หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์ โดย lucifer »

ทำไมถึงบอกว่าการปั่นจักรยานเพื่อลดน้ำหนักเป็นเรื่องเสียเวลา และอาจจะสูญเปล่าสำหรับบางคน

ระดับความหนักที่ร่างกายจะใช้พลังงานหลักจากไขมันนั้น จะเป็นความหนักที่เบามาก อยู่ที่ Zone 1 หรือ ต้นๆ Zone 2 ซึ่งถ้าเพิ่มความหนักขึ้นมา สัดส่วนการใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตก็จะเพิ่มเป็นเงาตามตัว ยิ่งระเบิดพลัง ก็จะปิดโหมดการใช้ไขมันทันที

นั่นแปลว่า เมื่อปั่นเบาๆ ก็ใช้พลังงานน้อย พลังงานน้อยก็แปลว่ามีไขมันไม่กี่กรัมที่ถูกเผาผลาญเป็นพลัง นั่นก็คือ ต้องใช้เวลามากมายในการที่จะเอาไขมันทั้งหมดที่เป้นส่วนเกินออกมาใช้ และคุณจะต้องปั่นอย่างน้อย 20นาทีไปแล้ว ร่างกายจึงจะเพิ่มสัดส่วนของการใช้ไขมันให้เป็นพลังงาน และการใช้พลังงานจากไขมันจะมีสัดส่วนสูงที่สุดก็ต่อเมื่อผ่านไปแล้ว 40 นาที ปั่นเบา ปั่นนาน ปั่นไกล เสียน้ำมาก กินน้ำน้อย น้ำหนักตัวที่หายไปส่วนใหญ่มาจากการเสียน้ำ คนทั่วไปอาจจะหลงดีใจว่าปั่นเสร็จน้ำหนักลง :mrgreen:

จริงอยู่ จะใช้พลังงานจากอะไรก็ช่าง สุดท้ายร่างกายจะจัดสมดุลย์ใหม่ แต่การออกกำลังในระดับที่หนัก ร่างกายจะเลือกเอาคาร์โบไฮเดรตมาใช้ ถ้าเราปั่นแล้วเข้าโหมดจำศีลไม่กินอะไรเลย แบบนั้นก็คงจะได้ผลเช่นกัน แต่ไม่มีใครทำได้ เพราะสุดท้ายก็ต้องกินข้าว เพื่อเอาคาร์โบไฮเดรตไปสร้างเป็นกลูโคส แล้วเก็บเป็นไกลโคเจนคืนกล้ามเนื้อ


อยากคุมน้ำหนัก ต้องเข้าใจหลักของ ดุลพลังงานหรือ Energy expenditure กันเสียก่อน
กินให้น้อยกว่าที่ใช้เมื่อไหร่ เมื่อนั้นร่างกายจะค่อยๆเอาพลังงานส่วนเกินมาใช้ชดเชยไปเรื่อยๆ

ไม่มีชนิดของการออกกำลังกายที่ดีที่สุด มีแต่วิธีการออกกำลังกายที่ดีที่สุดเท่านั้น ซึ่งนั่นก็ คือ
การผสมผสานกันระหว่าง เวทเทรนนิ่ง หรือ Resistant exercise กับ Aerobic หรือ CardioExercise เท่านั้นแหละครับ

ขอโทษที ยาวเกิน 7 บรรทัดแล้ว :lol:
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
pomroland
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2742
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2013, 00:19
Bike: Specialized

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์ โดย pomroland »

giro เขียน:เฟรมไม่เป็นไรหรอก ล้อส่วนมากก็ไม่เป็นไรครับ
ขอแนะนำอย่างแรกคือ "เซ็ทรถให้ดี" ปรับระยะให้เหมาะกับร่างกายนะครับ
แล้วขี่ซะให้สนุก ซักพักก็น้ำหนักลง ร่างกายค่อยๆปรับสภาพได้ ค่อยๆปรับรถไปด้วยเรื่อยๆครับ
อย่าท้อ อย่าหาข้อแม้ อย่ากลัว

ข้ามช็อต ถ้าอยากอัพรถ ผมแนะนำให้เลือกหาเบาะที่รองรับกับก้นได้ดีครับ
ใครบอกว่ารถเซ็ทไม่สวยทนไปก่อนครับ ขี่ให้ได้อย่างที่ตั้งใจ ให้ผอมลงเดี๋ยวได้เองครับ ท่าขี่ก็อย่าเพิ่งซิ่งมากๆครับ สิ่งสำคัญมันคือ

