เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

ตอบกลับ
รูปประจำตัวสมาชิก
mek777
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 754
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 13:02
team: (- -" )
Bike: Java Decaf TT

เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์ โดย mek777 »

เท่าที่ปั่นมาพอสมควร เจอปัญหาเรื่องร่างกายล้าเวลาปั่นทางไกลๆครับ แต่ก่อนใช้ Spe E5 Smartweld ใส่ล้อ Eurus เวลาปั่นทางยาวเกิน 200 โลรู้สึกล้ามาก ปั่นเสร็จ 3-4 วันถึงหายปวดเมื่อย ตอนนี้เปลี่ยนสายมาปั่นภูเขาทางเรียบอยู่ รู้สึกดีกว่าพอสมควร แต่มันไม่ตรงใจเท่าไหร่ มีโครงการว่าจะงอกหมอบมาอีกคันตอนโบนัสออก
อยากสอบถามครับ ถ้าเปรียบเทียบองศารถ 2 ประเภทคือ
- หมอบสาย Endurance พวก Infinito , Intenso หรืออื่นๆไม่เน้นยี่ห้อ
- Cyclocross อลูดิสเบรค เอามาใส่ยางซัก 28-33

2 แบบนี้แบบไหนปั่นยาวๆแล้วสบายตัวกว่ากันครับ ส่วนใหญ่ปั่นเดี่ยว ตอนนี้ปั่นภูเขาทางเรียบ AV 25-30 ระยะ 200 โลแบบไม่ล้าข้ามวันครับ
ขอบคุณครับ :oops: :oops:
tarin
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 194
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2014, 17:50
Bike: Nich Sign Fuji Palette
ติดต่อ:

Re: เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์ โดย tarin »

สำหรับผม การล้าจะเกิดจากการหมอบและแรงกระแทก ปั่น MTB จะล้าน้อยเพราะมีโช๊คช่วยซับแรงกระแทกและองศาการนั่งปั่น แต่มันก็ต้องแลกกับน้ำหนักรถที่เพิ่มขึ้นและความเร็วการปั่นที่สู้หมอบไม่ได้ด้วยแรงที่เท่ากัน

ถ้าอยากกลับไปหมอบ อย่างหนึ่งที่ต้องแนะนำคือ strength training ของช่วงลำตัวคือหน้าท้องและหลัง รวมถึงช่วงไหล่ด้วย ถ้ากล้ามเนื้อแข็งแรง อาการล้าจะน้อยลง ส่วนรถ สาย Eudurance ก็ช่วยได้ด้านองศาการปั่น เฟรมเป็นคาร์บอนก็ช่วยซับแรงกระแทกได้บ้าง แต่สุดท้ายการจะล้าไม่ล้ามันอยู่ที่คนปั่นครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์ โดย lucifer »

Spe E5 สายพันธุ์นี้มันกระด้างเป็นทุนเดิมอยู่แล้วครับ ความกระด้างทำให้ร่างกายต้องรับภาระหลายๆอย่าง โดยเฉพาะส่วนที่เป็น core muscle
ยังไม่นับระยะทางในระดับ 200 กม. ด้วย เพราะระยะทางระดับนี้ เฟรมคาร์บอนแบบซับแรงดีๆ ก็ยังล้าเนื้อเมื่อยตัวเลยเช่นกันครับ
ยังไม่นับเรื่องดินฟ้าอากาศ แดด ความร้อน อีกหลายๆอย่าง

แน่นอนครับ เสือหมอบแนว endurance มันย่อมปั่นสบายตัวกว่าอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการซับแรง และการออกแบบท่านั่ง ( แต่แปลก ซื้อมาแล้วก็ลดสเตมให้กลายเป็นแนวซิ่งอยู่ดี ฮ่า ฮ่า )
อยากขี่สบายๆไกลๆ ถ้าเป็นสาย Bianchi ก็เป็น Infinito อยู่แล้วครับ ปั่นสบายเนื้อสบายตัว , ถ้าเป็นสาย Trek ก็แนะนำ Series 5 ครับ เนื้อคาร์บอนเน้นการซับแรง ปั่นทางไกลสบายตัวกว่า Seriesสูงๆขึ้นไป , ถ้าเป็นสาย Canondale ก็หนีไม่พ้นพวก Synapse ครับ , ถ้าเป็นสาย Spe ก็คงต้องย้ายไปคบกับพวก Roubaix หละครับ

