เมื่อคืนได้เพื่อนร่วมห้องอีกสามคนขึ้นที่เมือง Omsk น่าจะเป็นเมืองใหญ่เหมือนกันเพราะมีผู้โดยสารขึ้น-ลงกันเยอะ แค่เดาเอาเพราะถึงตอนประมาณเที่ยงคืนแล้วเห็นแต่แสงไฟ จากนั้นก็หลับต่อจนถึงเช้า


เที่ยวนี้รถไฟเข้าสถานี Yekaterinburg ก่อนเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ระหว่างทางที่ปั่นจากสถานีรถไฟไปโฮสเต็ลก็ผ่าน Church on the Blood ที่สร้างขึ้นบนตำแหน่งบ้านที่กักขังและสังหารพระเจ้าซาร์นิโคลาสและพระราชวงศ์


(ที่เห็นสีขาวบนกระเป๋าจักรยานคือแผนที่ครับ พกอย่างนี้สะดวกดี)
โบสถ์นี้สร้างขึ้นเพื่อยกย่องนักบุญทั้งหมดในดินแดนรัสเซีย เป็นโบสถ์รัสเซียนออร์ธอด็อกซ์ สร้างบนจุดที่บ้าน Ipatiev ที่พระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ ๒ และพระราชวงศ์พร้อมทั้งข้าราชบริพารได้ถูกกักขัง และสังหารโดยเหล่ากบฏบอลเชวิค ในยุคสงครามกลางเมืองของรัสเซีย และโบสถ์นี้ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์นักบุญราชวงศ์โรมานอฟ คือชาวรัสเซียยกย่องราชวงศ์โรมานอฟทุกพระองค์เป็นนักบุญ
โฮสเต็ลจะอยู่ไกลจากสถานีรถไฟหน่อยแต่ก็หาไม่ยาก ระยะทางไม่เกิน ๓ ก.ม. ชื่อ Indie Hostel Belinskogo Street 85, 620026 Ekaterinburg จัดการอาบน้ำชำระคราบสกปรกจากการเดินทาง เก็บของแล้วก็ออกไปเดินชมเมือง
สภาพโฮสเต็ล
ห้องนอน

ห้องสังสรรค์

ห้องครัว/รับประทานอาหาร

โบสถ์นี้อยู่ใกล้โฮสเต็ล ไม่รู้ชื่อ ไม่มีข้อมูลถ่ายมาเพราะชอบรูปทรงเท่านั้นเองครับ

ภายในเรียบง่าย

Yekaterinburg (Екатеринбург)เป็นเมืองใหญ่อันดับสี่ของรัสเซียรองจากโนโวสิบริส์ก เป็นเมืองหลวงของของรัฐอูราล เมืองนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์รัสเซียที่เกี่ยวกับราชวงศ์โรมานอฟ และเป็นบ้านเกิดของประธานาธิบดี โบริส เยลซิลด้วย(เป็นตำบลเล็กๆ ในเยคาเธอรีนเบิร์ก) ผู้สร้างบ้านแปงเมืองเยคาเธอรีนเบิร๋ก คือ Vasily Tatishchev และ Georg Wilhelm de Gennin ในปี ๑๗๒๓ (พ.ศ.๒๒๖๖) และตั้งชื่อตามพระนามของพระมเหสีของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช Catherine I (Yekaterina)
อนุสาวรีย์ Vasily Tatishchev และ Georg Wilhelm de Gennin

จากนั้นก็เดินชมเมือง ตั้งใจว่าจะไปถนนคนเดิน Vainera walking street แต่มาเจอ Saint Trinity Cathedral ก่อน

