แนะนำเบาะ แก้ปัญหาปวดชากะจู๋น้อยให้หน่อยครับ
ผู้ดูแล: seven@klein, Cycling B®y, tntm, เสือ Spectrum
- absolutez
- สมาชิก
- โพสต์: 38
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.พ. 2015, 15:15
- Tel: 094-3191xxxx
- team: 2 ล้อเติมน้ำคลับ(พยาธิสาดแสง)
- Bike: GT avalanche elite
แนะนำเบาะ แก้ปัญหาปวดชากะจู๋น้อยให้หน่อยครับ
ปวดชาน้องชายเวลาปั่น ก็ลองปรับเปลี่ยนตำแหน่งและองศาเบาะ รวมทั้งท่านั้งดูแล้วก็ยังชาอยู่ เลยอยากลองเปลี่ยนเป็นเบาะแบบมีร่องตรงกลาง ไม่ทราบจะดีขึ้นมากน้อยแค่ไหนเลยอยากขอคำแนะนำหน่อยครับว่าใช้ยี่ห้ออะไรดี ราคาไม่สูงจะดีมากเลยครับ
-
Pwat
- สมาชิก
- โพสต์: 12
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2014, 22:16
- Tel: 0816437743
- team: -
- Bike: KLEIN
Re: แนะนำเบาะ แก้ปัญหาปวดชากะจู๋น้อยให้หน่อยครับ
ผมขอแนะนำจากประสบการณ์นะครับ ใช้เบาะมาทุกแบบที่ใครว่าดีสุดท้ายอยู่ที่กางเกงมากกว่า ตอนนี้ใช้ฟังเกียร์เป้าตัวใหม่ลองมาหลายอาทิตย์แล้ว ช่วยได้เยอะมากๆเลยปั่นสบายไม่ต้องกังวลเรื่องน้องชายกับก้นเลยครับ อันนี้จากประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ
- Dynamic66
- ขาประจำ
- โพสต์: 385
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2013, 15:38
- team: ECT , KiumHuayKK
- Bike: BMC SLR02
- ตำแหน่ง: Khon Kaen. Thailand.
Re: แนะนำเบาะ แก้ปัญหาปวดชากะจู๋น้อยให้หน่อยครับ
ถ้าชา เบาะมีร่องช่วยได้ครับ
มันลดแรงกดฝีเย็บไปได้เยอะพอสมควร
เดิมใช้อะไรอยู่ครับ ลองหาเบาะเทสของพวก fizik มาลองก่อนก็ได้คับ
มันลดแรงกดฝีเย็บไปได้เยอะพอสมควร
เดิมใช้อะไรอยู่ครับ ลองหาเบาะเทสของพวก fizik มาลองก่อนก็ได้คับ
- iDeasMtb
- ขาประจำ
- โพสต์: 619
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ค. 2013, 16:19
- team: iDNG
- Bike: RockyMt.
