@@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: @@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

โพสต์ โดย patlung »

รูปภาพ

selfeeแบบวัยรุ่นที่หน้าด่านอีกครั้งก่อนเข้าลาวครับ ฮา :roll:
ขอบคุณพี่สอพินยาและคณะ ตามไปส่งถึงเมืองแก่นท้าว
ที่ทำการด่านพรมแดนบ้านนากระเซ็งแห่งใหม่ ด่านศุลกากรท่าลี่ สะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย-ลาว บ้านนากระเซ็ง ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จ.เลย
สำหรับที่ทำการด่านพรมแดนบ้านนากระเซ็งก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน 2556 งบประมาณ 91 ล้านบาท มีอาคารแยกชัดเจนระหว่างการขนส่งสินค้ากับประชาชนผ่านแดนทั่วไป ซึ่งอำนวยความสะดวกขั้นตอนผ่านแดน ทั้งด้านธุรกิจการค้า และการท่องเที่ยวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งสะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย-ลาว ที่สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2547 ช่วยให้การคมนาคมสะดวกขึ้นมาก สามารถเดินทางถึงหลวงพระบางโดยผ่านแขวงไชยะบุรี ระยะทางเพียง 343 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางสั้นที่สุดและไม่สูงชัน ใช้เวลาเดินทางเพียง 6 ชั่วโมง และสามารถเชื่อมโยงสู่พรมแดนประเทศจีนเพียง 267 กิโลเมตร
หลังจากเรามาถึงท่าลี่เมื่อเวลาใกล้ๆสิบเอ็ดโมง พี่สอพินยาและคณะก็พาพวกเราไปเลี้ยงข้าวเที่ยงก่อนที่ร้านอาหารใกล้ๆแก่งโตน ที่อาหารป่ารสชาดอร่อยบรรยากาศดี หลังจากนั้นราวสิบเอ็ดโมงครึ่งก็เข้าด่านไทยบ้านนากระเซ็ง กรอกเอกสารและตรวจสอบตม.อยู่ครึ่งชั่วโมงก็ปั่นจักรยานข้ามสะพานแม่น้ำเหืองเข้าฝั่งลาว
ตม.ฝั่งลาวก็ไม่ช้าแค่ครึ่งชั่วโมงกรอกเอกสารผ่านแดนและตรวจคนเข้าเมืองเราก็เสร็จเรีบยร้อย อาศัยที่ว่าพี่สอพินยาเข้าไปด้วยช่วยเจรจาส่งภาษาอำนวยความสะดวกให้เรียบร้อย
ซึ่งตรงข้ามกับที่ได้ยินมาก่อนหน้าว่าถ้าจักรยานเข้าไปเป็นกลุ่มจะไม่ได้รับความสะดวก อาจจะต้องแยกทะยอยกันเข้าไปไม่ให้รู้ว่าเข้าไปด้วยกัน อันอาจเนื่องด้วยเหตุผลเรื่องระเบียบเรื่องการท่องเที่ยวเป็นกลุ่มที่จะต้องมีไกด์นำหรืออะไรก็ไม่แน่ใจ

เสร็จจากด่านก็แวะเข้าร้านค้าที่มีสินค้าปลอดภาษีด้วย เลยมานิดนึงซ้ายมือ เพื่อซื้อซิมโทรศัพท์ของลาว จะได้ไม่พลาดการติดต่อสื่อสาร ซื้อซิมและเติมเงินคนละสองร้อย แต่เสียเวลานานนิดนึงเนื่องจากแม่ค้าน่ารัก เฮ๊ย ไม่ใช่ เนื่องจากต้องรอน้องเค้าต้องลงทะเบียนซิมลาวให้เราทุกคน กว่าจะเสร์จก็ปาเข้าไปบ่ายสอง
แก้ไขล่าสุดโดย patlung เมื่อ 10 พ.ย. 2014, 12:41, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: @@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

โพสต์ โดย patlung »

เสือหงอย เขียน:ตามไปดู
แค่ทริปเด็กๆครับพี่เสือหงอย ไม่ทัวริ่งเต็มรูปแบบแบบของพี่เสือหงอย ทัวร์แบบฟรุ้งฟริ้งนิดนึง :D
หมออ่วม เขียน:มาแอบดู อีตาฝรั่งหน้าตาคุ้น ๆ
เห็นเคราขาวๆเด็กนึกว่าฝาหรั่ง ส่งเสียงเฮลโลสลับกับสะบายดีตลอดทางเลยครับลุงผู้พัน :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: @@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

