อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- chewchill
- สมาชิก
- โพสต์: 30
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 เม.ย. 2013, 11:32
- Tel: 0882938656
- team: CHILL Bike Phitsanulok Cycling team
- Bike: s-works venge
- ตำแหน่ง: 57/38-39 ถ.พระองค์ดำ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก
อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
อยากสอบถามว่าถ้าใช้ zipp 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับเคยมีใครใช้ zipp แล้วขอบบวมมีบ้างมั้ยครับ พอดีจะซื้อล้อใหม่แต่สงสัยอ่ะครับ 
- punya467
- ขาประจำ
- โพสต์: 2200
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2012, 14:55
- team: Rayong road bike, On/Off cycling
- Bike: NICH LTD
Re: อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
ล้อคาร์บอนขอบยางงัดเทพแค่ไหนก็มีโอกาสขอบบวมได้ ถ้าใช้เบรคไม่ถูกวิธี หรือเบรคแช่นานๆ ส่วนจะมากน้อยแตกต่างกันแค่ไหนก็แล้วแต่คุณภาพขอบเบรคของแต่ล่ะยี่ห้อครับ 
ลูกเผลอแล้วเจอกัน
- chewchill
- สมาชิก
- โพสต์: 30
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 เม.ย. 2013, 11:32
- Tel: 0882938656
- team: CHILL Bike Phitsanulok Cycling team
- Bike: s-works venge
- ตำแหน่ง: 57/38-39 ถ.พระองค์ดำ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก
Re: อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
อ่อครับ แล้วผ้าเบรคยี้ห้อดี ๆ นี้ช่วยทำให้ขอบบวมช้ามั้ยครับ
- iN2
- ขาประจำ
- โพสต์: 2441
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มิ.ย. 2012, 00:12
- Bike: Trek
Re: อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
ฝึกการใช้เบรคเวลาลงเขาให้เก่งครับ ปัญหามันอยู่ที่ทักษะการใช้เบรคของคน ไม่ได้อยู่ที่อุปกรณ์นะ ลองศึกษาวิธีการเบรคที่ถูกต้อง แล้วก็ฝึกฝนครับ ผมว่ามันน่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุด
แค่ออกปั่นให้สนุกก็พอ
-
OSK 97
- ขาประจำ
- โพสต์: 13629
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 เม.ย. 2011, 12:05
- team: ทุ่งสง
- Bike: focus max. neilpride bora
Re: อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
ถ้าเส้นทางเป็นเขายาวๆ เป็นผมตัดใจไปล้อฮาฟสบายใจกว่าไม่ต้องมากังวลเรื่องขอบ ไปกังวลเรื่องยางแพงแทน 
- neen8124
- ขาประจำ
- โพสต์: 912
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มี.ค. 2013, 17:04
- Tel: 0896688872
- team: เต่าทองผยองเดชแห่งสยามประเทศ
- Bike: Focus Izalco Discbreak
Re: อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
ถ้ากำแช่นานๆ ผ้าเบรคเทพแค่ไหนก็ไม่ช่วยครับ
ต้องฝึกเบรคเวลาลงเขาให้เป็น เป็นการแก้ปัญหาแบบยั่งยืน

ต้องฝึกเบรคเวลาลงเขาให้เป็น เป็นการแก้ปัญหาแบบยั่งยืน
No pain No gain
- chewchill
- สมาชิก
- โพสต์: 30
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 เม.ย. 2013, 11:32
- Tel: 0882938656
- team: CHILL Bike Phitsanulok Cycling team
- Bike: s-works venge
- ตำแหน่ง: 57/38-39 ถ.พระองค์ดำ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก
Re: อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
อ่อครับ ขอบคุณพี่ ๆ มากๆ นะครับ ^^
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
ทักษะการใช้เบรค สำคัญที่สุด
เพราะเคยเห็นมาแล้วว่า ขอบอลู กำเบรคลงมาไม่ยอมคลาย ยางในยังร้อนจนละลายแล้วรั่ว แฟบ กลิ้ง เอาได้เช่นกันครับ
เพราะเคยเห็นมาแล้วว่า ขอบอลู กำเบรคลงมาไม่ยอมคลาย ยางในยังร้อนจนละลายแล้วรั่ว แฟบ กลิ้ง เอาได้เช่นกันครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- chewchill
- สมาชิก
- โพสต์: 30
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 เม.ย. 2013, 11:32
- Tel: 0882938656
- team: CHILL Bike Phitsanulok Cycling team
- Bike: s-works venge
- ตำแหน่ง: 57/38-39 ถ.พระองค์ดำ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก
Re: อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
ช่วยแนะนำเรือง ทักษะการใช้เบรค ด้วยครับ หรือมีลิงค์มั้ยครับ
-
ปลิง
- ขาประจำ
- โพสต์: 270
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ย. 2010, 12:23
Re: อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
แนะนำด้วยครับ อยากทราบมากครับchewchill เขียน:ช่วยแนะนำเรือง ทักษะการใช้เบรค ด้วยครับ หรือมีลิงค์มั้ยครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ!
