simpleman เขียน:ถ้าปั่นความเร็วไม่เกิน 35 ชามาว สบายกว่าเยอะ เบา เร่งดี ยิงดี ลื่น ไม่หนัก ล้อ 40-50 ขี่คนเดียว หนัก เหนื่อย แต่ได้สวย เท่ห์ และ ตามดูดกลุ่มสบาย
สัปดาห์ละครั้งเลยครับ
ขออธิบายเรื่องล้อขอบสูงและขอบต่ำแก้ความเข้าใจผิดนะครับ
หน้าที่ของล้อขอบสูงคือ การลดแรงต้านของอากาศ และลดแรงฉุดของอากาศ ซึ่งแรงเกือบทั้งหมดเกิดจากซี่ลวดครับ เมื่อซี่ลวดสั้นลงแรงต้านอากาศก็น้อยลงไปด้วยครับ น้ำหนักมีผลเรื่องการรักษาความเร็วครับมีข้อดีและเสียในตัว กล่าวคือทุกครั้งที่ต้องการเปลี่ยนความเร็ว หรือทำความเร่งนั่นแหละครับ ล้ำที่หนักกว่าจะใช้แรงมากกว่า
ดังนั้นหากเข้าใจตรงนี้ถูกต้อง ล้อขอบเท่าไหร่ก็ได้ จะสูงซัก 90 มิล ถ้าขอบเบาเท่ากัน ล้อหนักเท่ากันรวมทั้งชุด ก็ใช้แรงเท่ากันกับ sharmal ครับในการเร่งนะครับ
แต่ในทางกลับกัน หากขี่คงที่ความเร็วคงที่ออกแรงคงที่ ล้อขอบสูงจะรักษาความเร็วได้ดีกว่า ส่งผลให้ใช้แรงน้อยกว่า นั่นคือความได้เปรียบทางอากาศพลศาสตร์หรือแอโร่ไดนามิคส์ครับ
ความเข้าใจผิดว่าล้อขอบสูงต้องเร็ว 35-40 ถึงจะช่วย ล้อขอบต่ำ ขอบกลางทำความเร็วย่านนั้นย่านนี้ เพราะท่านกำลังสับสนกับการขี่ครับ
การขี่เสือหมอบที่ขี่แบ่งเป็นลักษณะใหญ่ๆ 2 แบบ
1.ขี่คงที่ จะเดี่ยวจะกลุ่ม ใช้ความเร็วคงที่ ในที่นี้คงที่คือคงที่จริงๆครับ ถ้าขี่กับมือโปรๆขาแรงๆตัวจริงขี่มานานๆ 5 ปีขจึ้นไปจะรู้ว่าถ้ากลุ่มเค้าจะทำความเร็วคงที่ ออกแรงคงที่ ทุกอย่างจะนิ่งมากๆ ระยะห่างจะนิ่งคงที่ แม้แต่ขึ้นเขาก็จะนิ่งคงที่ แบบนี้ก็ถือว่าขี่คงที่ครับ หรือพวกขี่คนเดียว ขี่ไตรกีฬา ซ้อมชีพจร ซ้อมวัตต์ บอกได้เลยว่าคงที่คืออะไร
2.การขี่กลุ่มทั่วไปของเสือหมอบ แม้ว่าจะดูไมล์และดู av กันว่าวิ่งกัน 35 แต่ถ้าสังเกตุการขี่ดีๆไม่คงที่ครับ เปลี่ยนคนนำทีก็เร่งที กลุ่มหน้าเบากลางกลุ่มก็ฟรีขาปล่อยไหล พอหน้าเร่งดึงออกก็ยืดแล้วเว้นระยะ พอห่างมากก็ต้องเร่งไม่ก็ยกตาม แบบนี้แม้ว่าจะไมล์วิ่ง 35 บวกลบไม่มาก แต่รู้ไหมครับว่าหัวใจและวัตต์เปลี่ยนมหาศาล แบบนี้ไม่เรียกขี่คงที่ครับ
การขี่แบบที่ 2 จะให้แอโร่ได้เปรียบมีสองอย่างคือต้องเร็วมากๆ เพราะยิ่งเร็วเท่าไหร่ข้อด้อยจากน้ำหนักจะเท่าเดิมแต่ข้อดีจากแอโร่จะยิ่งมากขึ้นจนถึงจุดหนึ่งที่ล้อเบาไม่แอโร่จะหนืดขากว่าล้อหนักแอโร่กว่า นั่นคือไอ้ย่านที่บอกกันนั่นแหละครับว่ามันทำงานช่วงไหนๆ หรือ...แรงดีขาพลังม้า กระทืบได้เยอะๆไม่หมด ผมมีเพื่อนเป็นสิงห์ไม่เกิน 30 โล แรงดี เร่ง ลากยาว กระชาก ยิงบ่อย แต่ไม่เคยขี่นานกว่านั้นครับ ร่างกายกำยำล้ำเลิศ กล้ามเนื้อหนาหนักแน่น
ซึ่งคนส่วนมากที่ขี่แบบที่ 2 จะชอบแนะนำว่าล้อขอบสูงมันหนืดขา ความเร็วไม่ถึงจะเหนื่อยมาก ถ้าบังเอิญคนถามขี่แบบเดียวกันก็ดีไปครับ แต่ถ้าเค้าขี่คนเดียว สู้กับเวลาตัวเอง สู็กับวัตต์ สู้กับหัวใจตัวเอง กลายเป็นว่าได้ของไม่ถูกไป
ดังนั้นจึงต้องคอยมาแก้ครับ เพราะนี่มีมาเรื่อยๆครับกับแนวคิดอย่างที่บอกนี่แหละครับ และมีถึงกับมาเถียงกับผมเลยว่ามันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆเพราะตัวเองขี่กลุ่มขาแรง เคยใช้ล้อนั้น นี้ มาจบที่ sharmal นี่แหละดีที่สุดเหมือนแบบนี้เลย ต้องให้ลองเจอขบวนรถไฟสายโหดสิงห์ไทม์ไทรตัวแรงๆลาก 35 นิ่งๆสวยๆดูครับ ขอบสูงอย่างไรก็เซฟแรงกว่า
ถ้ามีเทรนเนอร์กับวัตต์ หาล้อมาสองชุดน้ำหนักเท่ากัน ขอบสูงไม่เท่ากันแล้วลองขี่ให้เร็วเท่ากันดูครับว่าวัตต์ต่างกันขนาดไหนแล้วจะตกใจว่า"ความรู้สึก"มันบอกตามใจเราเชื่อแต่ตัวเลขมันบอกความจริงที่เราเชื่อต่างออกไป
ปล.ผมไม่ได้บอกว่าผผิดนะครับ เพราะต่อให้ผมขี่ทางราบแต่ถ้าเป็นแนวเร่งกระชากบ่อยๆอย่าง citerium ผมก็นิยมขอบไม่สูงครับ แต่ถ้าขี่แข่งแบบทัวร์ทางราบภาคกลางไกลๆยาวๆ 160 โล ไม่ได้เขาไม่ได้เลี้ยวมาก ผมว่า 50 และราวๆนั้นกำลังสบาย แต่อย่าเปรี้ยวยิงกระจายยกทุกแยก แทรกทุกขาด เชื่อมทุกดอก แบบนั้นขี่จรวดก็หมดแรงครับ