---------ขอบสูงvs ขอบต่ำ ที่น้ำหนักเท่ากัน --------
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
sun38883
- สมาชิก
- โพสต์: 36
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ก.ค. 2010, 15:06
- Tel: 0867825955
- ติดต่อ:
---------ขอบสูงvs ขอบต่ำ ที่น้ำหนักเท่ากัน --------
สอบถามนิดนึงครับ
ระหว่างล้อขอบสูง 56 หนัก 1.3โล กับขอบต่ำหนัก 1.3โล
1ขึ้นเขาต่างกันมั้ยครับ
2ระยะทาง 100โล เนิน 30ราบ70 ตัวไหนได้เปรียบ
3 ขอบ 56 ทำงานความเร็วเท่าไหร่ครับ
ระหว่างล้อขอบสูง 56 หนัก 1.3โล กับขอบต่ำหนัก 1.3โล
1ขึ้นเขาต่างกันมั้ยครับ
2ระยะทาง 100โล เนิน 30ราบ70 ตัวไหนได้เปรียบ
3 ขอบ 56 ทำงานความเร็วเท่าไหร่ครับ
สนใจน้ำหอมผู้ชาย-ผู้หญิงของแท้ และเครื่องสำอางค์ราคาพิเศษ คลิกลิงค์ข้างล่างเลยครับ
http://www.sunbeautyoutlet.com/
https://www.facebook.com/suncosmateari/
CK, Davidoff, Mont Blanc, Chloe, SKII, LAMER, BLV,
http://www.sunbeautyoutlet.com/
https://www.facebook.com/suncosmateari/
CK, Davidoff, Mont Blanc, Chloe, SKII, LAMER, BLV,
- Ride Decorrate
- ขาประจำ
- โพสต์: 453
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2014, 15:02
- team: 222 Cycling Team
- Bike: Merida Reacto 400
Re: ---------ขอบสูงvs ขอบต่ำ ที่น้ำหนักเท่ากัน --------
ปัก อยากรู้เหมือนกัน
น่าจะมีเรื่อง ความแข็งของล้อ เป็นตัวชี้ความแตกต่างด้วย(มั้ง)
น่าจะมีเรื่อง ความแข็งของล้อ เป็นตัวชี้ความแตกต่างด้วย(มั้ง)
- NOKNICE
- ขาประจำ
- โพสต์: 10236
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2012, 11:33
- team: ไร้สังกัด,ปั่นตามใจตรู
- Bike: MERIDA MATT 40D(ของแฟน),Trek8500 , Storck G2
Re: ---------ขอบสูงvs ขอบต่ำ ที่น้ำหนักเท่ากัน --------
น้ำหนักวงล้อกับน้ำหนักของดุมน่าจะมีส่วนนะครับ

- teerapompom
- ขาประจำ
- โพสต์: 460
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ม.ค. 2014, 14:48
- Tel: 0894817703
- team: ิBicycle rayong
- Bike: bianchi kuma 27.1 jab 27.5 #merida crossway 100 Trek 1.2
Re: ---------ขอบสูงvs ขอบต่ำ ที่น้ำหนักเท่ากัน --------
รอฟังครับ

ความคิดเหมือนสายน้ำ ยิ่งกวนก็ยิ่งขุ่น ยิ่งวุ่นก็ยิ่งทุกข์ ยิ่งนิ่งก็ยิ่งใส ยิ่งสงบได้ ก็ยิ่งสุข
-
Gigabank
- ขาประจำ
- โพสต์: 395
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2013, 21:56
- Bike: Neilpryde Alize & Corima Aero+
- ติดต่อ:
Re: ---------ขอบสูงvs ขอบต่ำ ที่น้ำหนักเท่ากัน --------
เรื่องขึ้นเขา ถ้าเอาขอบต่ำเทียบกับขอบสูงที่น้ำหนักเท่ากัน ก็ต้องดูที่ความแข็งของขอบล้อด้วยนะครับ
จากประสบการณ์ส่วนตัว ขอเทียบคู่นี้แล้วกันครับ Corima Aero+ (47/47) กับ Mavic ksyrium SLS (22/25) น้ำหนักพอๆกันที่โลสาม
ปกติผมปั่นทั้งทางราบและทางเขา (เส้นสะเมิง ดอยสุเทพ) ล้อทั้งคู่ขึ้นเขาได้ดีพอๆกันครับ Corima แข็งเอาเรื่อง Ksyrium แข็งมากอย่างไม่ต้องสงสัย
ที่เนินโหดๆ ความชันประมาณ 15% ทั้ง Corima และ Ksyrium พาผมขึ้นถึงปลายเนินได้แบบสภาพยังดี โดยที่หัวใจไม่เกิน 90% ครับ
ส่วนทางราบเร่งความเร็วได้ดีทั้งคู่ แต่เรื่องการยืนความเร็ว Corima กิน Ksyrium ครับ
จากประสบการณ์ส่วนตัว ขอเทียบคู่นี้แล้วกันครับ Corima Aero+ (47/47) กับ Mavic ksyrium SLS (22/25) น้ำหนักพอๆกันที่โลสาม
ปกติผมปั่นทั้งทางราบและทางเขา (เส้นสะเมิง ดอยสุเทพ) ล้อทั้งคู่ขึ้นเขาได้ดีพอๆกันครับ Corima แข็งเอาเรื่อง Ksyrium แข็งมากอย่างไม่ต้องสงสัย