โพสต์ โดย patlung »

ลาวอาจจะไม่ใช่ประสบการณ์ใหม่สำหรับผม เมื่อเก้าปีที่แล้วก็เคยขับรถเข้าไปเที่ยวเส้นเวียงจันทน์-วังเวียง-ภูคูณ-เชียงขวาง(โพนสะหวัน)-หลวงพระบาง แล้วสามสี่ปีที่แล้วก็เคยใช้เป็นทางปั่นผ่านทางห้วยทรายถึงสิบสองปันนาไปทะลุออกเวียตนาม แต่การมาครั้งนี้รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะเป็นการเข้าไปเองไม่ได้อาศัยไปกับคณะผู้จัด ที่มีคนจัดการไว้ให้แล้วเสร็จไม่ต้องยุ่งยากอะไร ผู้ร่วมคณะเดินทางก็เป็นเพื่อนในกลุ่มที่มีความคุ้นเคยกันอยู่แล้ว มีรสนิยมการเที่ยวที่เหมือนกัน แผนการเดินทางก็แค่กำหนดคร่าวๆก่อนออกเดินทางเพียงหนึ่งอาทิตย์ แต่ทุกคนก็ยินดีที่จะไปผจญเหตุการณ์เอาเบื้องหน้า

การเดินทางครั้งนี้เราวางแผนเข้าทางด่านท่าลี่ ผ่านปากลาย ไชยะบุรี เข้าหลวงพระบาง หยุดเที่ยวหลวงพระบาง๒คืน แล้วจะนั่งเรือต่อไปขึ้นที่ท่าช่วง เพื่อปั่นต่อไปเข้าชายแดนไทยที่ห้วยโก๋นและปั่นเข้าน่าน แต่เป็นความเข้าใจผิดของผมเรื่องท่าช่วงซึ่งที่จริงถ้าขึ้นเรือที่นี่เราจะต้องปั่นต่อเข้าหงสาก่อนเข้าห้วยโก๋นอีกที ซึ่งอันนี้ทำให้เราพลาดกำหนดการ ต้องนอนในเรือและนั่งเรือต่อไปปากแบ่งและปากห้วยแคนในวันรุ่งขึ้นอีกร่วมสามชั่วโมง อีกทั้งเส้นทางที่วางไว้ก็เป็นระยะที่ไกลเกินไปของรถที่บรรทุกสัมภาระฟูลโหลด ทำให้ลำบากมืดค่ำกันไป
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: @@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

โพสต์ โดย patlung »

การเดินทางช่วงเข้าจากด่านไปยังเมืองปากลายประมาณ๖๐กว่ากิโล จากความเหนื่อยล้าและความร้อนของอากาศยามบ่ายทำให้แทบไม่ได้หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายเลย เสียดายมากๆ
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: @@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

โพสต์ โดย patlung »

รูปภาพ
ถึงร้านอาหารแคมของที่ปากลาย
รูปภาพ
พี่เดอยากสัมผัสรสชาดเบียร์ลาวมาหลายเพลา พอไปถึงร้านอาหารแคมของที่ปากลายก็รีบสั่งเป็นอย่างแรกเลย :lol:
รูปภาพ
เบยลาวโกลด์
รูปภาพ

รูปภาพ
ที่พักคืนนี้ คืนละสามร้อยห้าสิบบาท/2คน
รูปภาพ

รูปภาพ
ร้านอาหารแคมของบรรยากาศริมโขง แต่เราไปถึงค่ำมากแล้วมองไม่เห็นอะไรเลย

เราปั่นมาถึงเมืองปากลายเอาเมื่อค่ำมืดแล้ว เส้นทางยามเย็นถึงหัวค่ำค่อนข้างมีรถเยอะปั่นยาก โดยเฉพาะรถบรรทุกปูนคันใหญ่ๆมีเยอะมาก ได้ยินว่าบรรทุกปูนจากสระบุรีไปสร้างเขื่อนไชยะบุรีวันละร้อยเที่ยว
มาถึงที่พักและร้านอาหารแคมของที่พี่สอพินยาแนะนำมาเอาเมื่อใกล้สองทุ่มแล้ว
แก้ไขล่าสุดโดย patlung เมื่อ 10 พ.ย. 2014, 12:52, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: @@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

