
แต่อันดับแรก กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้ทานอะไรเลย ก็เลยขอจัดหนักด้วยข้าวขาหมูซะเลย ยังไงวันนี้ก็เผาผลาญหมดชัวร์

ความตั้งใจแรก จะขึ้นรถไฟจากชุมทางศาลายา ไปลงชุมทางสามเสน แล้วปั่นต่อไปจตุจักร ปรากฏว่าวันนั้นรถมีเที่ยวเช้า 9 โมงกว่าๆ แล้วก็ เกือบ 6 โมงเย็น สรุปก็เลยไม่ได้ขึ้นรถไฟ ต้องไปด้วยสองแรงแข็งขาแทน


จากศาลายาไปสวนจตุจักร ก็ง่ายแสนง่าย ปั่นตรงอย่างเดียว ข้ามสะพานทุกสะพานที่มี จนถึงสะพานกรุงธนฯ ตรงนี้จะตรงหรือจะเลี้ยวซ้ายก็ได้ แต่ถ้าตรงไปก็จะเจอกับราชภัฏสวนดุสิต คงไม่ต้องบอกสินะ ว่าผมตรงหรือเลี้ยว..... แต่สุดท้ายก็ต้องเลี้ยวซ้ายอยู่ดี เพื่อที่จะไปทะลุออกสามเสน จากสามเสนก็ตรงยาวอีกทีจนเลี้ยวขวาตามถนนเข้าจตุจักร ก็จะถึงสวนฯ อย่างง่ายดาย ทริปนี้ใช้เวลาไม่นาน ความเร็วประมาณ 25-30 กม./ชม. ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งก็ถึง ถ้าไม่แวะถ่ายรูปนะ





พอไปถึงก็ตรงดิ่งไปร้านเลย ชื่อร้าน Hammersmith Shoes (อันนี้เป็นเฟซของร้านครับ https://www.facebook.com/HAMMERSMITHSHOES) เจ้าของปั่นบรอมตั้นเหมือนกัน ก็เลยมีกระเป๋าจักรยานบรอมตั้นเท่ห์ๆ มาขายด้วย ซึ่งลายธงชาติอังกฤษ ก็จะมีสีน้ำเงินสด กับสีกรมท่าเข้มๆ และก็มีลายพรางทหารสีเขียวเข้ม กับเขียวน้ำตาล แน่นอน บรอมตั้นมาจากอังกฤษ ผมก็เลยต้องเลือกลายยูเนี่ยนแจ็ค เรียบร้อยโรงเรียนฮ็อกว็อตต์ จริงๆ แล้ว เค้ายังมีกระเป๋าอีกแบบที่มีคอนเซ็ปต์คล้ายๆ กระเป๋า S Bag ของบรอมตั้นด้วย คือ ฝาปิดกระเป๋าด้านหน้ามันจะถอดเปลี่ยนได้ แต่ว่ารุ่นนี้จะใช้กับตะแกรงสั้น ตะแกรงยาวแบบของข้าพเจ้าจะใช้ไม่ได้ ก็แอบเสียดายอยู่เล็กน้อย แต่ว่ากระเป๋าแบบนี้ไม่มีลายธงชาติอังกฤษ ก็เลยรอดตัวไป ไม่อย่างนั้น อาจจะต้องไปสอยตะแกรงสั้นมาอีกอัน น้องเจ้าของร้าน อัธยาศัยดี คุยสนุก ของในร้านออกแบบเอง แต่ให้ที่อื่นตัดเย็บให้ ก็ดีนะ ชักจะอยากทำบ้างแล้วสิ


ซึ่งพอเช็คบิล จ่ายตังค์กันเรียบร้อย ก็กางตารางรถไฟอีกรอบ (ลืมบอกไปว่านายสถานีชุมทางศาลายาเค้าให้ตารางรถไฟสายใต้มาด้วย) ถือว่าเป็นเอกสารสำคัญเลยทีเดียว ทีนี้เราก็วางแผนล่องใต้ได้ละ พอดูตารางเวลาปั๊บ โชคดี มีรอบ 5 โมง 51 นาที โอเค มีเวลาประมาณเกือบชั่วโมง ไปทันชัวร์ ก็ปั่นไปเลย ไม่แวะดูอะไรแล้ว เพราะว่าเผื่อรถไฟจะมาเร็ว (ซึ่งนั่นคงเป็นเรื่องยากพอๆ กับการให้ผมไปก่อนเวลานัด 5 นาที) พอไปถึงก็จองตั๋ว จ่ายตังค์ 20 บาทเท่านั้น ถูกจัง แต่ในใจแอบเสียใจที่ไม่ใช่เที่ยวฟรี คือเกิดอยากจะงกเงิน 20 บาทขึ้นมาซะงั้น


พอถ่ายรูปกับช่องขายตั๋วปั๊บ ก็พับจักรยานมาที่ชานชาลา ยังไม่ทันจะนั่งลงเลย ก็มีคุณลุงคนนึงปรี่เข้ามาคุยเรื่องจักรยานทันที ลุงเริ่มเปิดประเด็นด้วยเรื่องราคาก่อนเลย ผมก็บอกราคาไปครับ ราคาปลอม หมื่นกว่าๆ คือผมยอมรับเลยครับ ว่าประเมินแกไว้ว่าถ้าบอกราคาจริงแกคงไม่ซื้อน่ะครับ และเพื่อไม่ให้เป็นจุดเด่นก็เลยบอกราคาเบาๆ ไป แกก็บอกว่าดีๆ อยากได้มาก เอาไว้ไปปั่นเวลาไปต่างจังหวัด ขอถ่ายรูปหน่อยนะ เอาล่ะสิ!!! กูรู้สึกผิดเลย ก็เลยโกหกแกไปอีกสองดอกคือ ผมซื้อมานานแล้วนะลุง มือสองด้วย แกก็ยังถามอีกนะ ว่าซื้อที่ไหน ก็เลยตอบไปว่า ทางเน็ตครับ เข้าไปดูแล้วก็ต่อราคากัน แล้วก็นัดซื้อจ่ายเงินกัน (อืมมมม์ เป็นเรื่องเป็นราวดีแท้) แกก็ถ่ายอีกหลายมุมครับ เรียกได้ว่ารอบคันเลยทีเดียว ผมก็มีขยับจักรยานไปวางตรงนั้นตรงนี้ถ่ายรูปบ้าง แกก็ตามมาอีกครับ พอผมละมือจากกล้อง แกก็เข้ามาถ่ายอีก แล้วบอกว่า เดี๋ยวส่งรูปให้เพื่อนหาให้ ผมก็นึกในใจว่า ชิไหแล้ว ขอให้เพื่อนลุงไม่ต้องรีบตอบมานะ ให้ผมขึ้นรถไฟก่อน เดี๋ยวลุงรู้ราคาแล้วจะมาตื้บเอา

พอรถไฟมาผมก็เผ่นเลย พอก้าวขึ้นบันไดรถปุ๊บ เดินเลี้ยวขวา เอาน้องบรอมฯ เสียบไว้กับช่องว่างระหว่างที่นั่งทันที ปรากฏว่าช่องเต็ม คือมึงจะแคบไปไหน เวลามึงนั่งกันสองคนหันหน้าชนกันนี่เข่าจะชนกันแล้ว พอเสียบน้องบรอมฯ เข้าไป ก็เลยหายไปที่นึงทันที เพราะคนตรงข้ามวางขาไม่ได้ แต่ดีว่ารถมันว่างไง แต่พอผ่านไปหลายสถานีเข้า คนเริ่มมาเรื่อย เริ่มรู้สึกว่ายางที่หน้าเริ่มไหลย้อย เหลือบไปเห็นที่นั่งอีกข้างของรถไฟ เฮ้ย มันออกแบบพิเศษเว้ย ฝั่งนึงนั่งได้สองคน อีกฝั่งนั่งได้คนเดียว เลยทำให้มีที่โล่งๆ ว่างๆ อยู่ข้างๆ ที่นั่งพอดี ก็เลยขยับเปลี่ยนที่ แต่ปัญหาเกิดอีก คือเวลาวางต้องวางจักรยานไว้ให้มันหันหัวไปแนวเดียวกับรถ จะวางขวางก็ไม่ได้ มันจะไปกินเลนคนเดินเขา ผลก็คือ น้องบรอมฯแม่งไหลครับ สรุป เอามาวางไว้ด้านหน้า ตรงช่องกลางระหว่างเบาะเหมือนเดิม ก็รอดตัวไปฮะ เพราะรถเที่ยวนั้นว่าง ถ้าคิดว่าเป็นช่วงสงกรานต์ กูจองแม่งสองที่จริงๆ


ตอนนั้นก็คิดในใจนะ ถ้าปั่นมาไกลๆ เหนื่อยๆ หลับๆ ตื่นมาคงเหลือแต่ตัวแน่ๆ เลย คราวหลังถ้าจะไปทริปด้วยรถไฟจริงๆ คงต้องซื้อกุญแจมือตำรวจคล้องน้องบรอมฯไว้กับมือเลย คือมึงต้องตัดข้อมือกูอะ ไม่งั้นเอาไปไม่ได้

สรุปก็มาถึงสถานีรถไฟศาลายาค่ำๆ ปั่นต่อเข้างานเลี้ยงรุ่นใกล้ๆ กับสถานีต่อ ถ่ายรูปจักรยานกับแบ็คดร็อปเสร็จ ขึ้นไปกินข้าว แดกเบียร์ ไอ้ที่ปั่นมาสองสามวัน หายหมดในพริบตา เจริญพร

ป.ล.ต้องขออภัยพี่ๆ ผู้ใหญ่ที่อาจจะมีการใช้คำสมัยพ่อขุนรามบ้างนะครับ แต่เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่าน เลยขอใช้แบบนี้นะครับ