......จักรยานธุดงค์..........

ห้องนี้เทียบได้กับ "ห้องนั่งเล่น" ในกระดานเดิมนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพ :idea: :idea: วันมาฆบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 3

วันมาฆบูชา "วันจาตุรงคสันนิบาต" วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันมาฆบูชา หรือ วันจาตุรงคสันนิบาต ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 3 หรือประมาณราวเดือนกุมภาพันธ์ แต่หากเป็นปีอธิกมาส (ปีที่มีเดือน 8 สองหน) วันมาฆบูชาจะเลื่อนไปเป็น วันขึ้น 15 ค่ำกลางเดือน 4 หรือประมาณเดือนมีนาคม สำหรับปีนี้ วันมาฆบูชา ตรงกับวันที่ 4 มีนาคม ปี พ.ศ. 2558

ประวัติวันมาฆบูชา ในส่วนที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ 9 เดือนขณะนั้นเมื่อเสร็จพุทธกิจแสดงธรรมที่ถ้ำสุกรขาตาแล้ว เสด็จมาประทับที่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ประเทศอินเดียในปัจจุบัน วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ เดือนมาฆะหรือเดือน 3ในเวลาบ่ายพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้า มาประชุม พร้อมกัน ณ ที่ประทับของพระพุทธเจ้า นับเป็นเหตุอัศจรรย์ ที่มีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ คือ วันมาฆบูชา ย่อมาจากคำว่า "มาฆปุรณมีบูชา" แปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญเดือน 3 ถือเป็น "วันจาตุรงคสันนิบาต" แปลว่า การประชุมอันประกอบด้วยองค์ 4 ซึ่งเป็นเหตุการณ์อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในสมัยพุทธกาล

ความสำคัญของวันมาฆบูชา

วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประชุมพระสาวก ณ พระวิหารเวฬุวัน ในวันนั้นได้เกิดเหตุอัศจรรย์ประกอบด้วยองค์ 4 ซึ่งเรียกว่า “จาตุรงคสันนิบาต” เหตุอัศจรรย์ดังกล่าว คือ

1. เป็นวันพระขึ้น 15 ค่ำ ที่เรียกว่า “วันอุโบสถ” พระจันทร์เต็มดวง ดวงจันทร์เสวยมาฆฤกษ์
2. พระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้มีการนัดหมายทางวาจา กล่าวคือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามิได้ทรงใช้ให้ใครไปเรียกมา แต่ต่างองค์ต่างรู้ด้วยญาณทัสสนะ ต่างองค์ต่างมาจากแต่ละทิศ
3. พระภิกษุทั้งหมดล้วนเป็นพระอรหันต์ ปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง ทรงอภิญญา มีฤทธิ์ มีตาทิพย์ มีหูทิพย์ ระลึกชาติได้ รู้ใจผู้อื่น
4. พระภิกษุทั้งหมดเป็นผู้ได้รับการบวชแบบ “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” หมายถึงการอุปสมบทโดยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานให้ด้วยพระองค์เอง ด้วยการตรัสว่า “จงเป็นภิกษุมาเถิด ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว ท่านจงประพฤติพรหมจรรย์เพื่อทำที่ดีที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิด”)

เมื่อพระภิกษุทั้งหมดมาประชุมพร้อมกันแล้ว พระบรมศาสดาทรงประทานโอวาทที่เรียกว่า “โอวาทปาติโมกข์” อันเป็นอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการ ในการเผยแผ่คำสอนของพระองค์ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

อุดมการณ์

คือ เป้าหมายสูงสุดของชีวิตชาวพุทธ มี 3 ประการ ได้แก่

ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา “ความอดทน คือ ความอดกลั้นเป็นตบะอย่างยิ่ง” กล่าวคือ เกิดเป็นคนต้องอดทนจึงจะได้ดี ถ้าไม่ทนก็เอาดีไม่ได้ เพราะเมื่อเกิดมาก็เป็นทุกข์มาตั้งแต่เกิด เมื่อชีวิตเป็นทุกข์ก็ต้องทนอยู่สู้ต่อไป เพราะความอดทนเป็นเครื่องเผาผลาญกิเลสชั้นเยี่ยม

นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา “พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัสว่า พระนิพพานเป็นเยี่ยม” กล่าวคือ พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ทรงสอนเหมือนกันว่า พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง ทนไปเถิด จะได้ไปพระนิพพาน ถ้าไม่ทน ก็ไม่ได้ไป

นะหิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต “นักบวชผู้ฆ่าสัตว์อื่น เบียดเบียนสัตว์อื่น ไม่ชื่อว่าสมณะเลย” กล่าวคือ ขณะที่ไปยังไม่ถึงนิพพาน ให้สงบเสงี่ยมเจียมตัว อย่าไปทำบาปเพิ่มอีก เพราะมีกฎแห่งกรรมควบคุมอยู่ ถ้าก่อเวรเพิ่ม ไม่ว่าด้วยเรื่องอะไรก็ตาม แสดงว่าไม่อดทน ถ้าไม่อดทนก็ไปไม่ถึงพระนิพพาน

หลักการ

คือ กฎเกณฑ์สำคัญของชาวพุทธ ในการตัดสินใจว่า จะทำหรือไม่ทำอะไร ถ้าผิดหลักการก็ไม่ทำ แต่ถ้าไม่ผิดหลักการจึงค่อยทำ มี 3 ประการ ได้แก่

สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง “การไม่ทำบาปทั้งปวง” กล่าวคือ ไม่ทำบาปทุกชนิด จะบาปมากหรือน้อยก็ไม่ทำ เพราะมีกฎแห่งกรรมคอยบังคับอยู่ ดังนั้นจะทำอะไรในชีวิตต้องถามตนเองก่อนว่า “บาปไหม” ถ้าบาปก็ไม่ทำ

กุสะลัสสูปะสัมปะทา “การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม” กล่าวคือ ความดีอะไรที่มีอยู่ในโลกนี้ ถ้ามีโอกาสต้องทำให้เต็มที่ เพราะความดีบางอย่าง ตัวเราเองก็ไม่มีโอกาสได้ทำ
สะจิตตะปะริโยทะปะนัง “การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว” กล่าวคือ กลั่นจิตของตนให้ใสตลอดเวลา หมั่นนั่งสมาธิทุกวันไม่ให้ขาด เมื่อใจใสมากเข้าจึงจะเห็นพระนิพพานได้

วิธีการ

คือ แนวทางปฏิบัติตนอันเป็นคุณลักษณะที่ดีของชาวพุทธ มี 6 ประการ ดังนี้

อนูปะวาโท “การไม่เข้าไปว่าร้ายกัน”

อนูปะฆาโต “การไม่เข้าไปล้างผลาญกัน”

ปาติโมกเข จะสังวะโร “การสำรวมในพระปาติโมกข์”

มัตตัญญุตา จะ ภัตตัสมิง “ความเป็นผู้รู้ประมาณในภัตตาหาร”

ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง “การนอน การนั่ง ในที่อันสงัด”

อะธิจิตเต จะ อาโยโค “การประกอบความเพียรในอธิจิต”

เมื่อเราได้เรียนรู้ความหมายและความสำคัญของวันมาฆบูชา เฉพาะที่เป็นหัวข้อหลักใหญ่มาแล้ว ดังนั้นจึงขอเรียนเชิญทุกท่าน ร่วมกันทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยพร้อมเพรียงกัน


:) :D อย่าลืมหาโอกาสสร้างบุญสร้างกุศลกันนะครับ :) :D
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:idea: :idea: เข้าฌาน 9 ระดับ

[๑๔๔] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเข้าปฐมฌานออกจาก ปฐมฌาน แล้ว ทรงเข้า ทุติยฌาน ออกจากทุติยฌานแล้ว ทรงเข้า ตติยฌาน ออกจาก ตติยฌานแล้ว ทรงเข้า จตุตถฌาน ออกจากจตุตถฌานแล้ว ทรงเข้า อากาสนัญจาย ตนะ ออกจากอากาสนัญจายตนสมาบัติแล้ว ทรง เข้า วิญญาณัญจายตนะ ออกจาก วิญญาณัญจายตนสมาบัติแล้ว ทรงเข้า อากิญจัญญายตนะ ออกจาก อากิญจัญญายตน สมาบัติแล้ว ทรงเข้า เนวสัญญานาสัญญายตนะ ออกจากเนวสัญญานาสัญญายตน สมาบัติแล้ว ทรงเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ฯ

ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์ได้กล่าวถามท่านพระอนุรุทธะว่าพระผู้มีพระภาคเสด็จ ปรินิพพานแล้วหรือ ท่านพระอนุรุทธะตอบว่าอานนท์ผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคยังไม่เสด็จ ปรินิพพาน ทรงเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ ฯ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติแล้ว ทรง เข้าเนวสัญญานา สัญญายตนะ ออกจากเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติแล้ว ทรงเข้าอากิญจัญญายตนะ ออกจาก อากิญจัญญายตนสมาบัติแล้ว ทรงเข้าวิญญาณัญ จายตนะ ออกจากวิญญานัญจายตนสมาบัติแล้ว ทรงเข้าอากาสานัญจายตนะ ออกจากอากาสนัญจายตนสมาบัติแล้ว ทรงเข้าจตุตถฌาน ออกจาก จตุตถฌานแล้ว ทรงเข้าตติยฌาน ออกจากตติยฌานแล้ว ทรงเข้าทุติยฌาน ออกจากทุติยฌาน แล้ว ทรงเข้าปฐมฌาน ออกจากปฐมฌานแล้ว ทรงเข้าทุติยฌาน ออกจาก ทุติยฌานแล้ว ทรง เข้าตติยฌาน ออกจากตติยฌานแล้ว ทรงเข้าจตุตถฌาน พระผู้มีพระภาคออกจากจตุตถฌานแล้ว เสด็จปรินิพพานในลำดับ (แห่งการพิจารณาองค์จตุตถฌานนั้น) ฯ


:idea: :idea: ฌาน หมายถึง ธรรมชาติที่เพ่งอารมณ์ หรือธรรมชาติที่แผดเผาธรรมอันเป็นปฏิปักษ์ เป็นการบำเพ็ญสมถกัมมัฏฐานถึงขั้นอัปปนาสมาธิ จนมีจิตแนบแน่นในอารมณ์ที่กำหนด ซึ่งกิเลสไม่สามารถรบกวนได้ ตลอดเวลาที่ฌานยังไม่เสื่อม จัดเป็นชั้น ๆ ตามความหยาบ หรือละเอียดกว่ากัน มี ๔ ชั้น คือ