- Kraiwit
- ขาประจำ
- โพสต์: 278
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ม.ค. 2011, 09:33
Re: อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
ผมชอบดูวิดีโอของ GCN ครับ ชอบมาก มีวิดีโอให้ดูแทบทุกแบบ
วิธีเบรคครับ
อันนี้วิธีลงเขาครับ
วิธีเบรคครับ
อันนี้วิธีลงเขาครับ
-
ปลิง
- ขาประจำ
- โพสต์: 270
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ย. 2010, 12:23
Re: อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
Kraiwit เขียน:ผมชอบดูวิดีโอของ GCN ครับ ชอบมาก มีวิดีโอให้ดูแทบทุกแบบ![]()
![]()
วิธีเบรคครับ
อันนี้วิธีลงเขาครับ
ขอบคุณคร๊าฟท่านKraiwit!!!
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
ปลิง เขียน:
แนะนำด้วยครับ อยากทราบมากครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ!
ผมว่านะ ของแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่ต้อง learning by doing เท่านั้นแหละครับchewchill เขียน:ช่วยแนะนำเรือง ทักษะการใช้เบรค ด้วยครับ หรือมีลิงค์มั้ยครับ
ตำรา คู่มือ วิดีโอ คำแนะนำ มันก็เป็นแค่หลักการขั้นพื้นฐานเท่านั้นแหละครับ
หลักการเบื้องต้นคือ
1. ใช้เบรคให้น้อยที่สุด แต่ได้ผลมากที่สุด ยิ่งใช้เบรคมากยิ่งเกิดความร้อนสูง นั่นคือเบรคสั้นๆแต่ลดความเร็วลงได้
2. เบรคหน้ากี่เปอร์เซนต์ หลังกี่เปอร์เซนต์ โดยส่วนตัวแล้วผมไม่เคยวัดออกมาเป็นเปอร์เซนต์ ผมรู้ได้อย่างเดียวว่า เวลาลงเขามานั้น น้ำหนักมันจะลงที่ล้อหน้ามากกว่าล้อหลัง คุณจะพบเลยว่าเบรคหน้านั้นทรงพลังกว่าเบรคหลังแบบรู้สึกได้ ทำไปทำมาแล้ว เบรคหลังจะเป็นผู้ช่วยแต่ไม่ใช่พระเอก แต่ไม่ได้แปลว่าเบรคหน้าอย่างเดียวแล้วเอาอยู่ แต่ที่แน่ๆคือ เบรคหลังอย่างเดียวอาจจะไม่เพิ่มความรู้สึกอะไรเลย เบรคหน้าอย่างเดียวเหมือนกับจะหน่วงได้แต่ถ้ามีเบรคหลังมาเสริมก็จะช่วยหยุดได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นในความเป็นจริงแล้ว เราจะรู้สึกได้เลยว่า เบรคหน้าถูกใช้มากกว่าอย่างสังเกตได้ บางครั้งก็จะพบว่า การใช้เบรคหน้าควบคุมรถจะเป็นเรื่องที่เห็นผลชัดเจนกว่า
3. เบรคจักรยานแบบ ริมเบรค ยังไงมันก็สู้ดิสเบรคไม่ได้ ถ้าเราแบ่งช่วงการทำงานของเบรคออกเป็น 3 ช่วงคือ
A ช่วงที่กดเบรคจากตำแหน่งที่ผ้าเบรคเคลื่อนที่ เข้าไปหาขอบล้อ ( หรือขอบดิสก์ )
B ช่วงที่เราออกแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากตำแหน่งที่ผ้าเบรคสัมผัสกับขอบล้อ(หรือขอบดิสก์) ซึ่งจะเป็นช่วงที่เกิดแรงเบรค ช่วงนี้เราจะสามารถเพิ่มแรงเบรคโดยการเพิ่มแรงกดมือเบรคไปได้เรื่อยๆ บีบเบรคแรงขึ้น แรงเบรคหยุดรถก็จะมากขึ้น แต่!!!
