ก่อนหน้านี้ ผมกับภรรยาปั่นจักรยานกันมานานพอสมควรแล้ว เราใช้ชีวิตการท่องเที่ยวในประเทศไทยกันเสียมาก เดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ (Honda Phantom) และการเดินทางด้วยจักรยาน ก็เป็นสิ่งที่เราอยากทำ และในที่สุด เราก็เริ่มจนได้ครับ
12 ม.ค. 58 คือวันที่ผมซื้อรถทัวร์ริ่งแท้ ๆ เป็นของตัวเองครั้งแรก พอซื้อปุ๊บ การเดินทางก็เริ่มต้นขึ้นทันทีในสัปดาห์นั้นเลย
วันแรกที่ออกรถเลย วันจันทร์ครับ

ในช่วงแรกเริ่มนี้ ผมจะใช้ Araya Federal ภรรยาผมจะใช้เสือหมอบ Trek Lexa ปั่นไปด้วยกัน เราเริ่มฝึกทัวร์ริ่งแบบง่าย ๆ ด้วยการวางแผนที่จะไปค้างคืนบ้านเพื่อนหรือญาติ ที่จังหวัดติด ๆ กันก่อน ทริปแรกสุด เราเลือกที่จะปั่นจากสิงห์บุรีไป ชัยนาท เนื่องจากที่ชัยนาท ภรรยาผมเคยสอนหนังสืออยู่ที่นี่ 4 ปี มีเพื่อนอยู่เยอะให้เราอาศัยได้
ระยะทางจาก อ.พรหมบุรี ไป อ.เมือง ชัยนาทนั้น ระยะทางราว ๆ 70 กม. เราออกเดินทางกันใน 09.00 น. วันเสาร์ ปั่นเส้นทางขึ้นเหนือ ข้อดีของถนนแถวนี้คือไหล่ทางกว้างมาก บางแห่งกว้างเกือบสองเมตร มีนักปั่นจักรยานมากมายปั่นที่นี่ เราโบกมือให้กันไปมาอยู่เรื่อย ๆ
18 กม. แรก หลังจากออกจากบ้านมา แวะเติมพลังที่ปั๊ม ปตท.สิงห์บุรี

ความเร็วเดินทางที่ผมใช้กันคือ ประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผมปั่นด้วยความเร็วประมาณนี้ ในบางช่วงความเร็วขึ้นไปถึง 27 กม.ต่อชั่วโมง และก็ป้วนเปี้ยนอยู่แถว 20-22-25 ปั่น ๆ จอด ๆ

เราปั่นจากพรหมบุรี ผ่านตัวเมืองสิงห์บุรี แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เส้นสิงห์บุรี – ชัยนาท ถนนเส้นนี้ เป็นเส้นที่ผ่านตัวอำเภออินทร์บุรี แต่ถนนสายนี้ รถน้อย ไหล่ทางกว้าง และมีนักปั่นจักรยานปั่นร่วมทางเราเรื่อย ๆ ที่สำคัญ ไหล่ทางกว้างจริง ๆ

ตอนจอดพักครั้งที่สอง ที่ปั้ม ปตท. อินทร์บุรี เราเจอเพื่อนชาวต่างชาติ เป็นนักทัวร์ริ่งด้วยกัน ได้ทักทายคุยกัน แลกเปลี่ยนอีเมล์กัน ได้ใจความว่า ปั่นกันมาสองคนจากสิงคโปร์ จะไปเชียงใหม่ ออกลาว และลงกัมพูชา เป้าหมายในวันนี้ของเขาคือเขาจะไปอุทัยธานี น่ารักทั้งคู่เลยครับ รถของเขาทั้งคู่ยี่ห้อ Soma ผมไม่ได้ถ่ายรถเขามา กลัวเสียมารยาท ได้แต่ถ่ายรูปเขาทั้งสองคน


เมื่อล่ำลากันแล้ว เราออกเดินทางกันต่อไป เหลือระยะทางอีกประมาณ 40 กว่ากิโลเมตร เราแวะทานข้าวเที่ยงกันที่ร้านริมทาง และออกปั่นต่อไปจนถึงบ้านเพื่อนที่เราจะไปพักคืนนี้ ถึงที่พักในเวลา 13.30 น. ปั่นมา 4 ชั่วโมงครึ่งกับระยะทาง 70 กม. หวานเย็นจริง ๆ
ถึงชัยนาทแล้วววววว

ถึงที่พักแล้ววันนี้

หลังจากทักทายเจ้าของบ้านแล้ว นั่งพักพอหายเหนื่อย ผมก็โหลดสัมภาระลง เหลือรถเปล่า เราปั่นไปเที่ยววัดธรรมามูล และวัดปากคลองมะขามเฒ่า (วัดหลวงปู่ศุกร์) ภรรยาผมเป็นคนชอบสะสมพระเครื่อง (ต่างกับผม ที่ผมไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย) ระยะทางจากบ้านไปถึงวัดคือ 15 กม. ไปกลับ รวมเป็น 30 กม. สรุปคือ วันนี้ปั่นไป 100 กม. พอดี ๆ
เมื่อจะไปวัดธรรมามูล ก็ต้องเจอเนินเขาลูกนี้ก่อน

มีเกียร์อยู่เท่าไหร่ เจ๊ใส่จนครบหมด ถึงยอดเนินแล้ว ทีนี้ก็ไหลลงสบาย ๆ ทางตรงเนินนี้ไม่ถึง 2 กม.