ที่เนินโหดๆ ความชันประมาณ 15% ทั้ง Corima และ Ksyrium พาผมขึ้นถึงปลายเนินได้แบบสภาพยังดี โดยที่หัวใจไม่เกิน 90% ครับ
ส่วนทางราบเร่งความเร็วได้ดีทั้งคู่ แต่เรื่องการยืนความเร็ว Corima กิน Ksyrium ครับ
แก้ไขล่าสุดโดย Gigabank เมื่อ 26 พ.ย. 2014, 19:36, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
มีทุกอย่างยกเว้น ....แรง....แต่พอเริ่มมีแรงเมียดันไม่ให้ปั่น

- DayWalker
- ขาประจำ
- โพสต์: 939
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2012, 09:53
- team: Tiger Hack & Speed Limit AV 25
- Bike: Pinarello Dogma 65.1 Think 2 & Colnago Master X-Light Rabobank team & De Rosa MERAK
Re: ---------ขอบสูงvs ขอบต่ำ ที่น้ำหนักเท่ากัน --------
1ขึ้นเขาต่างกันมั้ยครับ
ประสบการณ์ผมที่ใช้อลูขอบต่ำกับคาร์บอนขอบสูงขึ้นเขาใหญ่ฝั่งปราจีน ขึนอีเหรอมานะครับ ขอบต่ำขี่ขาขึ้นง่ายหน่อย ออกตัวสบายกว่า แต่ถ้าลงเขายาวๆขอบสูงคุมหน้าได้มั่นคงกว่า ถ้ามือใหม่แนะนำอลูขอบต่ำลงเขาจะมั่นใจกว่าครับ แต่เพื่อนผมเพิ่งขี่จักรยานก็จัดคาร์บอนขอบสูงขึ้นลงเขาใหญ่มาด้วยกันครับ ขึ้นได้ลงได้ เน้นความปลอดภัยไว้ก่อน
2ระยะทาง 100โล เนิน 30ราบ70 ตัวไหนได้เปรียบ
ทางราบขอบสูงได้เปรียบครับ คงความเร็วสูงๆดีกว่า หมกกลุ่มง่ายกว่า แต่ต้องแลกมากับกำลังขาที่ตองใส่เข้าไปเพื่อเร่งความเร็วล้อให้ลอยตัวครับ
3 ขอบ 56 ทำงานความเร็วเท่าไหร่ครับ
ผมใช้ขอบ 50 รู้สึกว่าต้องขี่ที่ 33-35 ถึงจะเริ่มสบายขาครับ
ประสบการณ์ผมที่ใช้อลูขอบต่ำกับคาร์บอนขอบสูงขึ้นเขาใหญ่ฝั่งปราจีน ขึนอีเหรอมานะครับ ขอบต่ำขี่ขาขึ้นง่ายหน่อย ออกตัวสบายกว่า แต่ถ้าลงเขายาวๆขอบสูงคุมหน้าได้มั่นคงกว่า ถ้ามือใหม่แนะนำอลูขอบต่ำลงเขาจะมั่นใจกว่าครับ แต่เพื่อนผมเพิ่งขี่จักรยานก็จัดคาร์บอนขอบสูงขึ้นลงเขาใหญ่มาด้วยกันครับ ขึ้นได้ลงได้ เน้นความปลอดภัยไว้ก่อน
2ระยะทาง 100โล เนิน 30ราบ70 ตัวไหนได้เปรียบ
ทางราบขอบสูงได้เปรียบครับ คงความเร็วสูงๆดีกว่า หมกกลุ่มง่ายกว่า แต่ต้องแลกมากับกำลังขาที่ตองใส่เข้าไปเพื่อเร่งความเร็วล้อให้ลอยตัวครับ
3 ขอบ 56 ทำงานความเร็วเท่าไหร่ครับ
ผมใช้ขอบ 50 รู้สึกว่าต้องขี่ที่ 33-35 ถึงจะเริ่มสบายขาครับ
-
TJA
- ขาประจำ
- โพสต์: 969
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 มิ.ย. 2013, 22:46
- team: ลูกเจี๊ยบส์
- Bike: Bianchi Oltre XR2, Dahon Mu-SLX
- ติดต่อ:
Re: ---------ขอบสูงvs ขอบต่ำ ที่น้ำหนักเท่ากัน --------
1ขึ้นเขาต่างกันมั้ยครับ
- ถ้าขอบแข็งเท่าๆกัน ขึ้นเขาได้ไม่ต่างกันครับ
2ระยะทาง 100โล เนิน 30ราบ70 ตัวไหนได้เปรียบ
- ถ้าเป็นการปั่นกลุ่ม ขอบสูงได้เปรียบครับ
3 ขอบ 56 ทำงานความเร็วเท่าไหร่ครับ
- สำหรับผมแล้ว มันทำงานทุกย่านความเร็วล่ะครับ
ใช้ล้อขอบสูงให้เกิดประโยชน์ที่สุดก็อย่าไปกระชากบ่อยครับ พยายามรักษารอบขาให้นิ่งๆที่สุด
ไล่ความเร็วไปเรื่อยๆมันก็จะช่วยรักษาความเฉื่อยได้ทุกย่านความเร็วครับ
.-_-.
- ถ้าขอบแข็งเท่าๆกัน ขึ้นเขาได้ไม่ต่างกันครับ
2ระยะทาง 100โล เนิน 30ราบ70 ตัวไหนได้เปรียบ
- ถ้าเป็นการปั่นกลุ่ม ขอบสูงได้เปรียบครับ
3 ขอบ 56 ทำงานความเร็วเท่าไหร่ครับ
- สำหรับผมแล้ว มันทำงานทุกย่านความเร็วล่ะครับ
ใช้ล้อขอบสูงให้เกิดประโยชน์ที่สุดก็อย่าไปกระชากบ่อยครับ พยายามรักษารอบขาให้นิ่งๆที่สุด
ไล่ความเร็วไปเรื่อยๆมันก็จะช่วยรักษาความเฉื่อยได้ทุกย่านความเร็วครับ
.-_-.
