๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
กฏการใช้บอร์ด
บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่
รูปประจำตัวสมาชิก
oldhippie
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 446
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
Tel: นั่งทางในเอาครับ
team: โดดเดี่ยว
Bike: เมื่อยละเด้อ

Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

โพสต์ โดย oldhippie »

tanzhess เขียน:ที่บอกว่าเหลือหกพันกว่ากิโลอย่าว่านะครับว่านั่งรวดเดียว
คงไม่สามารถขนาดนั้นครับ แวะเที่ยวตลอดทาง :lol: :lol: แถมต้องต้องเข้ามองโกเลีย เพื่อยืดอายุวีซ่ารัสเซีย
วุด ส้มบางมด..ครับ เขียน:สุดยอดจริงๆ ขอเข้ามาติดตามด้วยคนครับ
ยินดีครับ คุณวุด ทริปแชงกรีล่า เป็นหนึ่งทริปที่จุดประกายความฝันของผม
biohazard เขียน:ขอบคุณ สำหรับเรื่องเล่าครับ :D
ด้วยความยินดีครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
oldhippie
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 446
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
Tel: นั่งทางในเอาครับ
team: โดดเดี่ยว
Bike: เมื่อยละเด้อ

Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

โพสต์ โดย oldhippie »

ช่วงนี้รถไฟจะไต่เขาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ฝ่าหมอก หรือเมฆก็ไม่รู้ เป็นระยะๆ บางจุดหิมะยังละลายไม่หมดเลย ลำธารบางแห่งยังเป็นน้ำแข็ง ทั้งๆ ที่เกือบกลางเดือน พ.ค.แล้ว สองข้างทางเป็นป่าสน ซึ่งเป็นการทำอุตสาหกรรมป่าไม้สองข้างทาง บางสถานีก็มีโรงลื่อยอยู่ไม่ไกล ไม้ที่มีการแปรรูปก็อาศัยรถไฟในการขนส่ง เครือข่ายรถไฟของรัสเซียก็ไม่น้อยหน้าประเทศอื่นๆ รถไฟบรรทุกสินค้าวิ่งสวนทางเป็นระยะๆ

นั่งดูวิวสองข้างทางเพลินๆ ก็มีผู้ชายเข้ามาคุยด้วย ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นคนรัสเซีย มารู้ที่หลังเป็นชาวคาซัค อย่าคิดว่า จขกท. เก่งภาษารัสเซียหรือเค้าเก่งภาษาอังกฤษนะครับ ดูรูปแล้วจะขำนะครับ ในรูปบอกหมดว่า จขกท. อายุเท่าไหร่ มีลูกกี่คน ผู้ชายหรือผู้หญิง ลูกอายุเท่าไหร่ จขกท. จะเดินทางไปไหน ใช้เวลาเดินกี่วัน ใช้งบประมาณเท่าไหร่ อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับเงินรูเบิ้ล หน้ากระดาษแผ่นเดียวบอกเรื่องราวได้หมดเลย ฮ่า ฮ่า วันนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่มีคนบอกว่า จขกท. หน้าอ่อนกว่าอายุ เค้าคิดว่าอายุแค่ ๔๕-๔๖ ปี เอง ชักอยากย้ายไปอยู่รัสเซียจะได้ลดอายุลงอีก ๒๐ ปี ฮ่า ฮ่า

รูปครับ

รูปภาพ


ถึงเวลาอาหารกลางวัน ก็จัดการไข่ต้มที่ซื้อมากับขนมปังและซาลามี่ ผลไม้ก็ ตามด้วยกาแฟ แล้วล้างปากด้วยน้ำชา รอดตายไปมื้อหนึ่ง ฮ่า ฮ่า ลืมบอกไปเวลาเดินทางโดยรถไฟรัสเซียควรมีถุงเสบียงแยกไว้ต่างหากเพื่อความสะดวก เพราะเป้ หรือกระเป๋าเดินทางควรจะไปอยู่ใต้ที่นอน(นั่ง)เพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สิน ในถุงเสบียงของ จขกท. นอกจากจะมีอาหารแล้ว ก็จะมีของใช้ที่จำเป็น เช่น ยาสีฟัน แปรงสีฟัน กระดาษทิชชู่เปียก-แห้ง ยารักษาโรคประจำตัว มีดพับ พาวเวอร์แบงค์ สายชาร์จแบตฯ เป็นต้น ในตู้โดยสารจะมีจุดให้ชาร์จแบตฯ อยู่สองจุด(สำหรับชั้นสาม ถ้าชั้นสองจะมีหลายจุด อยู่ตามทางเดิน) คือบริเวณหน้าห้องน้ำ และหน้าห้องของผู้ดูแลตู้โดยสาร แต่ก็ต้องระวังเวลาชาร์จคอยดูด้วย เห็นคนรัสเซียบางคนก็ชาร์จทิ้งไว้ ก็ไม่เห็นมีใครว่าหายนะ

แนะนำเรื่องเสบียงซื้อเสบียงเผื่อๆ ไปด้วยเอาไว้แบ่งปันเพื่อนร่วมทางด้วย จขกท. ก็ได้รับน้ำใจจากผู้โดยสารท่านอื่นๆ ตลอดทาง และก็โชคดีที่เตรียมเสบียงมาเผื่อพอสมควร เลยพอมีตอบแทนน้ำใจพวกเขา หลังๆ เวลาเดินทาง จขกท. จะแจกเค้าก่อนเลยแล้วก็ได้เพื่อนคุย(ที่สื่อสารกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ฮ่า ฮ่า)

ช่วงเย็นเจอฝนค่อนข้างหนักตลอดทาง แต่ในรถไม่เดือดร้อนเพราะเป็นตู้ปิด พร้อมปรับอุณหภูมิไว้กำลังสบาย(สำหรับคนรัสเซีย) สำหรับ จขกท. รู้สึกว่าเย็นนิดๆ ก็อาศัยใส่เสื้อวอร์ม ชาวรัสเซียบางคนเล่นถอดเสื้อ บางคนก็แค่เสื้อกล้ามตัวเดียว ซึ่งผิดกับก่อนขึ้นรถไฟมาก เวลานั้นทั้งผู้ชาย ผู้หญิงจัดเต็มมาก ผู้ชายจะใส่กางเกงสแลคหรือกางเกงยีนส์ เสื้อเชิร์ตทับด้วยเสื้อนอกบางคนก็ใส่โค้ท ผู้หญิงก็สูทเดินทาง ถุงน่องรองเท้าส้นสูง โค้ท ผ้าพันคอ จัดเต็มมาก แต่พอรถไฟเคลื่อนออกจากสถานีเท่านั้นทั้งสูท โค้ท ถุงน่อง รองเท้าถูกถอดออกหมด เปลี่ยนเป็นกางเกงลำลอง เสื้อลำลอง ลากรองเท้าแตะ ทุกคน จขกท.เองก็เสื้อยืดคอกลม กางเกงขาก๊วย(กางเกงเล) รองเท้าแตะเหมือนกัน เพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิตระหว่างการเดินทางอันยาวนานมากกว่า ๕๐ ช.ม.

วันที่ ๒๔ (วันอังคารที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗)

ตื่นมาดูนาฬิกา วันนี้แปลกกว่าวันอื่น คือทุกวันตั้งแต่เกาหลีมาท้องฟ้าจะสว่างตั้งแต่ตีห้าแล้ว แต่วันนี้หกโมงเช้าแล้วท้องฟ้ายังมืดเหมือนหกโมงเช้าที่เมืองไทยเลย เอ่อแล้วจะบอกเพื่ออะไรล่ะนี่

เวลานี้นั่งรถไฟมา ๔๘ ช.ม. แล้วยังต้องนั่งอีกหกชั่วโมงกว่าจะถึง อูลัน-อูเด อยู่บนรถไฟช่วงนี้สื่อสารกับโลกภายนอกไม่ได้เลย ไวไฟไม่มี โรมมิ่งของ AIS ก็ใช้ไม่ได้

เวลา ๑๑:๔๐ น. รถไฟถึงสถานีอูลัน-อูเด ก็จัดการลากกระเป๋าจักรยานมาพิงเสาที่ชานชาลา แล้วก็ย้อนขึ้นไปบนรถเพื่อขนกระเป๋าข้างทั้งสองใบลงมา แล้วก็จัดการประกอบจักรยานที่ชานชาลาท่ามกลางอุณหภูมิ -๕ องศาและลมที่แรงมาก ทำให้ประกอบได้ลำบาก เพราะมือจะชาบ่อยต้องคอยเอามือถูกัน ขณะเดียวกันลมก็จะคอยพัดให้จักรยานล้มอยู่บ่อยๆ ประกอบเสร็จก็จัดการแขวนกระเป๋าข้างสว่นกระเป๋าจักรยานก็ม้วนตามขวางวางบนตะแกรงแล้วรัดด้วยสายรัดอีกที จากนั้นก็ปั่นไปที่รูปปั้นศีรษะเลนิน เนื่องจากที่พักตั้งอยู่ในละแวกนั้น ปรากฏว่าโซ่ติดเนื่องจากตีนผีเบี้ยว อาจเป็นเพราะมีใครเอากระเป๋ามาวางทับด้านบนตอนอยู่บนรถไฟ เลยลองใช้มือดึง ดัด ดู เพื่อจะเข้าที่ แต่ไม่สำเร็จ สรุปต้องจูงจักรยานแทนที่จะได้ปั่น ยังดีที่ระยะทางไม่ไกล เข็นหาโฮสเต็ลอยู่ ๓-๔ รอบก็หาไม่เจอ เห็นเด็กนักเรียนหญิงสองคนใจดีมากมาย เข้าไปถามเค้าก็อาสาพาไปจนถึงจุดที่ตั้งโฮสเต็ลแต่ก็หาไม่เจอ หนึ่งในสองคนนั้นเลยเปิดโทรศัพท์หาที่ตั้งโฮสเต็ล ก็แจ้งว่าอยูแถวนั้น ก็พากันเดินวนหาอยู่สองรอบก็ยังไม่เจอ ด้วยความเกรงใจกลัวพวกเค้่าจะกลับบ้านช้า เลยบอกว่าเดี๋ยวจะเดินหาเอง เพราะรู้ว่าที่พักอยู่ตรงข้ามกับห้องสมุด ในที่สุดก็เจอ เป็นตึกที่เดินผ่านหลายรอบมากแต่เนื่องจากทางเข้าและป้ายอยู่ด้านหลังเลยหากันไม่เจออาคารที่ตั้งโฮสเต็ล ที่เห็นคือด้านหน้ากับด้านข้าง จะต้องเดินอ้อมไปด้านหลังถึงจะเจอทางเข้า

