XXXXXXX
- team: Bike to Work
- Bike: Trek 6500
Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
กระทู้นี้ดีครับ ต่างๆคนก็มีเหตุผลของตนเอง แต่ก็แสดงออกในทางที่สร้างสรรค์
กาลครั้งหนึ่ง มีบริษัทใหญ่มากๆบริษัทหนึ่งแกนึกอยากทำสิ่งที่เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม
ก็คือ จัดให้พนักงานไปปลูกป่า
แต่เจ้าคนหาป่าที่จะไปปลูก ก็ช่างดีซะเหลือเกิน
ไหนๆก็จะปลูกแล้วก็ควรจัดให้พนักงานไปเที่ยวด้วย
เรียกว่ายิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว
เลยให้พนักงานขึ้นเครื่องบินไปปลูกป่าซะเลย
แล้วออกข่าวใหญ่โต ทุกคนหน้าบานเป็นจานกระด้งอยู่ได้ 1-2 วัน
หลังจากนั้น ผิดคาด ถูกนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมรุมด่า
เพราะดันมีพวก ดร. สติเฟื่องไปนั่งขีดเขียนตัวเลขอยู่ 2 วันแล้วออกมาบอกว่า
ไอ้ CO2 ที่ปล่อยไปจากการเดินทางปลูกป่าของพวกสูเจ้านั้น
มันดันไปมากกว่า CO2 ที่สามารถดูดซับได้จากจำนวนต้นไม้ทั้งหมดที่พนักงานของสูเจ้าปลูกไป
เดือดร้อนไปถึง CEO ต้องออกมาแก้ต่างกันพัลวัน
จากเป็นผู้ยิงกระสุน ก็เลยกลายสภาพมาเป็นนกให้กระสุนยิงซะงั้น อย่างนี้เป็นต้น
ใครว่างๆก็น่าคิดดูเล่นๆนะครับว่าถ้าเอา เสื้อย้อมสี ร่ม กล่องโฟมใส่ข้าว ถุงพลาสติกใส่ข้าว ขวดน้ำ สติกเกอร์ต่างๆ CO2 ที่ปล่อยออกมาจากการถ่ายรูปด้วย เฮลิคอปเตอร์ ค่าขนส่งสิ่งของต่างๆ ค่าเดินทาง และทุกอย่างมาคำนวณเป็นค่า CO2 equivalent ที่เกิดจากงานนี้ จะเป็นอย่างไร น่าสนใจทีเดียวครับ
เมื่อวานนี้เห็น forward e-mail ให้ช่วยกันซื้อร่มเพื่อหาเงินสบทบทุนให้กับมูลนิธิช่วยเหลือคนตาบอด ก็เลยอดคิดถึงร่ม Car Free Day ไม่ได้ ฝันไปว่าถ้าเงินจำนวนนี้ไปถึงมูลนิธิเหล่านั้นคงดีไม่น้อย เพราะได้ทำบุญทางอ้อมอีกด้วย....
