๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
-
kaka7
- ขาประจำ
- โพสต์: 455
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2013, 10:27
- Tel: 0897004499
- Bike: มือสองญี่ปุ่น ทัวร์ริ่ง
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ขอบคุณครับ 
- พยอมดง
- ขาประจำ
- โพสต์: 165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.ย. 2008, 10:11
- team: เพียงลำพัง
- Bike: Wheeler 4900zx trail,Surly long haul trucker
- ตำแหน่ง: เทศบาลเมืองหนองบัวลำภู
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ภาพงามจะติดตามอ่านนะครับ
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
วันที่ ๓๒ (วันพุธที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗)
ตั้งนาฬิกาปลุกตีห้าครึ่ง วันนี้จะไปชมความยื่งใหญ่ของทะเลสาปไบคาล ทะเลสาปน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุด ลึกที่สุดในโลก ตื่นมาเจอฝนตกแทบจะไม่อยากลุกจากที่นอน ถึงอย่างไรก็ต้องไปเพราะคงหาโอกาสมาอีกยากแล้ว จัดการคว้าเสื้อกันฝนราคา ๙๙ บาท ที่ซื้อจากห้างดอกบัวมาใส่แล้วก็เดินฝ่าสายฝนไปยังสถานีรถโดยสาร การเดินทางจาก Irkutsk ไป Litsvyanka ไปได้สองรูปแบบคือทางเรือและทางรถยนต์ แต่การเดินทางด้วยรถยนต์จะเร็วกว่า ถูกกว่า(อันนี้สำคัญ)
***หมายเหตุ เรือจะเริ่มเดินระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน เท่านั้น***
กว่าจะเดินฝ่าสายฝนไปถึงสถานีรถโดยสารก็เกือบ ๘ โมงเช้าแล้ว ปรากฏว่ารถเที่ยว ๐๘:๓๐ น. ไม่มีแล้วเปลี่ยนเวลาใหม่เป็น ๐๗:๐๐ และ ๐๙:๐๐ น. แทน ต้องรอ อันที่จริงยังมีรถตู้ของเอกชนวิ่งกันเอง แต่ไม่ได้จอดที่สถานีขนส่ง จอดอยู่ใกล้ๆ ตลาดด้วยเหตุที่ว่าฝนตกอากาศหนาวประกอบกับความขี้เกียจ เลยถือเป็นข้ออ้างที่จะรอรถเที่ยวเก้าโมงเช้าแทน เดินเข้าประตูสถานีขนส่งมาให้เลี้ยวขวาก็จะมาเจอช่องขายตั๋ว

ตั๋วไป Litsvyanka ขายที่ช่องที่ ๔

ค่าโดยสารราคา ๙๗ รูเบิ้ล/คน จากเอียร์คุตสก์ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็ถึงลิตว์สยันกา ลงจากรถก็ปะทะเข้ากับอากาศที่หนาวและลมแรง ทะเลสาปไบคาลวันนี้ไม่น่าดูฟ้าปิดมืดครึ้ม ไหนๆ ก็เสียค่ารถมาแล้วก็เดินตามถนนไปเรื่อยๆ บรรยากาศก็ทึมๆ แบบนี้ครับ

ทะเลสาป


เรือหาปลา

คนตกปลา

ถนนเลีบยชายทะเล

บ้านเรือนแบบไซบีเรีย

สินค้าที่ระลึก

ปลาที่ขึ้นชื่อของทะเลสาปไบคาล ปลา Omul

ใช้เวลาเดินเล่นประมาณสองชั่วโมง ก็ทั่วแล้วเลยเดินกลับมาที่สถานีรถโดยสารเห็นมีรถตู้จอดอยู่ ๒-๓ คัน เดินเข้าไปถาม จนท. ข้างใน (Surprise!!! จนท. พูดภาษาอังกฤษได้) จนท.บอกว่า รถพวกนี้ไม่ใช่รถของบริษัท ออกไม่เป็นเวลาคนเต็มก็ออกให้ไปถามคนขับรถดู ถามคนขับได้ความว่ากำลังจะออกก็เลยขึ้นรถ รถตู้ขับค่อนข้างเร็วใช้เวลาแค่ ๑ ช.ม. ก็ถึงเอียร์คุตสก์เสียค่ารถไป ๑๒๐ รูเบิ้ล แพงกว่าขาไปนิดหน่อยแต่ดีที่ไม่ต้องเสียเวลารอ ลงรถก็หาทางไปโบสถ์ The Church of Our Lady of Kazan โบสถ์นี้จะอยู่ฝั่งเดียวกับสถานีรถไฟ ไปเอียร์คุตสก์ครั้งนี้นอกจากทะเลสาปไบคาลแล้วก็ตั้งใจ ตามล่าโบสถ์ The Church of Our Lady of Kazan กับ Prince Vladimir Monastery โดยเฉพาะเลย แต่ค่อนข้างผิดหวัง เจอแต่ฟ้าขาวอาร์เจนตินาเลย

ภายในงดงามมากคุ้มค่าความเหนื่อย ค่อนข้างแปลกใจไม่เห็นมีนักท่องเที่ยวเลย โบสถ์นี้ไม่มีการเก็บค่าเข้าชมหรือค่าถ่ายรูป



แล้วก็เดินต่อไป Prince Vladimir Monastery พอถึงน้ำตาจะไหล ไอ้ที่อยู่เบื้องหน้ามันช่างต่างจากคำว่าสวยงามเหลือเกิน ต่างจากรูปที่เห็นจากอินเตอร์เน็ตแทบไม่เหลือรูปแบบเดิมเลยที่เดียว

Picture credit:http://wikitravel.org/en/Irkutsk

เข้าไปดูข้างใน ก่อนเข้าจะเห็นถังใส่ถุงพลาสติกสีเขียวๆ หยิบมาสวมทับรองเท้าเลยครับ จากนั้นก็เดินเข้าไปชมภายในได้ ไม่มีค่าเข้า ถ่ายรูปได้ไม่หวงห้าม ภายในเรียบง่ายมาก ต่างจากหลายๆ โบสถ์ในรัสเซียที่เคยเห็นมา
หยิบนี้มาสวม

ขาออกก็เอาใส่ถังนี้

ภายในเรียบง่าย



เดินกลับโฮสเต็ล ผ่าน Tourist Information Centre เป็นอาคารไม้แบบไซบีเรียที่สวยงามมีชื่อว่า Shastyna House ตั้งอยู่ที่ ๒๑ Fridrikh Engels st.

กลับถึงโฮสเต็ล เจอสองเยอรมัน David กับ Hans กลับมาจากข้างนอกเหมือนกัน ไปซื้อเสบียงเตรียมนั่งรถไฟจากเอียร์คุตสก์ ไปวลาดิวอสต็อก แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน แล้วก็เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเตรียมตัวเดินทางเหมือนกัน พรุ่งจะนั่งรถไฟต่อไป Novosibirsk
ตั้งนาฬิกาปลุกตีห้าครึ่ง วันนี้จะไปชมความยื่งใหญ่ของทะเลสาปไบคาล ทะเลสาปน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุด ลึกที่สุดในโลก ตื่นมาเจอฝนตกแทบจะไม่อยากลุกจากที่นอน ถึงอย่างไรก็ต้องไปเพราะคงหาโอกาสมาอีกยากแล้ว จัดการคว้าเสื้อกันฝนราคา ๙๙ บาท ที่ซื้อจากห้างดอกบัวมาใส่แล้วก็เดินฝ่าสายฝนไปยังสถานีรถโดยสาร การเดินทางจาก Irkutsk ไป Litsvyanka ไปได้สองรูปแบบคือทางเรือและทางรถยนต์ แต่การเดินทางด้วยรถยนต์จะเร็วกว่า ถูกกว่า(อันนี้สำคัญ)
***หมายเหตุ เรือจะเริ่มเดินระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน เท่านั้น***
กว่าจะเดินฝ่าสายฝนไปถึงสถานีรถโดยสารก็เกือบ ๘ โมงเช้าแล้ว ปรากฏว่ารถเที่ยว ๐๘:๓๐ น. ไม่มีแล้วเปลี่ยนเวลาใหม่เป็น ๐๗:๐๐ และ ๐๙:๐๐ น. แทน ต้องรอ อันที่จริงยังมีรถตู้ของเอกชนวิ่งกันเอง แต่ไม่ได้จอดที่สถานีขนส่ง จอดอยู่ใกล้ๆ ตลาดด้วยเหตุที่ว่าฝนตกอากาศหนาวประกอบกับความขี้เกียจ เลยถือเป็นข้ออ้างที่จะรอรถเที่ยวเก้าโมงเช้าแทน เดินเข้าประตูสถานีขนส่งมาให้เลี้ยวขวาก็จะมาเจอช่องขายตั๋ว

