จึงเป็นการตัดสินใจไม่ยากที่ออกทริปปั่นครั้งแรก...มุ่งหน้าสู่ เสียมเรียบ....เที่ยวชมปราสาททั้งหลาย...ที่หากเราย้อนกลับไปมองประวัติศาสตร์...คงได้คำตอบว่าอะไรเป็นอะไร...
เหตุผลที่เลือกเสียมเรียบ ก็เพราะความเป็นมือใหม่ในการปั่น...
อีกอย่างคือ ตอนทำทริปกับซีตรอง อยากจะขับรถไปเที่ยวกัน แต่มันติดขัดด้านพิธีการศุลกากรในการเอารถข้ามแดน....จนถึงวันนี้ชาวซีตรองก็ยังไม่มีโอกาสขับรถด้วยตัวเองไปชมนครวัด แม้ระยะเพียงแค่จมูกเอื้อม
ที่มาขึ้นกระทู้ review ในเว็บthaimtb ก็เพื่อนำเสนอข้อมูลแก่บรรดานักปั่นทัวร์ริ่ง..ประกอบการตัดสินใจ...
หลังจากเตรียมรถพร้อมเสร็จสรรพ...สิ่งแรกที่ผมทำคือ ไปคุยกับนายท่ารถวิ่งจากนครราชสีมา ปลายทางโรงเกลือ เรื่องการนำรถจักรยานไปด้วย 2 คัน...นายท่าเขาก็ยินดีบริการ
จากนั้นก็จัดการจองโรงแรมผ่านอะโกด้า...เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ราคาจองล่วงหน้ากับราคา walk in มันต่างกันมาก...แต่การจองโรงแรมล่วงหน้ามันจะเป็นเงื่อนไขผูกมัดกับการวางแผนการเดินทางที่จะต้องให้ลงตัวเรื่องเวลา
ผมเลือกระยะเวลาเพียง 3 คืนในเขมร ทั้งๆที่ ถ้าจะเที่ยวชมปราสาทให้ครบทุกที่ มันค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร จึงเลือกเอาปราสาทส่วนที่อยู่ใกล้รอบๆเขตตัวเมืองเสียมเรียบ

เช้าวันแรก(26 มีค) นัดหมายกับบัดดี้ที่บขส.ตอนตีสี่ครึ่ง พอรถมาก็จัดการแพครถใส่ใต้ท้อง
จากข้อมูลที่อ่านในบอร์ดทัวร์ริ่งมา ทำให้ผมระมัดระวังการแพครถ โดยการมัดชิ้นส่วนของรถไม่ให้เคลื่อนไหว และโยงยึดเป็นส่วนนึงกับโครงใต้ท้องรถ
คงไม่ต้องบอกเหตุผลกันนะครับว่าเพื่ออะไร...
มูลเหตุที่ผมไม่เลือกปั่นจากโคราชไปอรัญ...มีสาเหตุเดียวครับ...ไม่ไว้ใจบรรดานักขับที่อยู่หลังพวงมาลัย แล้วในใจคิดแต่เพียงว่า ถนนทั้งสายเป็นของข้า เพราะ... เราจะไม่มีโอกาสตั้งตัว...
พอไปถึงโรงเกลือ
หลังจัดแจงแต่งกายให้รถคู่กายเสร็จ เหลียวไปมองบรรดาผู้โดยสารที่ลงจากรถมาแล้วเก้ๆกังๆ...ถูกมอไซต์รับจ้างมารุมต้อนหน้าต้อนหลัง...ตัดสินไม่ถูกว่าจะไปไหนอย่างไร
แต่เราสองคน พอขึ้นคร่อมบนอานเสร็จ ปั่นออกจากท่ารถด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูก...นึกถึงเวลาเดินทางไปต่างจังหวัด พอถึงท่ารถลงมาแล้ว...เอ...จาไปต่อยังไงดีว่า...
เปรียบกันแล้ว อารมณ์มันคนละขั้วเลย...
เนื่องจากรถอีกคันของบัดดี้มีปัญหา สปริงขาเบรกหลังหัก ซึ่งมาหักเอาตอนหกโมงเย็นของวันก่อนออกเดินทาง...ก็เลยคิดกันว่าจะมาหาของแถวโรงเกลือ
ที่ไหนได้ หาอะไหล่ไม่ได้เลยสักร้านไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไร....แต่เมื่อประเมินจากสภาพเส้นทางแล้วไม่น่าจะไปเจอภูเขาสูง หรือเนินชันๆ...ก็เลยตัดสินใจไม่ใช่เบรกหลัง..
พูดถึงการประเมินเส้นทาง โลกทุกวันนี้มันก้าวไปไกลมาก ผมใช้วิธีหาข้อมูลสภาพเส้นทางจาก กูเกิลแมพ สตรีท วิว...