Re: แนะนำเบาะ แก้ปัญหาปวดชากะจู๋น้อยให้หน่อยครับ
ปรับเบาะเชิดไปหรือเปล่าครับ
ลดความเชิดลงมาสักนิดๆ ก็ช่วยได้ครับ
และถ้าไม่ซีเรียสกับองศาการปั่นอะไรมากนัก
ก็ใช้สเตมสั้นลงนิดนึงครับ นั่งหลังตรงขึ้น กะจู๋จะไม่ค่อยโดนเบาะครับ
ลดความเชิดลงมาสักนิดๆ ก็ช่วยได้ครับ
และถ้าไม่ซีเรียสกับองศาการปั่นอะไรมากนัก
ก็ใช้สเตมสั้นลงนิดนึงครับ นั่งหลังตรงขึ้น กะจู๋จะไม่ค่อยโดนเบาะครับ
ปั่นๆ ลุยๆ ตามสไตล์ MTB -->> https://www.facebook.com/idngbike
-
นายไวไวครับ
- ขาประจำ
- โพสต์: 1121
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2013, 17:24
- Tel: 083-025-1064
- team: ปั่นเป็นปั่น(แก๊งค์กระจอก)
- Bike: Xds Fat-bike สีดำ////Ridley fenixสีดำ
- ตำแหน่ง: 110/96-97 อ.เมือง ต.ในเมือง จ.พิษณุโลก
Re: แนะนำเบาะ แก้ปัญหาปวดชากะจู๋น้อยให้หน่อยครับ
วันนั้นปั่นๆ...อยู่เจอของใครตกอยู่ไม่รู้ ผมเลยเก็บมาต่อให้ตัวเองเรียบร้อยล่ะ
...ไม่ใช่ละ ลองเอาระดับน้ำตั้งเลยครับ หาเพื่อนจับรถให้ อย่าให้แหงนขึ้น เบาะผมเกือบขนานกับพื้นถนน เอียงลง2องศา เคยเอาต่ำกว่านี้แต่ตัวชอบเลื่อนหน้า ปั่นไปรำคาญ ต้องขยับบ่อยๆ
- absolutez
- สมาชิก
- โพสต์: 38
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.พ. 2015, 15:15
- Tel: 094-3191xxxx
- team: 2 ล้อเติมน้ำคลับ(พยาธิสาดแสง)
- Bike: GT avalanche elite
Re: แนะนำเบาะ แก้ปัญหาปวดชากะจู๋น้อยให้หน่อยครับ
ปั่นไป(ชายน้อย)บ่นไปทุกวันเลยครับ

องศาเบาะ กับสเต็ม ลองปรับแล้วครับก็ยังไม่หาย

องศาเบาะ กับสเต็ม ลองปรับแล้วครับก็ยังไม่หาย
Pwat เขียน:ผมขอแนะนำจากประสบการณ์นะครับ ใช้เบาะมาทุกแบบที่ใครว่าดีสุดท้ายอยู่ที่กางเกงมากกว่า ตอนนี้ใช้ฟังเกียร์เป้าตัวใหม่ลองมาหลายอาทิตย์แล้ว ช่วยได้เยอะมากๆเลยปั่นสบายไม่ต้องกังวลเรื่องน้องชายกับก้นเลยครับ อันนี้จากประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ
เดี๋ยวจะลองใช้ทั้งสอง อย่างพร้อมๆกันเลยครับ ถ้าไม่หายอีกคงต้องทำใจตัดทิ้งละครับDynamic66 เขียน:ถ้าชา เบาะมีร่องช่วยได้ครับ
มันลดแรงกดฝีเย็บไปได้เยอะพอสมควร
เดิมใช้อะไรอยู่ครับ ลองหาเบาะเทสของพวก fizik มาลองก่อนก็ได้คับ
- raksanook
- สมาชิก
- โพสต์: 77
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2013, 07:08
Re: แนะนำเบาะ แก้ปัญหาปวดชากะจู๋น้อยให้หน่อยครับ
ลดความสูงของหลักอานลงหนึ่งเซ็น ปรับเบาะขนานพื้น...ใช้เบาะที่มีร่องกลาง...แค่นี้ผมว่าน้องชายน่าจะอาการดีขึ้นครับ
- Blue Planet
- ขาประจำ
- โพสต์: 315
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 มิ.ย. 2011, 17:36
- Bike: Trek 8500 & Intense Carbine
Re: แนะนำเบาะ แก้ปัญหาปวดชากะจู๋น้อยให้หน่อยครับ
ผมใช้ Selle SMP ครับ
-
APO
- สมาชิก
- โพสต์: 91
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ค. 2013, 21:29
- Bike: S-Work New Tarmac 2016
- ติดต่อ:
Re: แนะนำเบาะ แก้ปัญหาปวดชากะจู๋น้อยให้หน่อยครับ
เห็นว่าบ้างร้าน เค้าฟิตติ่งเบาะให้เราด้วยนะครับ
- ktspyder
- ขาประจำ
- โพสต์: 1048
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.ค. 2013, 09:15
- Tel: 0818352055
- team: DSR
- Bike: Kuwahara/Kestrel/Kramer
- ตำแหน่ง: บางนา กทม.