ตั๋วไป Litsvyanka ขายที่ช่องที่ ๔

ค่าโดยสารราคา ๙๗ รูเบิ้ล/คน จากเอียร์คุตสก์ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็ถึงลิตว์สยันกา ลงจากรถก็ปะทะเข้ากับอากาศที่หนาวและลมแรง ทะเลสาปไบคาลวันนี้ไม่น่าดูฟ้าปิดมืดครึ้ม ไหนๆ ก็เสียค่ารถมาแล้วก็เดินตามถนนไปเรื่อยๆ บรรยากาศก็ทึมๆ แบบนี้ครับ

ทะเลสาป


เรือหาปลา

คนตกปลา

ถนนเลีบยชายทะเล

บ้านเรือนแบบไซบีเรีย

สินค้าที่ระลึก

ปลาที่ขึ้นชื่อของทะเลสาปไบคาล ปลา Omul

ใช้เวลาเดินเล่นประมาณสองชั่วโมง ก็ทั่วแล้วเลยเดินกลับมาที่สถานีรถโดยสารเห็นมีรถตู้จอดอยู่ ๒-๓ คัน เดินเข้าไปถาม จนท. ข้างใน (Surprise!!! จนท. พูดภาษาอังกฤษได้) จนท.บอกว่า รถพวกนี้ไม่ใช่รถของบริษัท ออกไม่เป็นเวลาคนเต็มก็ออกให้ไปถามคนขับรถดู ถามคนขับได้ความว่ากำลังจะออกก็เลยขึ้นรถ รถตู้ขับค่อนข้างเร็วใช้เวลาแค่ ๑ ช.ม. ก็ถึงเอียร์คุตสก์เสียค่ารถไป ๑๒๐ รูเบิ้ล แพงกว่าขาไปนิดหน่อยแต่ดีที่ไม่ต้องเสียเวลารอ ลงรถก็หาทางไปโบสถ์ The Church of Our Lady of Kazan โบสถ์นี้จะอยู่ฝั่งเดียวกับสถานีรถไฟ ไปเอียร์คุตสก์ครั้งนี้นอกจากทะเลสาปไบคาลแล้วก็ตั้งใจ ตามล่าโบสถ์ The Church of Our Lady of Kazan กับ Prince Vladimir Monastery โดยเฉพาะเลย แต่ค่อนข้างผิดหวัง เจอแต่ฟ้าขาวอาร์เจนตินาเลย

ภายในงดงามมากคุ้มค่าความเหนื่อย ค่อนข้างแปลกใจไม่เห็นมีนักท่องเที่ยวเลย โบสถ์นี้ไม่มีการเก็บค่าเข้าชมหรือค่าถ่ายรูป



แล้วก็เดินต่อไป Prince Vladimir Monastery พอถึงน้ำตาจะไหล ไอ้ที่อยู่เบื้องหน้ามันช่างต่างจากคำว่าสวยงามเหลือเกิน ต่างจากรูปที่เห็นจากอินเตอร์เน็ตแทบไม่เหลือรูปแบบเดิมเลยที่เดียว

Picture credit:http://wikitravel.org/en/Irkutsk

เข้าไปดูข้างใน ก่อนเข้าจะเห็นถังใส่ถุงพลาสติกสีเขียวๆ หยิบมาสวมทับรองเท้าเลยครับ จากนั้นก็เดินเข้าไปชมภายในได้ ไม่มีค่าเข้า ถ่ายรูปได้ไม่หวงห้าม ภายในเรียบง่ายมาก ต่างจากหลายๆ โบสถ์ในรัสเซียที่เคยเห็นมา
หยิบนี้มาสวม

ขาออกก็เอาใส่ถังนี้

ภายในเรียบง่าย



เดินกลับโฮสเต็ล ผ่าน Tourist Information Centre เป็นอาคารไม้แบบไซบีเรียที่สวยงามมีชื่อว่า Shastyna House ตั้งอยู่ที่ ๒๑ Fridrikh Engels st.

กลับถึงโฮสเต็ล เจอสองเยอรมัน David กับ Hans กลับมาจากข้างนอกเหมือนกัน ไปซื้อเสบียงเตรียมนั่งรถไฟจากเอียร์คุตสก์ ไปวลาดิวอสต็อก แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน แล้วก็เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเตรียมตัวเดินทางเหมือนกัน พรุ่งจะนั่งรถไฟต่อไป Novosibirsk
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
วันที่ ๓๓ (วันพฤหัสฯที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗)
เช้าเช็คเอ้าท์แล้วปั่นจักรยานจากโฮสเต็ลไปสถานีรถไฟ ระหว่างทางก็เก็บตกสถานที่ต่างๆ ออกจากโฮสเต็ลปั่นเข้าถนน Lenina ด้านซ้ายจะมีแม่ค้ามาตั้งร้านขายดอกไม้ ศิลปินนำภาพวาดมาแสดงกลางแจ้ง(ขายด้วย) เลยไปตรงสี่แยกจะมีอนุสาวรีย์ของเลนินตั้งอยู่ ไม่ว่าจะไปเมืองไหนๆ ในรัสเซียก็จะเจอคุณเลนินตลอด เหมือนกับในจีนที่จะเจอประธานเหมาแทบทุกเมือง




ปั่นเลยมาหน่อยเจอคุณตำรวจรัสเซียกำลังจัดการรถที่จอดผิดที่ผิดทาง

แล้วก็มาถึงที่นี่ Irkutskiy Akademicheskiy Dramaticheskiy Teatr น่าจะแปลว่าวิทยาลัยนาฏศิลป์ประมาณนั่น(เดาล้วนๆ) จอดถ่ายรูก่อน
ที่จะปั่นไปสวนสาธารณะที่อยู่ใกล้ๆ พักกินอาหารกลางวัน


แล้วก็ตรงมาอนุสาวรีย์นี้ ค้นมาแล้วครับเป็นอนุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ ๓ เพื่อจะปั่นเลียบริมน้ำแล้วข้ามสะพานไปสถานีรถไฟ

อาคาร Irkutsk's museum of regional studies เป็นอาคารแบบ Moorish architecture ตั้งอยู่ตรงหน้าอนุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ ๓

สถานีรถไฟ เอียร์คุตสก์

เช้าเช็คเอ้าท์แล้วปั่นจักรยานจากโฮสเต็ลไปสถานีรถไฟ ระหว่างทางก็เก็บตกสถานที่ต่างๆ ออกจากโฮสเต็ลปั่นเข้าถนน Lenina ด้านซ้ายจะมีแม่ค้ามาตั้งร้านขายดอกไม้ ศิลปินนำภาพวาดมาแสดงกลางแจ้ง(ขายด้วย) เลยไปตรงสี่แยกจะมีอนุสาวรีย์ของเลนินตั้งอยู่ ไม่ว่าจะไปเมืองไหนๆ ในรัสเซียก็จะเจอคุณเลนินตลอด เหมือนกับในจีนที่จะเจอประธานเหมาแทบทุกเมือง




ปั่นเลยมาหน่อยเจอคุณตำรวจรัสเซียกำลังจัดการรถที่จอดผิดที่ผิดทาง

แล้วก็มาถึงที่นี่ Irkutskiy Akademicheskiy Dramaticheskiy Teatr น่าจะแปลว่าวิทยาลัยนาฏศิลป์ประมาณนั่น(เดาล้วนๆ) จอดถ่ายรูก่อน
ที่จะปั่นไปสวนสาธารณะที่อยู่ใกล้ๆ พักกินอาหารกลางวัน


แล้วก็ตรงมาอนุสาวรีย์นี้ ค้นมาแล้วครับเป็นอนุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ ๓ เพื่อจะปั่นเลียบริมน้ำแล้วข้ามสะพานไปสถานีรถไฟ

อาคาร Irkutsk's museum of regional studies เป็นอาคารแบบ Moorish architecture ตั้งอยู่ตรงหน้าอนุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ ๓