๑. ปฐมฌาน ฌานที่ ๑ ได้แก่ ฌานที่เกิดขึ้นก่อนเป็นครั้งแรก หลังจากจิตสงัดจากกาม และอกุศลธรรม ต้องอาศัยองค์ฌานครบทั้ง ๕ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา เป็นเครื่องข่มนิวรณ์ ๕ และองค์ฌานทั้งหมดย่อมเกิดขึ้นพร้อมกันทำหน้าที่เผา และข่มนิวรณ์ไปพร้อมกัน ฌานที่ ๑ นี้ถึงจะยังมีวิตก และวิจารอยู่ แต่ก็ไม่มีกิเลสกาม และอกุศลธรรม เพราะเมื่อฌานเกิดขึ้นจิตก็จิตพ้นจากกิเลส แต่เป็นการพ้นด้วยการข่มไว้ด้วยกำลังของฌาน เมื่อฌานเสื่อม หรือออกจากฌานก็เกิดขึ้นได้อีก ส่วนปีติและสุขในฌานนี้เกิดแต่วิเวก

๒. ทุติยฌาน ฌานที่ ๒ ได้แก่ ฌานที่เกิดต่อจากฌานที่ ๑ แล้ว แต่ฌานที่ ๒ นี้จะเกิดขึ้นได้จะต้องทำฌานที่ ๑ ให้คล่องเสียก่อน เรียกว่า วสี เพื่อให้สามารถเข้า-ออกฌานได้อย่างชำนาญ แล้วถึงเจริญทุติยฌานโดยเพ่งปฏิภาคนิมิต ที่ได้จากปฐมฌานไม่ต้องเพ่งองค์กสิณ เพราะมีความชำนาญจนเป็นวสีแล้ว จึงไม่ต้องอาศัยวิตกและวิจารอีก ทุติยฌานจึงมีองค์เพียง ๓ คือ ปีติ สุข ( เกิดจากสมาธิ ) เอกัคคตา

๓. ตติยฌาน ฌานที่ ๓ ได้แก่ ฌานที่เกิดต่อจากฌานที่ ๒ ให้ชำนาญเป็นวสีเสียก่อน แล้วจึงเจริญฌานที่ ๓ พจารณาเห็นวิตก วิจาร และปีติ ว่ามีสภาพหยาบ แล้วจึงตั้งต้นเพ่งปฏิภาคนิมิตบริกรรมจนตติยฌานเกิด ตติยฌานจึงมีองค์เพียง ๒ คือ สุข กับ เอกัคคตา

๔. จตุตถฌาน ฌานที่ ๔ ได้แก่ ฌานที่เกิดต่อจากฌานที่ ๓ เป็นฌานที่ประณีตละเอียดกว่าฌานทั้ง ๓ นั้น แต่ฌานที่ ๔ จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องทำฌานที่ ๓ ให้ชำนาญเป็นวสีเสียก่อน แล้วจึงพิจารณาเห็นโทษของสุข ยังมีสภาพหยาบกว่า อุเบกขา จากนั้นเพ่งปฏิภาคนิมิตโดยการภาวนา ๓ ( บริกรรม, อุปจาร, อัปปนา ) ตามลำดับเพื่อละสุข จนเข้าจตุตถฌาน องค์ฌานชั้นนี้ จึงมีเพียง ๒ คือ อุเบกขา กับ เอกัคคตา

ฌานทั้ง ๔ นี้ จัดเป็นรูปฌาน เป็นรูปสมาบัติ เพราะมีรูปธรรมเป็นอารมณ์


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: รักรถรักธรรมทีมเชียงใหม่ เคยได้ยินมานานพอสมควรแล้วว่ายังมีสำนัก ฌาน ๙ อยู่แถว ๆ ลำพูน ก็ไม่ได้ละเลยได้พยายามค้นหามานานพอสมควร จวบจนมีเวลาว่างสมควรแก่เวลา เราจึงนัดหมายกันเดินทางไปเยี่ยมสำนักนี้ ไปก็แบบงมเข็ม(ไม่รู้) ถามไปเรื่อย ๆ ปรากฏว่าแม้แต่ใกล้ ๆ ที่ตั้งก็ยังไม่มีใครรู้จัก เท่าที่คุยกับชาวบ้านรับทราบว่า สำนักฌาน ๙ มีอยู่ในเขตบ้านทากาศ เป็นสำนักตั้งอยู่ในสวนลำใย เราออกจากบ้านปากกองสารภีในเช้าวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ทีมที่ไปมีด้วยกัน ๔ คนประกอบด้วย ลุงป๊อกที่อยู่บ้านบวกครก ในตัวเมืองเชียงใหม่ ปั่นมาที่บ้านปากกองสารภี มาสมทบกับ ผม(แดง-สารภี) คุณนาย(อ๋อย)แม่บ้านผม และลุงดม บ้านตรงกันข้ามฝั่งถนน เราออกเดินทางเพื่อไปค้นหาวัดฌาน ๙ อยากทราบข้อวัตรปฏิบัติเป็นเช่นไร ก็ไม่ผิดหวังครับได้ทราบ ไขข้องข้อขัดใจหายสงสัยและขอร่วมอนุโมทนาบุญกับสำนักนี้ด้วย ต่อจากนี้ไปก็จะขอลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามท้องถนนที่เราปั่นผ่าน เป็นการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแสวงบุญ อีกเส้นทางหนึ่งของ ชม.-ลพ.ครับ :lol: :lol:

รูปภาพ หน้าบ้านผมเองบ.ปากกอง สารภี ต้นยางที่ ๕๘ ถนน ชม.-ลพ.สายเก่า(สายต้นยางใหญ่)

รูปภาพ

รูปภาพ สมาชิก ๔ คนพร้อมมี ลุงดม ลุงป๊อก คุณนายอ๋อย และแดง-สารภี

รูปภาพ มุ่งหน้าเข้า อ.เมืองลำพูน

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ ที่ข้างวัดพระธาตุหริกุญชัย จะมีร้านอาหาร เจ ขายอาหาร ผม+คุณนาย เป็นกลุ่มที่ไม่ทานเนื้อสัตว์ เป็นชาวมังสวิรัติไม่ถึงขั้น เจ ก็ต้องแวะหาซื้ออาหารเจ ไว้ไปทานตอนเที่ยงครับ :) :D

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: เมื่อซื้ออาหารเสร็จเรียบร้อย เราก็ปั่นผ่านหน้าวัดพระธาตุหริกุญชัย แต่ไม่ได้แวะเข้าไปกราบองค์พระธาตุ คงอยู่ข้างนอกยกมือวันทารำลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย แล้วก็ปั่นต่อไปโดยเราพยายามหลบเส้นที่มีการจราจรพลุกพล่าน ลุงดมเป็นผู้สันทัดกรณีได้พาพวกเราปั่นจนไปทะลุออกเส้นทางไปพระพุทธบาทตากผ้า เราผ่านหน้าวัดป่าพุทธพจน์ ฯ ก็อดไม่ได้ที่จะแวะเข้าไปเยี่ยมชม ต้องยอมรับว่าเปลี่ยนแปลงไปมากมีวัตถุก่อสร้างผุดขึ้นหลาย ๆ ที่ ตามความรู้สึกแล้วคิดว่าน่าจะแน่นไป แล้วที่นี่เราไม่ได้พบครูบาอาจารย์ซักองค์ เจอแต่ลิ่วล้อ พวกเราที่ปั่นจักรยานจึงดูจะไม่อยู่ในสายตาของเหล่าคนเฝ้าวัดสักเท่าไร แต่พวกเราก็ไม่ได้โต้ตอบคงยิ้ม ๆ ในใจ อึ่งอ่างที่ไม่เคยพอง ยามที่ที่มีโอกาสพองก็จะพยายามพอง ๕๕ วันหนึ่งคงท้องแตกตาย (น่ากลัวนะครับ) :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: ออกจากวัดป่าพุทธพจน์ ฯ เราปั่นหลุดไปทางป่าท้ายบ้าน แทนที่จะออกถนนใหญ่ เรียกว่าเป็นการเปิดเส้นทางใหม่ให้กับตนเอง ปั่นจนได้เวลามื้อเที่ยงเราก็มองหาที่ ๆ สัปปายะเพื่อหยุด จย.เติมพลัง ไปได้ที่หน้าวัดมีต้นฉำฉาเย็นร่มรื่นจึงได้อาศัยเป็นที่สำหรับพักกลางวัน ทานข้าว ต้มกาแฟเป็นที่สำราญอารมณ์อิ่มแล้วยังนั่งคุยกันแบบสัพเพเหระกว่าจะออกได้ คุย ๆ กันนะว่า แล้วเราจะถึงไหมเนี่ยะ วัดฌาน ๙ ๕๕. :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: พวกเราออกเดินทางต่อจากวัดป่าพุทธพจน์ ฯ ข้ามลำน้ำปิงไปทางตะวันออก(หลบเส้นทางใหญ่) ไปได้สักพักก็ได้เวลาทานอาหารมื้อเที่ยง ซึ่งเป็นความจำเป็นมากนะครับ มีหลาย ๆ คนที่ปั่นจักรยานเดินทางไกล มักจะกินอาหารไม่เป็นเวร่ำเวลา โปรดระมัดระวังครับ เรามองหาทำเลที่จะปลดสัมภาระพักทานอาหาร ก็เป็นความโชคดีที่เจอวัดบ้านเส้ง ที่มีต้นฉำฉาอยู่หน้าวัด ต้นฉำฉานี้ผมถือว่าเป็นแอร์ธรรมชาติที่ให้ความร่มเย็น อากาศบริสุทธิ์เมื่อเราหลบไปนั่งใต้ร่มฉำฉา หลังจากที่ทานอาหารอิ่มเราก็ตามด้วยการต้มกาแฟ ลุงป๊อกจัดการบดกาแฟให้ลุงดมต้ม กาแฟสด ๆ ดีมีประโยชน์(กระตุ้น)ให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยดีมาก ๆ ครับ