โพสต์ โดย patlung »

รูปภาพ
เช้าแล้วหน้าที่พักตรงข้ามร้านอาหารซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกัน
รูปภาพ
ร้านอาหารยังปิด
รูปภาพ
เตรียมรถ
รูปภาพ
พร้อม
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
เช้าแล้ว เตรียมตัวออกเดืนทาง ตีห้ากว่าแต่ก็ยังช้าไปเพราะวันนี้ทางไกลมาก
แก้ไขล่าสุดโดย patlung เมื่อ 10 พ.ย. 2014, 12:57, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: @@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

โพสต์ โดย patlung »

ใส่บาตรทำบุญเอาฤกษ์เอาชัยกันก่อนออกเดินทาง
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
เอ้า! ฮึบบบบ ฟูลโหลดเป็นบ้าหอบฟางวันนี้จะไปไหวมั๊ย 154กิโลถึงไชยะบุรี :roll:
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: @@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

โพสต์ โดย patlung »

รูปภาพ
ให้ดูที่ตั้งเมืองปากลาย จะเห็นว่าอยู่ห่างจากชายแดนไทยภูดู่ด้านอุตรดิตถ์เพียงแค่38กิโล
A=ด่านภูดู่
B=เมืองปากลาย
จุดผ่านแดนถาวรภูดู่ (Phu Doo International Point Of Entry ) หรือด่านภูดู่ จุดผ่านแดนถาวรไทย-ลาวแห่งที่ 2 ของประเทศไทยที่เชื่อมต่อกับ แขวงไชยบุรี ประเทศลาว ตั้งอยู่ที่ บ้านภูดู่ หมู่ที่ 2 ตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ฝั่งตรงข้ามติดต่อกับด่านสากลผาแก้ว บ้านผาแก้ว เมืองปากลาย แขวงไชยบุรี ประเทศลาว เดิมมีฐานะเป็นเพียงจุดผ่อนปรนชั่วคราวซึ่งเปิดในวันศุกร์และวันเสาร์ แต่ปัจจุบันทางคณะรัฐมนตรีได้ยกระดับช่องภูดู่ให้เป็นจุดผ่อนปรนถาวรช่องภูดู่ อุตรดิตถ์จึงเป็นเส้นผ่านทางอีกแห่งในอินโดจีนของกลุ่มจังหวัดอินโดจีน วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 กระทรวงมหาดไทยประกาศยกระดับขึ้นเป็นจุดผ่านแดนถาวรภูดู่

ด่านภูดู่ในอดีต คือ เส้นทางคมนาคมระหว่างกรุงสุโขทัย กับอาณาจักรล้านช้าง โดยการเดินทางได้ปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ที่มีตัวอักษรจารึกไว้ว่า "การเดินทางไปยังอาณาจักรล้านช้างต้องใช้เมืองสวางคบุรีเป็นทางผ่านในการขนส่งสินค้าจากกรุงสุโขทัยไปยังล้านช้าง" ซึ่งจากคำจารึกนี้ สามารถบอกได้ว่าอุตรดิตถ์นั้นเดิมเป็นทางเดินผ่านจากกรุงสุโขทัยไปยังล้านช้าง เมืองสวางคบุรีที่กล่าวถึง คือ เมืองเมืองหนึ่งที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ มีหลักฐานบางอย่างกล่าวว่าเป็นเมืองลูกหลวงของอาณาจักรสุโขทัย แต่ในหนังสือประวัติศาสตร์จะไม่ปรากฏชื่อเมืองสวางคบุรีเป็นเมืองลูกหลวง ในเชิงวิชาการสามารถอธิบายได้ว่า อุตรดิตถ์เป็นเมืองผ่านที่สำคัญในสมัยกรุงสุโขทัย เพราะการเดินไปยังลาวต้องใช้เส้นทางนี้ผ่านไปยังล้านช้าง

ปัจจุบันภูดู่อยู่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นด่านการค้าชายแดนไทย-ลาว จากอุตรดิตถ์ไปยังแขวงไชยบุรี ที่จะทำให้ระยะทางการเดินทาง และการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปกรุงเวียงจันทน์ และเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาวที่สั้นที่สุดของภาคเหนือ