สมัยนี้เวลาทำอะไรก็จะได้ยินแต่คำว่า ความยั่งยืน (sustainable) มากขึ้น ก็อยากให้มองเรื่องดังกล่าวด้วย อยากให้คิดตั้งแต่เวลาจะแจกอะไรก็ตาม ตั้งแต่ตอนมันเกิดจนมันตาย หรือ Cradle to grave จะได้มุมมองที่กว้างขึ้น
+ ข้าวห่อ สั่งแบบห่อใบตองดีมั้ย แถวเมืองนนท์มีต้นกล้วยใบกล้วยเยอะแยะ เคยไปช่วยชุมชนหนึ่งจัดงานที่ไม่เกี่ยวกับจักรยานก็สั่งแบบนี้ คนร่วมงานกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ ดูเท่ห์ไม่เบา
+ น้ำ จัดไว้เป็นจุดให้เติม หลายๆจุดจะดีหรือไม่ เพราะคนเค้าเลิกรณรงค์กันแล้วไอ้เจ้าขวดพลาสติกนี่ยังไม่เลิกรณรงค์เลย
+ เสื้ออาจไม่ต้องแจก ถ้าการแต่งเหมือนๆกันแล้วพบว่ามันเป็นผู้ร้ายต่อสิ่งแวดล้อม อีตอนส่งไป ตจว. จะต้องใช้ CO2 อีกเท่าไหร่ก็น่าคิดอยู่
+ พอไม่ได้รับไปรษณียบัตรก็รู้สึกดีใจ เพราะถ้าต้องจินตนาการว่าต้องใช้กระดาษกี่แผ่น น้ำมันกี่ลิตรในการขนส่ง มันก็น่ากลัวอยู่
+ เอกสารประชาสัมพันธ์ใช้กระดาษ Re-Use เอามันไปทำบอร์ด มันไม่สวยหรอก แต่มันย่อยสลายง่ายและมีความหมายดีๆแฝงอยู่ลึกๆ
+ เต๊นท์จัดงาน เช่าที่เป็นเต๊นท์ผ้าดิบกันแดดได้ดี ดูดีเวลามาอยู่รวมกัน
+ อื่นๆ อีกมากมายก่ายกองที่อยู่ในวิสัยสามารถทำได้ สามารถจัดการได้ ก็ต้องทำ
อีกประการ ผมมักจะตั้งคำถามกับตนเองเสมอมาว่า การให้ของเป็นการทำลายจิตอาสาและการมีส่วนร่วมหรือไม่
มันก็มีคำตอบที่หลากหลาย
+ มันอาจมีคำตอบว่า ไม่ใช่ สำหรับคนที่มาร่วมด้วยความเต็มใจ ไม่หวังสิ่งของใดๆ
+ มันอาจมีคำตอบว่า ใช่ สำหรับคนที่ตั้งใจมาเอาของ ไม่ให้ไม่ได้
+ มันอาจมีคำตอบว่า 50-50 สำหรับคนที่แจกก็เอา ไม่แจกก็ไม่สนใจ
แต่รู้อย่างหนึ่งว่าเวลามีงานอะไรนาทีนี้ มักจะมีคนจะถามว่า "มีของแจกหรือป่าว มีเสื้อแจกหรือป่าว"
มันเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนักในความเห็นส่วนตัวของผม ค่านิยมบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นในสังคมจักรยาน และมันแพร่เร็วกว่าหวัด 2009 ยังไม่มียารักษาแต่ป้องกันได้...
แต่ยังไงก็ตาม.......
พวกเราเป็นผู้วิจารณ์ ย่อมทำได้ง่ายกว่าผู้ที่ทำงานจริง
คนทำงานจริง อุปสรรค์มีมากมาย
เรานอนหลับสบายๆ แต่มีอีกกลุ่มต้องเขียนโครงการไปขอทุน
เราทำงานสบายๆ แต่มีอีกกลุ่ม ต้องทำงานไปด้วย ประสานงานไปด้วย
เราไปร่วมงานตอน 8 โมง แต่มีอีกกลุ่มต้องตื่นแต่ตีสาม ตีสี่ เพื่อไปรับข้าวของที่สั่งไว้ ไปเตรียมงาน
เราเสร็จงานแล้วสะบัดตูดกลับบ้าน แต่มีอีกกลุ่มต้องเก็บของที่นำมาจัดงานในวันนั้น
เราออกมาวิจารณ์หลังจากเสร็จงาน แต่มีอีกกลุ่มกลับต้องทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานส่งให้ สสส
ผมกำลังจะบอกว่า จะชอบไม่ชอบยังไง ในฐานะสุภาพบุรุษ พวกเราก็ต้องให้ Credit ทีมงานในเรื่องดังกล่าวด้วย ถ้าจะบอกว่าจะมีใครได้หน้า มันก็ Fair enough ที่เค้าจะได้หน้าไม่ใช่หรือครับ (แต่จริงๆมันไม่ได้หรอกครับ เพราะพ่อแม่เราให้หน้ามาตั้งแต่เราเกิดแล้ว
)
บทเรียนหรือ Lesson Learnt มันมีเอาไว้เพื่อการปรับปรุงให้มันดีขึ้น เพียงแต่ทุกฝ่ายต้องทำใจเป็นกลาง เปิดใจให้กว้าง แล้วเอาหูของตนเองมารับฟังกันเท่านั้นเอง
โลกนี้ย่อมมีสรรเสริญ และนินทา เป็นของคู่กัน ไปใส่ใจกับมันมากใจมันก็เป็นทุกข์ เมื่อทุกข์มาก มันก็ก่อเวรก่อกรรมกับผู้อื่นมากไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด
ก่อนจะคิดจะพูดอะไร อยากให้พวกเราตะหนักว่าอย่าไปทำร้ายคนที่ทำงานเพื่อสังคม ด้วยคำวิจารณ์ที่รุนแรงที่ออกมาจากปากพวกเรา คำติฉินนินทาที่ไร้เหตุผลและการขาดการใคร่ครวญอย่างรอบด้านที่ออกมาจากปากของพวกเรา เท่านี้ก็เพียงพอแล้วครับ
บางครั้งเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเราก็ต้องช่วยเหลือกัน และให้กำลังใจกันและกันบ้างตามสมควร อะไรผิดนิดก็แก้ไข แนะนำ และรับฟังกันไป แม้ไม่ได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวก็ตาม อย่างนี้สังคมมันก็จะอยู่ได้ .....