ซดกาแฟก็ผึ่งพุงกันนิดหน่อย บ่ายกว่า ๆ เราก็ออกเดินทางต่อมุ่งไปทางบ้านทากาศ ไปแวะเที่ยวหาหลานลุงป๊อกซึ่งเป็นหนึ่งของนักธุรกิจที่สั่งซื้อกระเทียมมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ปีหนึ่ง ๆ หลายร้อยตัน(บ้านเราไม่พอกิน) หลานคนนี้ของลุงป๊อกจิตใจดีงามมากเลย เมื่อตั้งตัวได้ก็บูรณะวัดในหมู่บ้านให้น่าอยู่สวยงาม เราไปวันนั้นก็ได้เจอชาวบ้านกำลังช่วยกันจัดงานสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวเหนือ คือหลังการเก็บเกี่ยวพืชผลเขาก็จะฉลองบุญด้วยการรวมตัวกันทำบุญ ปีนี้ทางหลานลุงป๊อกจัดสร้างเจดีย์ใช้เวลา ๓ ปีในการก่อสร้างตอนนี้เสร็จเรียบร้อย ก็จะมีการฉลองในโกาสเดียวกันเขาก็มีการหล่อพระเพื่อไว้สักการะบูชา พวกเราก็ได้มีโอกาสซื้อแผ่นทองร่วมในการหล่อพระด้วย (ขอนำบุญมาฝากทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมอ่านกระทู้นี้ทุกท่านครับ) ได้บุญร่วมกันครับ


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ กระเทียมที่ส่งมาจากต้าลี่ ลี่เจียง ปีหนึ่งหลายร้อยตัน ไม่น่าเชื่อนะ

รูปภาพ

รูปภาพ เครื่องบวงสรวงแบบโบราณพื้นเมือง

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ ทำบุญด้วยแผ่นทองร่วมหล่อองค์พระ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:) :D เห็นความสามัคคีของชาวบ้านแล้วปลื้มใจมากเลยครับ ในเมืองจะหาแบบนี้คงยาก เขาช่วยกันจริงจังมากันหมดทั้งหมู่บ้านช่วยกัน :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:lol: :lol: วัดที่พวกเราแวะและได้ร่วมทำบุญด้วยการซื้อแผ่นทองหล่อพระ ทราบภายหลังว่าเป็นวัดที่น้องสาวลุงป๊อกและหลานได้ดูแลและพยายามสร้างสิ่งต่าง ๆ เรียกว่าบูรณะให้เจริญ เพื่อเป้นที่ ๆ สำหรับชาวบ้านได้ใช้เป็นที่สร้างบุญกุศล และด้วยที่มีความตั้งใจจริงที่จะดูแลกิจการของพระศาสนา ทำให้กิจการค้าของหลานที่เริ่มจากการสั่งกระเทียมจากเมืองจีนเข้ามาขายครั้งละน้อย ๆ จนบัดนี้เดือน ๆ หนึ่งเป็นร้อย ๆ ตัน เรียกว่ายิ่งให้ยิ่งได้ ล่าสุดได้สร้างเจดีย์ใช้เวลาสร้าง ๓ ปี ซึ่งวันที่เราไปก็กำลังอยู่ในระหว่างสมโภชย์องค์เจดีย์ ก็ขออนุโมทนาด้วย

เราออกเดินทางต่อมุ่งหน้าไปหาวัดฌาน ๙ ต่อไป ผมนั้นติด GPS.ไปด้วยแต่ไม่สามารถค้นหาได้ ต้องใช้ "ปาก" สอบถามชาวบ้านไปตลอดทาง เชื่อไหมครับหาคนที่ทราบแทบไม่มีเลย เราปั่นกันขึ้นไปจนถึงโรงพักบ้านทากาศ สอบถามจากตำรวจจึงได้ข้อมูล คือให้ปั่นตรงไปยัง บ.ทากาศ เจอ ๗-๑๑ ปุ๊บให้เลี้ยวขวาลึกเข้าไปในดอยก็จะเจอ เราไปตามคำบอก เจอ ๗-๑๑ ก่อนจะเลี้ยวก็แวะหาซื้อสิ่งของที่จะไปทำบุญให้เรียบร้อยซะก่อน :) :D


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:o :o เราเข้าถึงวัดแล้วพา จย.ตรงไปยังบ้านสองชั้น ณ ที่นั้นเราก็เจอกับพระรูปหนึ่งภายหลังทราบชื่อว่า ท่านเดิม เป็นพระหนุ่มพึ่งบวชได้ ๗ พรรษาแต่ดูปฏิปทาใช้ได้ และทราบต่อมาว่าที่วัดนี้พึ่งก่อสร้างได้เพียง ๓ ปียังไม่ได้เป็นวัดเป็นเพียง ที่พักสงฆ์ มีพระจำพรรษาองค์เดียวคือท่านเดิม ต่อไปผมจะเรียกท่านว่าหลวงพี่นะครับ หลวงพี่เป็นคนใต้เบื่อทางโลกจึงหันมาหาทางธรรมและได้ตระเวนธุดงค์ไปในสถานที่ต่าง ๆ เพื่อหาทางบรรลุในคำสอน หลวงพี่บวชในสำนักของหลวงปู่สาวกโลกอุดร คำ ๆ นี้ผมได้ยินมาตลอดแต่ยังไม่กระจ่างวันนั้นเราได้รับความกระจ่างในระดับหนึ่ง แล้วค่อยมาว่ากันนะครับ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:o :o เย็นวันนั้นเรานั่งคุยกับหลวงพี่เป็นนานกว่าจะได้ขึ้นไปกางเต้นท์นอน ในการคุยวันนั้นเราได้ทราบที่มาที่ไปของหลวงพี่ ท่านเป็นศิษย์ของหลวงปู่สาวกโลกอุดร คำ ๆ นี้หรือชื่อ ๆ นี้ผมคุ้นหูมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก โตขึ้นมาผมยังได้ยินมาเรื่อย ๆ แต่ไม่ใช่หลวงปู่สาวกโลกอุดร เป็น หลวงปู่เทพโลกอุดร หรือ หลวงปู่โลกเทพอุดร เย็นวันนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่ผมขออนุญาตซักถามความข้องใจ แต่ก็ได้เพียงระดับหนึ่ง ท่านไม่ยืนยันว่า หลวงปู่โลกเทพอุดรหรือหลวงปู่เทพโลกอุดร จะมีตัวตนจริงหรือไม่ แต่หลวงปู่สาวกโลกอุดรนี้มีตัวจริง ท่านมีซีดีธรรมะ และท่านจะฟังทุกวัน ๆ สำหรับผมถือว่าใหม่แต่ลุงป๊อกกลับได้ฟังมานานแล้วและถึงขั้นอยากค้นหาตัวจริง และนี่ก็คือสาเหตุของการปั่นมาที่สำนักฌาน ๙ แห่งนี้ เรามาศึกษาเรื่องหลวงปู่โลกอุดรกันสักนิดหน่อยนะครับ

รูปภาพ :idea: :idea: “หลวงปู่เทพโลกอุดร” คือใครนั้นเป็นความลึกลับอย่างหนึ่งในวงการสงฆ์ มีการกล่าวขานถึงท่านมานานว่ามีอยู่จริงหรือเป็นเรื่องหลอกลวง เรื่องราวของท่านเคยขึ้นหน้า 1 เป็นข่าวครึกโครมเมื่อราวกลางปี 43 เนื้อข่าวระบุว่าเรื่องของ หลวงปู่เทพโลกอุดร เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นและดูงมงาย พิสูจน์ไม่ได้ แต่พาดหัวข่าวไม่กี่วันเรื่องก็เงียบไป จริงๆ แล้วพระภิกษุรูปนี้จะมีจริงหรือไม่ ผู้เขียนไม่ขอชี้นำ แต่ขอให้ผู้อ่านลองฟังเรื่องราวจากผู้ที่มีประสบการณ์ตรงได้เล่าไว้ถึงความเป็นมาของพระภิกษุรูปนี้ดูก่อน เมื่อได้สัมผัสพูดคุยกับผู้ที่เคยพบเห็นพระภิกษุรูปนี้หลายๆ คนแล้วจะรู้สึกเหมือนผู้เขียนว่า ถ้าหลวงปู่เทพโลกอุดรไม่มีตัวตนจริงในโลก เหตุใดจึงมีใครหลายๆ คนเคยพบเห็นภาพลักษณ์ของท่านและบรรยายลักษณะของท่านออกมาได้ตรงกัน คือเป็นพระภิกษุที่มีลักษณะเหมือนคนโบราณ มีผิวพรรณผ่องใส มีสง่าราศรี น่าเคารพนับถือ ดูจากรูปร่างภายนอกดูหนุ่มแน่น แต่ศีรษะกลับมีผมหงอกขาวโพลนและมีเท้าใหญ่กว่าคนปกติทั่วไป

จากข้อมูลเกี่ยวกับ “หลวงปู่เทพโลกอุดร” ที่ผู้คนได้รวบรวมไว้ กล่าวได้ว่า หลวงปู่ฯมีประวัติความเป็นมาที่ลึกลับซับซ้อน ไม่มีหลักฐานใดมายืนยันได้ว่าท่านเกิดในสมัยใด มาจากไหน ทำให้มีการศึกษาค้นคว้าเรื่องของท่านกันอย่างกว้างขวาง สำหรับผู้ที่สนใจความลี้ลับมหัศจรรย์ในพระพุทธศาสนา จนมีข้อสรุปและสันนิษฐานว่า “หลวงปู่เทพโลกอุดร” คือพระสงฆ์ผู้ทรงอภิญญา มีความเป็นอมตะไม่ตาย โดยอาจเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งเมื่อครั้งพุทธพาลที่นิพพานไปแล้ว แต่ยังมีธาตุขันธ์อยู่

คำว่า “นิพพาน” ตามหลักพุทธศาสนา หมายถึง การดับกิเลสและกองทุกข์ ซึ่งเป็นจุดหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา ซึ่ง “นิพพาน” นั้นมีอยู่ 2 อย่าง คือ

1. สอุปากิเลสนิพพาน คือการดับกิเลสขณะยังมีเบญจขันธ์เหลืออยู่
2. อนุปาทิเลสนิพพาน คือการดับกิเลสโดยไม่มีเบญจขันธ์เหลืออยู่