สถานีรถไฟ เอียร์คุตสก์

-
kaka7
- ขาประจำ
- โพสต์: 455
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2013, 10:27
- Tel: 0897004499
- Bike: มือสองญี่ปุ่น ทัวร์ริ่ง
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ขอบคุณครับ 
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ช่วงนี้ยังเป็นการเดินทางโดยรถไฟในรัสเซียอยู่ครับ เหลืออีกเพียงสี่เมืองก็จะหมดรัสเซียแผ่นดินใหญ่แล้วเมืองสุดท้ายจะเป็นเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก แต่ยังเหลือติ่งแถบทะเลบอลติกอีกเมือง คือคาลินินกราด
วันนี้จะเป็นการเดินทางจากเอียร์คุตสก์ไปโนโวสิบริส์ก ระยะทางจากวลาดิวอสต็อกถึงโนโวสิบริส์กคือ ๕๓๕๓ ก.ม. เหลืออีกเพียง ๓๓๓๕ ก็จะถึงมอสโคว์แล้ว แต่ก่อนมอสโคว์ต้องแวะเยคาเธอรีนเบิร์กกันก่อน
วันที่ ๓๓ (วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗)
ยังเป็นวันที่ ๓๓ อยู่ เมื่อปั่นถึงสถานีรถไฟก็จัดการชำแหละจักรยานแยกชิ้นส่วนใส่กระเป๋า แล้วก็เอา e-ticket ที่ปริ้นจากไทยไปเปลี่ยนเป็นตั๋ว อันที่จริง e-ticket ก็ใช้โดยสารได้เพราะเห็นชาวรัสเซียบางคนก็ใช้ e-ticket แต่จขกท.ต้องการสะสมตั๋วไว้เป็นที่ระลึก แล้วก็นั่งรอซึ่งขบวนนี้ (No. 197И) จะออกจากเอียร์คุตสก์ เวลา ๑๖:๒๘ (เวลาท้องถิ่น หรือ ๑๑:๒๘ ตามเวลามอสโคว์) ถึงโนโวสิบริส์ก ๒๑:๔๘ น. ของวันที่ ๒๓ พ.ค. หมายความว่าจะต้องนั่งรถไฟกันอีก ๒๙ ช.ม. ทีเดียว ได้เวลาก็หอบ-หิ้วกระเป๋าไปรอที่ชานชาลา พนง.ประจำตู้เที่ยวนี้เป็นผู้ชาย ถามว่ากระเป๋าอะไร เลยชี้รูปจักรยานให้ดูก็พยักหน้า แล้วกระเป๋าจักรยานรวมเครื่องมือและขาตั้งกล้องก็ขึ้นไปอยู่โน้น ด้วยพลังของ จขกท. แต่เพียงผู้เดียว เพราะได้อยู่คนเดียวในห้องชั้นสอง ไม่รู้ผิดพลาดอย่างไร ลูกจองที่นั่งชั้นสองให้ ปรกติได้แต่นั่งชั้นสาม

สภาพห้องก็แทบไม่แตกต่างจากชั้นสามเพียงแต่เป็นห้องและมีประตูกั้นเป็นสัดส่วน ที่นั่ง-นอนก็สี่ที่เท่ากัน(ไม่นับสองที่ข้างทางเดินของชั้นสาม) อ้อรถไฟรัสเซียไม่ว่าชั้นสามหรือชั้นสอง ผู้โดยสารต้องปูที่นอนเอง ไม่มีพนักงานบริการให้เหมือน รฟท.ชั้นสองมีเสียงตามสายให้ฟังด้วยเป็นเพลงรัสเซีย(มั๊ง)สลับกับเพลงสากล และข่าว สามารถปรับหรือปิดเสียงได้ด้วยปุ่มนี้

ชั้นสองห้องน้ำสะอาด มีกระดาษชำระ กระดาษเช็ดมือ สบู่เหลวแบบกด ตามทางเดินจะมีปลั๊กไฟให้เป็นระยะ จ่ายกระแสไฟ ๒๒๐ โวล์ทเดินทางวันนี้เหงาปากอีกแล้ว เพราะทั้งห้องเป็นของ จขกท. แต่ผู้เดียว โดยความเห็นส่วนตัว ถ้าเดินทางคนเดียวชอบเดินทางด้วยชั้นสามมากกว่าเพราะเปิดโล่ง มองเห็นคนเดินไปมา พูดคุยกันได้ตลอด ชั้นสองค่อนข้างจะเป็นส่วนตัวต่างคนก็จะอยู่แต่ในห้องของตัวเอง เดินทางคนเดียวแบบ จขกท. เหงาเลย ก็ได้แต่ดูวิวข้างทาง(ชั้นสามได้ดูวิวสองข้าง ชั้นสองได้ดูวิวข้างเดียว นอกจากจะออกจากห้องมาดูตรงทางเดิน)




ดูวิวบ้าง ฟังเพลงบ้าง เพลินๆ ไม่นานก็ได้เวลาอาหารเย็น ซึ่งเป็นเสบียงที่ซื้อเตรียมมาจากเอียร์คุตสก์ และแล้วพระอาทิตย์ก็ตกดิน ได้เวลานอนแล้วครับ พรุ่งนี้ยังต้องอยู่บนรถไฟอีกจนถึงเกือบสี่ทุ่ม


ตามที่เคยเล่าว่าเวลาอยู่บนรถไฟคยรัสเซียจะแปลงกายจากไฮโซเป็นโลโซทันที ลากอีแตะ ชุดนอนกันเป็นแถว กางเกงเจเจยังมีเลย จขกท. ก็เลยพยายามทำตัวให้กลมกลืนด้วยกางเกงขาก๊วย(เล)เสื้อยืดคอกลม

วันที่ ๓๔ (วันศุกร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗)

ตื่นมาตอนหกโมงครึ่งเจอหลัก ก.ม.ที่ ๔๒๖๔ จุดนี้ จขกท. เดินทางตามเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียจากวลาดิวอสต็อกมาแล้ว ๕๐๒๔ ก.ม. เกินครึ่งทางแล้ว ประมาณตีห้าห้าสิบเวลามอสโคว์ (บอกตรงๆ สับสนกับเวลามากถ้าเอาเวลาเอียร์คุตสก์ก็บวกเข้าไป ๕ ช.ม.แต่ถ้าเป็นเวลาของกราสโนยาร์สก ก็บวกแค่ ๓ ช.ม.) ก็ถึงสถานี Krasnoyarsk (ไม่แน่ใจว่าออกเสียง กราสโนยาร์สก หรือ คราสโนยาร์สก)


ที่นี่คนขึ้น – ลง เยอะรถจอดประมาณ ๔๐ นาที จขกท. เลยลงไปถ่ายรูปหัวรถจักรไอน้ำ ก็ลงไปทั้งกางเกงขาก๊วยเสื้อยืดห่านคู่ ถ่ายได้สองรูปรีบกลับเข้ารถอย่างไว ลืมไม่ได้ดูอุณหภูมิภายนอก ก็ภายในรถแค่ ๒๑ องศา ถามเพื่อนร่วมห้องที่เพิ่งขึ้นมาได้คำตอบว่า ๙ องศา
ได้เพื่อนร่วมห้องมาก็เหมือนไม่มี พี่แกก้มหน้าดูหนังจากโน๊ตบุค พอแบตฯ หมดก็เอาโน๊ตบุคไปชาร์จแบตฯ ที่ทางเดินทิ้งไว้ แล้วก็กลับเข้ามานอนโดยไม่กลัวโน๊ตบุคหาย
๑๒:๓๖ น.ถึงสถานี Mariinsk (Марии́нск) รถจะจอด ๒๖ นาทีเลยลงไปซื้อเสบียงมาเพิ่มเพราะจากสถานีนี้ไป ไม่มีสถานีไหนจอดนานๆ อีกแล้ว จนกว่าจะถึงโนโวสิบริส์กคืออีกประมาณ ๖ ชั่วโมงข้างหน้าซึ่งเป็นเวลา ๑๘:๔๘ น. เวลามอสโคว์ แต่เท่ากับ ๒๑:๔๘ น. ของโนโวสิบริส์ก(โซนเวลาเดียวกับประเทศไทย)
นี่คือตารางเวลาถึงและออกจากสถานีต่างๆ ซึ่งจะติดไว้แถวๆ หน้าห้องน้ำ อยากรู้ว่าข้างหน้าจะเป็นสถานีอะไร รถจอดกี่นาทีก็เช็คได้ รถไฟรัสเซียค่อนข้างจะตรงเวลา จากตารางเวลาด้านขวามือแถวแรกคือเวลาถึง แถวกลางคือจำนวนนาทีที่จอดส่วนแถวสุดท้ายคือเวลาออก เส้นทางที่ จขกท. เดินทางให้ไล่จากล่างไปหาบน (ทั้งหมดเป็นเวลามอสโคว์)