ถ้าทุกคนต่างมีความตั้งใจดีในการจัดงานครั้งนี้ นั่นก็ถือว่าเพียงพอแล้วครับ และก็ขอชื่นชม
ไอ้คนเค้าจะด่าจะว่าอะไรมันก็เป็นเรื่องของเขา เราไม่รับไว้ คำด่าของเขามันก็ตกอยู่ที่เขานั่นเอง ถ้าเขาด่ามา เรารับไว้แล้วด่าเขากลับ เรามันก็เลวกว่าเขานั่นเอง...
กาลครั้งหนึ่ง มีบริษัทใหญ่มากๆบริษัทหนึ่งแกนึกอยากทำสิ่งที่เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม
ก็คือ จัดให้พนักงานไปปลูกป่า
แต่เจ้าคนหาป่าที่จะไปปลูก ก็ช่างดีซะเหลือเกิน
ไหนๆก็จะปลูกแล้วก็ควรจัดให้พนักงานไปเที่ยวด้วย
เรียกว่ายิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว
เลยให้พนักงานขึ้นเครื่องบินไปปลูกป่าซะเลย
แล้วออกข่าวใหญ่โต ทุกคนหน้าบานเป็นจานกระด้งอยู่ได้ 1-2 วัน
หลังจากนั้น ผิดคาด ถูกนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมรุมด่า
เพราะดันมีพวก ดร. สติเฟื่องไปนั่งขีดเขียนตัวเลขอยู่ 2 วันแล้วออกมาบอกว่า
ไอ้ CO2 ที่ปล่อยไปจากการเดินทางปลูกป่าของพวกสูเจ้านั้น
มันดันไปมากกว่า CO2 ที่สามารถดูดซับได้จากจำนวนต้นไม้ทั้งหมดที่พนักงานของสูเจ้าปลูกไป
เดือดร้อนไปถึง CEO ต้องออกมาแก้ต่างกันพัลวัน
จากเป็นผู้ยิงกระสุน ก็เลยกลายสภาพมาเป็นนกให้กระสุนยิงซะงั้น อย่างนี้เป็นต้น
ใครว่างๆก็น่าคิดดูเล่นๆนะครับว่าถ้าเอา เสื้อย้อมสี ร่ม กล่องโฟมใส่ข้าว ถุงพลาสติกใส่ข้าว ขวดน้ำ สติกเกอร์ต่างๆ CO2 ที่ปล่อยออกมาจากการถ่ายรูปด้วย เฮลิคอปเตอร์ ค่าขนส่งสิ่งของต่างๆ ค่าเดินทาง และทุกอย่างมาคำนวณเป็นค่า CO2 equivalent ที่เกิดจากงานนี้ จะเป็นอย่างไร น่าสนใจทีเดียวครับ
เมื่อวานนี้เห็น forward e-mail ให้ช่วยกันซื้อร่มเพื่อหาเงินสบทบทุนให้กับมูลนิธิช่วยเหลือคนตาบอด ก็เลยอดคิดถึงร่ม Car Free Day ไม่ได้ ฝันไปว่าถ้าเงินจำนวนนี้ไปถึงมูลนิธิเหล่านั้นคงดีไม่น้อย เพราะได้ทำบุญทางอ้อมอีกด้วย....
