......จักรยานธุดงค์..........

ห้องนี้เทียบได้กับ "ห้องนั่งเล่น" ในกระดานเดิมนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:lol: :lol: เราสองคนนั่งรถจากกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ รุ่งเช้าหาร้านเจทานอาหาร เสร็จแล้วก็มาที่ตลาดหารถไปเหมืองปิล็อค ถึงปิล็อคคนรถใจดีอาสารักษาสัมภาระของเราสองคน(แกมีร้านครับ) เพื่อให้เราได้ปั่นตัวเปล่าสบาย ๆ เที่ยวให้ทั่วเหมือง จุดแรกเลยเราต้องหาอะไรเป็นพลังก่อน ก็ไปได้ร้านอาหารที่สามารถทำอาหารมังสวิรัติได้ เมื่อเราทานกันอิ่มแล้วก็เริ่มปั่น จุดแรกคือแนวเขตชายแดนที่ปักธงโบกไสวนั่นแหละครับ ไปเจอฐานทหารพม่ามีขวากกั้นอย่างดี จะถ่ายภาพก็ห้ามถ่าย(น่ารำคาญ) ก็เลยอดได้มานิดหน่อย เรียกว่าหมดอารมณ์พอสมควร ในที่สุดก็เพียงพอกับการขึ้นมาชมเราก็ลงไปเอาสิ่งของบรรทุก แล้วออกเดินทางเพื่อไปพักนอนที่ฐาน ตชด.(ฐานช้างศึก)

กว่าจะขึ้นได้สูงชันมาก ต้องลงเข็นกันครับ เนินนี้สนุกจริง ๆ อยากให้หลาย ๆ คนไปเที่ยวแล้วไปกางเต้นท์กันนะครับ สุดยอดจริง ๆ :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:( :( ลำบากเหลือเกินกับการอัฟโหลดภาพ ไม่นานคงต้องเข้าสู่ระบบพาณิชย์เต็มตัวกันแล้ว ใช้มาตลอดตอนนี้เริ่มจะติดขัดมีปัญหาบ้างแล้ว ต้องทำใจกันครับ
เรามาชมภาพสวย ๆ จากกล้องราคาถูกที่เนินช้างศึกกันครับ :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:) :D เนินช้างศึกทั้งยามเย็นและรุ่งอรุณมีความสวยงามแบบที่ว่าบรรยายไม่ถูกครับ ท่านต้องหาโอกาสไปสัมผัสกันเองแล้วจะรู้ ที่ภาษาพระท่านกล่าวว่า "ปัจจัตตัง" นั่นแหละครับ เช้าวันนั้นมีหลายกลุ่มที่เข้ามาคุยด้วยและขอถ่ายภาพร่วม แต่เราสนใจเด็กหนุ่มคนนี้ครับ ทำงานทนายว่าความทั่วประเทศบ้านอยู่เชียงใหม่ สนใจปั่นจักรยานมาก ๆ สำคัญเป็นลูกชายของลูกน้องเก่าผมด้วย สัญญากันว่าจะไปเจอกันที่เชียงใหม่ และจะขอให้ฝึกทัวร์ริ่งให้ ก็ได้แนะนำเกี่ยวกับ จย.ไปบางส่วนแล้ว เราสองคนต้มกาแฟกินอาหารเช้าเบา ๆ ก่อนที่จะเดินทาง เช้านี้เราต้องปั่นจากเนินช้างศึกไปเข้า อ.ทองผาภูมิเพื่อเดินทางไปยัง อ.สังขละบุรีต่อไปครับ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D อยากจะบอกทุก ๆ ท่านครับที่เนินช้างศึกทั้งตอนเย็น ตอนค่ำ ตอนดึก และตอนเช้า เราจะมีความสุขในใจอย่างยากที่จะบรรยาย มีวัยรุ่นคนหนึ่งน่าชื่นชมครับ เขาพา พ่อ - แม่ ของเขามาชื่นชมกับบรรยายกาศ แกเป็นคนที่ชอบกล้องถ่ายภาพมาก ๆ แต่แกไม่ชอบให้ใครถ่ายภาพแก ผมได้คุยและขอคำแนะนำเกี่ยวกับการภาพถ่าย สุดท้ายเพื่อเป็นที่ระลึกก็ขอภาพถ่ายแกไว้จึงได้รู้ความจริง ผมก็เลยแอบถ่ายครับ ขอให้ท่านสังเกตุจากภาพนะครับ ยามเย็นที่พระอาทิตย์ตกดินจะเห็นภาพแกกับกล้องและช่วงเช้ามืดก่อนแสงทองจะขึ้นขอบฟ้า จะเห็นแกเป็นเงาตะคุ่ม ๆ นั่นละครับเขาละ

เขาอยากให้พ่อ - แม่ เขาได้พักผ่อนการพักผ่อนที่ดีที่สุด เขาบอกว่าที่ ๆ สงบ อากาศบริสุทธิ์ ปราศจากคนพลุกพล่านและมลพิษทั้งทาง แสง สี เสียง เขาบอกว่านั่นล่ะคือสิ่งที่เขาปรารถนา ถามว่าแต่งงานละยัง เขาตอบว่า "ชีวิตของผมมี พ่อกับแม่ ผมอยากดูแลพ่อกับแม่ให้ถึงที่สุด ถ้าผมแต่งงานเวลาที่จะให้พ่อแม่คงน้อยลง" ฟังแล้วประทับใจมากเลยครับ เรียกว่าผมแอบน้ำตาตกในสะอื้นไห้น้อยใจตัวเองขึ้นมาทันทีครับ ทำไม ๆ ๆ บุญ-วาสนาของเราจึงไม่เท่ากับเด็กหนุ่มคนนี้นะ ขออนุโมทนาและขอกราบเด็กคนนี้งาม ๆ สามทีและขออวยพรให้ เธอจงสำเร็จกิจอันสูงส่งของเธอ มีบุญจรง ๆ ครับ

เราสองคนหลังจากที่ชื่นชมกับภาพสวย ๆ ยามเช้าที่เนินช้างศึกจนอิ่มเอม นั่นคือแดดเริ่มร้อน เราก็ได้เวลาอำลาเนินช้างศึก และมีสัญญาใจว่าคงต้องพาทีมของเรากลับมาเยี่ยมที่นี่ใหม่อีกครั้งแน่นอนครับ เราปั่นกันลงเนินช้างศึกขาลงแม้จะไม่เหนื่อยแต่อันตราย บางจุดเราต้องจูงลงอย่าประมาทกันนะครับขอให้ท่องไว้ "ขึ้นเหนื่อย ลงตาย" ปั่นกันจนมาถึงจุดชมวิวที่ ๑ ที่เราผ่านมาและไม่ได้แวะเราก็พากันแวะ ได้พบกับคนนครปฐม เขาเห็นคุณพอดี จย.ของคุณนายเขาทักเลยครับว่า นี่จักรยานประกอบจาก เอ็มเจ ใช่ไหม? และแล้วเขาก็ได้เปิดประเด็นถล่ม ผมครั้งแรกเริ่มไม่พอใจและกำลังจะค้านแต่ธรรมะได้จัดสรร สั่งให้ผมหยุดห้ามพูดแต่ให้ฟัง ผมจึงได้เห็น กิเลส ตัณหา มารยา ของ คนอย่างชนิดที่ไม่เคยประสบ ขอบคุณท่านมากที่มาสอนธรรมให้ผมอีกหนึ่งพะเลอเกวียน ครับ นอกจากจะบริภาษเอ็มเจแล้วท่านยังอาสาเป็นช่างภาพให้เรา จึงมีภาพคู่มาให้ชมด้วยครับ ๕๕


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Deang-sarapee เมื่อ 31 ม.ค. 2015, 12:45, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D M.J.Bike (เอ็มเจไบค์นครปฐม) ผมก็รู้จักกับเอ็มเจมาเมื่อสัก ๔ - ๕ ปี้เอง สาเหตุที่รู้จักเพราะท่าน ผอ.ลือชัย ฯ ผอ.รร.วัดปลวกง่าม อ.เนินมะปราง จว.พิษณุโลก ได้ไปสั่งทำรถแล้วก็นำมาปั่น เกิดประทับใจและเห็นว่าราคาถูก ไหลลื่นดีกว่า จึงได้มีการแนะนำกันต่อ ๆ กันมา คุณนายก็ได้สั่งให้ประกอบให้ใช้และใช้จนถึงทุกวันนี้ (คุณพอดีคันที่เห็นนี่แหละครับ) ส่วนผมนั้นกำลังประกอบยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสและปั่นอย่างแท้จริง แต่ได้เคยไปพักนอนที่ค่าย M.J.มาครั้งหนึ่งแล้ว ผมเกิดความประทับใจในคุณเมธา ฯ ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน ในเรื่องของการช่วยลดขยะโลก ประเด็นที่ ๑ คือคุณเมธา รับเอาจักรยานมือสองจากที่ไหน ๆ แล้วมาคัดเอาที่สวย ๆ ดี ๆ แล้วนำมาประกอบใหม่ให้ใช้ได้อีก ประเด็นที่ ๒ คุณเมธา ยังมีความรู้ความสามารถที่จะแนะนำเพื่อน ๆ นักปั่นทั้งหลาย ถึงวิธีการปั่นและรักษาสุขภาพตลอดตนการซ่อมปรับ จย. นอกจากนี้ประเด็นที่ ๓ คุณเมธา ยังประกอบจักรยานแบบว่าให้ใช้ได้จริง ๆ โดยจะคัดคนใครที่ใส่ใจใครที่ไม่สนใจ ดังนั้นใครที่เห่อไปตามกระแสอย่าสั่งให้เสียเวลา ท่านจะรอเป็นปีก็ยังไม่ได้ครับ เรียกว่าแกไม่ได้เห็นแก่เงิน เป็นการทำธุรกิจที่ยืนอยู่ บนฐานแห่งคุณธรรม ตรงนี้แหละครับที่ทำให้ผมสนใจและได้มีโอกาสใกล้ชิดและเห็นการทำงานของคุณ เมธา ฯ ดังนั้นเรื่องต่าง ๆ ที่คุณเมธา ฯ ถูกใส่ร้ายป้ายสีผมจึงรับฟังไว้เป็นข้อมูล ส่วนจะเชื่อหรือไม่นั้น เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ดังคำโบราณที่กล่าวว่า "ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน" นั่นแหละครับ เพชรดีจะอยู่ในโคลนตมก็เป็นเพชรและมีราคาเหมือนเดิม