- nond9972
- ขาประจำ
- โพสต์: 873
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ย. 2012, 13:10
- Tel: 0942653514
- team: Turtle Cycling Club Thailand / SoitanBKK
- Bike: Kaze Race Ronin-ER
- ตำแหน่ง: facebook : nond9972
- ติดต่อ:
Re: ---------ขอบสูงvs ขอบต่ำ ที่น้ำหนักเท่ากัน --------
ขอบคุณครับ น้าเดย์ น้าตอบในสิ่งที่ผมสงสัยพอดีDayWalker เขียน:1ขึ้นเขาต่างกันมั้ยครับ
ประสบการณ์ผมที่ใช้อลูขอบต่ำกับคาร์บอนขอบสูงขึ้นเขาใหญ่ฝั่งปราจีน ขึนอีเหรอมานะครับ ขอบต่ำขี่ขาขึ้นง่ายหน่อย ออกตัวสบายกว่า แต่ถ้าลงเขายาวๆขอบสูงคุมหน้าได้มั่นคงกว่า ถ้ามือใหม่แนะนำอลูขอบต่ำลงเขาจะมั่นใจกว่าครับ แต่เพื่อนผมเพิ่งขี่จักรยานก็จัดคาร์บอนขอบสูงขึ้นลงเขาใหญ่มาด้วยกันครับ ขึ้นได้ลงได้ เน้นความปลอดภัยไว้ก่อน
2ระยะทาง 100โล เนิน 30ราบ70 ตัวไหนได้เปรียบ
ทางราบขอบสูงได้เปรียบครับ คงความเร็วสูงๆดีกว่า หมกกลุ่มง่ายกว่า แต่ต้องแลกมากับกำลังขาที่ตองใส่เข้าไปเพื่อเร่งความเร็วล้อให้ลอยตัวครับ
3 ขอบ 56 ทำงานความเร็วเท่าไหร่ครับ
ผมใช้ขอบ 50 รู้สึกว่าต้องขี่ที่ 33-35 ถึงจะเริ่มสบายขาครับ
>>เรื่องปั่นเรามักท้อ เรื่องแต่ง(รถ)หล่อเราไม่เคยพอ<<
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: ---------ขอบสูงvs ขอบต่ำ ที่น้ำหนักเท่ากัน --------
ตอบข้อ 3 ก่อนครับ
ทำงานทุกย่าน ผมพิพม์ตอบเ)็นครั้งที่สองโหลก็ยังสามารถอดทนพิมพ์ได้ครับ มาๆๆๆ
จริงๆถ้าปั่นด้วยความเร็วคงที่ ล้อขอบสูงทำงาน *ทุกย่านความเร็ว* ครับ ไม่ต้องห่วงว่ามันจะหน่วง หรือกินแรงมากกว่า อ้าวแล้วทำไมขาแรง โปรๆถึงชอบบอกว่าล้อมันกินแรงต้องขี่ 33 35 40 ถึงจะวิ่งดี
ก็เพราะการขี่เสือหมอบแบบขาแรงแบบกลุ่ม แบบโปรๆ ขี่อย่างไรความเร็วก็ไม่คงที่ครับ ลม เลี้ยว เนินเล็ก สภาพถนน 1% การที่ท่านต้องรักษาตำแหน่งในกลุ่มเอาไว้ การที่กลุ่มยืดดด หด ยืดดด หด ทำให้ท่านต้อง*ออกแรงเร่งความเร็ว* จะน้อยนิดอย่างไรก็ทำให้รู้สึกได้ว่ามวล และน้ำหนักของขอบมัน"หน่วง" อยู๋ หากแต่ว่าถ้าท่านปั่นเสือหมอบเป็นจริงๆ ท่านจะพยายาม"รักษา"ความหนัก ไม่ใช่รักษาความเร็วครับ ถ้ากลุ่มยืดออก ทิ้งระยะห่าง 1-2 ช่วงรถ มือเก๋าๆจะมองหน้าพยักหน้าหงึกๆ ค่อยๆไล่กลับเข้าไปง่ายๆเบาๆ บางครั้งไม่ต้องทำอะไรครับดูรูปการก็รู็ว่าเดี๋วก็หดเข้ามาใหม่ ถ้ามือใหม่ใจแรงส่วนมากจะรีบยกกระตุกเข้าไป กลัวว่าหลุดจาก slipstream แล้วจะหลุดยาวๆเข้าไม่ได้อีกเลย ซึ่งมันไม่ได้ต่างอะไรกับการยกสปรินท์ครับ ด้วยเหตุนี้แม้จะปั่นเพียง 30 แต่ต้องคอยยกแกว่งขึ้นไป 35 บ้างล่ะ ฟรีขาปล่อยไหลแล้วก็ยกใหม่แบบนี้บย่อยๆ ล้ออะไรก็เหนื่อยครับ
ต้องบอกว่าใช้ล้อไม่ถูกวิธีก็ว่าได้ หรือจะบอกว่า ไม่ถนอมแรงปั่นกันเองก็ไม่ผิดครับ
ผมขอท้าวความไปหาพี่ตั้มนะครับ (ขออนุญาติ) งานแข่งจอมบึงเมื่อหลายปีก่อนพี่ตั้มยอมต่อให้น้องๆมาลงรุ่น 30 ใส่ล้อขอบ 80 ครับ ผมแอบสังเกตุว่าพี่เค้าไม่ได้เร่งกระชากเล่นเนินเหมือนเคย แต่รักษาความเร็วเอาไว้ให้ได้นิ่งและไม่อัดดึงขึ้นเนินไปแบบขาแรงอื่นๆ สภาพเนินขึ้นลง 50-50 แบบนั้น การใช้ล้อและเกมส์การขี่ของพี่ตั้มทำให้เซฟแรงเอาไว้ได้ เมื่อถึงจะชี้ขาด ยิงโครมออกไปก็สามารถสร้างกลุ่มหนีได้แล้วครับ
...มันอยู่ที่เลือกใช้ของ เลือกการปั่น และปั่นให้เหมาะกับตัวเองและเส้นทาง ....
