สรุปทริปปั่นจักรยานตะลุยอังกอร์ : ป่าฝนแห่งเมืองพระนคร

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
ตอบกลับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Gigie
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 56
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2012, 21:33
Tel: 089-4974171
Bike: Bianchi Jab / Trek Madone
ตำแหน่ง: Bangkok
ติดต่อ:

สรุปทริปปั่นจักรยานตะลุยอังกอร์ : ป่าฝนแห่งเมืองพระนคร

โพสต์ โดย Gigie »

รีวิวทริปปั่นจักรยานนครวัด เดินทางโดยรถทัวร์วิ่งตรงจากกรุงเทพที่หมอชิต ลุยทั้งถนนหลัก ถนนรอง ไต่กำแพงเมือง บุกป่าฝนแห่งเสียมเรียบจะสนุก โหด มันฮาขนาดไหนติดตามกันได้ในกระทู้นี้เลยครับ

เสียมเรียบหรือเสียมราฐเป็นเมืองเดียวกันในคนละชื่อ ในที่นี้จะเขียนว่าเสียมเรียบ ให้เกียรติตามการเรียกของชาวกัมพูชาและสากลครับ

เสียมเรียบเป็นแค่เมืองเล็กๆ แต่ใครมาที่นี่น่าจะได้แปลกใจกับจำนวนนักท่องเที่ยวมหาศาลที่ล้นหลามจากคนทุกมุมโลก ไม่ต้องถามเลยว่าที่มาส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติอะไร เพราะมีทั้งหมด สาเหตุจากการเป็นประตูสู่อณาจักรโบราณของชาวขแมร์ สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกเลยทีเดียว

คำว่าอังกอร์ (Angkor) เป็นศัพย์ที่ได้รับมาจากภาษาสันสกฤษ แปลว่า นะคะรา หรือ นคร หรือ ‘เมือง’ นี่เอง (ความหมายง่ายๆ ยังงั้นแหละ) ในภาษาไทยจึงเรียกอังกอร์ว่า ’เมืองพระนคร’ ในภาษาอังกฤษจึงเรียกคำเดียวสั้นๆ ว่า Angkor

อังกอร์เป็นเมืองหลวงของ ’จักรวรรดิ์ขแมร์’ ซึ่งชาวขแมร์ก็คือชาวขอมหรือเขมร ที่คุ้นเคยกันในภาษาไทย อังกอร์รุ่งเรืองและวิวัฒนาการสูงสุดในภูมิภาคแห่งนี้ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9-15 จักรวรรดิ์ขแมร์ขยายอณาเขตและแผ่อิทธิพลจนทั่วภูมิภาค จนถึงการล่มสลายโดยการรุกรานของชาวสยามจากเมืองอยุธยาที่เริ่มเข้มแข็งขึ้น ประชาชนจากเมืองพระนครได้ย้ายถิ่นฐานไปตั้งรกรากใหม่ทางตอนใต้ลงไป จนทำให้ครั้งนึงเมืองพระนครเคยถูกทิ้งร้างและเสมือนสาปสูญอยู่กลางป่าทางตอนเหนือของตัวเมืองเสียมเรียบ

ระบบโครงสร้างพื้นฐาน การชลประทานและผังเมืองอังกอร์มีพื้นที่ ประมาณ 1,000 ตารางกิโลเมตร เป็นเมืองในช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะที่เมืองที่เป็นอันดับสองคือ มายัน ในกัวเตมาลา ที่มีพื้นที่โครงสร้างประมาณ 100 ตารางกิโลเมตร

เมืองพระนครมีวัดกว่าพันแห่ง ตั้งแต่อิฐ-หินโล้นๆ ไม่มีการแกะสลัก ไปจนถึงปราสาทที่แกะสลักด้วยรายละเอียดชั้นสูง เที่ยวไม่หมดแน่นอนครับ แต่ที่นี่แบ่งอย่างกว้างๆ เป็น 4 เขต

รูปภาพ

1. นครวัดและนครธม (Angkor wat – Angkor Thom)
นครวัดเป็นวิหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และนครธม ศูนย์กลางของเมืองพระนครที่มีอีกหลายปราสาทสำคัญอยู่ภายใน เช่น พิมานอากาศ บาปวน และปราสาทบายน
2. วงรอบเล็ก (Le petit Circuit)
ในพื้นที่ทางตะวันออกของนครธม ได้แก่ ปราสาทตาพรม ตาแก้ว บันทายกะเดย สระทรง และปราสาทกระวาน
3. วงรอบใหญ่ (Le Grand Circuit)
ในพื้นที่ทางตอนเหนือและทางตะวันออกไกลของเมืองพระนคร ได้แก่ พระขรรค์ นาคพัน ตาสม แม่บุญ และปราสาทแปรรูป
4. เรอลั้วะ (Rolous group)
แยกมาอีกทาง อยู่ทางตะวันออกของเมืองเสียมเรียบไปประมาณ 15 กิโลเมตร อดีตเมืองหริลาลัย มีปราสาทสำคัญได้แก่ ปราสาทบากอง โลเลย และพระโค
5. ปราสาทรอบนอก (Outlying temples)
ปราสาทที่อยู่ห่างจากนครวัดเกิน 20 กิโลเมตรขึ้นไป เช่น บันทายศรี กบาลสะเปียน บึงมาลา

เรื่องราวคร่าวๆ ของเมืองพระนคร ต่อไปจะเล่าถึงการเดินทางครับ

วันที่ 1 ของการเดินทาง : รถทัวร์วิ่งตรง หมอชิต-เสียมเรียบ

เราเดินทางด้วยกันทั้งหมด 4 คน และ 4 วัน โดยมีเป้าหมายคือการปั่นจักรยานสำรวจเมืองพระนคร สัมภาระของเราแต่ละคนไม่มากครับ 1 เป้ และ 1 จักรยานเสือภูเขา เดินทางโดยรถทัวร์วิ่งตรง กรุงเทพ-เสียมเรียบ

รูปภาพ

รถทัวร์วิ่งตรง กรุงเทพ-เสียมเรียบ มีวันละ 2 เที่ยว
เวลา 08h00 และ 09h00
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง 30 นาที
ค่าโดยสารจากสถานีหมอชิต ราคา 750 บาท
ส่วนค่าโดยสารจากเสียมเรียบมากรุงเทพ ราคา 28 ดอลล่าห์สหรัฐ

*ช่องขายตั๋วโดยสารที่สถานีหมอชิตไม่ขายขากลับ เสียมเรียบ-กรุงเทพ นะครับ ต้องเช็กที่นั่งและออกตั๋วที่เสียมเรียบเท่านั้น
*วิ่งตรง ใช้รถคันเดียว ไม่เปลี่ยนบัสที่ชายแดนครับ

เช้าวันที่ 31 ธันวาคม วันสุดท้ายของปี 57 นัดกันที่ชานชะลา อย่างที่คิดล่ะครับ หมอชิตในวันหยุดยาว ผู้คนมหาศาลจนที่ชานชะลาไม่มีที่ยืน นี่มากับจักรยานคนละคัน ก็ต้องพยามหามุมแอบเก็บตัวกัน ไม่ให้ขวางทางคนสัญจร

ตามธรรมเนียมวันหยุดยาว รถทัวร์ดีเลย์ครับ พวกเราจองรถรอบ 9 โมงเช้า และนั่นเป็นเวลาของรถรอบ 8 โมงเช้าพึ่งจะออกพอดี
ต่อคิวคันถัดมาด้วยรถวิ่งตรง กรุงเทพ-พนมเปญ ที่เข้ามาจอดในชานชะลาเดียวกัน เราต้องรอจนกระทั่งส่งคันนี้ไปพนมเปญก็ถึงคิวรถของเราบ้าง

ไม่ใช่รถ Scania คันใหญ่ 2 ชั้นนะครับ เป็นรถบัสแบบดั้งเดิมกว่านั้น ที่นั่งแคบและช่องเก็บของแคบ ใครจะเอาจักรยานไป ผมสรุปให้ได้ว่า เกินกว่า 4 คัน ก็ใส่ไม่ได้แล้วครับ เพราะต้องระวางสัมภาระจากผู้โดยสารอื่นๆ อีกด้วย ทางที่ดี 1-3 คัน จะไม่มีปัญหาครับ