Saint Trinity Cathedral ถือเป็นโบสถ์ประจำเมืองเยคาเธอรีนเบิร์กก่อสร้างเมื่อปี ๑๘๑๔ ในปี ๑๙๓๐ โบสถ์ได้ถูกปิดลงหอระฆังและโดมได้ถูกทำลาย และได้กลายเป็นสโมสรคนทำงาน โรงภาพยนต์ โรงงานทอผ้า เป็นเวลาหลายสิบปี และได้กลับมาเป็นโบสถ์ในนิกายออร์ธอด็อกซ์อีกครั้งในปี ๑๙๙๕ นี่เอง และมีพิธ๊เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อ วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๐๐๐ จขกท. ไม่ได้เข้าไปชมภายในเนื่องจากประตูปิดและไม่เห็นมีผู้ดูแล
สภาพถนนในเยคาเธอรีนเบิร์ก

Vainera walking street หรือ Uralski Arbat



รูปปั้น Artamonov ที่ Vainera walking street

Artamonov เป็นคนสร้างจักรยานเป็นคนแรกของเยคาเธอรีนเบิร์ก มีเรื่องเล่าว่า Artamonov สร้างจักรยานเหล็กขึ้นมาและปั่นไปเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อชมพิธีขึ้นครองราชของพระเจ้าซาร์แล้วปั่นกลับ
จะเห็นว่าเด็กๆ ชื่นชอบ Artamonov มาก

Picture credit: http://miliking-meanderings.com/2013/07 ... terinburg/
จากถนนคนเดินก็มาโผล่ที่ Yekaterinburg City Hall

แล้วก็เดินไปแบบไม่มีจุดหมายจนมาถึง The Bolshoi Zlatoust Church

The Bolshoi Zlatoust (Большой Златоуст) หมายถึงหอระฆังที่สูง ๗๗ เมตรที่ก่อนยุดปฏิวัติรัสเซียเคยเป็นจุดเด่นในเยคาเธอรีนเบิร์ก เป็นอาคารที่สูงที่สุดในภูมิภาคอูลาลในยุคนั้น และถูกทำลายลงในปี ๑๙๓๐ แต่ได้ถูกสรัางขึ้นมาใหม่ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๒๑ นี้เอง

แล้วก็เดินต่อไปยัง Historical Public Garden เดินให้ขาลากกันไปข้าง ฮ่า ฮ่า แล้วพรุ่งนี้จะปั่นไปรอยต่อระหว่างเอเชีย-ยุโรปไหวหรือเปล่า รูปนี้เป็นสะพานที่อยู่ในสวนมีการคล้องกุญแจไม่ต่างจากเกาหลี ไม่รู้ใครเลียนแบบใคร เพราะทุกเมืองในรัสเซียที่ไปเที่ยวก็เจอมาหมด แถมในมอสโคว์ทำเป็นต้นไม้ให้คล้องกุญแจเรียงรายยาวตามแนวถนนที่เลียบริมแม่น้ำ Moskva เลยทีเดียว

Historical Public Garden

จบการเที่ยวชมเยคาเธอรีนเบิร์กวันนี้ด้วย St.Catherine Chapel ที่อยู่ใกล้ Truda Sq. ใกล้กับอนุสาวรีย์ของ Vasily Tatishchev & Georg Wilhelm de Gennin และสุดท้ายจริงๆ Sevastryanov's Mansion

Sevastyanov's Mansion

ชาวเยคาเธอรีนเบิร์กยืนยันว่าอาคารนี้เป็นอาคารที่สวยที่สุดในเยคาเธอรีนเบิร์ก (เจ้าของโฮสเต็ล และพนักงาน ฮ่า ฮ่า) เจ้าของ น่าจะเป็นอดีตเจ้าของคือ Nikolay Sevastyanov เป็นนักธุระกิจที่ร่ำรวยจากยุคตื่นทองของเยคาเธอรีนเบิร์ก ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๑๘ ตำนานเล่าว่า Sevastyanov ไม่เคยเข้าอยู่อาศัยในบ้าน(???) หลังนี้เลย แต่ปล่อยให้คนมีเงินเช่าและตัวเองไปอาศัยอยู่ในบ้านไม้ด้านหลังอาคารนี้ ประธานาธิบดี Medvedev ก็ได้พำนักที่นี่จนกระทั่งปี ๒๐๑๐






















