Re: แนะนำเบาะ แก้ปัญหาปวดชากะจู๋น้อยให้หน่อยครับ
ผมใช้กางเกงผ้ายืดธรรมดา ปั่นสี่ชั่วโมง ก็สุขสบายดีนะครับ เลือกเบาะอย่าห่วงแต่เพรียวสวย ถ้ามันไม่ถูกสรีระและปรับไม่ดีพอมันก็ไม่ได้จริงๆครับ
ฟิตติ้งก็ไม่เคย รถก็ประกอบเอง
ฟิตติ้งก็ไม่เคย รถก็ประกอบเอง
line id: ktspy
ใหม่ที่นี่ แต่เก่า(โคตร)ที่นู่น
http://www.guitarthai.com/member/accoun ... raID=18283
ใหม่ที่นี่ แต่เก่า(โคตร)ที่นู่น
http://www.guitarthai.com/member/accoun ... raID=18283
-
waranon1974
- ขาประจำ
- โพสต์: 713
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ม.ค. 2013, 18:48
- Bike: Super Six EVO Hi-Mod
- ตำแหน่ง: 111/11 ถนนรัษฎา ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง 92000
- ติดต่อ:
Re: แนะนำเบาะ แก้ปัญหาปวดชากะจู๋น้อยให้หน่อยครับ
ผมเองไกลปืนเที่ยง ไม่เคยมีโอกาสไปทำฟิตติ้งกับผู้รู้ ก็ได้แต่อาศัยตำราจากอินเทอร์เน็ตจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เท่าที่พอหาได้ บวกกับการลองผิดลองถูก แม้แต่ปัจจุบัน จะปั่นได้ เกิน 100 กม.โดยที่ไม่รู้สึกว่ามีปัญหารบกวน ก็ยังไม่ทราบเลยว่านี่คือแบบที่ดีที่สุดหรือลงตัวที่สุดสำหรับเราหรือยัง
เรื่องเบาะคิดว่าเป็นอะไรที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ปริศนา พอสมควร เนื่องจาก มันมีหลายตัวแปรมาเกี่ยวข้องมากๆ ในการจะได้เบาะที่พอดีกับสรีระ กายภาพในการปั่น ตำแหน่งการนั่งของเรา เท่าที่นึกออก น่าจะเริ่มตั้งแต่การเลือกชนิดและขนาดเบาะที่เหมาะกับสรีระ การตั้งความสูง การปรับระยะเยื้องหน้าหลัง การปรับมุมก้มเงย การเลือกกางเกงปั่น ฯลฯ
ที่สำคัญ ในการแก้ปัญหาที่คิดว่าเกิดจากสาเหตุหนึ่ง เมื่อทดลองทำการแก้ไขปรับตั้งตัวแปรใดตัวตัวหนึ่งมันก็อาจจะส่งผลกระทำไปยังตัวแปรอื่นๆ ตามมา ไม่มากก็น้อย ยิ่งไปกว่านั้นบางครั้งปัญหามันไม่ได้มีสาเหตุจากเบาะเองโดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็นว่าเกิดจากคุณสมบัติและ/หรือ การปรับตั้งตำแหน่ง Component ตัวอื่นๆ ที่ไม่พอดีกับสรีระ เช่นขนาดของเสต็ม และแฮนด์ เป็นต้น ทำให้ซับซ้อนเข้าไปอีก โดยเฉพาะท่านที่ต้องการฟิตรถแบบดุดัน ขอเรียกว่าปรับทุกอย่างเข้าใกล้จุดวิกฤติ เพื่อต้องการสมรรถนะสูงสุด แม้จะยอมแลกกับความสบายในระดับที่รับได้แบบเส้นยาแดง รายละเอียดการปรับตั้งเหล่านี้ก็ยิ่งซับซ้อนละเอียดละออเข้าไปอีก