:lol: :lol: หลังจากที่ได้รับฟังเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เราก็อำลาจากกันผมกับคุณนายไหลลงสู่ อ.ทองผาภูมิ ส่วนคณะของเขาก็ขึ้นไปเหมืองปิล็อค เขายังทิ้งท้ายว่าคงได้เจอกันอีกที่ อ.สังขละบุรี วันนั้นเรารีบไหลลงเพื่อให้ทันกับรถทัวร์ที่จะเข้า อ.สังชละบุรี ซึ่งก็สามารถทำตามที่ตั้งใจไว้ได้ เรามาทันรถทัวร์เที่ยวบ่าย ๓ โมง มีเวลาหาอาหารมื้อเที่ยงที่ อ.ทองผาภูมิ แต่เลยเวลาเที่ยงบริเวณใกล้ ๆ ท่ารถไม่มีร้านที่จะทำ เจ ให้เราได้ ครั้นจะไปที่ร้านเดิม ก็ปิดแน่นอนเพราะร้านเจหลังเที่ยงไปแล้วมักจะปิดเหมือน ๆ กัน เราจึงได้เพียงขนมปังและน้ำหวานแค่นั้น จาก อ.ทองผาภูมิรถวิ่งไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง อ.สังขละเราจึงฝากท้องไว้ที่สังขละก็แล้วกัน :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:idea: :idea: พฤติกรรมใส่ร้ายป้ายสีคืออะไร? การใส่ร้ายป้ายสี คือ การกระทำที่จ้องทำลายผู้อื่นในทางร้ายด้วยใจอคติ โดยอาจแสดงผ่านการพูด การเขียน หรือการแสดงกิริยาต่างๆ โดยสิ่งที่พูดหรือเขียนหรือแสดงออกไปนั้นมักเป็นสิ่งทีบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง ใส่สีตีไข่ เพื่อทำให้ชื่อเสียงของคนอื่นเสียหาย บางกรณีอาจมุ่งหมายถึงให้พินาศวอดวายไปก็มี

พฤติกรรมของคนที่ชอบใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นคือ ชอบนินทาว่าร้าย ใส่ความ สร้างเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่จริง เพื่อทำลายชื่อเสียงของคนอื่นด้วยความสะใจของตนเอง โดยทำทั้งต่อหน้าและลับหลัง บางคนไม่ได้ใส่ร้ายคนอื่นเพียงแค่คำพูด แต่อาจลามไปถึงการเขียนบัตรสนเท่ห์ เขียนโจมตีทางเว็บไซต์ด้วย

สาเหตุของการเป็นคนที่ชอบใส่ร้าย ได้แก่

1. เคยเป็นคนที่ล้มเหลวมาก่อน คนที่ชอบใส่ร้ายผู้อื่นมักเป็นคนขี้น้อยใจ เพราะรู้สึกว่าตนเองต่ำต้อยกว่าผู้อื่นอยู่เสมอ ด้วยสาเหตุที่เคยล้มเหลวในชีวิตมาก่อน เช่น เคยสอบตกหรือสอบไม่ผ่านมาก่อน เคยไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงาน มีชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลว เมื่อเห็นคนที่ดีกว่าหรือประสบความสำเร็จมากกว่า จึงทำให้รู้สึกเจ็บปวด ทนไม่ได้จนหาทางกลั่นแกล้งใส่ร้ายเพื่อให้คนๆ นั้นล้มเหลวเหมือนอย่างกับที่ตัวเองเคยประสบมา

2. เป็นคนมีปมด้อย ไม่ว่าจะเป็นปมด้อยเรื่องความรู้สึก เช่น ขาดความรักเพราะมาจากครอบครัวที่แตกแยกไม่อบอุ่น พ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน หรืออาจเป็นคนที่มีปมด้อยทางร่างกาย เช่น โดนล้อตั้งแต่เด็กๆว่าอ้วน พูดไม่ชัด ติดอ่าง พิการ ไม่หล่อ ไม่สวย หรือมีปมด้อยทางสติปัญญา เช่น เรียนไม่เก่ง สอบตกๆ หล่นๆ ทำให้เกิดความฝังใจว่าตนเองด้อยกว่าผู้อื่น จึงทำให้เกิดมีนิสัยอิจฉาริษยาชอบใส่ร้ายป้ายสีคนที่ดีกว่าตนเองเพื่อความสะใจอยู่เสมอ

เมื่อรู้ตัวว่าโดนใส่ร้าย ควรจะทำอย่างไร

1. ถ้ามีโอกาสควรชี้แจงความจริง ถ้าเป็นกรณีที่ถูกใส่ร้ายในเรื่องร้ายแรงถึงขั้นทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง เช่น ถูกใส่ร้ายว่าโกงหรือทุจริตในหน้าที่การงานทั้งๆ ที่บริสุทธิ์ ถูกใส่ร้ายว่าเป็นเมียน้อยหรือเป็นชู้ ถ้ามีโอกาสก็ควรหาวิธีชี้แจงความจริงโดยใช้วิธีทางกฎหมายเพื่อป้องกันและยืนยันความบริสุทธิ์ของเรา

2. นิ่งและทำใจ ถ้าเป็นการโดนใส่ร้ายในเรื่องที่ไร้สาระ หรือเป็นกรณีที่ไม่สามารถหาทางแก้ตัวได้ ควรอยู่นิ่งๆ และทำใจวางเฉย ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะทำได้ยากมาก จึงแนะนำว่าถ้าใจไม่สามารถนิ่งได้ควรทำดังนี้

- หาคนระบาย อาจเป็นคนในครอบครัว คนรัก คนที่ไว้ใจ เพื่อนสนิท เพราะถึงแม้คนเหล่านี้อาจจะช่วยแก้ปัญหาให้เราไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็รับฟังและช่วยให้กำลังใจ ปลอบประโลมใจให้เราคลายความเครียดลงไปได้บ้างไม่มากก็น้อย

- พึ่งพาศาสนา วิธีนี้เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยบำบัดให้ใจที่สับสนและเกิดบาดแผลจากการถูกใส่ร้ายดีขึ้นได้ เพราะบทบัญญัติของทุกศาสนานอกจากสอนเราว่าการใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายผิดบาปแล้ว ในขณะเดียวกันก็ยังสอนให้เราให้อภัยคนที่ให้ร้ายต่อเราอีกด้วย

เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนได้มีประสบการณ์จากการถูกใส่ร้ายป้ายสีในระดับที่รุนแรงมากถึงเรื่องที่ไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อยจากคนที่แสดงตนว่ามีธรรมะ ทำให้จิตใจเจ็บปวดบอบช้ำเป็นอย่างมาก กว่าจะทำใจให้นิ่งและสงบได้ก็ต้องเยียวยาจิตใจตัวเองอยู่หลายวันทีเดียว

ดังนั้น จึงอยากจะฝากทุกคนไว้ว่า การใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นนั้น เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ น่าชิงชัง และถือเป็นภัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายที่สามารถทำลายชีวิตและชื่อเสียงของผู้อื่นได้ ทั้งๆ ที่คนที่เราไปใส่ร้ายเขานั้นอาจเป็นคนดี เป็นคนบริสุทธิ์ และถึงอย่างไรก็ตาม อยากให้เราคิดดูเถิดว่าเรามีสิทธิอะไรไปทำร้ายคนอื่น เพราะฉะนั้นใครที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ก็อยากให้หยุดและเลิกเสียเถิด เพราะสุดท้ายสิ่งร้ายที่เราทำไว้จะย้อนกลับมาทำลายตัวเราเองไม่วันใดก็วันหนึ่งอย่างแน่นอน

(โดย ผู้จัดการออนไลน์ 15 ธันวาคม 2557 06:37 น. )


รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

:lol: :lol: ขณะนี้กำลังจะมีการปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรียกว่าขนานใหญ่ ก็สมควรแล้วครับแต่ปัญหาคือปฏิรูปแล้วมันจะดีขึ้นจริงหรือ ??? เรามาเดินทางกันต่อดีกว่านะครับ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนมีอำนาจเขาเล่นกันไป คนกระจอกงอกง่อยก็จงอยู่ในระเบียบวินัยที่เขาขีดให้อยู่ แค่นี้บ้านเมืองก็สงบร่มเย็นแล้วล่ะ

