สำหรับเรื่องของ Cadence ก็เป็นแบบที่ผมเคยบอกไว้นั่นแหละครับ ว่ามันแกว่งและไม่นิ่ง สำหรับคนที่อยากฝึกรอบขาแบบจริงจัง รับรองว่ามีเครียดก็แล้วกัน
ใช้บันได garmin vector มาตั้งนานเพิ่งรู้ว่ามันวัดรอบขาได้ด้วย
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ใช้บันได garmin vector มาตั้งนานเพิ่งรู้ว่ามันวัดรอบขาได้ด้วย
การที่ powertap มีค่าความเร็วออกมาได้เอง ก็เพราะว่า Head Unit สามารถอ่านค่า RPM ของล้อได้ และอาศัยข้อมูลเส้นรอบวงยางที่กรอกเข้าไป ตัวHead unit จึงคำนวณความเร็วกับระยะทางออกมาให้เหมือนกับที่เราเอา speed sensor วางไว้ที่ตะเกียบโซ่ ( speed sensor ก็คือ Reed switch นั่นแหละครับ ทำงานเมื่อแม่เหล็กวิ่งผ่าน แล้วนับรอบการหมุนของล้อ ดังนั้นจึงเป็นหลักการเดียวกันกับ sensorวัดรอบการหมุนภายในดุมของPowerTap นั่นเอง )
สำหรับเรื่องของ Cadence ก็เป็นแบบที่ผมเคยบอกไว้นั่นแหละครับ ว่ามันแกว่งและไม่นิ่ง สำหรับคนที่อยากฝึกรอบขาแบบจริงจัง รับรองว่ามีเครียดก็แล้วกัน
สำหรับเรื่องของ Cadence ก็เป็นแบบที่ผมเคยบอกไว้นั่นแหละครับ ว่ามันแกว่งและไม่นิ่ง สำหรับคนที่อยากฝึกรอบขาแบบจริงจัง รับรองว่ามีเครียดก็แล้วกัน
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- ZeaBiscuit
- สมาชิก
- โพสต์: 79
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ต.ค. 2011, 12:39
- Tel: 0849110008
- Bike: Bianchi Impulso , Specialized Allez
Re: ใช้บันได garmin vector มาตั้งนานเพิ่งรู้ว่ามันวัดรอบขาได้ด้วย
สอบถามครับพี่หมอ เพราะผมหาข้อมูลเรื่อง "รอบล้อ" ไม่เจอจริงๆ
ผมลองหาเรื่อง Cadence ในตัว PT ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรมาก ในเว็บผู้ผลิตก็บอกแค่ว่า
ลองนึกภาพรถสองคัน ล้อคนละขนาด แต่ใช้แรงกดบันไดเท่ากัน(สมมุติว่า Gear inch เท่ากัน) ถ้าไม่คิดแรงต้านอากาศและ loss ตามจุดหมุนต่างๆ รถทั้งสองคันต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่ากัน แต่รอบของล้อไม่เท่ากันแน่ๆ
ถ้า PT เอารอบล้อมาคำนวน Power รถสองคันก็ต้องอ่าน Power ได้ไม่เท่ากัน แบบนั้นหรือครับ ?
ผมลองหาเรื่อง Cadence ในตัว PT ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรมาก ในเว็บผู้ผลิตก็บอกแค่ว่า
ผมยังติดใจเรื่องรอบล้ออยู่ เพราะถ้าเอารอบของล้อมาคำนวน งั้นถ้าเอา PT ไปติดกับล้อ 20" ค่า Power ที่ได้ก็ต้องเพี้ยนสิครับ เนื่องจากเส้นรอบวงล้อที่เปลี่ยนไปPowerTap cadence is accurate within 40 rpm and 130 rpm. Anything outside of this range will be recorded as a zero. Since the cadence measurement is a virtual cadence (based off of torque measurements) and not measured with an extra sensor it cannot read values outside of this range.