รูปภาพ
สภาพเมืองเมืองปากลาย กระจุกตัวอยู่สองข้างทาง โดยมีถนนเส้นในเลียบริมโขงอีกเส้น
รูปภาพ
เฮือนพัก โรงแรม ร้านอาหาร ส่วนใหญ่ก็คงตั้งอยู่ริมโขง นี่คือที่พักและร้านอาหารที่เราไปใช้บริการ เจ้าของชื่อพี่แม้ว อาหารรสชาดใช้ได้
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: @@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

โพสต์ โดย patlung »

เพื่อให้การเที่ยวลาวมีสีสัน มีรสชาดมากขึ้นผมขอนำเกร็ดประวัติศาสตร์ที่ได้คัดลอกบางส่วนมาจากหนังสือ"ขับรถเที่ยวลาว"โดย โอฬาร สุขเกษม ซึ่งไปขับรถเที่ยวลาวเมื่อปี๔๕ ผ่านเส้นทางนี้ และได้บันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับไทยและลาวไว้น่าสนใจดังนี้ครับ
เมืองปากลายแห่งนี้บรรดานักศึกษาไทยยุคหลัง๖ตุลาที่เข้าป่าแสวงหาความหมายรู้จักกันดี ฟังว่าเป็นที่พักพิงแหล่งหนึ่งของเขาเหล่านั้น หรือบ้างใช้เป็นทางผ่าน ซึ่งหากใครอ่านประวัติศาสตร์ไทยมามากเล่มหน่อยก็พอจะคุ้นหูเมืองนี้อยู่บ้าง เพราะแผ่นดินลาวอยู่ในเขตพระราชอำนาจกษัตริย์ไทยถึงสามยุคสามสมัย คือสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เขตพระราชอำนาจสูงสุดไปถึงเมืองแถงหรือเดียนเบียนฟูในเวียตนามปัจจุบัน สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทั้งเมืองแถงและขยายไปด้านตะวันตกเฉียงเหนือ เลยเมืองเชียงรุ้ง สิบสองปันนาไปจนถึงเมืองแสนหวีแผ่นดินของชาวไทยใหญ่ ส่วนสมัยรัตนโกสินทร์ก็พอๆกับสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สมัยรัชกาลี่๕มีใบบอกจากเมืองหลวงพระบางว่ามีทัพฮ่อยกมาย่ำยีเมืองหัวพันทั้งห้าทั้งหก ซึ่งปัจจุบันอยู่ใน สปป.ลาวเรียกว่าแขวงหัวพัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจัดทหารบกในกรุงเทพฯเป็น๒ทัพ ทัพหนึ่งมีนายพันเอกกรมหมื่อนประจักษ์ศิลปาคม เป็นผู้บังคับการกรมทหารรักษาวังเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ยกไปปราบฮ่อที่แขวงเมืองพวน หรือแขวงเชียงขวางในปัจจุบัน ให้พันเอกจมื่นไวยวรนาถผู้บังคับการกราทหารหน้าเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายเหนือ ยกไปปราบฮ่อในแขวงเมืองหัวพันทั้งห้าทั้งหก
ทัพเหนือเดินทัพเป็นสามทาง
ทางที่๑ เป็นกองทัพใหญ่ยกจากเมืองพิชัยผ่านเมืองฝากเมืองท่าแฝกเข้าเขตเมืองนานในลาวและบ้านนาแลก่อนเข้าสู่หลวงพระบาง
ทางที่๒ ให้พระศรีพิชัยสงครามปลัดซ้ายกรมการเมืองพิชัยกับนายทหารกรุงเทพฯไปทางเมืองน้ำปาด ตรงไปตำบลปากลายลงบรรทุกเรือขึ้นไปทางลำน้ำโขงขึ้นบกที่หลวงพระบาง
ทางที่๓ เมื่อกองทัพใหญ่ยกไปถึงเมืองน่านแล้ว จะแต่งให้พระพลสงครามเมืองสวรรคโลกกับนายทหารปืนใหญ่ คุมปืนใหญ่และกระสุนดินดำแยกทางำปท่านุ่นริมแม่น้ำโขง จัดลงบรรทุกเรือส่งไปยังหลวงพระบาง
มีข้อสังเกตุว่าการเดินทัพคราวนั้น จมื่นไวยวรนารถใช้เวลาเดินทัพจากจังหวัดน่าน ข้ามห้วยธารและเทือกเขาสูงสู่เมืองไชยะบุรีกินเวลาถึง๑๐วันเลยทีเดียว
เมืองปากลายสมัยรัชกาลที่๕มีอยู่ราว๑๐๐หลังคาเรือน บ้านปากลายมีความสำคัญเพราะเป็นทางผ่าน ซึ่งสมัยนั้นนิยมล่องเรือจากหลวงพระบางลงมา แม้จะมีแก่งหินมากมายก็ตาม เวลามีเจ้านายใหญ่จากกรุงเทพฯไปราชการที่เมืองหลวงพระบาง หลวงพระบางก็จะส่งแขกกลับถึงเมืองปากลายก่อนจะเดินทางคืนเมือง ส่วนแขกจะเดินทางสู่เมืองพิชัยขึ้นกับจังหวัดอุตรดิษถ์ปัจจุบัน เพื่อล่องเรือกลับกรุงเทพฯ แม้กระทั่งเมื่อยามเมืองหลวงพระบางเข้าขั้นคับขัน เจ้านายใหญ่จะมาปักหลักหลบภัยที่นี่ และเท่าที่มีบันทึกอยู่พบว่า การล่องเรือจากหลวงพระบางมายังปากลายใช้เวลา๓คืน