การออกกำลังกายที่ราบเรียบและสม่ำเสมอนานพอที่ร่างกายจะใช้ระบบการเผาผลาญพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจักรยานทำได้เหมาะสมมากๆครับ มีกีฬาไม่กี่ชนิดที่ออกแรงได้คงที่ยาวๆ 1-2 ชม. โดยไม่มีแรงกระแทกมาที่ตัวเราครับ ให้ว่ายน้ 2 ชม. มีตายคาสระ วิ่งนี่ไม่ต้องคิดครับ บอล แบด พวกนี้ออกแรงไม่ได้คงที่ครับ
ไม่ต้องขี่เร็วด้วยครับขอให้ทนได้นาน นานพอที่จะดึงพลังงานจากไขมันออกมาได้เรื่อยๆ เริ่มต้นวันละ 45 นาที วันเว้นวัน เบาๆ
จากนั้นวันเว้นวัน 1 ชั่วโมงครึ่ง
และเพิ่ม เสาร์ หรืออาทิตย์ 2 ชม.
ควบคุมอาหารให้ดี กินให้ฉลาด
รับรอง 4 เดือน ผมว่าหายไปเกิน 25 กก. แบบไม่โยโย่
Like + 1
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์ โดย giro »

วิธีผมทำได้เฉพาะคนบ้าครับหมอลูฯ คือบ้าพอจะเอาจักรยานไปขี่โซน 1 ถึง 2 ต้นๆ ซอยยิกไปได้ 4 ชม. สัปดาห์ละ 2-3 วัน
แล้วคุมอาหารและพลังงานที่กินให้น้อยกว่าที่ใช้
ผมเอาไว้ลดไขมันเวลาห่างการปั่นไปนานๆ และถือโอกาส base ไปด้วยเล
ผมค่อนข้างโบราณ เชื่อว่าการ base training มันมีประโยชน์ แม้ว่าจะสามารถเพิ่มความฟิตได้ด้วยการซ้อมสั้นๆ และได้ผลคล้ายๆกัน
แต่ผมว่า ถ้า base ได้ ย่อมดีกว่าแน่

8 สัปดาห์ หายไป 10% ของน้ำหนักตัว แถมไชมันยุบไปซะเพียบเลยนะครับ :mrgreen:
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์ โดย lucifer »

คือ จริงๆแล้วเนี่ย ถ้าเข้าใจเรื่อง Energy expenditure ทำยังไงก็ได้ครับ :mrgreen: ใช้มาก เติมน้อย เดี๋ยวร่างกายปรับสมดุลเอง แต่ระบบมันไม่สมบูรณ์ เพราะมันคือการอดอาหารหรือ starvation รบกวนสมดุลต่างๆในร่างกายมากเกินไป
การกินอย่างฉลาด ลดอาหารพลังงานสูงแต่ใช้ได้ช้าเช่นไขมันลง เพิ่มการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญมากขึ้น
เน้นการออกกำลังกายที่ใช้ไขมันเป็นพลังงานตั้งต้น ในขณะเดียวกันก็ต้องมีการออกกำลังกายที่ใช้น้ำตาลเป็นพลังงานบ้างเพื่อพลังของกล้ามเนื้อ
และบางครั้งก็ต้องโจนขึ้นไปเล่นโซน4บ้างเพื่อให้หัวใจพัฒนาขึ้น

แต่แน่นอนครับ คนที่ต้องการเรียนลัด ใช้เวลาน้อย ก็ต้อง เวทเทรนนิ่งเท่านั้น ผมเคยใช้เวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ในการลดเปอร์เซนต์ไขมันลงไปอย่างรวดเร็ว นน.อาจจะไม่เปลี่ยนนักเพราะกล้ามเนื้อมันถูกสร้างขึ้นมา

( มีบางคนบอกว่า ไขมันไม่มีทางเปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อได้ เพราะโครงสร้างไม่เหมือนกัน ถ้าเทียบกัน ณ ขณะนั้นก็คงใช่ แต่ถ้ามองอะไรที่เป็นอนัตตาแล้วก็จะยอมรับว่าใช่ เพราะร่างกายเอาคาร์บอนอะตอมของไขมันมาใช้เป็นคาร์บอนอะตอมของโปรตีนได้ ทุกสรรพสิ่งล้วนไม่มีเจ้าของ สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันใช้ได้หมด )

Base training คือหัวใจของทุกๆอย่างอยู่แล้ว

ถ้าไม่สร้างฐาน ก็ต่อยอดได้ไม่สูง
พอยอดสูงถึงจุดหนึ่งก็ต้องกลับมาเสริมฐาน

มันอยู่ที่สัณฐานของปิระมิดพลังงานของแต่ละคนด้วยครับ บางคนสูงแต่ฐานแคบ บางคนเตี้ยแต่ฐานกว้าง บางคนก็ไปด้วยกัน แต่จะเป็นทรงใดนั้นก็ต้องสร้างฐานกันทั้งสิ้น บางครั้งสร้างฐานไปแล้ว ฐานก็ไม่ไปซะที ก็ต้องมาสร้างยอดสลับกันไป ต่อยอดไปแล้ว ก็ต้องกลับมาเสริมฐานใหม่ โดยเฉพาะพวกที่ไล่ FTP ขึ้นไปแล้วเริ่มตัน ก็ต้องกลับไปขยายฐานใหม่อีกเพื่อรับกับการต่อยอดในอนาคตเช่นกันครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
khunpepe
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 117
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ธ.ค. 2014, 12:39
Bike: BMC TMR01, Cervelo R3,