รถทัวร์พาเรามาถึง อ.สังขละบุรี ประมาณสัก ๔ โมงเย็นก่อนที่เราจะขึ้นรถทัวร์ก็ได้โทร ฯ หาคุณมนูญสามีเจ้าของร้านอาหารเจ ในอ.ทองผาภูมิแล้ว เขาจัดให้เราไปพักที่สถานีวิทยุสังขละ เมื่อเราลงรถก็ได้ปั่นกันมุ่งหน้าเข้าสถานีกันเลยเพราะเกรงจะมืด ที่สถานี จนท.ก็คอยพวกเราเขาจัดบ้านพักให้ทั้งหลังปัดกวาดสะอาดสะอ้านมากต้องขอบพระคุณมาก ๆ ครับ ในขณะที่ผมนั่งคุยกับ จนท.สถานีวิทยุ คุณนายก็ถือโอกาสออกไปจ่ายตลาด โดยลูกสาว จนท.อาสาให้ซ้อนมอไซค์ไปส่ง กลับมาถึงก็เร่องประกอบอาหารมื้อเย็นทานกัน ไม่ลืมที่จะสวดมนต์ก่อนนอน รุ่งเช้าเราออกกันแต่เช้ามืดเพื่อไปใส่บาตรที่สะพาน มีคนไปจับจองสถานที่แน่นขนัด


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:idea: :idea: สะพานอุตตมานุสรณ์ (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือที่นิยมเรียกกันว่า สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาว 850 เมตร และเป็นสะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็ง ในประเทศพม่า เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำซองกาเรีย ที่ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

สะพานนี้สร้างขึ้นโดยดำริของ หลวงพ่ออุตตมะ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ในปี พ.ศ. 2529 จนถึง พ.ศ. 2530 โดยใช้แรงงานของชาวมอญ เป็นสะพานไม้ที่ใช้สัญจรไปมาของชาวมอญและชาวไทยที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี

ในวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 เวลา 18.30 น. สะพานอุตตมานุสรณ์ได้พังทลายขาดเป็น 2 ท่อนในช่วงกลางสะพาน ความยาวประมาณ 30 เมตร เนื่องจากเกิดเหตุฝนตกหนักติดต่อกันนานถึง 3 วัน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลเชี่ยวกรากจากทุ่งใหญ่นเรศวร พัดขยะตอไม้ลงสู่แม่น้ำซองกาเลีย ปะทะกับเสาสะพานทำให้เกิดขาดกลาง และเสียหายเพิ่มเป็น 70 เมตร ในเที่ยงของวันต่อมา

หลังจากผ่านไป 1 ปี การซ่อมแซมสะพานแห่งนี้ก็ยังไม่เสร็จ และเกินสัญญาว่าจ้าง 120 วัน เนื่องจากมีปัญหาด้านบริษัทผู้รับเหมาที่มีปัญหาไม่สามารถนำไม้ที่ต้องขนส่งมาจากภาคอีสานมาซ่อมแซมได้ เนื่องจากเกรงว่าจะผิดกฎหมาย

ในที่สุด สะพานอุตตมานุสรณ์ก็ได้รับการสร้างจากทหารช่างจากกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) ค่ายสุรสีห์ ร่วมกับชาวบ้านอำเภอสังขละบุรี ใช้เวลาเพียงแค่ 29 วัน และมีพิธีเปิดใช้อีกครั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นวันครบรอบชาตกาล 104 ปี หลวงพ่ออุตตมะ โดยมีการแสดงแสงสีเสียงด้วย
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:lol: :lol: คืนวันที่ ๒๗ พ.ย.๕๗ เรา ๒ คนพักนอนที่ สวท.สังขละบุรี ตามคำแนะนำของญาติธรรม คุณมนูญ ฯ ซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากเจ้าหน้าที่สถานีวิทยุ ขอกราบขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย เช้าของวันที่ ๒๘ พ.ย.เราตื่นกันแต่ตี ๔ เพื่อทำอาหารเตรียมใส่บาตรที่สะพานอุตตมะ และเตรียมอีกส่วนไว้เป็นอาหารกลางวัน ตามโปรแกรมเราใส่บาตรเสร็จหาอะไรรองท้องนิดหน่อย ก็ได้ข้าวกล่ำของพื้นเมืองอร่อยมากครับ เป็นอาหารเช้า หลังจากที่เดินชมสะพานเสร็จเราก็พากันไปวัดวิเวกการามเพื่อกราบสรีระหลวงพ่ออุตตมะ เรา ๒ คนเคยมากราบท่านสมัยท่านยังมีชีวิตอยู่หนนี้ได้กลับมาอีกครั้งห่างกันนับสิบหรือยี่สิบปีคงได้

วัดวังก์วิเวการาม (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)


วัดวังก์วิเวการาม หรือ วัดหลวงพ่ออุตตมะ เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะ ร่วมกับชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น ในปี พ.ศ. 2496 ที่บ้านวังกะล่าง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ใกล้กับชายแดนไทย-พม่า ห่างจากอำเภอเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 220 กิโลเมตร

ในระยะแรกมีเพียงกุฏิและศาลา มีฐานะเป็นสำนักสงฆ์ แต่ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า วัดหลวงพ่ออุตตมะ ตั้งอยู่บนเนินสูงในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำ 3 สาย คือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ แม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน ในปี พ.ศ. 2505 ได้รับอนุญาตจากกรมการศาสนาให้ใช้ชื่อว่า วัดวังก์วิเวการาม ซึ่งตั้งตามชื่ออำเภอเดิม คืออำเภอวังกะ-สังขละบุรี ซึ่งต่อมาถูกยุบเป็นกิ่งอำเภอ ก่อนที่จะยกฐานะเป็น อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีในปี พ.ศ. 2508

วัดวังก์วิเวการาม ก่อสร้างด้วยศิลปะแบบพม่า มีพระพุทธรูปหินอ่อน และ งาช้างแมมมอธ มีเจดีย์พุทธคยาจำลอง สร้างจำลองแบบจาก เจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย โดยเริ่มก่อสร้าง พ.ศ. 2518 แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2529 สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ยาวประมาณ 900 เมตร

เมื่อ พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งเมื่อกักเก็บน้ำแล้ว น้ำในเขื่อนเขาแหลมจะท่วมตัวอำเภอเก่ารวมทั้งบริเวณหมู่บ้านชาวมอญทั้งหมด ทางวัดจึงได้ย้ายมาอยู่บนเนินเขาในที่ปัจจุบัน หลวงพ่ออุตตมะได้จัดสรรที่ดินของวัดวังก์วิเวการามให้ชาวบ้านครอบครัวละ 30 ตารางวา ปัจจุบันหมู่บ้านชาวมอญมีพื้นที่ราว 1,000 ไร่เศษ มีผู้อาศัยราว 1,000 หลังคาเรือน ชาวบ้านเกือบทั้งหมดจัดเป็นผู้พลัดถิ่นสัญชาติพม่าซึ่งไม่มีบัตรประชาชน หาเลี้ยงชีพโดยการปลูกพืชผักสวนครัวตามชายน้ำ ทำประมงชายฝั่ง คนหนุ่มสาวส่วนหนึ่งนิยมเป็นลูกจ้างในโรงงานเย็บเสื้อที่อยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้าน

ส่วนบริเวณวัดหลวงพ่ออุตตมะเดิม ปัจจุบันพระอุโบสถหลังเก่าจมอยู่ใต้น้ำ และมีชื่อเสียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen Thailand เป็นที่รู้จักในชื่อว่า วัดใต้น้ำ สังขละบุรี[1]


:) :D จบจากการเยี่ยมชมวัดของหลวงพ่อเราย้อนกลับมา และเจอเข้ากับขนมจีนน้ำยาหยวก แม่ค้าสวยอีกต่างหาก เราเลยขอชิมซะคนละถ้วยเรียกว่าอิ่มกันครับ ต่อจากนั้นย้อนกลับเข้าตลาดผ่านมาทางสะพานอีกครั้งคราวนี้คน(นักท่องเที่ยว) เริ่มน้อยเราจึงได้ปั่นบนสะพานสนุกมากครับสะพานยาวพอได้ความรู้สึกครับ เข้าถึงตลาดโชคดีเราเจอรถประจำทางว่างมาก เราจึงอาศัยไปจนถึงด่านเจดีย์สามองค์เป็นการร่นระยะทางการท่องเที่ยวได้ ขากลับเราปั่นกลับเรียกว่าประหยัดเวลาครับ :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:o :roll: ช่วงปั่นกลับเป็นทางไหลลงซะส่วนมากทำเวลาได้ แล้วเราก็สนุกกับการได้ชมธรรมชาติแวะทานข้าวทานอาหารกลางวันริมน้ำสวยเรียกว่ามีความสุขมาก คุ้มค่าคุ้มราคากับการเดินทางครับ ตามไปนะครับ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:idea: :idea: ด่านเจดีย์สามองค์ (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