สมัยนี้เวลาทำอะไรก็จะได้ยินแต่คำว่า ความยั่งยืน (sustainable) มากขึ้น ก็อยากให้มองเรื่องดังกล่าวด้วย อยากให้คิดตั้งแต่เวลาจะแจกอะไรก็ตาม ตั้งแต่ตอนมันเกิดจนมันตาย หรือ Cradle to grave จะได้มุมมองที่กว้างขึ้น
+ ข้าวห่อ สั่งแบบห่อใบตองดีมั้ย แถวเมืองนนท์มีต้นกล้วยใบกล้วยเยอะแยะ เคยไปช่วยชุมชนหนึ่งจัดงานที่ไม่เกี่ยวกับจักรยานก็สั่งแบบนี้ คนร่วมงานกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ ดูเท่ห์ไม่เบา
+ น้ำ จัดไว้เป็นจุดให้เติม หลายๆจุดจะดีหรือไม่ เพราะคนเค้าเลิกรณรงค์กันแล้วไอ้เจ้าขวดพลาสติกนี่ยังไม่เลิกรณรงค์เลย
+ เสื้ออาจไม่ต้องแจก ถ้าการแต่งเหมือนๆกันแล้วพบว่ามันเป็นผู้ร้ายต่อสิ่งแวดล้อม อีตอนส่งไป ตจว. จะต้องใช้ CO2 อีกเท่าไหร่ก็น่าคิดอยู่
+ พอไม่ได้รับไปรษณียบัตรก็รู้สึกดีใจ เพราะถ้าต้องจินตนาการว่าต้องใช้กระดาษกี่แผ่น น้ำมันกี่ลิตรในการขนส่ง มันก็น่ากลัวอยู่
+ เอกสารประชาสัมพันธ์ใช้กระดาษ Re-Use เอามันไปทำบอร์ด มันไม่สวยหรอก แต่มันย่อยสลายง่ายและมีความหมายดีๆแฝงอยู่ลึกๆ
+ เต๊นท์จัดงาน เช่าที่เป็นเต๊นท์ผ้าดิบกันแดดได้ดี ดูดีเวลามาอยู่รวมกัน
+ อื่นๆ อีกมากมายก่ายกองที่อยู่ในวิสัยสามารถทำได้ สามารถจัดการได้ ก็ต้องทำ
อีกประการ ผมมักจะตั้งคำถามกับตนเองเสมอมาว่า การให้ของเป็นการทำลายจิตอาสาและการมีส่วนร่วมหรือไม่
มันก็มีคำตอบที่หลากหลาย
+ มันอาจมีคำตอบว่า ไม่ใช่ สำหรับคนที่มาร่วมด้วยความเต็มใจ ไม่หวังสิ่งของใดๆ
+ มันอาจมีคำตอบว่า ใช่ สำหรับคนที่ตั้งใจมาเอาของ ไม่ให้ไม่ได้
+ มันอาจมีคำตอบว่า 50-50 สำหรับคนที่แจกก็เอา ไม่แจกก็ไม่สนใจ
แต่รู้อย่างหนึ่งว่าเวลามีงานอะไรนาทีนี้ มักจะมีคนจะถามว่า "มีของแจกหรือป่าว มีเสื้อแจกหรือป่าว"
มันเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนักในความเห็นส่วนตัวของผม ค่านิยมบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นในสังคมจักรยาน และมันแพร่เร็วกว่าหวัด 2009 ยังไม่มียารักษาแต่ป้องกันได้...
แต่ยังไงก็ตาม.......