การระวางจักรยาน
สำหรับใครที่เคยระวางจักรยานกับรถทัวร์คงไม่ยากเย็นอะไร ขั้นตอนที่ทำให้วางได้คือ ถอด 1 ล้อหน้า ลดเบาะลงต่ำ ทำใจกับรอยกระแทก แล้วก็วางที่ห้องสัมภาระได้เลยครับ 55

จักรยานที่ใช้ดิสเบรก ใส่ตัวคั่นเบรกไว้กันเบรกติดก็จะดีครับ พนักงานของรถที่มาช่วยระวางอาจไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม ผลสรุปของกลุ่มเรา ทั้งขาไปและขากลับ จักรยานไม่ชอกช้ำครับ ถึงแม้ไม่ใช้แผ่นอะไรกั้นแต่ละคัน

รูปภาพ

เรียบร้อยแล้วก็ขึ้นไปนั่งตากแอร์ได้ครับ รถบัสเก่าแต่แอร์เย็นเยือก เบาะแคบๆ แต่นั่งได้สบายดีครับ และในที่สุด ก็เริ่มออกเดินทาง ผ่านรถติดบนถนนขาออกกรุงเทพในวันสิ้นปี รถสายนี้ออกจากกรุงเทพทางมอเตอร์เวย์ ใช้เส้นทางสั้นที่สุดที่จะถึงเสียมเรียบ คือ ด่านชายแดนบ้านคลองลึก/ปอยเปต หรืออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว อันมีตลาดโรงเกลือนี่เอง

อาหารว่างและน้ำดื่มมีเสิร์ฟในปริมาณที่เหมาะสมและอร่อยใช้ได้ครับ

รูปภาพ

อิ่มของว่างและนั่งๆ หลับๆ มาสักพัก รถก็จอดที่สระแก้ว 1 ครั้ง ทานข้าวได้ครับถ้าหิว

ผมไม่อยากรีวิวเรื่องเวลาการเดินทางอย่างละเอียดนะครับ เพราะว่าคนที่เดินทางนอกเทศกาลอาจจะไม่ต้องเจอรถติดหรือคิวที่ยาวเหยียดของตรวจคนเข้าเมือง เอาเป็นว่า ทั่วๆ ไปแล้ว เดินทาง 7 ชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงเสียมเรียบครับ

เรื่องของวีซ่า
*ผู้ถือหนังสือเดินทางประเทศไทย เข้ากัมพูชาได้โดยไม่ต้องทำวีซ่า สามารถพำนักอยู่ได้ไม่เกิน 14 วัน
*ใครอยากอยู่เที่ยวเกิน 14 วัน ต้องทำวีซ่าครับ
*สำหรับสัญชาติอื่นๆ สามารถทำ Visa on arrival ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองปอยเปตได้ครับ หรือขอวีซ่าไว้เลยที่สถานฑูตกัมพูชาประจำกรุงเทพ หรือที่เมืองสำคัญๆ อื่นๆ ทั่วโลก

Visa on arrival นี่ไม่มีอะไรยากหรือวุ่นวาย โดยเฉพาะถ้าให้พนักงานรถทัวร์จัดการให้เลย กรอกเอกสาร และส่งพาสปอตให้พร้อมเงินก็เรียบร้อยครับ
รถทัวร์ คิดค่าทำวีซ่า 1,300 บาท ส่วนราคาวีซ่าจริงๆ แล้ว 30$ ประหยัด 300 บาท สำหรับใครอยากทำเอง
(ส่วนตัวก็คิดว่า คิดค่าทำแพงไปนิดล่ะครับ เคยนั่งรถจากไซง่อนเข้าเขมร รถทัวร์คิดค่าทำแค่ 5$)

รูปภาพ

ซึ่งในรถทัวร์ของเรา มีคนต่างชาติที่ทำวีซ่าด้วยตัวเอง เป็นผลที่ตามมาคือ ช้ามากกกกกก และทั้งรถต้องรอผู้โดยสารคนเดียว ใช้เวลาอยู่ที่ด่านหลายชั่วโมง กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี วีซ่าของทุกคนพร้อม ก็เป็นเวลา 5 โมงเย็นเลยครับถึงจะได้เริ่มเดินทางไปเสียมเรียบต่อ

รูปภาพ

ตอนนี้เปลี่ยนมุมมอง กัมพูชาขับรถชิดขวา คนขับชาวไทยของ บขส. ยังทำหน้าที่ได้ดี แม้จะเป็นรถบัสพวกมาลัยขวาครับ

จากปอยเปตไปเสียมเรียบใช้เวลาอีกไม่นาน ใครชอบชมวิวทุ่งนาจะต้องถูกใจแน่นอน แทบตลอดทางเป็นทุ่งนาในที่ราบลุ่มที่กว้างสุดสายตา นานๆ ครั้งจะมีหมู่บ้านเล็กๆ หรือเนินเขาเตี้ยๆ ให้มองพักสายตา พอรถผ่านเมืองศรีโสภณ แล้วแยกไปทางเสียมเรียบ ส่วนถ้าใครจะไปพระตะบอง ก็แยกไปอีกทางครับ

ช่วงค่ำ ก็มาถึงเสียมเรียบ เป็นเวลาเดียวกับที่ขบวนรถทุกคันในเมือง กำลังขับกลับเข้าเสียมเรียบจากการเที่ยวอังกอร์ รถติดมากครับ แต่ในเสียมเรียบก็มีอะไรให้มองอย่างเพลิดเพลิน คือโรงแรม โรงแรม และ โรงแรม ทั้งขนาดใหญ่เล็ก เปิดไฟเรืองรองทั่วเมือง ถนนในเสียมเรียบก็สวยในแบบของมัน มีทั้งสายกว้างๆ และสายแคบๆ นักท่องเที่ยวขวักไขว่อยู่ตามร้านอาหาร

อาจจะเป็นเพราะซีรี่ย์เกาหลีก็เป็นที่นิยมมากในกัมพูชา หรือนักท่องเที่ยวจากเกาหลีเยอะก็ไม่ทราบ ร้านอาหารที่มีมากที่สุดเป็นร้านอาหารเกาหลี ติดภาษาเกาหลีกันตลอดทาง ท่ามกลางความมืดของถนนนอกเมือง ป้ายไฟภาษาเกาหลีจึงเป็นสัญญานว่าเรามาถึงแล้ว ... อันยอง เสียมเรียบ

รถจอดที่ใจกลางเมือง บนถนนแคบๆ มีฟุตบาธกว้างกว่าถนนทำให้ไม่ดูแออัด เป็นที่ตั้งของบริษัทที่ร่วมทุนกับ บขส. คือบริษัท Nattakan สำนักงานเป็นตึกแถวใหม่ๆ

รูปภาพ

ใครมาถึงแล้วก็ซื้อตั๋วรถทัวร์ขากลับไว้ได้เลยครับ ไม่ได้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์แบบเค้าเตอร์ตั๋วโดยสารที่หมอชิต แต่ที่นี่ใช้กระดาษบันทึกที่นั่งแบบดั้งเดิม ไม่ได้พิมพิ์ตั๋ว แต่ใช้ระบบเขียนและลงประทับตรา ตั๋วขามา จะเหมือนกับตั๋วรถทัวร์ภายในประเทศทั่วไป ตั๋วขากลับก็จะเป็นอีกแบบ ข้อความของเอกสารตั๋วรถเป็นภาษาอังกฤษและเขมร

ความลับเล็กๆ ของรถทัวร์สายนี้ ที่น่าแปลกว่าทำไมไม่โฆษณา คือ หลังจากถึงเสียมเรียบ มีรถตุ๊ก ตุ๊ก ไปส่งโรงแรมฟรี ในระยะทางไม่เกิน 6 กิโลเมตร ซึ่งถ้าเป็นโรงแรมในตัวเมืองก็มักไม่เกินนี้หรอกครับ