รถไฟเข้าสถานีตรงเวลาครับ ลงจากรถไฟก็แบกกระเป๋าจักรยานกับกระเป๋าแพนเนียร์ เข้าตัวสถานี หาที่ว่างเฉพาะตัว เอ่อ....หาที่วางเฉยๆ เพื่อประกอบจักรยาน แล้วก็ออกมายืนหน้าสถานีหมุนแผนที่ไปมา ก็มีผู้ชายชาวรัสเซีย เข้ามาถามว่าหลงทางหรือ( Are you lost?) รีบตอบเลยว่าใช่ แล้วก็ชี้ตำแหน่งโฮสเต็ลบนแผนที่ให้เค้าดู เค้าก็แนะนำเส้นทางให้ ปั่นไปจนถึงที่ตั้งโฮสเต็ลแล้วแต่หาโฮสเต็ลไม่เจอบริเวณนั้นค่อนข้างมืด คือมีไฟส่องสว่างแต่สว่างไม่มาก กำลังงงก็มีสาวรัสเซีย(ไม่รู้ว่าเด็กวัยรุ่นหรือสาวเพราะเค้าตัวเล็กหน้าตาคล้ายคนจีน)เดินผ่านมาก็เข้าไปถาม เค้าก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิด 2GIS แล้วถามว่า จขกท.มาจากไหน พอตอบไปว่าจากประเทศไทย เค้าก็ทำหน้าตื่นเต้นพร้อมร้อง Wow แต่ก็ไม่ได้คุยกันต่อเพราะเค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ พอ app ทำงานเค้าก็หมุนดูแผนที่ แล้วก็พูดพร้อมกับทำมือว่าจะพาไป พอถึงโฮสเต็ลเค้าก็ขอถ่ายรูปคู่ด้วย จขกท.ก็อยากจะถ่ายรูปเค้าเหมือนกัน แต่โทรศัพท์แบตฯ หมด และกล้องก็อยู่ในกระเป๋า ประกอบกับทั้งเหนื่อย ทั้งเพลีย และง่วงนอนก็ได้แต่ขอบคุณเค้า
พรุ่งนี้จะมาต่อครับ
วันนี้จะเป็นการเดินทางจากเอียร์คุตสก์ไปโนโวสิบริส์ก ระยะทางจากวลาดิวอสต็อกถึงโนโวสิบริส์กคือ ๕๓๕๓ ก.ม. เหลืออีกเพียง ๓๓๓๕ ก็จะถึงมอสโคว์แล้ว แต่ก่อนมอสโคว์ต้องแวะเยคาเธอรีนเบิร์กกันก่อน
วันที่ ๓๓ (วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗)
ยังเป็นวันที่ ๓๓ อยู่ เมื่อปั่นถึงสถานีรถไฟก็จัดการชำแหละจักรยานแยกชิ้นส่วนใส่กระเป๋า แล้วก็เอา e-ticket ที่ปริ้นจากไทยไปเปลี่ยนเป็นตั๋ว อันที่จริง e-ticket ก็ใช้โดยสารได้เพราะเห็นชาวรัสเซียบางคนก็ใช้ e-ticket แต่จขกท.ต้องการสะสมตั๋วไว้เป็นที่ระลึก แล้วก็นั่งรอซึ่งขบวนนี้ (No. 197И) จะออกจากเอียร์คุตสก์ เวลา ๑๖:๒๘ (เวลาท้องถิ่น หรือ ๑๑:๒๘ ตามเวลามอสโคว์) ถึงโนโวสิบริส์ก ๒๑:๔๘ น. ของวันที่ ๒๓ พ.ค. หมายความว่าจะต้องนั่งรถไฟกันอีก ๒๙ ช.ม. ทีเดียว ได้เวลาก็หอบ-หิ้วกระเป๋าไปรอที่ชานชาลา พนง.ประจำตู้เที่ยวนี้เป็นผู้ชาย ถามว่ากระเป๋าอะไร เลยชี้รูปจักรยานให้ดูก็พยักหน้า แล้วกระเป๋าจักรยานรวมเครื่องมือและขาตั้งกล้องก็ขึ้นไปอยู่โน้น ด้วยพลังของ จขกท. แต่เพียงผู้เดียว เพราะได้อยู่คนเดียวในห้องชั้นสอง ไม่รู้ผิดพลาดอย่างไร ลูกจองที่นั่งชั้นสองให้ ปรกติได้แต่นั่งชั้นสาม

สภาพห้องก็แทบไม่แตกต่างจากชั้นสามเพียงแต่เป็นห้องและมีประตูกั้นเป็นสัดส่วน ที่นั่ง-นอนก็สี่ที่เท่ากัน(ไม่นับสองที่ข้างทางเดินของชั้นสาม) อ้อรถไฟรัสเซียไม่ว่าชั้นสามหรือชั้นสอง ผู้โดยสารต้องปูที่นอนเอง ไม่มีพนักงานบริการให้เหมือน รฟท.ชั้นสองมีเสียงตามสายให้ฟังด้วยเป็นเพลงรัสเซีย(มั๊ง)สลับกับเพลงสากล และข่าว สามารถปรับหรือปิดเสียงได้ด้วยปุ่มนี้

ชั้นสองห้องน้ำสะอาด มีกระดาษชำระ กระดาษเช็ดมือ สบู่เหลวแบบกด ตามทางเดินจะมีปลั๊กไฟให้เป็นระยะ จ่ายกระแสไฟ ๒๒๐ โวล์ทเดินทางวันนี้เหงาปากอีกแล้ว เพราะทั้งห้องเป็นของ จขกท. แต่ผู้เดียว โดยความเห็นส่วนตัว ถ้าเดินทางคนเดียวชอบเดินทางด้วยชั้นสามมากกว่าเพราะเปิดโล่ง มองเห็นคนเดินไปมา พูดคุยกันได้ตลอด ชั้นสองค่อนข้างจะเป็นส่วนตัวต่างคนก็จะอยู่แต่ในห้องของตัวเอง เดินทางคนเดียวแบบ จขกท. เหงาเลย ก็ได้แต่ดูวิวข้างทาง(ชั้นสามได้ดูวิวสองข้าง ชั้นสองได้ดูวิวข้างเดียว นอกจากจะออกจากห้องมาดูตรงทางเดิน)




ดูวิวบ้าง ฟังเพลงบ้าง เพลินๆ ไม่นานก็ได้เวลาอาหารเย็น ซึ่งเป็นเสบียงที่ซื้อเตรียมมาจากเอียร์คุตสก์ และแล้วพระอาทิตย์ก็ตกดิน ได้เวลานอนแล้วครับ พรุ่งนี้ยังต้องอยู่บนรถไฟอีกจนถึงเกือบสี่ทุ่ม


ตามที่เคยเล่าว่าเวลาอยู่บนรถไฟคยรัสเซียจะแปลงกายจากไฮโซเป็นโลโซทันที ลากอีแตะ ชุดนอนกันเป็นแถว กางเกงเจเจยังมีเลย จขกท. ก็เลยพยายามทำตัวให้กลมกลืนด้วยกางเกงขาก๊วย(เล)เสื้อยืดคอกลม

วันที่ ๓๔ (วันศุกร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗)

ตื่นมาตอนหกโมงครึ่งเจอหลัก ก.ม.ที่ ๔๒๖๔ จุดนี้ จขกท. เดินทางตามเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียจากวลาดิวอสต็อกมาแล้ว ๕๐๒๔ ก.ม. เกินครึ่งทางแล้ว ประมาณตีห้าห้าสิบเวลามอสโคว์ (บอกตรงๆ สับสนกับเวลามากถ้าเอาเวลาเอียร์คุตสก์ก็บวกเข้าไป ๕ ช.ม.แต่ถ้าเป็นเวลาของกราสโนยาร์สก ก็บวกแค่ ๓ ช.ม.) ก็ถึงสถานี Krasnoyarsk (ไม่แน่ใจว่าออกเสียง กราสโนยาร์สก หรือ คราสโนยาร์สก)


ที่นี่คนขึ้น – ลง เยอะรถจอดประมาณ ๔๐ นาที จขกท. เลยลงไปถ่ายรูปหัวรถจักรไอน้ำ ก็ลงไปทั้งกางเกงขาก๊วยเสื้อยืดห่านคู่ ถ่ายได้สองรูปรีบกลับเข้ารถอย่างไว ลืมไม่ได้ดูอุณหภูมิภายนอก ก็ภายในรถแค่ ๒๑ องศา ถามเพื่อนร่วมห้องที่เพิ่งขึ้นมาได้คำตอบว่า ๙ องศา
ได้เพื่อนร่วมห้องมาก็เหมือนไม่มี พี่แกก้มหน้าดูหนังจากโน๊ตบุค พอแบตฯ หมดก็เอาโน๊ตบุคไปชาร์จแบตฯ ที่ทางเดินทิ้งไว้ แล้วก็กลับเข้ามานอนโดยไม่กลัวโน๊ตบุคหาย
๑๒:๓๖ น.ถึงสถานี Mariinsk (Марии́нск) รถจะจอด ๒๖ นาทีเลยลงไปซื้อเสบียงมาเพิ่มเพราะจากสถานีนี้ไป ไม่มีสถานีไหนจอดนานๆ อีกแล้ว จนกว่าจะถึงโนโวสิบริส์กคืออีกประมาณ ๖ ชั่วโมงข้างหน้าซึ่งเป็นเวลา ๑๘:๔๘ น. เวลามอสโคว์ แต่เท่ากับ ๒๑:๔๘ น. ของโนโวสิบริส์ก(โซนเวลาเดียวกับประเทศไทย)
นี่คือตารางเวลาถึงและออกจากสถานีต่างๆ ซึ่งจะติดไว้แถวๆ หน้าห้องน้ำ อยากรู้ว่าข้างหน้าจะเป็นสถานีอะไร รถจอดกี่นาทีก็เช็คได้ รถไฟรัสเซียค่อนข้างจะตรงเวลา จากตารางเวลาด้านขวามือแถวแรกคือเวลาถึง แถวกลางคือจำนวนนาทีที่จอดส่วนแถวสุดท้ายคือเวลาออก เส้นทางที่ จขกท. เดินทางให้ไล่จากล่างไปหาบน (ทั้งหมดเป็นเวลามอสโคว์)