เมืองนี้สมัยพล.ต.ป.พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี(ยศขณะนั้น) เคยเป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ คือเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ไทยกับฝรั่งเศสได้ทำพิธีรับมอบดินแดนจากฝรั่งเศส ณ เมืองปากลาย โดยพลเอกหลวงสุทธิสาวรรณากรเป็นประธานในพิธีรับมอบ และดินแดนที่ได้รับคืนมาในครั้งนั้นได้จัดตั้งเป็นจังหวัดล้านช้างของไทย และแบ่งออกเป็น ๒ อำเภอคือ อำเภออดุลยเดชจรัส(ปากลาย) และอำเภอหาญสงคราม(สมาบุรี)
ก่อนที่จะได้ดินแดนบริเวณนี้คืนมา ไทยต้องจัดทัพออกรบ โดย ร.พัน๓๐จากลำปางเข้ายึดบ้านห้วยทรายซึ่งอยู่ตรงข้ามกัยอำเภอเชียงของ ร.พัน๒๑ จากเชียงใหม่เข้ายึดลำน้ำโขงที่ท่าเดื่อในแขวงไชยะบุรีปัจจุบัน โดยเคลื่อนพลผ่านจังหวัดน่าน และ ร.พัน๒๘ จากจังหวัดอุตรดิตถ์ได้เคลื่อนที่เข้ายึดปากลาย
การยึดพื้นที่แคว้นปากลายไม่ใช่เฉพาะทหารเท่านั้นที่สร้างวีรกรรม ตำรวจก็มีส่วนร่วมอย่างมากและเป็นแนวหน้าเสียด้วยซ้ำ คือ เข้ายึดบ้านบ่อแตน บ้านแก่นท้าว แคว้นเมืองปากลายสมัยนั้น
ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๔๘๔ ผู้บังคับตำรวจสนามสั่งผู้บังคับกองตำรวจสนามประจำจังหวัดเลย โดยให้จัดกำลังนายตำรวจสัญญาบัตร๒นาย นายสิบ๕นาย พลตำรวจ๖๐นาย มีอาวุธและกระสุนประจำตัวพร้อมชุมพลที่ริมฝั่งน้ำเหืองตรงข้ามบ้านแก่นท้าว เตรียมการยึดบ้านแก่นท้าว ในแคว้นปากลายของอินโดจีนฝรั่งเศสอีกหน่วยหนึ่ง
พร้อมกันนี้ได้สั่งให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรเขต๓ ส่งกำลังตำรวจจากอุดรธานีและหนองคายพร้อมอาวุธและกระสุน เพิ่มกำลังรักษาความสงบในท้องถิ่นเลยเป็นจำนวน๑๑๑คน และสั่งให้ผู้บังคับการกองตำรวจสนามประจำจังหวัดหนองคายส่งปืนกลหนัก๒กระบอก พร้อมพลประจำปืน ไปสมทบกัยตำรวจสนามที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เพื่อทำหน้าที่ต้านทานข้าศึกที่อาจจะบุกรุกเข้ามาทางด้านอำเภอเชียงคาน และให้รบกวนการลำเลียงของข้าศึกตามลำแม่น้ำโขงด้วย
ครั้นวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๔๘๔ ผู้บังคับกองตำรวจสนามจังหวัดเลย ได้สั่งให้นำกำลังตำรวจที่บ้านปากหมานเข้ายึดบ้านบ่อแตน และอีกกองกำลังเข้ายึดบ้านแก่นท้าว การเข้ายึดครั้งนี้มีกองกำลังทหารจากจังหวัดหนองคายเข้าร่วมด้วย และวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ กองกำลังตำรวจสามารถยึดบ้านบ่อแตนและบ้านแก่นท้าวได้สำเร็จ
อย่างไรก็ดี ดินแดนเหล่านี้ไทยมอบคืนให้ฝรั่งเศสไปหลังจากได้มาขึ้นกับราชอาณาจักรไทยเพียง ๕ ปี ๙ เดือน กับ ๑๕ ว้นเท่านั้น เพราะถูกอิทธิพลการเมืองภายนอกบีบ กอรปกับความอ่อนแอของไทยเอง หากจะว่ากันโดยละเอียดในเรื่องนี้เรื่องมีว่า หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่๒ไปแล้ว ไทยได้สมัครเข้าไปเป็นสมาชิกสหประชาชาติ ฝรั่งเศสซึ่งเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจขององค์การดังกล่าวได้ขอดินแดนเหล่านี้คืน โดยมีสหรัฐฯและอังกฤษให้การสนับสนุน ทำให้ไทยจำต้องคืนดินแดนเหล่านี้ไปตามสัญญาที่ทำขึ้นในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๙
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: @@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