น่าเสียดายที่เราจะไม่ได้ใช้บริการให้ครบ ประกอบจักรยานแล้วปั่นไปโรงแรมเองได้เลย

ที่นี้เป็นคิวของนักปั่นจากประเทศไทย ที่ต้องทำความคุ้นเคยกับถนนชิดขวาบ้างแล้ว เมืองนี้ก็มีรถเยอะใช้ได้เลย ถนนวันเวย์ก็มีให้งงบ้าง แต่ข้อดีคือ ที่กัมพูชาขับรถช้ากว่าเมืองไทยเยอะครับ เอาเป็นว่า โดนชนไม่น่าจะถึงชีวิตและทุพลภาพ 55

เช็คอินที่โรงแรมเรียบร้อย เราก็พักผ่อน อาบน้ำอาบท่า แล้วไปหามื้อค่ำสนุกๆ ทานกันครับ ร้านอาหารเยอะแยะมากมายทั้งถูกทั้งแพง ปั่นจักรยานไปกัน

เสียมเรียบเป็นเมืองท่องเที่ยวเต็มรูปแบบที่สุดที่นึงในอาเซียนครับ มีคนเยอะตลอดวันและคืน ความปลอดภัยในยามดึกดื่นดี ไฟถนนในเมืองมีมากพอ คนเขมรท้องถิ่นเป็นมิตรอัธยาศัยดี ไม่ต้องกังวลเหมือนที่เมืองใหญ่แบบพนมเปญ อยู่ข้างนอกยามค่ำคืนให้ความรู้สึกอุ่นใจกว่ากรุงเทพด้วยซ้ำ แต่ไม่ได้แปลว่าต้องประมาทนะครับ ก็ระมัดระวังตัวเหมือนทั่วๆ ไปน่ะแหละครับ

วันนี้เราเลือกทานมื้อค่ำยอดนิยมสไตล์เขมร เรียกเป็นภาษาไทยเลยก็คือหมูกระทะนี่ล่ะครับ หมูกระทะนิยมแพร่หลายมากทั้งในพนมเปญและเสียมเรียบ ที่กัมพูชานิยมใช้เนยย่างเนื้อวัวกัน ร้านจะนิยมจัดเป็นเซตไว้ มีเนื้อ ไข่และผัก เซตนึงมีเนื้ออยู่หย่อมเดียวราคาจะอยู่ที่ราว 5$ ก็ไม่ถือว่าถูกนะครับ เพราะทานกี่เซตก็ไม่อิ่มง่ายๆ ครับ 555

รูปภาพ

วันนี้เป็นคืน New year eve ปั่นรอบๆ เมืองชมพลุปีใหม่ ดูผู้คนออกมาฉลองปีใหม่กัน สนุกสนาน กลับโรงแรมกันตอนตี 1
รูปภาพ

ดูเหมือนจะสนุกกับพลุปีใหม่กันดีนะครับ
รูปภาพ


ติดตามตอนต่อไปกันได้นะครับ :D
แก้ไขล่าสุดโดย Gigie เมื่อ 07 มี.ค. 2015, 19:50, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Gigie
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 56
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2012, 21:33
Tel: 089-4974171
Bike: Bianchi Jab / Trek Madone
ตำแหน่ง: Bangkok
ติดต่อ:

Re: ทริปปั่นจักรยานตะลุยอังกอร์ : ป่าฝนแห่งเมืองพระนคร

โพสต์ โดย Gigie »

วันที่ 2 ของการเดินทาง

และเป็นวันแรกของปี 2558 วันนี้จะปั่นเที่ยว นครวัด นครธม เส้นทางวงรอบเล็ก (Le Petit Circuit)

โรงแรมบางที่ก็มีน้ำดื่มฟรี เติมใส่กระติกไว้ไปเที่ยวอังกอร์ก็ดีครับ น้ำดื่มที่นี่ไม่ได้ราคาขวดละ 10 บาทเหมือนไทย แต่ราคา 1$ สหรัฐ ถ้าเป็นฤดูร้อน ที่นี่ร้อนอย่างโหดร้าย จะเปลืองค่าเครื่องดื่มได้มากเลยครับ

พร้อมแล้วก็ลุยเลยครับ ออกจากตัวเมืองเสียมเรียบไปถึงนครวัดใกล้นิดเดียว 6 กิโลเมตรบนถนนที่ทั้งในเมืองและนอกเมืองร่มรื่นมาก สองข้างทางเป็นต้นไม้ใหญ่ครื้มสวย ยิ่งฤดูหนาวแบบวันนี้ อากาศดีมากๆ ครับ

สำหรับใครใช้จักรยานเสือภูเขามาตรฐานแล้ว ต่อให้ไม่ใช่คนปั่นบ่อยๆ แค่ปั่นไปเพลินๆ แปปเดียวก็ถึงครับ ยิ่งถ้าวันไหนรถติด จักรยานถึงก่อนรถยนต์ด้วย

สำหรับใครที่คิดว่าจะเช่าจักรยานแม่บ้านทั่วไป ราคาค่าตัววันละ 1$ ไปเที่ยวแค่นครวัดหรือนครธมก็ไม่ยากเย็นครับ เป็นที่นิยมเช่นกัน ส่วนถ้าไปเที่ยววงรอบใหญ่ที่ไกลออกไป ก็น่าจะเหมาะกับคนที่สุขภาพดีอยู่บ้าง แต่ละวัดในเส้นทางวงรอบใหญ่จะไม่ได้อยู่ติดๆ กันเหมือนวัดในวงรอบเล็กครับ

ส่วนเพื่อนๆ นักปั่น ถ้าไม่ใช่ปราสาทรอบนอก ปั่นไปถึงได้ทุกที่ครับ ห่วงว่าจะหลงทางดีกว่าครับ 555

รูปภาพ

วันนี้พวกเราจะปั่นบนถนนหลัก เส้นเดียวกับที่รถยนต์ รถบัส มอเตอร์ไซค์ใช้วิ่งกัน ซึ่งก่อนจะถึงนครวัดต้องแวะซื้อบัตรผ่านก่อนนะครับ มองหาทางขวามือจะเจอเคาท์เตอร์ตั๋ว รถบัส รถเก๋ง ตุ๊กๆ จอดกันอยู่เยอะครับ

รูปภาพ

มีหลายเคาท์เตอร์ เข้าไปซื้อได้เลยครับ
10$ สำหรับบัตรผ่าน 1 วัน
20$ สำหรับบัตรผ่าน 3 วัน (ไม่จำเป็นต้องเข้าติดกัน)
40$ สำหรับบัตรผ่าน 7 วัน (ไม่จำเป็นต้องเข้าติดกัน)

ถ่ายรูปติดบัตรด้วยครับ ป้องกันการแบ่งบัตรใช้ด้วยกัน หลังจากได้บัตรมาแล้วก็เก็บรักษาดีๆ นะครับ หายแล้วเข้าชมอะไรไม่ได้ นอกจากจะซื้อใหม่ครับ

รูปภาพ

เรื่องของสกุลเงินที่ใช้ในเสียมเรียบ
สกุลเงินที่ใช้คือดอลล่าห์สหรัฐครับ ซึ่งก็ใช้อย่างทั่วไปในเสียมเรียบเลยไม่ว่าจะซื้อบริการหรือสินค้าอะไร ส่วนเงินสกุลท้องถิ่นอย่างเป็นทางการคือเงินเรียล ใช้ได้เช่นกันครับ

ถึงที่นี่จะใช้ดอลล่าห์เป็นหลัก แต่ก็ไม่ใช้ Cent หน่วยราคาที่ต่ำกว่า 1$ จะใช้เงินเรียล จ่าย-ทอน กันแทน โดยมีอัตราแลกเงิน 1$ = 4,000 เรียล

เช่น ซื้อสบู่ 0.5$ เราจ่ายแบ๊งค์ 1$ จะได้รับเงินทอน 2,000 เรียลครับ
ดังนั้น การเที่ยวเสียมเรียบ เตรียมธนบัตรดอลล่าห์ใบเล็กไว้เยอะๆ ครับ จะได้ใช้บ่อย