C ช่วงที่แรงเบรคมากจนล้อหยุดหมุน ตรงนี้แหละที่เรื่องใหญ่ เพราะเมื่อล้อลอคหรือหยุดหมุน ความสามารถในการควบคุมรถก็จะเสียไป ปัจจัยที่สำคัญและเกี่ยวข้องด้วยก็คือ ยางคุณดีแค่ไหน มีดอกยาง หน้ายางยังดี ยางใหม่ไม่แข็งไม่กระด้าง ลมยางมากเกินไปหรือกำลังดี , ผิวทางแห้ง ไร้ฝุ่น ไร้น้ำหรือไม่
สิ่งที่คุณต้องฝึกก็คือ คุณจะบริหารช่วง B ยังไง บีบเบรคให้รถชะลอความเร็วโดยที่ล้อไม่ลอค ( คือไม่ให้มันเลยไปช่วง C ) บีบเบรคไม่นานเกินไปจนขอบล้อร้อนจัดเกิดความเสียหาย ถึงบอกไงว่าดิสเบรคมันดีกว่าตรงนี้แหละ ตรงที่ช่วงBมันยาวนาน มีช่วงออกแรงได้กว้างกว่า
ตรงนี้แหละที่คุณจะต้องเข้าใจความจริงจากข้อ 2. ที่กล่าวไว้ข้างต้น เพราะ ถ้าคุณไม่ทำอะไรเลย น้ำหนักที่ตกลงที่ล้อหน้าเป็นส่วนใหญ่จะทำให้เบรคหลังมีประโยชน์น้อยลง แต่การที่ผลักภาระไปที่เบรคหน้าเสียเป็นส่วนใหญ่ก็เท่ากับเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายกับขอบล้อด้านหน้า
"การถ่ายน้ำหนัก" จึงเป็นสิ่งที่ต้องหัดกันให้เป็นครับ สำหรับคนที่โตมาจากการขี่ MTB ในป่า ในเขา ขึ้นเขาลงห้วยกันเป็นเรื่องปกติ การถ่ายน้ำหนักเป็นเรื่องสามัญมากๆสำหรับคนกลุ่มนี้ แต่หลายๆคนที่ถามหา"ทักษะในการใช้เบรค" ก็คาดเดาไว้ก่อนเลยว่า ไม่น่าจะผ่านหลักสูตรเสือภูเขามาก่อนอย่างแน่นอน
การถ่ายน้ำหนักนั้น ทำได้ทุกทิศทาง เพราะน้ำหนักของคนมากกว่าจักรยาน การย้ายจุดตกของน้ำหนักจึงมีผลต่อการบังคับควบคุมจักรยานอย่างมาก การถ่ายน้ำหนักคนปั่นไปด้านหลังก็จะช่วยเพิ่มน้ำหนักที่กดลงบนล้อหลังได้มากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรคของล้อหลังได้มากขึ้นตามไปด้วย
ต้องรู้อย่างหนึ่งว่า คุณสามารถบีบเบรคให้ล้อหลังลอคตายได้ง่ายกว่าเบรคหน้า ยิ่งลงเขา เบรคหลังยิ่งมีโอกาสลอคตายได้ง่ายขึ้น การถ่ายน้ำหนักไปด้านหลังจึงช่วยเพิ่มzone B ให้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม
แต่ก็นั่นแหละในการปั่นจริงๆแล้วมันก็จะอีกเรื่องหนึ่ง ต้องปฏิบัติแล้วจะเห็นเองแหละว่ามันใช้งานแตกต่างกันอย่างไร ก่อนจะเอาตัวเองไปเสี่ยงกับขุนเขาในตำนานอย่างดอยอินทนนท์ที่ไหลงลงได้อย่างยาวและเร็วสุดๆนั้น ก็น่าจะไปสร้างเสริมประสพการณ์การใช้เบรคกับทางที่ไม่โหดนัก เช่น ปั่นขึ้นเขาใหญ่จากด่านปราจีน ไป ที่ทำการก่อน ขาลงช่วงแรกๆจะยังไม่ชันมากนัก และจะไม่ได้ต่อเนื่องยาว การเรียนรู้การใช้เบรคในช่วงนี้จะช่วยให้เข้าใจและมั่นใจมากขึ้น พอเลยครึ่งทางไปใกล้สู่น้ำตกเหวนรก ทางจะชันขึ้น ทักษะที่เรียนรู้ในช่วงแรกก็จะเอามาใช้ได้ในเวลาต่อมา ชำนาญแล้วงวดหน้าขึ้นใหม่แล้วลงปากช่อง ตรงนี้แหละจะได้งัดเอาทักษะที่พัฒนาแล้วมา ทดสอบว่าเข้าใจดีขึ้นกว่าเดิมแค่ไหน