ถ้าทุกท่านที่บอกว่าขี่นิ่งแล้วล้อขอบสูงมันหน่วงที่ย่าน 30 และต่ำกว่า มาเรียกผมแล้วขอขี่รถผมได้เลยครับ หรือไปหา power meter มาครับ ผมให้สนามเขียวเลย เส้นทางที่น่าจะเรียบ ราบที่สุดแล้ว เอาทางสั้นๆแ่ 3 กม. เชื่อมั้ยว่าถ้าคุณรักษาความเร็วเฉยๆ คุณจะออกแรงค่าวัตต์แกว่งตามสถาพถนนที่ชันนิดๆ ลงหน่อยๆ ขรถขระบ้าง หรือลมที่กรรโชกมาแผ่วๆ ต่างกันบวกลบ 50 วัตต์ บางช่วงมันไปไหลๆแรงแทบไม่ต้องออกที่ความเร็วเดียวกันแต่เลยไป 20 เมตรมันขึ้นซึมๆแบบมดหอบ กลับออกแรงมากกว่ากันตั้ง 50 วัตต์ โยไม่รู็ตัว แถมถ้าปั่นกลุ่มยิ่งไม่ต้องพูดครับ ปั่นมานิ่งๆ 120 วัตต์ แค่ข้างหน้าปล่อยห่างแล้วเชื่อมใหม่แล้วเราก็ต้องเร่งตาม สามารถขึ้นไป 160 หรือ 200 วัตต์ได้ง่ายๆ ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นที่มาว่าทำไมคนส่วนมากเข้าใจเรื่องล้อขอบสูง *ผิด*
ข้อ 2 ถ้าเข้าใจที่อธิบาย บวกกับที่กำลังจะอธิบายข้อ 1 ได้คำตอบแน่นอนครับ
ข้อ 1 น้ำหนักรวมล้อบอกอะไรไม่ได้ชัดเจนครับ มันต้องดูที่"น้ำหนักขอบ" มากกว่าครับ(ทั้งนี้ยางต้องหนักเท่ากัน)
ล้อ 56 มิล น้ำหนักรวม 1.3 ขอบหนัก 700 กรัม ดุม/ซี่ 600 กรัม
ล้อ 38 มิล น้ำหนักรวม 1.3 ขอบ 450 กรัม ดุม/ซี่ 850 กรัม
ล้อทั้งสองนี้ส่งผลและฟิลลิ่งไม่เท่ากันครับ เพราะน้ำหนักที่ขอบการหมุนมีผลมากกว่าที่ใกล้แกนหมุนครับ
แต่หากน้ำหนักเท่ากัน น้ำหนักขอบเท่ากัน ต้องมาดูปัจจัยอื่นๆครับเช่น
ความ stiff ของขอบ ซึ่งโดยมากขอบที่ต่ำกว่าจะย้วยง่ายกว่า (ผมก็งงนะว่าทำไม ดูอย่าง 303 กับ 404 ให้ตัวต่างกันนะครับ) แต่ขอบเตี้ยกว่าส่วนมากมักมากับ internal nipple ซึ่งก็ว่ากันว่า"ช่วย"เพิ่มความ stiff ได้ไม่น้อย ซึ่งบอกยากมากจริงๆครับ น้ำหนักตัวคนขี่ก็มีผลครับ น้ำหนักไม่มาก ก็อาจไม่ได้ทำให้ขอบทั้งสองความสูงต่างกันได้ครับ
ดังนั้นจะพบว่าล้อคาร์บอนขอบต่ำทั้งหลายแม้จะเบาแสนเบา ก็อาจจะส่งผลให้ขึ้นเขาได้"ฟิลลิ่ง" แย่กว่าล้ออลูที่หนักกว่ากันหลายขีด
....ทีนี้ลองมาคิดถึงการใช้งานมั้ยครับ??ว่าจะใช้่งานอย่างไร
เรารู้แล้วว่าล้อขอบต่ำกว่า ถ้าขย่มมันแรงๆก็ย้วยได้ แต่มันเบากว่า วิ่งขึ้นเขาใช้แรงหมุนมันน้อยกว่า สิ่งที่เรา*ควร* ทำคือ การนั่งปั่นซอยยิกๆไปเรื่อยๆแบบตาฟรูม ออกแรงเท่าที่จำเป็นรักษาเอาไว้ พอเจอจังหวะเหมาะจริงๆ ระเบิดขย่มโครมออกไป ย้วยก็ย้วยสิครับ ลากซัก 60 วินาที แล้วลงมานั่งอัดหนัก 7 watt per kilo ต่ออีก 5 นาที อาศัยแรงที่เก็บมา แบบนี้ล้อจะย้วยบ้างก็ไม่รู็สึกอะไรมาก
ที่สำคัญ อาการ"ให้ตัว"ของล้อขอบสูงบนเขาอาจไม่ได้ส่งผลมากอย่างที่เรารู้สึกครับ อย่าลืมว่าการยืนอัดบนเขามันก็ไม่ได้นานเป็นนาทีๆนะครับ 30-60 วินาทีเท่านั้นเอง ที่เหลือก็นั่งต่อ ดังนั้นต่อให้เป็นสิงห์กระสุนไม่หมดอย่าง contador ก็สามารถกระทืบ 202 ขึ้นเขาได้โดยที่ไม่ได้แยแสอาการย้วยของมันครับ ในขณะที่โปรชาวไทยขาแรง ใช้ 303 ก็บ่นอุบว่าโอ๊ยย ของมันไม่ดี มันย้วยมาก ขี่ไม่ดีแน่ๆ
ถ้าถามว่าอันไหนดีกว่า ผมตอบตามหลักการว่าอันที่เซฟวัตต์ได้ดีกว่าคือของที่ดีกว่าครับ อันที่ย้วยอาจทำให้เสียพลังไปเวลายืนโยก แต่อัตราส่วนการโยกส่งผลกับพลังงานน้อยกว่าเวลาส่วนมากที่นั่งปั่น
ยกเว้น!! ช็อตชี้ตาย สปรินท์หนีกันบนเขา หรือเล่นเกมส์ไล่จับกันต่างคนต่างหนี กลุ่มแพะไล่ขวิดกันบนเขา แบบนี้ผมว่าอาการย้วยอาจส่งผลไม่มากก็น้อย ทว่า ... บนเขาผมว่าร่างกายและความฟิตมาก่อนครับ น้ำหนักต่างๆมีผลก็จริงแต่เทียบกับคนแล้ว ต่างกันไม่กี่ขีดกับคนที่หนักต่างกันเป็นกิโล ได้ watt per kilo ต่างกันเยอะครับ
ผมหนัก 57 ขี่ได้ที่ 2.8 วัตต์ต่อน้ำหนักกิโล แบบหน่อมๆ ที่ 160 วัตต์
