มีสายลมแสงแดด กับวันที่สดใส ปล่อยหัวใจ ไปตามทางที่ทอดยาว
ทุ่งหญ้าและภูเขา ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ มีจักรยานคู่ใจปั่นไปด้วยตัวเอง














โห.....?รถถังดำ เขียน:วันที 4 เราเดินทางจากเขากระโจม ถึง วัดถ้ำเสือดาว
ออกเดินทางจากบ้านพักอิงใจที่ตั้งอยู่ตรงทางขึ้นเขากระโจมพร้อมกับคำอวยพรจากพ่อค้าแม่ขายอย่างอิ่มสุขอิ่มท้องที่ให้สถานที่พักหลับเต็มตื่นพร้อมกับเช้าอีกวันกับการการเดินทางบนหลวงชนบท 3144 และ 3512 เส้นทางวิ่งตรงมาเรื่อยๆ ตามเส้นทางขดเคี้ยวขึ้นๆลงๆตามภูมิประเทศอากาศร้อนเย็นสลับกับเงาไม้ได้อย่างดี
(ขอควรระวังของเส้นทางเขากระโจมคือลงเนินยาวๆจะเจอโค้งที่มีหลุม บ่อ ขนาดใหญ่พอที่จะทำให้เสียหลักแขนขาหักได้เลยที่เดียวครับ)
เราลัดเลาะตามสายธารแควน้อยที่ไหลเป็นเพื่อนตลอดเส้นทางชมความงามของป่าเขาผ่านหมู่บ้านควาญช้างที่พาสมาชิกของครอบครัวมาหากินอาหาร ทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็ก ปั่นไปได้สะพักเราก็เห็นเจ้าหน้าที่ถือปืนยิงยาสลบและรถลาตระเวนอยู่อีกฝังปั่นไปถามดูว่ามีไรครับพี่??? พี่ตอบกับมาว่ามีช้างหลุดมาเชือกหนึ่ง!!! เท่านั้นล่ะใจก็เต็นขึ้นมาทันที่ว่าจะหลุดมาเหยียบเราเปล่านี้![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
เมื่อผ่านเส้นทางที่ช้างหากินมาได้ก็จะเจอสะพานยางโทนพอที่จะพักขาพักใจที่ตื่นเต้นมาได้อย่างสงบ โห่ ฮิ้วววววววผ่านช้างมาได้แล้ว
ตามเส้นทางได้สะพักเสียงท้องก็ร้องจ๊อกๆอีกครั้ง โชคดีที่เจอร้านอาหารตามสั่งที่ตั้งอยู่ข้างถนนแสงชูโต พร้อมกับถามเจ้าของร้านว่าพอมีวัดไหนให้เราได้อาศัยบ้าง แม่ค้าเสียงแจ๋วกับพ่อค้าเสียงทุ้มก็ตอบพร้อมว่า วัดถ้ำเสือดาว หลวงพ่อใจดีใครไปใครมาเข้าพักได้แสดงว่าเรามีที่พักชั่วคืนนี้ตามที่คิด
ทานข้าวเสร็จถามทางวัดไปทางไหนเรียบร้อยเดินทางต่อวัดถ้ำเสือดาว ปั่นออกมาได้สะพักก็จะเจอป้ายวัด เจอเณรซนกำลังปั่นจักรยานเล่นมีหลวงพี่ค่อยมองอยู่ห่างๆ ติดต่อขออาศัยกับหลวงพี่บังเอิญเป็นหลวงพี่ที่เคยมาจำวัดที่หัวหินที่พี่จ๊ะเอ๋เรารู้จัก สบายเลย![]()
หลวงพี่ก็พาไปดูที่หลับที่นอนเดียวจะบอกหลวงพ่อให้...