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
-
dmesg
- ขาประจำ
- โพสต์: 1305
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ย. 2011, 10:20
- Bike: Cannondale Supersix
Re: อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
+100 ขอบคุณหมอลูครับlucifer เขียน:ปลิง เขียน:
แนะนำด้วยครับ อยากทราบมากครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ!ผมว่านะ ของแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่ต้อง learning by doing เท่านั้นแหละครับchewchill เขียน:ช่วยแนะนำเรือง ทักษะการใช้เบรค ด้วยครับ หรือมีลิงค์มั้ยครับ
ตำรา คู่มือ วิดีโอ คำแนะนำ มันก็เป็นแค่หลักการขั้นพื้นฐานเท่านั้นแหละครับ
หลักการเบื้องต้นคือ
1. ใช้เบรคให้น้อยที่สุด แต่ได้ผลมากที่สุด ยิ่งใช้เบรคมากยิ่งเกิดความร้อนสูง นั่นคือเบรคสั้นๆแต่ลดความเร็วลงได้
2. เบรคหน้ากี่เปอร์เซนต์ หลังกี่เปอร์เซนต์ โดยส่วนตัวแล้วผมไม่เคยวัดออกมาเป็นเปอร์เซนต์ ผมรู้ได้อย่างเดียวว่า เวลาลงเขามานั้น น้ำหนักมันจะลงที่ล้อหน้ามากกว่าล้อหลัง คุณจะพบเลยว่าเบรคหน้านั้นทรงพลังกว่าเบรคหลังแบบรู้สึกได้ ทำไปทำมาแล้ว เบรคหลังจะเป็นผู้ช่วยแต่ไม่ใช่พระเอก แต่ไม่ได้แปลว่าเบรคหน้าอย่างเดียวแล้วเอาอยู่ แต่ที่แน่ๆคือ เบรคหลังอย่างเดียวอาจจะไม่เพิ่มความรู้สึกอะไรเลย เบรคหน้าอย่างเดียวเหมือนกับจะหน่วงได้แต่ถ้ามีเบรคหลังมาเสริมก็จะช่วยหยุดได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นในความเป็นจริงแล้ว เราจะรู้สึกได้เลยว่า เบรคหน้าถูกใช้มากกว่าอย่างสังเกตได้ บางครั้งก็จะพบว่า การใช้เบรคหน้าควบคุมรถจะเป็นเรื่องที่เห็นผลชัดเจนกว่า
3. เบรคจักรยานแบบ ริมเบรค ยังไงมันก็สู้ดิสเบรคไม่ได้ ถ้าเราแบ่งช่วงการทำงานของเบรคออกเป็น 3 ช่วงคือ
A ช่วงที่กดเบรคจากตำแหน่งที่ผ้าเบรคเคลื่อนที่ เข้าไปหาขอบล้อ ( หรือขอบดิสก์ )
B ช่วงที่เราออกแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากตำแหน่งที่ผ้าเบรคสัมผัสกับขอบล้อ(หรือขอบดิสก์) ซึ่งจะเป็นช่วงที่เกิดแรงเบรค ช่วงนี้เราจะสามารถเพิ่มแรงเบรคโดยการเพิ่มแรงกดมือเบรคไปได้เรื่อยๆ บีบเบรคแรงขึ้น แรงเบรคหยุดรถก็จะมากขึ้น แต่!!!