พระภิกษุและฆราวาสที่ฝึกจิต ปฏิบัติธรรมหลายท่านที่ต่างเคยได้พบเห็น “หลวงปู่เทพโลกอุดร” ทั้งเห็นใน “จิต” และเห็นจาก “ตาเนื้อ” เคยถามว่าถ้าหลวงปู่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านอยู่ที่ไหน คำตอบได้มาเหมือนกัน ทุกคนบอกว่า ท่านมักอยู่ในดงลึกที่เงียบสงบและอยู่ในทุกภพทุกภูมิที่ท่านต้องการไป ผู้ที่จะเจอท่านได้ต้องปฏิบัติธรรมให้ได้ญาณและบารมีสูงพอที่จะเข้าไปสู่มิติของท่านได้ และในแต่ละยุคสมัยที่ผ่านมา หลวงปู่เทพโลกอุดร มักนำพาบุคคลที่มีความพิเศษพอที่จะฝึกจิตได้ทั้งพระและฆราวาสไปฝึกในป่าลึก บุคคลเหล่านั้นหลายท่านยั้งมีชีวิตอยู่ในสมัยปัจจุบันที่เรารู้จักก็มี อาทิ หลวงพ่อจรัล วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี พ.อ.ชม สุคันธรัต ครูบาลุ่ม สันตจิตโต วัดจันทาราม จ.เพชรบูรณ์ ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร หลวงปู่กอง จันทวังโส วัดสระมณฑล จ.อยุธยา หลวงปู่โงน โสรโย วัดพระพุทธบาทเขารวก จ.พิจิตร ปู่โทน หลำแพร (เป็นฆราวาส เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปลายปี 2543) ฯลฯ

เรื่องราวของ “หลวงปู่เทพโลกอุดร” มีบุคคลหลายวงการให้ความสนใจและพิสูจน์ เมื่อครั้งที่ท่านมาปรากฏตัวและแสดงฤทธิ์ให้เป็นที่ประจักษ์ที่วัดโนนชาด อ.คำตะกร้า จ.สกลนคร นั้นมีผู้หลักผู้ใหญ่ บุคคลสำคัญ นักวิชาการบางท่าน รวมถึงชาวบ้านได้ไปรอดูเพื่อพิสูจน์กันอย่างมากมาย และก็ได้เห็นจริงอย่างไม่น่าเชื่อ เหตุการณ์ในวันนั้นทางวัดโนนธาตได้จัดให้มีการทอดกฐินเพื่อถวาย หลวงปู่เทพโลกอุดร เมื่อตั้งองค์กฐินเสร็จ ทุกคนก็สวดมนต์ พอทั้งหมดสวดมนต์จบขณะที่ก้มลงกราบพร้อมกันก็ปรากฏเหตุมหัศจรรย์ มีพระภิกษุรูปหนึ่งสูงเกือบ 2 เมตร ห่มจีวรลึกลับเข้มคลุมตลอดศีรษะ

ผมของท่านเป็นหางเปียขนาดใหญ่ยาวเกือบถึงพื้น ท่านปรากฏกายให้ทุกคนเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่มีใครทราบ ท่านกระแทกไม้เท้ากับพื้นดังสนั่นแล้วชี้ไปที่องค์กฐินที่ทุกคนต้องถวาย กุฎิทั้งหลังสั่นสะเทือน พอทุกคนก้มลงกราบเสร็จเงยหน้าขึ้นมาดู ท่านก็หายไปแล้ว เหลือแต่กลิ่นหอมประหลาด กลิ่นหอมนี้ไม่เหมือนดอกไม้ที่มีในโลกมนุษย์ หอมมาก และสักครู่ทุกคนก็ได้ยินเสียงไม้เท้ากระทบพื้นอีกครั้ง เมื่อต่างเหลียวไปดูที่ทางเดินก็เห็นพระภิกษุรูปนั้นเดินมาบนถนน ท่านเดินผ่านรถทั้งหมด 31 คันที่จอดอยู่ ทุกคนได้ยินเสียงจีวรสะบัดพรืดเดียว ปรากฏว่ารถทั้ง 31 คัน ได้รับการเจิมเป็นอักขระด้วยแป้งที่หอมมาก และแต่ละคันอักขระจะไม่เหมือนกันเลย แต่หอมและติดอยู่นานเป็นเดือน

เมื่อท่านเดินขึ้นมาบนศาลา ท่านเดินไปที่ตุ่มน้ำมนต์ แล้วชี้ไม้เท้าไปที่ตุ่มน้ำมนต์เป่าลมเสียงดัง 3 ครั้ง อ่างน้ำมนต์กระเทือนจนน้ำมนต์กระฉอกขึ้นทั้งสามครั้ง พอท่านเอาไม้เท้าชี้ไปที่กองมะพร้าวน้ำหอม 20 กว่าลูก ที่ทุกคนถวาย กองมะพร้าวก็สั่นสะเทือนและแห้งหมดทุกใบ เสร็จแล้วท่านก็เดินวนรอบคณะผู้มาทอดกฐินที่นั่งเรียงแถวกันอยู่ ทุกคนพากันเอาเงินทำบุญใส่ย่ามท่าน มีบางคนเมื่อเอาเงินใส่ไปในย่ามแล้วก็พยายามล้วงไปจนสุดย่าม แต่ปรากฏว่าล้วงเท่าไหร่ก็ไม่ถึงก้นย่าม มีแต่ความว่างเปล่า ทั้งๆ ที่เห็นว่าทุกคนเอาเงินใส่ย่ามถวายท่านจนเต็ม ขณะกลับท่านเดินลงบันได ทุกคนเห็นท่านเดินลงไปที่ถนนแล้วก้าวลอยขึ้นไปบนอากาศหายไปบนท้องฟ้าท่ามกลางสายตาของผู้คนที่ศรัทธาและผู้ที่มาดูเพื่อพิสูจน์จำนวนมกา เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง



https://www.youtube.com/watch?v=9uokCCD ... RGW2b0Y2mF ชั่วโมงพิศวงศ์ช่วงแรกจะเป็นเรื่องของหลวงปู่โลกเทพอุดร ครับ.


https://www.youtube.com/watch?v=DBkdQiuM1vc ประวัติหลวงปู่โลกเทพอุดร


:lol: :lol: คุยกันถึงเรื่องหลวงปู่โลกเทพอุดรเรียกว่าจุใจ หลวงพี่จึงให้ไปพักหาที่กางเต้นท์ เรียกว่าตามสบายตรงไหนก็ได้และสำนักนี้ไม่มีพิธีรีตอง อีกอย่างท่านก็จำอยู่เพียงองค์เดียว ก่อนที่จะไปกางเต้นท์หลวงพี่ก็ได้ค้นเอาสมบัติเก่าแก่ที่สะสมไว้มาให้พวกเราชมกันเพลิน ๆ พร้อมสนทนาแลกเปลี่ยนกันไป ได้รับความยินดีปรีดากันทุกคน

รูปภาพ รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:lol: :lol: ขอย้อนกลับไปเล่าในเย็นวันที่เรานั่งสนทนากับหลวงพี่อีกนิดครับ หลวงพี่เป็นคนสมัยใหม่ที่ชอบสะสสมของเก่าและของแปลกครับ เย็นวันนั้นท่านขนบางสิ่งบางอย่างมาให้พวกเราได้ชม เช่นบ้องยาน้ำสมัยโบราณและอีกหลาย ๆ อย่าง ใครอยากชมของแปลก ๆ ไปเยี่ยมท่านอาจมีบุญได้ชมเหมือนที่พวกเราได้ชมครับ หลังจากที่สนทนากันจนค่ำท่านก็ปล่อยให้พวกเราได้ทำอาหารมื้อเย็นแลกางเต้นท์นอน ต่อจากนั้นเราก็กลับมานั่งสนทนาธรรมกันอีกจนดึก เราจึงขอโอกาสสวดมนต์ภาวนาและพักนอน รุ่งเช้าตื่นหุงข้างเตรียมใส่บาตรหลวงพี่ซึ่งไปบิณฑบาตรในหมู่บ้าน สังเกคุอาหารที่ได้รับเพียงพอต่อการดำรงชีพของท่าน ท่านเล่าว่าก็มีบางวันที่ฝนตกไปไม่ได้ก็ต้องประกอบอาหารทานเอง(ลำบากนะครับ)

เช้าวันนั้นเราก็ได้ทำอาหารถวายหลวงพี่เป็นพิเศษ หลังจากที่หลวงพี่ฉันเสร็จพวกเราก็รับประทานอาหาร เตรียมออกเดินทาง แต่ก่อนจะอำลาหลวงพี่ได้ให้พวกเราปลูกกล้วย อ้อย และไม้ยืนต้นคนละต้นเป็นระลึก หลังจากนั้นหลวพี่ก็ได้มอบปรอทแขวนคอให้คนละลูกเพื่อไว้ติดตัวยามปั่นจักรยาน ท่านบอกว่าเมื่อประสบเหตุให้อมแล้วสูดเข้าลึก ๆ จะมีสติในการคิด ฯ นอกจากนี้หากมีอาการสั่นที่ร่างกายให้หยุดอย่าพึ่งเดินทาง เป็นการแจ้งเตือนให้พิจารณาให้รอบคอบ นับว่าเป็นประโยชน์พอสมควร ก่อนจากพวกเราก็ได้ร่วมกันถวายปัจจัยเพื่อบำรุงพระพุทธศาสานา หลวงพี่ก็ได้มอบซีดีของหลวงปู่สาวกโลกอุดรให้พวกเรานำไปฟังศึกษา :) :D


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ ถวายน้ำปานะหลวงพี่ขณะนั่งสนทนาธรรมก่อนการสวดมนต์ไหว้พระ :) :D

รูปภาพ สวดมนต์เสร็จต่อด้วยการนั่งภาวนาครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