รถไฟเข้าสถานีตรงเวลาครับ ลงจากรถไฟก็แบกกระเป๋าจักรยานกับกระเป๋าแพนเนียร์ เข้าตัวสถานี หาที่ว่างเฉพาะตัว เอ่อ....หาที่วางเฉยๆ เพื่อประกอบจักรยาน แล้วก็ออกมายืนหน้าสถานีหมุนแผนที่ไปมา ก็มีผู้ชายชาวรัสเซีย เข้ามาถามว่าหลงทางหรือ( Are you lost?) รีบตอบเลยว่าใช่ แล้วก็ชี้ตำแหน่งโฮสเต็ลบนแผนที่ให้เค้าดู เค้าก็แนะนำเส้นทางให้ ปั่นไปจนถึงที่ตั้งโฮสเต็ลแล้วแต่หาโฮสเต็ลไม่เจอบริเวณนั้นค่อนข้างมืด คือมีไฟส่องสว่างแต่สว่างไม่มาก กำลังงงก็มีสาวรัสเซีย(ไม่รู้ว่าเด็กวัยรุ่นหรือสาวเพราะเค้าตัวเล็กหน้าตาคล้ายคนจีน)เดินผ่านมาก็เข้าไปถาม เค้าก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิด 2GIS แล้วถามว่า จขกท.มาจากไหน พอตอบไปว่าจากประเทศไทย เค้าก็ทำหน้าตื่นเต้นพร้อมร้อง Wow แต่ก็ไม่ได้คุยกันต่อเพราะเค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ พอ app ทำงานเค้าก็หมุนดูแผนที่ แล้วก็พูดพร้อมกับทำมือว่าจะพาไป พอถึงโฮสเต็ลเค้าก็ขอถ่ายรูปคู่ด้วย จขกท.ก็อยากจะถ่ายรูปเค้าเหมือนกัน แต่โทรศัพท์แบตฯ หมด และกล้องก็อยู่ในกระเป๋า ประกอบกับทั้งเหนื่อย ทั้งเพลีย และง่วงนอนก็ได้แต่ขอบคุณเค้า
พรุ่งนี้จะมาต่อครับ
-
kaka7
- ขาประจำ
- โพสต์: 455
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2013, 10:27
- Tel: 0897004499
- Bike: มือสองญี่ปุ่น ทัวร์ริ่ง
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
บริหารเวลาได้สุดยอดมากครับ ถ้าผิดพลาดคงวุ่นวายแน่ 
-
seal_lee
- สมาชิก
- โพสต์: 32
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2014, 10:57
- Bike: Araya Federal T, Rit
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
สุดยอดครับ ภาพสวยมากครับ
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ขอต่อของวันที่ ๓๓ อีกหน่อย เข้าพักที่ Zokol Hostel, Shchetinkina st. 34 ครับ เข้ามาถึง Administer (ในรัสเซียจะเป็นตำแหน่ง Administer ไม่ใช่ Reception ครับ) พอรู้ว่าเป็นคนไทยก็ขอให้ช่วยอ่านป้ายให้ฟัง ป้ายนี้แหละครับ ติดอยู่บนทางเข้าไปห้องพัก


โฮสเต็ลนี้ทุกอย่างดีเกือบหมด มีห้องอาหาร/ครัว สองห้อง เครื่องซักผ้า/อบผ้ามีให้ เตารีดมีให้ เตียงนุ่ม ผ้าห่มหนา ผ้าปูที่นอนสะอาด แต่ไวไฟมีเฉพาะในห้องอาหารเท่านั้น ในห้องนอนไม่มีสัญญาณ ทำเลที่ตั้งใกล้ย่านการค้าและใจกลางเมือง วันที่เข้าพักพนักงานประจำกะอัธยาศัยดีและค่อนข้างเข้าใจเมื่อ จขกท. บอกว่ามีเงินไม่พอจ่ายค่าห้องเนื่องจากรีบมาโฮสเต็ลเลยไม่ได้แวะกดเงิน เค้าก็บอกว่าจ่ายพรุ่งนี้ก็ได้ แต่ตอนกลางวันมาจ่ายเงินเจอพนักงานอีกคนเรียกเก็บค่าห้องเกินจากราคาที่จองไว้ คือราคาที่จองไว้ ๔๕๐ รูเบิ้ล/คืน แต่ พนง.จะเรียกเก็บ ๕๐๐ แต่ จขกท.ไม่ยอม สุดท้ายก็จ่ายแค่ ๔๕๐ รูเบิ้ล/คืน
วันที่ ๓๔ (วันศุกร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗)
โชคร้ายอีกแล้วครับวันนี้ฝนตกค่อนข้างหนักและอุณหภูมิก็อยู่ที่ประมาณ ๔ องศา ถึงขนาดในห้องครัว/คอมมอน ต้องจุดเตาผิงล่ะครับ

เมื่ออกไปข้างนอกไม่ได้ก็เลยนั่งหาข้อมูลของเมืองโนโวสิบริส์กจากหนังสือท่องเที่ยวที่วางๆ อยู่ ได้ข้อมูลมาประมาณนี้ ถูก-ผิดอย่างไรโทษหนังสือ Where นะครับ

Novosibirsk เป็นเมืองหลวงของไซบีเรียและเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ของรัสเซียมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัสเซีย ๑๔ มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ที่นี่ โนโวสิบริส์กเป็นเมืองที่ใหญ่และมีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับสามของรัสเซีย รองจากมอสโคว์และเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก ตัวเมืองตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ในเขตไซบีเรียบนฝั่งแม่น้ำ Ob
สถานที่ที่ควรไปชมของโนโวสิบริส์ก ก็มีพิพิธภัณฑ์โนโวสิบริส์กซึ่งติดกับสถานรถใต้ดิน Ploshid Lenina ซึ่งก็คือย่าน Lenin Square ละแวกนี้จะเรียกว่าเป็นศูนย์กลางของแหล่งท่องเที่ยวก็ว่าได้ ด้านหนึ่งคือโรงโอเปร่า ตามข้อมูลบอกว่าเป็นโรงโอเปร่าที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย และกลางคืนจะเปิดไฟงดงามมาก แต่ จขกท. หมดโอกาสไปดูเพราะฝนตก(อีกแล้ว) ด้านหน้าโรงโอเปร่าจะมีรูปปั้นคุณเลนินขนาดใหญ่ ที่ยืนๆ อยู่ด้านข้าง ด้านหลังคุณเลนินน่าจะเป็นผลพวงที่ตกทอดมาจากยุคสหภาพโซเวียตรัสเซีย มองไปทางทิศใต้ของเลนินสแควร์ก็จะเห็น Chapel of St. Nicholas ที่แทบจะตั้งอยู่กลางถนนเลย แล้วไกลไปอีกหลายๆ หน่อยก็จะเจอ Alexandre Nevsky Cathedral มองไปทางซ้ายมือคุณเลนินก็จะเป็นก็จะเป็น The Novosibirsk State Art Museum ถัดไป ก็จะเป็นตึกเบี้ยว (คนละรูปทรงกับตึกเบี้ยวที่ปราก) มองตามสายตาคุณเลนินไปก็จะเห็นสถานีรถไฟโนโวสิบริส์กอยู่ไกลๆ และใกล้สถานีรถไฟก็จะเป็น Cathedral of Ascension เอาเป็นว่าถ้ายังหนุ่มยังสาวเดินไปดูได้หมด แต่ จขกท. อายุมากแล้วขอปั่นจักรยานไปก็แล้วกันว่าแล้วก็ปั่นจักยานออกจากโฮสเต็ลทันทีที่ฝนหยุดตก ออกมาเจอโบส์ถอะไรไม่รู้เห็นชุ่มฉ่ำด้วยน้ำฝนเลยถ่ายรูปเสียหน่อย