C ช่วงที่แรงเบรคมากจนล้อหยุดหมุน ตรงนี้แหละที่เรื่องใหญ่ เพราะเมื่อล้อลอคหรือหยุดหมุน ความสามารถในการควบคุมรถก็จะเสียไป ปัจจัยที่สำคัญและเกี่ยวข้องด้วยก็คือ ยางคุณดีแค่ไหน มีดอกยาง หน้ายางยังดี ยางใหม่ไม่แข็งไม่กระด้าง ลมยางมากเกินไปหรือกำลังดี , ผิวทางแห้ง ไร้ฝุ่น ไร้น้ำหรือไม่
สิ่งที่คุณต้องฝึกก็คือ คุณจะบริหารช่วง B ยังไง บีบเบรคให้รถชะลอความเร็วโดยที่ล้อไม่ลอค ( คือไม่ให้มันเลยไปช่วง C ) บีบเบรคไม่นานเกินไปจนขอบล้อร้อนจัดเกิดความเสียหาย ถึงบอกไงว่าดิสเบรคมันดีกว่าตรงนี้แหละ ตรงที่ช่วงBมันยาวนาน มีช่วงออกแรงได้กว้างกว่า
ตรงนี้แหละที่คุณจะต้องเข้าใจความจริงจากข้อ 2. ที่กล่าวไว้ข้างต้น เพราะ ถ้าคุณไม่ทำอะไรเลย น้ำหนักที่ตกลงที่ล้อหน้าเป็นส่วนใหญ่จะทำให้เบรคหลังมีประโยชน์น้อยลง แต่การที่ผลักภาระไปที่เบรคหน้าเสียเป็นส่วนใหญ่ก็เท่ากับเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายกับขอบล้อด้านหน้า
"การถ่ายน้ำหนัก" จึงเป็นสิ่งที่ต้องหัดกันให้เป็นครับ สำหรับคนที่โตมาจากการขี่ MTB ในป่า ในเขา ขึ้นเขาลงห้วยกันเป็นเรื่องปกติ การถ่ายน้ำหนักเป็นเรื่องสามัญมากๆสำหรับคนกลุ่มนี้ แต่หลายๆคนที่ถามหา"ทักษะในการใช้เบรค" ก็คาดเดาไว้ก่อนเลยว่า ไม่น่าจะผ่านหลักสูตรเสือภูเขามาก่อนอย่างแน่นอน
การถ่ายน้ำหนักนั้น ทำได้ทุกทิศทาง เพราะน้ำหนักของคนมากกว่าจักรยาน การย้ายจุดตกของน้ำหนักจึงมีผลต่อการบังคับควบคุมจักรยานอย่างมาก การถ่ายน้ำหนักคนปั่นไปด้านหลังก็จะช่วยเพิ่มน้ำหนักที่กดลงบนล้อหลังได้มากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรคของล้อหลังได้มากขึ้นตามไปด้วย
ต้องรู้อย่างหนึ่งว่า คุณสามารถบีบเบรคให้ล้อหลังลอคตายได้ง่ายกว่าเบรคหน้า ยิ่งลงเขา เบรคหลังยิ่งมีโอกาสลอคตายได้ง่ายขึ้น การถ่ายน้ำหนักไปด้านหลังจึงช่วยเพิ่มzone B ให้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม
แต่ก็นั่นแหละในการปั่นจริงๆแล้วมันก็จะอีกเรื่องหนึ่ง ต้องปฏิบัติแล้วจะเห็นเองแหละว่ามันใช้งานแตกต่างกันอย่างไร ก่อนจะเอาตัวเองไปเสี่ยงกับขุนเขาในตำนานอย่างดอยอินทนนท์ที่ไหลงลงได้อย่างยาวและเร็วสุดๆนั้น ก็น่าจะไปสร้างเสริมประสพการณ์การใช้เบรคกับทางที่ไม่โหดนัก เช่น ปั่นขึ้นเขาใหญ่จากด่านปราจีน ไป ที่ทำการก่อน ขาลงช่วงแรกๆจะยังไม่ชันมากนัก และจะไม่ได้ต่อเนื่องยาว การเรียนรู้การใช้เบรคในช่วงนี้จะช่วยให้เข้าใจและมั่นใจมากขึ้น พอเลยครึ่งทางไปใกล้สู่น้ำตกเหวนรก ทางจะชันขึ้น ทักษะที่เรียนรู้ในช่วงแรกก็จะเอามาใช้ได้ในเวลาต่อมา ชำนาญแล้วงวดหน้าขึ้นใหม่แล้วลงปากช่อง ตรงนี้แหละจะได้งัดเอาทักษะที่พัฒนาแล้วมา ทดสอบว่าเข้าใจดีขึ้นกว่าเดิมแค่ไหน