ด่านเจดีย์สามองค์ (พม่า: ဘုရားသုံးဆူ တောင်ကြားလမ်း) เป็นช่องเขาในทิวเขาตะนาวศรี ตั้งอยู่บนพรมแดนประเทศไทยและประเทศพม่า มีความสูง 282 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ช่องเขาดังกล่าวเชื่อมอำเภอสังขละบุรี ทางตอนเหนือของจังหวัดกาญจนบุรี กับอำเภอพะยาตองซู ทางตอนใต้ของรัฐกะเหรี่ยง

ช่องเขานี้ได้เคยเป็นเส้นทางสัญจรทางบกเข้าสู่ทางตะวันตกของประเทศไทยมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาล และเชื่อกันว่าเป็นจุดที่พระสงฆ์ชาวอินเดียซึ่งเดินทางมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศไทยเข้าสู่ประเทศในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 3 ระหว่างอาณาจักรอยุธยา (คริสต์ศตวรรษที่ 14-18) ช่องเขาดังกล่าวเป็นเส้นทางรุกรานหลักสำหรับชาวพม่า โดยมีบางครั้งที่กองทัพอยุธยาได้ใช้เป็นเส้นทางรุกรานพม่าเช่นกัน สงครามระหว่างอยุธยากับพม่าครั้งแรก คือ สงครามพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ ช่องเขาดังกล่าวได้ชื่อตามกองเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ ซึ่งอาจถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายสมัยอยุธยาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ ปัจจุบัน ด่านเจดีย์สามองค์ตั้งอยู่บนพรมแดนไทย บางส่วนของพรมแดนไทย-พม่ายังมีกรณีพิพาทมาจนถึงปัจจุบัน

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นได้สร้างทางรถไฟสายมรณะผ่านช่องเขาแห่งนี้ จึงมีอนุสรณ์รำลึกถึงเชลยศึกชาวออสเตรเลียหลายพันคน (โดยมีชาติสัมพันธมิตรและพลเรือนเอเชียจำนวนหนึ่ง) เสียชีวิตเนื่องจากใช้งานหนักในการก่อสร้างทางรถไฟ

พื้นที่แห่งนี้เป็นที่อยู่ของชาวเขาหลายเผ่า รวมไปถึงกะเหรี่ยงและมอญ ผู้ซึ่งไม่ได้รับหรือไม่ต้องการได้รับสัญชาติพลเมืองจากทั้งไทยและพม่า กองทัพแบ่งแยกดินแดนพยายามที่จะยึดครองช่องเขานี้จากพม่า โดยชาวมอญได้ควบคุมช่องเขามาจนกระทั่ง ค.ศ. 1990 แต่ในปัจจุบัน กองทัพพม่าได้เข้าควบคุมช่องเขานี้อีกครั้งหนึ่ง


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D เราสองคนปล่อยให้จักรยานพาเราไหลลงสู่สังขละบุรี จวบจนมาถึงบริเวณที่พักริมทางเป็น จุดสำหรับเล่นน้ำเรียกว่าา น้ำซองกาเรียเห็นเป็นบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบายเราจึงถือโอกาสแวะพักสูดอากาศพร้อมทานมื้อเที่ยงไปด้วย เป็นความสุขมาก ๆ หาได้ยากครับในบรรยากาศแบบวันนั้น จริง ๆ ครับ เราทานอาหารเสร็จพักผ่อนชื่นชมธรรมชาติจนได้เวลาก็ออกเดินทางมุ่งกลับที่พัก ที่สังขละบุรี ขากลับเราเข้าแวะเยี่ยมนักปั่นซึ่งได้รับคำบอกจากท่าน มนูญ ให้ไปเยี่ยมแวะคุยให้ได้ท่านมีร้านจักรยานด้วย ผมเลยถือโอกาสให้ปะยางที่รั่วให้ปรากฏท่านไม่คิดเงินครับ เราอยู่คุยกับท่านและได้รับคำแนะนำดี ๆ หลายเรื่อง สุดท้ายก่อนจากท่านอาสาจะส่งเราให้พ้นดอยของสังขละช่วงเช้าวันรุ่งขึ้นที่เราจะปั่นกลับจากสังขละไป อ.ทองผาภูมิ

เราปั่นกลับอาศัยเส้นทางตลาดเข้าไปทางสะพานอีกครั้งคราวนี้สะพานไม่มีคน เราเลยได้ปั่นแบบสบาย ๆ บนสะพานเรียกว่า อิ่มอกอิ่มใจมาก ๆ ครับเราขึ้นด้านหลังสถานีวิทยุ โอ้..โฮ ทางมหาชันแล้วก็แคบ เรียกว่าต้องจูงกันครับทั้ง ๆ ที่ไม่มีสัมภาระอะไร ชันจริง ๆ ครับ ใครแน่ไปทดลองกันนะครับ ๕๕ ถึงสถานีเราชำระร่างกายและทำอาหารมื้อเย็น เย็นวันนั้นหนูน้อยใจดีที่พาคุณนายซ้อมมอไซค์ไปจ่ายตลาดในวันที่มาถึงวันแรก ได้พาน้องชายมาเยี่ยมพร้อมอาสาจะพาคุณป้าไปจ่ายตลาดอีก เราขอบใจเพราะซื้อหามาด้วยแล้ว เย็นวันนั้นคุณป้าให้รางวัลน้ำใจงามกับหนูน้อยไปคนละ ๑๐๐ บาทไปซื้อขนมกินที่โรงเรียน ครั้งแรกน้องหนูไม่ยอมรับ เราต้องอธิบายให้ทราบเป็นความตั้งใจของป้าและลุงนะ ถึงยอมรับ(สุดยอดจริง ๆ น่ารักครับ) :) :D


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:) :D ผมไม่ลืมที่จะไปขอบคุณเจ้าหน้าที่ในเย็นวันนั้นด้วย เนื่องจากเช้าวันที่ ๒๙ พ.ย.๕๗ เราจะอำลาแต่เช้ามืด เจ้าหน้าที่ได้มอบหนังสือท่องเที่ยวสังขละให้เล่มหนึ่งเพื่อประกอบการเขียนหนังสือของผม ต้องขอขอบพระคุณมากครับ คืนนั้นเราสวดมนต์และนั่งภาวนากัน ๒ คนก่อนนอน รุ่งเช้าตี ๔ คุณนายประกอบอาหารและเตรียมใส่บาตรพร้อมทำไว้สำหรับกลางวันด้วย ตี ๕ กว่า ๆ เราก็ออกจากสถานีวิทยุ เดินทางมุ่งสู่ อ.ทองผาภูมิ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:idea: :idea: ความมีน้ำใจ

การอยู่ร่วมกันในสังคม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีน้ำใจไมตรีที่ดีต่อกัน จึงจะอยู่กันได้อย่างสันติสุขความมีน้ำใจเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ โดยไม่ต้องใช้เงินทองมากมายเพียงแต่แสดงความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ โดยการช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เป็นการแสดงน้ำใจได้ เช่นการพาเด็กหรือผู้สูงอายุข้ามถนน หรือการสละที่นั่งบนรถโดยสารให้หญิงมีครรภ์ เป็นต้น ก็นับว่าเป็นการแสดงน้ำใจการแสดงความมีน้ำใจจึงไม่ใช่วัดกันด้วยเงิน บางคนมีเงินมากอาจแล้งน้ำใจก็ได้ บางคนเป็นเศรษฐีแต่ตระหนี่ถี่เหนี่ยว ไม่ยอมสละเงินโดยไม่รับผลประโยชน์ตอบแทน

ความมีน้ำใจนั้น ตรงกันข้ามกับความเห็นแก่ตัวมักจะคิดแต่ประโยชน์ส่วนตัวมาก่อน และความมีน้ำใจตรงกันข้ามกับความอิจฉาริษยา คนที่อิจฉาริษยาคนอื่นย่อมปรารถนาที่จะเห็นความวิบัติของผู้ที่ได้ดีกว่า แต่คนมีน้ำใจนั้นเมื่อเห็นคนอื่นดีกว่า จะมีมุทิตาจิต แสดงความยินดีด้วยอย่างจริงใจผู้มีน้ำใจนั้นเมื่อเห็นคนอื่นได้ดีกว่า จะมีมุทิตาจิตแสดงความยินดีด้วยความจริงใจ ผู้มีน้ำใจจะนึกถึงผู้อื่น และจะพยายามช่วยผู้อื่นที่ด้อยโอกาสกว่า ผู้มีน้ำใจจึงเป็นที่รักและต้องการของคนเราอาจฝึกฝนตนเองให้เป็นคนมีน้ำใจได้ ดังนี้

1. จงเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดถึงหัวอกของคนอื่น และแสดงต่อผู้อื่นเหมือนที่เราต้องการให้คนอื่นแสดงต่อเรา จงทำดีต่อคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ไม่ว่าความดีนั้นจะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยหรือสิ่งยิ่งใหญ่ก็ตาม

2. จงเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ

3. จงแสดงน้ำใจ กับคนรอบข้าง เช่น เมื่อเวลาไปเที่ยวในที่ไกลหรือใกล้ก็ตามควรมีค่าของฝากมาถึงคนที่เรารู้จักและญาติมิตรของเรา อันเป็นการแสดงความมีน้ำใจต่อกัน ไม่จำเป็นจะต้องใช้เงินมากมาย