ประสบการณ์ตรงเร็วๆ นี้ พบข้อเท็จจริง ว่าบางอย่างการแก้ปัญหากลับเป็นไปได้ด้วยวิธีตรงข้ามกับความรู้สึกซะงั้น ยก ตย. ตัวเอง ใช้เบาะที่แบนๆ ไม่มีร่องกลางเพื่อลดแรงกดใดๆ จากที่รู้สึกว่าปรับทุกอย่างจนลงตัวแล้ว เคยปั่นอยู่สบายๆ เป็นปีๆ อยู่ๆ ดันมากดทับ ทำให้ปวดหน่วงข้างๆ ฝีเย็บตอนปั่นซะงั้น ต้องทนปั่นวันหยุดวันอยู่เป็นสัปดาห์ สังเกตอาการไม่หายขาด แอบตกใจนึกว่าเป็นปัญหาสุขภาพ ชักพาล มโนโทษไปว่าเบาะไม่ดี คงต้องหารุ่นที่มีร่องกลาง ราคาแพงๆ มาใช้น่าจะดีขึ้น
ระหว่างกำลังเล็งหาเบาะใหม่นั้น ด้วยความอยากลอง ก็ได้ทดลองปรับเงยเมุมเบาะขึ้นเล็กน้อยแค่ 1.5 รอบ เกลียว น้อยขนาดที่ว่าไม่สามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตาเปล่า ต้องใช้ประแจทอร์คเป็นตัวจบงาน พบว่าตำแหน่งแรงกดทับเปลี่ยนไปมาก มันกระจายย้ายจุดไปที่อื่นที่ควรจะเป็น นั่งสบายเหมือนเคย แค่เพียงทริปเดียวรู้เรื่องเลย แถมแรงกดที่หัวไหล่ก็ลดน้อยลงอย่างรู้สึกได้ (มือใหม่อาจจะคิดว่าเวอร์ ความรู้สึกอะไรมันจะไวขนาดนั้น แต่ผมเชื่อว่ามือเก่าๆ น่ะรู้ซึ้ง กับผลของการเปลี่ยนแปลงเพียงหลัก มิล) อย่ากระนั้นเลยกลับมาบ้าน ลองมั่วปรับเงยเพิ่มอีกซักเกลียวครึ่งซิ อาจจะสบายขึ้นอีก ปรากฎว่ารุ่งขึ้นต้องปรับแก้ไขฉุกเฉินระหว่างทริปเลยเพราะก้มจบดรอปมิได้นาน ปวดน้องชายมากกว่าตอนแรกอีก ดีนะที่พกเครื่องมือไป
** ข้อสรุปสำหรับเคสนี้ บอกตรงๆ ว่า มันอาจฝืนความรู้สึกนะ เบาะดันจนปวดน้องชายแทนที่จะปรับมุมลง ดันต้องปรับเงยขึ้น แต่คิดด้วยเหตุผลมันมีความเป็นไปได้ เพราะเดิมร่างกายต้านการไหลลงมาหน้า แขนจึงพยายามดันตัวกลับหลังทำให้จุดรับแรงที่เบาะอาจไม่เหมาะสม **
เรื่องความแข็งแรง ความฟิต ความยืดหยุ่นของร่างกาย ที่ไม่คงที่ในแต่ละเวลาก็ถือมีส่วน จากที่ปั่นแทบทุกวัน เคยมีเหตุให้ต้องพักการปั่นไป 1 เดือนครึ่ง กลับมาปั่นอีกที นรกชัดๆ นี่รถตรูรึวะเนี่ย ปวดไปหมดทั้งร่างกาย แขน ไหล่ หลัง แต่เมื่อร่างกายกลับมาฟิตอย่างเก่าก็ปั่นได้ปกติ สำหรับมือใหม่ซิงๆ ทำใจเลย ยังไงก็มีการปวดระบมบ้างแม้จะฟิตติ้งถูกต้อง ขอให้อดทนฝึกฝนตามเสต็ป เพื่อให้จุดรับแรงของร่างกายมีความแข็งแรงขึ้นอีกสักหน่อย