สกุลเงินในเมืองอื่นๆ ล่ะ? แถมให้สำหรับคนจะไปเมืองอื่นๆ ด้วย
*พนมเปญ ใช้ทั้งดอลล่าห์และเรียลควบคู่เช่นกัน แต่การยอมรับธนบัตรดอลล่าห์จะน้อยกว่าที่เสียมเรียบเล็กน้อย
*ส่วนเมืองต่างจังหวัดอื่นๆ จะนิยมเรียลมากกว่าดอลล่าห์ครับ
*เมืองชายแดนไทย รับสกุลเงินบาทด้วย
*เมืองชายแดนเวียดนาม รับสกุลดองเวียดนามด้วย
เหลือตัวอย่างกลับมาให้ชมนิดหน่อย เลขเขมรตรงกันกับเลขไทยครับ ดูง่าย

รูปภาพ

กลับมาที่ทริปของเราต่อนะครับ หลังจากได้ตั๋วมาแล้วก็ปั่นตามเส้นทางจนมาถึง"คูน้ำรอบนครวัด" จากตรงนี้แม้ยังไม่เห็นปราสาทหินสักอัน แต่เชื่อว่าเป็นจุดที่หลายๆ คนก็เริ่มตื่นเต้นกับความสวยงามของอังกอร์ตั้งแต่ตรงนี้แล้วครับ

คูน้ำล้อมรอบกำแพงนครวัดใหญ่โตมาก เป็นทั้งการสร้างจำลอง มหาสมุทรบนสวรรค์ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุในคติของฮินดู และเป็นระบบชลประทานที่เคยถูกใช้งานจริงที่น่าทึ่งมากๆ คูน้ำของนครวัดและทั้งเมืองพระนครเชื่อมโยงกับภูเขาต้นน้ำจากพนมกุเลนทางตะวันออกเฉียงเหนือ แม่น้ำเสียมเรียบ และโตนเลสาป ทางตอนใต้

ปั่นตามทางต่อมาก็จะถึงสะพานหินที่ใช้เดินข้ามคลอง ตรงเข้าสู่นครวัด แค่มองเห็นยอดปรางค์นครวัดจากระยะไกลก็รู้สึกทึ่งกับสิ่งก่อสร้างโบราณขนาดยักษ์นี้แล้ว แต่อดใจไว้นิด ปั่นผ่านทางเข้านครวัดไปก่อน เดี๋ยวเย็นนี้กลับมาอีกที ตอนนี้ไปนครธมกันก่อนเลย

ประตูทิศใต้ของนครธมเป็นอีกจุดที่คึกคักกับรูปปั้นหินลอยตัวที่ยังสมบูรณ์กว่าทางประตูฝั่งอื่น รูปปั้นเล่าเรื่องราวของตำนานฮินดูเกี่ยวกับการกำเนิดโลกและจักรวาล และจะเข้าเมืองนี้ได้ ต้องลอดซุ้มประตูหินแกะสลักเป็น ‘ใบหน้า’ ชวนเข้าฝันอันติดตาและลืมไม่ลงง่ายๆ เลยครับ

รูปภาพ

ตรงนี้รถติดยาวมาก

รูปภาพ

มาถึงใจกลางของเมืองนครธม ที่ปราสาทบายน กับใบหน้าเดิมที่คราวนี้ระดมมาห้อมล้อมเลยทีเดียว ไม่ว่าจะยืนหลบอยู่มุมไหนของปราสาท ก็จะมีสายตาจากใบหน้ายักษ์หินจับจ้อง ปริ่มยิ้มพริ้มพรึงใส่เราตลอดเวลา สมัยนี้เรามีนักท่องเที่ยวร่วมร้อยอยู่เป็นเพื่อนท่ามกลางแดดจ้า แต่ทว่าเดิมทีปราสาทบายนเคยถูกทิ้งรกร้างอยู่กลางป่า ลองจินตนาการบรรยากาศและความรู้สึกของนักสำรวจในสมัยนั้นดูแล้วน่าขนลุกดีครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ลองหามุมแอบดูครับ แต่ตรงไหนก็ยังเห็นใบหน้าอยู่ดี 55

รูปภาพ

ปราสาทบาปวน อ่านว่า บา-ปวน นะครับ มิใช่ บาป-วน ปราสาทหินทรงปีรามิดใหญ่บะเริ่มอีกอัน เดินขึ้นไปชมทิวทัศน์ได้ มีการสร้างบันไดไม้ซ้อนทับหินไว้ เดินไม่ยากแต่ก็ยังชันพอสมควร

รูปภาพ

ทางเดินหินยาวเหยียดตรงหาปราสาทเป็นจุดเด่นของบาปวน

รูปภาพ

นอกจากนี้ในอังกอร์ธมยังเที่ยวชมสถานที่สำคัญได้อีกหลายที่ พิมานอากาศ อีกหนึ่งปราสาททรงปีรามิด และชมงานหินแกะสลักชั้นเยี่ยมที่ลานช้าง ลานพระเจ้าขี้เรื้อน

พิมานอากาศ

รูปภาพ

ร้านอาหาร
แวะทานอาหารกันครับ รีวิวราคาอาหารและเครื่องดื่มในพื้นที่อังกอร์ตรงนี้เลยละกันครับ
น้ำดื่ม น้ำอัดลม น้ำมะพร้าว 1$
ขนมปังบาแกต 3$
อาหารจานเดียวในร้านอาหารท้องถิ่นริมทาง 3$ ขึ้นไป

ทุกร้านให้ปริมาณมาก รสชาติอาหารคล้ายอาหารไทย ส่วนร้านดีๆ น่าทานในอังกอร์ไม่ค่อยมีหรอกครับ เกือบทั้งหมดจะเป็นเต๊นท์ เพิง ริมทางทั่วไป ถ้าไม่ชอบแนวเพิงก็ต้องกลับไปทานที่เสียมเรียบ ที่จะมีร้านดีๆ ให้เลือกทุกช่วงราคา

ออกจากนครธมไปทางตะวันออก ก็จะมีปราสาทเจ้าสายเทวดา ปราสาทธมมานนท์ ปราสาทตาแก้ว ปราสาทตาพรม บันทายกะเดย สระทรง และปราสาทกระวาน ก็เลือกเข้าชมเอาตามเวลาที่มีเลยครับ ใครเป็นแฟนคลับปราสาทหินและศิลปะอังกอร์ ไม่ควรพลาดแม้สักที่เดียวครับ

ที่ปราสาทตาพรม ประหนึ่งดาราฮอลลีวูดเพราะแสดงหนังหลายเรื่อง เป็นอีกหนึ่งจุดเรียกแขก คนเยอะมากครับและถ้าใครอยากให้มีร้านอาหารให้เลือกทานมากสักหน่อยก็ต้องมาทานที่หน้าทางเข้าปราสาทตาพรมได้เลย จุดที่คนสนใจมากๆ ก็ไม่พ้นรากไม้ยักษ์ที่ขึ้นปกคลุมปราสาทหิน ต่อคิวถ่ายรูปกันยาวเหยียดเลยครับ คิดว่าควรจะแจกบัตรคิวกันเลยน่าจะสะดวกยิ่งขึ้น 55

รูปภาพ

รูปภาพ

ที่นี่ไม่ได้สร้างตามคติฮินดูเหมือนปราสาทส่วนใหญ่ แต่สร้างโดยกษัตริย์ที่นับถือพุทธ และมีร่องรอยของการถูกทำลายจากกษัตริย์คนต่อมาที่นับถือฮินดู

รูปภาพ

ปั่นจักรยานเที่ยวนครวัด จอดจักรยานยังไง??