อาคารทึ่ตั้งโฮสเต็ล ต้องเดินอ้อมไปด้านหลังถึงจะเห็นทางเข้า (รูปจาก Facebook/point hostel/ulan-ude)

รูปภาพ

วิวเมือง อูลัน-อูเด มองจากหน้าต่างโฮสเต็ล

รูปภาพ

หลังจากเก็บของเสร็จก็สอบถามภรรยาเจ้าของโฮสเต็ล ผ่านโปรแกรมแปลภาษา เรื่องการลงทะเบียนสำหรับผู้ที่อยู่รัสเซียเกิน ๗ วัน แต่ก็ไม่เข้าใจกัน เค้าเลยโทรศัพท์หาเพื่อนที่พูดภาษาอังกฤษได้ สรุปว่าพรุ่งนี้จะให้สามีพาไปติดต่อตำรวจเพื่อลงทะเบียนแล้วก็ออกไปเดินเที่ยวชมเมืองละแวกจตุรัสโซเวียต(Soviet Square) คือบริเวณศีรษะเลนิน และต่อเนื่องไปยังลานน้ำพุหน้า Buryat State
Academic Opera and Ballet Theatre ว่ากันว่าเป็นอาคารที่สวยที่สุดอาคารหนึ่งในพื้นที่รัสเซียตะวันออก แต่ จขกท. ไม่มีโอกาสได้เข้าไปชมข้างในเพราะกำลังมีการแสดงอยู่

อนุสาวรีย์ศีรษะเลนิน

รูปภาพ


Buryat State Academic Opera and Ballet Theatre

รูปภาพ


ตรงข้าม Buryat State Academic Opera and Ballet Theatre คือ

รูปภาพ


ประตูชัย หรือ Arch de Triumph ของอูลัน-อูเด

รูปภาพ


จากนั้นก็เดินต่อไปยัง Arbat หรือถนนคนเดิน เป็นถนนที่ไม่อนุญาตให้รถทุกชนิดเข้า ยกเว้นรถจักรยาน ตรงกลางถนนจะมีน้ำพุประดับอยู่ ทางเดินสองข้างกว้างขวาง เรียงรายไปด้วยร้านค้าและ Kios ขายไอสครีมและขนมพายต่างๆ


รูปภาพ


รูปภาพ

จาก ถนนคนเดิน เดินต่อมาอีกหน่อยก็จะถึง Odigitrievsky Cathedral ซึ่งเป็นโบสถ์นิกาย Orthodox และเป็นอาคารแรกของเมืองที่สร้างด้วยอิฐ(stones) ถือเป็นอนุสาวรีย์สถาปัตยกรรมรูปแบบไซบีเรียน บาโรค ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ อูดา

รูปภาพ


หน้าต่างสวยๆ

รูปภาพ

อาทิตย์หน้ามาต่อครับ พอดีช่วงนี้ติดหมอนัดครับ
kaka7
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 455
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2013, 10:27
Tel: 0897004499
Bike: มือสองญี่ปุ่น ทัวร์ริ่ง

Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

โพสต์ โดย kaka7 »

ขอบคุณครับ ขอให้สุขภาพดีร่างกายแข็งแรงนะครับ :)
รูปประจำตัวสมาชิก
oldhippie
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 446
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
Tel: นั่งทางในเอาครับ
team: โดดเดี่ยว
Bike: เมื่อยละเด้อ

Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

โพสต์ โดย oldhippie »

วันที่ ๒๕ (วันพุธที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗)

ตามแผนเดิมวันนี้จะปั่นจักรยานไปวัด Ivolginsky Datsan แต่จำเป็นต้องดำเนินการเรื่องการลงทะเบียนวีซ่าก่อนเพราะเข้ามารัสเซียเกิน ๗ วันแล้ว ตื่นมาเตรียมตัวรอสามีเจ้าของโฮสเต็ลตั้งแต่หกโมงเช้า ล้างหน้า แปรงฟัน แต่ไม่ได้อาบน้ำ เพราะรู้สึกว่าเนื้อตัวยังสะอาดอยู่ :D :D :D ประกอบกับอุณหภูมิไม่เป็นใจให้อาบเลย

รูปภาพ

จากนั้นก็กินอาหารเช้าแล้วนั่งรอสามีเจ้าของโฮสเต็ล วันนี้ทั้งโฮสเต็ลมี จขกท.อยู่คนเดียว ไม่มีใครอยู่เลยไม่ว่าพนักงานหรือนักท่องเที่ยว ไม่มีอะไรทำเลยเข้าอินเตอร์เน็ต อ่านอะไรเรื่อยเปื่อย รอสามีเจ้าของ รอจนเกือบเก้าโมงเช้าก็มีพนักงานเข้ามา สอบถามเรื่องจะไปลงทะเบียนก็คุยกันไม่รู้เรื่องต้องอาศัยโปรแกรมแปลภาษา ปรากฏว่าพนักงานไม่รู้เรื่อง ต้อวโทรหาเจ้าของ สรุปสามีเจ้าของทำงานไม่สามารถพาไปดำเนินการได้ จขกท.ต้องไปเอง พนักงานได้ให้แผนที่พร้อมกับทำเครื่องหมายและเขียนภาษารัสเซียระบุไป(เพิ่มเติมนิด กว่าจะสื่อสารกันรู้เรื่องก็ต้องคุยผ่านการแปลภาษาค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร เค้าใช้ app ที่เมื่อพูดภาษาอังกฤษใส่โทรศัพท์ แล้วโทรศัพท์ก็จะขึ้นข้อความเป็นภาษารัสเซีย ก็ต้องผลัดกันพูด ผลัดกันอ่าน กว่าจะเข้าใจกันได้)

ดูจากแผนที่ระยะทางก็ไม่ไกลจากโฮสเต็ล ก็เลยเดินตามแผนที่ไปถึงจุดที่ตั้งสถานีตำรวจ ก็หาไม่เจอเดินวนอยู่สองรอบ ถามผู้คนที่มาเปิดแผงขายของละแวกนั้นก็ส่ายหน้ากันเป็นแถว ไม่แน่ใจว่าเค้าไม่รู้จักหรือฟังภาษาอังกฤษไม่เข้าใจ :? :? เดินดูจนแน่ใจว่าไม่น่าจะมีสถานีตำรวจตั้งอยู่แถวนั้น กำลังว่าจะเดินกลับ บังเอิญไปสบตากับเด็กผู้ชาย(คิดว่าเด็กนะหน้าตาคล้ายคนจีนหรือมองโกล คะเนว่าอายุไม่เกิน ๑๕ ที่มาช่วยแม่ขายพวกถุงเท้า ถุงมือ ขนสัตว์ ก็เลยเข้าไปถามเค้า เค้าก็ไปถามแม่ แม่ก็ส่ายหน้า ตอนนี้ชักจะหมดหวังที่จะได้ลงทะเบียนวีซ่าแล้ว :( :( ก็จะกลับโฮสเต็ล เด็กคนเดิมก็เข้ามาถามอีกว่าหาอะไร(เป็นการสื่อสารคนละภาษาโดยมีภาษามือเป็นตัวช่วย) ก็เลยบอกว่า Police Polizei(เคยเจอคนรัสเซียที่สูงอายุ สามารถสื่อสารภาษาเยอรมันได้ระดับหนึ่ง ก็คิดว่าเด็กเค้าอาจรู้บ้าง) เค้าก็ทวนคำ แล้วทำท่าเอานิ้วสองนิ้วแตะบ่า :o จขกท.รีบพยักหน้าทันทีเค้าเลยเดินนำทางไป

ลองดูจากรูปครับ แล้วคิดดูว่าคนต่างถิ่นจะหาเจอไหม รูปแรกที่เห็นเด่นเป็นสง่าคือ Cafe ทางด้านซ้ายมือของ Cafe ตรงที่รถคันสีดำกำลังออกมา จะเจอประตูเหล็กสองบาน บานใหญ่ไม่ใช่ ต้องลอดประตูเหล็กบานเล็กนี้เข้าไป :lol: จะเห็นตึกสองชั้นเก่าๆ โทรมๆ ต้องขึ้นบันไดไปชั้นสองถึงจะเป็นสถานีตำรวจ ขึ้นไปถึงจะเจอทางเดินแคบๆ ไม่มี จนท. คอยยิ้มต้อนรับอย่างบ้านเรานะครับ จขกท. ก็อาศัยเคาะและผลักประตูมั่วทุกห้องเปิดเข้าไปก็ยกหนังสือเดินทางให้เค้าดู เจอส่ายหน้าบ้าง เอ็ดตะโรบ้าง :oops: :x :cry: แต่ในที่สุดก็มีผู้ใจดีพาไปส่งที่ห้องแรกที่อยู่ขวามือตอนขึ้นบันไดมา เข้าไปเจอตำรวจเดาว่าน่าจะเป็นระดับสัญญาบัตร(ไม่มีใครแต่งเครื่องแบบกันนะครับ) ทักว่า Good Morning, what can I do for you? อ้าา..เทวดามาโปรดแล้วก็บอกเค้าไปว่าจะมาลงทะเบียนวีซ่า เค้าก็บอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของคุณ ทางโฮสเต็ลต้องเป็นคนมาลงทะเบียนให้คุณ เอาละสิตรู ต้องกลับไปโฮสเต็ลตามให้เจ้าของมาลงทะเบียนให้หรือ ก็เลยอธิบายเค้าไปบอกว่าบอกเจ้าของแล้วเค้าให้มาดำเนินการเอง เค้าเลยขอชื่อโฮสเต็ลที่พักแล้วก็โทรฯ เรียกเจ้าของ(ตัวสามี)มาสถานี แล้วก็เล็คเชอร์เจ้าของเสียยืดยาว เพราะทางโฮสเต็ลไม่รู้กฎหมายนี้ กว่าจะเปิดกฎหมายให้ดูกว่าจะรู้เรื่อง