-
ปลิง
- ขาประจำ
- โพสต์: 270
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ย. 2010, 12:23
Re: อยากสอบถามว่าถ้าใช้ 404 Firecrest® Carbon Clincher มันจะมีปัญหาเรืองขอบบวมตามมามั้ยครับ กลัวตอนเบรคลงเขาแล้วร้อนเกิน อ่ะครับ
ขอบคุณอาจารย์ลู ที่ช่วยตอบครับผม สุดยอดมากครับ!!!lucifer เขียน:ปลิง เขียน:
แนะนำด้วยครับ อยากทราบมากครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ!ผมว่านะ ของแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่ต้อง learning by doing เท่านั้นแหละครับchewchill เขียน:ช่วยแนะนำเรือง ทักษะการใช้เบรค ด้วยครับ หรือมีลิงค์มั้ยครับ
ตำรา คู่มือ วิดีโอ คำแนะนำ มันก็เป็นแค่หลักการขั้นพื้นฐานเท่านั้นแหละครับ
หลักการเบื้องต้นคือ
1. ใช้เบรคให้น้อยที่สุด แต่ได้ผลมากที่สุด ยิ่งใช้เบรคมากยิ่งเกิดความร้อนสูง นั่นคือเบรคสั้นๆแต่ลดความเร็วลงได้
2. เบรคหน้ากี่เปอร์เซนต์ หลังกี่เปอร์เซนต์ โดยส่วนตัวแล้วผมไม่เคยวัดออกมาเป็นเปอร์เซนต์ ผมรู้ได้อย่างเดียวว่า เวลาลงเขามานั้น น้ำหนักมันจะลงที่ล้อหน้ามากกว่าล้อหลัง คุณจะพบเลยว่าเบรคหน้านั้นทรงพลังกว่าเบรคหลังแบบรู้สึกได้ ทำไปทำมาแล้ว เบรคหลังจะเป็นผู้ช่วยแต่ไม่ใช่พระเอก แต่ไม่ได้แปลว่าเบรคหน้าอย่างเดียวแล้วเอาอยู่ แต่ที่แน่ๆคือ เบรคหลังอย่างเดียวอาจจะไม่เพิ่มความรู้สึกอะไรเลย เบรคหน้าอย่างเดียวเหมือนกับจะหน่วงได้แต่ถ้ามีเบรคหลังมาเสริมก็จะช่วยหยุดได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นในความเป็นจริงแล้ว เราจะรู้สึกได้เลยว่า เบรคหน้าถูกใช้มากกว่าอย่างสังเกตได้ บางครั้งก็จะพบว่า การใช้เบรคหน้าควบคุมรถจะเป็นเรื่องที่เห็นผลชัดเจนกว่า
3. เบรคจักรยานแบบ ริมเบรค ยังไงมันก็สู้ดิสเบรคไม่ได้ ถ้าเราแบ่งช่วงการทำงานของเบรคออกเป็น 3 ช่วงคือ
A ช่วงที่กดเบรคจากตำแหน่งที่ผ้าเบรคเคลื่อนที่ เข้าไปหาขอบล้อ ( หรือขอบดิสก์ )
B ช่วงที่เราออกแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากตำแหน่งที่ผ้าเบรคสัมผัสกับขอบล้อ(หรือขอบดิสก์) ซึ่งจะเป็นช่วงที่เกิดแรงเบรค ช่วงนี้เราจะสามารถเพิ่มแรงเบรคโดยการเพิ่มแรงกดมือเบรคไปได้เรื่อยๆ บีบเบรคแรงขึ้น แรงเบรคหยุดรถก็จะมากขึ้น แต่!!!