ผมไม่ต้องต้องซ้อมโหมเลยครับ รีดน้ำหนักเกินๆ ผลาญไขมันซะลดพุงลงไป 55 ผมได้ 2.9 วัตต์ต่อกิโล หรือคิดง่ายๆว่าอัตราส่วนนี้เท่ากับคนหนัก 57 กิโลกรัมที่มีวัตต์ได้ 165.8 โดยที่ไม่ต้องซ้อมอะไร คุ้มมั้ยล่ะครับ
ส่วนน้ำหนักรถต่างกัน 150 กรัม .... บอกตรงๆว่าอย่าเอามาคิดเลยครับ มันน้อยยยย มากกกกก จริงๆ
ถ้าต่างกันซัก 7-8 ขีดขึ้นนี่สิครับน่าคิด แถมถ้ามันอยู๋ตามยาง ล้อ ขอบล้อ ขาจาน บันได แบบนี้ยิ่งหน่วงความรู้สึกมากครับ
ทำงานทุกย่าน ผมพิพม์ตอบเ)็นครั้งที่สองโหลก็ยังสามารถอดทนพิมพ์ได้ครับ มาๆๆๆ
จริงๆถ้าปั่นด้วยความเร็วคงที่ ล้อขอบสูงทำงาน *ทุกย่านความเร็ว* ครับ ไม่ต้องห่วงว่ามันจะหน่วง หรือกินแรงมากกว่า อ้าวแล้วทำไมขาแรง โปรๆถึงชอบบอกว่าล้อมันกินแรงต้องขี่ 33 35 40 ถึงจะวิ่งดี
ก็เพราะการขี่เสือหมอบแบบขาแรงแบบกลุ่ม แบบโปรๆ ขี่อย่างไรความเร็วก็ไม่คงที่ครับ ลม เลี้ยว เนินเล็ก สภาพถนน 1% การที่ท่านต้องรักษาตำแหน่งในกลุ่มเอาไว้ การที่กลุ่มยืดดด หด ยืดดด หด ทำให้ท่านต้อง*ออกแรงเร่งความเร็ว* จะน้อยนิดอย่างไรก็ทำให้รู้สึกได้ว่ามวล และน้ำหนักของขอบมัน"หน่วง" อยู๋ หากแต่ว่าถ้าท่านปั่นเสือหมอบเป็นจริงๆ ท่านจะพยายาม"รักษา"ความหนัก ไม่ใช่รักษาความเร็วครับ ถ้ากลุ่มยืดออก ทิ้งระยะห่าง 1-2 ช่วงรถ มือเก๋าๆจะมองหน้าพยักหน้าหงึกๆ ค่อยๆไล่กลับเข้าไปง่ายๆเบาๆ บางครั้งไม่ต้องทำอะไรครับดูรูปการก็รู็ว่าเดี๋วก็หดเข้ามาใหม่ ถ้ามือใหม่ใจแรงส่วนมากจะรีบยกกระตุกเข้าไป กลัวว่าหลุดจาก slipstream แล้วจะหลุดยาวๆเข้าไม่ได้อีกเลย ซึ่งมันไม่ได้ต่างอะไรกับการยกสปรินท์ครับ ด้วยเหตุนี้แม้จะปั่นเพียง 30 แต่ต้องคอยยกแกว่งขึ้นไป 35 บ้างล่ะ ฟรีขาปล่อยไหลแล้วก็ยกใหม่แบบนี้บย่อยๆ ล้ออะไรก็เหนื่อยครับ
ต้องบอกว่าใช้ล้อไม่ถูกวิธีก็ว่าได้ หรือจะบอกว่า ไม่ถนอมแรงปั่นกันเองก็ไม่ผิดครับ
ผมขอท้าวความไปหาพี่ตั้มนะครับ (ขออนุญาติ) งานแข่งจอมบึงเมื่อหลายปีก่อนพี่ตั้มยอมต่อให้น้องๆมาลงรุ่น 30 ใส่ล้อขอบ 80 ครับ ผมแอบสังเกตุว่าพี่เค้าไม่ได้เร่งกระชากเล่นเนินเหมือนเคย แต่รักษาความเร็วเอาไว้ให้ได้นิ่งและไม่อัดดึงขึ้นเนินไปแบบขาแรงอื่นๆ สภาพเนินขึ้นลง 50-50 แบบนั้น การใช้ล้อและเกมส์การขี่ของพี่ตั้มทำให้เซฟแรงเอาไว้ได้ เมื่อถึงจะชี้ขาด ยิงโครมออกไปก็สามารถสร้างกลุ่มหนีได้แล้วครับ
...มันอยู่ที่เลือกใช้ของ เลือกการปั่น และปั่นให้เหมาะกับตัวเองและเส้นทาง ....
ถ้าทุกท่านที่บอกว่าขี่นิ่งแล้วล้อขอบสูงมันหน่วงที่ย่าน 30 และต่ำกว่า มาเรียกผมแล้วขอขี่รถผมได้เลยครับ หรือไปหา power meter มาครับ ผมให้สนามเขียวเลย เส้นทางที่น่าจะเรียบ ราบที่สุดแล้ว เอาทางสั้นๆแ่ 3 กม. เชื่อมั้ยว่าถ้าคุณรักษาความเร็วเฉยๆ คุณจะออกแรงค่าวัตต์แกว่งตามสถาพถนนที่ชันนิดๆ ลงหน่อยๆ ขรถขระบ้าง หรือลมที่กรรโชกมาแผ่วๆ ต่างกันบวกลบ 50 วัตต์ บางช่วงมันไปไหลๆแรงแทบไม่ต้องออกที่ความเร็วเดียวกันแต่เลยไป 20 เมตรมันขึ้นซึมๆแบบมดหอบ กลับออกแรงมากกว่ากันตั้ง 50 วัตต์ โยไม่รู็ตัว แถมถ้าปั่นกลุ่มยิ่งไม่ต้องพูดครับ ปั่นมานิ่งๆ 120 วัตต์ แค่ข้างหน้าปล่อยห่างแล้วเชื่อมใหม่แล้วเราก็ต้องเร่งตาม สามารถขึ้นไป 160 หรือ 200 วัตต์ได้ง่ายๆ ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นที่มาว่าทำไมคนส่วนมากเข้าใจเรื่องล้อขอบสูง *ผิด*
ข้อ 2 ถ้าเข้าใจที่อธิบาย บวกกับที่กำลังจะอธิบายข้อ 1 ได้คำตอบแน่นอนครับ
ข้อ 1 น้ำหนักรวมล้อบอกอะไรไม่ได้ชัดเจนครับ มันต้องดูที่"น้ำหนักขอบ" มากกว่าครับ(ทั้งนี้ยางต้องหนักเท่ากัน)
ล้อ 56 มิล น้ำหนักรวม 1.3 ขอบหนัก 700 กรัม ดุม/ซี่ 600 กรัม
ล้อ 38 มิล น้ำหนักรวม 1.3 ขอบ 450 กรัม ดุม/ซี่ 850 กรัม