กว่าจะดำเนินการเสร็จก็เที่ยง ทำให้ จขกท. เสียเวลาเที่ยวไปครึ่งวัน :x :x :x ต้องเปลี่ยนแผนเป็นไปวัดพรุ่งนี้ ตัดทะเลสาปไบคาลออก เอาไว้ไปถึง อิรคุตส์(Irkutsk)แล้วค่อยไปด้านโน้นแทน

คาเฟ่ครับ
รูปภาพ

ทางเข้าสถานีตำรวจ ประตูบานเล็กครับ
รูปภาพ

มีเวลาเหลืออยู่ครึ่งวันไม่มีเป้าหมาย คือ อูลัน-อูเด เป็นเมืองที่ค่อยข้างค่อนเล็ประกอบกับแหล่งท่องเที่ยวก็มีไม่ค่อยมาก ก็ได้แต่เดินวนไปแถวจตุรัสหลักคือแถวศีรษะเลนินรวมถึงลานน้ำพุหน้าโรงละคร ประตูชัย และเลยไปถนนคนเดิน ขณะเดียวกันก็มองหาร้านซ่อมจักรยานไปด้วย อยากได้ตีนผีอันใหม่ไปเปลี่ยนกับอันเก่าที่บิดงออยู่

อีกบรรยากาศของ Arbat Street(Lenin Street)หรือถนนคนเดิน

รูปภาพ

อาคารเก่า ด้านหลังคือ Baikal Hotel

รูปภาพ

บริเวณลานน้ำพุหน้าโรงละคร

รูปภาพ


รูปภาพ

ลานหน้าโรงหนังเก่า เวลาอากาศดี พ่อ-แม่จะพาลูกมาเดิน เล่นเครื่องเล่น

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

โบสถ์เล็กๆ ละแวกเดียวกัน

รูปภาพ

บ้านไม้เก่าที่อนุรักษ์ไว้

รูปภาพ

จากนั้นก็เดินกลับโฮสเต็ลซึ่งอยู่ใกล้ๆ โรงละคร จัดการมั่วซ่อมจักรยานด้วยตัวเอง โดยถอดตีนผีมาดัด หลังจากใช้ความพยายามอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็คิดว่าพอใช้งานได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้รู้ผลว่าจะใช้งานได้เหมือนเดิมหรือไม่
รูปประจำตัวสมาชิก
oldhippie
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 446
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
Tel: นั่งทางในเอาครับ
team: โดดเดี่ยว
Bike: เมื่อยละเด้อ

Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

โพสต์ โดย oldhippie »

kaka7 เขียน:ขอบคุณครับ ขอให้สุขภาพดีร่างกายแข็งแรงนะครับ :)
ขอบคุณครับ สุขภาพดีอยู่ครับ แต่ดวงไม่ดี เจออุบัติเหตุสองครั้งติดกัน ภายในหนึ่งอาทิตย์
kaka7
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 455
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2013, 10:27
Tel: 0897004499
Bike: มือสองญี่ปุ่น ทัวร์ริ่ง

Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

โพสต์ โดย kaka7 »

:D


:D
chod29
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 17
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2014, 14:06
team: CPN Bike Gang, All Ride All Bike
Bike: DG211, MASI GRAN CRITERIUM
ติดต่อ:

Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

โพสต์ โดย chod29 »

ขอตามไปเที่ยว สนุกสนาน ประทับใจมากครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
oldhippie
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 446
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
Tel: นั่งทางในเอาครับ
team: โดดเดี่ยว
Bike: เมื่อยละเด้อ

Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

โพสต์ โดย oldhippie »

วันที่ ๒๖ (วันพฤหัสฯ ที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗)

วันนี้จะปั่นจักรยานไปเที่ยววัด Ivolginsky Datsan ตั้งโทรศัพท์ให้ปลุกตั้งแต่ตีห้า แต่พอหยิบโทรศัพท์มาดูอุณหภูมิ -๒ องศา :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: เหอะๆ จะปั่นไปจริงเหรอ ชงกาแฟมานั่งจิบทำใจอยู่พักหนึ่ง ตัดสินใจไป เป็นไงเป็นกันอุณหภูมิแค่ -๒ องศาเอง (แค่ -๒ องศาเองเนอะ :roll: ) ชุดปั่นต้านความหนาวเย็นก็มีแค่กางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยืดคอกลมธรรมดา ใส่เสื้อวอร์มทับปิดท้ายด้วยเสื้อกันลมอีกตัว เอาจริงอ่ะ อุณหภูมิ -๒ องศานะ ถุงมือแบบครึ่งนิ้ว กรรม....จะช่วยได้ไหมนี้ (ขอแทรกหน่อย ก่อนเดินทางได้ตรวจสอบอุณหภูมิเฉลี่ยเห็นว่าอยู่ที่ประมาณ ๑๐ องศาเลยไม่ได้เตรียมอุปกรณ์กันหนาวมา) และหมวกกันกระแทก

กว่าจะโน่น นี่ นั่น เสร็จออกจากโฮสเต็ลก็ประมาณ ๐๗:๓๐ น. พอปั่นออกมาได้สัก ๑๕ นาที ก็นึกได้ว่าไมล์ไม่ได้ติดมา แถมชุดปะ ยางในสำรองก็ไม่ได้เอาติดมาด้วย จะย้อนกลับไปเอาก็กลัวเสียเวลา ตัดสินใจพึ่งโชคชะตาแล้วกัน อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด อุ่นใจอยู่หน่อยที่ยังมีสูบลมติดมาด้วย(ไม่รู้จะช่วยอะไรได้ไหม) ปั่นมาอีกหน่อยก็ถึงแม่น้ำ Uda

รูปปั้นสตรีชาว Buryat แสดงถึงไมตรีจิตในการต้อนรับผู้มาเยือน

รูปภาพ


แม่น้ำอูดา

รูปภาพ


สะพานเก่า

รูปภาพ


ปั่นข้ามแม่น้ำอูดาใช้สะพานเก่าที่เลิกใช้ในการสัญจรแล้ว ไม่ต้องไปเสี่ยงชีวิตกับสะพานใหม่ที่มีรถใช้งานค่อนข้างมาก ฝั่งนี้ของแม่น้ำจะเป็นเขตที่พักอาศัยบ้านเรือนจะปลูกตามเนินเขาสูงๆ ต่ำๆ ปราศจากอาคารสูง พอออกมาถึงตรงนี้ลมแรง อุณหภูมิเข้าใจว่าคงต่ำกว่าลบสององศาแน่ ขนาดแดดแรงๆ นิ้ว จขกท. แทบจะแกะจากแฮนด์ไม่ออก ต้องหยุดปั่นค้นเอาถุงพลาสติกในเป้มาใส่มือข้างละสองถุง เป็นถุงบางๆ ที่เค้าใช้ห่อขนมปัง พอช่วยให้นิ้วอุ่นขึ้นมานี้ดดดหนึ่ง อากาศออกหนาวขนาดนี้จะช่วยได้สักเท่าไหร่ แถมลมยังแรงอีก สองข้างทางเป็นที่โล่งสุดสายตา ไม่มีอะไรบังลมให้เลยปั่นไปสะท้านไป แทบไม่อยากปั่นไปต่อ แต่เมื่อมาแล้วต้องไปให้ถึง

อันนี้เป็นทางแยกไปสนามบิน

รูปภาพ


จุดนี้ออกจากตัวเมืองมาได้ ๑๐ ก.ม. ระยะทางที่จะไปวัด Ivolginsky Datsan เท่าที่อ่านจากข้อมูลของคนเดินทางหลายๆ คน ก็ประมาณ ๓๐ ก.ม. แต่จากแผนที่ของกูเกิ้ลระบุ ๒๘.๕ ก.ม. คิดว่าน่าเชื่อถือที่สุด เพราะย่นระยะทางได้ตั้ง ๑.๕ ก.ม. ๕๕ ๕๕ จากรูปจะเห็นว่ามีหมู่บ้านอยู่ไกลๆ ภูเขาที่เห็นเป็นแบ็คกราวนด์ลิบๆ หิมะยังละลายไม่หมดเลย

รูปภาพ


รูปภาพ


ความหนาวเย็นของอากาศทำให้ต้องปั่นไป สั่งน้ำมูกไป น้ำมูกใสๆ ไหลตลอดเวลาถุงมือเขลอะไปด้วยน้ำมูกทั้งสองข้าง ตอนหลังเลยต้องเอาฮูดคลุมศีรษะ แล้วใส่หมวกกันกระแทกทับ เป็นการปั่นที่ทรมาณมาก แต่ในที่สุดตอนสิบเอ็ดโมงก็ถึงจนได้ หักเวลาแวะกินอาหารเช้า กินยาสามสิบนาที(ที่จริง ๒๐ นาทีก็เสร็จ แต่นั่งให้ร่างกายอบอุ่นต่ออีก ๑๐ นาที) สรุปใช้เวลาไปสามชั่วโมงเต็มกับระยะทาง ๒๘.๕ ก.ม. ท่ามกลางอุณหภูมิ -๒ องศาเส้นทาง จะเห็นว่าไหล่ทางไม่ได้ลาดยาง แต่เป็นหินลอย ปั่นแล้วระบมบั้นท้ายมาก

รูปภาพ


อีก ๓ ก.ม. จะถึงแล้ว แยกขวามือข้างหน้า

รูปภาพ


การเดินทางสำหรับผู้ที่จะไปชมวัดนี้ สามารถใช้บริการ Marshrutkas หรือรถตู้โดยสารสาย ๑๓๐(ถ้าจำไม่ผิด จำได้ว่าจดมาแต่หาไม่เจอ รวมทั้งค่าโดยสารด้วย คิดว่าประมาณ ๔ รูเบิ้ล)

Ivolginsky Datsan ถือเป็นวัดที่เป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธในรัสเซีย นอกจากจะเป็นวัดแล้วยังได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยศาสนาพุทธอีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างสำหรับวัดนี้คือเป็นที่ ลามะที่ ๑๒ Pandido Khambo Lama ประกาศการละสังขารในปี ๑๙๒๗(๒๔๗๐) และนั่งกรรมฐานจนสิ้นอายุขัย แต่เรือนร่างไม่เน่าเปื่อยจนบัดนี้ มีการพิสูจน์แล้วว่าร่างกายเหมือนคนที่เพิ่งเสียชีวิตเพียง ๓๖ ช.ม.

