
selfeeแบบวัยรุ่นที่หน้าด่านอีกครั้งก่อนเข้าลาวครับ ฮา
ขอบคุณพี่สอพินยาและคณะ ตามไปส่งถึงเมืองแก่นท้าว
หลังจากเรามาถึงท่าลี่เมื่อเวลาใกล้ๆสิบเอ็ดโมง พี่สอพินยาและคณะก็พาพวกเราไปเลี้ยงข้าวเที่ยงก่อนที่ร้านอาหารใกล้ๆแก่งโตน ที่อาหารป่ารสชาดอร่อยบรรยากาศดี หลังจากนั้นราวสิบเอ็ดโมงครึ่งก็เข้าด่านไทยบ้านนากระเซ็ง กรอกเอกสารและตรวจสอบตม.อยู่ครึ่งชั่วโมงก็ปั่นจักรยานข้ามสะพานแม่น้ำเหืองเข้าฝั่งลาวที่ทำการด่านพรมแดนบ้านนากระเซ็งแห่งใหม่ ด่านศุลกากรท่าลี่ สะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย-ลาว บ้านนากระเซ็ง ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จ.เลย
สำหรับที่ทำการด่านพรมแดนบ้านนากระเซ็งก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน 2556 งบประมาณ 91 ล้านบาท มีอาคารแยกชัดเจนระหว่างการขนส่งสินค้ากับประชาชนผ่านแดนทั่วไป ซึ่งอำนวยความสะดวกขั้นตอนผ่านแดน ทั้งด้านธุรกิจการค้า และการท่องเที่ยวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งสะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย-ลาว ที่สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2547 ช่วยให้การคมนาคมสะดวกขึ้นมาก สามารถเดินทางถึงหลวงพระบางโดยผ่านแขวงไชยะบุรี ระยะทางเพียง 343 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางสั้นที่สุดและไม่สูงชัน ใช้เวลาเดินทางเพียง 6 ชั่วโมง และสามารถเชื่อมโยงสู่พรมแดนประเทศจีนเพียง 267 กิโลเมตร
ตม.ฝั่งลาวก็ไม่ช้าแค่ครึ่งชั่วโมงกรอกเอกสารผ่านแดนและตรวจคนเข้าเมืองเราก็เสร็จเรีบยร้อย อาศัยที่ว่าพี่สอพินยาเข้าไปด้วยช่วยเจรจาส่งภาษาอำนวยความสะดวกให้เรียบร้อย
ซึ่งตรงข้ามกับที่ได้ยินมาก่อนหน้าว่าถ้าจักรยานเข้าไปเป็นกลุ่มจะไม่ได้รับความสะดวก อาจจะต้องแยกทะยอยกันเข้าไปไม่ให้รู้ว่าเข้าไปด้วยกัน อันอาจเนื่องด้วยเหตุผลเรื่องระเบียบเรื่องการท่องเที่ยวเป็นกลุ่มที่จะต้องมีไกด์นำหรืออะไรก็ไม่แน่ใจ
เสร็จจากด่านก็แวะเข้าร้านค้าที่มีสินค้าปลอดภาษีด้วย เลยมานิดนึงซ้ายมือ เพื่อซื้อซิมโทรศัพท์ของลาว จะได้ไม่พลาดการติดต่อสื่อสาร ซื้อซิมและเติมเงินคนละสองร้อย แต่เสียเวลานานนิดนึงเนื่องจากแม่ค้าน่ารัก เฮ๊ย ไม่ใช่ เนื่องจากต้องรอน้องเค้าต้องลงทะเบียนซิมลาวให้เราทุกคน กว่าจะเสร์จก็ปาเข้าไปบ่ายสอง


























