รวมทั้งข้อมูลเส้นทาง ตลอดจนค่าพิกัด GPS ของเป้าหมายที่จะไป

ซึ่งผมหาพิกัด GPS ไปสองที่เท่านั้น คือ โรงแรมที่จะไปพักคืนแรกที่เมืองศรีโสภณ กับพิกัดหน้าโรงแรมในเสียมเรียบ...
ก็เลยมุ่งหน้าไปด่านตรวจคนเข้าเมืองทันที ที่จุดผ่านแดนผมกับบัดดี้ใช้พาสปอร์ต ก็เลยมีภาระเพียงแค่ไปตีตราออกจากเมือง
ตอนเข้าไปตีตรา เขาจะมีทางเดินให้ออกไปอีกทาง...ก็เลยต้องขอย้อนกลับไปออกที่ทางเข้า บอกเหตุผลกับ ตม.ว่า ผมไปเอารถจักรยานครับ...
เพื่อความรอบครอบ ตอนไปตีตราก็จอดล๊อครถสองคันเอาไว้
ใช้เวลาแปบเดียว ก็ปั่นข้ามช่วงของบ่อนกาสิโน เลยตัดสินใจไปหาข้าวกิน มันผิดแผนนิดหน่อย เพราะมัวแต่สาละวนหาอะไหล่รถ จนลืมกินข้าวฝั่งไทย
บ่ายหัวรถไปแถบที่ตั้งกาสิโน ไปเจอร้านอาหาร ติดป้ายภาษาไทยว่ามีข้าวหน้าเป็ด .พอเข้าไปสั่งได้รับคำตอบว่า...อาหารไทยไม่มี แต่พอคิดอีกทีจะหาที่กินยากเลยตัดสินใจกินตามเมนูที่มี
เมนูก็ไม่มีภาษาไทย ดีที่มีรูป ก็เลยชี้เอา ทีแรกคิดว่าเป็นผัดแตงกวา พอกินไปแล้ว กลับไม่ใช่ และก็ไม่เคยกินแบบนี้ในเมืองไทย....
แปลกดีนะ ดินแดนห่างกันไม่ถึงโล แต่วัฒนธรรมอาหารการกินต่างกันไปคนละแบบ....โชคดีหน่อยที่รสชาดพอคุ้นลิ้น แต่ซุปนั้นค่อนข้างจืด....
กินเสร็จก็จัดแจงแปลงร่างเครื่องแต่งกายเป็นชุดปั่นจักรยาน แล้วก็ปั่นไปยังด่านตม.ฝั่งเขมร....
พูดถึงเรื่องราวที่ตม.ไทย ตอนไปตีตราออก ไม่มีใบตม.ให้เขียน จนท.บอกว่า เข้าด่านนี้ออกด่านนี้ ไม่จำเป็นต้องเขียน....
สงสัยเขาไม่อยากเสียเวลากับรรดานักเสี่ยงโชคที่หลั่งไหลข้ามแดนไป...
ขอพักไปต่อกรอบหน้าครับ.. เพิ่งจะฟื้นไข้ได้ไม่ทันข้ามวัน...
.....