ด้านหน้าทางเข้าวัดจะมีเหมือนตู้ขายตั๋วเข้าชมอยู่ แต่ปิดเห็นคนอื่นเค้าเดินเข้ากันเฉยๆ ก็เลยเดินตามพร้อมจูงจักรยานเข้าไปด้วย พ้นประตูเข้ามาก็จะเจอแผงขายของที่ระลึก อ้อ การเข้าชมวัดนี้มีข้อกำหนดอยู่ว่าให้เดินตามเข็มนาฬิกา ห้ามเดินทวนเข็มนาฬิกา มิฉะนั้นอาจถูกมองด้วยสายตาที่ไม่ดี :oops: :oops: :oops: เพราะฉะนั้นพอพ้นประตูวัดก็เดินเลี้ยวไปทางซ้าย ก็จะเดินผ่านแผงขายของที่ระลึกก่อน แล้วก็จะเป็นบ้านเรือนชาว Buryat คือที่วัดนี้จะเหมือนพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่มีชีวิต นอกจากบ้านแล้วยังมีโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ด้วย เรียกว่าทั้งพระ คน และสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมในอาณาบริเวณเดียวกัน แล้วค่อยวนมาทางด้านวัด

ภาพรวมของวัด

รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


Dzogchen Dugan (temple)

รูปภาพ


ตอนที่ไปถึงทางวัดกำลังทำพิธีทางศาสานาอยู่ครับ ตรงประตูทางเข้าจะมีสติกเกอร์ติดไว้ว่าห้ามถ่ายรูป จขกท. ก็ปิดกล้องปิดฝาครอบเลนส์แล้วก็ห้อยคอเข้าไปอย่างนั้น แหะ แหะ ลืมถอดหมวกกันกระแทกออก ผู้เฒ่าผู้แก่เบอร์ยัทต้องทำมือทำไม้ให้ถอดออก ขอโทษคร้าบ ผมลืม นั่งดูพระท่านทำพิธีอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกออก จะไปเดินดูที่อื่นต่อ พอเดินออกมายังไม่ทันพ้นประตูโบสถ์ก็มีพระรูปหนึ่งลุกมาขอดูกล้อง จากท่าทางเหมือนกับกลัวว่า จขกท. จะแอบถ่ายรูปขณะทำพิธี ก็เลยยื่นให้ไปหลวงพี่ก็เอากลับเข้าไปในโบสถ์ ส่วน จขกท. ก็ยืนรออยู่ข้างนอก รออยู่นานพอสมควร ก็สงสัยว่าทำไมถึงใช้เวลาเช็คนานจัง เลยไปแอบเหล่ตรงกระจก(ประตูด้านล่างจะเป็นไม้ ส่วนด้านบนจะเป็นกระจกลูกฟัก) อ้าวหลงพี่ เอ๊ย..หลวงพี่เล่นดูย้อนไปถึงเกาหลีเลย :D :D :D (ยังไม่ได้โอนเข้า External HD) ก็เลยออกมายืนรอต่ออีกครู่ใหญ่ หลวงพี่ถึงเอากล้องมาคืน พร้อมทั้งบอกว่า Thank You

Green Tara Dugan

รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


ภายในอาคาร

รูปภาพ


มีการเอาธง และผ้ามาผูกตามต้นไม้ รูปนี้ถ่ายในบริเวณวัด

รูปภาพ


ส่วนรูปนี้อยูด้านนอกวัด

รูปภาพ


แผงขายของที่ระลึก

รูปภาพ


รูปภาพ


ยินดีต้อนรับสู่อูลัน-อูเด

รูปภาพ


เดินดูอยู่ประมาณชั่วโมงก็ปั่นกลับ ช่วงนี้อากาศอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย แต่เจออุปสรรคใหม่คือลมแรงมาก ปั่นสวนลมตลอดทางบางจังหวะเจอลมกระโชกข้างด้วยเล่นเอาเป๋ไปเหมือนกัน เส้นทางวันนี้ขาไปปั่นไม่ลำบากเพราะมีช่วงผ่านชุมชนหลายช่วงและมีทางเท้ารวมกันยาวเกือบ ๑๐ ก.ม. หมดช่วงชุมชนก็ต้องลงไปปั่นข้างทางที่เป็นหินลอย เพราะบนถนนแทบจะไม่มีไหล่ทางเลย อยากจะบอกว่าคนขับรถชาวรัสเซียจะไม่เฉียดเข้าใกล้คนปั่นจักรยานเลย เค้าจะเว้นช่องว่างไว้ประมาณ ๑ เมตร บางครั้งข้ามไปวิ่งเลนรถสวนเลย

ถึงอูลัน-อูเดก็ปั่นต่อไปสถานีรถโดยสาร South Bus Station เพื่อซื้อตั๋วรถไป อูลันบาตอร์ มองโกเลีย จะเดินทางพรุ่งนี้ ที่เลือกเดินทางโดยรถโดยสารก็เนื่องจากได้อ่านที่นักเดินทางชาวตะวันตก เล่าว่าการเดินทางด้วยรถไฟจะใช้เวลานานกว่ามาก เพราะต้องเสียเวลากับพิธีการผ่านแดนระหว่างมองโกเลียกับรัสเซียนานมาก ในขณะที่รถโดยสารใช้เวลาประมาณ ๑๐ ช.ม. รถไฟอาจใช้เวลา ๑๕ - ๒๐ ช.ม. ทีเดียว

ปกตั๋วรถโดยสาร

รูปภาพ


ขาไป อูลัน-อูเด - อูลันบาตอร์ ค่าตั๋ว ๑,๓๐๐ รูเบิ้ล

รูปภาพ


ขากลับ อูลันบาตอร์ - อูลัน-อูเด ค่าตั๋ว ๖๕,๐๐๐ ตูกริก (Tugrik)

รูปภาพ


รัสเซียช่วงแรกก็คงจบแค่นี้ครับ ตอนหน้า (ตอนที่ ห้า) จะเดินทางเข้ามองโกเลียแล้วย้อนกลับมา อูลัน-อูเดอีกครั้ง ก่อนที่จะไปต่อจนถึง มอสโคว์ และ เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก ตามลำดับ

เครื่องดื่มแก้กระหายระหว่างเดินทาง KVASS แอลกอฮอล์ต่ำมาก รสชาตคล้ายเบียร์จืดๆ

รูปภาพ
kaka7
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 455
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2013, 10:27
Tel: 0897004499
Bike: มือสองญี่ปุ่น ทัวร์ริ่ง

Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

โพสต์ โดย kaka7 »

ขอบพระคุณครับบ :D
white wolf
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 เม.ย. 2014, 11:17

Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

โพสต์ โดย white wolf »

ติดตามครับ :D
รูปประจำตัวสมาชิก
oldhippie
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 446
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
Tel: นั่งทางในเอาครับ
team: โดดเดี่ยว
Bike: เมื่อยละเด้อ

Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

โพสต์ โดย oldhippie »

วันที่ ๒๗ (วันศุกร์ ที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๗)

๐๖:๐๐ น. ปั่นจักรยานจากที่พักไปสถานีรถโดยสาร มาถึงเร็วไปหน่อย สถานียังไม่เปิดเลยต้องนั่งรอตากลมหนาวหน้าอาคารมีคนมารอเป็นเพื่อนเท่าที่เห็นในรูปเท่านั้นครับ สังเกตุดีๆ จะเห็นจักรยานจอดอยู่ข้างๆ ประตูทางเข้า จนหกโมงเกือบครึ่งประตูสถานีถึงได้เปิด ได้เข้าไปอาศัยนั่งหลบลมหนาวไม่มีรูปภายในมาฝากเพราะกลัวเรื่องความชื้นครับ อุณหภูมิภายนอกประมาณ -๒ องศาส่วนภายในอาคารประมาณ ๑๕ องศา ถ้าเดินเข้ามาด้านขวามือจะเป็นส่วนของร้านขายของ ถ้าจะซื้อตั๋วให้เดินไปทางซ้าย


รูปภาพ


หกโมงสี่สิบห้ารถที่จะพาไปมองโกเลียเข้ามาจอด ทีแรกก็ไม่ค่อยแน่ใจเอาตั๋วไปยื่ให้คนขับดูเค้าก็ไล่ให้ขึ้นรถ เลยต้องสื่อสารด้วยภาษามือว่าจะต้องเอาจักรยานไปด้วย เค้าก็ไปเปิดที่เก็บของให้จัดการจับจักรยานเข้าใต้ท้องรถแบบในรูปครับ เลยเอากระเป๋าใส่จักรยานรองบริเวณตีผีไว้หน่อย ค่าโดยสาร ๑,๓๐๐ รูเบิ้ลเฉพาะคน จักรยานไม่เสีย

รถคันนี้ครับที่จะพาไปอูลันบาตอร์


รูปภาพ


จักรยานต้องนอนไปแบบนี้ รู้งี้เอาใส่กระเป๋าดีกว่า


รูปภาพ


ป้ายหน้ารถ เห็นตัวหนังสือแบบนี้ขึ้นได้เลยครับ อูลัน-อูเด - อูลันบาตอร์ - อูลัน-อูเด เที่ยวรัสเซียแค่สิบวัน อ่านภาษารัสเซียออกแล้ว เย้