คอยติดตามเรื่องของหลวงปู่สาวกโลกอุดร นะครับคนละองค์กับที่นำเสนอไปแล้ว องค์นี้ สาวกครับ :) :D
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:idea: :idea: ในห้วงการสนทนากับหลวงพี่ที่เกี่ยวกับหลวงปู่โลกเทพอุดร ซึ่งตัวผมเองมีความสงสัยและติดใจมานานนมแล้ว ว่ามีตัวตนจริงหรือไม่อย่างไร คำตอบ ณ บัดนีก็ยังไม่สว่างแจ้งแดงแจ๋ คงทราบจากหลวงพี่ว่า..... "เอาเป็นว่า จะมีตัวตนหรือไม่อย่างไร ไม่เป็นสำคัญแต่จะบอกว่าในโลกใบนี้ยังมีอะไรที่เร้นลับ ที่เราไม่ทราบตลอดจนเหลือเชื่ออีกมากมาย อยากรู้จริงให้ปฏิบัติจนถึงจุดไม่แน่ว่าสิ่งที่ข้องใจอาจได้รับการบอกกล่าวได้ หลวงปู่โลกเทพอุดรพูดตรง ๆ ก็เกินวิสัยอย่างพวกเราจะเข้าใจ ครั้นจะไม่เชิ่อก็มีหลักฐานการพบเห็น ก็เช่นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ท่านประพฤติดีปฏิบัติดี ได้เล่าไว้ ส่วนที่มีตัวตนจริง ๆ ก็นี่เลย หลวงปู่สาวกโลกอุดรองค์นี้เป็นอาจารย์ของหลวงพี่เอง มีตัวตนแน่นอน"......เรามาศึกษาประวัติท่านกันสักเล็กน้อยครับ :) :D

รูปภาพ ประวัติโดยย่อของ หลวงปู่สาวกโลกอุดร ธมฺมปาโล หลวงปู่สาวกโลกอุดร ธมฺมปาโล เกิดเมื่อวันเสาร์ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๓ ปีเถาะ พ.ศ.๒๔๘๒ ที่บ้านสงเปือย หมู่ ๗ ตำบลหลุบ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ปัจจุบันอยู่ในเขตเทศบาลเมือง กาฬสินธุ์

บิดาชื่อ นายสมบูรณ์ ดลอารมณ์
มารดาชื่อ นางที ดลอารมณ์

อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดชัยสุนทร อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยพระครูโสภณสุตกิจ เจ้าคณะอำเภอเมือง เป็นอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ทองอินทร์ โกวิโท เป็นกรรมวาจาจารย์ พระระมัดศักดิ์ สิริธโร เป็นอนุสาวนาจารย์

เมื่อบวชแล้วได้ไปเข้าเรียนสมถะและวิปัสสนากรรมฐานกับพระอาจารย์มหาพิมพ์ หรือพระครูสุคลคณารักษ์ ที่วัดบ้านหนองริวหนัง ตำบลโคกเครือ อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์

ออกจากวัดหนองริวหนังแล้วก็เดินธุดงค์ไปทางภาคเหนือ แล้วก็ล่องลงมาจนถึง จังหวัดจันทบุรี ได้ไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่ป่าลึกสำนักสงฆ์เขาช่องลม ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี และได้ย้ายจากเขาช่องลมไปอยู่ที่วัดอ่างหินใน ตัวเมืองจันทบุรี แล้วออกธุดงค์ไปจำพรรษาที่ภูพานด่านแต้ จังหวัดสกลนคร จนมีพระอาจารย์จำเนียร และพระอาจารย์ปรีชา มานิมนต์ให้ไปอยู่ที่สำนักสงฆ์บ้านนาเบี้ย ตำบลนาหอ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เป็นเวลา ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๒๙ – ๒๕๓๔ )

ณ.ที่นี้ คืนวันที่ ๒๖ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๑ ตรงกับแรม ๓ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีมะโรง หลวงปู่ได้บรรลุธรรมจบกิจพรหมจรรย์อย่างแท้จริง เป็นคุณธรรมชั้นพระอรหันต์ สิริอายุ ๔๙ ปี

หลังจากนั้นได้จาริกเผยแผ่ธรรมไปตามสถานที่ต่างๆ ตามแต่จะมีผู้อาราธนานิมนต์ เช่นงานปริวาสกรรม และงานชุมนุมปฏิบัติธรรมตามที่ต่าง ๆ

ต่อมาพ.ศ. ๒๕๓๕ ได้กลับมาโปรดญาติโยมที่วัดชัยสุนทร อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์

..............................ฯ..........................................................

พ.ศ. ๒๕๔๔ จำพรรษาที่ สำนักสงฆ์บ้านหนองเรือ หมู่ ๑๐ ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา

และที่นี่ เป็นที่หลวงปู่ได้ละสังขาร เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ สิริรวมอายุได้ ๖๒ ปี

ปัจจุบันเจดีย์อัฐิธาตุของหลวงปู่สาวกโลกอุดร ธมฺมปาโล ได้สร้างไว้ ณ สำนักสงฆ์บ้านหนองเรือนี่เอง

(หมายเหตุ รายละเอียดนำมาจากหนังสือที่ระลึกงานฉลองเจดีย์บรรจุอัฐิธาตุ หลวงปู่สาวกโลกอุดร ธมฺมปาโล สำนักสงฆ์บ้านหนองเรือ)


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:) :D ออกจากที่พักสงฆ์ฌาน ๙ กราบลาหลวงพี่เดิมและสัญญากับท่านเราจะกลับไปปฏิบัติธรรมกับท่านอีกในเร็ว ๆ นี้ ก่อนจากกันท่านก็ได้มอบแผ่นซีดีคำสอนของหลวงปู่สาวกโลกอุดรและหนังสือติดไม้ติดมือกลับบ้าน กำชับให้เปิดฟังและศึกษาจะได้หายสงสัยในธรรมของพระพุทธองค์ หลวงปู่ได้เทศน์สอนอย่างทะลุฟ้าทะลุดินเรียกว่าแบบไม่เกรงกลัว นักปราชญ์ราชบัณฑิตตำหนิติติง เพราะท่านบรรลุแล้วจริง ๆ (หลวงพี่การันตี) กราบขอบพระคุณหลวงพี่ผมจะกลับไปศึกษาตามที่ท่านบอกครับ (อยากรู้จังเลย) เราออกเดินทางไม่รู้ว่าเป้าหมายต่อไปคือที่ไหน ไปแบบไร้จุดหมายสำหรับเวลาก็เหลือคืนนี้อีกคืนเดียวต้องกลับไปปฏิบัติภารกิจของแต่ละคนแล้ว ตามไปครับจะไปถึงไหนอย่างไร พร้อมนี้ก็ขอมอบบุญกุศลทั้งหลายที่เราท้ง ๔ คนได้มีโอกาสไปสร้างไว้ จงเป็นพละปัจจัยให้ทุกท่านได้รับผลบุญจากการเข้ามาติดตามเยี่ยมชม จงทุกท่านทุกคนเทอญ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: เราปั่นกันไปเรื่อย ๆ ตามถนนในหมุ่บ้านไปได้เห็นเขาทอผ้าด้วยมือแวะเข้าไปเยี่ยมชม อยากจะอุดหนุนสักชิ้นสองชิ้นแต่ปรากฏว่าคนขายไปข้างนอก คนที่อยู่ก็ไม่ทราบราคาขาย เกรงว่าถ้าขายไปไม่ถูกต้องจะเกิดผลเสียทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เราได้สนทนากับคนทอผ้าว่าจากนี้ไปจะไปทะลุที่ไหนอย่างไร ก็ได้รับคำตอบ "ไปได้หลายที่แล้วแต่จะออกไปเส้นไหน ถ้าไปตรงไม่เลี้ยวไหนก็จะถึงพระบาทตากผ้า" พอได้ยินคำว่าพระบาทตากผ้าทุกคนร้องพร้อมกันว่า "ใช่เลย คืนนี้ขอนอนที่วัดพระบาทตากผ้ากัน" เมื่อเป็นเอกฉันท์และได้เวลาเราอำลาจากศูนย์ทอผ้าแม่ขนาดมุ่งหน้าสู่วัดพระบาทตากผ้าทันที ใกล้เที่ยงเราผ่านไปถึงวัดดอยม่อนช้าง ซึ่งเราเคยปั่นมาเที่ยวกันครั้งหนึ่งเมื่อครั้งที่คุณนายได้เจ้าคุณพอดีมาครอบครอง ก็ได้พามาทดลองปั่นและปรับความเคยชิน จากบ้านปางกองสารภีมาถึงที่นี่ไปกลับก็พอสมควรครับ วัดสวยงามน่าชมมากครับ เราก็อดใจที่จะแวะชมไม่ได้ ไหน ๆ ก็ไหนแล้ว เราก็เลยประกอบอาหารมื้อเที่ยงซะเลย :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน หลังมื้อเที่ยงลุง ๆ ก็ ก็ขอพักพุง ตื่นมาคงฝันค้างเปลี่ยนแปลงอะไรไปหมดตามไปครับว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรอย่างไร :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

https://www.youtube.com/watch?v=Nwq_JRb8Fy4

https://www.youtube.com/watch?v=CD5ynVxD0Xs

https://www.youtube.com/watch?v=-26csMrbWAE

:idea: :idea: ทดลองฟังธรรมะจากหลวงปู่สาวกโลกอุดรกันบ้าง ฟังให้จบจะได้รู้อะไรอีกเยอะ :idea: :idea:

"พวกเธออย่าพึงรับรอง อย่าพึงคัดค้าน เธอกำหนดเนื้อความนั้นให้ดี แล้วนำไปสอบสวนในพระสูตร เทียบเคียงในพระวินัย ถ้าลงกันได้ เทียบเคียงกันได้ พึงแน่ใจว่า นั่นเป็นคำของพระผู้มีพระภาคเจ้าแน่แล้ว ภิกษุรูปนั้นจำมาอย่างดีแล้ว พวกเธอพึงรับเอาไว้ ถ้าลงกันไม่ได้ เทียบเคียงกันไม่ได้ พึงแน่ใจว่า นั้นไม่ใช่คำของพระผู้มีพระภาคเจ้าแน่นอน ภิกษุรูปนั้นจำมาผิด พวกเธอพึงทิ้งคำเหล่านั้นเสีย เธอทั้งหลายพึงจำมหาประเทศสี่นี้ไว้" (พุทธวจน)


:) :D ที่ผมพูดไว้ว่า "ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน" วันที่เราเติมพลังมื้อเที่ยงที่วัดดอยม่อนช้าง หลังจากที่กินกันเสร็จก็นอนพักต้มกาแฟซด และเข้าไปเก็บภาพภายในวัด เคยบอกไว้ว่าเราเคยมากันแล้วครั้งหนึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ลุงป๊อกเกิดประทับใจอะไรไม่ทราบแกจึงเปรยขึ้นว่า "ถ้าเราจะพักนอนที่วัดนี้น่าจะ OK นะ" เรา ๓ คนได้ฟังหัวเราะขึ้นพร้อมกันคือนึกไว้แล้วว่าต้องมีใครสักคน อยากจะอยู่ที่วัดนี้ แต่สงวนท่าทีไว้ เมื่อลุงป๊อกเอ่ยอย่างนั้นพวกเราก็ตอบรับทันที เมื่อตัดสินใจอย่างนั้น ผม+ลุงป๊อก+คุณนาย จึงปั่นลงไปหาอาหารมาทำกินมื้อเย็นและเตรียมทำอาหารถวายพระช่วงเช้า ไปร้านค้าที่อยู่ด้านล่างวัดเจอกับกลุ่มส่งเสริมอาชีพทำถั่วเน่าแผ่น อร่อยมากเราอุดหนุนมาหลายถุง เป็นสินค้า O top ของหมู่บ้านนี้