โพสต์ โดย patlung »

พลเอกหลวงสุทธิสารรณกรเล่าถึงการรบในสงครามอีนโดจีนไว้ตอนหนึ่งว่า.....
"ชั้นต้นในการรบกองพลพายัพได้รับหน้าที่ให้ทำการเข้ายึดหลวงพระบาง ปากลาย สมาบุรีถึงเมืองเงินและยึดพื้นที่ฝั่งซ้ายไว้ทั้งหมด พอเสร็จการรบในขั้นต้น ผมก็ได้รับมอบหมายให้เป็นคณะทูตไปรับมอบดินแดน"
เท่าที่ค้นพบในเอกสารพบว่า เมื่อ ร.พัน ๓๐ ยึดลำน้ำโขงได้สำเร็จ ก็เท่ากับว่าไทยได้หลวงพระบางฝั่งขวาคืนมา เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ และการรบครั้งนั้นนับว่ากองทัพพายัพเป็นกองพลที่สามารถยึดพื้นที่ได้มากที่สุดจาก ๑๓กองพลที่ดำเนินการ

ย้อนไปก่อนหน้านั้น ไทยเสียดินแดนให้ฝรั่งเศสไป ๕ ครั้ง รวมเนื้อที่ ๔๖๗,๕๐๐ ตารางกิโลเมตร
ครั้งที่ ๑ ใน พ.ศ. ๒๔๑๐ เราเสียเนื้อที่ส่วนใหญ่ของเขมรและเกาะ ๖ เกาะ
ครั้งที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๔๑๑ เราเสียแคว้นสิบสองจุไท คือ เมืองแถงและเมืองใกล้เคียง
ครั้งที่ ๓ ใน พ.ศ. ๒๔๓๖(ร.ศ.๑๑๒) เราเสียฝั่งซ้านแม่น้ำโขง(ยึดหลักหันหน้าสู่ปากแม่น้ำ)
ครั้งที่ ๔ ใน พ.ศ. ๒๔๔๖ เราเสียฝั่งขวาแม่น้ำโขงตรงข้ามหลวงพระบาง และตรงข้ามปากเซขึ้นอยู่กับแขวงจำปาศักดิ์
ครั้งที่ ๕ ใน พ.ศ. ๒๔๔๙ เราเสียจังหวัดพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ
พื้นที่ๆเสียไปพอๆกับที่ไทยมีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีเนื้อที่ ๕๑๓,๑๑๕ ตารางกิโลเมตร และที่ไทยกับฝรั่งเศสเปิดศึกอินโดจีนกันขึ้นเพราะคนไทยไม่อาจลืมการเสียดินแดนให้กับฝรั่งเศสด้วยการข่มขู่คุกคามด้วยอาวุธสมัย ร.ศ.๑๑๒ (พ.ศ.๒๔๓๖)ได้นั่นเอง และเมื่อฝรั่งเศสกำลังอ่อนแอในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ นิสิตนักศึกษา ประชาชน จึงเดินขบวนเรียกร้องดินแดนคืน รัฐบาลก็ให้การหนุนหลัง ซึ่งการเดินขบวนของนักศึกษาครั้งนี้ถือเป็นปฐมบทของการเคลื่อนไหวของนิสิตนักศึกษาไทยเลยทีเดียว
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: @@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