ลองนึกภาพรถสองคัน ล้อคนละขนาด แต่ใช้แรงกดบันไดเท่ากัน(สมมุติว่า Gear inch เท่ากัน) ถ้าไม่คิดแรงต้านอากาศและ loss ตามจุดหมุนต่างๆ รถทั้งสองคันต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่ากัน แต่รอบของล้อไม่เท่ากันแน่ๆ
ถ้า PT เอารอบล้อมาคำนวน Power รถสองคันก็ต้องอ่าน Power ได้ไม่เท่ากัน แบบนั้นหรือครับ ?
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ใช้บันได garmin vector มาตั้งนานเพิ่งรู้ว่ามันวัดรอบขาได้ด้วย
คิดอะไรมากจังZeaBiscuit เขียน:สอบถามครับพี่หมอ เพราะผมหาข้อมูลเรื่อง "รอบล้อ" ไม่เจอจริงๆ
ผมลองหาเรื่อง Cadence ในตัว PT ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรมาก ในเว็บผู้ผลิตก็บอกแค่ว่าผมยังติดใจเรื่องรอบล้ออยู่ เพราะถ้าเอารอบของล้อมาคำนวน งั้นถ้าเอา PT ไปติดกับล้อ 20" ค่า Power ที่ได้ก็ต้องเพี้ยนสิครับ เนื่องจากเส้นรอบวงล้อที่เปลี่ยนไปPowerTap cadence is accurate within 40 rpm and 130 rpm. Anything outside of this range will be recorded as a zero. Since the cadence measurement is a virtual cadence (based off of torque measurements) and not measured with an extra sensor it cannot read values outside of this range.
ลองนึกภาพรถสองคัน ล้อคนละขนาด แต่ใช้แรงกดบันไดเท่ากัน(สมมุติว่า Gear inch เท่ากัน) ถ้าไม่คิดแรงต้านอากาศและ loss ตามจุดหมุนต่างๆ รถทั้งสองคันต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่ากัน แต่รอบของล้อไม่เท่ากันแน่ๆ
ถ้า PT เอารอบล้อมาคำนวน Power รถสองคันก็ต้องอ่าน Power ได้ไม่เท่ากัน แบบนั้นหรือครับ ?
ทอร์คที่ขาจาน มีค่าเท่ากับแรงที่กดบันได x ความยาวขาจาน = แรงที่กระทำกับยอดใบจาน x รัศมีใบจาน = แรงที่กระทำกับcrank sensor x รัศมี (ระยะจาก strain gauge บนcrank sensor ไปยังจุดหมุนของกระโหลก )ใช่ป่าว เมื่อเอารอบการหมุนของขาจานไปคูณด้วยก็จะออกมาเป็นกำลัง ดังนั้น กำลังที่วัดตรงบันได กับตรงยอดใบจาน หรือ ภายในcrank sensor ก็ย่อมจะเท่ากัน ( แต่แรงที่กระทำในแต่ละจุดจะแตกต่างกัน แต่เมื่อคิดกลับมาเป็นทอร์คก็จะเท่าเดิม เพราะรัศมีมีการเปลี่ยนไป )
กำลังถูกถ่ายทอดผ่านไปตามโซ่ เกิดเป็นทอร์คบนยอดเฟืองหลัง ( อย่าลืมว่าจะต้อง ผันกลับมาเป็นรัศมีของใบเฟือง/ใบจาน ว่าทอร์คมีการชดเชยไปกี่เท่า ) แล้วคิดด้วยรอบการหมุนของล้อที่เป็นผลมาจากสัดส่วนผลหารระหว่างรัศมีของใบจาน/ใบเฟือง ก็จะได้เป็นค่ากำลังที่เท่าเดิม
เพราะนิยามเดิมคือ ทอร์ค ( แรงที่มีทิศทางตั้งฉากกับรัศมี x รัศมี ) x รอบการหมุนรอบจุดหมุน จะมีค่า เท่ากับ กำลัง
ดังนั้นถ้ากำลังไม่สูญหายไปไหน วัดตรงไหนที่เท่ากันหมด สุดอยู่ที่จะคำนวณจากอะไรเท่านั้นแหละ