แล้วก็ปั่นต่อไปยัง Chapel of St. Nicholas

หันหลังกลับ ถ่ายจากด้านหลัง Chapel of St. Nicholas จะเป็นเกาะกลางถนนที่กว้างมาก

ปั่นมาเกือบสุดถนนก็จะถึง Alexandre Nevsky Cathedral

ภายในงดงามมากแต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป ทั้งเพดานและผนังเต็มไปด้วยภาพวาดแทบจะหาที่ว่างไม่เจอ ภายในด้านหน้าประดับด้วยภาพนักบุญในกรอบทองเหลืองอร่ามจนเต็มผนังเช่นกัน จากนั้นก็ปั่นย้อนกลับมาเพื่อจะถ่ายรูปตึกเบี้ยว The Novosibirsk State Art Museum ตลอดย่านนี้จะมีชื่อเรียกว่า Krasny Prospekt แล้วก็มาถึง Novosibirsk State Opera and Ballet โรงโอเปร่าที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย ช่วงที่จกท. ไปยังไม่เปิดแสดงเลยไม่ได้เขาไปดูความยิ่งใหญ่ภายใน
ตึกเบี้ยวของโนโวสิบริส์ก

The Novosibirsk State Art Museum

Novosibirsk State Opera and Ballet

หน้าโรงโอเปร่าก็เป็นที่สถิตย์ของอดีตผู้ยิ่งใหญ่แห่งรัสเซียคุณเลนิน

ปั่นผ่านสวนสาธารณะข้างโรงโอเปร่าก็มาเจอนักธุระกิจสาวชาวรัสเซีย ถือโอกาสถ่ายรูปไว้หน่อย

จากนั้นก็ปั่นหลงทางไปเรื่อย มาเจอเสานี้ อันนี้ไม่มีข้อมูลอะไรเลย ไม่รู้ว่าเสาอะไร

แล้วก็มาโผล่หน้าสถานีรถไฟ เห็นสถานีรถไฟรัสเซียในแต่ละเมืองแล้ว ดูเหมือนจะแข่งกันเรื่องความสวยงามมากๆ

แล้วก็ต้องหยุดชมเมืองเพียงเท่านี้ เนื่องจากฝนตกต้องรีบปั่นกลับโฮสเต็ลเปียกไปทั้งตัว


โฮสเต็ลนี้ทุกอย่างดีเกือบหมด มีห้องอาหาร/ครัว สองห้อง เครื่องซักผ้า/อบผ้ามีให้ เตารีดมีให้ เตียงนุ่ม ผ้าห่มหนา ผ้าปูที่นอนสะอาด แต่ไวไฟมีเฉพาะในห้องอาหารเท่านั้น ในห้องนอนไม่มีสัญญาณ ทำเลที่ตั้งใกล้ย่านการค้าและใจกลางเมือง วันที่เข้าพักพนักงานประจำกะอัธยาศัยดีและค่อนข้างเข้าใจเมื่อ จขกท. บอกว่ามีเงินไม่พอจ่ายค่าห้องเนื่องจากรีบมาโฮสเต็ลเลยไม่ได้แวะกดเงิน เค้าก็บอกว่าจ่ายพรุ่งนี้ก็ได้ แต่ตอนกลางวันมาจ่ายเงินเจอพนักงานอีกคนเรียกเก็บค่าห้องเกินจากราคาที่จองไว้ คือราคาที่จองไว้ ๔๕๐ รูเบิ้ล/คืน แต่ พนง.จะเรียกเก็บ ๕๐๐ แต่ จขกท.ไม่ยอม สุดท้ายก็จ่ายแค่ ๔๕๐ รูเบิ้ล/คืน
วันที่ ๓๔ (วันศุกร์ที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗)
โชคร้ายอีกแล้วครับวันนี้ฝนตกค่อนข้างหนักและอุณหภูมิก็อยู่ที่ประมาณ ๔ องศา ถึงขนาดในห้องครัว/คอมมอน ต้องจุดเตาผิงล่ะครับ

เมื่ออกไปข้างนอกไม่ได้ก็เลยนั่งหาข้อมูลของเมืองโนโวสิบริส์กจากหนังสือท่องเที่ยวที่วางๆ อยู่ ได้ข้อมูลมาประมาณนี้ ถูก-ผิดอย่างไรโทษหนังสือ Where นะครับ

Novosibirsk เป็นเมืองหลวงของไซบีเรียและเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ของรัสเซียมหาวิทยาลัยชั้นนำของรัสเซีย ๑๔ มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ที่นี่ โนโวสิบริส์กเป็นเมืองที่ใหญ่และมีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับสามของรัสเซีย รองจากมอสโคว์และเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก ตัวเมืองตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ในเขตไซบีเรียบนฝั่งแม่น้ำ Ob
สถานที่ที่ควรไปชมของโนโวสิบริส์ก ก็มีพิพิธภัณฑ์โนโวสิบริส์กซึ่งติดกับสถานรถใต้ดิน Ploshid Lenina ซึ่งก็คือย่าน Lenin Square ละแวกนี้จะเรียกว่าเป็นศูนย์กลางของแหล่งท่องเที่ยวก็ว่าได้ ด้านหนึ่งคือโรงโอเปร่า ตามข้อมูลบอกว่าเป็นโรงโอเปร่าที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย และกลางคืนจะเปิดไฟงดงามมาก แต่ จขกท. หมดโอกาสไปดูเพราะฝนตก(อีกแล้ว) ด้านหน้าโรงโอเปร่าจะมีรูปปั้นคุณเลนินขนาดใหญ่ ที่ยืนๆ อยู่ด้านข้าง ด้านหลังคุณเลนินน่าจะเป็นผลพวงที่ตกทอดมาจากยุคสหภาพโซเวียตรัสเซีย มองไปทางทิศใต้ของเลนินสแควร์ก็จะเห็น Chapel of St. Nicholas ที่แทบจะตั้งอยู่กลางถนนเลย แล้วไกลไปอีกหลายๆ หน่อยก็จะเจอ Alexandre Nevsky Cathedral มองไปทางซ้ายมือคุณเลนินก็จะเป็นก็จะเป็น The Novosibirsk State Art Museum ถัดไป ก็จะเป็นตึกเบี้ยว (คนละรูปทรงกับตึกเบี้ยวที่ปราก) มองตามสายตาคุณเลนินไปก็จะเห็นสถานีรถไฟโนโวสิบริส์กอยู่ไกลๆ และใกล้สถานีรถไฟก็จะเป็น Cathedral of Ascension เอาเป็นว่าถ้ายังหนุ่มยังสาวเดินไปดูได้หมด แต่ จขกท. อายุมากแล้วขอปั่นจักรยานไปก็แล้วกันว่าแล้วก็ปั่นจักยานออกจากโฮสเต็ลทันทีที่ฝนหยุดตก ออกมาเจอโบส์ถอะไรไม่รู้เห็นชุ่มฉ่ำด้วยน้ำฝนเลยถ่ายรูปเสียหน่อย

แล้วก็ปั่นต่อไปยัง Chapel of St. Nicholas

หันหลังกลับ ถ่ายจากด้านหลัง Chapel of St. Nicholas จะเป็นเกาะกลางถนนที่กว้างมาก

ปั่นมาเกือบสุดถนนก็จะถึง Alexandre Nevsky Cathedral

ภายในงดงามมากแต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป ทั้งเพดานและผนังเต็มไปด้วยภาพวาดแทบจะหาที่ว่างไม่เจอ ภายในด้านหน้าประดับด้วยภาพนักบุญในกรอบทองเหลืองอร่ามจนเต็มผนังเช่นกัน จากนั้นก็ปั่นย้อนกลับมาเพื่อจะถ่ายรูปตึกเบี้ยว The Novosibirsk State Art Museum ตลอดย่านนี้จะมีชื่อเรียกว่า Krasny Prospekt แล้วก็มาถึง Novosibirsk State Opera and Ballet โรงโอเปร่าที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย ช่วงที่จกท. ไปยังไม่เปิดแสดงเลยไม่ได้เขาไปดูความยิ่งใหญ่ภายใน
ตึกเบี้ยวของโนโวสิบริส์ก

The Novosibirsk State Art Museum

Novosibirsk State Opera and Ballet

หน้าโรงโอเปร่าก็เป็นที่สถิตย์ของอดีตผู้ยิ่งใหญ่แห่งรัสเซียคุณเลนิน

ปั่นผ่านสวนสาธารณะข้างโรงโอเปร่าก็มาเจอนักธุระกิจสาวชาวรัสเซีย ถือโอกาสถ่ายรูปไว้หน่อย

จากนั้นก็ปั่นหลงทางไปเรื่อย มาเจอเสานี้ อันนี้ไม่มีข้อมูลอะไรเลย ไม่รู้ว่าเสาอะไร