C ช่วงที่แรงเบรคมากจนล้อหยุดหมุน ตรงนี้แหละที่เรื่องใหญ่ เพราะเมื่อล้อลอคหรือหยุดหมุน ความสามารถในการควบคุมรถก็จะเสียไป ปัจจัยที่สำคัญและเกี่ยวข้องด้วยก็คือ ยางคุณดีแค่ไหน มีดอกยาง หน้ายางยังดี ยางใหม่ไม่แข็งไม่กระด้าง ลมยางมากเกินไปหรือกำลังดี , ผิวทางแห้ง ไร้ฝุ่น ไร้น้ำหรือไม่
สิ่งที่คุณต้องฝึกก็คือ คุณจะบริหารช่วง B ยังไง บีบเบรคให้รถชะลอความเร็วโดยที่ล้อไม่ลอค ( คือไม่ให้มันเลยไปช่วง C ) บีบเบรคไม่นานเกินไปจนขอบล้อร้อนจัดเกิดความเสียหาย ถึงบอกไงว่าดิสเบรคมันดีกว่าตรงนี้แหละ ตรงที่ช่วงBมันยาวนาน มีช่วงออกแรงได้กว้างกว่า
ตรงนี้แหละที่คุณจะต้องเข้าใจความจริงจากข้อ 2. ที่กล่าวไว้ข้างต้น เพราะ ถ้าคุณไม่ทำอะไรเลย น้ำหนักที่ตกลงที่ล้อหน้าเป็นส่วนใหญ่จะทำให้เบรคหลังมีประโยชน์น้อยลง แต่การที่ผลักภาระไปที่เบรคหน้าเสียเป็นส่วนใหญ่ก็เท่ากับเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายกับขอบล้อด้านหน้า
"การถ่ายน้ำหนัก" จึงเป็นสิ่งที่ต้องหัดกันให้เป็นครับ สำหรับคนที่โตมาจากการขี่ MTB ในป่า ในเขา ขึ้นเขาลงห้วยกันเป็นเรื่องปกติ การถ่ายน้ำหนักเป็นเรื่องสามัญมากๆสำหรับคนกลุ่มนี้ แต่หลายๆคนที่ถามหา"ทักษะในการใช้เบรค" ก็คาดเดาไว้ก่อนเลยว่า ไม่น่าจะผ่านหลักสูตรเสือภูเขามาก่อนอย่างแน่นอน
การถ่ายน้ำหนักนั้น ทำได้ทุกทิศทาง เพราะน้ำหนักของคนมากกว่าจักรยาน การย้ายจุดตกของน้ำหนักจึงมีผลต่อการบังคับควบคุมจักรยานอย่างมาก การถ่ายน้ำหนักคนปั่นไปด้านหลังก็จะช่วยเพิ่มน้ำหนักที่กดลงบนล้อหลังได้มากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรคของล้อหลังได้มากขึ้นตามไปด้วย
ต้องรู้อย่างหนึ่งว่า คุณสามารถบีบเบรคให้ล้อหลังลอคตายได้ง่ายกว่าเบรคหน้า ยิ่งลงเขา เบรคหลังยิ่งมีโอกาสลอคตายได้ง่ายขึ้น การถ่ายน้ำหนักไปด้านหลังจึงช่วยเพิ่มzone B ให้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม
แต่ก็นั่นแหละในการปั่นจริงๆแล้วมันก็จะอีกเรื่องหนึ่ง ต้องปฏิบัติแล้วจะเห็นเองแหละว่ามันใช้งานแตกต่างกันอย่างไร ก่อนจะเอาตัวเองไปเสี่ยงกับขุนเขาในตำนานอย่างดอยอินทนนท์ที่ไหลงลงได้อย่างยาวและเร็วสุดๆนั้น ก็น่าจะไปสร้างเสริมประสพการณ์การใช้เบรคกับทางที่ไม่โหดนัก เช่น ปั่นขึ้นเขาใหญ่จากด่านปราจีน ไป ที่ทำการก่อน ขาลงช่วงแรกๆจะยังไม่ชันมากนัก และจะไม่ได้ต่อเนื่องยาว การเรียนรู้การใช้เบรคในช่วงนี้จะช่วยให้เข้าใจและมั่นใจมากขึ้น พอเลยครึ่งทางไปใกล้สู่น้ำตกเหวนรก ทางจะชันขึ้น ทักษะที่เรียนรู้ในช่วงแรกก็จะเอามาใช้ได้ในเวลาต่อมา ชำนาญแล้วงวดหน้าขึ้นใหม่แล้วลงปากช่อง ตรงนี้แหละจะได้งัดเอาทักษะที่พัฒนาแล้วมา ทดสอบว่าเข้าใจดีขึ้นกว่าเดิมแค่ไหน