4. จงเสียสละ กำลังทรัพย์ สติปัญญา กำลังกาย และเวลาให้แก่ผู้เดือดร้อนที่ต้องการพึ่งพาอาศัยเราโดยเป็นการกระทำที่ไม่หวังผลตอบแทน

5. จงมีนิสัย เอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อเพื่อนบ้าน เช่นไปร่วมงานพิธีต่าง ๆ เช่น งานแต่งงาน งานศพ หรืองานอื่น ๆ

6. จงให้ ความรักแก่คนอื่น ๆ และให้ความร่วมมือเมื่อเขาขอร้องหรือรู้ว่าเขากำลังลำบากต้องการความช่วยเหลือ

การฝึกฝนตนเองให้เป็นคนมีน้ำใจ นอกจากจะทำให้เราจิตใจที่ดีงามเบิกบานแจ่มใส ผิวพรรณผ่องใสใบหน้าอิ่มเอิบแล้ว ยังทำให้มิตรสหายมาก ใครก็อยากคบหาสมาคมด้วย เพราะความมีน้ำใจแสดงถึงความมีเมตตา กรุณา ต่อเพื่อนมนุษย์ และความเมตตานี้เองจะเป็นกำแพงป้องกันภัยให้เราได้ ลองนำไปปฏิบัติดูนะคะ แล้วชีวิตจะพบแต่ความสุขนิรันดร์ ( แหล่งที่มา : บทความสุขภาพจิต โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ โดย ศิริจันทร์ สุขใจ พยาบาลวิชาชีพ )


:o :roll: วันที่เราเดินทางกลับไปยังทองผาภูมิเราถือได้ว่าโชคดีที่สุด เจอเข้ากับพระที่ปฏิบัติตนแบบธุดงค์(ขัดเกลากิเลส) อย่างแท้จริงผมได้จอด จย.สนทนาธรรมกับท่าน ท่านเมตตาให้ธรรมะเป็นธรรมะที่ประทับผมมากเลย ตามไปครับ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D เราปั่นออกจากตัวสังขละบุรีท่ามกลางหมอกที่ลงมาแบบหนาตาพอสมควร อากาศจึงค่อนไปทางเย็น ๆ ก็เรียกว่าบรรยากาศได้ใจประมาณนั้น เมื่อปั่นออกจากตัวเมืองไปนิดหน่อยผมเห็นข้างทางขวามือตรงป่าละเมาะมีศาลา เห็นมีพระองค์หนึ่งกำลังปลดเปลื้องผ้าและนั่งลงเตรียมฉันอาหาร ท่านมาองค์เดียวแต่เป็นช่วงที่ท่านกำลังจะฉันผมก็เลยแอบเก็บภาพของท่านและไม่ได้เข้าไปใกล้ ๆ ใช้ซูมเอาครับ ท่านก็รู้นะว่าเราแอบถ่ายภาพท่าน

ปั่นไปเรื่อย ๆ ขึ้นเขาสูงพอสมควรได้เหงื่อครับ แวะข้างทางซื้อหาน้ำบ้าง เราปั่นกันจนถึงถ้ำสุโข ผมคุ้น ๆ หูจึงแวะเข้าไปเยี่ยมชม เจอเข้ากับคนที่อยู่ปฏิบัติดูแลสำนัก คุยดีครับแต่ไปทางอิทธฺฤทธิ์ ผมเลยเฉย ๆ เพราะถือเป็นเรื่องไร้สาระครับ เพราะมันไม่ใช่ทางหลุดพ้น มันทำให้หลงงมงาย เวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จบรู้สิ้น พระพุทธองค์ทรงห้ามนักห้ามหนาพระถ้าทำท่านปรับอาบัตฺกันเลยทีเดียว แต่เชื่อไหมสิ่งใดที่ห้าม ๆ กัน คนกลับหันไปนิยมชมชอบ

ออกจากสถานถ้ำเราปั่นกันไปเรื่อย ๆ ผมเห็นพระองค์หนึ่งท่านเดินเร็วมากและเดินแบบสำรวมจริง ๆ ผมสังเกตุดูอาจจะด้วยความที่เราปฏิบัติตัวของเรามาตลอด มีญานสักอย่างบอกให้เราทราบว่าพระองค์นี้ไม่ธรรมดา ผมจึงจอด จย.ของผม(ดักหน้าท่าน) พอท่านเดินมาถึงผมจึงขอโอกาสถวายน้ำ เชื่อไหมท่านไม่รับ ท่านบอก "อาตมามีแล้วโยมเอาไว้กินเถอะ" ผมงี้...สะอึกเลยครับ ผมจึงขอโอกาสสนทนากับท่านท่านเล่าว่า

"อาตมามาเดินเพื่อขัดเกลากิเลสของตนเอง ปีหนึ่งอาตมาจะเดินหนึ่งหน ปีนี้ขอโอกาสญาติโยมเขามาเดินจากด่านเจดีย์สามองค์ กลับสุโขทัย" ผมจึงทราบว่าท่านมีวัดอยู่ที่สุโขทัย ขอทราบชื่อท่านและชื่อวัด ท่านบอก "อย่ารู้เลยโยม" โอ.....อะไรนี่ :o :o :roll:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: ธุดงค์ (มค. ธุต = กำจัด, ขัดเกลา + องฺค) น. องค์แห่งการ ขัดเกลา หมายถึง ข้อปฏิบัติเพื่อกำจัดกิเลส (ศน.) ธรรมในพระพุทธศาสนาล้วนแต่เป็นอุบายขับไล่กิเลสทั้งสิ้น ธุดงค์จึง คือ วัตร หรือแนวทางการปฏิบัติจำนวน ๑๓ ข้อ ที่พระพุทธเจ้าอนุญาตไว้ให้แก่พระสงฆ์สำหรับเลือกนำไปปฏิบัติ เพื่อมุ่งให้เป็นแนวปฏิบัติเพิ่มเติมของพระสงฆ์ที่ตั้งใจสมาทานความเพียรเพื่อมุ่งขัดเกลาทางจิตเพื่อกำจัดกิเลส โดยธุดงค์นี้เป็นเพียงวัตร หรือแนวทางการประพฤติ ที่ไม่ใช่ศีลของพระสงฆ์ พระสงฆ์จึงเลือกปฏิบัติหรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ และการปฏิบัติธุดงค์ ไม่ได้จำกัดเฉพาะพระสงฆ์เท่านั้น

ปัจจุบัน ชาวไทยพุทธ มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับธุดงค์อยู่มาก โดยเข้าใจกันว่า การธุดงค์ คือ การที่พระสงฆ์ห่มจีวรสีเศร้าหมอง สะพายบาตร แบกกลด แล้วเดินจาริกไปในสถานที่ต่างๆ ค่ำที่ไหนก็ปักกลดนอนที่นั่น ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเช่นนี้ เนื่องจากคนไทยเอาเรื่องการจาริก คือ การท่องออกไปเพื่อโปรดสัตว์ผสมกับธุดงค์ คือ การปฏิบัติขัดเกลากิเลสเพื่อความมักน้อย สันโดษจนแยกออกจากกันไม่ได้ ระหว่างการจาริกกับธุดงควัตร

การจาริกสมัยพุทธกาล คือ การที่พระสงฆ์เดินทางท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ เพื่ออนุเคราะห์สัตว์โลก เพื่อประโยชน์สุขแก่ชนเป็นอันมาก ค่ำที่ไหนก็ปักกลดนอนที่นั่น เป็นการจาริกตามปกติของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา มีจุดประสงค์หลักเพื่อโปรดสัตว์ ดังพุทธดำรัสในการส่งพระสาวกรุ่นแรกไปประกาศสัจธรรมว่า

"ภิกษุทั้ง หลาย พวกเธอทั้งหลายจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก อย่าไปทางเดียวกันสองรูป พวกเธอจงแสดงธรรมให้งดงามในเบื้องต้น จงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถะพร้อมทั้งพยัญชนะบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้น เชิง"

แต่การจาริกเช่นนี้ ต้องมีกำหนดระยะเวลา พระพุทธองค์ทรงอนุญาตเฉพาะ ๘ เดือน นอกฤดูฝนเท่านั้นนะ ถ้ากว่านั้น "ถือว่า...ผิด" :lol: :lol:


:lol: :lol: ก่อนที่จะยลโฉมของพระท่าน ผมขออนุญาตสักเรื่องช่วงนี้กำลังฮอตฮิตกันครับ เพื่อน ๆ เขาส่งทาง Line ส่งมากันมากเหลือเกินจนอดไม่ไหว ที่จะขอคุยด้วยคน คงแปลกใจละซีนะ ว่าเรื่องอะไรอีกวะ(๕๕๕) ก็เรื่องการธุดงค์ในเมืองนับพันรูป เพื่อน ๆ ผมมันส่งไลน์มาแซวผมเล่นอะครับ ผมพิจารณาแล้วไม่วิพากษ์วิจารณ์อะไรแต่เอาภาพที่เขาวิจารณ์แล้วมาถ่ายทอดให้พิจารณาก่อน เริ่มที่กวีสมัครเล่นนะ :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