แล้วก็มาโผล่หน้าสถานีรถไฟ เห็นสถานีรถไฟรัสเซียในแต่ละเมืองแล้ว ดูเหมือนจะแข่งกันเรื่องความสวยงามมากๆ

แล้วก็ต้องหยุดชมเมืองเพียงเท่านี้ เนื่องจากฝนตกต้องรีบปั่นกลับโฮสเต็ลเปียกไปทั้งตัว
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ใช่ครับ สับสนกับเวลามากต้องคอยตรวจสอบ พลาดครั้งหนึ่งที่คาบารอฟส์กจองตั๋วรถไฟผิดวัน ต้องทิ้งห้องพักไปฟรี หนึ่งคืน ๘๐๐ รูเบิ้ล ได้พักแค่ ๒ คืนจากที่จองไว้ ๓ คืนkaka7 เขียน:บริหารเวลาได้สุดยอดมากครับ ถ้าผิดพลาดคงวุ่นวายแน่
ขอบคุณครับseal_lee เขียน:สุดยอดครับ ภาพสวยมากครับ
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ประมาณบ่ายสองเริ่มมีแดด เลยออกไปชมเมืองต่อเพราะมีเวลาแค่วันกว่าๆ คราวนี้ไม่เอาจักรยานไป ย้อนไปถ่ายรูป The Chapel of St. Nicholas เดินมาไม่ถึงห้านาทีท้องฟ้าก็เริ่มมืดอีกแล้ว ถ่ายได้สองรูปก็ต้องมุดลงสถานีรถใต้หลบฝนที่ตกลงมาอีกรอบ
The Chapel of St. Nicholas

ร้านรวงในสถานีรถใต้ดิน


ฝนตกไม่นานก็หยุด ได้เวลาออกมาสูดอากาศภายนอกอีกครั้ง โผล่ออกมาจากสถานีรถใต้ดินก็เดินแบบไร้จุดหมาย จนมาเจอ Cathedral of Ascension (Вознесенский район собор)


โบสถ์นี้สร้างเมื่อปี 1913 (ด้วยไม้) และเกือบตลอดเวลาที่ผ่านมาถือเป็นโบสถ์หลักของโนโวสิบริส์ก ในยุคสหภาพโซเวียตระหว่างปี 1937 – 1944 ได้ถูกดัดแปลงเป็นโรงเก็บเมล็ดธัญญพืช
โบสถ์ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งในช่วง ๓๐ ปีที่ผ่านมา จนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมและเปลี่ยนวัสดุมาเป็นปูนแทน โบสถ์นี้เข้าฟรีครับแต่ภายในห้ามถ่ายรูป อยากบอกว่าภายในอลังการมากพยายามหารูปจากอินเตอร์มาอวดแต่หาไม่ได้(หาได้แต่ก๊อปปี้มาไม่ได้) ต้องไปดูเองที่ลิงค์นี้ครับ
http://www.360cities.net/image/ascension-cathedral-1
และแล้วก็ต้องรีบหนีฝนกลับโฮสเต็ลก่อนที่จะเปียกอีกรอบ
เข้ามาทำอาหารกินที่โฮสเต็ล อิวาน(Ivan) Administrator ก้มานั่งคุยด้วย ถามว่าเดินทางคนเดียวไม่กลัวหรือ รัสเซียอาชญกรเยอะ ก็เล่าว่าตั้งแต่วลาดิวอสต็อกจนถึงโนโวสิบริส์ก ไม่เคยมีปัญหาเลย และคนรัสเซียที่เจอก็มีน้ำใจ ให้ความช่วยเหลือดี ถึงแม้จะสื่อสารกันไม่ค่อยได้ ยกตัวอย่างเมื่อวานที่กำลังหาทางจากสถานีรถไฟมาโฮสเต็ล ก็มีคนรัสเซียเข้ามาสอบถามว่าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ หรืออย่างอันยาน่า(สาวรัสเซียที่ไปถามทางเมื่อคืนวาน) ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ถึงกับเดินพามาส่งถึงโฮสเต็ล กินอาหารเสร็จก็เข้าห้องเก็บของ พรุ่งนี้จะต้องเดินทางต่อไป Yekaterinburg ต่อ
The Chapel of St. Nicholas

ร้านรวงในสถานีรถใต้ดิน


ฝนตกไม่นานก็หยุด ได้เวลาออกมาสูดอากาศภายนอกอีกครั้ง โผล่ออกมาจากสถานีรถใต้ดินก็เดินแบบไร้จุดหมาย จนมาเจอ Cathedral of Ascension (Вознесенский район собор)


โบสถ์นี้สร้างเมื่อปี 1913 (ด้วยไม้) และเกือบตลอดเวลาที่ผ่านมาถือเป็นโบสถ์หลักของโนโวสิบริส์ก ในยุคสหภาพโซเวียตระหว่างปี 1937 – 1944 ได้ถูกดัดแปลงเป็นโรงเก็บเมล็ดธัญญพืช
โบสถ์ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งในช่วง ๓๐ ปีที่ผ่านมา จนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมและเปลี่ยนวัสดุมาเป็นปูนแทน โบสถ์นี้เข้าฟรีครับแต่ภายในห้ามถ่ายรูป อยากบอกว่าภายในอลังการมากพยายามหารูปจากอินเตอร์มาอวดแต่หาไม่ได้(หาได้แต่ก๊อปปี้มาไม่ได้) ต้องไปดูเองที่ลิงค์นี้ครับ
http://www.360cities.net/image/ascension-cathedral-1
และแล้วก็ต้องรีบหนีฝนกลับโฮสเต็ลก่อนที่จะเปียกอีกรอบ
เข้ามาทำอาหารกินที่โฮสเต็ล อิวาน(Ivan) Administrator ก้มานั่งคุยด้วย ถามว่าเดินทางคนเดียวไม่กลัวหรือ รัสเซียอาชญกรเยอะ ก็เล่าว่าตั้งแต่วลาดิวอสต็อกจนถึงโนโวสิบริส์ก ไม่เคยมีปัญหาเลย และคนรัสเซียที่เจอก็มีน้ำใจ ให้ความช่วยเหลือดี ถึงแม้จะสื่อสารกันไม่ค่อยได้ ยกตัวอย่างเมื่อวานที่กำลังหาทางจากสถานีรถไฟมาโฮสเต็ล ก็มีคนรัสเซียเข้ามาสอบถามว่าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ หรืออย่างอันยาน่า(สาวรัสเซียที่ไปถามทางเมื่อคืนวาน) ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ถึงกับเดินพามาส่งถึงโฮสเต็ล กินอาหารเสร็จก็เข้าห้องเก็บของ พรุ่งนี้จะต้องเดินทางต่อไป Yekaterinburg ต่อ
- cheetozz
- สมาชิก
- โพสต์: 95
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มี.ค. 2014, 21:21
- team: ไม่มีครับผม // (^^) //
- Bike: Tsunoda Grand-Prix สับถัง ฉึกๆ ครับ
- ตำแหน่ง: มีนบุรี,กรุงเทพฯ
- ติดต่อ:
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
-
kaka7
- ขาประจำ
- โพสต์: 455
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2013, 10:27
- Tel: 0897004499
- Bike: มือสองญี่ปุ่น ทัวร์ริ่ง
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
ขอบคุณครับ 
- oldhippie
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
- Tel: นั่งทางในเอาครับ
- team: โดดเดี่ยว
- Bike: เมื่อยละเด้อ
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
เยคาเธอรีนเบิร์ก
วันที่ ๓๖ (วันอาทิตย์ที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗)
วันนี้เตรียมตัวเดินทางไปเยคาธอรีนเบิร์ก ต้องนั่งรถไฟอีกเกือบๆ ๒๔ ช.ม. คือออกจากโนโวสิบริส์ก บ่ายโมง สิบห้า ถึงเยคาเธอรีนเบิร์กวันรุ่งขึ้นตอนสิบโมงครึ่ง ตอนเช้าเลยออกไปหาซื้อเสบียง เตรียมเสบียงไปเองสะดวกกว่า ประหยัดกว่า เอาง่ายๆ เช่นไข่ต้ม (ซื้อไข่มาต้มเองที่โฮสเต็ลเองเลย) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มันบดกึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอก เนยแข็ง ขนมปัง ขนมขบคี้ยว น้ำผลไม้ ผลไม้ ฯลฯ เอาเป็นว่าชอบอะไรก็ซื้อไปกินครับ ชา กาแฟ ผู้ดูแลตู้โดยสารมีขายราคาไม่แพง ซื้อเค้าหน่อยก็ดีสร้างไมตรี บางท่านอาจซื้อน้ำดื่มไปด้วยก็ได้ ส่วน จขกท. ซื้อน้ำดื่มไปด้วยบ้างบางทีดื่มน้ำชาแทนครับ
จัดเตรียมเสบียงเสร็จ ก็เช็คเอาท์ ปั่นจักรยานไปสถานีรถไฟ จัดการเปลี่ยนตั๋วแล้วก็รื้อจักรยานใส่กระเป๋าแล้วก็นั่งรอเวลา อยากบอกว่าสถานีรถไฟตามเมืองใหญ่ๆ ผู้คนใช้บริการเยอะมาก คิวซื้อตั๋วยาวและใช้เวลากันคนละอย่างน้อยๆ ๑๐ นาที ทางเลี่ยงอีกทางก็คือ ซื้อจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติแทน สารภาพเลยว่าไม่เคยใช้บริการเหมือนกัน พึ่งป้าขายตั๋วตลอด
อีกด้านหนึ่งของสถานีรถไฟโนโวสิบริส์ก