พวกเราเป็นผู้วิจารณ์ ย่อมทำได้ง่ายกว่าผู้ที่ทำงานจริง
คนทำงานจริง อุปสรรค์มีมากมาย
เรานอนหลับสบายๆ แต่มีอีกกลุ่มต้องเขียนโครงการไปขอทุน
เราทำงานสบายๆ แต่มีอีกกลุ่ม ต้องทำงานไปด้วย ประสานงานไปด้วย
เราไปร่วมงานตอน 8 โมง แต่มีอีกกลุ่มต้องตื่นแต่ตีสาม ตีสี่ เพื่อไปรับข้าวของที่สั่งไว้ ไปเตรียมงาน
เราเสร็จงานแล้วสะบัดตูดกลับบ้าน แต่มีอีกกลุ่มต้องเก็บของที่นำมาจัดงานในวันนั้น
เราออกมาวิจารณ์หลังจากเสร็จงาน แต่มีอีกกลุ่มกลับต้องทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานส่งให้ สสส
ผมกำลังจะบอกว่า จะชอบไม่ชอบยังไง ในฐานะสุภาพบุรุษ พวกเราก็ต้องให้ Credit ทีมงานในเรื่องดังกล่าวด้วย ถ้าจะบอกว่าจะมีใครได้หน้า มันก็ Fair enough ที่เค้าจะได้หน้าไม่ใช่หรือครับ (แต่จริงๆมันไม่ได้หรอกครับ เพราะพ่อแม่เราให้หน้ามาตั้งแต่เราเกิดแล้ว
บทเรียนหรือ Lesson Learnt มันมีเอาไว้เพื่อการปรับปรุงให้มันดีขึ้น เพียงแต่ทุกฝ่ายต้องทำใจเป็นกลาง เปิดใจให้กว้าง แล้วเอาหูของตนเองมารับฟังกันเท่านั้นเอง
โลกนี้ย่อมมีสรรเสริญ และนินทา เป็นของคู่กัน ไปใส่ใจกับมันมากใจมันก็เป็นทุกข์ เมื่อทุกข์มาก มันก็ก่อเวรก่อกรรมกับผู้อื่นมากไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด
ก่อนจะคิดจะพูดอะไร อยากให้พวกเราตะหนักว่าอย่าไปทำร้ายคนที่ทำงานเพื่อสังคม ด้วยคำวิจารณ์ที่รุนแรงที่ออกมาจากปากพวกเรา คำติฉินนินทาที่ไร้เหตุผลและการขาดการใคร่ครวญอย่างรอบด้านที่ออกมาจากปากของพวกเรา เท่านี้ก็เพียงพอแล้วครับ
บางครั้งเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเราก็ต้องช่วยเหลือกัน และให้กำลังใจกันและกันบ้างตามสมควร อะไรผิดนิดก็แก้ไข แนะนำ และรับฟังกันไป แม้ไม่ได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวก็ตาม อย่างนี้สังคมมันก็จะอยู่ได้ .....
ถ้าทุกคนต่างมีความตั้งใจดีในการจัดงานครั้งนี้ นั่นก็ถือว่าเพียงพอแล้วครับ และก็ขอชื่นชม
ไอ้คนเค้าจะด่าจะว่าอะไรมันก็เป็นเรื่องของเขา เราไม่รับไว้ คำด่าของเขามันก็ตกอยู่ที่เขานั่นเอง ถ้าเขาด่ามา เรารับไว้แล้วด่าเขากลับ เรามันก็เลวกว่าเขานั่นเอง...
แก้ไขล่าสุดโดย เสือโก๋หน้าวัง เมื่อ 25 ก.ย. 2009, 17:48, แก้ไขแล้ว 6 ครั้ง
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
-
เจษฎา
- ขาประจำ
- โพสต์: 3331
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 05:44
- Bike: surly :karate monkey
- ติดต่อ:
Re: ทำใจกว้างกว้าง ว่างว่างแล้วมาเปิดอกเรื่อง Car Free Days
เสื้อถ้าไม่แจกก็ไม่รู้สึกอะไร พอมีแจกก็อดอยากได้ไม่ได้
ข้าวไม่ต้องเลี้ยงก็ได้ มีน้ำให้กินก็ดีใจและขอบคุณมากแล้ว
อยากปั่นพล่านทั่วกรุงในเช้าวันอาทิตย์ เห็นด้วยๆๆๆๆๆๆ
ข้าวไม่ต้องเลี้ยงก็ได้ มีน้ำให้กินก็ดีใจและขอบคุณมากแล้ว
อยากปั่นพล่านทั่วกรุงในเช้าวันอาทิตย์ เห็นด้วยๆๆๆๆๆๆ