6 ก.พ.58 ผู้ใช้นามว่า พี่คนดี กวีสมัครเล่น นักแต่งกลอนเสียดสีสังคมที่โด่งดังในสังคมออนไลน์ โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัว P.khondee ( พี่คนดี กวีสมัครเล่น) แสดงความคิดเห็นกรณี 'วัดดัง' ที่มีคนออกมาโต้แย้งว่า หาก 'ไม่ดี' แล้ว เหตุใด จึงมีคนศรัทธาเพิ่มขึ้นมหาศาลทั้งในและต่างประเทศ โดยพี่คนดีฯ ให้เหตุผลว่า การเอา 'ความอยู่รอด' มาอ้างนั้น เป็นคนละประเด็น และ'ความอยู่รอด' ก็ไม่ได้เป็นเครื่องตัดสินว่า สิ่งไหนดีกว่า สิ่งไหนแย่กว่า พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมา การวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องใดๆ รวมถึงกรณี 'วัดดัง' นั้น ก็ในฐานะพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง ล้วนแล้วแต่เป็นความสุจริตใจตามที่รู้ที่เห็น ไม่ได้แอบแฝงด้วยการเมืองหรือเรื่องความเกลียดชังส่วนตัวแต่อย่างใด

นอกจากนี้ พี่คนดีฯ ยังได้แต่งกลอน ถึง'วัดดัง'ทิ้งท้าย ไว้อีกด้วย พี่คนดี กวีสมัครเล่น โพสต์ข้อความไว้ ดังนี้

มีผู้สนับสนุนบริษัททำการตลาดบุญบริษัทหนึ่งมาถามผมว่า "ถ้าฉลาดลองเอาปัญญาอันน้อยนิดคิดพิจารณาดูนะครับว่า ถ้ามันเสื่อมจริงทำไมถึงอยู่รอดมาได้ทุกวันนี้ คนศรัทธาก็เพิ่มขึ้นมหาศาลทั้งในและต่างประเทศ" ผมคงแต่ตอบได้ว่า ศาสนาพราหมณ์ ก็อยู่รอดมาถึงทุกวันนี้

ผมไม่ได้ว่าศาสนาพราหมณ์ไม่ดี แต่จะบอกว่าการเอา "ความอยู่รอด"มาอ้างมันคนเป็นคนประเด็น ศาสนาพราหมณ์ในอินเดียก็เฟื่องฟู แต่ทำไมศาสนาพุทธในอินเดียจึงเสื่อม เสื่อมไปนานแล้ว และคงไม่สามารถกลับมาได้อีกทั้งๆที่เป็นต้นกำเนิดแท้ๆ ศาสนาพุทธไม่รอดในอินเดีย แสดงว่าดีน้อยกว่าศาสนาพราหมณ์หรือไม่ ถ้าสิ่งที่ท่านนับถือบูชา อยู่รอดเฟื่องฟู แต่มันมีผลกระทบเชิงรุกต่อศาสนาพุทธ พุทธศาสนิกชนทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์มิใช่หรือ? แก๊งก่อการร้าย ที่อ้างศาสนาอิสลามก็อยู่รอดมาถึงทุกวันนี้เหมือนกัน ในขณะที่ศาสนาอิสลามก็พลอยถูกตำหนิจากคนที่ไม่เข้าใจซึ่งนานเข้าก็อาจจะพลอยให้เสื่อมลงไปด้วย คนมุสลิมเองก็ต้องมีสิทธิ์จะวิจารณ์พวกที่อ้างพระเจ้ามาทำร้ายคนเช่นกัน
เรื่องที่บางบริษัทเขาจะเสื่อมมันไม่ง่ายหรอก คนที่มีเงินทุนมากมายขนาดนั้นเขาไม่มีเสื่อมหรอกครับ ยิ่งจะเจริญขึ้นทุกวันตอนนี้มีใครตอบได้ว่าทรัพย์สินอยู่หลักไหนแล้ว ตอนที่จับได้ว่าเอาทรัพย์ไปใส่ชื่อตนเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ตอนนั้นก็เป็นระดับร้อยล้านแล้ว มันเป็นเรื่องที่แสนจะปกติที่พอใครมีทรัพย์มากทำอะไรมันก็ไม่ค่อยผิด และมีคนนับหน้าถือตามากมาย

การเอาพระต่างประเทศมายืนยันความถูกต้องสิ่งที่เกิดในไทยมันก็พอๆกันกับเรื่องเอาอเมริกามายืนยันความถูกต้องของประชาธิปไตยแบบแดงๆนั่นแหละ เขามาเป็นอาคันตุกะแป๊บเดียวจะมารู้มาเห็นอะไรอย่างที่เราเห็น จริงๆบริษัทนี้เขาก็ค่อนข้างทำให้เราเห็นแล้วว่า เขาต้องการทำอะไรที่ต่างไปนะครับ สังเกตบ้างหรือเปล่า สิ่งปลูกสร้างหน้าตาแปลกๆ พระพุทธรูป การครองจีวร ก็ถูกออกแบบให้ต่างไปทั้งนั้น ชนิดที่ว่ามองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของพวกเขา แต่ที่เขาจำเป็นต้องอ้างอิงบางอย่างจากพุทธ เพราะมันจำเป็นต่อการหาลูกค้าของเขา

ผมไม่ได้ฉลาดล้ำเลิศหรอกครับ สติปัญญาอยู่ในระดับเฉลี่ยปกติทั่วไป ผมคิดได้แค่นี้เอง อาจจะผิดหรือจะถูกท่านก็พิจารณาเอง แต่ขอยืนยันว่าการออกความเห็นเป็นความสุจริตใจตามหลักฐานที่เห็น ไม่ได้แอบแฝงด้วยการเมืองหรือเรื่องความเกลียดชังส่วนตน และ ไม่น่าจะถือเป็นการบริภาษด้วย เพราะไม่เคยได้ไปด่าใครหยาบๆคายๆแบบไม่มีเหตุผล ไม่ไปด่าใครไอ้เอี้ย ไอ้สัสเอาดื้อๆ ถ้าคนที่เป็นศิษย์ของเขายังมีความกังวลในสิ่งที่ผมบ่นในระดับเล็กๆ ในเฟซผมเองว่าจะไปกระทบกับความนิยมของสิ่งที่เขาศรัทธา แล้วผมในฐานะชาวพุทธ ผมไม่มีสิทธิ์บ่นหรือครับ ผมไม่มีสิทธิ์กังวลหรือครับว่า ที่สิ่งที่พวกเขาศรัทธากำลังทำให้ศาสนาพุทธเสื่อมในระดับชาติ หรือทิ้งนานไว้อาจเป็นระดับโลกทีเดียว

เขาปกป้องความเชื่อของเขา ผมก็ปกป้องความเชื่อของผม ผมทำหน้าที่ของผมในพื้นที่ของผม ไม่เคยเข้าไปเหยียดหยามใครในพื้นที่ของใคร ก็หวังว่า ใครอย่าได้เข้ามารบกวนและเหยียดหยามผมในพื้นที่ของผมเลยนะครับ


รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: ผมเข้าไปค้นอ่านและบวกจากประสบการณ์ของผม แต่นานมาแล้วเคยคิดที่จะไปปักกรดร่วมปฏิบัติธรรมกับกลุ่มของเขา แต่ถูกปฏิเสธต้องให้ซื้อกรดที่เขาทำมาให้ โดยอ้างว่าอยากให้เป็นรูปแบบเหมือน ๆ กัน กรดเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วราคา ๔๕๐ บาทเกือบเท่าเงินเดือน ๆ หนึ่งของคนบางคน ผมจึงคิดว่าสำนักนี้มันหาเงินชัด ๆ นับแต่บัดนั้นมาผมไม่เคยเสวนากับกลุ่มนี้อีกเลย ไม่นานกลุ่มนี้ก็มีเรื่องกับชาวบ้านแถว ๆ ปทุมเรื่องที่ดินไปกว้านซื้อเขาไม่ขายก็ข่มขู่มีเรื่องมีราว และอีกไม่นานก็มีเรื่องฉาวโฉ่มาเป็นระยะ ๆ ที่สำคัญมากเพื่อนผมก็หลงไปอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ไอ้เจ้านี่เป็นหมอมันก็พยายามมาดึงผมให้เข้าไปร่วมด้วย อีกคนเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัยดัง ก็มาดึงผมให้ไปร่วม นานเข้า ๆ ผมไม่ไปร่วมด้วยสักทีก็โกรธผมจนทุกวันนี้ ก็แปลกใจสอนกันอย่างไร :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: พิจารณาโดยแยบคายนะครับ แล้วท่านก็ตัดสินใจเอาเอง ทำบุญแบบการตลาดเจ้าสำนักเขารวยเอา ๆ คนทำก็จนลง ๆ พระแถว ๆ เชียงใหม่หลาย ๆ วัดชอบนักกับ ธรรมกายเพราะเวลาเขาจัดงานทีเขามานิมนต์ขอความร่วมมือ เขาเอาเงินมาให้พระเป็นหมื่น ๆ นะครับ(อย่าเถียงผมนะ มีหลักฐานครับ) แล้วให้พระจัดญาติโยมไปร่วมพระก็แจกเงินซีครับ แบบนี้ไม่เรียกการตลาดแล้วจะเรียกว่าอะไร พระเชียงใหม่หลาย ๆ วัดเสียคนไป(พระ) หลายคน/องค์มากเลย ทีนี้เรามาชมพระธุดงค์ที่ผมเอ่ยถึงกัน