เย็นวันนั้นทำอาหาร ณ จุดที่เรากินมื้อเที่ยง พระเมตตาขนวัสดุการครัวและอาหารแห้งมาให้ ต้องกราบขอบพระคุณมาก ๆ แต่ ที่เรามีความสุขที่สุดคือการได้รอเก็บภาพพระอาทิตย์ตกดินที่หลังวัดสวยงามมากครับ เราพากันไปกางเต้นท์ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตกดินแล้ว คืนนั้นก่อนนอนเราได้สวดมนต์และนั่งภาวนากัน ได้บุญกุศลและปัญญาตามบุญวาสนาของใครของมัน อากาศค่อนไปทางร้อนนิด ๆ แต่ตกดึกอากาศเย็นค่อนไปทางหนาว หลับกันอย่างเป็นสุขครับ :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:o :o อรุณรุ่งที่วัดพระนอนม่อนช้าง ไม่ธรรมดาครับเราเพลิดเพลินกับธรรมชาติที่สวยงาม พระอาทิตย์ขึ้นแม้จะมีหมอกควันแต่ไม่ถึงกับเสียสุขภาพ(พอรับได้) แข่งกันเก็บภาพใครจะได้มุมไหนตามสดวก ส่วนคุณนายและผมช่วยกันทำอาหารเช้าถวายพระ ๒ รูป ได้บุญกุศลขอบุญกุศลนี้ส่งไปถึงคุณผู้อ่านผู้ชมทุกท่านทุกคนครับ :) :D

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ สำรับถวายพระเป็นอาหารมังสวิรัติ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ อีกรูปหนึ่งเป็นพระลูกวัดฉันข้างล่างครับ :) :)

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:) :D ถวายอาหารพระทั้ง ๒ รูปเรียบรอยพวกเราก็เก็บสัมภาระของพวกเราพร้อมทั้งทำสะอาดบริเวณที่เรากางเต้นท์นอนและรอบริเวณวัด ให้สะอาดรอต้อนรับนักท่องเที่ยวในภาคกลางวันที่จะมีคนขึ้นมากราบมาไหว้เป็นประจำ หลังจากนั้นพวกเราก็ร่วมกันรับประทานอาหาร และเตรียมอำลาจากวัดพระนอนม่อนช้าง :) :D

:idea: :idea: เรื่อง : วิธีการทำบุญ

คำว่า "บุญ" แปลว่า ความสุข ความดี ความสะอาด ความผ่องแผ้วแห่งจิต
คำว่า "การทำบุญ" หมายถึง การทำกิจใดๆ เพื่อให้ได้บุญ คือ เพื่อให้ได้ความสุขกายสบายใจ กิจที่ทำนั้นต้องเป็นประโยชน์ต่อตนเอง และผู้อื่น โดยถูกทำนองคลองธรรม สำหรับคำว่า "การ บำเพ็ญบุญ" มีความหมายเช่นเดียวกับ "การทำบุญ"

วิธีการทำบุญ เพื่อจะให้ได้บุญนั้น มีอยู่ ๓ วิธี โดยจำแนกตามจิต รวมเรียกว่า "บุญกิริยาวัตถุ ๓ อย่าง" คือ

๑.ทานมัย วิธีการทำบุญด้วยการบริจาคทาน เป็นเรื่องของจิตเกี่ยวเนื่องกับสิ่งของที่จะทำทาน มีหน้าที่กำจัดกิเลสอย่างหยาบคือความโลภได้ ผู้ที่ได้บุญจากทานมัยย่อมเป็นคนกว้างขวาง เป็น ที่รักและเคารพของปวงชน สมานไมตรีกันไว้ได้ทุกชั้น ทั้งยึดถือประโยชน์ของคนที่มีทรัพย์ได้ด้วย เราจำแนกทานออกเป็น ๒ อย่างคือ

๑.๑ อามิสทาน เป็นการสละทรัพย์ของตนแก่คนทั้งหลาย ด้วยอัธยาศัยเมตตาเผื่อแผ่ เช่น ถวายทานแด่พระภิกษุสามเณร คนชรา ขอทาน ผู้ตกยาก เป็นต้น
๑.๒ ธรรมทาน เป็นการแนะนำสั่งสอนชี้แจงให้ผู้อื่นรู้จักบาปบุญคุณโทษ ให้วิชาความรู้ ดังพุทธภาษิตที่ว่า "สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ" แปลว่า การให้ธรรมเป็นทาน ชนะการให้ ทั้งปวง

๒. สีลมัย วิธีการทำบุญด้วยการรักษาศีล เป็นเรื่องของจิตเกี่ยวเนื่องกับกายวาจา สีลมัยมีหน้าที่กำจัดกิเลสอย่างกลาง คือความโกรธได้ ผู้ที่ได้บุญจากสีลมัยย่อมเป็นที่รักและเคารพของชนทั้งหลาย หมดความรังเกียจซึ่งกันและกัน ทั้งทำให้เป็นคนองอาจด้วย สีลมัยจำแนกเป็น

๒.๑ ศีล ๕ สำหรับสามัญชนทั่วไป
๒.๒ ศีล ๘ หรือ อุโบสถศีล สำหรับอุบาสกอุบาสิกา
๒.๓ ศีล ๑๐ สำหรับสามเณร
๒.๔ ศีล ๒๒๗ สำหรับพระภิกษุ
ปกติคนที่ถูกโทสะครอบงำจิตย่อมจะเดือดร้อนใจ มักจะเสียความประพฤติทางกาย และ วาจา จำต้องรักษาศีลควบคุมกายวาจาให้สงบ ตลอดจนคลุมจิตใจให้เป็นปกติหายโทสะ จิตจึง จะเป็นบุญ

๓. ภาวนามัย วิธีการทำบุญด้วยการภาวนา เป็นเรื่องของจิตอย่างเดียว ผู้ที่ได้บุญจากการ ภาวนามัย ย่อมเป็นคนหนักแน่นมั่นคง แม้กระทบกระทั่งอารมณ์ใดๆ ย่อมจะไม่หวั่นไหวไปตาม อารมณ์นั้นๆ การภาวนา เป็นการอบรมจิตใจให้ตั้งมั่นอยู่ในความดีและให้ฉลาด สำหรับคนทั่วไป ได้แก่ การศึกษาเล่าเรียน หมั่นฟัง หมั่นคิด หมั่นท่องบ่นหลักวิชาการต่างๆ หมั่นสนทนากับ ท่านผู้รู้จนเกิดความฉลาด การภาวนาที่ละเอียดมากขึ้น ได้แก่

๓.๑ สมถภาวนา (สมถกัมมัฏฐาน) คือการทำจิตให้อยู่ในอารมณ์เดียว ด้วยการสำรวม ความ
ระวัง และตั้งใจ
๓.๒ วิปัสสนาภาวนา (วิปัสสนากัมมัฏฐาน) คือใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นแจ้งในสังขารธรรม
ทั้งปวง ด้วยความฝึกฝน ความทรมาน ความดัดสันดานและด้วยความข่มใจ

ภาวนามัยเป็นข้อสำคัญที่สุด ในบุญกิริยาทั้งหลาย เพราะยึดบุญกิริยานั้นๆ ให้คงอยู่ได้ด้วย แกนเหล็กที่ตั้งอยู่ ณ ภายในทำของที่หุ้มอยู่ ณ ภายนอกให้มั่นคงฉะนั้น อันความงามความดีที่ จะเป็นผล ซึ่งบุคคลที่ประพฤติให้ปรากฏออกภายนอกด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ต้องมีภาวนา เป็นสารอยู่ภายใน ย่อมเป็นไปดังสุคนธชาติ เป็นต้นว่า เนื้อไม้ที่อบไว้เป็นอันดี เพราะเหตุนั้น กุศลราศีที่บุคคลทำให้มีขึ้นโดยสนิทใจ ได้ชื่อว่าภาวนาเพราะใจความว่าเป็นเครื่องอบรมกุศล ให้มีขึ้นในสันดาน

เครื่องบูชา แบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะ คือ :-

๑. อามิสบูชา ได้แก่การบูชาด้วยอามิส มีดอกไม้ ธูป เทียน เป็นต้น
๒.ปฏิบัติบูชา ได้แก่ การบูชาด้วยการเจริญสมาธิวิปัสสนา

ในบรรดาการบูชาทั้ง ๒ แบบนั้น พระพุทธองค์ ทรงตรัสว่า การปฏิบัติบูชา ถือว่าเป็นเยี่ยม. :idea: :idea:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ หลังอาหารเช้าก็ตามด้วยกาแฟสด สนทนากันหน้าวัดแบบไม่เร่งรีบให้ชีวิตมีความสุข กับบรรยากาศ :) :D

รูปภาพ

รูปภาพ ถวายปัจจัยบำรุงพระพุทธศาสนาและร่วมทำบุญเป็น ค่า น้ำ-ไฟ กับท่านเจ้าอาวาส ก่อนอำลาจาก โอกาสหน้าคงได้กลับมาชาร์ทแบตเตอรี่ชีวิตอีก :) :D

รูปภาพ
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ :o :o คณะพระและลูกศิษย์แห่งวัดธรรมกายเดินสายชี้แจง กรณีของวัดที่เป็นข่าวในทางเสียหาย ประมาณว่าขอให้ทางเจ้าอาวาสได้เข้าใจและขอแรงสนับสนุน :( :(

รูปภาพ

รูปภาพ :) :D ออกเดินทางไปพระบาทตากผ้าต่อไปตามแผนเดิม :lol: :lol:

รูปภาพ

:!: :!: :o :o :( :( สิ่งที่ไม่คาดคิดได้บังเกิดเพื่อให้พวกเราได้ทำบุญครั้งใหญ่ในทริปนี้ก็ปรากฏ โปรดติดตามประเด็นจะอยู่ตรงที่ท่านมีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์มากน้อยเพียงใดที่จะช่วยเหลือเขาให้ปลอดภัยได้จากสิ่งที่บังเกิด :cry: :cry:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:lol: :lol: กว่าที่พวกเราจะออกจากวัดได้ก็เล่นเอาสายมาก ๆ สาเหตุก็เพราะลูกศิษย์พระอาจารย์ท่านเจ้าอาวาส เข้ามาสนทนากับลุงดมเป็นที่ถูกคอ ได้แนะนำลุงดมให้ไปชมเกษตรที่ทางชาวญี่ปุ่นได้มาสอนให้กับเยาวชนไทย เป็นการสอนทฤษฏีการปลูกพืชแนวใหม่(ก็ไม่ทราบวิธีใดไม่ได้ยืนฟังด้วย) ลุงดมเกิดความสนใจเป็นอันว่าเป้าหมายที่จะไปพระบาทตากผ้าพลิกเป็นว่าเราจะพากันไปที่ไร่ของคนญี่ปุ่นก่อน

เราออกจากวัดก็มุ่งตรงไปทางวัดพระบาทตากผ้า ก่อนจะถึงจะมีทางเลี้ยวซ้ายเพื่อไปชมไร่ของชาวญี่ปุ่น ไปได้สักไม่เท่าไรมีมอเตอรไซด์ขับสวนทางมาดี ๆ เกิดพลิกตีลังกาต่อหน้าต่อตา คนขี่นอนเหยียดแน่นิ่งบนถนน พวกเราต้องจอดรถช่วยเหลือเสียเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมง การช่วยเหลือก็ไม่ได้มีอะไรมากเพียงแต่อันดับแรกให้คุณนาย โทร ฯ เรียกตำรวจกับ อพปร.อันดับต่อมาเราไปยืนหัวท้ายถนนเพื่อให้สัญญาณรถที่จะผ่านไปมาให้ทราบว่ามีอุบัติเหตุนะ สำคัญที่สุดต้องพยายามรักษาสภาพแวดล้อมให้ดี(อย่าเคลื่อนย้ายสิ่งใด ๆ เป็นการทำลายหลักฐานเด็ดขาด) คนเจ็บห้ามแตะต้องเพราะอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ หรืออาจบาดเจ็บหนักขึ้น(เราไม่ใช่หมอ) การช่วยเหลือเบื้องต้นที่ทำได้ก็เพียงง่าย ๆ แค่นี้ จากนั้นรอตำรวจกับแพทย์ที่จะเข้ามาช่วยเหลือต่อไป


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:( :( คนขี่มอไซด์นอนสลบไปเกือบ ๒ นาที จึงค่อย ๆ ฟื้นคืนสติ เราก็พยายามบอกแกห้ามเคลื่อนไหวให้นอนนิ่ง ๆ เกรงจะบาดเจ็บเพิ่มขึ้นแกก็ไม่ฟัง สักครู่ก็มีชาวบ้านขับรถตามมาแวะลงมาดูเป็นว่าคนรู้จักกันกับคนป่วย เราจึงส่งมอบให้แกช่วยดูแล พวกเราก็ออกเดินทางสู่เป้าหมายของเราต่อไป "อุบัติเหตุ" หมายถึง "เหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันคิด" ถือกันว่าเป็นความบังเอิญที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจและไม่คาดฝันมาก่อน คำว่า "อุบัติเหตุ" ตรงกับคำว่า "accident" ในภาษาอังกฤษ อุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝันนั้น เป็นคราวเคราะห์ของผู้ประสบซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้(ในทางธรรมนะ) แต่ความเป็นจริง(ในทางโลก)หาเป็นเช่นนั้นไม่ ตรงกันข้าม อุบัติเหตุย่อมป้องกันได้และหลีกเลี่ยงได้หากไม่ประมาท เมื่อเราเจอเหตุการณ์มีสิ่งที่พึงปฏิบัตเบื้องต้นง่าย ๆ ได้แก่

๑. ตัวการหรืออุปกรณ์ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น ยานยนต์ อาวุธปืน ฯลฯ
๒. ผลจากอุบัติเหตุ เช่น บาดแผลของผิวหนังศีรษะหรือสมองบาดเจ็บ กระดูกหัก แผลจากวัตถุระเบิดและกระสุนปืน ฯลฯ
๓. สิ่งแวดล้อมที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น การจราจร บ้าน สนามรบ ฯลฯ
๔. ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ เช่น อุบัติเหตุที่เกิดแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน นักกีฬา คนชรา ฯลฯ

ในกรณีนี้ตัวการให้เกิดอุบัติเหตุคือ มอเตอร์ไซค์ ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าเสื้อผ้าของคนขี่เข้าไปพันกับล้อหลังก็เลยทำให้ตีลังกา ผลจากอุบัติเหตุคนขี่ไม่ตายแต่บาดเจ็บที่แขน หัว(ศรีษะ) แค่นั้น สิ่งแวดล้อมที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ไม่มี ผู้ประสบอุบัติเหตุ เป็นชายวัยกลางคน น่าจะเสพสุราบ้าง


:) :D ได้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกในเบื้องต้นจนปลอดภัยแล้ว เราก็ไม่ได้รอดูว่ารถพยาบาลและตำรวจจะมาถึงเมื่อใด เพียงแต่ส่งมอบให้เพื่อนของคนป่วยอยู่รอ ซึ่งไม่นานรถพยาบาลและตำรวจต้องมาถึงอยู่แล้ว ส่วนพวกเราก็เดินทางต่อ เรปั่นเลยจุดหมายต้องย้อนกลับปรากฏว่าเข้าไปลึกมากเป็นทางแทรค(ดินลูกรัง) ลึกเข้าไปในเขา ไปถึงไม่พบใครเลย เจอแต่ไร่และอาคารตลอดจนแปลงพืชผัก จะถามใครหรือเสาะผู้ใดไม่พบเลยสักคน และจากการสังเกตุเห็นว่าไม่น่าจะไปรอด แต่ลุงดมบอกว่าเท่าที่คุยกันสถานที่นี้ยังดำเนินการอยู่ เมื่อไม่พบใครเราก็พากันเดินทางกลับ เอาไว้เป็นการบ้าน(กลับมาใหม่) :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: ถึงวัดพระบาทตากผ้าจอด จย.ตรงหน้าร้านขายน้ำแข็งไส เดี๋ยวนี้หากินไม่ค่อยเจอเจ้านี้ขายอยู่ที่นี่เป็นสิบปีน่าจะได้ อร่อยหวานเย็นชื่นใจ ก่อนจะไกราบพระเราทั้ง ๔ อุดหนุนรวมมิตรน้ำแข็งไสคนละถ้วยให้ชื่นใจครับ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ แวะเยี่ยมลูกน้องเก่าของลุงป๊อก หลังเกษียณแกก็ค้าขายอาหารสุกเป็นอาหารพื้นเมืองคือ ลาบ ที่นี่มีชื่อสำหรับผู้นิยมลาบ ที่สำคัญแกทำน้ำกระเทียมดอง ขายเฉพาะน้ำคนที่ดองกระเทียมจะพากันมาซื้อน้ำเพื่อเอาไปดองกระเทียม น้ำดองกระเทียมเป็นสูตรลับเฉพาะ รับรองคุณภาพและความอร่อย เป็นที่ชื่นชอบและมีชื่อของลำพูนครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: เรา ๔ คนเข้าไปชมในบริเวณวัดพระบาทตากผ้าเพื่อกราบสัการะรอยพระพุทธบาทเดินชมรอบ ๆ ศาลาทั้งนอกและใน ส่วนลุงดมชอบที่จะแวะนั่งคุยกับคนดูดวง(ไม่ดู) ไม่รู้พูดคุยอะไรกันสังเกตุถูกคอกันน่าดูชม วัดพระบาทตากผ้าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงไม่แพ้วัดพระธาตุหริกุญชัย จากการสังเกตุของผม(คนเดียวนะ) เห็นว่ากำลังมีการก่อสร้างที่ค้างคาไว้นานมาแล้ว ผมลองจินตนาการว่าถ้าสร้างเสร็จ ในความคิดผมนะครับเราจะได้ขยะที่เป็นอาคารขึ้นมาอีกหนึ่งหลังที่จะบดบังความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ของรอยพระบาทลงไปอีก

เรื่องการก่อสร้างเคยมีนักศิลปคิดจะให้มีการอบรมพระสังฆาธิการเจ้าอาวาสของวัด ให้คำนึงเรื่องสิ่งก่อสร้างที่จะไปวางไว้ในตำแหน่งที่กีดขวางการมอง คือมองทีไรกลายเป็นขยะของสายตาทุกที เรียกว่าให้ได้อบรมเรื่องขององค์ประกอบของศิลป์นั่นแหละ จนแล้วจนรอดยังไม่เห็นได้ข่าวเรื่องนี้เลย คนไทยบ้าบุญและเข้าใจว่าเรื่องของบุญคือการหาเงินมาสร้าง โบถส์วิหารตลอดจนอาคารต่าง ๆ ไม่ยอมเข้าใจว่าบุญที่ยิ่งใหญ่คือ บุญที่เกิดจากการ ภาวนา บรรดาพระก็จริง ๆ เลยตั้งหน้าตั้งตามอมเมาเอาแต่เรื่อง บุญที่เกิดจากการ ทาน และเน้นวัตถุทาน เพียงอย่างเดียว เศร้าครับ

เมื่อได้เวลาเราก็ออกเดินทางกลับบ้าน แต่เนื่องจากเรายังไม่ได้ทานอาหารกลางวัน ในขณะปั่นกลับก็มองหาวัดที่พอจะแวะนั่งทานอาหารได้ โอ..เข้าออกหลายวัดกว่าจะได้ที่เพราะแต่ละวัดเขาพากันสร้าง ๆ ๆ ลานวัดกลายเป็นลานคอนกรีตหาความเขียวขจีไม่ได้ เป็น งง ครับ กินอาหารเสร็จไม่ลืมที่จะต้มกาแฟสดเป็นตัว Alert Body นั่งซดกาแฟคุยกันเสียเวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะออกเดินทางกลับ ขากลับเราหนีการจราจรอันคับคั่งในตัวเมืองลำพูน ไปเลาะทางแม่น้ำปิง(เส้นใน) ซึ่งไม่มีรถพลุกพล่าน กลับถึงบ้านราวหกโมงเย็น ๒ คืนกับ ๓ วันกับการไปชาร์ทแบตเตอรี่ชีวิต เป้าหมายที่สำนักที่พักสงฆ์ บ้านฌาน ๙ ก็ถึงกาลอวสานก็ขอได้รับความขอบคุณทุกท่านที่ได้เมตตาติดตามอ่าน ตามชม (ไม่รู้มีสาระถูกใจบ้างไหม?)