ประมาณเที่ยงกว่าๆ (เวลามอสโคว์) ทางสถานีก็ประกาศว่าขบวนรถไฟที่จะไปเยคาเธอรีนเบิร์ก จะเข้าเทียบชานชาลาที่สาม ก็จัดการขนสัมภาระทั้งหมดเดินลอดทางรถไฟไปยังชานชาลาโผล่ขึ้นมาจากใต้ดินก็เจอตู้รถไฟที่จะนั่งจอดอยู่ตรงหน้าพอดี โชคดีไม่ต้องเดินไกล พอขึ้นรถได้อันดับแรกก็หาที่เก็บจักรยาน เที่ยวนี้โดนจับเข้าไปไว้ในห้องเก็บของ/เก็บเสบียง เสร็จแล้วจัดการปูที่นอนจะได้นั่งๆ นอนๆ กินอาหารกลางวันแล้วก็ถือโอกาศพักผ่อนสายตาตามประสาคนสูงอายุ
สถานี Barabinsk

แม่ค้าขายปลารมควัน


จากสถานี Barabinsk จะเหลือระยะทางอีก ๓๐๔๐ ก.ม. ก็จะถึงกรุงมอสโคว์ ออกจากโนโวสิบริส์กมาแล้วประมาณ ๓๐๐ ก.ม.
พระอาทิตย์ตกดิน

พระอาทิตย์จะตกดินแล้ว ได้เวลาอาหารเย็นครับมื้อนี้อย่างหรู บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ต้ม ขนมปังป้ายด้วยคอร์นบีฟ และส้มอีกลูกอิ่มครับ อาหารบนรถไฟแพงมากครับคือถ้าไปนั่งกินที่ตู้เสบียงนี่เตรียมไว้เลยครับ ๕๐๐ รูเบิ้ล ถ้าไม่เตรียมเสบียงไปเองและอยากประหยัดก็รอซื้อพวกขนมปัง แป้งทอด ที่พนักงานตู้เสบียงเอามาขาย ซึ่งก็ไม่ได้เดินเร่ขายตลอดเวลา แต่จะมาขายช่วงประมาณสิบเอ็ดโมง กับช่วงห้าโมงเย็น ทางเลือกอีกทางหนึ่งก็คือคอยดูตารางเวลาสถานีไหนรถจอดนานก็ลงไปซื้อจาก Kios ที่ตั้งตามชานชาลาได้ราคาพอรับได้ อย่างแฮมเบอร์เกอร์ตามข้างถนนจะอยู่ประมาณ ๔๐-๖๐ รูเบิ้ล ที่สถานีรถไฟก็ขึ้นเป็น ๘๐-๑๐๐ รูเบิ้ล เพราะฉะนั้นถ้าเตรียมไปเองได้จะประหยัดกว่า
วันที่ ๓๖ (วันอาทิตย์ที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗)
วันนี้เตรียมตัวเดินทางไปเยคาธอรีนเบิร์ก ต้องนั่งรถไฟอีกเกือบๆ ๒๔ ช.ม. คือออกจากโนโวสิบริส์ก บ่ายโมง สิบห้า ถึงเยคาเธอรีนเบิร์กวันรุ่งขึ้นตอนสิบโมงครึ่ง ตอนเช้าเลยออกไปหาซื้อเสบียง เตรียมเสบียงไปเองสะดวกกว่า ประหยัดกว่า เอาง่ายๆ เช่นไข่ต้ม (ซื้อไข่มาต้มเองที่โฮสเต็ลเองเลย) บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มันบดกึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอก เนยแข็ง ขนมปัง ขนมขบคี้ยว น้ำผลไม้ ผลไม้ ฯลฯ เอาเป็นว่าชอบอะไรก็ซื้อไปกินครับ ชา กาแฟ ผู้ดูแลตู้โดยสารมีขายราคาไม่แพง ซื้อเค้าหน่อยก็ดีสร้างไมตรี บางท่านอาจซื้อน้ำดื่มไปด้วยก็ได้ ส่วน จขกท. ซื้อน้ำดื่มไปด้วยบ้างบางทีดื่มน้ำชาแทนครับ
จัดเตรียมเสบียงเสร็จ ก็เช็คเอาท์ ปั่นจักรยานไปสถานีรถไฟ จัดการเปลี่ยนตั๋วแล้วก็รื้อจักรยานใส่กระเป๋าแล้วก็นั่งรอเวลา อยากบอกว่าสถานีรถไฟตามเมืองใหญ่ๆ ผู้คนใช้บริการเยอะมาก คิวซื้อตั๋วยาวและใช้เวลากันคนละอย่างน้อยๆ ๑๐ นาที ทางเลี่ยงอีกทางก็คือ ซื้อจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติแทน สารภาพเลยว่าไม่เคยใช้บริการเหมือนกัน พึ่งป้าขายตั๋วตลอด
อีกด้านหนึ่งของสถานีรถไฟโนโวสิบริส์ก

ประมาณเที่ยงกว่าๆ (เวลามอสโคว์) ทางสถานีก็ประกาศว่าขบวนรถไฟที่จะไปเยคาเธอรีนเบิร์ก จะเข้าเทียบชานชาลาที่สาม ก็จัดการขนสัมภาระทั้งหมดเดินลอดทางรถไฟไปยังชานชาลาโผล่ขึ้นมาจากใต้ดินก็เจอตู้รถไฟที่จะนั่งจอดอยู่ตรงหน้าพอดี โชคดีไม่ต้องเดินไกล พอขึ้นรถได้อันดับแรกก็หาที่เก็บจักรยาน เที่ยวนี้โดนจับเข้าไปไว้ในห้องเก็บของ/เก็บเสบียง เสร็จแล้วจัดการปูที่นอนจะได้นั่งๆ นอนๆ กินอาหารกลางวันแล้วก็ถือโอกาศพักผ่อนสายตาตามประสาคนสูงอายุ
สถานี Barabinsk

แม่ค้าขายปลารมควัน


จากสถานี Barabinsk จะเหลือระยะทางอีก ๓๐๔๐ ก.ม. ก็จะถึงกรุงมอสโคว์ ออกจากโนโวสิบริส์กมาแล้วประมาณ ๓๐๐ ก.ม.
พระอาทิตย์ตกดิน

พระอาทิตย์จะตกดินแล้ว ได้เวลาอาหารเย็นครับมื้อนี้อย่างหรู บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ต้ม ขนมปังป้ายด้วยคอร์นบีฟ และส้มอีกลูกอิ่มครับ อาหารบนรถไฟแพงมากครับคือถ้าไปนั่งกินที่ตู้เสบียงนี่เตรียมไว้เลยครับ ๕๐๐ รูเบิ้ล ถ้าไม่เตรียมเสบียงไปเองและอยากประหยัดก็รอซื้อพวกขนมปัง แป้งทอด ที่พนักงานตู้เสบียงเอามาขาย ซึ่งก็ไม่ได้เดินเร่ขายตลอดเวลา แต่จะมาขายช่วงประมาณสิบเอ็ดโมง กับช่วงห้าโมงเย็น ทางเลือกอีกทางหนึ่งก็คือคอยดูตารางเวลาสถานีไหนรถจอดนานก็ลงไปซื้อจาก Kios ที่ตั้งตามชานชาลาได้ราคาพอรับได้ อย่างแฮมเบอร์เกอร์ตามข้างถนนจะอยู่ประมาณ ๔๐-๖๐ รูเบิ้ล ที่สถานีรถไฟก็ขึ้นเป็น ๘๐-๑๐๐ รูเบิ้ล เพราะฉะนั้นถ้าเตรียมไปเองได้จะประหยัดกว่า
-
kaka7
- ขาประจำ
- โพสต์: 455
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2013, 10:27
- Tel: 0897004499
- Bike: มือสองญี่ปุ่น ทัวร์ริ่ง
Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป
วันที่ 36 ขอบคุณครับ 