รูปภาพ


นี่เป็นตั๋วเดินทาง


รูปภาพ


รถออกตรงเวลา ๐๗:๓๐ น. ออกจากอูลัน-อูเดก็มุ่งหน้าทางเดียวกับที่ปั่นจักรยานมาเมื่อวานเลย แต่พอเลยทางแยกเข้าสนามบินก็ แยกไปอีกทางหนึ่งไม่ใช่เส้นทางที่ปั่น วิวสองข้างทางก็จะเป็นแบบนี้ครับ


รูปภาพ



รูปภาพ


รถจากอูลัน-อูเด ไปอูลันบาตอร์มีแค่วันละหนึ่งเที่ยว ออกจากอูลัน-อูเด ๐๗:๓๐ น. ถึงอูลันบาตอร์ประมาณ ๑๘:๐๐ น. วันนี้ผู้โดยสารไม่เต็มมีประมาณ ๒๗-๓๐ คน พอนั่งกันสบายๆ หลายๆ คนนั่งคนเดียว จขกท.ก็เช่นกัน

๑๐:๓๐ น. รถพาผู้โดยสารมาถึงด่านรัสเซีย ก่อนถึงด่านประมาณสิบนาที รถต้องจอดให้ทหารรัสเซียขึ้นมาตรวจหนังสือเดินทางของผู้โดยสารทุกคน เมื่อรถมาถึงด่านต้องจอดรอหน้าประตู ช่วงนี้ห้ามลงจากรถ รอเกือบครึ่งชั่วโมง จนท.ถึงเปิดประตูให้เข้า เมื่อผ่านประตูมาแล้วรถก็จะจอดให้ผูดดยสารลง และขนสัมภาระของตัวเองเข้าไปให้ จนท.สแกน ขออภัยเล่าข้ามไปนิดหน่อย คือระหว่างที่รอด่านเปิดประตูคนรถก็จะแจกใบ Arrival สำหรับเข้ามองโกเลียให้กรอกฆ่าเวลา(เอ บาปหรือเปล่านะ) ตอนสแกนสัมภาระ จนท. ค่อนข้างจะเข้มงวดต้องเข้าแถวยื่นหลังเส้น จนท.จะเรียกเข้าที่ละคน สแกนเสร็จก็เดินต่อไปประทับตราออกจากรัสเซีย จขกท.โชคดีที่ไม่ได้เอาจักรยานใส่กระเป๋า ไม่เช่นนั้นจะต้องแบกกระเป๋าใส่จักรยานลงมาสแกนด้วย แต่ก็ต้องเอายารักษาโรคประจำตัวให้ จนท.ดู วิธีการคือ จขกท. จะต้องหยิบยาออกจากถุงให้ จนท. ดู เค้าจะไม่ถือวิสาสะล้วงมือไปหยิบจากถุงเอง เค้าใจว่าคงเป็นระเบียบปฏิบัติของเค้า เสร็จแล้วก็มารอขึ้นรถบางคนก็แวะเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว ห้องน้ำที่นี้ใช้ฟรีครับ ไม่ต้องเสียเงิน จากนั้นก็นำสัมภาระของตนใส่เข้าใต้ท้องรถเหมือนเดิม แล้วก็มุ่งหน้าด่านมองโกเลีย ขั้นตอนก็เหมือนกันตอนนอกพ้น ตม.แล้วจะมีธนาคารของมองโกเลีย ๒-๓ ธนาคารมาตั้งโต๊ะรับแลกเงินด้วย อัตราแลกเปลี่ยนในวันนั้นอยู่ที่ ๕๐ ตูกริก(Tugrik)ต่อ ๑ รูเบิ้ล กว่าจะหลุดจากด่านมองโกเลียก็เที่ยงครึ่ง

รถพาผู้โดยสารมาพักรับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งไม่มีอะไรใกล้เคียงกับคำว่าโรงแรมเลย เดินเข้าไปทางเดินขวามือจะมีห้องอาหารอยู่ทางซ้ายมือ เดินไปจนสุดทางเดินจะเจอห้องน้ำอยู่ทางขวา มีห้องน้ำชาย ๑ ห้องที่มีแค่โถปัสสาวะกับอ่างล้างมืออย่างละ ๑ เท่านั้น ส่วนห้องน้ำหญิงมีสองห้องแอบเห็นว่าเป็นชักโครกนั่งราบด้วย ถ้าเดินไปทางด้านซ้ายจะมีซุเปอร์มาร์เก็ต(เล็กกว่าร้านขายของชำเมืองไทย) ที่ขายเครื่องดื่ม ผลไม้และขนม คนขายจะแต่งตัวเหมือนหลุดจากหนังเข้าพ่อทั้งหลาย ใส่หมวก แจ็คเก็ตหนัง แว่นกันแดดทรงเรย์แบน ที่ร้านอาหารเมื่อเข้าไปถึงก็หาโต๊ะนั่งแล้วพนักงานจะมาจดรายการอาหารเอง อยากบอกว่าก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่นี่รสดีมาก ขาดแต่พริกป่นเท่านั้น(จขกท.ไม่กินน้ำส้มพริกดองครับ) จขกท.จัดใส่ท้องไปสองชามค่อยหายคิดถึงบ้านหน่อย จริงๆ ไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเค้าเรียกว่า Beef soup แต่มีเส้นใส่มาให้ด้วยถูกใจครับ สองชามไม่ถึงร้อยบาท


โรงแรม Altan Plaza ที่พักรับประทานอาหารกลางวัน


รูปภาพ


Beef soup แบบนี้เลยครับ แต่ จขกท. ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เอารูปจากอินเตอร์เน็ต


รูปภาพ


รูปภาพ

Pictures credit: http://go-trans-siberia.com/photo-journ ... an-baatar/


๑๓:๒๐ น. ออกเดินทางต่อสภาพสองข้างทางแตกต่างจากรัสเซีย จะมไมีป่าสนมีแต่ท้องทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา สลับกับเนินทราย(หรือดิน)เตี้ยๆ เป็นแนวยาวลดหลั่นกันไป กับฝูงปศุสัตว์ที่เดินแทะเล็มหญ้าเห็นเป็นจุดเล็กๆ อยู่ลิบๆ แถวนี้หิมะยังละลายไม่หมดริมทางที่รถวิ่งผ่านยังมีให้เห็น ที่แปลกตาก็คือคนมองโกลขัยรถกันได้ทุกที่ ที่ไม่มีถนน ไม่ว่าจะเป็นกลางทุ่ง เชิงเขา ไต่เขา รถก็รถเก๋งธรรมดา แต่ไม่รู้ว่าเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อหรือเปล่า สงสัยจะเคยชินกับการขี่ม้า แต่ท้องทุ่งแบบนี้ให้เดินคงไม่ไหวเหมือนกัน


รูปภาพ


รูปภาพ


รูปภาพ


๑๙:๓๐ น. รถเข้าจอดหน้าสถานีรถไฟอูลันบาตอร์ เอากระเป๋าติดเข้ากับตะแกรงจักรยาน อากาศค่อนข้างเย็น ไม่รู้ว่าเป็นเวลาเลิกงานหรือเปล่ารถพลุกพล่านการจราจรติดขัด เห็นชาวมองโกลขับรถแล้วไม่กล้าปั่น ต้องจูงจักรยานบนทางเท้า เดินมาจากสถานีรถไฟได้หน่อยก็มีผู้ชายชาวมองโกลอายุประมาณยี่สิบกว่า ทักว่ามาจากไหน ก็ตอบไปว่าประเทศไทย เค้าก็ถามต่อว่าจะไปไหน ได้โอกาส จขกท. เลยเอาแผนที่ให้ดูว่าจะไปพักโฮสเต็ลปรากฎว่าคุยกันไม่รู้เรื่อง (เค้าพูดภาษาอังกฤษได้แค่นั้น) เลยต้องเอารูปที่ตั้งโฮสเต็ลให้ดู เค้าดูๆ แผนที่อยู่ครู่หนึ่งก็เข้าไปในร้าน(เดาว่าเป็นร้าน) แล้วเข็นจักรยานออกมาพร้อมทำมือให้ จขกท.ปั่นตาม แล้วก็พาปั่นไปตามถนนบ้าง โดดขึ้นทางเท้าบ้าง(จักรยานเสือภูเขาล้อ ๒๖ นิ้ว) โดดลงถนนบ้าง แต่ของ จขกท.เป็นรถไฮบริดล้อ ๗๐๐ บรรทุกกระเป๋าอีกเกือบ ๒๕ ก.ก. โดดตามไม่ไหวแต่เค้าก็รอและคอยหันมาดู จขกท.ตลอด ปั่นกันมาประมาณ ๒๐ นาทีก็ถึงที่หมาย ที่หมายนี้คืออาคารที่คาดว่าจะเป็นที่ตั้งโฮสเต็ล แต่หากันไม่เจอเพราะไม่มีป้ายบอก เค้าก็เลยขอดูใบจองที่พักอีกทีแล้วก็หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาโฮสเต็ลให้ช่วยบอกทางให้ ถึงได้หาเจออันที่จริงทางเข้าโอสเต็ลก็อยู่ด้านหลังตึกนั่นเอง แต่อาจจะเป็นเพราะเลขที่ห้องโดดไปโดดมา เลยหากันไม่เจอ ประทับใจมากไม่รู้จะตอบแทนเค้าอย่างไร นึกได้ว่ามีธงชาติไทยผืนเล็กๆ ที่ซื้อมาจะติดกระเป๋า แต่ยังไม่ได้ติดก็เลยหยิบให้เค้า ตอนแรกก็ไม่ยอมรับท่าเดียว ต้องยัดเยียดอยู่เป็นนาน แล้วก็ร่ำลากัน ก่อนจากยังมีการบอก "สวัสดีครับ" ด้วยเดินทางรอบนี้ได้รับประสบการณ์ดีๆ แบบนี้สองครั้งแล้ว