สุดท้ายแนะนำว่าใครที่ มีโอกาสและมีความพร้อม และต้องการปั่นเเพื่อการพัฒนาอย่างจริงจัง หรือท่านที่มีปัญหาแก้ไม่ตก โดยเฉพาะสำหรับรถหมอบด้วยแล้ว เป็นไปได้ควรไปทำ Fitting กับผู้รู้น่าจะเป็นสิ่งดีที่สุด วิทยาศาสตร์และเทคโโลยีก้าวหน้าไปมาก ปริศนาที่ซับซ้อนนี้จะถูกคลี่คลายโดยเป็นขั้นตอน ไม่ต้องลองผิดลองถูก อาจจะทำให้ประหยัดเงินกว่าการลองผิดลองถูก และมีความสุขกับการปั่นมากขึ้นด้วย
เรื่องเบาะคิดว่าเป็นอะไรที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ปริศนา พอสมควร เนื่องจาก มันมีหลายตัวแปรมาเกี่ยวข้องมากๆ ในการจะได้เบาะที่พอดีกับสรีระ กายภาพในการปั่น ตำแหน่งการนั่งของเรา เท่าที่นึกออก น่าจะเริ่มตั้งแต่การเลือกชนิดและขนาดเบาะที่เหมาะกับสรีระ การตั้งความสูง การปรับระยะเยื้องหน้าหลัง การปรับมุมก้มเงย การเลือกกางเกงปั่น ฯลฯ
ที่สำคัญ ในการแก้ปัญหาที่คิดว่าเกิดจากสาเหตุหนึ่ง เมื่อทดลองทำการแก้ไขปรับตั้งตัวแปรใดตัวตัวหนึ่งมันก็อาจจะส่งผลกระทำไปยังตัวแปรอื่นๆ ตามมา ไม่มากก็น้อย ยิ่งไปกว่านั้นบางครั้งปัญหามันไม่ได้มีสาเหตุจากเบาะเองโดยตรงเพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็นว่าเกิดจากคุณสมบัติและ/หรือ การปรับตั้งตำแหน่ง Component ตัวอื่นๆ ที่ไม่พอดีกับสรีระ เช่นขนาดของเสต็ม และแฮนด์ เป็นต้น ทำให้ซับซ้อนเข้าไปอีก โดยเฉพาะท่านที่ต้องการฟิตรถแบบดุดัน ขอเรียกว่าปรับทุกอย่างเข้าใกล้จุดวิกฤติ เพื่อต้องการสมรรถนะสูงสุด แม้จะยอมแลกกับความสบายในระดับที่รับได้แบบเส้นยาแดง รายละเอียดการปรับตั้งเหล่านี้ก็ยิ่งซับซ้อนละเอียดละออเข้าไปอีก
ประสบการณ์ตรงเร็วๆ นี้ พบข้อเท็จจริง ว่าบางอย่างการแก้ปัญหากลับเป็นไปได้ด้วยวิธีตรงข้ามกับความรู้สึกซะงั้น ยก ตย. ตัวเอง ใช้เบาะที่แบนๆ ไม่มีร่องกลางเพื่อลดแรงกดใดๆ จากที่รู้สึกว่าปรับทุกอย่างจนลงตัวแล้ว เคยปั่นอยู่สบายๆ เป็นปีๆ อยู่ๆ ดันมากดทับ ทำให้ปวดหน่วงข้างๆ ฝีเย็บตอนปั่นซะงั้น ต้องทนปั่นวันหยุดวันอยู่เป็นสัปดาห์ สังเกตอาการไม่หายขาด แอบตกใจนึกว่าเป็นปัญหาสุขภาพ ชักพาล มโนโทษไปว่าเบาะไม่ดี คงต้องหารุ่นที่มีร่องกลาง ราคาแพงๆ มาใช้น่าจะดีขึ้น