ถ้าเช่าจักรยาน ร้านมักจะให้สายล็อกมาด้วยครับ หรือถ้าร้านไหนไม่มีให้ เตรียมไปเองเลยครับถ้าคิดจะปั่นเที่ยวอยู่แล้ว ที่นี่ไม่มีที่รับฝากรถ ไม่มีคนเฝ้า แต่มีต้นไม้ให้ล็อกจักรยานได้ครับ ตามหน้าปราสาท ก็เลือกทำเลโล่งแจ้ง อย่าลับตาคนมากนักครับ เวลาจอดก็อย่าเผลอลืมใส่ของมีค่าไว้ในกระเป๋าติดจักรยานล่ะครับ

อีกวิธีนึงคือฝากร้านอาหารครับ แต่ไม่มีร้านอาหารอยู่หน้าปราสาททุกแห่งและบางร้านก็ยุ่งจนไม่น่าจะอยากรับฝากรถให้เรา เพราะฉะนั้นถึงสายล็อกจักรยานจะตัดง่ายแค่ไหน ก็ต้องพึ่งพามันล่ะครับ ใครที่หิ้วคันหลักแสนไป เวลาเข้าไปเที่ยวตัวปราสาทก็ลุ้นตอนกลับเอาทุกรอบได้เลยครับ 55

แต่โดยรวม ผมว่าไม่ง่ายที่คนจะมาขโมย หรือถือคีมตัดเหล็กมานั่งขโมยในที่ๆ คนผ่านไปผ่านมาตลอดเวลาครับ

รูปภาพ

เสร็จจากชมปราสาทตาพรม ก็ตามเส้นทางปั่นเป็นวงรอบ ก็จะกลับไปที่นครวัดโดยไม่ต้องผ่านทางเดิม จะผ่านปราสาทกระวาน แล้วก็ปั่นยาวๆ มาต่อเลยครับ ไม่มีปราสาทหินให้แวะระหว่างทาง เส้นทางเงียบสงบ นักท่องเที่ยวน้อยลง ปั่นทำความเร็วได้ครับ

ทีนี้ก็กลับมาถึงนครวัดอีกครั้ง ในช่วงเย็นคนน้อยกว่าช่วงเช้าล่ะครับ เพราะส่วนมากน่าจะไปที่พนมบาเค็ง แต่พวกเรามาที่นี่ดีกว่า ได้ชมสุดยอดมหาปราสาทแห่งอังกอร์ในแบบที่ไม่ต้องถ่ายรูปติดฝูงชน

ฝากจักรยานไว้กับแม่ค้าร้านอาหารโดยสัญญาว่าจะกลับมาทานด้วย แล้วก็เดินเข้านครวัดเลย ตามทางสะพานหินข้ามคูน้ำรอบกำแพงชั้นนอกและเดินอีกยาวในส่วนชั้นใน มองเห็นนครวัดตะหง่านอยู่ในระยะไกล

และตามคำพูดที่ว่า ‘See Angkor and die’ อธิบายถึงนครวัดอย่างสั้นและความหมายครบที่สุดแล้ว

รูปภาพ

จนถึงตัวปราสาท จะพบภาพหินสลักนูนต่ำในความละเอียดที่สูงส่งอย่างไม่น่าเชื่อจัดวางอยู่เต็มพื้นที่ในแต่ละกำแพง ประตู หน้าต่าง ควรค่าแก่การเดินให้ครบทุกชั้นทุกแผนก จนถึงชั้นบนสุดครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

จนถึงยามเย็นย่ำ เวลาปิด 5 โมงครึ่ง เจ้าหน้าที่เริ่มกระจายตัวกันเดินไล่นักท่องเที่ยวให้กลับ ซึ่งดูแล้วเป็นงานหนักมาก เพราะทุกคนต่างดื้อดึง ยื้อยุดเพื่ออยู่ให้นานที่สุด เพื่อการถ่ายภาพนครวัดอันไร้ผู้คน บางรายถึงกับทะเลาะวิวาทกับเจ้าหน้าที่

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เจ้าหน้าที่ค่อยๆ เชิญนักท่องเที่ยวออกจากปราสาทตั้งแต่ชนบนสุด จนถึงด้านล่าง จนถึงหน้าตัวปราสาท จนถึงหน้าสระน้ำ และจนถึงกำแพงชั้นนอก ก็พระอาทิตย์ลับตาพอดี พระอาทิตย์ยามเย็นเปลี่ยนสีนครวัดให้เป็นอีกหนึ่งความสวยงามและน่าทึ่งส่งท้ายก่อนกลับ

รูปภาพ

แต่เรายังกลับไม่ได้ ต้องไปทานอาหารกับร้านที่ฝากจักรยานไว้ตามสัญญา ทานไก่ย่างตัวยักษ์เนื้อเหนียวหนึบ ย่างแห้งๆ อร่อยไปอีกสไตล์

ถึงเวลาปั่นกลับเสียมเรียบ แย่นิดหน่อยเพราะทางมืดมาก ไม่มีไฟถนนเลย รถยนต์ก็น้อยลงแล้วทำให้เหมือนต้องปั่นอย่างมืดมิดในห้วงอวกาศ เพราะฉะนั้น อย่าลืมเตรียมไฟหน้า ไฟท้ายติดรถด้วยนะครับ

ตอนต่อไปจะพาออกนอกแผนที่ เที่ยวเสียมเรียบและอังกอร์ในแบบที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Gigie
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 56
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2012, 21:33
Tel: 089-4974171
Bike: Bianchi Jab / Trek Madone
ตำแหน่ง: Bangkok
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปปั่นจักรยานตะลุยอังกอร์ : ป่าฝนแห่งเมืองพระนคร

โพสต์ โดย Gigie »

วันที่ 3 ของการเดินทาง

วันนี้เตรียมความพร้อมลุยอังกอร์ด้วยจักรยานอีกวัน แต่ต้องแปลกไปกว่าที่เคย ลืมแผนที่ท่องเที่ยวอังกอร์ไปก่อนได้เลย เพราะเราจะลุยแทร็ค ลุยป่าฝน ไต่กำแพงหินของเมืองเก่าของนครธม และชมปราสาทหินบนเส้นทางวงรอบใหญ่ (Le Grand Circuit)

วันนี้ผมไม่ค่อยได้ถ่ายภาพ เพราะปั่นในป่า มือไม่ว่าง ถ่ายแต่วีดีโอมาด้วยกล้องติดหมวกมาแทนครับ

วีดีโอบอกเล่าเรื่องราวทั้งทริปนี้ครับ (HD)


เซ็ตจักรยาน เตรียมน้ำดื่มแล้วก็ลุยกันเลยครับ

ตั้งแต่ออกจากโรงแรม ก็เลี่ยงถนนใหญ่ ลัดเลาะเข้าตรอกซอยต่างๆ ในเมือง จนกระทั่งภาพความเป็นสังคมเมืองก็ค่อยๆ หายไป กลายเป็นพื้นที่ของสังคมชนบทอย่างรวดเร็ว ภาพของบ้านไม้ดั้งเดิมแบบชนพื้นเมืองเริ่มปรากฏอยู่ตลอดสองข้างทางของถนนลูกรังหยาบๆ ปนหินและทราย จักรยานล้อเล็กๆ ปั่นเส้นทางนี้ไม่ง่ายแน่นอนครับ สมาชิกกลุ่มบางท่านจึงทุลักทุเลบ้างเล็กน้อย

จากหมู่บ้านสุดท้ายในชานเมืองของเสียมเรียบ เส้นทางแคบลงจนเหลือทางดินเลนเดียวนำทางเข้าป่าทันที เส้นทาง Single track ในป่ามีอากาศเย็นและชื้นขึ้น และไม่โดนแดด ลุยลัดเลาะกันได้เต็มที่เลยครับ เตรียมแว่นที่เลนส์ไม่มืดนักไว้ก็ดีครับ แสงส่องในป่าน้อย แต่ควรใส่แว่นเพื่อป้องกันกิ่งไม้ หนามเกี่ยวโดนดวงตานะครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

ปั่นลุยเพลินๆ ไม่นาน ออกมาเจอคูน้ำขนาดใหญ่ เหมือนที่เจอเมื่อวาน คูน้ำที่ล้อมรอบนครวัดนั่นเอง ได้มามองจากมุมที่ไร้นักท่องเที่ยวแล้วยิ่งสวยงาม ทีนี้ เราปั่นรอบคูน้ำกันต่อเลยครับ ฝั่งนึงเป็นป่า อีกฝั่งเป็นคูน้ำ