ล้อทั้งสองนี้ส่งผลและฟิลลิ่งไม่เท่ากันครับ เพราะน้ำหนักที่ขอบการหมุนมีผลมากกว่าที่ใกล้แกนหมุนครับ
แต่หากน้ำหนักเท่ากัน น้ำหนักขอบเท่ากัน ต้องมาดูปัจจัยอื่นๆครับเช่น
ความ stiff ของขอบ ซึ่งโดยมากขอบที่ต่ำกว่าจะย้วยง่ายกว่า (ผมก็งงนะว่าทำไม ดูอย่าง 303 กับ 404 ให้ตัวต่างกันนะครับ) แต่ขอบเตี้ยกว่าส่วนมากมักมากับ internal nipple ซึ่งก็ว่ากันว่า"ช่วย"เพิ่มความ stiff ได้ไม่น้อย ซึ่งบอกยากมากจริงๆครับ น้ำหนักตัวคนขี่ก็มีผลครับ น้ำหนักไม่มาก ก็อาจไม่ได้ทำให้ขอบทั้งสองความสูงต่างกันได้ครับ
ดังนั้นจะพบว่าล้อคาร์บอนขอบต่ำทั้งหลายแม้จะเบาแสนเบา ก็อาจจะส่งผลให้ขึ้นเขาได้"ฟิลลิ่ง" แย่กว่าล้ออลูที่หนักกว่ากันหลายขีด
....ทีนี้ลองมาคิดถึงการใช้งานมั้ยครับ??ว่าจะใช้่งานอย่างไร
เรารู้แล้วว่าล้อขอบต่ำกว่า ถ้าขย่มมันแรงๆก็ย้วยได้ แต่มันเบากว่า วิ่งขึ้นเขาใช้แรงหมุนมันน้อยกว่า สิ่งที่เรา*ควร* ทำคือ การนั่งปั่นซอยยิกๆไปเรื่อยๆแบบตาฟรูม ออกแรงเท่าที่จำเป็นรักษาเอาไว้ พอเจอจังหวะเหมาะจริงๆ ระเบิดขย่มโครมออกไป ย้วยก็ย้วยสิครับ ลากซัก 60 วินาที แล้วลงมานั่งอัดหนัก 7 watt per kilo ต่ออีก 5 นาที อาศัยแรงที่เก็บมา แบบนี้ล้อจะย้วยบ้างก็ไม่รู็สึกอะไรมาก
ที่สำคัญ อาการ"ให้ตัว"ของล้อขอบสูงบนเขาอาจไม่ได้ส่งผลมากอย่างที่เรารู้สึกครับ อย่าลืมว่าการยืนอัดบนเขามันก็ไม่ได้นานเป็นนาทีๆนะครับ 30-60 วินาทีเท่านั้นเอง ที่เหลือก็นั่งต่อ ดังนั้นต่อให้เป็นสิงห์กระสุนไม่หมดอย่าง contador ก็สามารถกระทืบ 202 ขึ้นเขาได้โดยที่ไม่ได้แยแสอาการย้วยของมันครับ ในขณะที่โปรชาวไทยขาแรง ใช้ 303 ก็บ่นอุบว่าโอ๊ยย ของมันไม่ดี มันย้วยมาก ขี่ไม่ดีแน่ๆ
ถ้าถามว่าอันไหนดีกว่า ผมตอบตามหลักการว่าอันที่เซฟวัตต์ได้ดีกว่าคือของที่ดีกว่าครับ อันที่ย้วยอาจทำให้เสียพลังไปเวลายืนโยก แต่อัตราส่วนการโยกส่งผลกับพลังงานน้อยกว่าเวลาส่วนมากที่นั่งปั่น
ยกเว้น!! ช็อตชี้ตาย สปรินท์หนีกันบนเขา หรือเล่นเกมส์ไล่จับกันต่างคนต่างหนี กลุ่มแพะไล่ขวิดกันบนเขา แบบนี้ผมว่าอาการย้วยอาจส่งผลไม่มากก็น้อย ทว่า ... บนเขาผมว่าร่างกายและความฟิตมาก่อนครับ น้ำหนักต่างๆมีผลก็จริงแต่เทียบกับคนแล้ว ต่างกันไม่กี่ขีดกับคนที่หนักต่างกันเป็นกิโล ได้ watt per kilo ต่างกันเยอะครับ
ผมหนัก 57 ขี่ได้ที่ 2.8 วัตต์ต่อน้ำหนักกิโล แบบหน่อมๆ ที่ 160 วัตต์
ผมไม่ต้องต้องซ้อมโหมเลยครับ รีดน้ำหนักเกินๆ ผลาญไขมันซะลดพุงลงไป 55 ผมได้ 2.9 วัตต์ต่อกิโล หรือคิดง่ายๆว่าอัตราส่วนนี้เท่ากับคนหนัก 57 กิโลกรัมที่มีวัตต์ได้ 165.8 โดยที่ไม่ต้องซ้อมอะไร คุ้มมั้ยล่ะครับ
ส่วนน้ำหนักรถต่างกัน 150 กรัม .... บอกตรงๆว่าอย่าเอามาคิดเลยครับ มันน้อยยยย มากกกกก จริงๆ
ถ้าต่างกันซัก 7-8 ขีดขึ้นนี่สิครับน่าคิด แถมถ้ามันอยู๋ตามยาง ล้อ ขอบล้อ ขาจาน บันได แบบนี้ยิ่งหน่วงความรู้สึกมากครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
- Vichurly
- ขาประจำ
- โพสต์: 539
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2012, 13:50
- team: บ้านรถถีบมหาสารคาม/บึงแก่นนคร
- Bike: surly/missile/fuji
Re: ---------ขอบสูงvs ขอบต่ำ ที่น้ำหนักเท่ากัน --------
โอ....คุณ giro จัดเต็ม ชอบครับ ขอบคุณมาก

ที่สุดของความรักคือ..รักโดยไม่ครอบครอง
ที่สุดของการให้คือ..ให้โดยไม่หวังผล
ที่สุดของทานคือ..อภัยทาน
ที่สุดของคนคือ..การเป็นคนธรรมดา...ที่ปั่นจักรยานอย่างมีความสุข...
ที่สุดของการให้คือ..ให้โดยไม่หวังผล
ที่สุดของทานคือ..อภัยทาน
ที่สุดของคนคือ..การเป็นคนธรรมดา...ที่ปั่นจักรยานอย่างมีความสุข...