ระหว่างกำลังเล็งหาเบาะใหม่นั้น ด้วยความอยากลอง ก็ได้ทดลองปรับเงยเมุมเบาะขึ้นเล็กน้อยแค่ 1.5 รอบ เกลียว น้อยขนาดที่ว่าไม่สามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตาเปล่า ต้องใช้ประแจทอร์คเป็นตัวจบงาน พบว่าตำแหน่งแรงกดทับเปลี่ยนไปมาก มันกระจายย้ายจุดไปที่อื่นที่ควรจะเป็น นั่งสบายเหมือนเคย แค่เพียงทริปเดียวรู้เรื่องเลย แถมแรงกดที่หัวไหล่ก็ลดน้อยลงอย่างรู้สึกได้ (มือใหม่อาจจะคิดว่าเวอร์ ความรู้สึกอะไรมันจะไวขนาดนั้น แต่ผมเชื่อว่ามือเก่าๆ น่ะรู้ซึ้ง กับผลของการเปลี่ยนแปลงเพียงหลัก มิล) อย่ากระนั้นเลยกลับมาบ้าน ลองมั่วปรับเงยเพิ่มอีกซักเกลียวครึ่งซิ อาจจะสบายขึ้นอีก ปรากฎว่ารุ่งขึ้นต้องปรับแก้ไขฉุกเฉินระหว่างทริปเลยเพราะก้มจบดรอปมิได้นาน ปวดน้องชายมากกว่าตอนแรกอีก ดีนะที่พกเครื่องมือไป
** ข้อสรุปสำหรับเคสนี้ บอกตรงๆ ว่า มันอาจฝืนความรู้สึกนะ เบาะดันจนปวดน้องชายแทนที่จะปรับมุมลง ดันต้องปรับเงยขึ้น แต่คิดด้วยเหตุผลมันมีความเป็นไปได้ เพราะเดิมร่างกายต้านการไหลลงมาหน้า แขนจึงพยายามดันตัวกลับหลังทำให้จุดรับแรงที่เบาะอาจไม่เหมาะสม **
เรื่องความแข็งแรง ความฟิต ความยืดหยุ่นของร่างกาย ที่ไม่คงที่ในแต่ละเวลาก็ถือมีส่วน จากที่ปั่นแทบทุกวัน เคยมีเหตุให้ต้องพักการปั่นไป 1 เดือนครึ่ง กลับมาปั่นอีกที นรกชัดๆ นี่รถตรูรึวะเนี่ย ปวดไปหมดทั้งร่างกาย แขน ไหล่ หลัง แต่เมื่อร่างกายกลับมาฟิตอย่างเก่าก็ปั่นได้ปกติ สำหรับมือใหม่ซิงๆ ทำใจเลย ยังไงก็มีการปวดระบมบ้างแม้จะฟิตติ้งถูกต้อง ขอให้อดทนฝึกฝนตามเสต็ป เพื่อให้จุดรับแรงของร่างกายมีความแข็งแรงขึ้นอีกสักหน่อย
สุดท้ายแนะนำว่าใครที่ มีโอกาสและมีความพร้อม และต้องการปั่นเเพื่อการพัฒนาอย่างจริงจัง หรือท่านที่มีปัญหาแก้ไม่ตก โดยเฉพาะสำหรับรถหมอบด้วยแล้ว เป็นไปได้ควรไปทำ Fitting กับผู้รู้น่าจะเป็นสิ่งดีที่สุด วิทยาศาสตร์และเทคโโลยีก้าวหน้าไปมาก ปริศนาที่ซับซ้อนนี้จะถูกคลี่คลายโดยเป็นขั้นตอน ไม่ต้องลองผิดลองถูก อาจจะทำให้ประหยัดเงินกว่าการลองผิดลองถูก และมีความสุขกับการปั่นมากขึ้นด้วย
- klein003
- ขาประจำ
- โพสต์: 100
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ต.ค. 2008, 15:51
- team: 703-0-10208-8 กรุงไทย เพชรบุรี พากร ชุณหภัทรกุล
- Bike: marin,GT
- ตำแหน่ง: 46 ถ.ราชดำเนิน ต.คลองกระแชง อ.เมือง จ.เพชรบุรี 76000