ที่พักชื่อ MS Central แนะนำสำหรับผู้ที่จะไปเที่ยวอูลันบาตอร์ครับ ทำเลที่ตั้งดีมากอยู่ตรงข้ามไปรษณีย์กลางอูลันบาตอร์ บน Peace Avenue เจ้าของอัธยาศัยดีมาก ให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง พอเจอหน้า จขกท. ก็บอกเลยจะย้ายให้ไปนอนห้องสามเตียงแทนห้องเก้าเตียงที่ จขกท.จองมาโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เพราะห้องเก้าเตียงมีหนุ่มๆ สาวๆ พักกันอยู่หลายคนกลัว จขกท.จะไปปล้ำสาวๆ เอ๊ย กลัวว่าจะไม่ได้พักผ่อน ค่าที่พักตอนที่ไปตกคืนละประมาณ ๒๗๐ บาท (US$ 9.00) อาบน้ำชำระร่างกายและรับประทานอาหารเย็นแล้วก็นอนครับ ไม่ได้ออกไปเที่ยวเพราะเพลียจากการเดินทางประกอบกับอากาศค่อนข้างเย็น(หนาวเลยล่ะอุณหภูมิอยู่ที ๒ตื่นเช้าฝฝื องศา) เอาจักรยานไปจอดไว้ที่ระเบียงเลยได้ถ่ายรูปอูลันบาตอร์ตอนกลางคืนมาหนึ่งรูป


รูปภาพ


วันที่ ๒๘ (วันเสาร์ที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗)

ตอนเช้านั่งจิบกาแฟสองถ้วย(ฟรี) ที่โฮเต็ลมีชาและกาแฟให้ดื่มฟรี แล้วก็เปิดประตูระเบียงจะออกไปเอาจักรยาน เจออากาศภายนอกรีบปิดประตูแทบไม่ทันเข้ามาดูอุณหภูมิ -๔ องศา โอ้พระเจ้า ทำไมโหดร้ายอย่างนี้ จากที่แต่งตัวสบายๆ เลยต้องหาเสื้อมาใส่อีก ๓ - ๔ ชั้นและคลุมด้วยเสื้อกันลม จากที่คิดว่าจะปั่นจักรยานเที่ยวต้องเปลี่ยนแผนเป็นเดินแทน ออกจากโฮสเต็ลเลี้ยวขวาแล้วเลี้ยวขวาอีกทีเข้าถนนเจงกิส ข่าน ผ่านโรงละครแห่งชาติ เป้าหมายแรกคือ Winter Palace of Bogd Khaan ซึ่งเป็นที่พำนักของข่านองค์สุดท้ายของ มองโกเลีย เดินไปถึงยังไม่เปิดให้เข้าชมครับ มาเช้าเกินไป ไม่เปิดก็ไม่ง้อไปดูที่อื่นก่อนก็ได้

โรงละครแห่งชาติ (Opera House)


รูปภาพ


เดินต่อไป ข้ามสะพานลอยข้ามทางแยก


รูปภาพ


ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ Tuul Gol เดินต่อ ขอแทรกนิดครับ เวลาไปเที่ยวชมเมือง จขกท.จะเดินหรือปั่นจักรยานเท่านั้น เพราะจะได้เห็น ได้ถ่ายรูป ที่บางครั้งไม่สามารถเห็นหรือถ่ายรูปได้จากรถโดยสาร อย่างรูปนี้


รูปภาพ


แล้วก็เดินต่อไป จนถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งมองโกเลีย เลี้ยวไปทางซ้ายเป้าหมายคือ Buddha Park ก็ยังไม่เปิดเช่นกัน ได้แต่ถ่ายรูปนี้จากนอกรั้ว


รูปภาพ


ถัดจาก Buddha Park จะมีทางขึ้นไป Zaisan Monument ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขา (ขอเรียกว่ายอดเขาดีกว่า) เห็นแล้วขอถอยครับ อายุขนาด จขกท.ไม่รู้จะใช้เวลากี่ ช.ม.กว่าจะเดินถึง จะถ่ายรูปมาให้ดูก็เล็กกว่าปลายนิ้วอีก ขอเอารูปจากอินเตอร์เน็ตที่พอจะสื่อถึงความสูงมาให้ดูแทนครับ


รูปภาพ


Picture credit: http://mongolianhorsewhisperers.wordpre ... -memorial/


แล้วก็เดินย้อนกลับไปที่ Bogd Khaan Palace ซึ่งได้เวลาเปิดให้ทำการแล้ว ก่อนที่จะมาเที่ยวได้ค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตมาแล้วว่าค่าผ่านประตู ๒๕๐๐ ตูริก ตัวเลขกลมๆ ก็ ๔๕ บาท แต่วันนี้ค่าเข้าชม ๕,๐๐๐ ตูริก แพงขึ้นมาเท่าตัวแต่ก็รับได้ พอมาเจอค่าถ่ายรูป ๕๐,๐๐๐ ตูริก ก็ประมาณ ๙,๐๐ บาท แอบแพงอ่ะ ว่าแล้วก็ฝากกล้องไว้แล้วเข้าไปดูแต่ตัว ฮ่า ฮ่า เป็นวังเก่าที่เอามาทำพิพิธภัณฑ์ เป็นอาคารเดียวที่เหลืออยู่จากที่เคยมีอยู่สี่อาคาร ภายในประกอบด้วโบสถ์หรือวัด ๖ วัด แต่ละวัดมีวัตถุโบราณจำพวกศิลปทางศาสนาพุทธจำพวกภาพเขียน
และแกะสลัก และในส่วนของพระราชวังที่จัดแสดงของขวัญที่ได้รับจากประเทศต่างๆ รวมทั้งรองเท้าบูททองคำที่ได้รับพระราชทานจากซาร์นิโคลาสที่สองของรัสเซีย

ซุ้มประตู


รูปภาพ]


รูปภาพ


เสร็จจากการเข้าชมพระราชวัง Bogd Khan ก็เดินย้อนกลับทางเก่า เพื่อจะไป Choijin Lama Museum ผ่านอพาร์ทเม้นต์แห่งนี้ทำโมเสกที่ผนังเล่าเรื่องราวของชาวมองโกล ได้น่าสนใจดีครับ


รูปภาพ


ทางเท้าของอูลันบาตอร์


รูปภาพ


แล้วก็มาถึง Choijin Lama Museum


รูปภาพ


รูปภาพ


อัตรค่าเข้าชม ๒,๕๐๐ ตูริก แต่ถ้าจะถ่ายรูปต้องจ่ายเพพิ่มอีก ๕๐,๐๐๐ ตูริก และถ่ายได้ไม่เกิน ๓๐ นาที โอ๊ย ขออนุญาตไม่เข้าก็แล้วกันครับ เก็บจากข้างนอกมาให้ดูก็แล้วกันครับ แล้วก็เดินต่อไป Sukhbaatar Sq. ซึ่งอยูไม่ไกลกันครับ เส้นทางท่องเที่ยวเส้นนี้จุดที่ไกลที่สุดน่าจะเป็น Zaisan Monument (เพราะอยู่สูง) ถัดมาก็ Bogd Khan Winter Palace, Buddha Park และ Choijin Lama Museum แล้วก็ Sukhbaatar Sq.นี่แหละครับ อยู่ใกล้โฮสเต็ลชนิดเดินไม่เกิน ๒ นาที (ถ้าไม่ต้องรอข้ามถนน)

Sukhbaatar Sq. จะเป็นที่ตั้งอนุสาวรีย์ของสองผู้ยิ่งใหญ่ชาวมองโกล หนึ่งคือ เจงกิส ข่าน ที่คนไทยเรารู้จักกันดี อีกหนึ่งคือ Sukhbaartar บุรุษผู้ยืน ณ.ที่แห่งนี้ประกาศชัยชนะของการปฏิวัติอิสระภาพ ขับไล่ศัตรูทั้งภายนอกและภายในของชาวมองโกล

Sukhbaatar Sq.


รูปภาพ


สาวๆ มองโกล


รูปภาพ


เจงกิส ข่าน


รูปภาพ


ข่าน ผู้ยื่งใหญ่


รูปภาพ


ด้านขวามือของเจงกิส ข่าน คือ Ogedei Khaan


รูปภาพ


ด้านซ้ายมือของเจงกิส ข่าน คือ Kublai Khan


รูปภาพ


Sukhbaatar หนึ่งวีระบุรุษของชาวมองโกล


รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
oldhippie
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 446
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
Tel: นั่งทางในเอาครับ
team: โดดเดี่ยว
Bike: เมื่อยละเด้อ

Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

โพสต์ โดย oldhippie »

วันที่ จขกท.ไปเดินเป็นวันเสาร์ประกอบกับท้องฟ้าแจ่มใสแดดดี จัตุรัสสุกบาตาร์เต็มไปด้วยชาวมองโกล ที่พากันออกมารับแสงอาทิตย์เต็มจัตุรัสทั้งๆ ที่อากาศค่อนข้างหนาว มีทั้งสาวๆ มาถ่ายรูป พ่อแม่พาลูกมาเดินเล่น

ภาพกว้างๆ ของ Sukhbaatar Sq.อาคารสีฟ้าที่เห็นอยู่ด้านหลังคือ The Blue Sky Tower & Hotel


รูปภาพ


เจอคุณพ่อชาวมองโกลอุ้มลูกปั่นจักรยานแล้วเสียวแทน


รูปภาพ


คุณแม่กับลูกชาย และ พระเศียรจำลองพระพุทธเจ้าเป็นโครงการสร้างพระพุทธรูปสูง ๕๔ เมตร และมหาเจดีย์สูง ๑๐๘ เมตร


รูปภาพ


ได้เวลาอาหารกลางวันก็เดินไป State Department Store ได้ข้อมูลจากทางโฮสเต็ลว่ามีอาหารพื้นเมืองขายในราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าชาว Backpacker
ว่ากันว่าเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในมองโกเลีย เป็นผลพวงจากการเข้าครอบครองของสหภาพโซเวียตเมื่อยุคก่อน ที่ห้างนี้นอกจากสินค้าปรกติที่เห็นตามห้างแล้วยังมีเสื้อแคชเมียร์หรือเครื่องหนังอันเป็นของฝากที่มีชื่อของมองโกเลียด้วย