- เล้งชลบุรี
- ขาประจำ
- โพสต์: 754
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.ย. 2008, 02:44
- Khunden
- สมาชิก
- โพสต์: 50
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 เม.ย. 2014, 17:42
- Bike: เว้ง, orbea aqua
Re: ---------ขอบสูงvs ขอบต่ำ ที่น้ำหนักเท่ากัน --------
ผมติ่งน้า giro
อ่านแล้วสนุก มีประโยชน์
- LERT
- ขาประจำ
- โพสต์: 556
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 07:44
- Bike: TREK 2100 PRO
Re: ---------ขอบสูงvs ขอบต่ำ ที่น้ำหนักเท่ากัน --------
ได้ข้อคิดเรื่องการเซฟแรงมากกว่าเรื่องล้อครับ 
รถจะแพงแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องพึ่งแรงตัวเอง เพราะมันคือ รถจักรยาน
เลือกที่ใช่ รักที่ชอบ แล้วคุณจะสนุกกับมัน
เลือกที่ใช่ รักที่ชอบ แล้วคุณจะสนุกกับมัน
- DayWalker
- ขาประจำ
- โพสต์: 939
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ส.ค. 2012, 09:53
- team: Tiger Hack & Speed Limit AV 25
- Bike: Pinarello Dogma 65.1 Think 2 & Colnago Master X-Light Rabobank team & De Rosa MERAK
Re: ---------ขอบสูงvs ขอบต่ำ ที่น้ำหนักเท่ากัน --------
ขอบคุณมากๆครับที่มาแบ่งปันข้อมูลกันgiro เขียน:ตอบข้อ 3 ก่อนครับ
ทำงานทุกย่าน ผมพิพม์ตอบเ)็นครั้งที่สองโหลก็ยังสามารถอดทนพิมพ์ได้ครับ มาๆๆๆ![]()
![]()
จริงๆถ้าปั่นด้วยความเร็วคงที่ ล้อขอบสูงทำงาน *ทุกย่านความเร็ว* ครับ ไม่ต้องห่วงว่ามันจะหน่วง หรือกินแรงมากกว่า อ้าวแล้วทำไมขาแรง โปรๆถึงชอบบอกว่าล้อมันกินแรงต้องขี่ 33 35 40 ถึงจะวิ่งดี
ก็เพราะการขี่เสือหมอบแบบขาแรงแบบกลุ่ม แบบโปรๆ ขี่อย่างไรความเร็วก็ไม่คงที่ครับ ลม เลี้ยว เนินเล็ก สภาพถนน 1% การที่ท่านต้องรักษาตำแหน่งในกลุ่มเอาไว้ การที่กลุ่มยืดดด หด ยืดดด หด ทำให้ท่านต้อง*ออกแรงเร่งความเร็ว* จะน้อยนิดอย่างไรก็ทำให้รู้สึกได้ว่ามวล และน้ำหนักของขอบมัน"หน่วง" อยู๋ หากแต่ว่าถ้าท่านปั่นเสือหมอบเป็นจริงๆ ท่านจะพยายาม"รักษา"ความหนัก ไม่ใช่รักษาความเร็วครับ ถ้ากลุ่มยืดออก ทิ้งระยะห่าง 1-2 ช่วงรถ มือเก๋าๆจะมองหน้าพยักหน้าหงึกๆ ค่อยๆไล่กลับเข้าไปง่ายๆเบาๆ บางครั้งไม่ต้องทำอะไรครับดูรูปการก็รู็ว่าเดี๋วก็หดเข้ามาใหม่ ถ้ามือใหม่ใจแรงส่วนมากจะรีบยกกระตุกเข้าไป กลัวว่าหลุดจาก slipstream แล้วจะหลุดยาวๆเข้าไม่ได้อีกเลย ซึ่งมันไม่ได้ต่างอะไรกับการยกสปรินท์ครับ ด้วยเหตุนี้แม้จะปั่นเพียง 30 แต่ต้องคอยยกแกว่งขึ้นไป 35 บ้างล่ะ ฟรีขาปล่อยไหลแล้วก็ยกใหม่แบบนี้บย่อยๆ ล้ออะไรก็เหนื่อยครับ
ต้องบอกว่าใช้ล้อไม่ถูกวิธีก็ว่าได้ หรือจะบอกว่า ไม่ถนอมแรงปั่นกันเองก็ไม่ผิดครับ
ผมขอท้าวความไปหาพี่ตั้มนะครับ (ขออนุญาติ) งานแข่งจอมบึงเมื่อหลายปีก่อนพี่ตั้มยอมต่อให้น้องๆมาลงรุ่น 30 ใส่ล้อขอบ 80 ครับ ผมแอบสังเกตุว่าพี่เค้าไม่ได้เร่งกระชากเล่นเนินเหมือนเคย แต่รักษาความเร็วเอาไว้ให้ได้นิ่งและไม่อัดดึงขึ้นเนินไปแบบขาแรงอื่นๆ สภาพเนินขึ้นลง 50-50 แบบนั้น การใช้ล้อและเกมส์การขี่ของพี่ตั้มทำให้เซฟแรงเอาไว้ได้ เมื่อถึงจะชี้ขาด ยิงโครมออกไปก็สามารถสร้างกลุ่มหนีได้แล้วครับ
...มันอยู่ที่เลือกใช้ของ เลือกการปั่น และปั่นให้เหมาะกับตัวเองและเส้นทาง ....
