ก่อนอื่นผมขอเล่าประวัติของผมตั้งแต่ก่อนเริ่มที่จะสนใจการขี่จักรยาน เมื่อห้า-หกปีที่แล้วผมเป็นคนปกติที่รักการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาแต่ไม่เคยมองกีฬาเกี่ยวกับจักรยานเลย จนวันนึงผมล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุกล้ามเนื้อผมค่อยๆอ่อนแรงลงจนไม่สามารถเดินได้หรือทำอะไรได้ถนัดเหมือนเดิม ทางครอบครัวก็ได้พาไปตรวจและรักษาหลายที่จนได้ข้อสรุปว่าผมเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเนื่องจากภูมิคุ้มกันทำลายเส้นประสาท และจะไม่มีวันเหมือนเดิมเพราะโรคนี้ยังไม่มีใครรักษาหาย ช่วงนี้ผมท้อแท้กับชีวิตมากๆ ลองนึกภาพคนที่ทำได้หลายอย่างรักการเล่นกีฬาออกกำลังกายเป็นประจำแต่วันนึงไม่สามารถทำอะไรได้เลย คนเคยเดินแต่กลับเดินไม่ได้ คนเคยวิ่งแต่กลับวิ่งไม่ได้มันรู้สึกอึดอัดจนเก็บเอาไปฝันเกือบทุกคืนว่าตัวเองกำลังวิ่งอยู่อย่างมีความสุขในฝัน แต่ก็ต้องตื่นมาเจอความจริงที่ความสุขอันนั้นมันเป็นแค่ฝัน หลังจากอาการที่แย่ที่สุดผ่านไปสองปีกว่าๆ วันนึงอาการของผมดีขึ้นนิดหน่อยจนทรงตัวพอที่จะพยุงตัวเดินช่วยเหลือตัวเองได้ หมอก็แปลกใจและได้แนะนำให้ผมบำบัดโดยการปั่นจักรยานโดยเครื่องออกกำลังกาย ผมก็เลยทำที่หมอแนะนำ แต่พยายามทำตามหมอแค่ช่วงนึงจนเริ่มมีแรงมากขึ้นก็หันมาใช้จักรยานจริงๆไม่ใช่เครื่องออกกำลังกายเพราะการปั่นอยู่กับที่มันเบื่อ โดยเริ่มจากหาจักรยานคันเล็กๆล้อ12นิ้วมาหัดปั่นและช่วยพยุงตัว(ขอไม่ระบุยี่ห้อ) พอได้ขี่ผมก็รู้สึกหลงรักทันที เพราะหลังจากได้ปั่นครั้งแรกความรู้สึกอึดอัดมันหายไป รู้สึกเหมือนเรากลับมาวิ่งได้ รู้สึกเหมือนตอนอยู่ในฝันที่เรากำลังวิ่งอยู่ แต่เรากำลังวิ่งด้วยจักยาน เราออกแรงด้วยขาของเราแต่ไปได้เร็วกว่าวิ่ง ความรู้สึกตอนนั้นมันใช่เลย ผมหลงรักเจ้านี่ หลงรักจักรยานทั้งๆที่ไม่เคยคิดถึงมันมาก่อนตอนลมปะทะหน้านี่ฟินสุด คนปกติทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกนี้ แต่ถ้าเป็นอย่างผมจะเข้าใจความรู้สึกนี้แน่นอน จากนั้นผมก็พยายามใช้จักรยานให้มากขึ้นโดยใช้ในชีวิตประจำวันให้มากที่สุดเพื่อให้ร่างกายตัวเองพัฒนา และระหว่างนี้ผมก็เปลี่ยนจักรยานไปหลายคันหลายแบบ คือลองไปเรื่อยเพื่อตอบโจทย์ของตัวเองที่ว่า ต้องสะดวก เบา ไปได้ทุกที่ และควบคุมง่าย จนมาจบที่ Crius Smart3.0 ซึ่งช่วงนั้นก็ตอบโจทย์การใช้งานของผมได้ดีจนกระทั่งวันนึงได้เจอคุณแป๋งจากเพจ Chillbike โดยบังเอิญ ซึ่งก็ได้นำเรื่องราวของผมไปลงในเพจและมีคนแชร์พร้อมทั้งให้กำลังใจผมมากมายตามลิ้งค์นี้
https://www.facebook.com/ChillBikeTH/po ... 1545641626 ด้วยเพนี้เองคือจุดเริ่มต้นเป้าหมายใหม่ของผม เพราะมันทำให้ผมอยากเข้ากลุ่มปั่น อยากมีเพื่อนปั่นจักรยานและตามกลุ่มไปได้โดยที่ไม่เป็นภาระใคร จึงทำให้ผมฝึกตัวเองอย่างจริงจังมากขึ้น หาข้อมูลอัพเกรดลองผิดลองถูกเจ้า Crius คันน้อยของผมให้ทำตามเป้าหมายของผมได้ คือการตามเพื่อนๆนักปั่นทันในทุกทริปโดยที่มีแต่เสือหมอบหรือจักรยานคันใหญ่ๆ ซึ่งมันก็ไม่ง่ายแต่ก็ไม่เกินความพยายาม
เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ทำตามเป้าหมายสำเร็จโดยที่ผ่านการสอบ Audax200 กรุงเทพ-อัมพวา ด้วยระยะทาง 211 กิโลเมตรสุดโหด ทั้งสภาพถนนและการจราจร โดยที่มีมีปัญหาเรื่องรถเลย และสามารถทำความเร็วตามกลุ่มได้ดีจนจบด้วย Crius คู่ใจ
ต่อไปอธิบายด้วยภาพละกันครับ
Crius น้อยเกาะกลุ่มพี่ใหญ่ไปตั้งแต่ออกสตาร์ทยันจบครับ มีเวลาถ่ายรูปแค่ตอนแวะพักตามเช็คพ้อยท์ต่างๆ
จุดแห่งความสำเร็จที่เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม
งานนี้จะสำเร็จไม่ได้เลยถ้าไม่มีทีมดีๆคอยช่วยเหลือ คอยลาก คอยนำทาง ขอบคุณทีมปั่นจาก DayRide มากครับ
แต่รถพับยังไงก็คือรถพับ ยังไงก็ต้องคงใว้ซึ่งความสะดวกสบายในการขนย้ายหรือพาไปในที่ต่างๆ ซึ่งเจ้าCriusคันนี้ก็ตอบโจทย์ได้หมด โดยที่สามารถทำความเร็วในทางราบแต่ยังสามารถควบคุมได้ง่ายได้ไม่แพ้จักรยานคันอื่นๆ
วันนี้ผมเจอแล้วครับ รถพับคู่ใจที่จะพาผมไปทุกที่ ไปตามความฝัน ไปท่องเที่ยวหาประสบการณ์และเพื่อนใหม่ เป็นยารักษาโรคที่จะทำให้ผมกลายเป็นคนปกติ