จะใส่ล้อกี่นิ้ว ขาจานยาวเท่าไหร่ กำลังที่วัดได้ก็เป็นไปตามกฏฟิสิคส์เหมือนกันหมด เพราะถ้าใส่ล้อเล็กก็เบาแรง ค่ากำลังก็ลดลง จะวัดที่ค่าจานค่าที่ได้ก็ลดลง จะวัดที่บันไดค่าที่ได้ก็ลดลง จะวัดที่ดุมหลังค่าที่ได้ก็ลดลงเช่นกัน และลดลงจนทำให้ค่ากำลังที่วัดได้ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
เอาเข้าจริงๆเท่าที่ใช้มา ไม่ว่าจะเป็น PT , P2M , Power Rotor , CompuTrainer ( Lab version ) ค่าที่ได้ก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ( ผมจะเทียบค่ากับ Computrainer Lab version เพราะถือว่าอุปกรณ์ตัวนี้ถูกcalibrated อย่างดีมาจากผู้ผลิต และมันใช้ CPUของDesktop มาคำนวณทุกparameterที่ถูกส่งเข้าไป ด้วยความถี่ที่สูงกว่า Head Unit ของ cyclocomputer ทุกๆยี่ห้อ มันจึงเก่งมากพอที่จะเอาค่าที่ได้มาคำนวณเป็น Spin scan , power Lt:Rt ratio ได้อย่างแม่นยำกว่าการวัดจาก power meter ทุกๆยี่ห้อ จะมีก็แต่ Power Rotor เท่านั้นที่พอจะคำนวณค่าดังกล่าวได้แม่นยำเทียบเคียงได้ เพราะมันวัดแยกขา และตัวpower meterเองก็มี refresh rate ที่สูงกว่าทุกๆยี่ห้อ ซึ่งอาจจะเป็นเหตุให้มันเปลืองถ่านมากกว่ายี่ห้ออื่นๆด้วยเช่นกัน )
ตามทฤษฎีแล้ว PTควรจะมีการแกว่งของค่าpowerที่คำนวณได้น้อยกว่าชาวบ้านด้วยซ้ำ เพราะรอบการหมุนของดุมหลังสูงกว่าขาจาน ก็น่าจะเกลี่ยทอร์คให้กลมกลืนกันมากกว่าที่ขาจาน แต่เอาเข้าจริงๆกลับกลายเป็นว่า PTมีความกระเพื่อมของค่าวัตต์สูงกว่า ทั้งนี้ก็เพราะเอาเข้าจริงๆแล้ว Head unit มันมีการ refresh ทุกๆ 1 วินาทีเท่ากันหมด ทอร์คที่ส่งออกมาจะถูกrefreshทุกๆวินาที แล้วคูณด้วยรอบล้อที่ส่งข้อมูลไปให้head unit ทำการคำนวณ โดยหลักการจึงไม่ได้แตกต่างจากวัดที่อื่น แต่เพราะแรงดึงโซ่นั้นไม่ได้คงที่ตลอดเวลา การกระเพื่อมของแรงดึงโซ่ที่กระทำกับเฟืองหลังจึงมีการแกว่งค่าที่มากขึ้นเป็นธรรมดา
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- ZeaBiscuit
- สมาชิก
- โพสต์: 79
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ต.ค. 2011, 12:39
- Tel: 0849110008
- Bike: Bianchi Impulso , Specialized Allez
Re: ใช้บันได garmin vector มาตั้งนานเพิ่งรู้ว่ามันวัดรอบขาได้ด้วย
อ่า ... เข้าใจละครับพี่หมอ ผมไปค้นตั้งนาน ได้มาแต่เรื่องอื่นแทนซะงั้น
ถามต่อครับ แล้ว PT มันไปรู้รัศมีใบจานเราได้ยังไงครับพี่ หรือต้องตั้งใน Firmware ของมัน
ถามต่อครับ แล้ว PT มันไปรู้รัศมีใบจานเราได้ยังไงครับพี่ หรือต้องตั้งใน Firmware ของมัน
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ใช้บันได garmin vector มาตั้งนานเพิ่งรู้ว่ามันวัดรอบขาได้ด้วย