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์ โดย khunpepe »

คำตอบของพี่หมอลูทำให้ผมกระจ่างเลยครับ
ผมปั่นจักรยานมา 9 เดือน น้ำหนักตอนเริ่มก็ประมาณ 120
ปั่นอาทิตย์ละ สามถึงสี่วัน แต่ละครั้งก็ 40 กม เริ่มแรก ปั่นได้ ห้ากิโลก็จะแย่แล้วครับ
หลังจากนั้นก็เพิ่มระยะทางขึ้นเรื่อยๆ จนตอนหลังเริ่มออกทริปยาวๆ 70-100 กมได้
หายใจดีขึ้น อยู่บนอานได้นานขึ้น 30 กมถึงจอดพักทีนึง ปั่นความเร็วได้มากขึ้น
เริ่มดูดเพื่อนได้ ที่ความเร็ว 34-35 ได้ไกลสี่ห้ากิโล
แต่น้ำหนักไม่ลดนะครับ ตอนนี้ความเร็วเฉลี่ย ประมาณ 25-26 ผมปั่นอยู่ที่กระบี่ ส่วนใหญ่เป็นทางเรียบสลับเนิน
ก็ยังสงสัยว่าทำไมปั่นหนักแต่น้ำหนักไม่ยอมลด อ่านคอมเม้นท์ของพี่หมอลูแล้วกระจ่างเลยครับ
ต่อไปจะลองเพิ่มการยกเวทดูบ้างครับ
น้ำหนักปัจจุบัน 116-118 ครับ ปั่นจักรยานมา 4,100 กม แล้วครับ
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: หนัก 138 กก frame คาร์บอน รับไหว ไหมครับ

โพสต์ โดย giro »

วัตต์กับฮาร์ทเรทครับ :mrgreen:
ผมว่าทั้งสองตัวหลักๆมันก็คือการใช้เครื่องมือมาสร้าง protocal ในการแบ่งโซนการทำงานของร่างกาย ซึ่งสอดคล้องกับระบบการใช้พลังงานของงร่างกายด้วย ตัวหนึ่งเป็น action อีกตัวเป็น re-action
ช่วงนี้ไม่ได้ออกไปซัดยาวๆเบาๆสบายๆเลย อัดแต่พวกเพิ่มสมรรถนะในเวลาน้อยๆ FTP เพิ่ม แต่รู้สึกความพลุ้ยมาเยือนนิดๆ :lol:

ช่วง 2-3 ปีหลังๆ ผมเจอสำนักและบทความเกี่ยวกับการปั่นให้แรงขึ้น เพิ่ม FTP มากขึ้นโดยที่ไม่อาศัย base และยืนยันว่ามันทำให้ endurance มากขึ้นได้ด้วยเพราะขยาย zone 1,2 ขึ้นมาก ... ส่วนตัวผมว่าอย่างไรซะ base ก็สำคัญ ผมสงสัยมากว่าพวกสูตรแบบนั้น ปั่นวันละ 60-90 นาที ถ้าวันดีคืนดีไปเจอ 120 กม. มันจะเป็นอย่างไร??
แต่เนื่องจากใจเอนไปทาง base ผมจึงไม่กล้าลองกับร่างกายตัวเองครับ
ส่วนตัวเชื่อว่าเหมาะกับพวกฝรั่งเล่น crierium เป็นหลัก ไม่ก็พวก TT ระยะไม่ไกลมากซัดกัน 15-20 นาทีรู้ผล

ซึ่งสิ่งที่ได้จาก base เบ๊า เบา ในระยะแรกก็คือการลากเอาไขมันไปใช้นั่นล่ะครับ เพียงแต่ส่วนตัวผมไม่ต้องการลดนไขมันครับ ผมต้องการ"ลดน้ำหนัก" เพื่อทำวัตต์ต่อน้ำหนักให้ได้ เพราะเวลาไม่ได้ขี่นานๆ ไขมันมันมาจากไหนหนอ เต็มไปหมด กางเกงงี้คับเลย

แต่ผมก็มานึกออกจากการนั่งทบทวนว่า แต่ละคนมีศักยภาพในการเผาผลาญพลังงานไม่เหมือนกัน บางครั้งการที่คนที่ขี่จักรยานมานานๆ แม้จะหยุดไป แต่เมื่อกลับมาขี่ใหม่ ผมว่าสามารถเผาผลาญพลังงานได้"สะใจ"กว่า ผมไม่ได้ประเมินจาก cal บนไมล์ที่มันก็แค่กะมา แต่เทียบจากส่วนตัวผมและเพื่อนๆน้องๆที่หันมาปั่นกันเป็นมือใหม่ ที่ก็มาเริ่มใหม่ไล่ๆกัน แต่ทำไมร่างกายผมมันไปได้เร็วกว่า และเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนกว่า

อีกอย่างเวลาชวนคนมาปั่น 4 ชม. กัน มีแต่คนส่ายหัว :lol:
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”