
รูประดับความสูงจากน้ำทะเลในการเดินทางครั้งนี้
โดยความตั้งใจแรก ผมกะว่าจะปั่นทัวร์ริ่งจากเชียงใหม่ ไป อำเภออมก๋อย แต่ตอนบ่ายๆ ของวันอังคารได้รับโทรศัพท์จากเพื่อน คือ ชุมพล (ใช้ usename ใน thaimtb : tahuntia) ซึ่งเคยร่วมปั่นจักรยานจากบางกอก ไป กระบี่กับผม เมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมา
“เฮ้ย ใหญ่ เดินทางเลื่อนไปซักวันได้เปล่า จะไปปั่นด้วย เดี๋ยวขอเคลียร์งานที่บางกอกซักวัน แล้วจะนั่งรถไฟไปพรุ่งนี้”
“เอาดิ มาเลย แล้วอย่างไรจะรอนะ มาเที่ยวไหนบอกด้วยแล้วกัน”
และผมก็นึกในใจได้เพื่อนลุยแล้ว ยางแบนกลางทาง ไม่น่าจะต้องห่วงแล้ววุ้ย ฮาๆ
วันที่ 10 กย. 2552
รถไฟมาถึงเร็วกว่าที่ผมคาดไว้เยอะมาก เพราะมาสายไปเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น กว่าจะจัดการอะไรเรียบร้อยและออกเดินทางจากเชียงใหม่ ก็ปาเข้าไปเกือบ 10 โมงเช้า และ เราได้เลือกที่จะเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางจากตอนแรกที่จะไปอมก๋อย มาเป็น เชียงใหม่ – ปาย (ตั้งใจจะไปเหล่หญิงกันที่เมืองปาย ฮาๆ)
ครึ่งวันแรกของวันนี้เป็นการปั่นในเส้นทาง เชียงใหม่ มา ทางเข้าน้ำตกหมอกฟ้า โดยตัดเข้าเส้นทางสายในผ่านทางบ้านแม่สลวง (เป็นเส้นที่จะไปพระพุทธบาทสี่รอยนั่นละครับ) ซึ่งเป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับจะปั่นจักรยานเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทิวทัศน์ข้างทาง สภาพพื้นถนนที่ดีเยี่ยม และ รถก็ไม่พลุกพล่าน ทำให้การเดินทางในช่วงนี้ของพวกเราปั่นได้อย่างสนุกสนาน ตามสไตล์ ของ เสือตัวจริง สิงห์ทางเรียบ พอถึงแยกที่จะออกมาถนนใหญ่ ซึ่งเป็นเส้นทางปรกติ ปรากฏว่าเจอเนินครับ โหๆ เล่นเอาผมเห็นดาวเลย หัวใจนี่เต้นระรัวเลย อาจจะเป็นเพราะว่ามีสัมภาระที่บรรทุกมาด้วย เลยทำให้เหนื่อยกว่าปรกติหลายเท่านัก (เนินนี้ ชุมพล ตั้งชื่อว่าเนินพิศวง เพราะไม่ต้องไปดูดาวเลย พ้นเนินมาได้ เห็นมาเต็มวงหน้าเลย เอิ๊กๆ )
เรามาถึงจุดพักทานอาหารกลางวันและงีบหลับหลบแดด ประมาณ 12.30 น. โดยร้านที่เราแวะมาทานอาหารก็คือ ร้านแป้นเกล็ด คอฟฟี่ คอนเนอร์ ซึ่งอยู่ตรงปากทางเข้า น้ำตกหมอกฟ้า เลย
ใครปั่นมาเส้นทางนี้ ขอแนะนำให้มาแวะทานอาหารและกาแฟที่นี่เลยครับ เพราะ อาหารสะอาดและอร่อย รวมถึงราคาก็ไม่แพงเลย (ผมทาน ข้าวผัดกระเพราหมูสับกับไข่ดาว โค้ก น้ำอีก 1 ขวด และ นมปั่นอีก 1 แก้ว ราคา 100 บาทเท่านั้น)
ระยะทางที่เราปั่นในช่วงครึ่งวันแรกนี้อยู่ที่ 54.73 กิโลเมตร ใช้เวลาในการปั่น 2.34. 37 ชั่วโมง ระยะความเร็วเฉลี่ย 21.20 กิโลฯ/ชั่วโมง
การเดินทางในช่วงบ่ายของพวกเราเริ่มกันในตอน 14.30 น. ซึ่งการเดินทางในช่วงนี้ต่างกับช่วงเช้าอย่างกับฟ้าและเหวเลย เพราะเพียงออกจากร้านฯ เพียงไม่ถึง 5 นาที ก็เป็นมหกรรมขึ้นเนินเลยครับ ซึ่งผมกับชุมพลตั้งชื่อว่า เนินเอ็นกระตุก เพราะผมต้องลงจากรถมานอนดิ้นที่นี่เกือบ 10 นาที เพราะกล้ามเนื้อหลังของน่องซ้ายกระตุก เล่นเอาไปกองกับพื้นถนนดิ้นพลาดๆ นึกว่าจะไปต่อไม่ได้ซะแล้ว แต่ก็ตกลงว่าจะลุยกันต่ออีกระลอก หากว่ามีอาการกำเริบก็จะโบกรถกลับ แล้วค่อยมาแก้มือกันใหม่คราวหน้า
จากจุดนั้นเป็นการขึ้นเนิน อย่างเดียวเลยครับ ผมต้องค่อยๆ ปั่นโดยพยายามไม่ให้อาการกำเริบ เรามาถึงบ้านป่าแป๋ แวะดื่มน้ำและกินลูกชิ้น เพื่อเป็นพลังงานสำรองของร่างกาย (ตอนที่เรามาถึงที่นี่ก็เป็นเวลา 17.00 น. แล้ว) จากนั้นก็เดินทางต่อไปยังบ้านแม่แสะ เพราะที่นั่นจะมีเกสเฮ้าส์เล็กๆ ให้เราพัก การเดินทางก็เป็นการขึ้นเขาต่อเนื่อง ซึ่งระหว่างปั่น ผมกับชุมพลก็ให้กำลังใจแก่กัน ว่า ผ่านเส้นนี้ได้ โม้กันไปได้หลายวันเลย ฮาๆๆๆ จนมาถึงภูเขาลูกสุดท้ายก่อนที่จะลงไปยังบ้านแม่แสะ โอโห ไม่อยากจะบรรยายครับ มันสุดๆ จริงๆ ทั้งชันและยาว และที่สำคัญ กล้ามเนื้อผมกระตุกอีกทั้งสองข้างเลย ต้องรีบลงจากรถแทบไม่ทัน เพราะกลัวอาการกำเริบหนัก ต้องหยุดตรงนี้เกือบ สิบห้านาทีเพื่อพัก และ นวดน้ำมัน เพื่อให้อาการทุเลาพอที่จะปั่นไปบ้านแม่แสะ
และก็มาถึงจนได้ครับ มาถึงแม่แสะ ประมาณ 18.30 น. หลังจากทานข้าวเย็นกันแล้ว ก็อาบน้ำเพื่อพักฟื้นร่างกายสำหรับในวันพรุ่งนี้ แต่ขอบอกว่า น้ำที่นี่เย็นมากๆ
ระยะทางการปั่นในช่วงที่สอง 34.47 km
ระยะเวลาที่ใช้ในการปั่น 2.51.09 hour
ความเร็วเฉลี่ยในการปั่น 12.4 km/hour






