รูปภาพ

รูปภาพ

ต่อจากเส้นทางรอบคูน้ำ ตัดเข้าป่าอีกนิด แล้วมาออกหน้าประตูทิศใต้ของนครธมเลย ถึงจะอากาศค่อนข้างเย็นและไม่ได้ปั่นกลางแดดแต่ก็ได้เหงื่อชุ่มกันไปตามๆ กัน

แวะทานน้ำมะพร้าวเติมเต็มพลังงานกันสักหน่อย แล้วปั่นลอดประตูทิศใต้นครธม ทางดียวกับเมื่อวานนี้ล่ะครับ แต่หลังจากลอดประตูเข้ามาแล้ว เราไม่ไปตามถนนที่จะพาไปเจอปราสาทบายน แต่เราจะปีนทางดินเข้าป่า ไต่กำแพงเมืองนครธมกันเลย

กำแพงเมืองของนครธมขนาดสูงใหญ่ที่เคยใช้ป้องกันข้าศึกจากเมืองอื่น ปัจจุบันรกครื้มไปด้วยต้นไม้ รากไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุม กลายเป็นป่าปนกำแพงหินที่น่าทึ่ง มองลึกลงไปจากกำแพงฝั่งซ้าย จะมองเห็นคูน้ำที่ล้อมรอบเมืองไว้ เส้นทางสวยงาม แปลกตาและยอดเยี่ยมมากครับ

พื้นที่ของนครธมใหญ่กว่านครวัดมาก ปั่น 1 รอบจะใช้เวลาพอสมควร เราจะปั่นกันจากกำแพงทิศใต้ ไปจนถึงกำแพงทิศเหนือ นั่นคือครึ่งรอบเมืองโบราณแห่งนี้กันเลยทีเดียว

ปั่นมาจนถึงประตูตะวันออกของนครธม หน้าตาไม่ต่างจากกำแพงทิศใต้ คือประตูเมืองมีใบหน้ายิ้มเลศนัยรอต้อนรับ สะพานข้ามคูเมืองที่มีภาพแกะสลักลอยตัว แต่ความสมบูรณ์ของงานก่อสร้างน้อยกว่าทางทิศใต้ เราอยู่กันบนกำแพง จะปั่นข้ามใบหน้าบนซุ้มประตูเมืองไม่ได้นะครับ ต้องปั่นลงมาจากกำแพงเมืองก่อนแล้วค่อยขึ้นไปต่ออีกฝั่ง แล้วก็วิ่งบนกำแพงเมืองต่อไป จนกระทั่งถึงประตูทิศเหนือ

บนกำแพงเมืองนครธม ตรงจุดซุ้มประตูตะวันออก

รูปภาพ

ดิสเบรคคดเลย

รูปภาพ

ลงมาจากกำแพงกันอีกรอบที่ฝั่งเหนือ ครึ่งวันพอดี หาอาหารเที่ยงทานกันให้อิ่มอร่อยกันดีกว่าครับ มีซุ้มอาหารอยู่ใกล้ๆ ประตูทิศเหนือ อาหารค่อนข้างหลากหลายไม่เบาที่ซุ้มนี้

ประตูเมืองนครธมทิศเหนือ

รูปภาพ

รูปภาพ

ทานอาหารเสร็จ ลอดประตูทิศเหนือแล้วปั่นบนถนนทางเรียบกันบ้างให้หายเหนื่อยจากการปั่นทางดินมาทั้งวัน ตามทางมาไม่ไกลก็จะเจอปราสาทพระขรรค์ อีกหนึ่งปราสาทที่น่าทึ่งและลืมไม่ลง ควรค่าแก่การมาเยี่ยมชมอย่างถึงที่สุด

รูปภาพ

ปราสาทพระขรรค์เป็นกลุ่มปราสาทที่มีการก่อสร้างหลากหลายรูปแบบ ต้นไม้และรากไม้ขนาดมหึมาขึ้นปกคลุมกลมกลืนไปกับตัวปราสาท มีบรรยากาศร่มรื่นท่ามกลางกองหินที่หล่นกระจัดกระจาย ให้ความรู้สึกในแบบนักสำรวจผจญภัยยุคโบราณกันเลยทีเดียวครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ปราสาทพระขรรค์ตั้งอยู่ในเส้นทางวงรอบใหญ่ของเมืองพระนคร ล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง ปราสาทหลังหนึ่งสร้างด้วยเสาหินทรายกลมขนาดใหญ่รับน้ำหนักโครงสร้างและคาน คล้ายสิ่งก่อสร้างในแบบโรมัน ที่บานประตูแต่ละปราสาท มีรูปสลักอสูรเป็นคู่ๆ ยืนถือกระบองเสมือนคอยพิทักษ์ดูแลศาสนสถานแห่งนี้ ภาพสลักนูนต่ำจำนวนมากตามผนังหรือเสาภายใต้ซุ้มเป็นภาพฤๅษีกำลังนั่งบำเพ็ญ พรตในท่า “โยคาสนะ” นั่งชันเข่าไขว้เท้า

รูปภาพ

จารึกที่ปราสาทพระขรรค์ยังกล่าวถึงการสร้าง “ธรรมศาลา” (ที่พักคนเดินทาง) และ “อโรคยศาล” (โรงพยาบาล) ตามเส้นทางจากนครธมไปยังเมืองต่าง ๆ รอบราชอาณาจักร และจารึกยังกล่าวถึงการสร้างรูปเคารพ เพื่อประดิษฐานยังหัวเมืองต่างๆ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของปราสาทต่างๆ

รูปภาพ

เราก็จะพักกันสักหน่อยที่นี่ ใช้เวลากับที่นี่นานพอสมควรเลยครับ เพราะมีอะไรให้ดูมากมาย และมุมถ่ายรูปเยี่ยมๆ ที่ไม่ต้องแย่งกันถ่าย เพราะนักท่องเที่ยวที่มาถึงวงรอบใหญ่มีน้อยกว่าบนเส้นทางรอบเล็กมาก

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

วันของเราไม่จบเท่านี้แน่นอน ไปต่อกันอีกหลายปราสาท บนเส้นทางวงรอบใหญ่ แต่ละปราสาทหินจะอยู่ห่างกันมากกว่าบนเส้นทางวงรอบเล็กซึ่งจะมีปราสาทอยู่ติดๆ กันอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่เป็นปัญหากับจักรยานเสือภูเขาที่ทำความเร็วได้ดี ส่วนนักท่องเที่ยวที่ใช้จักรยานแม่บ้านก็มีมาปั่นบนเส้นทางนี้เช่นกัน ซึ่งเห็นมีหลายๆ คนดูเหนื่อยล้าแทบล้มพับกันกลางทางเหมือนกัน เพราะฉะนั้นผู้ที่จะปั่นจักรยานแม่บ้านบนวงรอบใหญ่ต้องแข็งแรงพอสมควรนะครับ

ปราสาทยังเรียงต่อกันมาตามทางเลยครับ มีปราสาทเล็กๆ น้อยๆ อยู่มาก ส่วนปราสาทใหญ่ๆ จะมีเรียงกันตามเส้นทางตามนี้เลยครับ
ปราสาทนาคพัน ที่อยู่กลางน้ำ
ปราสาทตาสม
ปราสาทแม่บุญตะวันออก
ปราสาทแปรรูป

แล้วก็จะครบรอบ มาเจอสระทรง ปราสาทกระวาน และกลับมาเจอนครวัด และเส้นทางกลับเสียมเรียบเลยครับ

ส่วนใครที่สนใจจะไปปราสาทในรอบนอกด้วย ก็จะแยกออกไปที่สามแยก ตรงปราสาทแม่บุญคตะวันออกนะครับ ปราสาทรอบนอกมีหลายแห่ง เช่น บันทายศรี พนมกุเลน กบาลสเปียน บึงมาลา เกาะแกร์ รวมไปถึงเขาพระวิหาร บางที่อยู่ไกลนะครับ อาจใช้เวลาเดินทางทั้งวันเลย