ส่วน Cyclocross อลู ยังไงๆก็เป็นอลูครับ กระด้างแน่นอน

ขี่ยาวๆขนาด 200 กม. ไม่ล้าข้ามวัน ก็ต้องขยันขี่บ่อยๆครับ ขี่กันแบบโปร เพราะมันเป็นระยะซ้อมของเขาอยู่แล้ว ซ้อมให้อยู่ตัว พอร่างกายแข็งแรงขึ้น พัฒนาcore muscle ดีขึ้น ก็ทนความเมื่อยล้าได้มากขึ้น
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
mek777
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 754
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 13:02
team: (- -" )
Bike: Java Decaf TT

Re: เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์ โดย mek777 »

ขอบคุณครับ ตอนนี้ก็เอียงๆไปทางหมอบอยู่เหมือนกัน เพราะ cyclocross รู้สึกว่าในบ้านเรายังมีตัวเลือกน้อย ไหนๆก็มีภูเขาแล้วเอาหมอบไว้ปั่นยาวๆก็ท่าจะดี :P :P :P
แถมน้ำหนักน่าจะเบากว่า cyclocross อยู่พอควรในราคาใกล้เคียงกัน :mrgreen: :mrgreen:
bailey
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 189
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ย. 2008, 23:24
Bike: klein Brompton

Re: เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์ โดย bailey »

lucifer เขียน:Spe E5 สายพันธุ์นี้มันกระด้างเป็นทุนเดิมอยู่แล้วครับ ความกระด้างทำให้ร่างกายต้องรับภาระหลายๆอย่าง โดยเฉพาะส่วนที่เป็น core muscle
ยังไม่นับระยะทางในระดับ 200 กม. ด้วย เพราะระยะทางระดับนี้ เฟรมคาร์บอนแบบซับแรงดีๆ ก็ยังล้าเนื้อเมื่อยตัวเลยเช่นกันครับ
ยังไม่นับเรื่องดินฟ้าอากาศ แดด ความร้อน อีกหลายๆอย่าง

แน่นอนครับ เสือหมอบแนว endurance มันย่อมปั่นสบายตัวกว่าอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการซับแรง และการออกแบบท่านั่ง ( แต่แปลก ซื้อมาแล้วก็ลดสเตมให้กลายเป็นแนวซิ่งอยู่ดี ฮ่า ฮ่า )
อยากขี่สบายๆไกลๆ ถ้าเป็นสาย Bianchi ก็เป็น Infinito อยู่แล้วครับ ปั่นสบายเนื้อสบายตัว , ถ้าเป็นสาย Trek ก็แนะนำ Series 5 ครับ เนื้อคาร์บอนเน้นการซับแรง ปั่นทางไกลสบายตัวกว่า Seriesสูงๆขึ้นไป , ถ้าเป็นสาย Canondale ก็หนีไม่พ้นพวก Synapse ครับ , ถ้าเป็นสาย Spe ก็คงต้องย้ายไปคบกับพวก Roubaix หละครับ

ส่วน Cyclocross อลู ยังไงๆก็เป็นอลูครับ กระด้างแน่นอน

ขี่ยาวๆขนาด 200 กม. ไม่ล้าข้ามวัน ก็ต้องขยันขี่บ่อยๆครับ ขี่กันแบบโปร เพราะมันเป็นระยะซ้อมของเขาอยู่แล้ว ซ้อมให้อยู่ตัว พอร่างกายแข็งแรงขึ้น พัฒนาcore muscle ดีขึ้น ก็ทนความเมื่อยล้าได้มากขึ้น
:lol: พี่หมอครับ เเล้ว BMC GF02 105 ตอบโจทย์ นี้ได้ไหมครับ :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
mek777
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 754
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 13:02
team: (- -" )
Bike: Java Decaf TT