หลวงพ่อครับ ลูกศรัทธาและอยากมากราบหลวงพ่อนะครับ แต่ทางขึ้นวิหารหลวงพ่อ ลูกไม่มีแรงจะไต่ขึ้นไปแล้วจริง ๆ ขอกราบหลวงพ่อตรงนี้นะครับ แหะ ๆ

ริมน้ำวัดปากคลองมะขามเฒ่า

เขาลูกข้างหน้า นั่นคือวัดธรรมามูลครับ ทางขึ้นเขาเป็นบันไดให้เดินขึ้นไปอีกสองร้อยกว่าขึ้น เคยเดินขึ้นเมื่อนานมาแล้ว

เสื้อมันตัวเล็กไปนะผมว่า

เจ้าบ้านเราเลี้ยงมื้อค่ำด้วยอาหารพื้นบ้าน แถมนั่งเคี่ยวน้ำเงี้ยวไว้รอท่า อากาศชัยนาทตอนกลางคืนค่อนข้างหนาวทีเดียว อิ่มอร่อยมาก อย่างนี้ต้องไปเยี่ยมทุกเดือนน่าจะดี

ตื่นเช้ามา ทานข้าวเช้า แล้วล่ำลาเจ้าของบ้าน เราออกเดินทางจากบ้านพักในเวลา 07.00 น. ผ่านเขื่อนเจ้าพระยา แวะชมนกชมไม้มาเรื่อย จนกลับมาถึงพรหมบุรีในเวลา 12.00 น. ระยะทาง 70 กม. รวมแล้วทริปนี้ ปั่นไป 170 กม. พอดีครับ เป็นทริปแรกที่เดินทางไกลแบบนี้ ภรรยาผมติดใจการเดินทางแบบนี้มาก ๆ


พอกลับมาจากชัยนาทเท่านั้นเอง ภรรยาผม อยากได้รถสำหรับทัวร์ริ่งโดยเฉพาะไว้อีกคัน โดยที่จะได้ไม่ต้องเอาเสือหมอบของเธอไป รถเสือหมอบสองคันของเราจะได้ใช้ปั่นออกกำลังกาย หรือออกทริปปั่นวัดใจตามจังหวัดใกล้เคียงดีกว่า เราจึงได้หารถไฮบริดญี่ปุ่นมือสองคันนึง size 14 สภาพดี ราคาหกพันกว่าบาท เอามาเซอร์วิส เปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ จำพวกชุดเกียร์ โซ่ มือเกียร์ ติดตะแกรง เปลี่ยนล้อเอาล้อเสือหมอบเก่าของเธอ (ที่ถอดเก็บไว้เฉย ๆ) ใส่แทน เบ็ดเสร็จแล้วหมดงบไปเก้าพันกว่าบาท ได้รถทัวร์ริ่งมาอีกหนึ่งคัน เป็นรถ 24 สปีด ชุดขับ Acera น้ำหนักรถเปล่ารวมตะแกรงหลังหนักราว 11 กก. ซึ่งภรรยาผมชอบมันมาก ๆ และยังได้โหลดกระเป๋าแพนเนียร์ Vincita ใบเล็ก ๆ คู่หนึ่งไว้ข้างหลัง ตั้งแต่ได้รถมา เธอก็ชวนผมออกทัวร์ริ่งแบบเช้าไปเย็นกลับอยู่เสมอ เพื่อเป็นการซ้อมสำหรับการเดินทางไกล สงสัยจะได้ไปไกลกันซะแล้วในตอนปิดเทอม
นี่รถทัวร์ริ่งของเจ๊โดยเฉพาะ จดประกอบให้ใหม่เลย ล้อที่ใส่อยู่ในไฮบริดคันนี้ถอดมาจาก Trek Lexa คันของเจ๊นั่นเอง เพราะเจ๊เปลี่ยนล้อเสือหมอบใหม่

จบทริปแรกของผมนะครับ ทริปที่สองของผมคือ สิงห์บุรี-สุพรรณบุรี แล้วจะมาเขียนต่อในกระทู้นี้นะครับ
ท้ายนี้ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาทักทายกันนะครับ สวัสดีครับ