ถ้าทุกท่านที่บอกว่าขี่นิ่งแล้วล้อขอบสูงมันหน่วงที่ย่าน 30 และต่ำกว่า มาเรียกผมแล้วขอขี่รถผมได้เลยครับ หรือไปหา power meter มาครับ ผมให้สนามเขียวเลย เส้นทางที่น่าจะเรียบ ราบที่สุดแล้ว เอาทางสั้นๆแ่ 3 กม. เชื่อมั้ยว่าถ้าคุณรักษาความเร็วเฉยๆ คุณจะออกแรงค่าวัตต์แกว่งตามสถาพถนนที่ชันนิดๆ ลงหน่อยๆ ขรถขระบ้าง หรือลมที่กรรโชกมาแผ่วๆ ต่างกันบวกลบ 50 วัตต์ บางช่วงมันไปไหลๆแรงแทบไม่ต้องออกที่ความเร็วเดียวกันแต่เลยไป 20 เมตรมันขึ้นซึมๆแบบมดหอบ กลับออกแรงมากกว่ากันตั้ง 50 วัตต์ โยไม่รู็ตัว แถมถ้าปั่นกลุ่มยิ่งไม่ต้องพูดครับ ปั่นมานิ่งๆ 120 วัตต์ แค่ข้างหน้าปล่อยห่างแล้วเชื่อมใหม่แล้วเราก็ต้องเร่งตาม สามารถขึ้นไป 160 หรือ 200 วัตต์ได้ง่ายๆ ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นที่มาว่าทำไมคนส่วนมากเข้าใจเรื่องล้อขอบสูง *ผิด*
ข้อ 2 ถ้าเข้าใจที่อธิบาย บวกกับที่กำลังจะอธิบายข้อ 1 ได้คำตอบแน่นอนครับ
ข้อ 1 น้ำหนักรวมล้อบอกอะไรไม่ได้ชัดเจนครับ มันต้องดูที่"น้ำหนักขอบ" มากกว่าครับ(ทั้งนี้ยางต้องหนักเท่ากัน)
ล้อ 56 มิล น้ำหนักรวม 1.3 ขอบหนัก 700 กรัม ดุม/ซี่ 600 กรัม
ล้อ 38 มิล น้ำหนักรวม 1.3 ขอบ 450 กรัม ดุม/ซี่ 850 กรัม
ล้อทั้งสองนี้ส่งผลและฟิลลิ่งไม่เท่ากันครับ เพราะน้ำหนักที่ขอบการหมุนมีผลมากกว่าที่ใกล้แกนหมุนครับ
แต่หากน้ำหนักเท่ากัน น้ำหนักขอบเท่ากัน ต้องมาดูปัจจัยอื่นๆครับเช่น
ความ stiff ของขอบ ซึ่งโดยมากขอบที่ต่ำกว่าจะย้วยง่ายกว่า (ผมก็งงนะว่าทำไม ดูอย่าง 303 กับ 404 ให้ตัวต่างกันนะครับ) แต่ขอบเตี้ยกว่าส่วนมากมักมากับ internal nipple ซึ่งก็ว่ากันว่า"ช่วย"เพิ่มความ stiff ได้ไม่น้อย ซึ่งบอกยากมากจริงๆครับ น้ำหนักตัวคนขี่ก็มีผลครับ น้ำหนักไม่มาก ก็อาจไม่ได้ทำให้ขอบทั้งสองความสูงต่างกันได้ครับ
ดังนั้นจะพบว่าล้อคาร์บอนขอบต่ำทั้งหลายแม้จะเบาแสนเบา ก็อาจจะส่งผลให้ขึ้นเขาได้"ฟิลลิ่ง" แย่กว่าล้ออลูที่หนักกว่ากันหลายขีด
....ทีนี้ลองมาคิดถึงการใช้งานมั้ยครับ??ว่าจะใช้่งานอย่างไร
เรารู้แล้วว่าล้อขอบต่ำกว่า ถ้าขย่มมันแรงๆก็ย้วยได้ แต่มันเบากว่า วิ่งขึ้นเขาใช้แรงหมุนมันน้อยกว่า สิ่งที่เรา*ควร* ทำคือ การนั่งปั่นซอยยิกๆไปเรื่อยๆแบบตาฟรูม ออกแรงเท่าที่จำเป็นรักษาเอาไว้ พอเจอจังหวะเหมาะจริงๆ ระเบิดขย่มโครมออกไป ย้วยก็ย้วยสิครับ ลากซัก 60 วินาที แล้วลงมานั่งอัดหนัก 7 watt per kilo ต่ออีก 5 นาที อาศัยแรงที่เก็บมา แบบนี้ล้อจะย้วยบ้างก็ไม่รู็สึกอะไรมาก
ที่สำคัญ อาการ"ให้ตัว"ของล้อขอบสูงบนเขาอาจไม่ได้ส่งผลมากอย่างที่เรารู้สึกครับ อย่าลืมว่าการยืนอัดบนเขามันก็ไม่ได้นานเป็นนาทีๆนะครับ 30-60 วินาทีเท่านั้นเอง ที่เหลือก็นั่งต่อ ดังนั้นต่อให้เป็นสิงห์กระสุนไม่หมดอย่าง contador ก็สามารถกระทืบ 202 ขึ้นเขาได้โดยที่ไม่ได้แยแสอาการย้วยของมันครับ ในขณะที่โปรชาวไทยขาแรง ใช้ 303 ก็บ่นอุบว่าโอ๊ยย ของมันไม่ดี มันย้วยมาก ขี่ไม่ดีแน่ๆ
ถ้าถามว่าอันไหนดีกว่า ผมตอบตามหลักการว่าอันที่เซฟวัตต์ได้ดีกว่าคือของที่ดีกว่าครับ อันที่ย้วยอาจทำให้เสียพลังไปเวลายืนโยก แต่อัตราส่วนการโยกส่งผลกับพลังงานน้อยกว่าเวลาส่วนมากที่นั่งปั่น
ยกเว้น!! ช็อตชี้ตาย สปรินท์หนีกันบนเขา หรือเล่นเกมส์ไล่จับกันต่างคนต่างหนี กลุ่มแพะไล่ขวิดกันบนเขา แบบนี้ผมว่าอาการย้วยอาจส่งผลไม่มากก็น้อย ทว่า ... บนเขาผมว่าร่างกายและความฟิตมาก่อนครับ น้ำหนักต่างๆมีผลก็จริงแต่เทียบกับคนแล้ว ต่างกันไม่กี่ขีดกับคนที่หนักต่างกันเป็นกิโล ได้ watt per kilo ต่างกันเยอะครับ
ผมหนัก 57 ขี่ได้ที่ 2.8 วัตต์ต่อน้ำหนักกิโล แบบหน่อมๆ ที่ 160 วัตต์
ผมไม่ต้องต้องซ้อมโหมเลยครับ รีดน้ำหนักเกินๆ ผลาญไขมันซะลดพุงลงไป 55 ผมได้ 2.9 วัตต์ต่อกิโล หรือคิดง่ายๆว่าอัตราส่วนนี้เท่ากับคนหนัก 57 กิโลกรัมที่มีวัตต์ได้ 165.8 โดยที่ไม่ต้องซ้อมอะไร คุ้มมั้ยล่ะครับ
ส่วนน้ำหนักรถต่างกัน 150 กรัม .... บอกตรงๆว่าอย่าเอามาคิดเลยครับ มันน้อยยยย มากกกกก จริงๆ
ถ้าต่างกันซัก 7-8 ขีดขึ้นนี่สิครับน่าคิด แถมถ้ามันอยู๋ตามยาง ล้อ ขอบล้อ ขาจาน บันได แบบนี้ยิ่งหน่วงความรู้สึกมากครับ
- ว่าวต้องลม
- ขาประจำ
- โพสต์: 670
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2013, 18:27
- Bike: Focus Cayo Evo 4.0
Re: ---------ขอบสูงvs ขอบต่ำ ที่น้ำหนักเท่ากัน --------
Wow
งานพิมพ์ด่วน รอรับได้เลยยยยยยยย บริการรับพิมพ์สิ่งพิมพ์ทุกชนิด http://www.thaiutsaha.com