ศูนย์อาหารอยู่บนชั้นบนสุดของห้าง ไม่แน่ใจว่าชั้น ๔ หรือ ๕ จำไม่ค่อยได้ขนาดเล็กกว่าศูนย์อาหารตามห้างในเมืองไทยมาก มีร้านต้า ๕ - ๖ ร้าน อยากลองชิมอาหารพื้นเมืองมองโกลดู แต่สื่อสารกันไม่เข้าใจเลยมาจบที่ข้าวผัดเนื้อ ขั้นตอนการสั่งก็คือเลือกอาหาร เลือกราคา(จานเล็ก/ใหญ่) พนักงานขายจะเขียนราคาใส่เศษกระดาษ(เศษกระดาษจริงๆ)ให้ ก็นำเศษกระดาษนั้นไปชำระเงินที่พนักงานเก็บเงิน จากนั้นนำใบเสร็จมาให้ที่ร้าน ทางร้านจะให้อุปกรณ์มา(ดูรูป) ไปนั่งรอที่โต๊ะ เมื่ออาหารเสร็จเจ้าอุปกรณ์นี้จะสั่นและมีไฟกระพริบ ให้ถือไปยื่นที่ร้าน พนักงานจะให้อาหารที่เราสั่งไว้

อุปกรณ์รับอาหาร(ไม่รู้จะเรียกอะไร)


รูปภาพ


ข้าวผัดเนื้อ


รูปภาพ


ข้าวผัดที่เห็นในรูปที่ติดโชว์ดูแล้วจานไม่ใหญ่ด้วยความที่กลัวว่าจะไม่อิ่มก็เลยสั่งจานใหญ่ ราคา ๔,๘๐๐ ตูริก ประมาณ ๘๐ บาท ส่วนจานเล็กราคา ๓,๓๐๐ ตูริก ประมาณ ๕๖ บาท พอเจอของจริงทำไมใหญ่ขนาดนี้ คนกินจุอย่าง จขกท. กินไม่หมดครับได้แค่ครึ่งจานยอมแพ้ครับ ข้างผัดรสชาติดีครับถ้ามีน้ำปลาพริกขี้หนูนี่อร่อยเลย เป็นข้าวผัดกับเนื้อสับ ใส่ไข่ ใส่มันฝรั่ง แครอท โดยรวมแทบไม่ต่างจากข้าวผัดเมืองไทยไม่มันไม่เลี่ยนครับ

วันนี้ขออวดรองเท้า จขกท. กับฝุ่น อูลันบาตอร์หน่อย เดินทั้งวันเก็บฝุ่นมาเพียบ


รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
oldhippie
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 446
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
Tel: นั่งทางในเอาครับ
team: โดดเดี่ยว
Bike: เมื่อยละเด้อ

Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

โพสต์ โดย oldhippie »

วันที่ ๒๙ (วันอาทิตย์ที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗)

วันนี้อากาศไม่เป็นใจเลย สภาพอากาศเลวร้ายมาก ฟ้าครึ้มมีฝนปรอย อุณหภูมิ ๔ องศา แต่มีความรู้สึกว่าหนาวกว่าเมื่อวานอาจเป็นเพราะมีฝนและไม่มีแดด เอาจักรยานออก ปั่นไป Gandantegchinlen Monastery น่าจะเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดของมองโกเลียสร้างเมื่อปี ค.ศ. ๑๘๖๙ หรือ พ.ศ. ๒๔๑๒ โบสถ์ Megjid Janraisig ได้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. ๑๙๑๓ ภายในมีอนุสาวรีย์ของ Megjid Janraisig พะรโพธิสัตว์ หรือที่รู้จักในชื่อ Avalokitesvara สูง ๒๖.๕ เมตร

วันนี้หมดโอกาสเที่ยวที่อื่นๆ เลยเนื่องจากฝนตก เลยต้องรีบไปซื้อตั๋วรถเพื่อไปอูลัน-อูเด พรุ่งนี้ สถานที่จำหน่ายตั๋วก็อยู่บริเวณเดียวกับสถานีรถไฟนั่นแหละครับ จัดการซื้อตั๋วจ่ายค่าตั่ซไป ๖๕,๐๐๐ ตูริกก็เกือบๆ ๑,๒๐๐ บาท กลับเข้าที่พักเจอชาว Backpacker นั่งจับเจ่าอยูเต็มโฮสเต็ล คุยกันบ้าง เล่นโทรศัพท์ หรือเขียนบันทึกบ้าง

ซุ้มประตูทางเข้า Gandantegchinlen Monastery

รูปภาพ

ตัวโบสถ์

รูปภาพ

Megjid Janraisig

รูปภาพ

รูปภาพ


อาคารนี้ไม่มีข้อมูลเห็นสวยดี

รูปภาพ


บานประตูเขียนสีลวดลายสวยงาม

รูปภาพ

รูปภาพ


สถานีรถไฟอูลันบาตอร์

รูปภาพ


อาคารที่ขายตั๋วรถโดยสารไปอูลัน-อูเดจะอยู่ด้านซ้ายมือของรูปเป็นอาคารสองชั้น จะซื้อตั๋วเดินขึ้นไปชั้นสอง เข้าประตูไปช่องขายตั๋วอยู่ด้านซ้ายมือช่องที่สอง แต่เวลาจะขึ้นรถต้องไปรอขึ้นแถวๆ ด้านขวามือของรูปต้องใช้ความสังเกตุหน่อยเพราะจะมีรถหลายคันมากออกจากที่เดียวกัน พยายามดูป้ายหน้ารถ หรือถือตั๋วไว้คอยถามคนขับรถ มิฉะนั้นอาจพลาดรถได้

อดออกไปเที่ยวก็นั่งเขียนบันทึกอยู่โฮสเต็ล ผลาญเวลาไปจนเย็นก็ยืมร่มโฮสเต็ลออกไปซุเปอร์ใกล้ๆ ซื้อมาม่ากับพิซซ่าแช่แข็งมาเป็นอาหารเย็น แล้วเตรียมจัดกระเป๋าสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้

วันที่ ๓๐ (วันจันทร์ที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗)

วันนี้ครบหนึ่งเดือนที่เดินทางจากประเทศไทยแล้ว ยังเหลืออีกสองเดือนที่จะต้องเดินทางต่อไป ปั่นจักรยานจากโฮสเต็ลไปสถานีรถไฟ วันนีอุณหภูมิ ๔ องศาอีกแล้วปั่นจักรยานไปหนาวไป ถึงแม้ลมจะแรงแต่ยังดีที่ไม่มีฝน

เจ็ดโมงรถออกจากอูลันบาตอร์ ออกมาได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแดดจ้า รู้สึกเหมือนโดนเทวดากลั่นแกล้งนะ นั่งหลับๆ ตื่นมาได้ประมาณ ๒ ชั่วโมงรถก็มาแวะจอดให้เข้าห้องน้ำ ซื้อเสบียงที่นี่ครับ

สถาพท้องฟ้าหลังออกจากอูลันบาตอร์เพียงครึ่งชั่วโมง

รูปภาพ


จุดพักระหว่างทาง

รูปภาพ

รูปภาพ


ก่อนถึงด่านมองโกเลียรถพาไปแวะรับประทานอาหารที่โรงแรมเดิมเมื่อตอนมา ก็สั่งซุปเนื้อมากินเหมือนเดิมครับ ติดใจ จากนั้นก็เดินทางผ่านแดนขั้นตอนก็เหมือนขามา ใช้เวลาประมาณ ๒ ชัวโมง วันนี้ จขกท. เงิบครับ คือตอนเดินทางเข้ามองโกเลียจะมีธนาคารมาตั้งโต๊ะรับแลกเงิน ทำให้คิดว่าทางฝั่งรัสเซียก็น่าจะมีธนาคารมารับแลกเงินเหมือนกัน เลยไม่ได้แลกกับพ่อค้าที่มาตื้อขอแลกที่โรงแรม ปรากฎว่าไงละ ฝั่งรัสเซียไม่มีธนาคารมาตั้งโต๊ะเลย เงินรูเบิ้ลก็ไม่เหลือติดตัว แล้วจะทำอย่างไร แถมออกจากด่านมาได้หน่อยเจอพายุหิมะครับ พายุหิมะปลายเดือนพฤษภาคม
ภูเขาที่เห็นหญ้าขึ้นเขียวๆ ถูกหิมะปกคลุมขาวโพลนไปหมดรวมทั้ง ต้นไม้ และถนนหนทาง ตอนนี้ชักใจไม่ไดีกลัวตภรถไฟเพราะตามกำหนดรถจะถึงอูลัน-อูเดตอนหนึ่งทุ่ม ในขณะที่รถไฟจะออกจากอูลัน-อูเด ตอนสี่ทุ่ม ถ้าหิมะตกหนักอย่างนี้รถน่าจะเสียเวลาพอสมควร

รูปภาพ


ตอนอยู่ที่ด่านมีชาวมองโกลอายุคราวเดียวกับ จขกท. พูดภาษาอังกฤษได้เข้ามาคุยด้วย ขึ้นมาบนรถก็ยังตามมาคุย เล่าว่าเคยมาประเทศไทย ๗ ครังแล้ว มาประชุมเกี่ยวกับโครงการเอเชียนไฮเวย์ เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโครงข่ายถนนระหว่างประเทศ เค้าเห็นหิมะตกก็บอกว่าตกต้อนรับ จขกท. เพราะเมืองไทยไม่มีหิมะ คุยกันพักหนึ่งเคัาก็กลับไปนั่งที่เดิม จขกท.ก็นั่งมองหิมะแล้วคิดว่าถ้าถึงอูลัย-อูเด แล้วหิมะไม่หยุดจะทำอย่างไร เพราะต้องปั่นจักรยานไปสถานีรถไฟ ระยะทางประมาณ ๓ ก.ม.จะหนาวตายก่อนไหม หรือจะนั่งแท็กซี่แต่ไม่มีเงินรูเบิ้ลติดตัวเลย นึกได้ว่าน่าจะลองถาม Professor Gumbo ดู หันไปอ้าวแกหลับ เลยกะว่าจะรอถามตอนลงรถ แต่พอถึงอูลัน-อูเด จริงๆ ต่างคนต่างรีบเพราะลมแรงหิมะก็ตกหนัก กว่าจขกท.จะใส่ล้อจักรยานเสร็จมือก็แทบจะแข็ง สรุปเลยต้องปั่นฝ่าหิมะไปสถานีรถไฟ