ถวายน้ำก็ไม่รับ ถวายปัจจัยซ้ำร้าย ท่านกลับสอนอีกว่า "เงินคืออสรพิษ" เหมือนที่หลวงพ่อเกษม เขมโก แห่งสำนักสุสานไตรลักษ์ลำปาง เคยสอนผมไว้ไม่มีผิด สุดท้ายผมก็ขอให้ท่านรับน้ำของผมหนึ่งขวด เพื่อให้ผมได้บุญ ท่านรับแล้วท่านก็ค้นในย่ามมีรูปท่านอัดพลาสติกเหลือใบหนึ่งท่านก็มอบให้ผม เป็นที่ระลึก อีกหน่อยเราอาจเจอกันอีกท่านว่าของท่าน ผมรู้สึกขนลุก ดีใจ ไม่ผิดหวังเลยที่ผมดักรอกราบท่าน ปกติผมเห็นพระเดิน ๆ ผมไม่ค่อย "อิน" เท่าไร แต่องค์นี้แปลก นับเป็นโชควาสนาของผมครับ ที่จะได้พบพระผู้ประเสริฐอย่างแท้จริง ทำให้ผมมีกำลังใจมากขึ้นอีก โลกนี้ยังมี อรหันต์ แน่นอน เราต้องรีบขัดเกลากิเลสของเรา พระท่านบอกผมนะว่า "การที่โยม ปั่นจักรยานแบบที่เล่าให้ท่านอาตมาฟัง เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว" ผมเล่าว่าผมเป็น จักรยานธุดงค์ครับ :lol: :lol: มาถูกทางแล้วเรา "จักรยานธุดงคฺ" :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:) :D สนทนากับท่านด้วยความเบิกบานหัวใจ เมื่อล่ำลาท่านเราก็ปั่นไปตามทางของเราท่านก็เริ่มเดินของท่าน ทราบว่าท่านจะเดินจนถึงทองผาภูมิ แล้วจะเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงสุโขทัย สุดยอดจริง ๆ เราปั่นผ่านอุทยานจนถึงน้ำตกเกริงกาเวียเราก็พักเพื่อทานมื้อเที่ยง ที่น้ำตกนี้ดังพอสมควร มีคนมาเที่ยวกันเยอะแยะมากมาย เราสองคนจัดการปูที่รองนั่งเพื่อกินข้าวกัน ตรงที่ ๆ เรานั่งมันเป็นจุดสนใจของผู้ผ่านไปผ่านมา บางคนก็เข้ามาทักทายคุยด้วย ก็ไม่หนีคุณนายครับที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เขาคงแปลกใจนะ ๕๕๕.ดีครับจะได้เป็นแรงใจกับคนที่พบเห็นผ่านไปผ่านมา :) :D

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:idea: :idea: น้ำตกเกริงกระเวีย กาญจนบุรี Krienkravia Kanchanaburi

ขึ้นอยู่กับเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 323 (ทองผาภูมิ-สังขละบุรี) กิโลเมตรที่ 32–33 ใกล้กับน้ำตกไดช่องถ่อง ห่างจากอำเภอกาญจนบุรีประมาณ 173 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก จะมองเห็นสายน้ำแผ่กระจายไหลมาจากหลายทิศทาง เหมาะสำหรับเป็นจุดพักผ่อนระหว่างการเดินทางไปอำเภอสังขละบุรี สามารถนั่งรถโดยสารสายกาญจนบุรี-สังขละบุรี จากตัวเมืองมาได้ ค่าโดยสาร 90 บาท ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง




https://www.youtube.com/watch?v=h5Ogv9IDmmg#t=17
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

:) :D หลังจากที่ทานมื้อเที่ยงกันเสร็จ ไม่ลืมที่จะต้มกาแฟสด Alert ร่างกาย(บางคนเขาบอกไม่ดี แต่ ผมไม่อยากเชื่อครับ) เสร็จแล้วงีบเอาแรงจนตะวันบ่ายเราจึงออกจากน้ำตก ผ่านน้ำตกไปนิดเดียวเราก็เจอกับสำนักของอดีตพระยันตระ ซึงแต่ก่อนดังมาก ๆ สุดท้ายไปไม่รอดถูกโคเขาอ่อนขวิด ต้องระเหเร่ร่อนไปอยู๋อเมริกา ข่าวก็ว่าไปดังในอเมริกาเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาท่านกลับมาเมืองไทย(คดีหมดอายุความ) คงมาพักนอนที่นี่แน่เลย ตอนนี้กลับไปแล้วข่าวแว่ว ๆ ว่าอยากกลับมาอยู่เมืองไทยก็คงอีกไม่นานก็ได้มา(คนไทยลืมง่ายครับ)

เราปั่นกันไปแบบทำเวลาบ้างจวบจนเข้าเขต อ.ทองผาภูมิ ครั้งแรกว่าจะโทร ฯ หาคุณมนูญ ก็เกรงใจบังเอิญโชคดีเหลือเกิน เราเจอหมวดการทางทองผาภูมิ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากถนนใหญ่ เราจึงแวะเข้าไปก็โชคดีเจอ หน.กำลังทำงานอย่างเอาเป็นเอาตาย(๕๕๕) ทราบชื่อท่าน ประดิษฐ์ ฯ เป็นหัวหน้าหมวดการทางท่านออกมาต้อนรับจัดที่สำหรับกางเต้นท์ให้ แนะนำสถานที่ต่าง ๆ อบอ่นมาก ๆ ครับ เมื่อได้ที่พักเรียบร้อยเรา ๒ คนก็ออกไปตลาดไปหาซื้ออาหารสดมาทำกินมื้อเย็นและเตรียมสำหรับมื้อเช้ากับกลางวันของวันถัดไป ก่อนนอนไม่ลืมที่จะสวดมนต์แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร ตลอดจนสวดอวยชัยให้กับสถานที่ หลับเป็นสุขครับ

ตื่นแต่เช้าเตรียมการตามแผนก่อน ๗ โมง เราก็อำลาท่าน หน.หมวด ซึ่งท่านกำลังวิ่งจ๊อกกิ้งออกกำลังกาย และแวะมาดูแลเรา ๒ คน เช้าวันนั้นเป็นความโชคดีอีกครับเราได้ใส่บาตรพระตามเจตนา แต่เชื่อไหมครับพระเป็นพระที่เราเจอภาคกลางวันวันที่เราปั่นมาจากสังขละบุรี ท่านเล่าว่าหลังจากที่คุยกับกับเรา ๒ คนที่ข้างทางตกเย็นญาติ ๆ เขาเอารถยนต์ไปตามหาท่านและรับให้มาพักวัดในทองผาภูมิ เช้านี้ได้ร่วมบิณฑบาตรตามกิจของสงฆ์ ท่านได้อวยพรให้เราและเปรยว่า "เราคงต้องเจอกันอีกนะ"

เราเดินทางมาวัดสุนันทาราม ใครจำได้ไหมครับ "มิตซูโอะ" องค์นี้ไม่น่าเชื่อครับท่านบวชมาตั้ง สามสิบกว่าปี เป็นที่เคารพบูชาของคนไทยทั้งประเทศ ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งโลก แต่สุดท้ายวิบากกรรม ทำให้ท่านต้องมีอันเป็นไปลาสิกขาบทไปรับกรรมต่อไป นี่แหละครับหลวงปู่ดู่กล่าวไว้ว่า "ไม่มีใครจะใหญ่เกินกรรม" เราผ่านเลยไปจนเข้าเขต อ.ไทรโยค และผ่านน้ำตกไทรโยค ครั้งแรกว่าจะแวะชมสักหน่อยแต่มองเวลาแล้วเกรงว่าจะไม่ทันรถไฟ ซึ่งเป้าหมายของเราจะไปขึ้นรถไฟที่ น้ำตกไทรโยคน้อยกลับเข้า จ.กาญจนบุรี แล้วจับรถทัวร์เข้าเชียใหม่ครับ :lol: :lol:


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:lol: :lol: เราเร่งทำเวลากันพอสมควร และก็โชคดีครับขากลับส่วนใหญ่แล้วทางจะไหลลงตลอด จึงทำเวลาได้ดีเรามาถึงที่ น้ำตกไทรโยคน้อยก่อนเที่ยง เข้าไปในสถานีปรากฏว่า รถไฟยังไม่เข้าสถานีเราต้องรอจนถึงบ่ายโมง เป็นไปตามคาดการณ์เรา ๒ คนได้นั่งทานมื้อเที่ยงซึ่งเราเตรียมมาพร้อมแล้ว นั่งทานตรงสถานีนั่นแหละครับ ในขณะนั่งทานอาหารเราเห็นสาวน้อยนักศึกษานั่งคนเดียว เราจึงเข้าไปคุยด้วยทราบว่าเป็นนักศึกษาจาก ม.ธรรมศาสน์เป็นประเภท Backpack ชื่นชมจริง ๆ ครับ มาคนเดียวด้วยเก่งจริง ๆ เราจึงชวนกินข้าวด้วย แล้วก้นั่งรอรถไฟเข้าสถานี ขณะที่รอรถไฟเรา ๒ คนก็ต้องตอบปัญหาของผู้คนที่ไปรอรถไฟเหมือนเราเขาสนใจเรื่องการปั่นจักรยานแบบทัวร์ริ่งกันมาก อีกนั่นแหละครับคุณนายคือแม่เหล็กที่ดึงดูดใจ อนุโมทนาสาธุกับคุณนายครับ :lol: :lol:

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


https://www.youtube.com/watch?v=TKv5OYhkJms

https://www.youtube.com/watch?v=34PD37102JM

https://www.youtube.com/watch?v=ua9qnQrIQlA
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:) :D เป็นครั้งแรกในชีวิตของเรา ๒ คน ตา-ยาย ที่ได้มีโอกาสนั่งรถไฟสายมรณะจาก น้ำตกไทรโยคน้อย - เมืองกาญจนบุรี เรียกว่าตื่นเต้นดีครับ ตรงที่สะพานมรณะข้ามแม่น้ำแคว รถไฟจะชลอความเร็วให้ได้บันทึกภาพ สวย ประทับใจมากเลย

:idea: :idea: ทางรถไฟสายมรณะ จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

รูปภาพ ทางรถไฟสายมรณะ หรือ ทางรถไฟสายพม่า หรือ ทางรถไฟสายกาญจนบุรี ทางรถไฟสายนี้เริ่มต้นจากสถานีชุมทางหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ผ่านจังหวัดกาญจนบุรีข้ามแม่น้ำแควใหญ่ โดยสะพานข้ามแม่น้ำแคว ไปทางทิศตะวันตกจนถึงด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อให้ถึงปลายทางที่เมืองทันบูซายัด ประเทศพม่าทางรถไฟสายมรณะมีความยาวจากหนองปลาดุกถึงสถานีทันบูซายัดรวม 415 กิโลเมตร เป็นทางรถไฟอยู่ในเขตประเทศไทยประมาณ 303.95 กิโลเมตร และอยู่ในเขตพม่า 111.05 กิโลเมตร มีสถานีจำนวน 37 สถานี ทางรถไฟสายนี้สร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยใช้แรงงานเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรและกรรมกรชาวเอเชียที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มาสร้าง เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า ปัจจุบันเส้นทางนี้ไปสุดปลายทางที่บ้านท่าเสาหรือสถานีน้ำตก ระยะทางจากสถานีกาญจนบุรีถึงสถานีน้ำตกเป็นระยะทางประมาณ 77 กิโลเมตร การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดเดินรถบนเส้นทางนี้ทุกวันและจัดรถไฟขบวนพิเศษสายกรุงเทพฯ - น้ำตก ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ จุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากคือช่วงสะพานข้ามแม่น้ำแคว และช่วงโค้งมรณะหรือถ้ำกระแซ ซึ่งเป็นสะพานโค้งเลียบแม่น้ำแควน้อยยาวประมาณ 400 เมตร

ทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลญี่ปุ่นขอยืมเงินจากรัฐบาลไทย จำนวน 4 ล้านบาท การก่อสร้างใช้เวลาในการสร้างเสร็จเพียง 1 ปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2485 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2486 เพื่อใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกรื้อทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทางรถไฟสายนี้ถือเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้น เนื่องจากน้ำพักน้ำแรงของการบุกเบิกก่อสร้าง เป็นของทหารเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ที่กองทัพญี่ปุ่นเกณฑ์มา

เหตุที่ทางรถไฟสายนี้ได้ชื่อว่า ทางรถไฟสายมรณะ ก็เพราะว่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ ประมาณ 61,700 คนและกรรมกรชาวชาวจีน ญวน ชวา มลายู พม่า อินเดีย อีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า เพื่อลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้งกำลังพล เพื่อจะไปโจมตีพม่าและอินเดียต่อไป ซึ่งขณะนั้นเป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ เส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหาร ทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง ทางรถไฟสายนี้สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2486 และเปิดใช้ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ปีเดียวกัน

หลังสิ้นสุดสงครามรัฐบาลไทยได้จ่ายเงินจำนวน 50 ล้านบาท เพื่อซื้อทางรถไฟสายนี้ [1]จากอังกฤษ และทำการซ่อมบำรุงบางส่วนของเส้นทางดังกล่าว เพื่อเปิดการเดินรถตั้งแต่สถานีหนองปลาดุกจนถึงสถานีน้ำตก โดยอยู่ในความดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน

เส้นทางรถไฟสายนี้เป็นอนุสรณ์ของโลกที่จารึกความโหดร้ายทารุณของสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นอนุสรณ์แก่ผู้เสียชีวิตในสงครามด้วย


:lol: :lol: เราลงรถไฟก็ปั่นเข้าไปยังสถานีขนส่ง ระหว่างทางเราก็แวะชมอนุสรณ์สถานสงคราม คือ ที่ฝังศพทหารต่างชาติที่มาเสียชีวิต ผมไม่ลืมที่จะหลับตาภาวนาแผ่เมตตาให้เขาเหล่านั้นไปสู่สุขคติภพ แม้เหตุการณ์จะล่วงเลยมานาน แต่ก็ยังเป็นประว้ติศาสตร์ที่ต้องจดจำ

ถึงสถานีขนส่งเราก็ซื้อตั๋วรถทัวร์กลับเชียงใหม่ และช่วงนั้นเวลายังเหลือ เราจึงไปเดินหาของรองท้องเป็นพลังตุน ตามเหตุปัจจัยของคนทางโลก ๕๕ วันนั้นได้ผัดไทยเจ คนละจาน อร่อยพอใช้ทีเดียว รถทัวร์ออกเดินทางจวบจนสว่างเราก็ถึงเชียงใหม่ และขอให้รถเขาจอดที่สี่แยก บ้านป่าแดดสารภี คนขับใจดีมากอนุญาตุให้เราลงได้ ทุ่นเวลาไม่ต้องปั่นจากในเมืองกลับสารภี ก่อนเข้าบ้านคุณนายแวะตลาดสด(ตลาดเช้า)ประจำหมู่บ้านหาซื้ออาหารไว้ไปทำกินกันที่บ้าน

แสวงบุญร่วมกับทาง โรงพยาบาล อ.ทัพทัน ก็สำเร็จด้วยดี เรากลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจอีกมากมาย นี่เป็นทริปแรกของเรา ๒ คนที่เดินทางกันเพียงลำพัง แล้วอีกสักพักจะมาสรุปและเล่าให้ฟังว่าเราได้อะไรจากทริปนี้ ขอบคุณสำหรับการติดตามทุ ๆ ท่านครับ :) :D
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
รูปประจำตัวสมาชิก
Saturn Sky
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 40184
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
team: ช่วงสับสน555
Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
ตำแหน่ง: secret

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Saturn Sky »

:D :D สวัสดียามดึกค่ะคุณพี่แดง ...เห็นรูปแล้วอิสสา อิอิ อย่าไปปั่นแบบคุณพี่บ้างจังนะ
สาธุในบุญด้วยนะคะ ได้ทั้งสุขภาพ ได้ทั้งบุญค่ะ ...
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
รูปประจำตัวสมาชิก
Deang-sarapee
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4476
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ย. 2011, 13:48
Tel: 0814730594
team: รักรถรักธรรม
Bike: Trex,Bridgestone,Jagoa,Specailize
ตำแหน่ง: ๑๓ ม.๑๐ บ้านปากกอง ต.สารภี อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๔๐

Re: ......จักรยานธุดงค์..........

โพสต์ โดย Deang-sarapee »

Saturn Sky เขียน::D :D สวัสดียามดึกค่ะคุณพี่แดง ...เห็นรูปแล้วอิสสา อิอิ อย่าไปปั่นแบบคุณพี่บ้างจังนะ
สาธุในบุญด้วยนะคะ ได้ทั้งสุขภาพ ได้ทั้งบุญค่ะ ...
:lol: :lol: อรุณสวัสดิ์ครับ คุณน้อง ช่วงนี้กำลังรอว่าเมื่อใดคุณนายแกจะเขียนสรุปความรู้สึก ที่ได้ไปตะลอนทัวร์ และช่วงที่รอเราก็ได้มีโอกาสปั่นไปเทียวดอยอ่างขาง สำหรับมือใหม่ก็จะเรียกได้ว่าโหดสุด ๆ ทีเดียว หลังจากจบทริปดอยอ่างขางก็มาต่อที่การ เดินทางไปแสวงบุญที่บ้านสติ ฌาน ๙ ตรงนี้น่าสนใจ ก็เลยจะเลือกนำเอาบ้านสติมานำเสนอก่อน แล้วค่อยตามด้วยทัวร์อ่างขาง ดีไหมครับ หวังว่าคุณน้องและอีกหลาย ๆ ท่านจะได้ติดตามอ่าน ชม กันต่อไป ช่วงที่ไปบ้านสติเราใช้เวลา ๒ คืนกับสามวัน เป็นสองคืนที่มีคุณค่ามาก ๆ โดยเฉพาะช่วงออกจากดอยม่อนช้างเราได้ทำมหากุศลช่วยเพื่อมนุษย์ด้วยกัน :) :D

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

:) :D รายละเอียดจะนำมาเล่าสู่กันฟัง ก็อย่าลืมตามไปติด ๆ นะครับ :lol: :lol:
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=72&t=890159
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=188&t=745024
ตอบกลับ

กลับไปยัง “คุยนอกเรื่องใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับจักรยาน”