ระดับความหนักที่ร่างกายจะใช้พลังงานหลักจากไขมันนั้น จะเป็นความหนักที่เบามาก อยู่ที่ Zone 1 หรือ ต้นๆ Zone 2 ซึ่งถ้าเพิ่มความหนักขึ้นมา สัดส่วนการใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตก็จะเพิ่มเป็นเงาตามตัว ยิ่งระเบิดพลัง ก็จะปิดโหมดการใช้ไขมันทันที
นั่นแปลว่า เมื่อปั่นเบาๆ ก็ใช้พลังงานน้อย พลังงานน้อยก็แปลว่ามีไขมันไม่กี่กรัมที่ถูกเผาผลาญเป็นพลัง นั่นก็คือ ต้องใช้เวลามากมายในการที่จะเอาไขมันทั้งหมดที่เป้นส่วนเกินออกมาใช้ และคุณจะต้องปั่นอย่างน้อย 20นาทีไปแล้ว ร่างกายจึงจะเพิ่มสัดส่วนของการใช้ไขมันให้เป็นพลังงาน และการใช้พลังงานจากไขมันจะมีสัดส่วนสูงที่สุดก็ต่อเมื่อผ่านไปแล้ว 40 นาที ปั่นเบา ปั่นนาน ปั่นไกล เสียน้ำมาก กินน้ำน้อย น้ำหนักตัวที่หายไปส่วนใหญ่มาจากการเสียน้ำ คนทั่วไปอาจจะหลงดีใจว่าปั่นเสร็จน้ำหนักลง
จริงอยู่ จะใช้พลังงานจากอะไรก็ช่าง สุดท้ายร่างกายจะจัดสมดุลย์ใหม่ แต่การออกกำลังในระดับที่หนัก ร่างกายจะเลือกเอาคาร์โบไฮเดรตมาใช้ ถ้าเราปั่นแล้วเข้าโหมดจำศีลไม่กินอะไรเลย แบบนั้นก็คงจะได้ผลเช่นกัน แต่ไม่มีใครทำได้ เพราะสุดท้ายก็ต้องกินข้าว เพื่อเอาคาร์โบไฮเดรตไปสร้างเป็นกลูโคส แล้วเก็บเป็นไกลโคเจนคืนกล้ามเนื้อ
อยากคุมน้ำหนัก ต้องเข้าใจหลักของ ดุลพลังงานหรือ Energy expenditure กันเสียก่อน
กินให้น้อยกว่าที่ใช้เมื่อไหร่ เมื่อนั้นร่างกายจะค่อยๆเอาพลังงานส่วนเกินมาใช้ชดเชยไปเรื่อยๆ
ไม่มีชนิดของการออกกำลังกายที่ดีที่สุด มีแต่วิธีการออกกำลังกายที่ดีที่สุดเท่านั้น ซึ่งนั่นก็ คือ
การผสมผสานกันระหว่าง เวทเทรนนิ่ง หรือ Resistant exercise กับ Aerobic หรือ CardioExercise เท่านั้นแหละครับ
ขอโทษที ยาวเกิน 7 บรรทัดแล้ว