สภาพเมื่อปั่นถึงสถานีรถไฟ

รูปภาพ


บริเวณสถานีรถไฟ

รูปภาพ


รูปภาพ


วันนี้น่าจะเป็นวันโลกาวินาสสำหรับ จขกท. เมื่อครู่ก็เกือบตกรถไฟ คือรถไฟจะออกตอน สี่ทุ่มครึ่ง จขกท. เดินทางมาถึงสถานีรถไฟก็เกือบสามทุ่มรีบรื้อจักรยานใส่กระเป๋า แล้วก็เข้าไปนั่งกินอาหารเย็นในร้านอาหารในสถานี กินเสร็จดูนาฬิกายังไม่สี่ทุ่ม เดินไปมาในสถานีเห็นมีรถไฟจอดอยู่หนึ่งขบวนยังไม่เฉลียวใจ ก็เดินไปจะถ่ายรูปแต่ตำรวจห้ามไม่ให้ถ่าย ก็เดินกลับมานั่งรอที่เก้าอี้
ก็มีตำรวจหญิงนางหนึ่งเดินเข้ามาคุยด้วย ทำมือบอกให้เข้าใจได้ว่ากระเป๋าใหญ่(กระเป๋าใส่จักรยาน) เอาขึ้นรถไฟไม่ได้ ก็เถียงบอกว่าเอาขึ้นได้ คือเคยเอาขึ้นมาแล้ว แล้วก็นึกได้ว่าควรตั้งนาฬิกาปลุกเดี๋ยวจะเผลอ หยิบโทรศัพท์ออกมาจะตั้งเวลา อ้าว อีก ๒ นาที จะสี่ทุ่ม รีบเดินไปถาม จนท. เค้าบอกว่าขบวนที่จอดอยู่นี่แหละ รีบสะพายกระเป๋าจักรยานหิ้วกระเป๋าข้าง เดินทุลักทุเลเป๋ไป เป๋มาฝ่าหิมะไปขึ้นตู้โดยสารที่อยู่ไกลออกไปอีก ๑๐ ตู้ ไปถึงก็จัดการส่งกระเป๋าจักรยานขึ้นไปก่อน จนท.ประจำตู้จะไม่ให้ขึ้นต้องชี้รูปจักรยานที่กระเป๋าให้ดู เที่ยวนี้นั่งชั้นสองครับ เป็นห้องปิดมีสี่เตียง ล่างสองบนสอง พอรถเคลื่อนขบวนก็นอน จขกท. ได้เตียงล่างอีกเช่นเคย นอนได้ไม่นารู้สึกร้อนเข้าใจว่า จนท. เปิดเครื่องทำความร้อนมากไป ทนไม่ไหวต้องเปิดช่องลม ให้ลมภายนอกเข้ามา คราวนี้เย็นสบายเหมือนนอนห้องแอร์เลย
kaka7
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 455
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2013, 10:27
Tel: 0897004499
Bike: มือสองญี่ปุ่น ทัวร์ริ่ง

Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

โพสต์ โดย kaka7 »

ประสพการณ์ผจญภัยต่างแดน ขอบคุณครับ :)
รูปประจำตัวสมาชิก
oldhippie
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 446
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2012, 15:31
Tel: นั่งทางในเอาครับ
team: โดดเดี่ยว
Bike: เมื่อยละเด้อ

Re: ๙๖ วัน ปั่น(จักรยาน)คนเดียวเที่ยวสองทวีป

โพสต์ โดย oldhippie »

วันที่ ๓๑ (วันอังคารที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗)

บ้านเรือนริมทางรถไฟ

รูปภาพ


รถไฟเข้าสถานี Irkutsk (เอียรคุตสก์ หรือ อิรคุตสก์) ตรงเวลาอีกแล้ว เท่าที่สังเกตุรถไฟจะเข้าเขตสถานีก่อนเวลา ๕-๑๕ นาที แล้วจะค่อยๆ เคลื่อน(คลาน)ช้าๆ เข้าจอดชานชาลาตรงเวลาเป๊ะ

สภาพรถไฟเมื่อถึงสถานี เอียร์คุตสก์

รูปภาพ

เอียร์คุตสก์วันที่ไปถึงดูจากในรถไฟอากาศดี ท้องฟ้าใส ลงจากรถก็แบกกระเป๋าลอดทางรถไฟมาเข้าภายในสถานี เห็นบอร์ดแสดงอุณหภูมิ ๒๐ องศา นึกในใจว่าโชคดีอากาศไม่หนาวแต่พอเดินออกมาพ้นตัวสถานี รู้สึกว่าหนาวเกินกว่า ๒๐ องศาแฮะ หันมองหาบอร์ดแสดงอุณหภูมิอีกที อ้าวอันนี้ ๐ องศา หลอกกันนี่นา รู้งี้ประกอบจักรยานในสถานีดีกว่า ก็ประกอบทั้งๆ ที่หนาวๆ นั่นแหละ ระหว่างประกอบจักรยานก็จะมีคนขับรถเวียนเข้ามาถามตลอดเวลาว่า ไบคาล? ก็ส่ายหัวปฏิเสธไป ประกอบเสร็จก็ปั่นไปโฮสเต็ล จากแผนที่ดูแล้วว่าต้องข้ามสะพานไปอีกฝั่งของแม่น้ำ Angara

แม่น้ำอังการา ที่เห็นไกลๆ คือสถานีรถไฟเอียร์คุตสก์

รูปภาพ

นี่เป็นครั้งแรกที่ปั่นจักรยานไปโฮสเต็ลเองโดยไม่ได้ถามใคร แถมไม่หลงด้วย(ฮา) ระหว่างทางผ่านอนุสาวรีย์ใครก็ไม่รู้อ่านป้ายไม่ออกตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอังการา ถือโอกาสแวะถ่ายรูปหน่อย เอาจักรยานไปพิงไว้หน่อยเป็นหลักฐานว่าเคยมาเที่ยวแล้ว

รูปภาพ

ที่พักชื่อ Magic Hostel ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ The Raising of the Cross Church ชนิดว่าเขวี้ยงก้อนหินถึง(ถ้าแรงดี) ๕๕ ๕๕ ที่นี่เจอ วาดิม(Vadim)นักจักรยานชาวรัสเซียจาก Krasnoyarsk จะปั่นไปมองโกเลีย จีน กำลังเตรียมตัวปั่นไป Listvyanka เมืองริมทะเลสาปไบคาลได้แลกเมล์และ Blog กันด้วย แต่ไม่รู้ไปทำหายที่ไหนเหลือแต่รูปเพียงรูปเดียว

รูปภาพ

ก่อนอื่นก็จัดการซักเสื้อผ้าก่อนสะสม เอ๊ย หมักหมมมาตั้งแต่ออกจากเมืองไทย แค่เดือนกว่าๆ เอง(ฮา) ที่ผ่านๆ มาค่าซักผ้าค่อนข้างแพงคือประมาณถังละ ๑๐๐ รูเบิ้ล ที่นี่คิดแค่ ๕๐ รูเบิ้ล รวมผงซักฟอกด้วย ที่จริงโฮสเต็ลที่คาบารอฟสก์ ซักฟรีไม่ต้องเสียเงิน แต่ไม่มีเวลาเนื่องจากเกิดจากความผิดพลาดในการจองตั๋วรถไฟ ซักผ้าเสร็จก็ออกไปเดินเที่ยวละแวกที่พัก จุดแรกคือ The Raising of the Cross Church

The Raising of the Cross Church

รูปภาพ

ภายใน

รูปภาพ

รูปภาพ

ออกจากโบสถ์ก็เดินข้ามถนนไปก้เป็นสวนสาธารณะเล็กๆ ภายในมีรูปปั้นตัว Babr เป็นสัตว์ใน Coat-Of-Arm ของ เอียร์คุตสก์ จากป้ายข้อมูลบอกว่าเป็นเสือชนิดหนึ่งอยู่ในทุ่งหญ้า Steppe กำลังคาบตัว Sable อยู่

รูปภาพ

เห็นยอดแหลมๆ สีเขียวคือ The Raising of the Cross Church ถัดจากสวนก็เป็นย่านบ้านโบราณแบบต่างๆ ของไซบีเรียที่สร้างขึ้นมาใหม่ แต่ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อให้สาวๆ ถ่ายรูปเท่านั้น เพราะบ้านทุกหลังเปิดทำธุระกิจทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร บาร์ ร้านขายของที่ระลึก

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เดินมาจนสุดท้ายก็จะถึงห้างสรรพสินค้าที่สร้างยังไม่เสร็จดี แต่เปิดให้บริการแล้ว แล้วก็เดินย้อนกลับมาตามทางเดิม ไปย่านกลางเมือง City Centre ไปเที่ยวถนนคนเดิน เจอ Backpacker คนนี้กำลังยืนตะลึงดูอะไรสักอย่างเลยแอบถ่ายรูปมาหน่อย

รูปภาพ

Kios ขายอาหารและเครื่องดื่ม ต้นถนนคนเดิน และถนนคนเดิน

รูปภาพ

รูปภาพ

ตอนแรกที่เห็นนักดนตรีกลุ่มนี้นึกว่าอินเดียแดงจากอเมริกามาตกยากอยู่ไซบีเรียเสียอีก ที่แท้เป็นคนมองโกลที่มีถิ่นฐานอยู่แถวทะเลสาปไบคาล

รูปภาพ

รูปภาพ

อาคารนี้คือตลาดสด หน้าร้อนจะมีตลาดขายผัก ผลไม้ ต้นไม้ อยู่ด้านข้างของอาคาร รูปล่างคือสภาพตลาดภายในอาคาร

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “ทัวร์ริ่ง (Touring)”