แต่ปราสาทยอดฮิตอีกแห่งก็ไม่ได้ไกลนัก คือบันทายศรี อาสาพาไปเลยดีกว่า

รูปภาพ

แยกมาจากสามแยกที่ปราสาทแม่บุญตะวันออก ออกไปนอกเมือง ชมทิวทัศน์ท้องทุ่ง หมู่บ้าน ชุมชน สนุกไม่เบาครับ ระหว่างทางมีที่เที่ยวน่าสนใจอีกแห่งคือพิพิธภัณฑ์กับระเบิด (Landmine Museum) ที่บอกเล่าเหตุการณ์ในอดีตของการวางกับระเบิด ผลกระทบที่ตามมาต่อประชาชนชาวกัมพูชา และความพยามในการเก็บกู้กับระเบิด เป็นอีกสถานที่ที่น่าสนใจ ได้เรียนรู้ความผิดพลาดในอดีตของมนุษย์ชาติ และเป็นแรงบัลดาลใจที่ดีครับ

เดินทางต่อไปก็จะเจอกับปราสาทบันทายศรี แม้จะเป็นแค่ปราสาทขนาดเล็กๆ และอยู่ไกลถึง 30 กิโลเมตรจากปราสาทนครวัด แต่ก็มีนักท่องเที่ยวมากมาย ปราสาทนี้ถูกเก็บรักษาดีกว่าที่อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด มีการล้อมรั้วห้ามนักท่องเที่ยวเข้าใกล้ มีเจ้าหน้าที่เฝ้าอย่างหนาแน่น ในฐานะของต้นแบบแห่งศิลปะเขมร

รูปภาพ

ภาพสลักนูนต่ำบนหินทรายสีชมพูที่ปรานีตวิจิตร มีรายละเอียดความนูน-ลึกที่น่าทึ่งมากๆ ครับ ภาพสลักมีเรื่องราวให้ดูได้เพลินๆ มีเนื้อหา มีเรื่องเล่า รับรองว่ามาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

วันนี้ไปมาหลายที่ เสร็จจากชมปราสาทบันทายศรีก็เย็นย่ำแล้ว กิจกรรมยอดฮิตของการชมอังกอร์อีกอย่างคือ ชมพระอาทิตย์ตก ซึ่งสามารถชมได้จากหลายปราสาท บรรยากาศแตกต่างกันออกไป ปราสาทที่ฮิตกันมากก็คือ พนมบาเค็ง ที่เป็นปราสาทบนเนินเขา มองเห็นนครวัดจากระยะไกลได้เลยทีเดียว แน่นอนว่าคนมาจับจองที่นั่งกันแน่นขนัดทุกวัน

ใครที่อยากได้มุมสงบ ผ่อนคลายจากการทัวร์ปราสาทหินทั้งวัน มีมุมเยี่ยมๆ อื่นๆ ซ่อนอยุ่อีกมากในเมืองพระนคร

รูปภาพ

ปราสาทแปรรูปก็เป็นหนึ่งในนั้น และเหมาะกับคนที่เที่ยวบนวงรอบใหญ่ ปราสาทแปรรูปหน้าตาคล้ายๆ ปราสาสาทแม่บุญตะวันออกยังไงยังงั้น แต่ขนาดใหญ่กว่ามาก และก็ตามชื่อของปราสาท คำว่าแปรรูปหมายถึง การเปลี่ยนสภาพของร่างกายมนุษย์ จึงเป็นที่เชื่อถือว่าเป็นสถานที่ในพิธีงานศพ

ปราสาทนี้มีงานก่อสร้างส่วนใหญ่มาจากส่วนผสมของอิฐ ศิลาแลงและหินทราย โทนสีอุ่นๆ ของปราสาทเหมาะกับการเข้าชมยามสัมผัสแสงอาทิตย์อัสดง โรแมนติกไปอีกแบบครับ

ถ้าเที่ยวด้วยรถ ก็ดูไม่เป็นปัญหาอะไรกับการชมพระอาทิตย์ตกและอยุ่จนมืดค่ำ แต่ใช้จักรยานแล้วต้องคำนึงความปลอดภัยในการปั่นยามดึกตามมา เพราะในเขตอังกอร์ มืดแล้วมืดมิดมาก ไร้ซึ่งไฟถนน คนกลัวผีอาจจะปั่นไปขนลุกไปได้เลย 555

กลุ่มของเรามีไฟจักรยานไม่ครบทุกคันค่ำนี้จึงเป็นอีกวันที่ต้องปั่นคลำทางในห้วงอวกาศ และวันนี้ไกลกว่าเมื่อวานซะด้วย ร้านรวงก็ปิดกันหมด รถแทบไม่มี กว่าจะปั่นมาถึงเขตเมืองแมลงก็ติดเต็มหน้าแล้วครับ 55

ถึงช่วงชานเมืองเราเลี่ยงไปปั่นบนไฮเวย์แทนเส้นทาง เสียมเรียบ-นครวัดเส้นปกติ ถนนไฮเวย์ราบเรียบดีกว่า ปั่นเร็วได้สบายๆ และมีไฟถนนครับ

กลับถึงโรงแรมก็แทบหมดสภาพกันเลยทีเดียว เพราะลุยหนักทั้งวัน แต่อาบน้ำอาบท่าแล้วไปเที่ยวตลาดกลางคืนต่อเลยดีกว่า

ใครที่อยากรู้ว่าตลาดกลางคืนเสียมเรียบเป็นยังไง น่าสนใจหรือน่ามาหรือเปล่า บอกได้เลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ เพียบพร้อมทุกอย่างทั้งเรื่องกินเรื่องดื่ม ของฝาก ทั้งแต่ราคาถูกไปถึงถึงร้านไฮเอนด์ บรรยากาศถนนคนเดินทั้งไนท์มาเก็ตและผับสตรีทมีสีสันมากครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Gigie
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 56
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2012, 21:33
Tel: 089-4974171
Bike: Bianchi Jab / Trek Madone
ตำแหน่ง: Bangkok
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปปั่นจักรยานตะลุยอังกอร์ : ป่าฝนแห่งเมืองพระนคร

โพสต์ โดย Gigie »

วันที่ 4 ของการเดินทาง

เช้านี้ เดินทางกลับโดยรถบัสเจ้าเดิมครับ ปั่นจากโรงแรมไปที่บริษัทรถทัวร์ Nattakan รถทัวร์ยังไม่มาเทียบท่า ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่บริษัทชาวกัมพูชาแจ้งว่าระวางจักรยานไม่ได้ เราจึงต่อรองว่าขามายังได้เลย เค้าบอก งั้นต่อรองกับคนขับรถละกัน

รูปภาพ

หลังจากรถบัสมาถึง ทุกอย่างง่ายกว่าที่คิด เพราะเจอรถคันเดิม คนขับคนเดิม เด็กรถคนเดิม หลังจากเคยระวางมาแล้ว ทุกอย่างจึงง่ายขึ้นมาก ใช้สูตรเดิมเช่นเดียวกับขามา “ถอด 1 ล้อหน้า ลดเบาะลงต่ำ ทำใจกับรอยกระแทก แล้วก็วางที่ห้องสัมภาระได้เลยครับ” 555

รูปภาพ

ผ่านทุ่งนาผืนเดิม ไม่นานเราก็มาถึงปอยเปต รถจอดที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ใกล้ๆ กลุ่มคาสิโน ไม่ต่างจากขามา คิวด่านตรวจคนเข้าเมืองของฝั่งกัมพูชายาวมาก ยาวเหยียดและขยับได้ช้า เพราะต้องสแกนนิ้วครบทุกนิ้วและถ่ายรูป

สมาชิกในรถทัวร์ส่วนมากก็ยังคงเป็นคนต่างชาติ และหลายๆ คนมาทำ Visa on arrival เข้าประเทศไทย แต่สำหรับคนที่ไม่ต้องทำวีซ่าไทยก็ไม่ต้องกังวลว่าจะรอนาน เพราะรอนานแน่นอน มีเวลาว่างหลังจากเสร็จพิธีตรวจคนเข้าเมือง ก็ไปเดินเล่นตลาดโรงเกลือ หรือนั่งทานกาแฟให้สบายใจได้ครับ