โพสต์ โดย patlung »

เรื่องประวัติศาสตร์ความจริงเป็นประเด็นที่ไม่ควรจะพูดถึง โดยเฉพาะกับเพื่อนชาวลาว ที่เป็นอย่างนี้เพราะคนไทยได้สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับแผ่นดินลาวมาหลายยุคหลายสมัย ทำให้เค้าอาจจะไม่ค่อยชอบหรือไว้ใจเรานัก
แต่ที่ผมยกขึ้นมาอ้างอิงก็เพราะว่าเป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งที่น่าจะรู้ไว้เนื่องจากเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่ผ่านไป และมีความเกี่ยวข้องกับคนไทยในช่วงหนึ่งของความเปลี่ยนแปลง
:idea:
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: @@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

โพสต์ โดย patlung »

ไปต่อดีกว่าครับ
เราออกกันแต่เช้าเพราะต้องทำเวลา เนื่องจากวันนี้ระยะทางไปไชยะบุรีไกลถึง 154กิโล แถมยังไม่แน่ใจว่าทางข้างหน้าจะเจอเนิน เขา มากมายแค่ไหน จากคำบอกเล่าว่าไม่มาก แต่...
พี่สอพินยาแนะนำว่าให้เราออกตีสี่ แต่เราทำได้แค่ออกประมาณเกือบหกโมงเช้าก็ดูเหมือนเช้ามากแล้ว ก็ออกไปเลยไม่ได้ปั่นดูเมืองปากลาย กะว่าไปหากินเอาข้างหน้ากลัวค่ำ
รูปภาพ

รูปภาพ
ถนนย่านกลางเมืองปากลาย เมืองที่ค่อนข้างสงบเงียบ
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
ผ่านโค้งทางแยกมาแล้ว เริ่มขึ้นเนิน
แก้ไขล่าสุดโดย patlung เมื่อ 11 พ.ย. 2014, 12:50, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: @@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

โพสต์ โดย patlung »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
ชาวลาวยังเคร่งในศาสนา มีชีวิตที่สงบ เรียบ ง่าย ดูแล้วน่าอยู่อย่างมีความสุข
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: @@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

โพสต์ โดย patlung »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
เส้นทางช่วงออกจากเมืองเลียบแม่น้ำโขงสวยมาก แต่เสียดายจังไม่ได้จอดถ่ายรูปเลยได้แต้ปั่นไปถ่ายไป ก็เพราะเร่งทำเวลานั่นเองทำให้เสียโอกาส
รูปประจำตัวสมาชิก
patlung
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9896
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2008, 21:58
Tel: -
team: บ้านฟ้าปิยรมย์
Bike: Cannondale F500,Surly Disc Trucker
ตำแหน่ง: บ้านฟ้าปิยรมย์
ติดต่อ:

Re: @@@ສະບາຍດີຫລວງພະບາງ ຫນຸ່ມ​ບ້ານຟ້າຕາມຫາຈໍາປາເມືອງລາວ@@@

โพสต์ โดย patlung »

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ชาวบ้านก็เริ่มออกไปทำมาหากิน เด็กๆก็เริ่มออกไปโรงเรียน พร้อมกับยิ้มและคำทักทายสะบายดีหรือเฮลโล่ตลอดทาง เป็นอะไรที่มีความสุขมากครับ
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”