Re: เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์ โดย mek777 »

bailey เขียน: :lol: พี่หมอครับ เเล้ว BMC GF02 105 ตอบโจทย์ นี้ได้ไหมครับ :lol:
รอฟังต่อ มีเวลาเลือกรถอีก 2-3 เดือนต้องใจแข็งไว้ก่อน :mrgreen: :mrgreen:
เจอน่าสนใจตัวนึง พี่ท่านนีรีวิวไว้ ไม่แน่ใจว่าเป็นไงมั่ง
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... &t=1062578
พี่ๆท่านไหนมีประสบการณ์จากตัวไหน ขอคำชี้แนะด้วยนะครับ.....ตอนกำลังวางแผนงอกนี่มันช่างมีความสุขจริงๆ :lol: :lol:
giro
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3090
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
Tel: 0865040751
team: Team Bike And Body Cycoling
Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
ติดต่อ:

Re: เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์ โดย giro »

Specialized Roubaix
จริงๆแล้วอยู๋ที่การเซ็ทรถด้วยครับ รถอะไรถ้าเซ็ทไม่เหมาะก็ไม่ส่งผล
จะขี่ 200 โล กับ 60 โลถ้าจะเอาให้ได้เรื่องได้ราวสุดๆ รถมันก็จะเซ็ทไม่เหมือนกันครับ
อีกอย่างนะครับ ปกติขี่กี่ ชม. ครับ? แล้วขี่ 200 โลบ่อยแค่ไหน
ถ้าปกตีขี่ 2-3 ชม. แล้วไปออก 200 โล 6 ชม. เดือนละครั้ง อย่างไรก็ล้าเมื่อยข้ามวันครับ
นอกจากท่านจะปั่น 5-6 ชม. สัปดาห์ละ 3-4 ครั้งจนร่างกายท่านมีความทนทานที่ระยะทำการนั้น
คนเราไม่ใช่เครื่องยนต์ครับ มันมีล้า มีขีดจำกัด การฝึกซ้อมคือการขยายขีดจำกัดนั้น
เอาโปรที่แข่งกันวันละ 6 ชม. วันดีคืนร้ายจับมันไปแข่งพวกทรหดมุษย์ 12-18 ชม. เชื่อเถอะครับ โปรก็ห้อยตาย ล้าข้ามวันเหมือนกัน จะรถอะไรก็เถอ

เหตุผลที่ไปขี่เสือภูเขาแล้วล้าน้อยกว่าก็เพราะร่างกายท่านฝึกความทนทานบนเสือหมอบปกตินานเท่าไหร่แล้วไปปั่น 200 โล
ไม่ต้องไปมองหาวิธีเสียเงินแก้ปัญหาครับ แก้ปัญฆาที่ต้นเหตุร่างกายเราก่อน เซ็ทรถให้ตอบโจทย์ก่อน ถ้าทำทุกอย่างแล้ว ค่อยมากำเงินแก้ปัญฆาครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
รูปประจำตัวสมาชิก
mek777
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 754
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 13:02
team: (- -" )
Bike: Java Decaf TT

Re: เปรียบเทียบองศารถเสือหมอบ

โพสต์ โดย mek777 »

เรื่องซ้อมนี่ล่ะประเด็นหลักเลยครับ ด้วยงานประจำที่ทำมันบีบบังคับ :cry: :cry:
ปกติปั่นถนนจริงได้อาทิตย์ละวันเดียว แต่พยายามยืดระยะให้ได้เยอะๆอยู่ วันธรรมดาได้แค่ปั่นบนจักรยานฟิตเนสที่บ้าน ปรับโหมดไปๆมาๆเพื่อฝึกหลายๆความหนืดเป็นเซตๆไป ได้ซักอาทิตย์ละ 2-3 วัน วันละชั่วโมงได้ครับ
แต่ที่ประเด็นนี้แว่บเข้ามาในหัวเพราะหลังจากเปลี่ยนจากหมอบ มาปั่นภูเขาทางเรียบ (ใส่ตะเกียบ ยาง 1.5) ในเส้นทางเดียวกันกับอาทิตย์ก่อนที่ใช้หมอบ แล้วต้องยกก้นผ่านทางขรุขระเพราะนั่งไม่ไหว กลายเป็นนั่งปั่นผ่านได้สบายมากอ่ะครับ :oops: :oops:
เลยสงสัยว่า ถ้าเป็นหมอบหมอบคาร์บอนที่เค้าว่านุ่มๆจะดีกว่า E5 คันเดิมแค่ไหน แล้วเราจะปั่นยาวได้ขนาดไหนอ่ะครับ :oops: :oops:
:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”