รถจะจอดรอผู้โดยสารอยู่ที่ลาดจอดรถทางซ้ายมือหลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทยนะครับ ผู้โดยสารครบทุกคนแล้ว รถก็จะพาเราเดินทางกลับกรุงเทพ

สรุปส่งท้ายถึงสิ่งที่รีวิวในกระทู้นี้

- ปราสาทหินในอังกอร์ –
มีมายมายนับไม่ถ้วน และจนถึงทุกวันนี้การสำรวจยังจะทำให้ค้นพบปราสาทหินอื่นๆ ที่จะบอกเรื่องราวในอดีตได้มากขึ้น ผู้ที่ชื่นชอบอารยะธรรมขแมร์จะสามารถชมได้ไม่รู้จบแน่นอน

สำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัด อาจจะต้องเลือกว่าอยากชมปราสาทไหนบ้าง สิ่งที่ไม่ควรพลาดเลย แน่นอนคือนครวัด และกลุ่มปราสาทต่างๆ ในนครธม นอกจากนี้คือปราสาทต่างๆ บนเส้นทางวงรอบเล็ก ที่เที่ยวชมได้โดยแทบไม่ต้องใช้ความพยามมากมาย เพราะปราสาทอยู่เรียงติดๆ กัน

ปราสาทในวงรอบใหญ่ และในรอบนอก หลายแห่งก็น่าทึ่งเกินจะบรรยาย เช่น บันทายศรี หรือพระขรรค์ ก็ไม่ไกลมากมาย มีเวลาก็ควรค่าแก่การเข้าชม ส่วนปราสาทในรอบนอกที่ไกลออกไป เช่น บึงมาลา เกาะแกร์ ค่าเช่ารถอาจจะแพงขึ้น ใช้เวลาเดินทางมากขึ้น แต่ก็คุ้มค่าเช่นกัน

- รถประจำทางสาย กรุงเทพ-เสียมราฐ-กรุงเทพ –
ใช้เวลาเดินทางทั้งวันเพราะติดอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองนาน นั่งสบายแค่พอประมาณ แต่สะดวกที่ไม่ต้องเปลี่ยนรถที่ชายแดน ความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน บขส. คิดว่าคุ้มค่ากับราคาพอดีครับ

- ทัวร์จักรยานในอังกอร์ –
ทัวร์เสือภูเขาให้อรรถรสกับการเดินทางดีเยี่ยม ทำให้ได้บรรยากาศของการพจญภัยเต็มที่ เลี่ยงความจอแจ ได้มุมมองใหม่ที่คาดไม่ถึงมาก่อนครับ

เส้นทางแทร็คของเสียมเรียบไม่ยากเย็นสำหรับผู้ที่ปั่นจักรยานอยู่ประจำ ไม่มีปั่นขึ้นเนินสุดโหด ไม่มีมุมที่จะทำให้เจ็บตัวหนักๆ รวมไปถึงการใช้จักรยานบนทางเรียบรอบอังกอร์ ก็ไม่ได้ใช้เวลามากไปกว่าใช้รถยนต์ เที่ยวได้มากพอๆ กัน เพราะว่าเส้นทางไม่ไกล รวมทั้งถนนแคบและรถติด ทำให้รถยนต์หรือบัสไม่ได้ทำเวลาได้ดีกว่าจักรยานมากนักครับ

ใครมีข้อสงสัยสำหรับการเดินทาง โพสถามได้เลยนะครับ ทั้งสำหรับคนจะไปปั่นและไม่ไปปั่น
ถ้ารีวิวละเอียดน้อยไปมากไปอย่างไร โพสบอกกันได้เลยครับ

สำหรับวันนี้ขอลาก่อน และขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการเดินทางนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
ว่าวต้องลม
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 670
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2013, 18:27
Bike: Focus Cayo Evo 4.0

Re: สรุปทริปปั่นจักรยานตะลุยอังกอร์ : ป่าฝนแห่งเมืองพระนคร

โพสต์ โดย ว่าวต้องลม »

น่าสนุกครับ ขอบคุณที่มารีวิวครับ
งานพิมพ์ด่วน รอรับได้เลยยยยยยยย บริการรับพิมพ์สิ่งพิมพ์ทุกชนิด http://www.thaiutsaha.com
รูปประจำตัวสมาชิก
sananmunketvit
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 76
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ม.ค. 2013, 20:21
Tel: 0895650940
team: ท่ามะเขือ
Bike: giant xtc

Re: สรุปทริปปั่นจักรยานตะลุยอังกอร์ : ป่าฝนแห่งเมืองพระนคร

โพสต์ โดย sananmunketvit »

:roll: ข้อมูลดีมากครับ
moonoi51
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 216
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2009, 12:50
Tel: 0860622887
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
Bike: HARO EX

Re: สรุปทริปปั่นจักรยานตะลุยอังกอร์ : ป่าฝนแห่งเมืองพระนคร

โพสต์ โดย moonoi51 »

:D
technicbike101
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 192
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2014, 14:21

Re: สรุปทริปปั่นจักรยานตะลุยอังกอร์ : ป่าฝนแห่งเมืองพระนคร

โพสต์ โดย technicbike101 »

ภาพสวย ข้อมูลเยี่ยมครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
ทิวากร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6591
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:24
Tel: 081-977692สอง
team: ขุนหาญทีม
Bike: เปลี่ยนเป็นเทคแล้ว

Re: สรุปทริปปั่นจักรยานตะลุยอังกอร์ : ป่าฝนแห่งเมืองพระนคร

โพสต์ โดย ทิวากร »

:D ขอบคุณครับ เดี๋ยวเมษานี้ไปปั่นรอบกำแพง
คุณไม่รู้หรอกว่าอะไรคือของปลอม ถ้ายังไม่เคยเห็นของจริง

บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ

สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ

อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185

เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
รูปประจำตัวสมาชิก
ครูหาด
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 814
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2014, 15:58
Tel: 0910489183
team: นาหม่อม
Bike: TREK / ARAYA / PANASONIC

Re: สรุปทริปปั่นจักรยานตะลุยอังกอร์ : ป่าฝนแห่งเมืองพระนคร

โพสต์ โดย ครูหาด »

ขอเก็บข้อมูลครับ
HS 9 LMZ
ยังไม่ลอง รู้ได้ไงว่าทำไม่ได้
รูปประจำตัวสมาชิก
Chonburi Cycling
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10309
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2008, 12:54
Tel: 089-5030678
team: ชมรมจักรยานชลบุรี
Bike: Gary Fisher

Re: สรุปทริปปั่นจักรยานตะลุยอังกอร์ : ป่าฝนแห่งเมืองพระนคร

โพสต์ โดย Chonburi Cycling »

ภาพแจ่มมากบวกข้อมูลดีเยี่ยม เอาไปเต็มสิบครับ
ต้องหว่านล้อมชาวคณะไปเยือน"ป่าฝนแห่งเมืองพระนคร"บ้างแล้ว :)
รูปประจำตัวสมาชิก
Gigie
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 56
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2012, 21:33
Tel: 089-4974171
Bike: Bianchi Jab / Trek Madone
ตำแหน่ง: Bangkok
ติดต่อ:

Re: สรุปทริปปั่นจักรยานตะลุยอังกอร์ : ป่าฝนแห่งเมืองพระนคร

โพสต์ โดย Gigie »

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะครับ :)
รูปประจำตัวสมาชิก
สามโก้จักรยานชุมชน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 102
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2015, 09:40
Tel: 0851717105
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพอำเภอสามโก้
Bike: เสือภูเขา
ตำแหน่ง: จ.อ่างทอง

Re: สรุปทริปปั่นจักรยานตะลุยอังกอร์ : ป่าฝนแห่งเมืองพระนคร

โพสต์ โดย สามโก้จักรยานชุมชน »

ขอบคุณครับ...ที่แบ่งปั้นสิ่งดีๆมาให้ดูครับ
นายสมคิด เย็นสนิท
รพ.สามโก้ 1 หมู่ 10 ต.สามโก้ อ.สามโก้ จ. อ่างทอง 14160
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”