มันไม่ต้องรู้ครับ เพราะมันไม่ได้วัดทอร์คที่ขอบของเฟืองหลัง หรือ ใบจาน แต่มันวัดทอร์คที่ตัว torque tube ซึ่งอยู่ในดุมเอง มันรู้ค่าระยะห่างระหว่าง strain guageในตัวของมันกับจุดหมุนของดุมล้ออยู่แล้ว ผิดกับกรณีของ Garmin vector มันวัดได้แค่แรงที่กระทำกับแกนบันได แต่มันไม่รู้ความยาวของขาจาน เราจึงต้องป้อนความยาวขาจานเข้าไป มันถึงจะคำนวณทอร์คได้ZeaBiscuit เขียน:อ่า ... เข้าใจละครับพี่หมอ ผมไปค้นตั้งนาน ได้มาแต่เรื่องอื่นแทนซะงั้น![]()
ถามต่อครับ แล้ว PT มันไปรู้รัศมีใบจานเราได้ยังไงครับพี่ หรือต้องตั้งใน Firmware ของมัน
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- punya467
- ขาประจำ
- โพสต์: 2200
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2012, 14:55
- team: Rayong road bike, On/Off cycling
- Bike: NICH LTD
Re: ใช้บันได garmin vector มาตั้งนานเพิ่งรู้ว่ามันวัดรอบขาได้ด้วย
จากประสบการณ์นะครับ รอบขาของดุม powertap ผมรู้สึกว่ามันไม่แม่นใน 2 กรณี คือ
1. ปั่นรอบสูงๆ ผมลองปั่นรอบสัก 150-160 รอบ ปรากฏว่าดุมไม่สามารถอ่านได้เท่ากับที่วัดรอบขาของ garmin ครับ
2. Single leg บางทีก็ได้มั่ง บางทีก็อ่านได้แค่ครึ่งเดียว
1. ปั่นรอบสูงๆ ผมลองปั่นรอบสัก 150-160 รอบ ปรากฏว่าดุมไม่สามารถอ่านได้เท่ากับที่วัดรอบขาของ garmin ครับ
2. Single leg บางทีก็ได้มั่ง บางทีก็อ่านได้แค่ครึ่งเดียว
ลูกเผลอแล้วเจอกัน
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: ใช้บันได garmin vector มาตั้งนานเพิ่งรู้ว่ามันวัดรอบขาได้ด้วย
แน่นอนครับ เพราะpunya467 เขียน:จากประสบการณ์นะครับ รอบขาของดุม powertap ผมรู้สึกว่ามันไม่แม่นใน 2 กรณี คือ
1. ปั่นรอบสูงๆ ผมลองปั่นรอบสัก 150-160 รอบ ปรากฏว่าดุมไม่สามารถอ่านได้เท่ากับที่วัดรอบขาของ garmin ครับ
2. Single leg บางทีก็ได้มั่ง บางทีก็อ่านได้แค่ครึ่งเดียว
1. มันเกินรอบสูงสุดที่มันจะแยกแยะ peak torque ได้ครับ
ส่วนข้อ 2 ขึ้นกับว่า แรงถีบ และแรงดึง มันชัดเจนแค่ไหน ถ้ามันชัดเจนทั้งคู่ มันก็จะอ่านได้ แต่ถ้าไม่ชัดเจนคือมีแต่แรงถึบ แต่แรงดึงกลมกลืน ก็จะอ่านได้ครึ่งเดียว ( เพราะ criteria ของมันคือ ใน 1 รอบ จะต้องได้ peak torque 2 ครั้ง )
แถมให้ครับ
3. ถ้าปั่นได้เนียนๆนะครับ ค่าcedence จะโคตรแกว่งเลยครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- mamtum
- ขาประจำ
- โพสต์: 855
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ธ.ค. 2010, 10:07
- team: โป๊งเป๊งไบค์
- ตำแหน่ง: ลำนารายณ์(ลพบุรี)
Re: ใช้บันได garmin vector มาตั้งนานเพิ่งรู้ว่ามันวัดรอบขาได้ด้วย
ผมใช้วัดรอบขา ของเฟรมเลยไม่ได้ทดสอบ แบบพี่ๆที่เจอ เดี๋ยวจะลองทดสอบบ้างครับ