ผมยังมีอีกทริปหนึ่งที่ไม่ได้นำเสนอคือ ทริปดอยอ่างขาง เป็นทริปที่สำหรับผมแล้วคุ้มค่ามากเนื่องจากเคยปั่นไปมาแล้วหนหนึ่ง แต่พอไปหนนี้มันเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือ และเนื่องจากภาวะไม่ปรกติของบ้านเมือง เส้นทางจากที่เคยปั่นได้กลายเป็นปั่นไม่ได้ จนต้องทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ ก็ติดตามกันต่อไปผมจะนำมาเล่าให้ได้เป็นแนวทางหากคิดอยากจะปั่นไป ดอยอ่างขาง มันคนละอารมณ์กับการปั่นขึ้นอินทนนท์มากเลยครับ :lol: :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
win thanawat
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 45
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ส.ค. 2014, 14:34
Tel: 0865776004
ตำแหน่ง: Chokchai4 Ladplao Bkk.

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย win thanawat »

...อนุโมทนาสาธุครับ ให้ธรรมะเป็นทานถือว่าเป็นทานที่ยิ่งใหญ่ นำเสนอนำมาเผยแผ่เหมือนในวัดที่เขียนป้ายธรรมะข้อคิดคติพจน์ต่างๆติดไว้ แม้ผู้มาได้พบใด้เห็นจะมีปัญญาหลายระดับคนที่มีปัญญามากเห็นแล้วก็เข้าใจ ผู้ยังด้อยปัญญาแม้ไม่เข้าใจแต่ก็เคยเห็น เมื่อถึงคราวเกิดทุกข์แล้วเค้าจะหวนคิดได้ว่าธรรมข้อเคยผ่านตามาแล้ว เค้าก็จะกลับไปศึกษาเพื่อให้เกิดปัญญาครับ ขออนุโมทนาด้วยครับ
...ผมเองก็ครั้งหนึ่งเคยเกิดทุกข์มากจนมืดหาทางออกไม่เจอ จนได้มีโอกาสฟังธรรมจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์จึงได้เห็นทางสว่าง พบว่าธรรมมะคือทางออกทางพ้นจากทุกข์นั้น ทุกวันนี้ผมจึงมุ่งสู่ทางธรรมเป็นสรณะครับ
รูปภาพ
Win Thanawat Chokchai Ladprao Bkk. 10230
0865776004
A/C No. BKB 1980045123 Nacanivat.
รูปประจำตัวสมาชิก
win thanawat
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 45
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ส.ค. 2014, 14:34
Tel: 0865776004
ตำแหน่ง: Chokchai4 Ladplao Bkk.

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย win thanawat »

...ผมรับราชการครับ ทุกวันนี้รอเพียงให้ลูกเรียนจบมีงานทำ เป็นหลักเป็นฐานแล้วผมคงเออลี่ออกธุดงค์จักรยานเหมือนท่านปั่นเสาะไปหาที่ทำบุญปฏิบัติธรรมบำเพ็ญภาวนา ตอนนี้แม่บ้านผมเค้าก็เข้าทางธรรมไปเรียบร้อยแล้วครับ
...แม่บ้านผมเค้าสงสัยว่า ปั่นแล้วจะเอาเวลาใหนไปศึกษาธรรม ผมเลยบอกว่าธรรมไม่ได้เป็นตำราธรรมไม่ได้เป็นหนังสือ ธรรมไม่ได้อยู่ไนตู้พระไตรปิฏก ธรรมไม่ได้อยู่ในบทสวดใด ๆสิ่งเหล่านั้นเป็นแค่ตำราให้ความรู้ให้แนวทางให้เราค้นหาธรรม ธรรมอยู่ในตัวเราตัวเราเป็นธรรม เห็นตัวเราก็เห็นธรรม พบตัวเราก็พบธรรม (จากบทเทศนาขององค์หลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง)
Win Thanawat Chokchai Ladprao Bkk. 10230
0865776004
A/C No. BKB 1980045123 Nacanivat.
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

win thanawat เขียน:...ผมรับราชการครับ ทุกวันนี้รอเพียงให้ลูกเรียนจบมีงานทำ เป็นหลักเป็นฐานแล้วผมคงเออลี่ออกธุดงค์จักรยานเหมือนท่านปั่นเสาะไปหาที่ทำบุญปฏิบัติธรรมบำเพ็ญภาวนา ตอนนี้แม่บ้านผมเค้าก็เข้าทางธรรมไปเรียบร้อยแล้วครับ
...แม่บ้านผมเค้าสงสัยว่า ปั่นแล้วจะเอาเวลาใหนไปศึกษาธรรม ผมเลยบอกว่าธรรมไม่ได้เป็นตำราธรรมไม่ได้เป็นหนังสือ ธรรมไม่ได้อยู่ไนตู้พระไตรปิฏก ธรรมไม่ได้อยู่ในบทสวดใด ๆสิ่งเหล่านั้นเป็นแค่ตำราให้ความรู้ให้แนวทางให้เราค้นหาธรรม ธรรมอยู่ในตัวเราตัวเราเป็นธรรม เห็นตัวเราก็เห็นธรรม พบตัวเราก็พบธรรม (จากบทเทศนาขององค์หลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง)
:) :D อรุณสวัสดิ์ครับ คุณ win thanawat ก่อนอื่นขออนุโมทนา สาธุกับแนวคิดของท่านครับ สา....ธุ ครับ และขอถือโอกาสนี้อ้างเอาสิ่งศักดฺิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ได้โปรดบรรดาลให้ความหวังของท่านจงประสพผลสำเร็จโดยเร็ว

อนุโมทนาบุญกับแม่บ้านของท่านด้วย มีสิ่งหนึ่งครับอยากจะเสนอแนะและขอโอกาสแนะนำไปในตัว(ผิดถูกเมตตาอภัย) แม่บ้านของท่านขณะนี้เข้าสู่กระแสธรรมไปแล้ว เป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ครอบครัวของท่านปัจจุบันผมคิดว่า ทั้งคู่มีทิฏฐิสมอกัน มีศีลเสมอกัน ถ้าเพิ่มกิจกรรมที่เสมอกัน ผมเชื่อ ๑๐๐% ว่าชีวิตคู่ของท่านเป็นชีวิตที่ Perfect มาก ๆ ครับ

ธรรมะที่ท่านบอกกล่าวให้กับแม่บ้านสุดยอดครับ และเป็นเช่นนั้นจริง ๆ แต่ก่อนแม่บ้านของผมเธอก็ไม่ได้ปั่นจักรยาน แม่บ้านของผมเธอรักสวยรักงาม สนใจแต่เรื่องความสุขความสบาย ผมพาไปปั่น(ซื้อจักรยานใหม่เอี่ยม Trex 4300) ปั่นได้แค่ ๕ โล ๑๐ โล ไม่ไหวแล้ว และเลิกปั่นไปในที่สุดเพราะกลัวแดด กลัวดำ ผมพยายามเป็นที่สุดที่จะพาเธอไปปั่นให้ได้ ใช้เวลาเป็นหลายปี บัดนี้ความสำเร็จเป็นของผม แม่บ้านผมเธอปั่นไปไหน ๆ ไปด้วยกัน (เดือนนี้ประมาณ ๘ - ๑๐ เมษายนนี้ เราก็จะปั่นไปเที่ยว คุนหมิง - ต้าลี่ - ลี่เจียง - แชงกีรา กันครับ)

แม่บ้านผมนั้นเป็นคนธรรมะมาแต่ไหนแต่ไร เธอเข้าสู่กระแสธรรมก่อนผม ผมตามหลังครับ บัดนี้ผมได้นำเสนอกิจกรรม ธุดงค์จักรยาน ผลคือคุณเธอชอบมาก ๆ เพราะได้ไปทำบุญ ทำทาน ในสถานที่ต่าง ๆ ได้ไปภาวนาตามวัดของพ่อ แม่ ครูบาอาจารย์ เราได้ทำอาหารสด ๆ ถวายพระ ถวายครูบาอาจารย์ ที่สำคัญมาก ๆ คุณเธอได้ประสพพบกับชีวิตของเหล่าสรรพสัตว์ต่าง ๆ ที่เราปั่นผ่าน(ทุกชีวิตมีแต่ความทุกข์) ทำให้คุณเธอเจริญในธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นและการภาวนาของเธอยิ่งไปได้ดีเพราะเปลี่ยนสถานที่ ธรรมะที่คุณเธอได้จากการปั่นจักรยาน การสวดมนต์และนั่งภาวนาในแต่ละที่ละแห่ง แตกต่างกันไปตามสภาวะของภูมิอากาศ(ยากจะอธิบายครับ) ในขณะเดียวกันคุณเธอได้ทำบุญที่ยิ่งใหญ่ คือ การช่วยคนที่มีทุกข์ได้คลายทุกข์ เป็นการเผยแผ่ธรรมะ "ธรรมทาน" เรียกว่าจักรยานให้สิ่งดี ๆ ทั้งตัวคุณเธอและผู้อื่นด้วย

คงจะพอเดาออกนะครับว่าผมอยากจะแนะนำอะไรให้กับท่าน ทุกสิ่งอย่างไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ถ้ามีเหตุ - ปัจจัย อันเหมาะสมย่อมเป็นไปได้เสมอ ๆ สุดท้ายกราบขอบพระคุณท่านมากครับที่ เข้ามาร่วมแจมทำให้กระทู้มีคุณค่าเพิ่มมากยิ่งขึ้น หวังใจว่าในโอกาสต่อ ๆ ไปคงได้เห็นท่านเข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน ให้ประสพการณ์กับน้อง ๆ เพื่อน ๆ ตลอดจนผู้สนใจที่เข้ามาอ่านเพื่อศึกษาเป็นแนวทางต่อไป เป็น ธรรมทาน ครับ ขอบพระคุณมากครับ :) :D


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
ตอบกลับ

กลับไปยัง “คุยนอกเรื่องใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับจักรยาน”